พิกัดรักแสนกล [สนพ.แจ่มใส]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 207,000 Views

  • 2,444 Comments

  • 2,669 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    408

    Overall
    207,000

ตอนที่ 4 : บทที่ 2 นักสะกดรอยไร้น้ำยา (100%) อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8422
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    22 ม.ค. 61

          


               นิดานุชเลือกที่พักใกล้รถไฟฟ้าย่านไชน่าทาวน์ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเดินทางมาสิงคโปร์ แต่เพราะทำการบ้านมาดีเธอจึงค่อนข้างวางใจว่าในสามวันสองคืนนี้เธอจะสามารถดำเนินชีวิตต่างบ้านต่างเมืองได้โดยไม่ยากลำบากอะไร ประเทศสิงคโปร์เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีสิ่งปลูกสร้างทันสมัย ทั้งรถบัสที่สะอาดปลอดภัยและมีสนานีรถไฟฟ้าทั่วถึง แม้ค่าครองชีพจะแพงมากไปหน่อยก็ตาม  

                หลังจบการแข่งขันวันนี้พรุ่งนี้เธอจะต้องเดินทางกลับไทยแล้ว และเพื่อไม่ให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นเธอจึงคิดว่าจะไปเที่ยวตามแลนด์มาร์กสำคัญๆ เพื่อเก็บไว้เป็นประสบการณ์ที่เธอคิดว่าสามารถนำมาใช้สำหรับงานเขียนได้

                การเขียนคือชีวิตของเธอ...

          หญิงสาวบอกกับตัวเองเช่นนั้น เธอเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเล็กจึงเติบโตมาโดยการเลี้ยงดูของย่า แม้จะเป็นเด็กกำพร้าแต่ชีวิตเธอก็ไม่ได้ลำบากลำเค็ญอะไร เพราะย่าเป็นคนฐานะดี มีหน้ามีตาในสังคมจังหวัดราชบุรี มีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เป็นรีสอร์ทหลายแห่งทั่วจังหวัด เธออยู่อย่างสุขสบายมาได้จนอายุยี่สิบปีย่าก็มาด่วนจากไปด้วยโรคชรา ทิ้งสิ่งสุดท้ายไว้ให้เป็นมรดกยี่สิบล้านบาทถ้วน

          ย่าคงรู้ว่าถ้าหากยกรีสอร์ทให้ เธอจะต้องถูกลูกๆ ของท่านซึ่งยังมีชีวิตอยู่รุมทึ้งแย่งชิงจนเป็นเรื่องเป็นราวบาดหมางให้คนตายจะต้องผวา ท่านจึงตัดปัญหายกมรดกเป็นเงินให้ซึ่งมันอาจจะน้อยกว่าการได้รีสอร์ทสักหลังเป็นสมบัติกินยันตาย แต่นิดานุชพอใจแค่นี้ เธอเป็นแค่เด็กสาวคนหนึ่งซึ่งอยากมีชีวิตสงบสุข แม้จะเป็นชีวิตที่ไม่มีใครก็ตาม

                นิดานุชนั่งรถมาถึงแม่น้ำสิงคโปร์ แสงไฟหลากสีดึงดูดเธอในทันที ที่นี่คือ Clarke Quay เป็นศูนย์รวมสถานบันเทิงที่มีชื่อเสียงของสิงคโปร์ อดีตที่นี่เคยเป็นท่าเทียบเรือเก่าแก่ที่ใช้ขนถ่ายสินค้าจากสำเภาโบราณที่แล่นมาจากทั้งตะวันออกและตะวันตก สองฝั่งแม่น้ำเต็มไปด้วยโกดังสินค้า กะลาสีเรือ กุลีขนของ และพ่อค้าจากทุกสารทิศไม่ว่าจะอาหรับ ฝรั่ง แขกชวา จีน แต่ขณะที่นี้เธอยืนอยู่กลับไร้ภาพเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง เท่าที่เห็นก็มีแต่ชายหนุ่มวัยทำงานมานั่งดื่มสังสรรค์ มีเสียงดนตรีอึกทึกและบางร้านยังมีการโชว์รูดเสาจากสาวสวยในชุดเปิดเผย

                เธอเดินผ่านร้านอาหารต่างๆ เพื่อหาที่นั่งที่เหมาะกับตัวเอง ทว่า...เสียงพูดคุยอันดังผิดปกติของกลุ่มชายหนุ่มที่กำลังดื่มกินเรียกความสนใจจากเธอจนต้องหันไปมอง ภาพที่เห็นทำให้นักเขียนสาวถึงกับเบิกตากว้าง ใครจะคิดว่าวันนี้เธอจะได้โชคสองชั้น ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง

