นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

หนีรัก ตามใจ[ฤดูร้อน 2015]

ร่วมประกวดเรื่องสั้นฤดูร้อน 2015 ค่ะ

ยอดวิวรวม

242

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


242

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 เม.ย. 58 / 02:40 น.
นิยาย ˹ѡ [Ĵ͹ 2015]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



นิยายเรื่องนี้ แต่งร่วมโครงการ เรื่องสั้นฤดูร้อน 2015
ของบอร์ดนักเขียน โดยผู้จัดใจดี ท่าน no one know ค่ะ
ขอขอบคุณสำหรับกิจกรรมดีๆ มา ณ โอกาสนี้



ปีนี้มาในธีม หนี...ไปพักร้อน

เรื่องย่อ เป็นเรื่องของนางเอกที่เพิ่งอกหักอาภัพรัก เลยขอไปสงบจิตสงบใจที่บ้านของเพื่อนสนิท (ด้วยสืบรู้มาว่ามีสถานที่ปฏฺบัติธรรมอยู่)
น่าจะเข้ากับธีม
หนี...ไปพักร้อนอยู่เนอะ 

แนวเรื่อง...ก็ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ...
สดใส มุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้ง กระดิ่งแมว






ขอขอบพระคุณภาพสวยๆ จากท่านเดธ Death With Love นะคะ

 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 เม.ย. 58 / 02:40





CR.SHL

           “ฟ้าบล็อกเฟสเราทำไม” เพียงแค่ได้ยินเสียงกดรับจากปลายสายคนที่กำลังหงุดหงิดอยู่ก็โวยใส่เพื่อนทันทีโดยไม่คิดจะรอให้อีกฝ่ายได้ทักทายก่อน หรือไม่ได้คิดว่าเธอจะทันได้ยกโทรศัพท์แนบหูหรือยัง

ปลายสายตอบกลับทันทีด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ทำเอาเขาหายหงุดหงิดเป็นปลิดทิ้งด้วยความงง

“ป้อง ฟ้าไปเล่นบ้านป้องนะ”

“อ อะไรนะ”

-----

นั่นคือเหตุการณ์เมื่อสองวันที่แล้ว วันนี้เขาต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปรับเพื่อนสาวที่เดินทางมาไกลจากกรุงเทพฯ ในตัวเมือง ขับรถไปกลับเกือบสองชั่วโมง และโดนลากขึ้นมาบนนี้ทันทีที่เธอเอากระเป๋าเข้าไปเก็บในบ้านเสร็จ

อยากจะค้านแต่ก็ค้านไม่ได้ด้วยไม่รู้ว่าเพื่อนตัวดีกำลังอยู่ในอารมณ์ไหน ยิ่งไม่ค่อยเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่ และด้วยความเพลียเขาเลยลากพี่สาวมาเป็นคนขับรถให้อีกอย่างพาพี่สาวมาด้วยมันคงจะดีกว่ามากับเธอแค่สองคน

หมู่บ้านของเขาตั้งอยู่ตีนภูเขาที่เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นที่เที่ยวของชาวบ้านละแวกนั้น ขึ้นมาไหว้พระบ้าง มาเล่นน้ำตกบ้าง ซึ่งเป็นน้ำตกที่มีน้ำเพียงสามสี่เดือนในช่วงหน้าฝนเท่านั้น แม้ช่วงนี้จะเริ่มมีพายุฤดูร้อนเข้ามาบ้างแต่ก็ยังไม่มีน้ำพอให้ได้เล่น เพราะฝนทิ้งช่วงไปนานแล้วเหมือนกัน

“บอกได้ยังว่าเป็นอะไร” เขาถามขึ้นเมื่อเธอไหว้พระเสร็จและแลดูเหมือนจะสบายใจขึ้นแล้ว หลังจากที่บอกว่าจะมาเล่นบ้านเขา เขาก็พยายามถามเหตุผลแต่เธอก็ไม่ได้บอกอะไร ยืนยันว่าจะมาให้ได้รอรับได้เลย  

เธอหันหน้ามามองคนข้างๆ จ้องนิ่งๆ อยู่สักพักจนคนถูกจ้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ

“ฟ้าอกหัก” ตอบหน้าตาย แต่อีกฝ่ายหน้าเหวอไปทันทีที่ได้ยินแบบนั้น มองเลยมาทางพี่สาวที่นั่งอยู่ถัดจากฟ้าไปด้วยท่าทีอึกอักเล็กน้อย  

“เคยได้ยินว่าบ้านป้องมีสถานที่แบบนี้ มาไหว้พระปฏิบัติธรรมบ้างเพื่อจิตใจจะสงบขึ้น”

“เหรอ แต่เราว่ามาไหว้พระอย่างเดียวก็พอแล้วมั้ง เอ่อ ฟ้า อยากเดินดูรอบๆ แถวนี้มั้ย”

“อือ เดินสิ”

“ดีเลย งั้นพี่แป้งช่วยพาฟ้าเดินดูอะไรแถวๆ นี้หน่อยนะเดี๋ยวผมขอตัวไปงีบก่อน”

