[GOT7] 。기생 Gisaeng | MarkBam

ตอนที่ 2 : บทที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    30 มิ.ย. 59

บทที่หนึ่ง

 

            ไร้หนทาง เส้นทางให้เขาเลือก

            ทำได้เพียงก้าวเดินไปเบื้องหน้า

ตามหนทางที่ถูกขีดเขียนด้วยชะตากรรม

 

ร่างเล็กของเด็กน้อยถูกปลดเปลื้องเสื้อผ้าให้เหลือแต่ร่างเปลือยเปล่า ก่อนน้ำเย็นจัดจากถังไม้จะถูกสาดเข้าปะทะผิวกายเพื่อชะล้างคราบไคลที่เปรอะเปื้อนมอมแมม ร่างเล็กสั่นสะดุ้งทุกครั้งเมื่อน้ำเย็นสาดใส่ ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันจนขาวซีด ฟันขาวกระทบกันเพราะความหนาวสั่น


แม้ที่นี่จะเป็นสำนักกีแซงชายเลื่องชื่อ แต่ตอนนี้ในฐานะของเขาก็ไม่ต่างจากทาส ข้ารับใช้ที่ไม่มีสิทธิ์ มีเสียง หรือร้องขอสิ่งใด


ปันปันอยากใช้แขนทั้งสองข้างโอบกอดร่างกายให้อุ่น แต่แขนของเขานั้นกำลังถูกขัดสีฉวีวรรณ เขาถูกใยบวบในมือของเด็กหนุ่มอายุมากกว่าขัดคราบสกปรกไม่ยอมหยุด ใยบวบนั้นเคลื่อนไหวไปทุกสัดส่วนให้ร่างกายของเขาสะอาดหมดจดไร้คราบไคล ขัดจนเขารู้สึกแสบไปทั้งผิว


ไม่เหลือคราบเด็กน้อยหน้าตามอมแมม มีเพียงร่างกายที่สะอาดสะอ้าน

ไร้กลิ่นสาบสกปรกจากการเดินทาง มีเพียงแต่กลิ่นดอกไม้งามที่ถูกประพรม

ช่างแตกต่าง ช่างตรงข้าม ราวกับว่า...ไม่ใช่คนคนเดียวกัน

 



            ปันปันสวมใส่ฮันบกสีเรียบเหมือนกับข้ารับใช้คนอื่นๆ แม้ไม่ได้หรูหราดูมีราคา แต่ก็เป็นอาภรณ์สูงค่าที่สุดเท่าที่เขาเคยสวมใส่มา เด็กน้อยโค้งขอบคุณให้คนอายุมากกว่าเมื่ออีกฝ่ายจัดแจงแต่งตัวเขาเสร็จ


            “ท่านพี่ ข้าต้องขอบคุณท่านมาก” ไม่มีปฏิกิริยาใดจากพูดรับฟัง เด็กหนุ่มโบกมือไปมาราวกับว่าสิ่งที่ทำอยู่ไม่ใช่เรื่องหนักหนา


            “มันเป็นสิ่งที่พี่ฮีชอลสั่งมา ไม่สั่งข้า คนอื่นก็ต้องทำ” เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบเฉย ไม่ต่อความยาวหรืออธิบายสิ่งใด ไม่ทันที่ปันปันจะพูดซักถามต่อ เด็กหนุ่มคนนั้นก็หันหลังหนีเดินไปจนลับสายตา


            ปันปันงุนงงไม่น้อยกับสิ่งที่เขาได้พบ ขาเล็กก้าวไปยังห้องพี่ฮีชอลที่เขาจากมา แต่ก็ไม่กล้าที่เปิดประตูหรือจะก้าวเดินเข้าไป แข้งขาเขาแข็งเหมือนถูกตอกอยู่หน้าประตู จนฮีชอลนึกรำคาญต้องเป็นฝ่ายเรียกให้เข้ามา


            “ปันปัน” เสียงเรียกจากคนในห้องทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้ง เด็กน้อยลุกลี้ลุกลน หวั่นกลัวรีบเดินเข้ามาคุกเข่ารอรับคำสั่งผู้เป็นนาย


            ฮีชอลเห็นท่าทางของเด็กน้อยทำได้เพียงส่ายหน้า เขาถอนหายใจแผ่วเบาออกมา พึมพำกับตนเองว่าสงสัยต้องได้สอนสั่งกันอีกนาน มือบางขยับกวักเป็นสัญญาณให้ปันปันเขยิบเข้ามาใกล้ ร่างน้อยคลานเข้าไป ให้ระยะห่างระหว่างกันลดน้อยลง


            มือบางจับคางมนเชิดขึ้นปรายตามองสำรวจใบหน้าเด็กน้อยให้ละเอียดอีกครั้ง นัยน์ตากลมโต แก้มป่องน่ามอง ริมฝีปากอวบอิ่มน่าหลงใหล จมูกน้อยโด่งเป็นสัน ใบหน้าเรียวนั้นสะอาดหมดจด ยิ่งมองยิ่งทำให้ฮีชอลเผยรอยยิ้ม


