คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF Conan] Hyacinth - Akai x Amuro

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


     สวัสดีค่ะนักอ่านทุกคน~!!

     นี่เป็นฟิคอากาอามุเรื่องแรกของเราเลย (ที่จริงก็เป็นฟิคโคนันเรื่องแรกด้วยน่ะแหละ 5555) จุดเริ่มต้นเหมือนจะเกิดจากการมีคนชงคู่นี้ผ่านไทม์ไลน์ในทวิตเตอร์บ่อยมากๆๆๆ จนนึกสงสัยว่า เอ๊ะ คู่นี้มันขนาดนั้นเลยเหรอ? คาใจมากค่ะ ก็เลยตามไปไล่ดูตอนที่คุณเขาแต่ละคนมีบทออก

     แล้วก็เลย...

     เออ! คู่นี้มันขนาดนั้นจริงด้วยอ้ะ!! แม่จ๋าหนูจะลงเรือนี้จ้ะแมมมมมมมมมมมมม่!!!!! /หวีดร้องเสียสติ

     ...

     เอาเป็นว่าข้ามๆ ความหวีดผู้อย่างดีเลย์สุดหล้าฟ้าเขียวของดิฉันไปก่อนนะคะ ขอให้สนุกกับฟิคนี้ค่ะ 555555555



เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ก.ย. 62 / 22:05




Title: Hyacinth
????
Pairing: Akai Shuichi / Furuya Rei Rate: PG-13


 



ฟุรุยะ เรย์ เดินทางมาถึงสุสานอันเงียบสงัดตั้งแต่แสงอาทิตย์ยังไม่จับขอบฟ้า นาฬิกาข้อมือบอกเวลาตีสี่ 


เขากอดกระชับช่อดอกเบญมาศขาวในอ้อมแขนด้วยใจที่นิ่งสงบ เขาไม่ได้กลัวความมืด และก็ยิ่งไม่กลัวบรรยากาศวังเวง ชีวิตตนผ่านความเป็นความตายมามากมายเกินกว่าที่ความเงียบงันอันเย็นยะเยือกของสถานที่แห่งนี้จะทำเขาอะไรได้ สองเท้าก้าวไปตามทางเดินที่ปูด้วยหิน ผ่านป้ายหินหลุมฝังศพป้ายแล้วป้ายเล่าอย่างมีจุดหมายชัดเจนอยู่ในใจ 


ที่แห่งนี้เป็นสุสานธรรมดาๆ ซ้ำยังออกจะเก่าคร่ำคร่า ไม่เป็นที่สะดุดตาเท่าใดนัก 


แต่ก็เหมาะสมที่สุดแล้วสำหรับใช้เป็นสถานที่ให้รำลึกถึงใครคนนั้น ให้จิตวิญญาณของอีกฝ่ายได้รับความสงบ ไกลห่างจากความวุ่นวายและกลิ่นคาวเลือด ไกลจากสายตาของพวกองค์กรชุดดำ 


ครบรอบสองปีแล้ว 


 


การตายของสก็อตช์ -- โมโรฟุชิ ฮิโรมิสึ -- ผู้เป็นทั้งเพื่อนสมัยเด็กและเพื่อนร่วมงานของเขาเอง 



 

พวกเขาทั้งคู่แฝงตัวเข้าไปสืบข้อมูลในองค์กรนั้นด้วยกัน แต่เรื่องน่าเศร้าคืออีกฝ่ายจากไปแล้ว เหมือนว่าสถานะที่แท้จริงจะถูกเปิดเผยจึงได้ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองเพื่อป้องกันการสืบสาวถึงประวัติแท้จริง หลังจากช่วงเวลาดังกล่าว ตัวเขา...ที่แม้คนในองค์กรจะรู้ว่าเขาสนิทสนมกับฝ่ายนั้นมาก แต่ก็หาทางพิสูจน์ตัวเองจนพวกนั้นยอมเชื่อใจได้ว่า ‘เบอร์เบิน’ กับ ‘สก็อตช์’ ไม่มีความเกี่ยวข้องกันในด้านชีวิตส่วนตัวจริงๆ และเขาก็ไม่ใช่ NOC เฉกเช่นที่อีกฝ่ายเป็น 


การปิดบังกลบเกลื่อนทั้งหมดนั้นเพื่อส่วนรวม เพื่ออนาคต เพื่อประเทศญี่ปุ่น 


ตอนเกิดเหตุการณ์บนดาดฟ้า ทั้งหมดที่เขาทำได้มีเพียงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่สันติบาลให้มารับศพโดยเร็วที่สุดและเก็บเป็นความลับไม่ให้พวกองค์กรรู้ชื่อจริงของสก็อตช์ได้เป็นอันขาด เขากัดฟันรายงานสถานการณ์รวบรัดไปว่า โมโรฟุชิ ฮิโรมิสึ ถูกคนในองค์กรคนหนึ่งข่มขู่จนฆ่าตัวตาย แต่ข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับเจ้าตัวและคนรอบข้างปลอดภัยดี กระสุนสังหารทำลายทั้งโทรศัพท์มือถือและปลิดชีพฝ่ายนั้นในคราวเดียว 