เขาบอกอย่างนั้น เล่นเอาสองสาวหันมามองหน้ากันโดยอัตโนมัติ ป้องอาศัยจังหวะนั้นลุกขึ้นเอามือปิดปากหาว ฟ้าจึงหันมาจ้องเพื่อนเขม็งกำลังขยับปากว่าแต่พี่สาวของเพื่อนก็เอ่ยขึ้นก่อน

“ป่ะฟ้า เดี๋ยวพี่พาเที่ยวเอง เมื่อเช้ามันตื่นไปรับฟ้าตั้งแต่ตีสี่ปล่อยให้มันนอนก่อนเถอะพอจะกลับเราค่อยมาปลุกก็ได้”

“ไม่ต้องหรอกปลุกค่ะ ปล่อยให้นอนอยู่นี่แหละ” เธอว่าจ้องเพื่อนด้วยสายตาเอาเรื่องแต่อีกฝ่ายก็หาได้สนใจ เขาทำตาปรือหากยังอุตส่าห์ยักคิ้วส่งลาก่อนจะเดินไปคว้าหมอนเก่าๆ ติดมือไปยังหลังศาลาที่พวกเขาไหว้พระอยู่ ทิ้งตัวนอนตามที่บอกไว้ ศาลาโล่งๆ ที่มีลมเย็นๆ พัดผ่านตลอดเวลาก็อาจเหมาะกับการนอนจริงๆ ด้วยสิ

“ไปกันเถอะฟ้า” แป้งพูดแล้วลุกขึ้นบ้าง อีกฝ่ายที่ยังไม่หายเคืองเพื่อนตัวดีนักหันมามองเธอ และพยักหน้าตกลง

สถานที่ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ไม่ค่อยมีสิ่งปลูกสร้าง เท่าที่เห็นก็มีแค่ศาลาเล็กๆ ที่พวกเขาไปไหว้พระเมื่อครู่ โรงนอน และกุฏิไม่กี่หลัง สิ่งที่เห็นได้เยอะสุดก็คงจะเป็นพระพุทธรูปหรือประติมากรรมเพื่อการเรียนรู้ทางศาสนาที่สร้างแซมต้นไม้ไว้เป็นจุดๆ เพื่อให้ทำลายธรรมชาติให้น้อยที่สุด หากก็ยังให้ความรู้สึกปลอดโปร่ง เนื่องด้วยภูเขาในภาคอีสานแห่งนี้ไม่ได้มีป่าไม้ที่รกครึ้มแต่อย่างใด

“ระวังด้วยนะ” เธอบอกเพื่อนของน้องชาย ด้วยทางที่พวกเธอเดินค่อนข้างรก และพื้นดินไม่ได้สม่ำเสมอเนื่องจากสถานที่แห่งนี้ไม่ได้สร้างถนนสำหรับเดิน จะเดินไปทางไหนก็ต้องระมัดระวังหรือบางจุดก็จะเดินตามรอยที่คนอื่นๆ ใช้เดินจนเห็นเป็นรอยทางเล็กๆ

“มีต้นซากุระกับเขาเหมือนกันฮะ” เธอพูดยิ้มๆ หลังจากที่พี่สาวของเพื่อนมาเธอมาถึงหน้าผา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นต้นไม้ที่ออกดอกสีชมพูปนขาว คล้ายๆ ต้นพญาเสือโคร่ง แต่ก็ไม่ใช่ บนพื้นก็เต็มไปด้วยกลีบดอกที่กระจายไปทั่วบริเวณนั้น หญิงสาวก้มลงมองกลีบที่ร่วงลงพื้นอย่างพินิจพิเคราะห์เมื่อรู้สึกว่ามันพิเศษกว่าดอกไม้อื่นๆ

สิ่งที่ร่วงบนพื้นไม่เหมือนกับที่เห็นบนต้น ตอนแรกเข้าใจว่ามันหลอดเป็นพลาสติกที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วมีใครมาหว่านไว้ด้วยซ้ำ พอจับดูถึงแน่ใจว่าความจริงก็เป็นดอกไม้นี่แหละแต่มันไม่ได้ร่วงเป็นดอกเหมือนดอกไม้ทั่วๆ ไป หากเป็นเพียงกลีบเล็กๆ ที่เวลาร่วงลงมาแล้วจะห่อม้วนเข้าหากันจนไม่เห็นว่าเป็นกลีบดอกไม้

“แปลกใช่มั้ยล่ะ”

เธอเงยหน้าขึ้น พยักหน้าให้กับคำถามนั้น “ต้นอะไรหรือคะ”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ชาวบ้านเรียกดอกติ้ว”

“ดอกติ้ว?”

