กว่าจะมาเป็นราชาปีศาจ(มีE-book)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 11,990 Views

  • 145 Comments

  • 622 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    329

    Overall
    11,990

ตอนที่ 27 : บทที่ 22 ยินยอม (รีไรท์ครั้งที่1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

บทที่ 22 ยินยอม

            “หยุด” เสียงของเซียนหนุ่มเริ่มสั่นเครือ มือขาวปานไข่มุกเกาะเสาพยุงยึดตนเองไว้ ขณะที่ร่างสูงกว่าแข็งแรงกว่ากำลังรบเร้าอย่างอ่อนโยนให้ตนยอมคล้อยตามอย่างช้าๆจากด้านหลัง เดี๋ยวจูบบ้างเดี๋ยวขบกัดบ้าง นี่มันชักจะเลยเถิดเกินไปแล้ว

                “ถ้ามากกว่านี้ล่ะก็” ไป๋จิ้นกว่างเอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามที่จะเตือนสติอีกฝ่ายให้หยุดทำเรื่องขาดสติ

                หยางเจิ้งเฉินก้มลงไปจูบที่บริเวรลำคอขาวของคนตรงหน้าโดยไม่ฟังเสียงของคนที่กำลังกอดจูบแม้แต่น้อย เพราะรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ขัดขืนจริงจัง

                หยางเจิ้งเฉินลากไล้ริมฝีปากอย่างเชื่องช้าและอ่อยอิ่ง ไม่รีบร้อน ส่วนมือหนาใหญ่ก็ขยับลูบเนินหน่อเนื้อสีชมพูผ่านเนื้อผ้า

                ราวกับกระแสไฟฟ้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสั่นกระตุกจนทั้งร่างอ่อนแรง ความวาบหวามส่งผลให้ไป๋จิ้นกว่างเม้มริมฝีปากก้มหน้าเกาะเสาแน่น หากปล่อยล่ะก็ เขาต้องทรุดลงไปกองเพราะขาอ่อนยวบแน่ บางครั้งก็เผลอส่งเสียงร้องออกมาเพราะคนด้านหลังใช้นิ้วบีบหน่อเนื้อสีชมพูแรงเกินไป

                “หยุดสักที..

                หยางเจิ้งเฉินดึงร่างของไป่จิ้นกว่างให้หันกลับมาหาตน ปรากฎว่าตนตรงหน้าจากที่มีผิวขาวผุดผ่องบัดนี้หน้าแดงตัวแดงแถมยังสั่นเทิ้มไปทั้งตัว มือขาวที่เคยเกาะเสาไว้แน่นบัดนี้มาเกาะอยู่บนบ่าของเขาราวกับเขาเป็นที่พึ่งของร่างที่อ่อนระทวยในยามนี้ไปเสียแล้ว

                น่ารักอะไรเสียจริง

                หยางเจิ้งเฉินเชยคางของไป๋จิ้นกว่างขึ้นมา แม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามหลบสายตาที่จดจ้องมาอย่างเขินอาย แต่สุดท้ายก็สบตากลับมาอย่าลึกซึ้ง

                เมื่อสบโอกาสที่ไม่มีทีท่าขัดขืนรุนแรงของคนงาม หยางเจิ้งจึงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้บดบังแสงสว่างและวิสัยทัศน์การมองเห็นวิวธรรมชาติเสียหมดสิ้น

                ไป๋จิ้นกว่างสัมผัสได้ถึงริมฝีปากนุ่มชื้นร้อนที่ทาบทับลงมาบนริมฝีปากของตน มันค่อยๆแทรกผ่านเข้ามาอย่างอ่อนโยน จากความชื้นเปลี่ยนเป็นเปียก เซียนหนุ่มอ้าปากรับทุกอย่างที่ถูกส่งผ่านมาอย่างยินยอม ปล่อยให้อีกฝ่ายเข้ามารุกล้ำลิ้มรสความหวานภายใน

มือขาวเกาะไหล่เปลือยของหยางเจิ้งเฉินแน่นขึ้นจนกลายเป็นขยุ้มเนื้อ จนเป็นรอยแดงช้ำ ทว่าคนร่างสูงกว่าลืมเจ็บไปเสียสิ้น เพราะมีสิ่งอื่นที่ดึงความสนใจได้มากกว่าความเจ็บเล็กๆน้อยๆ

