กว่าจะมาเป็นราชาปีศาจ(มีE-book)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 12,005 Views

  • 145 Comments

  • 625 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    344

    Overall
    12,005

ตอนที่ 26 : บทที่ 21 คล้อยตาม (รีไรท์ครั้งที่ 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    22 ม.ค. 62

บทที่ 21 คล้อยตาม

                “แค่หยอกเล่นนิดหน่อยเท่านั้นเอง” หยางไป่ฝู่กล่าว

                “หยอกงั้นรึ?” หยางเจิ้งเฉินขมวดคิ้วเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยือก มือที่จับรอบข้อมือของไป๋จิ้นกว่างบีบกำแน่นขึ้นจนเขารู้สึกเจ็บ

โกรธคนอื่นอยู่แต่ดูเหมือนว่าจะเป็นคนที่ถูกจับข้อมืออยู่ที่ซวยมาถึงขั้นนี้ไป๋จิ้นกว่างจึงเริ่มเข้าใจสถานการณ์ขึ้นมา ที่แท้หยางไป่ฝู่ก็คือผู้ที่ส่งพวกชายชุดดำพวกนั้นมาโจมตีหยางเจิ้งเฉินนี่เอง หากเป็นเช่นนั้นแสดงว่าทั้งสองคนก็เป็นพี่น้องที่ชิงดีชิงเด่นแย่งอำนาจตามพล็อตนิยายโบราณชิงบัลลังก์

 แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็ไม่ได้ทำให้ไป๋จิ้นกว่างรู้สึกแย่กับบุรุษหน้าสวยหวานผู้นี้ ความจริงแล้ว หาได้เกี่ยวข้องอันใดกับเขาเลย สาเหตุที่มาอยู่ตรงนี้ได้เพราะหยางเจิ้งเฉินลากตัวเขามาเองทั้งนั้น หยางไป๋ฝู่ไม่ได้ส่งคนพวกนั้นมาโจมตีเขาเสียหน่อย ดังนั้นจึงพอมองผ่านไปได้

หยางไป่ฝู่หันมายิ้มให้ไป๋จิ้นกว่างก่องจะประสานมือก้มคารวะ

“ไป๋เหล่าซือ ในเมื่อพี่สี่ไล่แล้ว ข้าน้อยขอลา”

“อืม โชคดีนะ” เผลอโบกมือให้ซะอย่างนั้น

จากนั้นหยางไป่ฝู่ก็ใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไป ไป๋จิ้นกว่างมองจนอีกฝ่ายลับตาก่อนจะหันมามองหยางเจิ้งเฉินที่ทำหน้าบูดบึ้งไม่รับแขก

“คุยอะไรกัน” หยางเจิ้งเฉินเอ่ยถาม

“อ่าเรื่องฟ้าดินอากาศ”

“หืม?”

“เรื่องทั่วๆไปไม่มีอะไรสำคัญหรอก” คนร่างสูงน้อยกว่าชักสีหน้าหงุดหงิด

“บอกว่าห้ามออกมาเพ่นพล่านข้างนอก” หยางเจิ้งเฉินถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก่อนจะดึงข้อมือคนงามตรงหน้าพากลับเรือนไปทั้งอย่างนั้น

ไป๋จิ้นกว่างไม่ได้ขัดขืนอันใด ถึงจะรู้สึกเซ็งที่ตนเหมือนเด็กในการปกครองของหยางเจิ้งไปแล้วก็ตาม ไม่มีเหตุผลที่จะต้องดื้อดึง การยอมว่าง่าย ย่อมดีกว่าทำให้หยางเจิ้งเฉินไม่พอใจ

เมื่อกลับมาถึงเรือนหยางเจิ้งเฉินก็ยื่นห่อผ้าให้

“มันคืออะไร?” ไป๋จิ้นกว่างนึกประหลาดใจมองห่อผ้าในมือตนที่หยางเจิ้งเฉินเป็นคนยื่นให้

“ลองแกะดูสิ”

โอ้โห มีการคิดจะเซอร์ไพรส์ด้วยไป๋จิ้นกว่างลอบคิดในใจ ก่อนจะค่อยๆแกะห่อผ้าออก ดูเหมือนด้านในจะมีอาภรณ์สวมใส่อยู่   สามชุด สีฟ้า สีเดียวกันทั้งสามชุดด้วย เป็นผ้าแพรอย่างดีคงจะแพงอยู่เหมือนกัน ที่แท้ออกไปข้างนอกเพื่อหาของพวกนี้มาให้เขานี่เอง ป๋าเปย์เหมือนกันแฮะ