เป็นไปตามที่เขาคาดคิดไม่มีผิด เด็กน้อยที่เคยมอมแมมตรงหน้าคือเพชรเม็ดงามหากได้ขัดเกลาและเจียระไน แต่เมื่อนึกถึงกิริยากระโดกกระเดก ไร้ซึ่งความเป็นผู้ดี ไม่ได้ถูกอบรมมารยาท ถึงเพชรจะสวยงามแค่ไหน ก็ต้องหม่นหมองและด้อยราคา ฮีชอลครุ่นคิดแผนการเปลี่ยนปันปันน้อยให้กลายเป็นคนใหม่ สิ่งแรกที่เขาต้องการคือการสอนสั่งมารยาทของผู้ดี


            “ปันปัน...ข้าไม่ใช่คนใจดี ตอนนี้เจ้าเป็นข้ารับใช้ แต่อนาคตข้างหน้าเจ้าอาจไม่ใช่ จงตั้งใจเรียนรู้ในสิ่งที่ข้าสอนสั่ง และไต่ขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่เจ้าจะสามารถจะทำได้” ฮีชอลเอ่ยออกมาตามความจริง นัยน์ตากลมโตเรียบเฉยนั้นไม่ได้มีแม้แต่ความทะเยอทะยาน วันนี้คนตรงหน้าคือเด็กน้อยที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร ทำเพียงใช้ชีวิตให้อยู่รอดไปวันๆ แต่วันหน้าอาจไม่ใช่ เด็กคนนี้อาจจะกลายเป็นคนโลภ อาจต้องการไขว้คว้าสิ่งที่สูงค่ามากกว่าใคร


            มนุษย์นั้นเปลี่ยนแปรในทุกวัน

ไม่อาจรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดสิ่งใด


            ปันปันถูกสั่งให้เดินออกไปหน้าประตูอีกครั้ง เด็กน้อยก็ยังยืนนิ่งเหมือนครั้งเก่า แต่ครั้งนี้ฮีชอลไม่ได้เอ่ยเรียก กลับไปฝ่ายเดินเข้าไปหาเปิดประตูจนสุดบาน นัยน์ตาคมสวยจ้องจิกจนเด็กน้อยสะดุ้งเฮือก ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นแผ่ความเย็นออกมาจนรู้สึกกลัวเกรง


            “หากนายเจ้าไม่ใช่ข้า เจ้าต้องถูกโบย” มือบางที่กางพัดหุบพัดเก็บ ใช้ปลายพับตีที่ไหล่หนึ่งครั้ง ตีที่เข่าอีกครั้งเป็นการสอนสั่งให้ร่างกายของปันปันจดจำทุกกิริยา “มาถึงหน้าประตูห้องต้องคุกเข่า เอ่ยขานบอกชื่อเจ้าให้คนด้านในรับรู้ หากยังไม่ได้รับอนุญาตเจ้าต้องนั่ง นั่งจนกว่าจะถูกเรียกให้เข้าไป”


            “เอาใหม่ เริ่มตั้งแต่แรก” ประตูถูกรูดปิดเมื่อพูดจบ ร่างบางก้าวหันหลังไปนั่งยังฟูกนุ่มของตน มือบางคลี่กางพัดปิดใบหน้าคมสวยช่วงล่าง ใช้สายตาจับจ้องมองทุกการกระทำผ่านบานประตูที่สะท้อนให้เห็นเพียงเงา


            “ท่านพี่ฮีชอล ข้าปันปัน” ทุกท่วงท่ากิริยาอยู่ในนัยน์ตาคมสวย คำสอนถูกเอ่ยเพียงครั้ง แต่อีกฝ่ายนั้นสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว


เงาที่สะท้อนปรากฏนั้นดูสง่าแม้ยังไม่ได้ยลโฉมหรือเห็นรูปกาย ริมฝีปากบางลอบยิ้มภายใต้พัดเล่มโปรดก่อนเอ่ยอนุญาตให้เด็กน้อยเดินเข้ามาแต่รอยยิ้มที่คลี่ต้องชะงักค้าง คิ้วมนขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ เมื่อได้เห็นทุกก้าวย่างที่เดินเข้ามาก่อนที่จะนั่งอยู่เบื้องหน้ายังกระโดกกระเดกไม่ต่างจากเดิม


            “ย่าส์! เด็กโง่!” ฮีชอลที่อารมณ์ดีเมื่อครู่หายไปในชั่วพริบตา พัดที่อยู่ในมือหุบลง ตีเข้าที่ไหล่เล็กจนปันปันสะดุ้งโหยง นัยน์ตากลมโตหลุบตาต่ำ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันทำใจดีสู้เสือ ตัดพ้อคนอายุมากกว่าด้วยสายตาอย่างไม่เข้าใจ


            “เจ้านี่มัน...” ฮีชอลอยากจะโกรธ แต่ก็โกรธไม่ลง คนอายุมากกว่าถอนหายใจ ค่อยๆอธิบายให้ปันปันฟัง “เจ้านี่มันท่าดีทีเหลว ก่อนเดินเข้ามาก็ดีเยี่ยมงดงามอย่างกับหงส์ พอเดินเข้ามาในห้องเท่านั้น ...อย่างกับลูกเป็ดเพิ่งหัดเดิน”