                ภาติวัติ 

                หญิงสาวรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เธอเดินตัวลีบมายั่งที่นั่งซึ่งไม่ไกลจากกลุ่มของเขา ทันทีทันใดบริกรก็เดินมาต้อนรับทันที เธอจิ้มมือลงบนเครื่องดื่มบางอย่างที่ค่อนข้างมีสีสัน ก่อนที่เธอจะเลิกสนใจสิ่งรอบตัวแล้วจับจ้องกลุ่มชายผู้มีผู้กำลังสนทนาอย่างรส

               

 

                “ไอ้ภาค ฟอร์มแกดีขึ้นทุกวันแบบนี้ แกคิดว่าปลายปีจะมีลุ้นมั้ยวะ” อทิตชวนพูดคุยถึงการแข่งขันของวันนี้ เขาคิดว่ามันเยี่ยมมากๆ ที่ภาติวัติพาทีมคว้าแชมป์ได้อย่างสวยหรู ส่งผลให้เขาคาดหวังถึงการแข่ง WCTT [*] ที่จะมีขึ้นที่ประเทศไทยในปลายปีนี้ 

                “มันต้องลุ้นอยู่แล้วพี่ ถ้าคว้าถ้วยนั้นได้ผมจะได้กลับไปช่วยพ่อทำงานเสียที”

                ภาติวัติบอกกับอทิต เพื่อนรุ่นพี่ผู้ชักชวนเขาเข้ามาในวงการรถแข่ง อทิตเป็นเจ้าของทีมไบร์ทไลต์ มีรายได้หลักจากสินค้าและบริการต่างๆ ที่เข้ามาขอเป็นสปอร์นเซอร์ สองปีหลังมานี้ทีมทำรายได้ดีขึ้นมากจากการที่คว้าชัยชนะหลายครั้งติดต่อกัน และยิ่งจะมีแนวโน้มดีขึ้น อย่างน้อยการได้ครองถ้วยเอเชี่ยนคัพในวันนี้ก็คงทำให้โทรศัพท์ของอทิตสายไหม้ไปเหมือนกัน   

                   “เฮ้ย! แกอยู่ช่วยฉันอีกสองปีสิวะ ทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี จะทิ้งกันง่ายๆ เลยเหรอ”

                “นักแข่งตัวสำรองก็มี ขยันปั้นหน่อยสิพี่ ผมคงไม่อยู่แข่งไปจนแก่แน่ๆ ไงวะไอ้นัฐแกเห็นแววใครมั้ย” ภาติวัติหันไปถามผู้ร่วมทีมรุ่นน้อง นัฐเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของอทิต เป็นนักวางแผน เป็นช่าง เป็นผู้ประสานงาน เรียกได้ว่าเป็นทุกๆ อย่างของทีมเลยก็ว่าได้

                “ถ้าจะให้ตอบแบบเอาใจก็คงต้องบอกว่าเวลานี้ยังไม่มีใครแทนที่เฮียได้ แต่ถ้าจะให้ตอบแบบตรงๆ ก็คือ...ตอนนี้ยังไม่มีใครแทนที่เฮียได้ สรุปเลยก็คือ เวลานี้...ทีมของเรายังไม่มีใครเก่งพอจะมาแทนที่เฮียได้เลย”

                ภาติวัติเกือบพ่นลมหายใจออกมา ไม่ได้ยินดีต่อการป้อยอของหนุ่มรุ่นน้อง แต่เพราะอึดอัดที่ต้องห้ามเท้าของตัวเองไม่ให้ส่งไปยังร่างของมันมากกว่า

                “เวอร์ไปไอ้นัฐ ที่ชนะไม่ใช่เพราะฉันเก่ง แต่ทีมเราต่างหากที่เก่ง”

                “พูดได้ดีนะเฮีย แบบนี้ค่อยน่านับถือให้เป็นลูกพี่หน่อย” คีตภัทรที่นั่งถัดไปชูแก้วบรั่นดีให้

“ใช่สิวะ โดยเฉพาะแกไอ้คราม” 