“เอาไว้ผลัดเปลี่ยน”

“อ่อ” เขาพยักหน้า ก่อนจะวางชุดไว้ที่ตัก

“หิวไหม”

“ไม่หิว” เพราะอิ่มทิพย์ไม่จำเป็นต้องกิน ถ้าเกิดจะกินเพราะความอยากส่วนตัวล้วนๆ

“แน่ใจ”

“แน่สิ เจ้าเซ้าซี้จริงๆ”

“โกรธข้าหรือ?”

“มีอะไรต้องโกรธเจ้า”

“เพราะข้าขังเจ้าเอาไว้เหมือนนกในกรงทอง”

ดูเหมือนว่าหยางเจิ้งเฉินจะได้ยินที่หยางไป่ฝู่พูดกับเขา แต่จะได้ยินอะไรก็ช่างเถอะ ไป๋จิ้นกว่างไม่คิดว่ามันสำคัญตรงไหน ไม่ได้คุยอะไรเป็นความลับเสียหน่อย

”ขังที่ไหน ข้าเต็มใจอยู่เอง ดีออกมีคนซักเสื้อผ้าให้ หาข้าวให้กิน แถมยังให้กอดทุกคืนด้วยอ๊ะ” ถ้อยคำสุดท้ายเผลอหลุดปากออกไปอย่างไม่ตั้งใจ เขารีบยกมือขึ้นมาเกาแก้มแก้เก้อเล็กน้อย

หยางเจิ้งเฉินเผยยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี  เหมือนจะพอใจในสิ่งที่เขาหลุดปากออกมาไม่น้อย ดูได้ใจสุดๆ

“จริงหรือ” เสียงสองเสียด้วย

หยางเจิ้งเฉินทำเสียงสองกับเขาเป็นด้วย  คุณพระ ดาเมจรุนแรง

ไป๋จิ้นกว่างทำทีหันหน้าไปมองด้านนอก ชมวิวทิวทัศน์ไปเรื่อยจงใจเมินหยางเจิ้งเฉินเสีย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้หยางเจิ้งเฉินไม่พอใจ อีกฝ่ายไม่ได้เชื่อว่าไป๋จิ้นกว่างจะไม่สนใจจนเมินเขาจริง

“อยากให้ถึงกลางคืนเร็วๆ ข้าจะได้กอดเจ้าได้”

เพราะหยางเจิ้งเฉินพูดด้วยน้ำเสียงหวานที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนักออกมา ไป๋จิ้นกว่างจึงหน้าขึ้นสี เจ้านี่ที่แท้ตอนกอดเขาก็ไม่ได้บริสุทธิ์ใจอย่างที่เขาคิดในแง่ดีมาตั้งแต่แรกนี่หว่า เอาคำชมภายในใจก่อนหน้านั้นคืนมาเลยนะเฟ้ย

“ข้าจะกอดกระเป๋าน้ำร้อน!

“ข้าไม่ได้เตรียมของแบบนั้นเอาไว้ คืนนี้เจ้ากับข้าก็” คนพูดยิ้มๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินผละออกไป ทิ้งให้ไป๋จิ้นกว่างนั่งอยู่คนเดียวชมวิวทิวทัศน์

ไอ้บ้า

                รู้สึกยุ่งยากใจจนบอกไม่ถูก หยางเจิ้งเฉินทำให้เขาสบายตัวจนเคยตัว และมาพร้อมกับความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน ไม่เคยคิดฝันว่าสักวันจะมีวันที่ตนเองจะมีอาการเขินหายเพราะชายหนุ่มที่อายุอานามน้อยกว่าแบบนี้

                [ดูเหมือนว่าเจ้ากำลังร้อนรุ่มเพราะความรู้สึกตื่นเต้น] เป็นเสียงอันน่ารำคาญของหมิงหลิงดังขึ้น

                “หุบปาก!” ไป๋จิ้นกว่างตวาดออกมาเบาๆ รู้สึกอายจนเผลอเอามือกุมหน้า เกือบลืมไปว่ามีเจ้านี่ฝั่งอยู่ในตัว  เขาไม่ใช่สาวน้อยที่เพิ่งจะเคยมีประสบกการณ์รักครั้งแรกเสียหน่อย ไป๋จิ้นกว่างพยายามปลอบใจตนเองเบาๆ ก่อนจะหันไปพึมพำด่าหมิงหลิง