            พูดไปเด็กน้อยก็ยังไม่คลายความสงสัยจนร่างบางต้องลุกจากที่นั่งไปหยิบอะไรบางอย่างออกมา ปันปันถูกดึงให้ลุกขึ้น แขนขยับไปตามท่วงท่าที่ถูกฮีชอลจัดสรร แผ่นหลังยืดตรงเมื่อถูกปลายพัดตีก่อนที่ถ้วยชามจะถูกวางลงตามตำแหน่งเพื่อให้หัดเดิน


            ถ้วยชามใบหนึ่งวางลงที่ศีรษะ แขนทั้งสองเขามีถ้วยวางบนฝ่ามือและข้อพับ ไม่ทันที่จะยกขาก้าวปันปันก็สั่นไปทั้งกาย เขาเกร็งไปหมดทั้งร่าง ยิ่งได้ก้าวขยับเพียงนิดถ้วยใบแรกบนหัวก็ร่วงหล่น ตามด้วยถ้วยชามอีกสี่ใบที่ตกพื้นเสียงดังแตกกระจาย ปันปันหลับตาปี๋ไม่กล้าลืมตามอง เขากลัวเหลือเกินว่าใบหน้าของพี่ฮีชอลในตอนนี้จะหน้าดำหน้าแดงเพราะความโกรธเคือง  


ไม่มีแม้แต่คำด่าทอ มีเพียงเสียงถอดถอนหายใจที่เขาคาดไม่ถึง ปันปันค่อยๆลืมเปลือกตาหนึ่งข้างเพื่อดูสถานการณ์ ฮีชอลยังยืนกอดอกมองผลงานของข้ารับใช้ตัวน้อยพร้อมส่ายหน้า แต่ที่ทำให้ปันปันแปลกใจยิ่งกว่าคือรอยยิ้มขบขันแทนที่จะเป็นใบหน้าบูดบึ้งหรือบึ้งตึง


“พี่ฮีชอล...” เสียงเด็กน้อยเอ่ยสั่น เขาเดาใจผู้เป็นนายไม่ถูกในตอนนี้ คิดไว้แล้วว่าต้องโดนเฆี่ยนตี แต่กลับได้รอยยิ้มกลับคืนมา


            “เจ้ากลัวหรือ” ปันปันพยักหน้าทันทีเป็นคำตอบ แถมยังเอ่ยขยายด้วยความไร้เดียงสาว่า “ถ้วยชามห้าใบนี้ มันช่างดูมีราคา... มากกว่าชีวิตของข้าด้วยซ้ำไป”


            “เจ้ามันโง่” ปลายพัดตีเบาๆที่ศีรษะเด็กน้อยเป็นเชิงหยอกเย้า ถ้าไม่ติดว่าเศษถ้วยชามกระจัดกระจาย เขาคงเดินเข้าไปใกล้แล้วใช้ปลายนิ้วผลักหน้าผากมนนั้นเบาๆ “วันนี้พอเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาเริ่มกันใหม่”


            ปันปันพยักหน้าก้มลงเก็บเศษกระเบื้องที่ตกแตก บรรจงเก็บให้สะอาดเอี่ยมไม่เหลือสักเศษเสี้ยว เพราะเขากลัวว่าหากผู้เป็นนายเหยียบหรือต้องมัน ผิวงดงามนั้นจะเป็นรอย


            “ปันปัน...” ฮีชอลเอนพิงเบาะนิ่ม มองร่างเล็กที่กำลังก้มๆเงยๆ


            “ขอรับ” เด็กน้อยขานรับตาแป๋ว


            “ไม่มีอะไรสูงค่าไปกว่าชีวิตคน” ไม่ใช่คำสอน ไม่ใช่คำดุว่าที่อีกฝ่ายคิดว่าตนเองนั้นด้อยราคา แต่เขาก็แค่นำเสนอมุมมองอีกมุมหนึ่งในฐานะคนที่ผ่านโลกมามากกว่า ให้รู้จักคุณค่าและชีวิตของตน



         

          ปันปันพยายามช่วยเหลือจัดแจงจนกว่าฮีชอลจะเข้านอน แต่เหมือนว่าเขาจะดูเป็นภาระมากกว่าเป็นฝ่ายอำนวยความสะดวก คิ้วมนขมวดนึกรำคาญอยู่ในใจกับท่าทางเด็กน้อยที่ไม่คล่องแคล่ว แต่ไม่ทันไรเงาของคนคนหนึ่งปรากฏอยู่หน้าบานประตู เด็กหนุ่มนั่งลงตามมารยาทก่อนเอ่ยรายงานตัว “ท่านพี่ฮีชอล ข้าน้อยแจอัน”


“เปิดประตูเถอะ แล้วก็พาเจ้าเด็กวุ่นวายนี่ไปเข้านอนได้แล้ว” ฮีชอลเอ่ยไล่ เพราะหากเขาไม่พูดออกไป เด็กน้อยก็คงได้พันแข้งพันขาเขาอยู่เหมือนเดิม


“ขอรับ” ประตูห้องถูกเปิดเผยให้เห็นคนมาใหม่ คนคนนี้คือคนที่จัดแจงอาบน้ำให้ปันปันเมื่อตอนเข้ามา


ในเมื่อเป็นคำสั่งเจ้านายถึงไม่อยากไป ปันปันก็ต้องทำตาม ร่างเล็กทำความเคารพขออนุญาตเป็นการบอกลาประจำวัน ถึงแม้ท่าทางที่แสดงจะดูเก้ๆกังๆ ไม่มีแม้แต่ความงดงาม แต่อย่างน้อยถือว่ามีการพัฒนา คืบหน้าจากไปเดิมสักครึ่งส่วน