                หลังจากลิ้มรสความหวานล้ำจนพึงพอใจในระดับหนึ่ง หยางเจิ้งเฉินจึงถอดริมฝีปากออกเกิดเป็นสายใยใสที่เชื่อมสัมผัสผ่านทางหยาดน้ำจากริมฝีปาก ดวงตาของไป๋จิ้นกว่างปรือราวกับมึนเมา ใบหน้าขาวแดงสุกร้อนไม่หาย ตอนนั้นเองเองที่หยางเจิ้งเฉินแทบทนไม่ไหว อุ้มร่างของคนงามในสายตาแล้วก้าวขึ้นเรือนตรงไปยังห้องนอน

                ช่วงเวลานั้นทั้งสองได้อาบน้ำชำระกายด้วยกัน เป็นการอาบที่ค่อนข้างรีบร้อน เพียงไม่นานก็เสร็จสิ้น

                กว่าไป๋จิ้นกว่างจะรู้ตัว ก็พบว่าตนกำลังนั่งเอนตัวอยู่บนเตียงนุ่มสบาย เขาก้มมองมือของตนเองที่วางแนบอยู่บนผืนผ้าปูเตียง เรียวนิ้วขยับกำแน่น เมื่อเงยหน้าขึ้นพบว่าหยางเจิ้งกำลังค้ำยันบดบังราวกับเป็นหลังคาคลุมเหนือร่างของเขา

                มือของหยางเจิ้งปลดเปลื้องเสื้อที่ใช้ซับน้ำของไป๋จิ้นกว่างลงมาครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวทั้งสองข้าง คนถูกถอดหันหน้าหนีไปอีกทางอย่างเขินอาย คิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว

                นัยน์ตาสองสีจดจ้องเรือนร่างขาวงดงามที่กำลังเปลือยครึ่งตัวถึงจะเคยเห็นมาแล้ว แต่ยามนี้มันช่างน่าอภิรมย์กว่าครั้งไหนๆ

                “ยอมข้าแล้วใช่หรือไม่”  

ไป๋จิ้นกว่างไม่ได้ตอบ เเต่เขาก็ไม่ได้ขัดขืน หยางเจิ้งเฉินจึงถือว่านั่นคือการยินยอม

ร่างสูงก้มลงจุมพิตลำคอขาวของคนงามตรงหน้าพร้อมๆกับโน้มตัวให้อีกฝ่ายนอนราบลงไป ริมฝีปากอุ่นชื้นค่อยๆลากผ่านผิวกายขาวเนียนละเอียดอย่างช้าๆ รู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมรัญจวญใจจากคนงาม จนกระทั่งริมฝีปากของร่างสูงลากมากดอยู่ตรงหน่อเนืัอสีชมพูตรงเนินอกขาว ร่างของคนงามสะท้านเฮือกราวกับถูกไฟฟ้ากระตุ้นตรงหน่อเนื้อส่วนหน้าอกสีชมพูกำลังเเข็งชัน บ่งบอกถึงอารมณ์วาบหวามของผู้เป็นเจ้าของ

ทั้งคู่สัมผัสกันและกันอย่างโหยหา

คนงามร้องคราญเบาๆ ทั้งรู้สึกดีเเละเจ็บจากการถูกอึกฝ่ายกลืนกิน นัยน์ตาดั่งเมล็ดอัลมอนด์ปรือขึ้น ริมฝีปากบางเม้มอย่างพยายามสะกดกลั้นบางอย่างภายในไม่ให้ไหลทะลักออกมา เเต่เเล้วก็สั่นเกร็งไปทั้งตัวเมื่อ รับรู้สึกถึงความเเข็งขืนจากช่วงล่างของคนร่างสูง ที่บดเบียดเเนบชิดผ่านเนื้อผ้ากางเกงของกันเเละกัน

ส่วนหนึ่งของความเป็นชายที่ไป๋จิ้นกว่างยังพ่ายเเพ้ เมื่อรู้สึกถึงมันก็หน้าแดงแจ๋

ร่างคนงามถูกถอดผ้าออกจนเปลือยเปล่า ขาสองข้างถูกเเหวกออกกว้าง ความเขินอายทำให้ไป๋จิ้นกว่างหันใบหน้าหนียกแขนสองข้างขึ้นมาปิดบังใบหน้าของตนเอง

ฝ่ามือของหยางเจิ้งเฉินนวดเฟ้นไปตามจุดอ่อนไหว จนคนด้านล่างครางเสียงสั่นเครือ ปลายเท้าได้รูปยืดออกจิกเกร็งจนผ้าปูที่นอนยับย่น

การเล้าโลมของร่างสูงค่อยๆปรนเปรืออย่างไม่รังเกียจ ริมฝีปากร้อนจรดลงหนักหน่วง ทว่าอย่างช้าๆ ค่อยๆเป็นค่อยๆไป เนิบนาบจนร่างคนงามเกือบถึงจุดปลายยอดไปหลายครั้ง