ภาติวัติบอกอย่างจริงใจ ชายหนุ่มรุ่นน้องมีดีกรีเป็นถึงวิศวกรยานยนตร์ อาชีพหลักคือเจ้าของอู่ซ่อมรถรายใหญ่ในกรุงเทพฯ ส่วนงานในสนามแข่งรถเป็นแค่งานที่ชอบและไม่ได้ทำมันเพื่อแสวงหารายได้เป็นหลัก ดังนั้นคีตภัทรจึงทุ่มเทให้กับทีมอย่างเต็มความสามารถไม่ว่าจะสถานการณ์ใด และเขาทำมันได้ดีเสมอมา

“มันแน่นอนอยู่แล้ว เฮียภาคพูดขนาดนี้แล้ว เฮียทิตน่าจะขึ้นค่าแรงให้ผมบ้างนะ”

“พูดโยงไปได้นะโว้ยไอ้คราม เงินที่แกหาได้จากอู่มากกว่าที่ฉันให้ไม่รู้กี่เท่า อย่ามาหวังรวยจากฉันหน่อยเลย ไม่ขอให้ทำฟรีก็ดีถมไปแล้ว”

“บ้าน่า ผมไม่ใช่พ่อพระนะเฮีย”

“เรื่องนั้นอย่าเพิ่งพูดถึงเลย” นัฐเอ่ยปากเพราะมีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องพูด “วันนี้ผมเห็นไอ้อรรถที่สนามด้วยนะพี่”

“จริงเหรอวะ” ภาติวัติสนใจขึ้นมาทันที

อรรถเป็นนักแข่งของเจเคเรซซิ่งทีม มีผลงานสูสีกับไบร์ทไลต์มาตลอด ทว่าสี่รายการหลังเจเคเรซซิ่งแพ้ให้พวกเขาสี่รายการรวด ส่งผลให้ทีมของอรรถถูกถอนสปอร์นเซอร์ไปหลายเจ้า และดูเหมือนว่าไม่ว่าอรรถจะพยายามเท่าไร่ก็ยังคงเข้าเส้นชัยเป็นทีมที่สองตามหลังไบร์ทไลต์อยู่ดี

ดังนั้นจึงช่วยไม่ได้ที่อรรถจะไม่ค่อยถูกชะตากับคนของไบร์ทไลต์จนครั้งหนึ่งถึงขั้นยกพวกตีกันมาแล้ว ภาติวัติไม่อยากทะเลาะด้วยเท่าใดนักเพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกของธนานุวัติ บุคคลผู้มีหน้ามีตาในสังคม การมีเรื่องอื้อฉาวจะส่งผลต่อธุรกิจของพ่อ แค่ทุกวันนี้เขาไม่ได้ช่วยงานเต็มที่ก็แย่มากแล้ว เขาไม่อยากสร้างปัญหาใดๆ ที่จะกระทบถึงท่าน แต่ทว่าลูกทีมของเขาก็เป็นหนุ่มเลือดร้อนเกินกว่าจะยอมปล่อยให้ถูกท้าทายอยู่ฝ่ายเดียว เหตุการณ์วันนั้นจึงจบด้วยการแลกหมัดกันโดยไม่รู้ผลแพ้ชนะ โชคดีที่เรื่องไม่ดังขึ้นมาจนเป็นข่าวฉาวอย่างที่กลัว แต่ถึงกระนั้นเขาก็ถูกพ่อสวดยับไปหลายชั่วโมงจนเข็ดมากอยู่ดี

“มันคงแค้นมากที่เราได้เป็นตัวแทนมาแข่งครั้งนี้ ผมกลัวว่าคนอย่างมันจะคิดไม่ซื่อ” คีตภัทรกล่าวอย่างคนที่มักคิดล่วงหน้าไปก่อน

ทั้งอทิตและนัฐพยังหน้าช้าๆ เชิงเห็นด้วย แต่ภาติวัติกลับนิ่งคิดอย่างที่คาดเดาไม่ได้ว่าเขารู้สึกอย่างไร

“อย่าไปสนใจมันเลย ปล่อยให้มันบ้าไปคนเดียวเถอะ”  

การพูดคุยของสี่หนุ่มยังคงดำเนินต่อไป ขณะที่พวกเขาไม่มีทางรู้เลยว่าทุกอย่างอยู่ในสายตาของใครบางคนตลอดเวลา


