พ่ายใจรัก (รีอัพใหม่)

ตอนที่ 1 : บทนำ 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    31 ส.ค. 60



บทนำ

 

เสียงเอะอะเอ็ดตะโรที่ดังลอดออกมาจากห้องเรียนของชั้นประถมสอง ทำให้ครูประจำชั้นซึ่งมีรูปร่างท้วมต้องรีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง ก่อนจะร้องห้ามเสียงดังเมื่อเห็นว่าสาเหตุมาจากคู่วิวาทคู่เดิม ที่กำลังถูกเพื่อนร่วมห้องช่วยกันจับแยกออกจากกันอย่างทุลักทุเล

                หนึ่งในคู่วิวาทเป็นเด็กหญิงร่างอ้วน ผิวคล้ำ ดวงตาคู่โตดำขลับทอประกายวาววับอยู่ในอาการกรุ่นโกรธ มือทั้งคู่กำหมัดแน่น ส่วนคู่กรณีเป็นเด็กชายร่างสูงผอม มุมปากแตกมีเลือดซึม ครั้นพอเห็นหน้าครูก็อ้าปากส่งเสียงฟ้อง ทำให้เลือดที่ตอนแรกแค่ซึมไหลออกมาจนกบปาก

                “บุษบามินตราต่อยผมอีกแล้วครับครูครับ

                ร่างท้วมของคุณครูในชุดสีกากีส่ายหน้าอย่างเอือมระอากับคู่วิวาท เพราะคำว่าอีกนั้นบ่งบอกว่าทั้งคู่ทะเลาะกันไม่ใช่เป็นครั้งแรก เรียกว่าไม่เว้นแต่ละวันเลยก็ว่าได้ ทว่าครั้งนี้ดูน่าจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง เพราะถึงขั้นเลือดตกยางออกกันเลยทีเดียว

                “คราวนี้ใครเป็นคนเริ่มก่อน บอกครูมาเดี๋ยวนี้เลยนะคนเป็นครูถามน้ำเสียงยังแฝงอาการเหนื่อยหอบจากการวิ่งเมื่อครู่

                “ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อนนะครับเด็กชายสุนทรรีบพูดออกตัว ก่อนยกมือขึ้นเช็ดเลือดที่มุมปากพลางมองไปทางคู่กรณีที่ยืนเม้มปากแน่นด้วยสายตาฉายแววเยาะเย้ย

                “บุษบามินตรา ทำไมถึงทำตัวเป็นอันธพาลอย่างนี้ ที่นี่เป็นโรงเรียนนะไม่ใช่สนามมวย

                ครูประจำชั้นหยิบไม้บรรทัดขึ้นมาเตรียมตัวจะทำโทษ ทว่าก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินน้ำเสียงแผ่วเบากึ่งกล้ากึ่งกลัวดังมาจากเด็กหญิงผิวขาวรูปร่างผอมบาง หน้าตาน่ารัก ที่ก้าวออกมายืนเคียงข้างเด็กหญิงบุษบามินตราที่ยังยืนนิ่งไม่พูดไม่จาอยู่เช่นเดิม

                “คุณครูคะ หนูเห็นสุนทรพูดจาล้อเลียนนุช เอ่อ...บุษบามินตราก่อน นะคะ

                “จริงอย่างที่อรุณรัศมีพูดหรือเปล่าสุนทรครูถามพลางใช้ไม้บรรทัดที่ถืออยู่ตีลงบนฝ่ามือเบาๆ เป็นการขู่ไปในตัว

                “ผม...ผมคนถูกถามเกิดอาการอึกอักขึ้นมาทันที ครั้นเห็นครูเผลอก็ถลึงตาใส่ร่างผอมบาง จนเจ้าตัวต้องไปยืนหลบด้านหลังเด็กหญิงร่างอ้วน

                “อรุณรัศมี เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ครูฟังสิ ว่าสุนทรพูดล้อเลียนเพื่อนว่าอะไร ถึงต้องลงไม้ลงมือกันจนเลือดตกยางออกถึงขนาดนี้ด้วย

                “สุนทรเรียกบุษบามินตราว่าอีเด็กลูกไม่มีพ่อค่ะ และยังเรียกหนูว่า...อีเด็กถังขยะด้วยค่ะ

                เด็กหญิงอรุณรัศมีบอกครูน้ำเสียงสั่นเครือ ทั้งน้ำตาก็เริ่มปริ่มขอบตา จนเด็กหญิงตัวอ้วนต้องหันไปมองและบีบมืออีกฝ่ายเบาๆ อย่างปลอบประโลม ก่อนจะพูดขึ้นด้วยสีหน้าเจ็บแค้น

                “คนปากเสียอย่างสุนทรต้องถูกต่อยแบบนี้แหละค่ะคุณครู

                แม้ตัวเองจะเคยถูกล้อเลียนว่าเป็นเด็กอ้วนตัวดำฟันหลออยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่าคำคำนั้นก็ยังไม่เจ็บปวดเท่ากับการถูกล้อเลียนว่าเป็นลูกไม่มีพ่อเท่านั้นไม่พอ ยังลามปามมาถึงแฝดคนละฝาของเธออีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้!