                “ถ้าข้าไม่ได้เรียกเจ้า ไม่ต้องเสนอหน้ามาพูดกับข้า

                [ขอปฏิเสธ]

                น้ำเสียงของหมิงหลินดูจะยียวนเย้ยหยัน เห็นเรื่องของเขาเป็นเรื่องสนุกไปเสียหมด ในเมื่อห้ามอีกฝ่ายไม่ได้ก็ช่างมันแล้วกัน

                แต่เสียงของหมิงหลิงก็ไม่ได้ดังขึ้นมาอีก จึงเป็นเขาที่นั่งเบื่อไม่มีอะไรทำอีกครั้ง

                เมื่อเริ่มชักจะเบื่อ เขาจึงลุกขึ้นยืนมองหาหยางเจิ้งเฉินที่เดินหายไปนอกเรือน เหมือนจะได้ยินเสียงอะไรสักอย่างดังอยู่เนืองๆ เขาจึงก้าวออกไปชะเง้อดูด้านนอก

                เห็นหยางเจิ้งเฉินกำลังกำลังผ่าท่อนไม้บนตอไม้หนาใหญ่ อีกฝ่ายกำลังใช้ขวานผ่าท่อนไม้เพื่อใช้ทำฟืนอยู่นี่เอง เป็นองค์ชายก็ยังต้องทำงานอะไรแบบนี้ด้วยหรือ? เขานึกประหลาดใจ

 ไป๋จิ้นกว่างยืนเท้าระเบียงดูเฉยๆโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากชวนอีกฝ่ายคุยเพราะไม่ต้องการรบกวนชายหนุ่มตรงหน้า

                พอร่างกายอุ่นร้อนได้ที่ เริ่มมีเหงื่อไหลโซมกาย หยางเจิ้นเฉินถึงค่อยถอดเสื้อออกเผยกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ที่มีความวาวสะท้อนกับแสงแดดสีส้มอบอุ่นยามเย็นแก่ๆ จากการที่มีหยาดน้ำเกาะอยู่ตามลำตัว

                “อยากลองดูไหม” หยางเจิ้งเฉินเงยหน้าขึ้นมาถามพร้อมกับรอยยิ้มอารมณ์ดี

                “ไม่” ไป๋จิ้นกว่างไม่ได้รังเกียจงานหนักก็จริง แต่ที่ปฏิเสธคือความขี้เกียจล้วนๆ ในเมื่อกำลังสบายตัวทำไมเขาต้องหาเรื่องให้ตัวเองเหนื่อยด้วยเล่า

                “อยากเป็นหมูที่ข้าขุนจนอ้วน เพื่อรอข้าจับกินสักวันเท่านั้นงั้นหรือ” ดวงตาเย้ยหยันของฝ่ายนั้นมองมาพร้อมๆกับคำพูดจิกกัดได้เจ็บแสบ

                ไป๋จิ้นกว่างก้มมองพุงตัวเองอยู่ครู่หนึ่งเพื่อสำรวจ ยังดีที่มันยังไม่ยื่นออกมา แต่รู้สึกพักนี้กล้ามเนื้อบนร่างกายตนนับวันชักจะหดหายไปเยอะ คงเพราะเขาทำตัวขี้เกียจแบบนี้

“ก็ย่อมได้” ไป๋จิ้นกว่างกระโดนลงมาจากระเบียงด้วยท่วงท่าไม่ลืมเก็กความสง่างาม บางทีก็ต้องสร้างกล้ามเนื้อเสียหน่อย ร่างนี้แต่เดิมยิ่งมีใบหน้างดงามหากไม่มีกล้ามเนื้อตามร่างกายคงจะกลายเป็นสาวงามในสักวันแน่แท้ คิดแล้วก็รู้สึกผิดต่อท่านปรมาจารย์ไป๋จิ้นกว่างคนก่อนเสียนี่กระไร

หยางเจิ้งเฉินส่งขวานขนาดเหมาะมือให้ ไป๋จิ้นกว่างรับมาถือไว้ มองท่อนไม้ที่วางอยู่บนตอไม้ขนาดใหญ่ก่อนจะเริ่มพับแขนเสื้อเก็บ ก่อนจะกระชับมือจับขวานให้อแน่นขึ้น