มือเล็กปิดประตูห้องผู้เป็นนายก่อนจะเดินตามหลังแจอันที่ไม่ยอมพูดจา ขาเล็กทำได้เพียงเดินตามคนสูงกว่าต้อยๆ จนมาถึงห้องๆหนึ่งซึ่งเป็นห้องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ แจอันเดินนำเปิดประตูเข้ามา เปิดอ้าหวังให้ปันปันเดินเข้าไป แต่เด็กน้อยกลับยืนนิ่งพร้อมหน้าตาที่แสนจะงุนงง


            “เฮ้อ...” แจอันถอนหายใจให้กับเด็กน้อยดูไร้เดียงสา “เข้ามาสิ”


            “ห้องนี้...เป็นของใครหรือ” ปันปันปิดประตูห้องนั่งลงคุกเข่ามองซ้ายมองขวาหาเจ้าของห้องที่แท้จริง แจอันอยากจะพรูลมหายใจอีกครั้งไม่อยากจะนึกเลยว่าคนๆนี้สามารถอยู่กับพี่ฮีชอลได้อย่างไร พี่ฮีชอลที่เลื่องชื่อเรื่องความเข้มงวดและร้ายกาจ ปันปันจะไม่ถูกกลั่นแกล้งเสียก่อนหรือ


“ไม่ใช่ของใคร ที่นี่คือห้องของเด็กรับใช้ ...ของข้ากับเจ้า” แจอันมองคนอายุน้อยกว่าที่พยักหน้าดูเหมือนจะเข้าใจ แต่นัยน์ตากลมโตนั้นเต็มไปด้วยความสับสนและคำถามมากมายที่ไม่กล้าจะเอ่ยออกมา “เจ้าชื่อปันปันใช่ไหม”


“ใช่ ข้าชื่อปันปัน” เด็กน้อยพูดย้ำยืนยันคำตอบ


“มีเรื่องที่นี่อะไรบ้างที่เจ้ารู้” ปันปันส่ายหน้าเขาไม่มีคำตอบใดให้แจอัน ...ให้ตายเหอะ แจอันได้แต่สบถคำนั้นอยู่ในใจ


 “ที่นี่คือสำนักกีแซงชายที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองหลวง ที่นี่มีลำดับ มีตำแหน่ง ตั้งแต่แขกจนถึงกีแซง ข้าไม่รู้หรอกว่าทำไมพี่ฮีชอลถึงยังไม่บอกเรื่องนี้กับเจ้า เอาเป็นว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องของนาย บ่าวอย่างเราไม่เกี่ยวข้อง ส่วนหน้าที่ของบ่าวนั้นหลักๆคือดูแลเจ้านายตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน ก่อนยามสี่(เวลาตีห้า)ธุระของเจ้าต้องเสร็จสิ้น ก่อนจะไปปัดกวาดถูสำนักให้เรียบร้อย มีหลายสิ่งอยู่มากที่เจ้าต้องเรียนรู้เพื่อปฏิบัติ หากมีเรื่องสงสัยอันใดก็สามารถถามข้าได้” แจอันเอ่ยในสิ่งที่เขาคิดว่าอีกฝ่ายควรจะรู้ในตอนนี้


“ท่านบอกว่าทุกคนที่นี่มีตำแหน่ง แล้วพี่ฮีชอลล่ะ...มีตำแหน่งใด” ปันปันถามให้คลายสงสัย หากพี่ฮีชอลไม่ได้เป็นเจ้าสำนักแล้วอีกฝ่ายนั้นมีตำแหน่งอะไรถึงได้กินดีอยู่ดี สะดวกสบาย ถูกล้อมรอบไปด้วยข้าวของราคาแพง


“ถ้าเอ่ยถึงกีแซงในสำนัก ชื่อของพี่ฮีชอลคงเป็นหนึ่งในห้าชายงามที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด” เมื่อประโยคนั้นจบลง แจอันเห็นคนตัวเล็กนิ่งเงียบไม่ได้เอ่ยอะไร เขาจึงตัดสินใจปูผ้าเพื่อขดตัวนอน พักผ่อนร่างกายจากความเหนื่อยล้า เตรียมตัวเข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อลืมตาขึ้นมาในวันถัดไป “เจ้าควรนอนได้แล้วปันปัน พรุ่งนี้เจ้ามีอะไรอีกมากที่ต้องทำ”


ปันปันพยักหน้า เขาไม่ได้ตะขิดตะขวงใจกับสิ่งที่ได้ยิน เขาเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วตั้งแต่วันที่ถูกขาย ตั้งแต่ได้มาอยู่ที่นี่ เขาพร้อมจะน้อมรับ พร้อมเผชิญชะตากรรม แต่ดูเหมือนว่า...ที่แห่งนี้นั้นจะมีหลายสิ่งมากมาย มากเกินกว่าที่เขาจะคาดคิดได้




 