ระยะแรกเขาถูกคนในองค์กรชุดดำจับตามองเข้มเป็นพิเศษ ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ปลีกตัวไปร่วมพิธีศพหรือย่างเท้าเข้าตึกสันติบาลเลยตลอดสามเดือน และต่อให้เวลาผ่านมาเนิ่นนานแล้วหลังจากนั้น การจะมาเคารพหลุมศพของฮิโรมิสึแต่ละครั้งเขาก็ยังคงระวังตัวและไม่ทำให้เป็นที่เปิดเผย ครั้งนี้ก็เช่นกัน เขาเดินทางมาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น และไม่มีความคิดจะรั้งรออยู่นานๆ 


แต่ถึงกระนั้น เมื่อฟุรุยะ เรย์หยุดยืนอยู่หน้าป้ายหลุมศพของเพื่อนสนิท ความไม่ชอบมาพากลก็ผุดขึ้นในใจ 


เพราะแม้ตนจะมาเช้าถึงเพียงนี้...ทว่ากลับมีใครบางคนมาถึงที่นี่ก่อนเขาเสียอีก 


และไม่น่าใช่คนตระกูลโมโรฟุชิด้วย 


แท่นหินได้รับการปัดกวาดทำความสะอาดจนไม่มีเศษใบไม้และฝุ่นผงเกาะ มิหนำซ้ำยังมี...ดอกไม้ช่อหนึ่งวางอยู่ เขาเหลียวมองรอบกายชั่วแวบก่อนจะย่อตัวลง วางช่อเบญจมาศขาวที่ตนเตรียมมาเอาไว้บนแท่นหินอย่างเบามือ แล้วจึงหยิบช่อดอกไม้ที่วางอยู่ก่อนหน้ามาสำรวจ ดวงตาที่ชินกับความมืดได้พักใหญ่พอจะมองออกว่ามันคือช่อดอกไฮยาซินธ์ ดอกไม้ที่สื่อถึงความเศร้าโศกเสียใจได้บาดลึกที่สุดชนิดหนึ่ง อันเนื่องมาจากตำนานของมันในเทพปกรณ์นัมกรีกที่เรียกได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรม 


ความหวาดระแวงทำให้เขาตั้งใจสังเกตมันอย่างถ้วนถี่ พลิกหน้าพลิกหลัง แง้มกระดาษห่อ จนกระทั่งปลายนิ้วลูบผ่านกลีบเล็กจ้อยกลีบหนึ่งของดอกที่อยู่บนสุดกลับพบสัมผัสอันประหลาด กลีบดอกไม้ที่ควรจะเรียบลื่นกลับแฝงความรู้สึกไม่เสมอกันพิกล 


เขาหยิบไฟฉายแท่งเล็กที่พกติดตัวมาด้วยกดเปิดเพื่อส่องดูรายละเอียดให้ชัดเจนมากขึ้น รูปลักษณ์โดยรวมคล้ายจะไม่มีอะไรพิเศษ เป็นแค่ดอกไม้สีม่วงเข้มจนแทบกลืนไปกับความมืดโดยรอบ จัดช่อมาอย่างสมถะเรียบง่ายไม่มีแม้โบประดับสักเส้น 


แต่บนกลีบดอกไฮยาซินธ์กลีบหนึ่งกลับมีรอยขูดบางเบาราวกับมีใครเอาเข็มเล็กๆ ไปสลักข้อความไว้ 

 



Alas 



 

มือที่ถือช่อดอกไม้นั่นสั่นสะท้านโดยไม่ตั้งใจ ไฟโทสะพุ่งเป็นริ้ว แต่ก็บอกตัวเองให้ข่มกลั้นความอยากโยนมันลงพื้นแล้วกระทืบซ้ำเอาไว้เสียก่อน เพราะอย่างน้อยที่สุด...เขาไม่อยากเสียมารยาทต่อหน้าป้ายหลุมศพของเพื่อน 


Alas เป็นถ้อยคำรำพึงเสียใจ แปลได้ว่า อนิจจา และเป็นคำที่ปรากฏในเรื่องเล่าตำนานดอกไฮยาซินธ์ด้วยเช่นกัน 