กระทั่งหยางเจิ้งเฉินปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเอง เเยกขายกสะโพกคนด้านล่างขึ้น

สองร่างเเนบชิดสนิทกันแทบจะเป็นหนึ่งเดียว

"อากว่าง...ข้ารักเจ้า" คนร่างสูงกว่าก้มลงมากระซิบเสียงหวานล้ำ จนคนถูกพูดใส่หน้าแดงร้อนซ่าน

ไป๋จิ้นกว่างอายเกินจะเอ่ยถ้อยคำใดออกมา ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อพอๆกับลำตัว เหงื่อกาฬไหลริน ความร้อนรุ่มของอีกฝ่ายกำลังเเผดเผาเขาทั้งเป็น รู้สึกทรมานอยากจะรีบไปโดยเร็ว

“เร็วเข้า” ความต้องการทำให้เผลอหลุดคำน่าอายออกไป

แต่นั่นก็ทำเอาหยางเจิ้งเฉินรู้สึกได้รับแรงกระตุ้นชั้นดี!

กายของหยางเจิ้งเฉินขยับเเทรกผ่านเข้ามา ความอึดอัดความคับเเน่น เหมือนเกลียวคลื่นบิดม้วนตัวเข้ามา ร่างคนงามได้เเค่ส่งเสียงอืออย่างอึดอัด จนกระทั้งลึกสุดช่วงของมัน

บทรักของคนสองคนกำลังเริ่มอย่างช้าๆค่อยๆหวานล้ำซึมซาบ จากนั้นกระเเสลมก็ค่อยๆเปลี่ยนทิศ เป็นบทรักเร้าร้อนจึงเริ่มขึ้น พายุก่อตัวเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มันหอบพัดอารมณ์รักไปสุดยอดเขา เพียงไม่นานทุกอย่างก็สงบลง

สองร่างบุรุษนอนกอดก่ายกันอย่างสิ้นเรี่ยวเเรง คืนนั้นทั้งคู่นอนหลับในอ้อมกอดของกันและกัน ด้วยบรรยากาศที่โอบร้อนไปด้วยความรู้สึกที่อบอุ่น ความสัมพันธ์ที่ล้ำเส้นเกินสหาย

               

 

พ้นคืนร่วมรักก็เป็นเช้าตรู่วันต่อมา

                ไป๋จิ้นกว่างลืมตาตื่นในอ้อมกอดของบุรุษที่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนรัก แต่จะให้คิดเช่นนั้นเขาก็เขินอายเกินกว่าจะเรียกอีกฝ่ายว่าคนรักได้

                ไป๋จิ้นกว่างขยับตัวทีก็ร้าวไปทั้งกาย ความปวดหนึบแถวสะโพกกำลังเล่นงานเขา เจ้าคนโฉดเมื่อคืนช่วงแรกก็อ่อนโยนดีอยู่หรอกพอรอบต่อๆไปกลับใส่แรงไม่ยั้ง ไม่รู้ไปเก็บกดที่ไหนมาถึงเอามาลงที่เขา นึกว่าจะตายเสียแล้ว โชคดีที่ยังรอดชีวิตมาได้

                หยางเจิ้งเฉินยังคงนอนหลับสนิท ใบหน้าหล่อเหลายามหลับน่ามองอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไป๋จิ้นกว่างรู้สึกว่าน่ามองมากกว่าครั้งๆไหน ซึ่งปกติตื่นเช้ามาเจอคนโฉดกำลังนอนหลับข้างมีเพียงแต่ความรู้สึกที่อยากจะใช้เท้าดันให้ตกเตียงไปเสียให้พ้นสายตา แต่คราวนี้กลับรู้สึกอยากซุกกอดเจ้าคนโฉดนี้ไปตลอดชีวิต ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะได้ครอบครองหัวใจของบุรุษเกรดสูงขนาดนี้

                ศีลธรรม..ช่างกิโลขายไปแล้ว หึหึไป๋จิ้นกว่างยกยิ้มกริ่มในใจ

พลันมองใบหน้าหล่อเหลาขั้นเทพของอีกฝ่ายก็นึกหมั้นใส้ขึ้นมาตะหงิดๆ จึงคิดกลั่นแกล้ง จิ้มปลายนิ้วไปเขี่ยเล่นที่ริมฝีปาก ที่ไป๋จิ้นกว่างจำได้ว่า ริมฝีปากนั่นมักมากกับเขาขนาดไหน

                งับ

                พอจิ้มนิ้วเข้าไปจ่อ ริมฝีปากตรงหน้าก็งับเข้าให้

                “อุ๊” ไป๋จิ้นกว่างร้องอย่างตกใจเบาๆ ริมฝีปากนั่นกำลังงับนิ้วเขาอยู่

                “ปล่อยๆ มันเจ็บ ไม่แกล้งแล้ว”