ยามสี่ยังไม่มาถึง เด็กน้อยก็ลืมตาตื่นจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะกลับมาพบแจอันที่นั่งรอเขาเพื่อไปทำความสะอาดสำนักพร้อมกัน อาหารมื้อแรกตกถึงท้องเมื่อทำงานเสร็จ ปันปันจึงแยกย้ายออกมาคนละทางกับคนที่อายุมากกว่า เขาคุกเข่าลงหน้าประตูห้องของผู้เป็นนายตามที่ฮีชอลสอนสั่ง เขาเฝ้ารอนั่งรออยู่ตรงนั้นจนกว่าจะถูกเรียกใช้งาน


“ปันปัน” เสียงหวานงัวเงียแผ่วเบา แต่เจ้าของชื่อนั้นกลับได้ยินชัดเจน เขาเปิดประตูเพื่อเข้าไปรับใช้ ยกอ่างน้ำเพื่อให้ล้างหน้าก่อนจะยื่นผ้าสีขาวให้มือบางซับหยาดน้ำที่เกาะอยู่บนใบหน้าขาวนวล ฮีชอลค่อยๆใช้ผ้าซับหน้าเบาๆจนไปถึงลำคอระหง แต่ระหว่างนั้นนัยน์ตาคมสวยก็ลอบมองทุกปฏิกิริยาก่อนจะเอ่ยบางสิ่งที่ทำให้คนฟังต้องตกใจ


“วันนี้...ข้าจะพาเจ้าไปคารวะท่านเจ้าสำนัก” ปันปันรีบส่ายหน้าโบกมือไปมาปฏิเสธ ไม่พร้อมที่จะไปเข้าพบผู้ใด


“พี่ฮีชอล... ข..ข้าไม่พร้อม”


“เด็กโง่ อย่าเสียมารยาท ถึงจะพร้อมหรือไม่พร้อม มันก็คือธรรมเนียมที่เจ้าต้องไปฝากตัว” ฮีชอลเอ่ยย้ำยืนยันว่าอีกฝ่ายไม่สามารถปฏิเสธหรือตัดสินใจที่ไม่ไปได้ “เจ้าอย่าห่วงเลย เมื่อข้าแต่งกายเสร็จ ข้าจะทบทวนทุกสิ่งที่ข้าสอนสั่ง แล้วเรา...ค่อยไปคารวะเจ้าสำนักด้วยกัน”


ได้ยินเช่นนั้น ปันปันก็มือสั่น สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำอะไรก็ชักช้าระมัดระวังไปเสียหมดจนฮีชอลนึกรำคาญ มือบางหุบพัดเล่มโปรดตีเบาๆที่เด็กน้อยเพื่อเรียกสติกลับคืนมา


ฮีชอลอบรมมารยาทข้ารับใช้ตัวน้อยอีกครั้งจนกว่าเขาจะพอใจ จนกว่าเด็กน้อยจะมีท่วงท่าเกือบใกล้เคียงกับคำว่างดงาม ถึงแม้ฮีชอลจะบอกพอแล้วพร้อมระบายยิ้ม แต่ปันปันก็ยังไม่มีความมั่นใจในตนเองอยู่ดี


และเมื่อถึงเวลานัดหมาย ร่างสองร่างก็ปรากฏอยู่หน้าประตู พวกเขาก้มลงคุกเข่าอยู่ด้านหน้าของห้องเจ้าสำนัก ปันปันแม้คุกเข่าตัวก็ยังสั่นเทาจนฮีชอลต้องลงมือลงไม้ หยิกแขนเล็กเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายคืนสติกลับมาจดจ่อกับสิ่งที่ต้องทำ


“ท่านเจ้าสำนัก ข้าฮีชอลและข้ารับใช้คนใหม่นามว่าปันปัน” ไม่ทันที่ฮีชอลจะพูดจบ เจ้าสำนักก็อนุญาตให้เขาทั้งสองเข้าไปข้างใน กลิ่นกำยานหอมฟุ้งเตะจมูกเมื่อประตูถูกเปิด เบื้องหน้าคือเจ้าของห้องวัยกลางคนที่อายุไม่สามารถทำร้ายหรือลดคุณค่าความงดงาม


“ข้าน้อยปันปัน ขอฝากเนื้อฝากตัวกับท่านเจ้าสำนัก” เสียงหวานติดสั่น แต่การกระทำนั่นถูกต้องตามที่ฮีชอลสั่งสอนทุกระเบียบนิ้ว


ผู้เป็นเจ้าสำนักอมยิ้มมองเด็กน้อยผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แม้ท่วงท่าที่เห็นยังดูไม่เป็นธรรมชาติ แต่นับว่ามีแววจะงามสง่า เขาเห็นแล้วก็พยักหน้า ดีดลูกแก้วความคิดอยู่ในใจ


“เงยหน้าสิ” ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันก่อนจะเงยหน้าตามคำสั่ง


นัยน์ตาเฉียบคมจากเจ้าสำนักพิจารณาตั้งแต่คิ้ว ตา จมูก ไปจวบจนถึงริมฝีปาก องค์ประกอบแต่ละส่วนนั้นงดงามไม่มากไปไม่น้อยไป และยิ่งมองใบหน้านั้น...ก็อดที่เหยียดยิ้มพอใจที่มุมปากไม่ได้