                เอาละ! ไม่ต้องมาพูดจาเพื่อตัดสินกันเอง เธอสองคนทำผิดกฎระเบียบที่ห้ามไม่ให้นักเรียนทะเลาะวิวาทกันในโรงเรียน ครูเคยบอกและทำโทษพวกเธอไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยเข็ดและหลาบจำกันเลย ฉะนั้นครั้งนี้ครูจะทำโทษเธอทั้งคู่หนักขึ้นกว่าเดิมคุณครูพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแล้วหันหน้าไปหาเด็กชาย

                “ครูจะตีเธอห้าทีโทษฐานที่พูดจาล้อเลียนปมด้อยของเพื่อน ซึ่งเป็นสิ่งไม่ควรทำ แล้วเธอมีเรื่องชกต่อยกับผู้หญิง ไม่อายเพื่อนคนอื่นบ้างหรือไงสุนทรคุณครูส่ายหน้าขณะพูด แล้วจึงหันไปทางเด็กหญิงที่มีชื่ออันเพราะพริ้งว่าบุษบามินตรา

                ส่วนเธอ...ครูจะตีเจ็ดที โทษฐานทำตัวเป็นอันธพาลในโรงเรียน เพราะแทนที่จะให้ครูเป็นคนตัดสินว่าใครผิดถูก กลับมาตั้งศาลเตี้ยตัดสินกันเองในห้องอย่างนี้มันไม่ถูกต้อง

                คนถูกตีเจ็ดทีปรายตามองคู่วิวาทอย่างโกรธเคือง ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าจะต้องถูกตีมากกว่าอีกฝ่ายสองทีจะต่อยไม่ยั้งให้ฟันหักทั้งปากกินข้าวไม่ได้ไปหลายวันเลยทีเดียว น่าเจ็บใจนัก!

                “ก็ผมพูดเรื่องจริงนี่ครับครู

                เด็กชายสุนทรพึมพำออกมาอย่างอดโมโหไม่ได้ เพราะนอกจากจะเจ็บตัวจนถึงขั้นปากแตก ยังต้องเสียหน้าถูกคุณครูทำโทษต่อหน้าเพื่อนนักเรียนในห้องอีก แล้วเรื่องที่เขาพูดก็เป็นความจริงนี่นา ยายเด็กอ้วนตัวดำฟันหลอเป็นลูกไม่มีพ่อ ส่วนยายเด็กตัวผอมซีดอย่างกับเด็กขี้โรคนั่นก็เป็นเด็กที่ถูกเก็บมาเลี้ยงจากถังขยะ ทำไมเขาต้องถูกทำโทษ แถมยังถูกตีน้อยกว่าแค่สองทีเอง น่าเจ็บใจจริงๆ!

                “ยังจะมาเถียงอีกนะสุนทร!” คุณครูดุเสียงดัง สั่งให้เด็กชายสุนทรแบมือขึ้น จากนั้นก็ใช้ไม้บรรทัดฟาดลงไปเต็มแรงถึงห้าครั้ง จนคนถูกทำโทษสะดุ้งเฮือก น้ำตาเล็ดเพราะความเจ็บ แล้วจึงหันไปจัดการกับคู่วิวาทที่แม้จะถูกตีถึงเจ็ดครั้งก็ตาม แต่เด็กหญิงกลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาให้ใครเห็นสักหยด

                “คุณครูขา ศาลเตี้ยคืออะไรเหรอคะเสียงของเด็กหญิงมะปราง ผู้เคยเป็นหนึ่งในคู่กรณีของเด็กหญิงบุษบามินตรามาก่อนเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

                “ศาลเตี้ยแปลว่า การชำระความกันเองโดยพลการ หมายถึงการตัดสินลงโทษคนทำผิดกันเองโดยไม่คำนึงถึงกฎระเบียบ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะมีใครแกล้งใครหรือถูกใครแกล้งให้บอกครู เราจะใช้กฎระเบียบตัดสินลงโทษคนทำผิด อย่างเช่นที่ครูตีเพื่อนเราเมื่อกี้ ไม่ใช่มาจัดการชกต่อยกันเองแบบนี้ครูตอบพร้อมปรายตาไปยังคู่กรณีทั้งสองเพื่อกำราบ