“ตั้งสมาธิดีๆแล้วเล็งไปที่ท่อนไม้ที่ศูนย์กลางของวงขด” หยางเจิ้งเฉินเอ่ยเสียงเรียบ

“ไม่ต้องมาสอนหรอก เรื่องแค่นี้ทำไมข้าจะทำไม่เป็นล่ะเฉินน้อย”

หยางเจิ้งเฉินขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายราวกับเป็นเด็ก เพราะรู้ว่าหยางเจิ้งเฉินไม่ชอบ เขาจึงจงใจเรียกแบบนั้น

“งั้นเชิญอากว่างแสดงฝีมือ” หยางเจิ้งเฉินเอาคืนบ้าง เรียกชื่อผู้อายุมากกว่าอย่างสนิทสนมเป็นกันเอง แต่ไป๋จิ้นกว่างไม่ใช่คนที่ถือสาเรื่องอะไรแบบนี้ บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าหยางเจิ้งเฉินอายุพอๆกับเขาเลยเสียด้วยซ้ำไปหรืออาจจะมากกว่า

เพื่อไม่ให้โดนดูถูกไปมากกว่านี้ ไป๋จิ้นกว่างจึงตั้งสมาธิ ไปที่ท่อนไม้บนตอไม้ขนาดใหญ่ ตั้งท่ายืนในท่วงท่าที่สมดุลและจามขวานลงไปสุดแรงเกิด

ตึงง!!

เกิดเสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว ส่งผลให้ข้าวของบริเวณโดยรอบถูกแรงลมจากการจามขวานตัดท่อนไม้พัดหวดกระจาย หยางเจิ้งเฉินยังยืนอยู่ได้โดยที่ไม่ถูกแรงลมซัดปลิวไปกับพวกข้าวของ หากเป็นคนธรรมดาอาจจะปลิวไปแล้ว

พอไป๋จิ้นกว่างเห็นท่อนไม้และตอไม้ถูกผ่าแยกออกจากกันเป็นสองซีกก็หันมายิ้มเยาะอย่างผู้มีชัยเหนือกว่า แต่หยางเจิ้งเฉินขณะนี้หน้าดำเคร่งเครียดไปแล้ว เขาถอนหายใจก่อนจะเอ่ย

“แค่ผ่าฟืนเจ้าต้องใส่พลังขนาดนี้ด้วยหรือ จริงจังเกินไปแล้ว เจ้าทำตอไม้สักพันปีหายากของข้าพังเสียหาย

“เอะ?!” ไป๋จิ้นกว่างปล่อยขวานหลุดออกจากมือตกลงไปปักพื้นเมื่อได้ยินว่าตอไม้สักพันปีหายาก

“ชดใช้มาเสีย” หยางเจิ้งเฉินจ้องเหมือนจะเอาเรื่องให้ได้

“อะไรเล่าแต่ตอไม้โง่ๆ เดี๋ยวจะหามาคืนให้ใหม่ก็ได้” ไป๋จิ้นกว่างยกนิ้วมือขึ้นมาเกาแก้มแก้เก้อ ไม่กล้าสบตากับหยางเจิ้งเฉินที่กำลังมองมาอย่างดุเดือด ค่อยๆก้าวเท้าเตรียมจะเผ่น พอสบโอกาสจะออกตัววิ่งแต่หยางเจิ้งเฉินเร็วกว่าหนึ่งก้าว คว้าท่อนแขนแล้วดึงร่างนั้นเข้ามารวบกอดจากด้านหลัง

“จะไปไหนเล่า” เสียงเหยียดเย็นทว่ามีแววเชิงหยอกนิดๆเอ่ยออกมา

 ไป๋จิ้นกว่างตาโตอย่างตกใจ ขาเขาแทบจะลอยขึ้นเหมือนทั้งร่างเบามากทั้งๆที่เขาไม่ได้ผอมตัวจะปลิว ดูท่าหยางเจิ้งเฉินจะมีพละกำลังเหลือเฟือจริงๆนั่นแหละ

“ไม่เอา ปล่อยข้า ยอมแล้วๆ”

“ยอมง่ายจัง กับคนอื่นเจ้าง่ายเช่นนี้หรือเปล่า หืม?”