...ก็เขากำลังจะได้สินค้าทำเงินชิ้นงาม


“ดี...” เจ้าสำนักพึมพำกับตนเอง ก่อนจะหันไปถามกับกีแซงอันดับต้นของสำนักตน “แล้วเจ้าว่าอย่างไรบ้างฮีชอล”


“เป็นเพียงเด็กโง่ธรรมดาขอรับ” คำพูดของฮีชอลทำให้คนฟังหัวเราะ เจ้าสำนักพอใจไม่ได้กับคำตอบที่ได้ยิน


เด็กโง่งั้นหรือ...ก็คงไม่ต่างจากผ้าขาว

ที่สอนสั่งว่าง่าย หากถูกแต้มสีสันก็ปรากฏชัดให้เห็นกว่าผ้าผืนใด

โดดเด่น...และงดงาม


“ข้าคงต้องฝากเจ้า สั่งสอนเด็กคนนี้ให้ดี” ฮีชอลเหยียดยิ้มน้อมรับไม่ปฏิเสธ


เจ้าสำนักที่ผ่านโลกมามากมองร่างสองร่างจนลับสายตา ลูกคิดแก้วในจินตนาการยังถูกดีดขึ้นลงไม่ยอมหยุดเพื่อตีมูลค่าเด็กน้อยมากราคาที่หากถูกอบรมอย่างดี คงจะมีค่ามากมายมหาศาลเท่าทวีคูณ


อดีตที่ลูกเป็ดน้อยแสนโง่งม

ปัจจุบันคือลูกหงส์ที่กำลังค่อยเพิ่มมูลค่าให้ตนเอง



 

“มีเรื่องดีเรื่องใดหรือ ที่ทำให้เจ้ายิ้มจนหน้าบาน” ฮีชอลเอ่ยถาม นัยน์ตาคมสวยมองเด็กน้อยผ่านกระจกที่เห็นรอยยิ้มแล้วก็อดไม่ได้ที่จะปวดแก้มแทน


“วันนี้เป็นหน้าที่ของข้ากับพี่แจอันที่จะออกไปซื้อของข้างนอก” แม้ปันปันจะตื่นเต้นแค่ไหน แต่มือเล็กที่กำลังหวีแปลงผมดำสลวยของผู้เป็นนายก็ยังมีน้ำหนักเดิมไม่เปลี่ยนแปลง


“อ่อ” ฮีชอลพูดสั้นๆ เข้าใจเหตุผล แต่คิดแล้วปันปันก็สมควรดีใจไม่น้อยก็ตั้งแต่เด็กน้อยเข้ามา นี่เป็นครั้งแรกในรอบเกือบครึ่งปีที่ปันปันจะได้ออกไป


“พี่ฮีชอล อยากได้อะไรหรือไม่” ปันปันเอียงคอเข้าไปใกล้ ใช้นัยน์ตากลมโตเป็นประกายจ้องมอง


“ไม่ต้อง ข้าไม่อยากได้สิ่งใด เจ้าก็ระวังตัว สำรวมกิริยาให้ดี อย่าเล่นสนุกจนออกนอกลู่ทาง” เด็กน้อยพยักหน้าตอบรับทุกคำพูด แต่พอได้ออกข้างนอกจริงๆ เนื้อตัวของเขาก็เต้นไปหมดอยู่ดี


นัยน์ตากลมโตนั้นลุกวาวอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ที่เดินออกมาจากประตูเล็กข้างหลังสำนัก แจอันส่ายหน้ามองปันปันที่ตื่นตาตื่นใจกับทุกๆอย่างที่เดินผ่าน เขาไม่ได้เอ่ยอะไรมากนัก เพราะเขาไม่ใช่คนช่างพูด แจอันพาปันปันไปตามร้านรวงต่างๆ และกำชับทุกเส้นทางของร้านประจำทุกร้านให้เด็กน้อยจำขึ้นใจ เพราะสักวันปันปันอาจจะต้องมาที่แห่งนี้เพียงคนเดียว


เด็กทั้งสองมาหยุดอยู่ที่ร้านเครื่องหอม แจอันยื่นใบรายการให้เถ้าแก่จัดการ แต่เมื่อหันมาเห็นคนอายุน้อยกว่าที่มาด้วยนั้นก็ต้องเลิกคิ้วขึ้น เพราะปันปันเหมือนกำลังหาของอะไรบางอย่าง


“พี่แจอัน ข้าลืมหยิบห่อชา” ปันปันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมที่จะหยิบมาจากร้านเมื่อครู่ นัยน์ตากลมโตที่ทอดประกายหม่นลงทันที


“ไม่เป็นไร ตั้งสติเข้าไว้ เจ้าจำทางได้ใช่ไหม” แจอันทบทวนความคิด เขาอยากจะเดินไปเอง เพราะคิดว่าน่าจะเร็วกว่า แต่เถ้าแก่ร้านเครื่องหอมยังจัดรายการจำนวนมากไม่เสร็จ เงินทองก็ยังไม่ได้จ่าย จะให้ปันปันถือถุงเงินก็ไม่ได้ เลยต้องให้อีกฝ่ายกลับไปเอาสิ่งที่ปันปันลืมไว้ด้วยตนเอง “เจ้าเอาของวางที่นี่ ข้าจะรอเจ้าจนกว่าเจ้าจะกลับมา”