“ค่ะ แต่กินไม่ได้” เธออธิบาย แต่เหมือนว่าอีกคนจะไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เธอพูด พอนึกขึ้นได้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่คนท้องถิ่นก็ถึงบางอ้อกับอาการหน้านิ่วคิ้วขมวดนั้น

“ปกติดอกติ้วที่เรารู้จักจะนำมาทำกับข้าวได้”

“อันนี้ทำไม่ได้หรือคะ” เธอถาม และมันทำให้คนถูกถามนิ่งไปเหมือนกัน

“อืม ความจริงพี่ก็ไม่รู้ว่าเพราะทำไม่ได้หรือไม่นิยมกันก็ไม่รู้สิ”

ฟ้าพยักหน้าคิดตามที่เธอพูด ก่อนจะพูดติดตลก “พี่แป้งไม่สนใจจะพิสูจน์ดูหรือคะว่ากินได้มั้ย”

“ลองมั้ยล่ะ เดี๋ยวพี่ทำให้ฟ้าทานดีมั้ยถือว่าเป็นการทำกับข้าวต้อนรับแขกคนพิเศษที่เดินทางมาตั้งไกล” แป้งตอบรับแทบจะทันทีด้วยใบหน้ายิ้มๆ แต่กลับโดนอีกคนค้อนให้เป็นการตอบแทน

“พี่ล้อเล่น ว่าแต่ ทำไมมาเที่ยวไกลจัง ที่นี่ก็ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวอะไรด้วยหรือตั้งใจมาเล่นบ้านป้องเฉยๆ” เธอถาม อีกฝ่ายเงียบไปนานจนเธอรู้สึก

“ตามที่ฟ้าบอกป้องนั่นแหละค่ะ ฟ้าหนีคนใจร้ายมา”

“หนีมางั้นเหรอ” เธอถาม คล้ายๆ กับถามตัวเองมากกว่าเมื่ออีกคนบอกว่า กำลังหนี

“ค่ะ หนีมา” เธอย้ำ ก่อนจะเบือนหน้าไปอีกทาง

“ก็คนใจร้ายนั่นอยู่ดีดีก็มาบอกว่าเราควรเลิกคุยกัน”

เธอพูดแล้วก็เงียบไปอีก อีกคนก็เงียบด้วยกำลังคิดว่าควรจะพูดอะไรกับเธอดี

“แล้วฟ้าจะทำยังไงต่อ” เธอถาม อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นก่อนจะตอบคล้ายกับไม่ใส่ใจ

“ก็เลิกคุยค่ะ เลิกติดต่อ เลิกทุกอย่าง”

“ไม่ลองคุยกันดูก่อนล่ะ เขาอาจจะมีเหตุผลก็ได้”

ฟ้าเหลือบตามามองคนตรงหน้า มองนิ่งอยู่สักพักก่อนจะทำหน้าหน่ายๆ

“พี่แป้งพูดเหมือนรู้จักคนคนนั้นเลยเนอะ แก้ตัวแทนกันด้วย” พูดทีเล่นทีจริงแต่คนฟังกลับทำให้คนฟังดูอึกอักอย่างเห็นได้ชัด

“เอ่อ คือ พี่” เธอพยายามที่จะหาคำมาอธิบายแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นก่อน

 “พากันมาอยู่นี่เองตามหาตั้งนาน” ทั้งคู่หันไปทางต้นเสียง ป้องเดินเข้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่พอเห็นสีหน้าของเพื่อนก็กลายเป็นยิ้มเจื่อนๆ แทน หากก็ยังทำใจดีสู้เสือเดินเข้าไปโอบไหล่เธอ

“เป็นไงบ้างฟ้าพี่แป้งพาไปไหนบ้าง” เขาถาม อีกฝ่ายก็ปัดมือออกแทบจะทันที

“ก็ แถวๆ นี้”

“อ่อ แล้ว ฟ้าอยากไปไหนอีกมั้ย”

ฟ้าเอามือกอดอก มองหน้าเพื่อน “มีน้ำตกใช่มั้ย”

“มันก็มี แต่ตอนนี้ไม่น่าจะมีน้ำ”

“ฟ้าอยากไปน้ำตก” เธอว่า ความดื้อแพ่งในสายตาคู่นั้นทำให้เขาอ่อนใจ

“ก็อยากไปดู ไหนๆ ก็อุตส่าห์มาแล้ว” เธออธิบายเสียงยาน

“ก็ไม่ได้ว่าอะไร ไปก็ไป” เขาพูดเสียงอ่อน คนคนนี้ถ้าได้ลองว่าจะทำอะไรก็ต้องทำให้ได้ เขาเองก็ไม่ได้อยากจะตามใจอะไรแต่เพราะมันขัดไม่ได้ต่างหาก

“พี่แป้งผมจะพาฟ้าไปดูน้ำตกสักพัก พี่ไปด้วยมั้ย”

“ไม่ล่ะ ป้องพาฟ้าไปเถอะเดี๋ยวพี่รออยู่ข้างบน”

ป้องพยักหน้าให้พี่สาว ก่อนจะหันมามองเพื่อนแล้วพยักหน้าชวน ก่อนจะออกเดินก่อน ฟ้าเดินตามหลังเพื่อน จนถึงทางที่ต้องเดินลงเขา ป้องจึงยื่นมือมาให้เธอจับ มันเป็นทางเลียบๆ หน้าผา กว้างพอให้เดินได้สองสามคนไม่ได้อันตรายอะไรมากนัก

“อีกไกลมั้ย”