ต่อค่าาาาาาา


                    หลังจากเริ่มเมาได้ที่ ภาติวัติและพรรคพวกต่างก็ชวนกันกลับเพราะต่างเหนื่อยกับการแข่งขันกันมาทั้งวัน นิดานุชควักเงินจ่ายค่าเครื่องดื่มที่เธอไม่แตะแม้แต่นิดเดียวก่อนเดินตามสี่หนุ่มไปห่างๆ โดยที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมต้องทำถึงเพียงนี้ เธอควรจะหันหลังกลับตั้งแต่ทราบชื่อยี่ห้อของบรั่นดีที่พวกเขาดื่ม ยี่ห้อเสื้อ นาฬิกา และเครื่องแต่งกายของเขาซึ่งจะนำไปใช้ในงานเขียน แต่ทว่า...เธอไม่อาจห้ามสองขาของตัวเองไม่ให้เดินตามพวกเขาไปได้เลย  

                ภาติวัติเดินรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ ไปจนกระทั่งถึงมุมตึก อยู่ๆ ใครคนหนึ่งในกลุ่มก็ชะงักฝีเท้าและทำให้ทุกคนพลอยหยุดตามไปด้วย นิดานุชแทบเก็บเสียงร้องไม่อยู่เพราะไม่รู้ล่วงหน้าว่ากลุ่มของชายที่เธอกำลังตามอยู่นี้จะหยุดเดินกะทันหัน หญิงสาวเบิกตากว้างก่อนถอยฉาดเข้ามุมตึกให้พ้นจากสายตาพวกเขา

          ร่างบางหายใจหอบด้วยความตื่นตระหนก เธอรีบตั้งสตินับหนึ่งถึงสิบก่อนค่อยๆ โผล่หน้ามาดูอีกครั้ง แต่ปรากฎว่าภาพทีมนักแข่งรถทั้งสี่ที่เธอเห็นเมื่อนาทีก่อนบัดนี้กลายเป็นความว่างเปล่าไปเสียแล้ว เธอรีบพาตัวเองออกจากมุมตึก วิ่งไปยังทิศทางที่คิดว่าพวกเขาน่าจะไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง ทันใดนั้นเองใครบางคนก็กระชากอย่างแรงจนร่างปลิววืดไปอีกทาง

          หัวใจดวงน้อยหล่นหายไปจากอก ใบหน้าใสซีดเผือดจนขาวไปทั้งหน้า มือหนาของใครคนนั้นบีบแขนเธอแรงขึ้น สีหน้าถมึงทึงราวกับจะปลิดวิญญาณเธอ

          “คะ คะ คุณ” 

          “เธอตามฉันมาทำไม”

          ภาติวัติเค้นเสียงจนเกือบจะกลายเป็นคำราม นิดานุชเบิกตากว้างแทบหยุดหายใจ ลมตีขึ้นมากลางหน้าอก กระแสเลือดในกายวิ่งช้าลง ก่อนสติสัมปัชชัญญะจะดับมืดลงเหมือนใครมาปิดสวิซต์ ร่างบางทรุดฮวบลงโดยที่ครั้งนี้ภาติวัติไม่ปล่อยให้เธอร่วงก้นกระแทกพื้นอย่างเคย               

               

 

                นิดานุชลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยความคิดว่าตัวเองฝันไป หญิงสาวพยายามปรับสายตาเพื่อให้มองภาพรอบกายได้ชัดเจนมากขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นคือเพดานห้องสีดำทะมึน หญิงสาวต้องทบทวนความจำของตัวเองอีกครั้งและนึกได้ในทันทีว่าเพดานห้องที่เธอเช่าพักนั้น....เป็นสีขาว

                หรือว่านี่คือฝันซ้อนฝัน

                “ตื่นขึ้นมา ถ้าไม่อยากหลับตลอดไป”

                เสียงกังวาลที่เจือปนด้วยความไม่พอใจปลุกคนสลึมสะลือให้ตื่นเต็มตา ภาพที่เห็นคือชายร่างสูงสี่คนกำลังยืนล้อมเธออยู่ และเป็นภาติวัติที่จ้องมองเธอด้วยแววตาดุดัน

                ด้วยสัญชาตญาณ นิดานุชถดกายหนีจนร่วงจากโซฟาก้นกระแทกพื้นดังอัก! เคราะห์ดีที่ยังมีพรมรองรับน้ำหนักไม่เช่นนั้นเชื่อได้เลยว่าเธอจะต้องเดินไม่ได้ไปอีกหลายวัน แต่ถึงจะเจ็บเพียงใดหญิงสาวก็ไม่มีแก่ใจจะคิดถึงมันแม้แต่น้อย เพราะเวลานี้เธอกำลังประหวั่นพรั่นพรึงกับเหตุการณ์ตรงหน้ามากกว่า 

                “คุณจะทำอะไรฉัน”

                “แล้วเธอล่ะคิดจะทำอะไร”

                ภาติวัติถามขณะที่สืบเท้าเข้าไปหา นิดานุชถอยกรูจนชิดกำแพง เธอตายแน่แล้ว เธอต้องเอาชีวิตมาทิ้งในประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอน เลวร้ายไปหว่านั้น...

