The October ลิขิตฟ้า ตามหารัก Season 1

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12 ที่เก่าเวลาเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

ตอนที่ 12 ที่เก่าเวลาเดิม

 

                   พายุรีบนำเครื่องดื่มที่ฟ้าทำไปเสิร์ฟให้กับลูกค้าทั้งสองคน เมื่อคุณอาทิตย์และคุณตะวันได้ชิมค็อกเทลที่ฟ้าทำให้ ก็มีท่าทางที่ชื่นชอบ และก็ได้คุยกันต่อสองคนในระหว่างที่นั่งรอซุปที่สั่งไป

                   จนเวลาผ่านไปเกือบจะสองทุ่ม คุณอาทิตย์และคุณตะวันก็ทานอาหารทั้งหมดจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งคู่จึงลุกขึ้นเดินมาหาคุณหมอกที่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะเดิมเพื่อจะลากลับกัน

                 อาหารและเครื่องดื่มอร่อยมากครับพี่ เดี๋ยวผมจะแนะนำเพื่อนๆให้มาทานกันนะครับ

                 โอ้ ขอบใจมากอาทิตย์ แล้วพรุ่งนี้จะเข้ามาอีกหรือป่าว พี่เพิ่งโทรหาเจ้าตัวยุ่งให้เข้ามาช่วยพี่ทำแผนการตลาดให้ที่ร้านหน่อยน่ะ

                   คุณหมอกกล่าวขอบคุณและถามคุณอาทิตย์ที่กำลังยืนอยู่กับคุณตะวัน

                 น่าจะไม่ได้มาครับ พอดีผมติดต้อนรับลูกค้าที่ไซต์งานนะครับ น่าจะยาวถึงสามสี่วันเลย ไว้โอกาสหน้าแล้วกันนะครับพี่หมอก งั้นผมไปก่อนนะครับ สวัสดีครับพี่

                   คุณอาทิตย์พูดปฏิเสธคุณหมอกก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไปจากร้านแล้วขับรถยนต์ออกไป ส่วนคุณหมอกที่เดินออกมาส่งคุณอาทิตย์ก็เดินกลับไปนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่มุมเดิม

                   เวลาผ่านไปสามทุ่มแล้ว วันนี้ที่ร้านมีลูกค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่องจากโต๊ะของคุณอาทิตย์นับได้ตอนนี้ก็ปาเข้าไปสิบกว่าโต๊ะแล้ว ทำให้ทุกคนได้ทำงานกัน หลังจากที่เมื่อวานฝนตกหนักจนไม่มีลูกค้าเลยสักโต๊ะ และข้อดีข้อหนึ่งของการที่มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆนั่นก็คือ มันจะทำให้เวลาในทำงานผ่านไปอย่างรวดเร็ว

                   พี่แสงก้มมองดูเวลาอีกทีก็ปาเข้าไปจะเที่ยงคืนครึ่งแล้ว ถึงเวลาที่จะลาสท์ออเดอร์อาหารแล้ว (ถามลูกค้าว่าจะรับอะไรเพิ่มไหมก่อนจะปิดครัว) พี่แสงก็เดินเข้าไปถามลูกค้าทีละโต๊ะว่าจะรับอาหารอะไรเพิ่มไหมจนครบหมดทุกโต๊ะ แล้วก็เดินเข้าไปในครัว

                 ป้าคะนิ้ง ปิดครัวได้เลยครับ ลาสท์ออเดอร์ลูกค้าแล้ว

                   พี่แสงบอกให้ป้าคะนิ้งที่ยืนรอคำสั่งให้ปิดครัวได้เลย

                   จ้า พ่อแสง ขอบใจมากนะ

                   ป้าคะนิ้งขานรับพร้อมกับบอกให้น้ำค้างเก็บข้าวของต่างๆที่อยู่ในครัวไว้ให้เข้าที่เพื่อปิดการให้บริการในคืนนี้ในส่วนของแผนกครัว ในขณะที่พี่อากาศพอเสร็จสิ้นจากการทำอาหารเพราะปิดครัวแล้ว ก็รีบขอตัวออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกหลังร้าน เพราะกฎเหล็กของป้าคะนิ้งก็คือ ห้ามสูบบุหรี่ในขณะที่ยังทำงานอย่างเด็ดขาด ถึงจะไปสูบข้างนอกก็เถอะ ดังนั้นพี่อากาศจึงแทบจะลงแดงอยู่แล้ว