“ได้ขอรับ” พูดจบเด็กน้อยก็วางข้าวของจนเหลือแค่ตัวเปล่า ขาเล็กออกวิ่งไปตามเส้นทางเพื่อรีบกลับมา โชคดีที่เถ้าแก่ร้านใบชาเก็บห่อที่เขาเหลือเอาไว้อย่างดี แถมผูกเชือกเพื่อให้เขาถือได้สะดวก แต่เพราะความรีบร้อน ความไม่ระวัง มุ่งแต่จะไปยังที่หมาย ปันปันจึงไม่ได้ดูทางจึงเผลอไปชนกับใครอีกคน


เด็กหนุ่มคนหนึ่งจะเข้ามาฉุดเด็กน้อยให้ยืนลุกขึ้น แต่มือหนาของใครอีกคนกลับยื่นห้าม เขาก้มลงย่อกายช่วยเก็บข้าวของที่กระจัดกระจาย ช่วยพยุงเด็กน้อยให้ลุกขึ้นพร้อมปัดฮันบกที่เปื้อนฝุ่นให้สะอาดสะอ้าน


“คะ...คุณชาย ข้าน้อยขอโทษ ข้าน้อยสมควรตายที่ไม่ระมัดระวัง” ปันปันจะคุกเข่าเพื่อขอโทษ แต่เป็นอีกครั้งที่คุณชายคนนั้นรั้งเอาไว้


“ไม่ต้องหรอก มันเป็นเพียงอุบัติเหตุ อีกอย่างข้าก็ไม่ได้บาดเจ็บ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยน ไม่ถือโทษหรือโกรธเคืองอยู่ในใจ


ถึงอย่างนั้นปันปันก็ก้มหน้า คางมนก้มลงเกือบชิดอกไม่กล้าแม้แต่จะสบตา จะให้เขาเงยหน้ามองได้อย่างไร แค่ฮันบกที่คุณชายตรงหน้าสวมใส่ก็สามารถรับรู้ได้แล้วว่าต้องมาจากตระกูลมากอำนาจและชื่อเสียงเงินทอง


“เจ้าก้มหน้าไม่ใช่เพราะเจ้าร้องไห้อยู่ใช่ไหม ข้าจะรู้สึกผิดมาก ถ้าทำให้เจ้าเสียน้ำตา” แค่เพียงได้ยินคำว่ารู้สึกผิด เด็กน้อยก็รีบเงยหน้าให้อีกฝ่ายได้เห็น ก็เขาน่ะ...ไม่ต้องการให้คนอื่นต้องมาลำบากใจเรื่องของตน


“ยิ้มให้ข้าดูหน่อย” ปันปันทำตามอย่างว่าง่าย “ดีมาก”


คุณชายระบายยิ้มตอบกลับ รอยยิ้มจากเด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาและคมคาย ที่กำลังมองเขาและส่งยิ้มให้อย่างเอ็นดูและอ่อนโยน ซึ่งไม่ต่างจากดวงอาทิตย์ที่กำลังทอแสงอบอุ่นให้ผืนดิน


“...คุณชาย ท่านแม่กำลังรอท่านอยู่” เด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่แรกเอ่ยเตือน คุณชายรูปงามพยักหน้ายื่นห่อชาให้เด็กน้อย สัมผัสปลายนิ้วแผ่วเบาบนมือนั้นร้อนผ่าวและซาบซ่าน รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้ายังไม่เลือนราง และคุณชายคนนั้นยังเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะเดินจากไป “สิ่งหนึ่งที่เจ้าควรรู้...เจ้ามีรอยยิ้มที่งดงาม”


คุณชายคนนั้นเดินจากไปแล้ว ปันปันก็เดินไปตามทางที่ตนเองควรจะไปเช่นกัน แต่เด็กน้อยยังหันหลังกลับไป แม้รู้ว่าแค่แผ่นหลังคงไม่ได้เห็น แต่ก็อยากจดจำความทรงจำนี้ไว้ให้ตราตรึงใจ

 

ไม่มีความบังเอิญในสิ่งที่ฟ้าขีดเขียน

มีแต่ชะตาตั้งใจให้ได้พานพบ...

บันดาลให้เป็นจุดเริ่มต้น...พรหมลิขิตกันและกัน

 


edit:คำผิด

---------------------------------------------------------------------------

Talk

ตอนแรกมาแล้ว สี่พันคำเลยจ้า//หัวเราะ ยาวจังเลย ยาวมากเลย ฮืออออออออ เป็นไงกันบ้าง เอาตรงๆกลัวเหลือเกินว่ามันเนิบไปไม่ตื่นเต้น คือเป็นตอนที่การปูพื้นลูกเป็ดไปสู่นางพญาหงส์นะคะ อยากให้ซึมซับความน่ารักสดใสงุงิของน้องแบม รู้สึกว่าเป็นฟิคที่ฟรุ้งฟริ้งจังเลย//หัวเราะ ส่วนคุณชายคนนั้นนะหรอ...//หัวเราะ เด่วจะได้รู้กัน ตอนที่พี่แกมีบท//หัวเราะ เอาล่ะค่ะ มีอะไรติชมได้นะ อยากอ่านความคิดเห็นมากเลย เพราะเราจะได้ไปปรับปรุง จะได้รู้ว่าตรงไหนมากไปน้อยไป จะติหรือชมเราก็ยินดีมากๆ เจอกันตอนหน้าค่ะ #กีแซงมบ