หึ...ดูเหมือนเทพอะพอลโลจะแวะมาเยี่ยมศพไฮยาซินธัสสินะ” แล้วเขาก็แค่นหัวเราะไร้อารมณ์ขันออกมา “ก็รู้ตัวนี่ว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุให้ไฮยาซินธัสต้องตาย แต่ก็ยังตามมาเสนอหน้าอีกจนได้...ไร้ยางอายจริงๆ 


ลมหอบหนึ่งพัดมาพร้อมเสียงหวีดหวิว แต่ไม่มีเสียงใครตอบรับ 


และนั่นทำให้เขาฉุนขาด 


“เพื่อซื้อความเชื่อใจจากคนในองค์กรก็ทำได้แม้แต่สังเวยชีวิตคนบริสุทธิ์ มีปัญญาชดเชยให้เขาได้แค่ดอกไม้ช่อเดียว ถมสุดท้ายก็ทำตัวโง่เง่าให้ถูกจับได้จนโดนไล่ออกจากองค์กรซะอีก น่าสมเพช! นี่น่ะเหรอการทำงานของเอฟบีไอ!!” 


ในตอนนั้นเอง ตรงหางตาของเขาจับความเคลื่อนไหวได้ หันกลับไปเผชิญหน้าทั้งตัวโดยไม่รอช้า 


ชายหนุ่มผมยาวยืนอยู่ตรงนั้น สวมหมวกไหมพรมบนศีรษะและแต่งดำทั้งชุด แน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อไว้ทุกข์หรอก แต่เป็นการแต่งกายตามปกติของคนคนนี้เลยต่างหาก 


“ไรย์...ไม่สิ...” เขากัดฟันกรอด “เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ อากาอิ ชูอิจิ” 


ดวงตาคู่คมของคนที่ยืนห่างออกไปสามป้ายหลุมศพยังคงยากจะหยั่งถึงเช่นเคย ใบหน้านั้นเรียบนิ่งราวรูปสลัก ไม่ได้แสดงท่าทีร้อนอกร้อนใจที่ได้พบเขาอีกครั้งแต่อย่างใด 


เมื่อไม่นานมานี้นี่เอง หมอนี่ทำพลาด เผยพิรุธให้องค์กรจับได้ว่าเป็น NOC และไม่กลับไปปรากฏตัวอีกเลย 


ความจริงที่เขาได้รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นเอฟบีไอ ตำรวจสอบสวนกลางจากสหรัฐอเมริกานั้นทำให้เขาประหลาดใจพอควร เพราะหนึ่ง นั่นก็เท่ากับว่าไรย์เป็นสายจากกรมตำรวจเช่นเดียวกับเขาและสก็อตช์ และสอง...ข้อนี้ทำให้เขายิ่งฉุนเฉียว นั่นคือถ้าแกเป็นตำรวจแล้วล่ะก็ ทำไมถึงปล่อยให้สก็อตช์ที่แกจับได้แล้วว่าเป็นสายตำรวจเหมือนกันฆ่าตัวตายไปได้ล่ะ 


ไอ้หมอนี่มันเลือดเย็น เพื่อความก้าวหน้าสู่ตำแหน่งภายในองค์กรที่สูงขึ้นก็ถึงกับอาศัยการตายของเพื่อนเขาไปใช้หาประโยชน์ให้ตัวเอง 


เขาจึงเฝ้ารอมาตลอด รอวันที่จะได้แก้แค้น ได้ทำแบบนั้นกับมันบ้าง 


โดยการจับตัวไอ้คนทรยศนี่ให้องค์กร เพื่อซื้อความเชื่อใจให้ตัวเองเฉกเช่นที่มันทำ 


“กล้าโผล่หัวมาที่นี่ในวันนี้ คงเตรียมใจมาโดนฉันฆ่าแล้วสินะ” 


ฝ่ายนั้นได้ยินแล้วก็แค่นเสียงเหอะ 


ก่อนจะยอมตอบกลับมาจนได้ 


“นายพกปืนมาเคารพหลุมศพด้วยหรือไง” 


“ถึงไม่มีปืนฉันก็ฆ่าแกได้” 


“มั่นใจใช้ได้นะ แต่ฉันแนะนำว่าอย่าดีกว่า” มุมปากข้างหนึ่งของอากาอิยกเป็นรอยยิ้มหยัน “เพราะถ้าฆ่าฉัน คนในองค์กรต้องตามรอยมาดูแน่ว่านายมาทำอะไรในสถานที่แบบนี้ ดีไม่ดีพวกเขาอาจจะรู้ชื่อนามสกุลจริงของอดีตคนทรยศ...แล้วออกตามล่าคนในครอบครัวหมอนั่นก็ได้นะ” 


“หน็อยแก!” 