                   ส่วนฟ้าที่เห็นว่าพี่แสงเริ่มทยอยลาสออเดอร์ก็ค่อยๆเก็บอุปกรณ์ล้างและเช็ดเตรียมไว้ก่อน เพราะแผนกเครื่องดื่มจะลาทส์ออเดอร์ตอนเที่ยงคืนสี่สิบห้านาทีหลังจากที่ครัวปิด ไม่นานนักลูกค้าก็เริ่มทยอยกลับไปทีละโต๊ะสองโต๊ะจนหมดลูกค้าในเวลาตีหนึ่งสิบนาที

                   ทุกคนเลยเริ่มช่วยกันยกเก้าอี้ขึ้นไว้บนโต๊ะเพื่อที่จะได้กวาดพื้นได้อย่างสะดวกในวันพรุ่งนี้ ส่วนพี่แสงก็สรุปยอดการขายของคืนนี้จากระบบคอมพิวเตอร์และเก็บเงินใส่ถุงเพื่อที่จะนำไปฝากธนาคารให้กับคุณหมอกในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับสรุปรายงานทั้งหมดส่งทางไลน์ให้คุณหมอกทราบซึ่งแกได้กลับไปแล้วตอนเที่ยงคืน

                   ทุกคนเมื่อเสร็จจากการเก็บร้านทุกอย่างตอนตีหนึ่งห้าสิบนาทีจึงทยอยกันตอกบัตรและออกทางด้านหลังร้านเพื่อจะแยกย้ายกันกลับบ้าน แต่แล้วจู่ๆฝนเจ้ากรรมก็ตกลงมาอย่างหนักแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย (แล้วทำไมจะต้องมีปี่มีขลุ่ยด้วย) ทำให้ทุกคนต่างก็ร้องโอ้โหออกมาด้วยความเซ็ง

                 อะไรกันว้า มาตกเอาที่ตอนจะกลับบ้านเนี้ยนะ เซ็งวะ อยู่ตั้งนานก็ไม่คิดที่จะตก เหมือนแกล้งกันชัดๆเลย

                   พายุมองฝนที่ตกลงมาและเริ่มบ่นออกมาแบบเซ็งๆ

                   ต้องนั่งรอฝนหยุดตกอีกแล้วเหรอนี่คืนนี้ เห้อ

                   ฟ้าก็เริ่มที่จะบ่นเล็กน้อยเพราะคงไม่อยากจะอยู่ติดฝนกับพายุเหมือนกับเมื่อคืน ในขณะที่พี่แสงขับรถกระบะออกมาแล้วหยุดพร้อมกับลดกระจกแล้วถามทุกคนออกมาว่า

                 มีใครไปทางดาวคะนองบ้างไหม เดี๋ยวพี่ไปส่ง

                   ทุกคนยิ้มและส่ายหัว พี่แสงก็เลยขับรถกลับบ้านไปคนเดียว  ไม่นานนักป้าคะนิ้งก็ขี่รถมอเตอร์ไซค์ชอปเปอร์ออกไปกับจันทร์เจ้าเพราะว่าแกมีเสื้อกันฝน ส่วนทะเลทักทายพวกพายุเสร็จแล้วก็วิ่งแจ้นฝ่าฝนกลับไปห้องในทันทีโดยที่ไม่กลัวเปียก ส่วนพี่อากาศก็ขี่ไปกับแฟนที่มารอรับอยู่แล้ว (คู่นี้ก็มีเสื้อกันฝน) ก็คงเหลือทีมชุดเดิมที่เหมือนกับเมื่อวานที่ต้องนั่งรอฝนหยุดตกอยู่ตรงหน้าร้าน

                 เอาอีกแล้วหรือนี่ นี่ผมต้องมานั่งรอให้ฝนหยุดตกเป็นเพื่อนกับทุกคนอีกแล้วใช่ไหมเนี้ย ที่เก่าเวลาเดิมเลย เห้อเซ็ง

                   พายุพูดแบบเซ็งๆเหมือนกับว่าทุกคนเขาอยากจะอยู่ติดฝนกับพายุอย่างงั้นแหล่ะ ในขณะที่คนอื่นๆหันมามองหน้าพายุแบบเบื่อๆ ก่อนที่ฟ้าจะบอกไปว่า