                แล้วที่สำคัญ จำไว้นะว่าเราเรียนอยู่ห้องเดียวกันควรจะรักกันไว้ ไม่ใช่มาทะเลาะกันเองให้อับอายขายขี้หน้าห้องอื่นแบบนี้คุณครูพูดทิ้งท้ายก่อนจะออกจากห้องไป

                เด็กหญิงตัวอ้วนเดินกลับไปยังโต๊ะของตัวเองที่อยู่หลังห้อง โดยมีเด็กหญิงตัวผอมเดินตามไปติดๆ ดวงตาคู่โตที่มีน้ำตาคลอจวนเจียนจะหยดมองคนถูกตีด้วยความสงสาร แล้วชำเลืองมองมือของอีกฝ่ายที่แดงแปร๊ดอย่างขยาด

                “เจ็บหรือเปล่านุช

                “เจ็บสิดวงตาของเด็กหญิงวาวโรจน์ขณะตอบ

                เสียงออดดังกังวานขึ้นเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน เด็กนักเรียนต่างรีบเดินกรูกันออกจากห้องเรียน รวมทั้งคู่แฝดคนละฝาที่พากันเดินจูงมือเพื่อกลับบ้าน เพื่อนร่วมห้องหลายคนต่างพากันรีบหลีกทางให้ ไม่มีใครกล้าพูดล้อเลียนทั้งคู่อีก เพราะครั่นคร้ามกับฤทธิ์หมัดของเด็กหญิงบุษบามินตรา

 

ครั้นกลับมาถึงบ้านได้ คนถูกล้อเลียนว่าเป็นลูกไม่มีพ่อก็วิ่งตรงรี่ไปยังต้นมะม่วงหลังบ้าน กำหมัดขึ้นชกไปยังลำต้นไม่ยั้ง เพราะความเจ็บใจที่ยังหลงเหลืออยู่

                “ไอ้สุนทร ไอ้คนปากหมา ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน...” เสียงก่นด่าของเด็กหญิงดังออกมาไม่ขาดปาก

                “หยุดได้แล้วนุช ดูสิเลือดไหลแล้ว ไม่เจ็บมือบ้างหรือไงนะร่างผอมบางที่วิ่งตามหลังมาติดๆ ร้องห้ามพลางทำหน้าหวาดเสียว เมื่อเห็นหลังมือของอีกฝ่ายแตกเป็นแผลมีเลือดไหลออกมา

                “ถ้ายายมาได้ยินนุชด่าก็จะถูกดุอีกนะ

                “ยายไม่ได้อยู่ตรงนี้จะกลัวไปทำไมล่ะ โอ๊ย! ไอ้มดแดงบ้า กัดอยู่ได้คนกำลังด่าและชกต่อยต้นมะม่วงอย่างเมามันหันมาเถียงพลางสะบัดมือเร่าๆ เพราะถูกมดแดงที่อยู่ตามต้นกัดเอา

                “ขึ้นไปหายายบนเรือนกันเถอะ

                เด็กหญิงอรุณรัศมีเอ่ยชวนยิกๆ ดวงหน้าเล็กๆ เหยเกเหมือนจะร้องไห้ ส่วนคนชกต้นมะม่วงก็ดูเหมือนเพิ่งจะรู้สึกเจ็บ เมื่อเห็นเลือดไหลซึมออกมาพร้อมทั้งยังสูดปากดังลั่นเพราะถูกมดแดงกัด จึงเลิกชกแล้วตรงเข้าคว้าข้อมือบางของคนขี้แยพาเดินแกมวิ่งตรงไปยังเรือนหลังใหญ่




ฐิญาดา
“คุณคิดว่าตัวเองเป็นนางเอกละครน้ำเน่าหรือไง ผมหวังดีกับคุณแท้ๆ ไม่ได้คิดจะทำอะไรคุณสักหน่อย หรือคิดว่าตัวเองน่าพิศวาส? รู้ตัวไว้ด้วยว่าคุณน่ะจูบไม่เป็...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

841 ความคิดเห็น

  1. #841 วนัน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 10:21
    ย้อเด็กนะ
    #841
    0
  2. #398 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2554 / 12:56
    ตามมาอีกเรื่องค่ะ
    #398
    0
  3. #1 รมย์ชลี(กีรณา) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2553 / 09:57

    แวะมาเจิม...นู๋นุชแอบโหดชกต้นมะม่วง....เปลี่ยนมาเป็นเตะต้นกล้วยดีกว่าไหมลูก? อิอิอิ สงสารมือน้อยๆของน้องนุชอ่า



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 29 มิถุนายน 2553 / 09:57
    #1
    0