“ประมาณอีกสามร้อยเมตรมั้งถ้าจำไม่ผิด นับจากทางลง อะ ถึงพอดีนี่ไงทางลง” เขาบอก อีกคนขมวดคิ้ว มองตามมือที่เขาชี้ก็ไม่เห็นทางลงที่ว่า ป้องเห็นดังนั้นก็ยิ้มบางๆ ออกมาก่อนจะใช้มือแหวกใบไม้ตรงนั้นออก ฟ้าเดินเข้ามาชะโงกหน้าดูแล้วเงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างตั้งคำถาม

“เราต้องไต่ลงไปข้างล่าง เปลี่ยนใจมั้ย”

ฟ้ามีท่าทีฉุกคิดเล็กน้อย หากก็ส่ายหน้าแทนการยืนยันว่าต้องการจะไปดูน้ำตกให้ได้

“งั้นไป เดี๋ยวเราลงไปก่อนแล้วกัน” เขาว่าแล้วนั่งยองๆ ลงตรงปากทาง หากิ่งไม้หรือที่เหมาะๆ จับเพื่อช่วยให้ตัวเองมีที่ยึด

“จับดีดีนะฟ้า แล้วก็ระวังลื่นด้วย” เขาบอกโดยไม่เหลียวหลังมามองคนที่ไต่ตามหลังมาเนื่องจากต้องมีสมาธิกับทางข้างหน้า

บรรยากาศข้างล่างนี้แตกต่างจากข้างบนที่สร้างเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมอย่างมาก ไต่ลงมาได้ไม่เท่าไหร่ก็สัมผัสได้ถึงความร้อนชื้น เหงื่อซึมจนรู้สึกเหนียวตัว เนื่องด้วยมีต้นไม้หนาแน่นกว่าข้างบนมากนัก ทั้งใบไม้ที่โดนตามหน้าตามตัวเวลาไต่ลงมาก็ให้ความรู้สึกไม่สบายตัวเข้าไปอีก

“อีกไกลมั้ยป้อง”

“ไม่หรอก เดี๋ยวก็ถึงแล้ว”

คำว่าเดี๋ยวของเขาช่างนานนักในความรู้สึกของเธอ ฟ้าพยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เธอรู้สึกว่ามันทั้งล้าและกระหายน้ำเอามากๆ

“เฮ้อ ถึงสักที”

ฟ้ายิ้มออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้นแม้จะยังไม่เห็นคำว่า ถึง ตามที่คนข้างหน้าบอกก็เถอะ ป้องที่ลงมายืนด้านล่างได้แล้วส่งมือให้เธอจับช่วยประคองให้เธอลงมายืนได้อย่างปลอดภัย

ฟ้าถอนหายใจอย่างหายเหนื่อย เธอยิ้มออกมากับภาพที่เห็นตรงหน้า มันไม่มีน้ำตกอย่างที่ป้องว่ามีเพียงโขดหินขนาดใหญ่ที่วางต่อๆ แต่ไอเย็นที่สัมผัสได้มันก็ให้ความรู้สึกสบาย

“บอกแล้วว่าไม่มีน้ำตก” เขาว่าแต่อีกฝ่ายคล้ายไม่ได้สนใจฟัง เธอเดินไปข้างหน้าจากหินก้อนหนึ่งไปหินอีกก้อนหนึ่ง และยิ้มออกมาเมื่อเห็นน้ำขังอยู่ตรงแอ่งระหว่างโขดหิน ซึ่งพอมองออกไปกว้างๆ ก็เห็นว่ามันมีอยู่หลายจุด

“นี่ไงน้ำ” เธอเถียง ก่อนจะก้มลงเอามือแตะน้ำ “เย็นเจี๊ยบเลย” แล้วเอามันมาแตะๆ ตามใบหน้าและลำคอ ก่อนจะเดินไปที่ข้ามไปยังหินอีกก้อน เรื่อยๆ จนอีกฝ่ายต้องร้องท้วง

“ระวังฟ้า ตกลงไปนี่เจ็บไม่น้อยเลยนะนั่น” เขาว่า ก้าวตามเธอช้าๆ ทิ้งระหะห่างอย่างจงใจ เพราะเหมือนอีกคนจะไม่ได้สนใจว่าเขามาด้วย เหมือนกำลังเพลิดเพลินกับการเดินบนก้อนหินที่เขาก็ไม่เข้าใจนักว่ามันมีอะไรพิเศษ หากเขาก็ปล่อยเธอให้เธอเดิน จนเธอไกลจากเขาออกไปเรื่อยๆ ส่วนเขาก็เลือกที่เหมาะๆ แล้วนั่งมองเธอ

เธอเลิกเดินแล้วนั่งลงบ้าง ไกลจากเขามากที่เดียวแต่ก็ยังอยู่ในที่ที่เขาจะมองเห็นได้ หลังจากที่ปล่อยให้เธอนั่งคิดอะไรจนพอใจ แล้วเห็นว่าควรจะกลับได้แล้วจึงตะโกนเรียกเธอ

“ฟ้า” เขาเรียก อีกฝ่ายหันกลับมามองแล้วโบกมือตอบ

“กลับกันเถอะ”