                 ไม่เป็นไรนะ กลับได้เลยพายุไม่มีใครเขาว่า พี่รอฝนหยุดตกคนเดียวได้ พายุก็มีเสื้อกันฝนแล้วนี่ หรือจะไปซื้อใหม่ที่ร้านสะดวกซื้ออีกทีก็ได้นะ

                   ฟ้ารีบพูดออกไปเพื่อไล่ให้พายุกลับไปก่อนได้เลย ในขณะที่พายุหันมามองหน้าฟ้าแล้วยิ้มแบบมีเลศนัยและบอกกับฟ้าว่า

                 ไม่ดีกว่า ผมไม่ใช่คนแบบนั้นครับพี่ ผมไม่เคยทิ้งเพื่อนให้นั่งเหงาอยู่คนเดียว ผมเป็นคนดีและหล่อมาก

                   พายุยังไม่ยอมหยุดคิดในแง่ดี ทุกคนก็เลยหันไปทางพายุและคงคิดในใจเหมือนกันว่า “แต่กูอยากอยู่คนเดียว” แล้วทำท่าทางเหมือนอาหารที่ทานเมื่อตอนเย็นเริ่มจะเป็นพิษเอาในตอนนี้ ก่อนที่ฟ้าจะเปลี่ยนประเด็นไม่สนใจพายุ แล้วหันไปหาน้ำค้างที่นั่งอยู่เงียบๆมาตั้งนานแล้ว และถามขึ้นมาว่า

                   อ้าว น้ำไม่รีบกลับบ้านไปหาแฟนเหรอ

                   ไม่ทันที่น้ำค้างจะตอบก็มีเสียงจากคนที่ทุกคนไม่อยากได้ยินดังเข้ามาว่า

                 โธ่พี่ มีฟงมีแฟนอะไร ใครจะไปเอามัน คนอะไรตัวดำ คนอะไรแขนโต คนอะไรขาโต คนอะไร คนอะไร ดูๆไปยิ่งไร้เสน่ห์เหลือเกิน

                   พายุรีบตอบแทนน้ำค้างด้วยเพลงของพี่ป้าง แต่ไม่ทันที่พายุจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียง ผั๊วะ!! ดังขึ้นกลางหัวของพายุที่เจ้าตัวเผลอร้องออกมาอย่างดังว่า เอ๋งงงง!!!!! คล้ายๆเสียงของตัวอะไรก็พอจะเดากันได้ เพราะโดนน้ำค้างตบเอากลางกระบาลอย่างแรง

                   โห น้ำ บอกแล้วใช่ไหมอย่าใช้เท้าหน้าตบหัว คนบ้าอะไรมือโคตรหนักเลย คนอะไร คนอะไร

                   พายุเจ็บแต่ยังวอนไม่เลิกในขณะที่น้ำค้างเมื่อระบายความรู้สึกลงตรงกลางหัวพายุแล้วก็ยังคงนั่งนิ่งไม่ได้โต้ตอบอะไร จนใต้ฝุ่นที่นั่งฟังอยู่เฉยๆเลยพูดขึ้นมาว่า

                 ใครบอก น้ำมีแฟนแล้วนะ วันก่อนตอนที่ร้านยังไม่เปิด น้ำบอกเองว่าย้ายมาทำงานแถวนี้เพราะตามแฟนมา แฟนน้ำน่าจะทำงานอยู่แถวฝั่งธนนี่แหล่ะหนูจำได้

                   ใต้ฝุ่นพูดแก้ตัวให้น้ำค้างที่ได้แต่นั่งเฉยๆไม่ได้โต้ตอบอะไร แต่ก็โดนพายุสวนมาทันควันว่า

                 อะไรว้า รู้จักกับมันมาเกือบสามปีไม่เห็นมันจะไปไหนมาไหนกับใครเลย ยิ่งผู้ชายยิ่งไม่เคยเห็น นี่แกแอบไปเป็นชู้กับผัวชาวบ้านมาหรือป่าววะน้ำ

                   พายุยังไม่หยุดปากมอม ในขณะที่น้ำค้างเองก็ยังนั่งนิ่งไม่โต้ตอบอะไรจนใต้ฝุ่นทนไม่ไหวก็เลยบอกไปว่า

                   อีพายุปากหมา เพื่อนเขาออกจะน่ารัก เขาแค่ไม่อยากเปิดตัวแฟนให้แกปากหมาใส่ล่ะซี คนอะไรเลี้ยงหมาทั้งฝูงในปากได้