          เธออาจต้องมาเสียพรหมจรรย์ที่นี่

          “ฉันเปล่านะ ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไร”

          “เธอตามฉันมา” ภาติวัติโต้กลับด้วยเสียงอันดังจนร่างเล็กสะดุ้งละล่ำละลักตอบ

          “ไม่ ฉันไม่ได้ตามพวกคุณเลยนะ คุณเข้าใจผิด”

          “เธอคิดว่าฉันจำเธอไม่ได้เหรอ เธอทำถ้วยแชมป์ซุปเปอร์คาร์ฉันเสียหาย แล้วยังมาโผล่ที่นี่อีก เหลือเชื่อเกินไปหน่อยมั้ยถ้าจะบอกว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญ”

          นิดานุชกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ไม่คิดว่าเขาจะจำเธอได้

          “ปากแข็งแบบนี้ต้องใช้วิธีทรมานถึงจะยอมเปิดปาก จัดเลยมั้ยเฮีย” คีตภัทรเสนอสีหน้าจริงจังติดเหี้ยมเกรียมเสียจนคนถูกขู่หน้าซีดลงไปอีก  

          “ว่าไง เธอจะบอกดีๆ หรือว่าจะให้ใช้วิธีทรมาน อย่าเสียเวลาถามเลย ไอ้คราม เอามีดมา”

          “นี่! คุณจะข่มขืนฉันเหรอ”

          “ว่าไงนะ” ภาติวัติหันกลับมามองคนพูดด้วยแววตาคล้ายเหลือเชื่อ ในขณะที่อทิต นัฐ และคีตภัทรหน้าเหวอไปตามๆ กัน “ดูสภาพตัวเองบ้างนะ”

          คำพูดติดเหยียดหยามและสายตาดูถูกอย่างเปิดเผยของภาติวัติและผองเพื่อนทำให้ความกลัวของนิดานุชจางหายไปหมดสิ้นก่อนจะแทนที่ด้วยความโกรธจัด เธอลุกพรวดขึ้นมายืนประจันหน้ากับชายทั้งสี่อย่างเอาเรื่อง นิดานุชเกลียดการดูถูกมากที่สุด เพราะถ้ารับได้เธอคงไม่ต้องตามผู้ชายแปลกหน้ามาไกลถึงนี่เพียงเพราะต้องการดูความเป็นไปของเขาเพื่อนำไปใช้เขียนนิยายเรื่องต่อไป แต่เพราะเธอรับไม่ได้ซ้ำยังเกลียดเอามากๆ เธอถึงยอมทุ่มเทเพื่อลบคำสบประมาทของนักวิจารณ์นิรนาม และถึงเธอจะไม่ได้อยากถูกข่มเหง แต่การวิธีพูดของเขาก็น่ารังเกียจไม่แพ้กัน 

           “สถาพอย่างฉันมันเป็นยังไงไม่ทราบ”

          “เฮ้ย! ไอ้ภาค ปล่อยเขาไปเถอะว่ะ ฉันว่ายายนี่สติไม่ค่อยดีว่ะ เมื่อกี้ยังกลัวพวกเราอยู่เลยนะโว้ย! ตอนนี้มายืนเถียงหน้าตาเฉย” อทิตเดินไปกระซิบเพื่อนรุ่นน้องขณะที่สายตายังจับจ้องร่างเล็กไม่วางตา  

                “สภาพยังไงน่ะเหรอ” ภาติวัติไม่ได้สนใจคำเตือนของอทิต เขายังตอบโต้คนที่เพื่อนรุ่นพี่บอกว่า สติไม่ดีต่อไปอย่างไม่ลดละ “ที่บ้านเธอคงไม่มีกระจกล่ะมั้งถึงได้ถามคำถามนี้ออกมา ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เจอผู้หญิงที่ไร้เสน่ห์แบบเธอมาก่อนเลย อย่าว่าแต่คิดจะทำอะไรแบบนั้นเลย แค่มองยังรู้ว่าไม่ชอบ แล้วถ้าคนอย่างฉันอยากจะมีอะไรกับผู้หญิงสักคนคงไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยขนาดนั้นหรอกมั้ง”

                ภาติวัติไม่พูดเปล่าเขายังมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างบอบบางสวมชุดเสื้อยืดกางเกงยีนขายาวพดีตัว ผมยาวตรงถูกรัดด้วยหนังยางไว้กลางศีรษะบัดนี้หลุดลุ่ยจน

                “น่าเกลียด วิจารณ์ผู้หญิงเสียๆ หายๆ แบบนี้ได้ยังไง”

        “เลิกพล่ามได้ละ เธอบอกมาดีกว่าว่าเธอตามพวกเรามาทำไม ไม่งั้น...”