----

ตอนไต่ลงว่าเหนื่อยแล้วแต่ตอนไต่ขึ้นนี่หนักหนากว่าหลายเท่านัก เล่นเอาคนที่คะยั้นคะยอจะไปดูน้ำตกให้ได้กลับมาหลับเป็นตายโดยไม่คิดเกรงใจเจ้าของบ้าน สองพี่น้องมองดูคนที่นอนไม่สนใจใครอยู่บนโซฟาแล้วถอนหายใจออกมาเกือบจะพร้อมๆ กัน

“พี่แป้งไม่ได้ไปไหนใช่มั้ย ผมจะออกไปข้างนอก ถ้าฟ้าตื่นขึ้นมาแล้วถามหาบอกให้หน่อยนะ”

“อือ ขากลับซื้ออะไรมาทำอาหารเย็นด้วยล่ะ”

“ว่าจะพาฟ้าไปหาอะไรกินในเมือง”

“ซื้อเข้ามาเถอะ” เธอยังยืนยันคำเดิม ป้องยักไหล่อย่างไม่คิดจะโต้แย้งอะไรอีก

“ตามนั้น ไปล่ะ”

แป้งไม่ได้สนใจว่าน้องชายจะไปถึงไหนเธอหันมามองคนที่ยังนอนไม่รู้เรื่องรู้ราวอีกครั้งก่อนจะหยิบรีโมทบนโต๊ะมาถือไว้ในมือแล้วนั่งลงบนโซฟาอีกตัว

กว่าสามชั่วโมงที่ฟ้านอนนิ่งอยู่หน้าทีวี พอตื่นขึ้นมาก็โอดครวญทันทีเนื่องจากรู้สึกว่าปวดเมื่อยไปตามตัวโดยเฉพาะขาที่รู้สึกว่าปวดและล้าจนรู้สึกเจ็บ

“พี่แป้ง” เธอเรียก อีกฝ่ายละสายตาจากจอทีวีหันมามองคนที่เพิ่งงัวเงียตื่น

“ว่าไง”

“อือ ฟ้าปวดขา” คำบอกประกอบกับหน้างอๆ ของคนพูดทำให้เธอยิ้มออกมาพลางส่ายหน้า ไม่แปลกหรอกก็เดินขนาดนั้น แป้งลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินออกจากห้องไป อีกฝ่ายมองตามอย่างงุนงงพลางเอามือนวดๆ ขาตัวเอง ไม่นานนักแป้งเดินกลับเข้ามาในห้องนั้นอีกครั้งพร้อมหลอดยาในมือ

“ฟ้ายกขาขึ้นหน่อยให้พี่นั่งด้วย” เธอบอก อีกฝ่ายชันขาทั้งสองข้างขึ้นอย่างงงๆ พอนั่งได้แป้งก็บอกให้เธอนอนลงก่อนจะยกขาของเธอพาดบนตักของตัวเอง

“ไม่รู้ว่าช่วยได้มั้ยนะ ลองดู” เธอว่าขณะป้ายยาลงบนขาของเธอและคลึงเบาๆ ฟ้าเหลือบมองการกระทำของอีกฝ่ายด้วยความงุนงงในตอนแรก ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา

“มาเที่ยวตั้งไกลนี่หนีใครมานะ” เธอถาม ตามคำที่อีกคนบอกตอนอยู่บนเขา

“คนใจร้าย” ฟ้าตอบกลับทันที ทำเอาอีกคนหัวเราะออกมา

“นั่งนวดขาให้จนเมื่อยมือแบบนี้ยังว่าใจร้ายอีกเหรอ ใจร้ายจัง” เธอว่าพร้อมเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย ขณะที่มือก็ยังทำหน้าที่ของมันไป

“ตอบใหม่ก็ได้ ฟ้าหนีคนรู้จักของคนรู้จัก ที่บังเอิญมารู้จักกันผ่านตัวหนังสือและรูปภาพ”

“แล้วยังไงต่อ”

“ฟ้าชอบแล้วจีบก่อนเลย” บอกหน้าตาย จนอีกคนหัวเราะออกมาทำทีกับคำตอบแบบเถรตรงนั้น

“แล้วจีบติดมั้ย”

“ไม่รู้สิ เขาไม่ว่าอะไร ไม่ตอบรับ ไม่ปฏิเสธ คุยมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งก็บอกว่าควรเลิกคุย”

“งั้นเหรอ แล้วทำไมถึงหนีมาที่นี่ล่ะ”

ฟ้าเงียบ เงียบไปนานทีเดียวจนคนที่รอฟังคำตอบหยุดการเคลื่อนไหวทุกอย่าง เธอไม่กล้าเดาคำตอบของอีกฝ่าย เห็นหน้ากันวันนี้ยิ่งรู้สึกคนตรงหน้าดูเป็นคนเปิดเผยแต่คาดเดาไม่ได้

คนรู้จักของคนรู้จักคนนี้เป็นเพื่อนของน้องชายเธอ แอดเฟสบุ๊คกันตามประสาพี่ของเพื่อนกับเพื่อนของน้องไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่ด้วยความที่ชอบอะไรหลายๆ อย่างคล้ายกันและคุยถูกคอจึงคุยกันค่อนข้างบ่อย จนฟ้าเริ่มคุยในลักษณะที่เจ้าตัวเรียกว่าจีบ