                   ใต้ฝุ่นด่าใส่พายุอีกดอก ทุกคนจึงหันไปทางน้ำค้างที่กำลังยิ้มแบบแห้งๆ เศร้าๆเหมือนไม่สบายใจอะไรบางอย่างและก็นั่งนิ่งแบบผิดสังเกต จนพายุไม่กล้าแซวเล่นต่อจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปทางฟ้า

                 ว่าแต่พี่เหอะ ผู้หญิงที่ชอบเหม่อลอยถึงบ่อยๆเป็นใครกันน่ะ แฟนเหรอ อยากรู้จังเล่าให้ฟังหน่อยสิพี่

                   พายุรีบเปลี่ยนเรื่องเม้าท์ใหม่มาทางฟ้าทันทีและก็เปิดประเด็นร้อนที่หลายคนกำลังสงสัยอยู่ได้เข้าเป้ามากๆ

                   ใคร ผู้หญิงอะไร นี่แกสอวอรู้ได้ยังไง ทาโร่จริงๆเลยนะ”

                 ฟ้ารีบปัดไปให้พ้นจากตัวโดยใช้มุขทาโร่เพื่อให้พายุงงและสตั๊นไปชั่วขณะ แต่พายุเองก็ยังไม่ยอมแพ้ พยายามที่จะหาทางรู้ให้จนได้

                 อะไรคือท่าโร่พี่ งง แหม ก็พี่เล่นเหม่อลอยซะแบบนั้นไม่คิดถึงผู้หญิงจะให้คิดถึงกะเทยควายที่ไหน (พร้อมแหล่หางตาไปทางใต้ฝุ่นที่นั่งอยู่เฉยๆ) เล่ามาเถอะพี่ น้องอยากฟัง

                   พายุต้องการที่อยากจะรู้เรื่องของชาวบ้าน จึงนั่งทำตาปริบๆ แบบน่ารักน่าถีบประมาณว่าอยากรู้มากมายจริงๆนะ จนฟ้าที่มองอยู่รีบพูดขึ้นไปว่า

                   เรื่องมันยาวพี่ไม่มีเวลาเล่าหรอก เดี๋ยวฝนก็หยุดตกแล้ว เล่าขาดตอนกลัวฟังแล้วจะอารมณ์เสียกันเปล่าๆเนอะ

                   ฟ้ายังปฏิเสธต่อเลยอ้างเรื่องของเวลาและฝนที่เริ่มจะซาลง แต่คงใช้ไม่ได้ผลกับพายุที่อยากรู้อยากสอดเลยบอกกับฟ้ากลับไปว่า

                 แต่น้องมีเวลาเยอะ และเนี้ยฝนก็ตกหนักลงมาอีกแล้ว ให้พี่เล่าสองชั่วโมงเลย

                   พายุยังตื้อไม่เลิกในขณะที่ฝนก็เทลงมาหนักอีกครั้งแต่ฟ้าก็ยังนั่งนิ่งๆแบบไม่รู้ไม่ชี้ เขาเลยใช้ท่าไม้ตายขั้นสุดยอดโดยการหยิบเอามือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพื่อที่จะเปิดเพลงบิ้วอารมณ์ให้ฟ้าเล่าเรื่องของผู้หญิงในจินตนาการออกมาให้ได้

“ในชีวิต จะมีหนึ่งฤดู

ทำให้ฉันนั้นรู้สึกคิดถึงคนหนึ่งคน ใครคนนั้น

เราพบกัน และต้องไกลในวันที่ฝนพรำ

เช่นวันนี้

 

ฝนตกยิ่งนึกถึงทีไร ก็ยิ่งชุ่มฉ่ำ อุ่นในหัวใจ

แม้ว่าคืนนี้อากาศจะหนาวซักเท่าไร

ก็ขอฝากลมฝนช่วยเป็นสื่อให้เธอรู้”

 

                   ฟ้าพอได้ยินเพลงต้องห้ามก็รีบหันไปมองหน้าพายุแบบเซ็งๆ ประมาณว่าจุ้นเสียจริงๆเลย ในขณะที่พายุก็นั่งยิ้มเฉ่งด้วยความสะใจ ก่อนที่ความพยายามของพายุจะสำเร็จ ฟ้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ยอมแพ้ให้กับพายุและจำใจเล่าออกไปว่า

                   เอาละๆ พี่ยอมเล่าให้ฟังก็ได้ เรื่องมันมีอยู่ว่า…………”

2 ความคิดเห็น