“อย่าได้ใจให้มาก ไม่เล่นนะนะจะบอกให้”

“แล้วเจ้าคิดว่าข้าเล่นหรือไง หยางเจิ้งเฉินไม่พูดเปล่าแต่กัดใบหูของคนที่ตนกอดไว้

คนโดนกัดตกใจ ถึงจะไม่ได้กัดแรงแต่มันก็เจ็บ เขาเอามือปิดหูข้างที่โดนกัดของตนเอง หวั่นกลัวหูจะขาด

“ค่าชดใช้ไง” หยางเจิ้งเฉินกระซิบเบาๆ

“ชดใช้ให้แล้วก็ปล่อยสักที” ไป๋จิ้นกว่างพยายามแกะแขนที่กอดเอวเขาไว้ตรงด้านหน้า ตอนนี้แผ่นหลังที่เริ่มมีเหงื่อซึมหน่อยๆแนบชิดติดกับอกเปลือยเปล่าของหยางเจิ้งเฉิน กลิ่นอายเฉพาะตัวของอีกฝ่ายเริ่มฟุ้งอยู่รอบๆ จนคนสูดดมเข้าไปอาจจะมัวเมาได้ มันไม่ใช่กลิ่นเหม็นแต่ก็ไม่ใช่กลิ่นหอมแต่มันเหมือนเป็นกลิ่นฟีโรโมนเพศที่ดึงดูดใจให้ลุ่มหลง

หยางเจิ้งเฉินรู้สึกพึงพอใจที่คนงามตรงหน้าเริ่มโอนอ่อนออกแรงขัดขืนน้อยลงทุกที เขาจึงค่อยๆให้ปลายจมูกกดผิวเนื้อขาวนุ่มตรงหลังคอสูดกลิ่นหอมหวานอย่างโหยหา

“อาหยุด” ร่างสูงน้อยกว่าร้องเบาๆ ใบหน้าร้อนฉ่า ไม่ได้ร้อนแค่ใบหน้า แต่เริ่มร้อนไปทั้งตัว

“รู้สึกแล้วเหรอ ง่ายจังนะ”

“ไม่ใช่อ๊ะ!” เสียบวาบขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงการถูกบีบส่วนตุ่มเนื้อที่หน้าอกข้างหนึ่ง หยางเจิ้งเฉินไปนิ้วสะกิดถูกลึงเบาๆ อีกฝ่ายเหมือนพยายามจงใจปลุกอารมณ์ของเขาให้คล้ายตามไปตามจังหวะที่อีกฝ่ายต้องการ ร่างเหมือนจะอ่อนระทวยได้โดยง่ายหากไม่เกาะเสาเอาไว้คงจะล้มลงไปแล้ว

“ขัดขืนให้จริงจังกว่านี้หน่อยสิ ไม่งั้นไม่ปล่อย” ร่างสูงก้มลงจูบลำคอขาวเบาๆอย่างหยอกล้อ

ก่อนหน้านั้นหยางเจิ้งเฉินคุกคามทางเพศเขาซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าให้อภัย แต่ครั้งนี้มันต่างจากครั้งก่อน ภายในใจลึกๆหาได้รังเกียจหยางเจิ้งเฉิน แต่กลับมีความต้องการอีกฝ่ายเช่นกัน ครั้งนี้เป็นเขาเองที่อยากจะยินยอมแต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่ามันผิดนี่มันไม่ถูกต้อง อีกฝ่ายอายุน้อยกว่าเขาหลายรอบ

ไป๋จิ้นกว่างขีดเส้นหนึ่งเอาไว่ในใจ ไม่ว่าจะกระทำสิ่งใดก็ตาม เขามักจะมีเส้นหนึ่งที่ตนไม่เคยกล้าก้าวข้ามไป

ศีลธรรมมันคือทัศนคติที่เขายึดติด ในฐานะที่เขาเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #109 caretamutami (@caretamutami) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 14:36
    Me: /หยิบปากกา แล้วขีดฆ่าคำว่าศีลธรรม
    #109
    0
  2. #83 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:25
    ศีลธรรมนั่นน่ะถีบมันถิ้งไปเลยพี่ไป๋! กินเด็กเขาว่าเป็นอมตะนะ!!
    #83
    0
  3. #59 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 22:00
    ขอบคุณ​ค่ะ​
    #59
    1
    • #59-1 (@ma_nowhermestime) (จากตอนที่ 26)
      17 มกราคม 2562 / 22:38
      พรุ่งนี้ จะลงอีกตอนให้นะคะ ภายในวันที่18/01/62
      #59-1