ตอนแรกก็คิดว่าเธอพูดเล่นๆ เพราะเธอเองเป็นผู้หญิงที่มีบุคลิกหลายอย่างเหมือนผู้ชาย ชอบไว้ผมสั้น ไม่ชอบใส่กระโปรง เลยถูกเพื่อนผู้หญิงด้วยกันแซวในลักษณะนี้บ่อยๆ หากเธอก็ไม่เคยมีแฟนเป็นผู้หญิง

สักพักเธอก็เริ่มไม่แน่ใจว่าอีกคนพูดเล่นหรือพูดจริง ฟ้ายังคงเหมือนเดิม เหมือนวันแรกที่คุยกัน เธอรู้สึกแบบนั้น แต่เป็นตัวเธอที่เริ่มไม่มั่นคง เธอไม่กล้าถาม เพราะไม่ว่าคำตอบจะออกไปทางไหนเธอคิดว่าตัวเองก็คงจัดการมันได้ยาก

เป็นเธอที่เริ่มหนีก่อนด้วยการบอกว่าควรเลิกคุยแบบนั้น

แต่อีกคนตอบรับคำขอนั้นด้วยการเลิกคุย เลิกติดต่อ บล็อกเฟสแม้แต่ของน้องชายเธอยังโดยไปด้วยเมื่อเธอพยายามติดต่อกับเจ้าตัวทางนั้นพอโดนแบบนี้แหละถึงเพิ่งรู้ว่าควรจัดการกับเรื่องนี้ยังไง

แต่ก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะยังยอมให้เธอจัดการมันมั้ย

“ฟ้าหนีคนที่ฟ้ารู้จักผ่านแค่ตัวหนังสือมาเพื่อมาเจอพี่แป้ง ฟ้าก็อยากตอบตัวเองได้เหมือนกันว่าจริงๆ แล้วตัวเองคิดยังไงกับพี่แป้งกันแน่ และการหนีของฟ้ามันจะได้จบสิ้นลงสักทีเมื่อฟ้าเจอพี่แป้งแล้วยังรู้สึกว่าควรต้องหนีพี่แป้งไปจริงๆ”

 

“พี่ไม่ให้หนีไปไหนหรอกฟ้า” 



 

...FIN...


ผลงานอื่นๆ ของ นางฟ้าสีเทา / ฝนพราง / grayfay

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 K.W.E.
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 17:05
    .

    วิจารณ์เป็นเรื่องที่ 5 และก็เป็นแนวที่ฉีกจากแนวเรื่องอื่นอีกเรื่องด้วยสิ แข่งปีนี้นี่มีผลงานที่หลากหลายดีจัง   สำหรับนิยายเรื่องนี้ก็เป็นแนวยูริ ที่จะเรียกว่าหักมุมก็ไม่เชิง แต่เป็นการคลายปริศนาที่ดูเหมือนจะมีแอบวางปมเล็กๆให้สังเกตมาแต่ต้นละ ถือว่าการสร้างเรื่องและขมวดจบทำได้ดีในฐานะเรื่องสั้นล่ะนะครับ

     

                ก่อนอื่นในเรื่องคำผิดนั้นก็ถือว่าทำได้ดีอีกเรื่องครับ ไม่ปรากฎชัดเจนอะไร เหมือนจะเจอคำหนึ่งในตอนท้าย โดนไปด้วย พลาดเป็น โดยไปด้วย

    คำผิดถือว่าน้อยดีส่งผลให้อ่านสบาย แต่ในแง่ความไหลลื่นแล้วผมสะดุดเอาเรื่องเลยทีเดียว เพราะบทบรรยายดูจะคลุมเครือไปหน่อย โดยเฉพาะคำแทนตัว ที่บางทีใช้ในประโยคเยอะและถ้าบางฉากตัวละครสองตัวเกิดพูดสลับไปมา ก็ทำให้อ่านไปงงไปว่า เธอ นี่หมายถึงเธอคนไหน?

    คือเข้าใจว่าผู้เขียนพยายามจะเลี่ยงที่จะเรียกชื่อตัวละครซ้ำๆ แต่การใช้คำอื่นบางทีก็ทำให้สับสนหรือไม่เข้ารูปประโยคได้ครับ เช่น เธอพูดแล้วก็เงียบไปอีก อีกคนก็เงียบด้วยความคิดว่าควรจะพูดอะไรกับเธอดี

    ผมว่าในบางฉาก ก็ใช้ชื่อเน้นไปเลยน่าจะดีกว่าใช้คำเลี่ยงครับ เช่นว่าฟ้าพูดแล้วก็เงียบไปอีก ทำเอาแป้งเงียบตาม นึกไม่ออกว่าควรจะพูดอะไรกลับไปดี

    หรืออีกฉาก เธอถามตามคำที่อีกคนบอกตอนอยู่บนเขาถ้าเปลี่ยนเป็น แป้งถามซ้ำในด้วยคำพูดเดียวกับที่น้องชายเพิ่งถามไปตอนอยู่บนเขา น่าจะเห็นภาพและดูเป็นธรรมชาติกว่า รู้เลยว่าใครถามและใครเลยถามมาก่อน

