The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 13 : ตอนที่ 13 ฟ้ากับฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 13 ฟ้ากับฝน

 

                   สมัยก่อนโน่นที่พี่ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์อยู่ที่โรงแรมเก่า พี่ได้พบกับฝนซึ่งน้องเขาเป็นนักศึกษาฝึกงานที่แผนก ฝนเป็นผู้หญิงที่น่ารักมากและพี่เองก็แอบชอบน้องเขามากด้วย ฝนได้มาฝึกงานอยู่กับพี่ที่แผนกบาร์จนเราสนิทกัน และเวลาผ่านไปเราทั้งคู่ก็ตกลงเป็นแฟนกัน ช่วงเวลาที่เราคบกันนั้นพี่มีความสุขมาก เขาทำอะไรให้พี่เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้นหลายๆอย่าง เช่น ซื้อนาฬิกาเรือนนี้ให้พี่เพื่อที่จะไม่ให้พี่ตื่นนอนสาย จัดห้องนอนที่รกรุงรังให้พี่ตอนที่พี่ออกไปทำงาน แม้กระทั้งวันที่พี่โดนรถชนและต้องการเลือดกรุ๊ปบีด่วน เขาก็บริจาคเลือดให้และดูแลพี่ไม่เคยห่างจนพี่ฟื้นและหายดี

                    จนพี่กับฝนได้รักกันในที่สุด และได้มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง เธอบอกกับพี่ว่า พี่คือผู้ชายคนแรกของเธอ และพี่ก็เลยบอกฝนกลับไปว่า ฝนก็จะเป็นรักสุดท้ายของพี่ด้วยเช่นกัน

                   แต่พอเวลาผ่านไปไม่นานทางบ้านของฝนก็รู้เข้า พ่อแม่ฝนก็เลยมาเอาเรื่องพี่ถึงที่โรงแรม หาว่าพี่ไปหลอกลวงลูกสาวเค้า ซึ่งพี่เองก็บอกกับพ่อและแม่ของฝนว่าพี่รักฝนจริงๆ และจะยอมทำทุกอย่างเพื่อฝน แต่ทางพ่อแม่ฝนก็ไม่ยอมท่าเดียวบอกว่าพี่จน การงานก็ไม่ดี ไม่มีอะไรที่มั่นคง เป็นแค่บาร์เทนเดอร์ ไม่มีทางที่จะทำให้ชีวิตของลูกสาวเขาดีขึ้นและมีความสุขได้

                   สุดท้ายฝนก็โดนย้ายที่ฝึกงานไปที่โรงแรมอื่นและพี่เองก็โดนไล่ออกจากงาน หลังจากนั้นพี่ก็พยายามติดต่อฝนทุกวิธีทุกช่องทาง แต่ก็ไม่เคยได้เจอหรือได้ข่าวฝนอีกเลยตลอดระยะเวลาสามปี และพี่ก็เชื่อว่าฝนก็กำลังตามหาพี่เหมือนกัน

                   ฟ้าพูดจบก็ยิ้มแบบเศร้าๆตามน้ำค้างไปอีกคน และหันไปทางทุกคน ที่ในขณะนี้กำลังนั่งเศร้าจนน้ำตาซึมกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพายุที่ถึงกับร้องไห้โฮออกมาอย่างกับมีใครตาย ฟ้าจึงสงสัยเลยถามออกไปว่าร้องไห้ทำไมกัน

                 หนูกับน้ำร้องไห้เพราะสงสารพี่ฟ้า แต่ไอ้พายุมันร้องไห้เพราะอิจฉาพี่ที่ได้ซั่มน้องฝน

                   ใต้ฝุ่นชิงพูดอธิบายให้ฟ้าเข้าใจสาเหตุที่ทุกคนน้ำตาซึมพร้อมกับเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาแล้วก็มองไปที่พายุที่กำลังชูนิ้วโป้งขึ้นให้ทั้งสองข้าง

                 ใช่แล้ว แสนรู้ดีมาก อีกลูลีโกะ โป๊ะเชะ (เปลี่ยนชื่อเพื่อนใหม่อีก) ขอมือข้างขวาหน่อย แลบลิ้นด้วย

                   พายุพูดออกมาแบบกวนๆทั้งน้ำตา แล้วมองไปทางใต้ฝุ่นก่อนจะหันกลับมาพูดต่อไปว่า

                 โหพี่ฟ้าเรื่องของพี่นี้โคตะระน้ำเน่ากับเงาจันทร์มากเลยอ่ะ มิน่าล่ะพอพี่ฟังเพลงซึ้งๆขึ้นมาทีไร เปลี่ยนร่างเป็นพระเอกเอ็มวีทุกที แต่ผมก็สงสารพี่จริงๆนะครับรู้มั้ยผมจะยกให้พี่เป็นมายไอดอลผมเลย 

                 พายุพูดทั้งน้ำตาในขณะที่เอามือทุบอกข้างซ้ายตัวเองแล้วทำนิ้วไขว้เป็นรูปหัวใจยื่นไปให้ฟ้า โดยที่ฟ้าได้ยิ้มแบบสยอง คงคิดในใจว่า “ฉันไม่อยากเป็นไอดอลแก” แต่ก็ไม่อยากพูดอะไรออกมาให้เป็นประเด็นอีก ก็เลยเก็บเงียบเอาไว้ในใจและยิ้มให้พายุแค่นั้นพอ