? cactus
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

1,346 ความคิดเห็น

  1. #1269 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 12:02
    ปันปันลูก ค่อยๆ ฝึกไปนะลูกกกก
    #1269
    0
  2. #1257 Benjaporn_nan (@Benjaporn_nan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2561 / 07:24
    เอ่อคือเค้างงอะ ว่าปันๆนี่ผู้หญิงหรือผู้ชาย
    #1257
    0
  3. #1254 ออมม่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 08:21

    เจอกันแล้ว

    #1254
    0
  4. #1236 DgKookkik (@DgKookkik) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2561 / 07:38
    แงงงงงง
    มาล้าวววววววว^^
    #1236
    0
  5. #1218 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 17:17
    เเงงงงงงงงงงงงงงงง ค่าตัวเเพงนักนะ
    #1218
    0
  6. #1183 Sweetty_poy (@Sweetty_poy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 19:40

    เจอพระเอกแล้วใช่หรือไม่ อิอิ

    #1183
    0
  7. #1162 sangster97 (@sangster97) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 23:31
    ชอบพี่ฮีชอล น่ารัก555555555ชอบการดำเนินเรื่อง ชอบภาษา น้องปันปันน่ารักมาก ส่วนคุณชายคนนั้นพ่อพระเอกของเราแน่ๆ
    #1162
    0
  8. #1160 pattarawadee_k (@pattarawadee_k) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2561 / 08:27

    ภาษาสุดยอด

    #1160
    0
  9. #1130 toto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2561 / 09:37

    เจอกับพระเอกแล้ว

    #1130
    0
  10. #1111 Chansmile11 (@Chansmile11) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 23:36
    ชอบภาษาของไรท์ ชอบการดำเนินเรื่องที่ค่อยๆเป็นไปเรื่อยๆ อยากให้เรื่องนี้อยู่ไปอีกนานๆ อย่าทิ้งเลยนะไรท์
    #1111
    0
  11. #1102 jaruwanpantakun (@jaruwanpantakun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 21:50
    ภาษาสวยมากเลยลูกเป็ดค่อยๆเติบโตแล้ว
    #1102
    0
  12. #1097 benzsukanyabenz (@benzsukanyabenz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 00:04
    ชอบอ่ะภาษาดีมากจริงๆ ปันปันโตไปงามล่มเมืองแน่ๆ แล้วคุณชายนี่ใครเอ่ยพระเอกของเรารึป่าวน้าาาาา
    #1097
    0
  13. #1086 nn_nj (@nuch_nj) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2560 / 20:00
    ชอบค่ะเข้ามาอ่านครั้งแรกแล้วชอบเลย ชอบการบรรยายอย่างนี้เพราะมันให้อารมณ์ดำเนินเรื่องต่อเนื่องไม่ติดขัดดี ติดตามนะคะ
    #1086
    0
  14. #1027 sphinxxx (@pbployy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 21:48
    สำหรับเราว่าการดำเนินเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไปก็ไม่ได้ช้าอะไรมากนะคะ บรรยายคำสวยจนไม่รู้สึกว่ามันช้า
    #1027
    0
  15. #1015 NINGWC (@NINGWC) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2560 / 20:23
    ดำเนินเรื่องเรื่อยๆน่าติดตามค่ะ ไม่เนิบไป ให้ฟีลสไตล์หนังย้อนยุคอารมณ์ฟีลกู๊ดมาก นึกเป็นภาพดูบรรยากาศดี อ่านแล้วสงบชอบค่า
    #1015
    0
  16. #1006 PaulaPum (@yukiko12) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 18:16
    ชอบแนวนี้มากก โปรดกลับมาอัพให้จบเถอะค่ะ พลีสสส
    #1006
    0
  17. #1000 เบค่อนน้อย exo (@exo_xoxo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 08:02
    เพิ่งเข้ามาอ่านค่าา ชอยมากเลยย
    #1000
    0
  18. #979 toto (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 09:32
    อ่านจุใจมาก
    #979
    0
  19. #970 D-T-M-456 (@D-T-M-456) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มีนาคม 2560 / 18:17
    เขินนนนน
    #970
    0
  20. #899 wrd.pang (@pang_pretty_girl) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 13:44
    งุ้ยยยย น่ารักกกก
    #899
    0
  21. วันที่ 23 กันยายน 2559 / 14:13
    ชอบบ~ คือดี~
    #889
    0
  22. #875 ชีวิตแฟนตาซี (@praphasinee) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 13:05
    มีความละมุนเบอร์สิบ งุ้ยย><
    #875
    0
  23. #869 Gybzie1a (@nuucocoz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 09:03
    ไม่เนิบค่ะ อ่านแล้วละมุ๊นนนนละมุน 2ตอนนี่เป็นของปันปันนะคะ คุณชายมาแค่นี้พอ 555
    #869
    0
  24. #777 NuTanSay (@call-menutan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 14:08
    โชคชะตาพาให้มาพบเจอกันแล้ว เง้อออละมุนมาก
    #777
    0
  25. #767 dada0627 (@dada0627) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2559 / 22:56
    เจอกันแล้วซินะ โอ๊ยยละมุนมาก
    #767
    0