    บทพูดกันสลับไปมานี่ ผมแนะนำว่าในท่อนแรกของแต่ละคนนี่ให้ใช้ชื่อจริงบรรยายต่อท้ายบทพูดไปก่อนนะครับ แล้วจากนั้นค่อยใช้คำว่า เธอ แทน เพราะจะเป็นไกด์ไลน์ให้ผู้อ่านตามได้ง่าย เพราะโดยปกติแล้วถ้ามีตัวละครสองคนเวลาพูดกันก็มันจะเป็นที่รู้กันว่าคนหนึ่งพูดคนหนึ่งพักแล้วสลับไปเรื่อยๆ ถ้าจั่วหัวบทพูดว่าใครพูดประโยคไหนแล้ว เวลาอ่านจะไม่งงว่าบทพูดต่อไปเป็นของใคร แม้ว่าจะไม่ใส่ชื่อของตัวละคร หรือ เธอ ก็ตามครับ แต่ถ้าจะเอาเนียนๆ พอถึงจุดหนึ่งค่อยกลับมาใช้ชื่อจริงอีกครั้งก็โอเค อ่านแล้วจะไม่รู้สึกว่าเป็นคำซ้ำอะไรครับ

     

    แล้วก็รูปประโยคที่ถ้าเรียบเรียงใหม่แล้วน่าจะชัดเจนขึ้น อย่างฉากนี้ ตอนไล่ลงว่าเหนื่อยแล้ว แต่ตอนไต่ขึ้นนี่หนักหนากว่าหลายเท่านัก เล่นเอาคนที่คะยั้นคะยอจะไปดูน้ำตกให้ได้กลับมาหลับเป็นตาย ถ้าปรับมาเป็นใช้ประโยคเชิงคล้อยตามกันและควบรวมเพื่อให้เป็นเหตุและผลเช่น  การไต่เขานั้นไม่ใช่เรื่องเบาๆเลย ตอนขึ้นก็ว่าหนักหนาแล้ว ตอนลงก็ยังจะเหนื่อยได้อีก พอเพลียสะสมเข้า ก็ทำเอาฟ้าที่นอนพักช่วงเย็นเผลอม่อยหลับเป็นตาย

     

    #4
    2
    • #4-1 K.W.E.
      8 มิถุนายน 2558 / 17:05

      คร่าวๆประมาณนี้ครับ ในส่วนอื่นๆถือว่าดีแล้ว เช่นการดึงบรรยากาศมาเป็นองค์ประกอบและเชื่อมโยงกับเนื้อเรื่องและตัวละคร ส่วนนี้ผมถือว่าเก็บตกได้ดีนะ ใช้ประโยชน์แวดล้อมรอบตัวและเห็นภาพ

      ส่วนบทตัวละครนั้นสำหรับฟ้าถือว่าโอเค มีเหตุมีผลชัดเจน แป้งออกจะเก็บอาการไปหน่อย ขณะที่ป้องก็น่าสงสัยว่าคิดอย่างไรกับฟ้า เพราะจู่ๆเข้าไปโอบไหล่จนถูกสาวเจ้าปัดออกนี่มันก็ยังไงๆอยู่นะ แต่โดยรวมก็ถือว่าตัวละครมาความชัดเจนดี เข้ากับเนื้อเรื่องที่วางไว้ ทำให้อ่านจบแล้วขมวดปมออกมารู้สึกโอเค

      พล็อตลักษณะการอุบเงียบในเน็ตแล้วไปถามหาความจริงจากปากเจ้าตัวอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่การอุบเงียบแล้วมาเฉลยตอนหลังก็เซอร์ไพร้ดี แล้วก็เป็นข้อคิดที่ดีด้วยเช่นกันว่าในโลกไซเบอร์ยุคที่ใครต่อใครเอาแต่อ่านตัวอักษรในจอเล็กใหญ่ที่ไม่รู้ว่าคนพิมพ์โต้ตอบนั้นพิมพ์ไปด้วยอารมณ์ใดนั้น การไปเผชิญหน้าเพื่อถามหาคำตอบแบบตรงไปตรงมา ได้เห็นสีหน้าท่าทาง ได้เห็นแววตา ได้ฟังน้ำเสียง และรับรู้จังหวะลมหายใจ เหล่านี้ก็อาจได้คำตอบที่จริงใจและใช่เลยกว่าการเค้นถามด้วยตัวอักษรเป็นไหนๆ

      สรุปแล้วก็เป็นเรื่องที่วางพล็อตได้ดี ตัวละครแค่ 3 คน เดินเรื่องจริงๆ 1 คน และอีก 1 คนเป็นตัวรับ(สร้าง)สถานการณ์ โดยใช้ฉากแวดล้อมมาเป็นประโยชน์ในการเดินเรื่อง หักมุมและแฝงข้อคิดเล็กๆ เป็นเรื่องที่อ่านสนุกเรื่องหนึ่ง เพียงแต่ว่าจะโดนดึงคะแนนในพอตัวเลยในส่วนของการบรรยายล่ะนะครับ แต่ภาพรวมก็ยังถือว่าเป็นเรื่องสั้นที่ดีอีกเรื่องหนึ่งครับ