                   แล้วถ้าพี่ไม่ได้เจอกับฝนอีกเลยละ แล้วพี่จะทำยังไง จะรออยู่อย่างนี้เรื่อยไปเหรอ

                   ใต้ฝุ่นเช็ดน้ำตาแล้วก็ถามฟ้า ในขณะที่น้ำค้างเองก็เช็ดน้ำตาแล้วเหมือนกัน แต่ยังคงนั่งนิ่งอยู่เหมือนเดิม

                 ไม่รู้สิ คงจะรอฝนต่อไปมั้ง เพราะว่าพี่ได้ให้คำสัญญากับฝนแล้วนี่ ว่าฝนจะเป็นรักสุดท้ายของพี่

                   ฟ้าตอบเสียงเบาๆและหันไปมองหน้าน้ำค้างที่ตอนนี้กำลังมองมาที่ฟ้าเหมือนกับว่าเธออยากจะอ้าปากพูดอะไรออกมา

                 แล้วถ้าน้องเค้ามีผัวใหม่แล้วล่ะพี่ และถ้าบังเอิญน้องเค้ามีผัวเยอะตั้งหลายคนด้วย แถมมีลูกติดมาสักสองสามคนล่ะ พี่จะทำไง

                   พายุถามแทรกขึ้นมาด้วยความอยากรู้และกวนเบื้องล่างเป็นที่สุด ในขณะที่ทุกคนพร้อมใจหันหน้ามาทางพายุแล้วก็จ้องมองด้วยสายตาแบบอยากจะให้คำว่า อี...เอี้ย (กระต่ายตัวน้อยๆที่ชูคอลอยอยู่ในน้ำชอบลากไก่ลงไปกินเล่น) ซะเหลือเกิน

                   ยัง พายุมันยังไม่จบอยู่เพียงแค่นั้น มันใช้จังหวะนี้รีบเปลี่ยนเพลงในมือถืออย่างรวดเร็ว แล้วเปิดเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อจรรโลงบรรยากาศในค่ำคืนนี้ในทันที

 

 

ในวันที่ฝนพรำ

ใจฉันมันเปียกปอนด้วยน้ำตา

บางครั้งมันก็อยากให้ฝนโปรยลงมา

กลบรอยน้ำตาที่เอ่อ

ในวันที่ไร้เธอ

ตัวฉันยังเหม่อมองดูฟ้าไกล

มองฟ้าครามเปลี่ยนเป็นเมฆฝนที่มืดหม่น

และมีแต่ความเสียใจ

ฤดูกาลจะผ่านไปเท่าไร

ก็ยังจำเรื่องราวทุกอย่าง

ฟ้าที่มองกลับเหลือแต่ความอ้างว้าง

 

                   เพลงฤดูฝน ของคณะดนตรีขวัญใจแม่ม่าย วงพา.. ราด๊อกซ์ (กรุณาว๊าก คำว่าด๊อกซ์อีกครั้งยาวๆ) ถูกเปิดขึ้นมายิ่งทำให้บรรยากาศในคืนนี้ยิ่งเศร้าและเหงาขึ้นไปอีก ก่อนที่ฟ้าจะทำทีไม่สนใจเพลงของพายุและบอกออกไปว่า

                 แต่ไม่เป็นไรหรอก พี่เชื่อว่าเดี๋ยวพี่ก็คงจะได้เจอฝน เพราะวันนี้ดูหมอก็ทักพี่แล้วว่า จะได้เจอฝนอีกในไม่ช้านี้แน่นอน

                   ฟ้ายิ้มออกมาพร้อมกับพูดเสียงดังขึ้นเหมือนกับว่าเริ่มมีความหวังและมีแรงฮึดขึ้นมาอีกครั้งในทันที

                   พรุ่งนี้ก็ได้เจอแล้ว

                   น้ำค้างพูดออกมาลอยๆ หลังจากที่นั่งเงียบๆคนเดียวตลอดทั้งคืน จนฟ้าหันมามองน้ำค้างแล้วก็ทำท่างงๆก่อนจะพูดออกไปว่า

                   อย่างนั้นก็ดีสิ ต้องขอขอบคุณน้ำนะที่วันนี้ทำให้พี่เจอแต่เรื่องดีๆ

                   ฟ้าบอกกับน้ำค้างพร้อมกับยิ้มออกมาในขณะที่น้ำค้างมองหน้าฟ้าและพูดออกมาว่า

                   “อืม….น้ำลืมไป พรุ่งนี้มีธุระตอนเช้า งั้นน้ำกลับก่อนนะทุกคน

                   น้ำค้างพูดจบก็ลุกขึ้นและรีบวิ่งฝ่าฝนไปยังหน้าปากซอยในทันทีในขณะที่คนอื่นๆได้แต่อึ้งและงงกันไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ฟ้าจะพูดตะโกนออกไปว่า