                “กวนเวลาคนอื่นนอน ไร้มารยาท ต้องโดนลงทัณฑ์

                สิ้นคำหยางเจิ้งเฉินลืมตาตื่นขึ้นมาก่อนจะพลิกตัวมาคร่อมร่างของคนงามที่แสนซุกซน ก่อนจะก้มจูบคลอเคลียไปมาบนเรือนร่างหอมหวานเย้ายวนที่เปลือยล่อนจ้อนไม่ต่างกัน

                “หยุดนะ ยังเช้าอยู่” ไป๋จิ้นกว่างหน้าซีดพยายามดันคนโฉดที่กำลังหื่นกามออกไป ของเก่ายังออกไม่หมดเลยของใหม่จะเข้ามาอีกแล้ว คนโฉดนี่มันคนโฉดจริงๆ

                “เช้าๆ ส่วนใหญ่บุรุษก็ตื่นตัวกันทั้งสิ้น เป็นเรื่องธรรมดา” ไม่พูดเปล่าแต่ยังพยายามนวดเฟ้นเล้าโลมเขาอีก ห้ามอย่างไรก็ไม่ฟัง

                พอถูกเล้าโลมเข้าหน่อยร่างทั้งร่างของคนงามก็อ่อนระทวย ยินยอมโดยง่าย เพียงเวลาไม่นานบทรักของทั้งคู่ก็เริ่มร่ายบรรเลงอีกครั้ง

 

พอเสร็จเรื่องบทรักบนเตียงในช่วงเช้า หยางเจิ้งเฉินก็อาบน้ำแต่งตัวออกไปนอกตำหนักหมาป่าเหมือนเช่นทุกวันเป็นเรื่องปกติ ไป๋จิ้นกว่างจึงต้องอยู่คนเดียว

                กลับมากลายเป็นคนว่างงานอีกครั้ง

                ไป๋จิ้นกว่างนอนแช่น้ำร้อนผสมสมุนไพรในอ่างไม้ อันอันที่จริงหยางเจิ้งเฉินเป็นคนจัดการให้เขาก่อนออกไป ความเจ็บหนึบภายในร่างทุเลาลงอย่างช้า เลือดลมค่อยๆกลับมาไหลเวียน ให้ความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวอย่างถึงที่สุด และตอนที่กำลังหลับตาเพื่อผ่อนคลาย..

                “ไป๋เหล่าซืออาบน้ำอยู่เหรอขอรับ”

                …!” ไป๋จิ้นกว่างสะดุ้งตกใจ จนน้ำในอ่างไม้กระเพื่อมไหว บ้างก็กระฉ่อกออกจากอ่างลงไป

                ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเป็นใคร เสียงหวานๆแบบนี้

                “หยางไป่ฝู่?”  ไป๋จิ้นกว่างหันไปมองคนที่โผล่หัวออกมาจากช่องประตูแง้มไม่สนิท แววตาของอีกฝ่ายมองมาที่เขาอย่างยั่วเย้าดั่งครั้งแรกที่พบเจอคราวก่อน

                “อาบน้ำอยู่จริงๆด้วย งั้นข้าจะรอข้างนอกอย่างเงียบๆนะขอรับ” หยางไป๋ฝู่ขยิบตาให้เขาก่อนจะช่วยปิดประตูให้เบาๆ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #110 caretamutami (@caretamutami) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:42
    เร็วจริงๆ

    จะตายเเล้ว ไม่ไหว เขินนนนนนนนนนนนนนน ฟินนนนนนนนนนนนนนนนน
    #110
    0
  2. #84 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:42
    WTF!!!! รวดเร็วอะไรเยี่ยงนี้! คุณพี่ไม่คิดจะเล่นตัวอีกหน่อยหรอเจ้าคะ~
    แต่ก็ร้อนแรงจริงๆเจ้าค่ะ~=.,=~
    #84
    1
    • #84-1 เทพแห่งกาล (@ma_nowhermestime) (จากตอนที่ 27)
      5 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:15
      พี่ไป๋ นิสัยโอนอ่อนผ่อนตาม หากอะไรยอมได้ก็จะยอม โดนกระตุ้นเรื่องที่ไม่ได้ทำมานาน เลยรู้สึกไว--- ลึกๆเลยเกิดอยากขึ้นมา--(...) อะ ทำก็ทำ ส่วนน้องเฉิน เมื่อเห็นว่าพี่ไป๋ไม่ได้ขัดขืนจริงจังเหมือนตอนเเรกๆ ก็เดินต่ออย่างไม่กลัว
      #84-1