      K.W.E.
      วิจารณ์ เมื่อ 19 เม.ย. 58
      #4-1
    • #4-2 K.W.E.
      8 มิถุนายน 2558 / 17:06
      เนื่องจากต้องลงคำวิจารณ์ทั้งหมด 44 เรื่อง ผมอาจไม่ได้แวะเวียนมาหน้านิยายเรื่องสั้นบ่อยๆ
      หากสงสัยหรือมีประเด็นประการใด หรืออยากพูดคุยทักทายแลกเปลี่ยนความเห็นใดๆ สามารถติดต่อผ่านทางกระทู้หลักได้เลยนะครับ

      http://www.dek-d.com/board/view/3516168/

      พอดีตั้งตอบกระทู้นั้นไว้ เวลามีอัพเดทจะรู้ตัวทันทีน่ะครับ
      #4-2
  2. #3 K.W.E.
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 16:49
    มาลงชื่ออ่าน + ให้คะแนนครับ

    ไว้จะมาลงคำวิจารณ์ภายหลังนะครับ
    #3
    1
  3. วันที่ 7 เมษายน 2558 / 14:08
    อาฮะ ชายหนุ่มหนึ่งเดียวในเรื่อง เป็นตัวประกอบไปเลยทีเดียว

    ก็แอบคิดอยู่ว่า ไหงเรื่องนี้เอาป้องไปนอน แล้วปล่อยให้เพื่อนไปกับพี่สาวตัวเองซะงั้น
    ถ้าไม่สนิทกัน จะพาลอึดอัดใจเสียมากกว่า (เดินคนเดียวยังสบายใจกว่า)
    เรียกว่านักเขียนเปิดโอกาสให้ตัวละครทั้งสองสาวค่อนข้างจัดเจน

    ถ้าถามว่ารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ คิดว่า "นิ่มๆ"
    เรื่องราวน่ารัก สวยงามอ่านเพลิน แต่ก็เรื่อยๆ ไปจนจบเรื่อง จุดที่พีคที่สุดดันเป็นตอนเปิดเรื่อง
    ไม่ได้คาดเดาเรื่องฟ้าและแป้ง ยอมรับว่าคาดไม่ถึง แต่ก็นิ่มๆ เรียบๆ ขาดความประทับใจ
    มุ้งมิ้งก็เหมือนไม่สุด เพราะทั้งสองตัวละครหญิงสาวยังไม่แสดงออกมาเท่าที่ควร

    แถมท้าย
    หากเปรียบเทียบกับเรื่อง "ปี4" ของปีที่แล้ว
    จุดแข็งเรื่องการบรรยายสิ่งแวดล้อม และรายละเอียดปลีกย่อยก็ยังทำได้ดี
    แต่เรื่องนี้พอมีหลายตัวละครแล้วกระจายบทไม่สมดุล (ป้องแทบไม่มีบทบาท)
    เรื่องปี4 จึงเรียกความตรึงตราใจได้มากกว่าครับ

    ขอให้เรื่องนี้ เข้ารอบ 10 เรื่องสุดท้ายนะครับผม ^^



    #2
    3
    • 12 เมษายน 2558 / 11:15
      (Copy จากข้อความลับ)

      สวัสดีครับ
      ผม Death With Love ได้จัดทำประชาสัมพันธ์เฉพาะกิจในงานประกวดเรื่องสั้นฤดูร้อน 2015
      โดยมีการวาดรูปแฟนอาร์ตให้กับเรื่องสั้นที่เข้าร่วม (ใน 10 แรกที่ส่งเข้ามาประกวด)

      ขอเรียนเชิญ ในกระทู้ด้านล่างเลยครับผม

      >>> http://www.dek-d.com/board/view/3484518/
      #2-2
    • 13 เมษายน 2558 / 02:39
      ไปส่องมาแล้วค่ะ แล้วก็จิ๊กรูปมาแปะลงในนี้แล้วด้วย ฮาา
      ขอบคุณภาพสวยๆ นะคะท่านเดธ
      #2-3
  4. #1 Hanagika Alantasia (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 14:56
    ยูริสินะคะ... หลังจากอ่านจบก็กลับไปอ่านทวนอยู่พอสมควรเลยเพราะรู้สึกงงๆ ไม่อยากเรียกว่าหักมุม เรียกว่าไม่คาดคิดจะดีกว่า แต่ก็สนุกดีนะคะ น่ารักมากกกกก อ่านไปยิ้มไปเลย เราชอบนะ มีจุดนึงที่อ่านแล้วงงมากๆ ต้องอ่านทวนและคิดพอสมควรเลย ตรงที่บอกว่า ตอนแรกก็คิดว่าเธอพูดเล่นๆ เพราะเธอเองก็... เธอครั้งแรกนี่คือฟ้า ส่วนเธอที่สองคือแป้งเหรอคะ เรางง เอาเป็นว่าเราเป็นกำลังใจให้แล้วกันนะคะ ขอให้ได้รางวัลน้า
    #1
    1
    • #1-1 แมงมุมดำ ตัวน้อย(จากตอนที่ 1)
      8 เมษายน 2558 / 21:09
      ใช้แล้วค่า คนแรกฟ้า คนต่อมาแป้ง ^^
      ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะคะ
      #1-1