                   เห้ยน้ำ ฝนยังตกหนักอยู่เลยนะ จะไปยังไงล่ะนั้น

                   ฟ้ารีบตะโกนทักท้วงน้ำค้าง แต่ก็ไม่ทันแล้วเพราะตอนนี้น้ำค้างเธอได้วิ่งฝ่าฝนออกไปจวนจะถึงหน้าปากซอยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

                 น้ำค้างมันคงจะรีบจริงๆ ถึงวิ่งตากฝนไปอย่างนั้น สงสัยฟังเรื่องของพี่ฟ้าแล้วอยากจะมีผัวขึ้นมาทันที เห้อ ใจร้อนจังเลยนะแก รอให้ฝนหยุดตกหน่อยก็ไม่ได้

                   พายุพูดเสริมขึ้น ในขณะที่ฟ้าและใต้ฝุ่นได้แต่มองหน้าพายุที่สามารถคิดอะไรแบบนี้ได้ จนมีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นเข้ามาทางทุกคน

                   ไปก่อนนะคะทุกคน ผัวมารับแล้ว

                   ใต้ฝุ่นบอกกับฟ้าและพายุแล้วเธอก็ลุกขึ้นเดินไปหาแฟนหนุ่มที่กำลังเดินกางร่มมารับ

                   โห น่าอิจฉาใต้ฝุ่นเนอะ ได้กลับบ้านแล้ว เหลือแต่พี่ที่ต้องรับกรรมต่อไป เห้อ

                   ฟ้าพูดแล้วก็ถอนหายใจหันไปทางพายุเหมือนกำลังจะบอกเป็นนัยๆว่า “สุดท้ายก็ต้องอยู่กับมันสองคนจนได้” ในขณะที่พายุไม่เข้าใจความหมายของฟ้า และกำลังทำหน้าอิจฉาใต้ฝุ่นอยู่อย่างแรง

                   เชอะ ได้ผัวหล่อกว่ากูอีก อีใต้ฝุ่น ทำเสน่ห์ใส่เขาหรือเปล่าวะ

                   พายุออกอาการแนวกำลังอิจฉาเพื่อน (สงสัยอยากได้สามีของใต้ฝุ่น) แล้วก็ทำท่าตกใจที่เห็นฟ้ามองมาทางเขาแบบแปลกๆ ก่อนที่พายุจะพูดออกไปว่า

                 “อะไรพี่ เป็นอะไร อยู่กับผมกันสองต่อสอง แล้วเกิดมีอารมณ์เหรอ เห็นอย่างนี้ผมก็เลือกนะพี่  เอ้าก็ได้ อย่าทำเค้าแรงนะตัวเอง เค้าไม่เคย”

                   พอได้ยินพายุพูดแบบนั้นฟ้าก็เหมือนอยากจะวิ่งตากฝนตามน้ำค้างไปอีกคน ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ๆแล้วนั่งมองฝนที่ตกหนักต่อไปแบบเซ็งสุดๆ

                   ในขณะที่ใต้ฝุ่นนั่งรถไปกับแฟนพอรถแล่นออกมาถึงหน้าปากซอย ใต้ฝุ่นก็เหลือบไปเห็นน้ำค้างที่ยืนตากฝนอยู่ก็เลยพูดออกมาคนเดียวเบาๆว่า

                 “อ้าว น้ำมันไม่ได้รีบกลับไปห้องอย่างที่บอกนี่แล้วทำไมไม่ไปหลบฝนที่ร้านสะดวกซื้อก่อน ไปยืนตากฝนให้เปียกทำไมกัน”

                    ใต้ฝุ่นเลยบอกให้แฟนหยุดรถและลดกระจกรถลงเพื่อตะโกนถามน้ำค้างที่ยืนอยู่ไปว่า

                 น้ำ น้ำ ขึ้นรถมาเร็ว เดี๋ยวเราไปส่ง

                   ใต้ฝุ่นตะโกนเรียกน้ำค้าง ในขณะที่น้ำค้างหันมาและบอกว่ากับใต้ฝุ่นว่า

                   ไม่เป็นไรค่ะใต้ฝุ่น ขอบคุณมากๆ ไปเถอะคะ

                    น้ำค้างยิ้มให้ แล้วก็วิ่งข้ามถนนไปอีกฝั่งในทันทีก่อนที่จะวิ่งต่อไปตามทางท่ามกลางฝนที่ยังตกหนักจนใต้ฝุ่นหันมาพูดกับแฟนว่า

                   น้ำจะรีบไปไหนของเขานะ ฝนก็ยังตกหนักอยู่เลย แต่เมื้อกี้มัน…”

                   ใต้ฝุ่นสงสัยในตัวของน้ำค้าง และมีอีกอย่างที่เขาเห็นแต่ก็ไม่ได้พูดออกไปเหมือนกับว่าไม่แน่ใจอะไรบางอย่าง ก็เลยให้แฟนออกรถออกไปเพื่อกลับบ้านคนละทางกับที่น้ำค้างวิ่งฝ่าฝนไป ในค่ำคืนที่ฝนคงตกอีกอยู่อีกนานในหัวใจของบางคน

2 ความคิดเห็น