                  แทนคำพูด ภาติวัติคว้าแขนของหญิงสาวนิรนาม กระชากจนร่างนั้นปลิววืดมาชิดร่างของเขา กดบ่าเธอให้โน้มกายลงก่อนดึงมือบอบบางมาวางแนบกับโต๊ะแล้วหันไปหาคีตภัทร “เอามีดมา”  


----------------------------------------------------------

ใครๆ ก็พูดว่าพระเอกของอุณหภูมิปกติเป็นพวกแสนดีกับคนอื่น แต่ร้ายกับนางเอกตัวเอง

ฟังแล้วยักมือเกาหัว นี่งงมากว่าพระเอกไม่ดีตรงไหน

แต่เดี๋ยวนะ.... เอามีดมาทำม้ายยยยยย


555  ว่ากันว่า คนเลวที่น่ากลัวคือคนเลวที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองเลว เอิ้กๆ

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

17 ความคิดเห็น

  1. #2429 เจ้าชายสีเทา (@sopinpilast) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 08:36
    555555 ตลกนางเอก
    พระเอกโคตรโหดดดด คุยกันครั้งแรกก็เรียกหามีดแล้ว
    #2429
    0
  2. #2313 YulSica (@0mygirl0) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2561 / 12:23
    คุณภาค!!
    #2313
    0
  3. #1994 noodao (@daonet) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 18:35
    <p>หล่อ รวย เก่ง แต่ปากจัดได้อีกจริงๆคุณภาค</p>
    #1994
    0
  4. #138 Manpoon Boon (@manpoonboon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:07
    ดูถูกนักเขียนเหรอ หรือจะจริง
    #138
    0
  5. #92 แพรว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มกราคม 2561 / 17:51
    ไรท์คะ พระเอก เลวดีไงคะ
    #92
    1
  6. #81 TiredOfYou (@TiredOfYou) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 19:15
    เฮ้อ ขออัลนะคะถึงจะชอบเรื่องนี้มากเเค่ไหน รอไรต์มาอัพเยอะๆไม่ก็ E-book
    #81
    1
    • #81-1 อุณหภูมิปกติ (@mali07) (จากตอนที่ 4)
      22 มกราคม 2561 / 20:35
      จะพยายามอัพทุกวัน และไม่ให้ค้างนะคะ เข้าใจความรู้สึกคนรอค่ะ ^^
      #81-1
  7. #80 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 18:54
    จริงๆย
    #80
    0
  8. #79 mushroomdream (@mushroomdream) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 18:07
    รอๆๆ55555
    #79
    0
  9. #78 clubsondayak (@clubsondayak) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 12:56
    ขู่เค้าแรงๆ ว่าเค้าไม่มีเสน่ห์...
    ระวังเหอะ เกลียดแบบไหนได้แบบน๊าน
    #78
    0
  10. #77 pinksoo16 (@pinksoo16) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 11:09
    ชอบจังงงง รออ่านค่า
    #77
    0
  11. #76 Dollie (@mameaw-suju) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 10:58
    รอค่าาาา รอซื้อคุณนักรบด้วยค่า
    #76
    1
  12. #75 pimon9172 (@pimon9172) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 10:09
    เอามีดมาทำอะไร
    #75
    0
  13. #74 Sisira ศิศิรา (@sa_vas) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 09:38
    นางเอกของเราจะรอดมั้ย 5555
    #74
    0
  14. #73 pk-pixx (@pk-pixx) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 09:09
    เห้ออ อย่ากลืนน้ำลายตัวเองนะนังภาคค
    #73
    0
  15. #71 kaihunisreal (@kaihunisreal) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:24
    นางเอกสายเพ้อฝัน55555555
    #71
    0
  16. #70 LizBAMM_97 (@LizBAMM_97) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:21
    ขำโว้ยยยย
    #70
    0
  17. #69 A-Arun (@A-Arungomes) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 10:13
    เอาปี๊บคลุมหัว
    เอ้ย หมวกคลุมหัว อำพรางตัวด้วยคนค่ะ
    #69
    0