เขากำหมัดแน่นด้วยโทสะ แต่สิ่งที่คนตรงหน้าพูดมาก็เป็นความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ 


ในเมื่อเพื่อนของเขายอมตายเพื่อปกปิดความลับและความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ดังนั้นต่อให้อยากกระโจนเข้าเล่นงานไอ้เอฟบีไอเฮงซวยนี่มากแค่ไหนเขาก็ไม่อาจทำได้ หากฆ่ามันที่นี่...ทั้งหมดที่ฮิโรมิสึทำไปก็เท่ากับสูญเปล่า 


ด้วยเหตุนั้น ฟุรุยะ เรย์จึงได้แต่บอกตัวเองให้ทนไว้ก่อน 


“ไม่เอาน่า อย่าทำหน้าเครียดอย่างนั้นสิ...เบอร์เบิน” 


“แกนั่นแหละที่ไม่ควรมาทำลอยชายอยู่แถวนี้” เขาสวนกลับไป “ไปซะ ไปให้พ้น ไสหัวไปจากญี่ปุ่นได้แล้ว! รีบไปก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจฆ่าแกทิ้งที่นี่ตรงนี้!!” 


“โฮ่ หวงที่เสียด้วย คนอื่นมาเยี่ยมเขาไม่ได้เลยสินะ” 


“คนที่ทำให้เขาตายอย่างแกน่ะไม่มีสิทธิ์มาพูด!” 


“...ก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าฉันก็มีส่วนผิดด้วยเหมือนกัน” หมอนั่นเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย “และฉันไปแน่ ภารกิจแทรกซึมก็ล้มเหลวแล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรให้อยู่ในประเทศนี้ต่ออีก” 


หมายความว่าพวกเอฟบีไอจะถอนกำลังกลับอเมริกาแล้วงั้นสิ 


เหอะ ก็ดี เจ้าหน้าที่สันติบาลอย่างเขาจะได้เคลื่อนไหวสะดวก ไม่ต้องมาโดนไอ้พวกที่ชอบวางท่าั้เข้ามายุ่มย่ามในื่นี่ 


“แล้วก็นะ เบอร์เบิน ฉันเองก็ไม่รู้หรอกว่านายกับสก็อตช์เป็นพวกเดียวกันหรือเปล่า แต่ว่า... 


ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยอะไร อากาอิก็กล่าวขึ้นอีกประโยค 




“ทั้งเรื่องที่เกิดกับสก็อตช์ และสิ่งที่นายต้องเผชิญตลอดเวลาที่ผ่านมา...ฉันเสียใจด้วยจริงๆ” 




เพียงเท่านั้นตัวคนพูดก็หันหลังกลับ ก้าวย่างจากไปพร้อมๆ กับที่ดวงอาทิตย์โผล่พ้นเหลี่ยมเขา 


แสงอรุณรุ่งทอดมากระทบใบหน้า 


และเบื้องหลังพวกเขาสองคน กลีบสีม่วงเข้มกลีบหนึ่งของดอกไฮยาซินธ์ก็ปลิดปลิวราวกับกำลังหลั่งน้ำตา 

 

 

 






 

ตำนานดอกไฮยาซินธ์...เรื่องราวความรักที่จบลงด้วยเลือด เทพอะพอลโลกับไฮยาซินธัสมีความรักให้แก่กัน แต่นั่นกลับทำให้เซเฟียร์ผู้เป็นเทพแห่งลมตะวันตกหึงหวงเนื่องด้วยไฮยาซินธัสไม่รับรักตน กระทั่งความรักของเซเฟียร์แปรเปลี่ยนเป็นความชัง วันหนึ่งขณะอะพอลโลกับไฮยาซินธัสกำลังเล่นขว้างห่วงเหล็กด้วยกัน เซเฟียร์ก็ส่งลมหอบใหญ่พัดห่วงนั้นให้หวนกลับมากระแทกหน้าผากของไฮยาซินธัสตายคาที่ 


โลหิตของชายหนุ่มหลั่งชโลมบนผืนดิน และที่แห่งนั้นเอง ดอกไม้ชนิดหนึ่งก็เบ่งบาน 


อะพอลโลผู้โศกเศร้าจารข้อความลงบนกลีบดอกดังกล่าวด้วยตัวอักษรกรีกสองตัว ซึ่งแปลความเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า ‘Alas’ หรือ ‘อนิจจา’ แทนความเจ็บปวดอาวรณ์ทั้งหมดที่มี 


และนั่น...คือตำนานของดอกไฮยาซินธ์ 

 

 

 






 

อากาอิ ชูอิจิ ขับรถไปตามเส้นทางที่ทอดยาว จุดหมายของเขาคือแหล่งที่มั่นของเอฟบีไอที่มาประจำการในญี่ปุ่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เช้าวันนี้เขายังมีเรื่องงานให้ต้องประชุมหารืออีกมาก สืบเนื่องมาจากความล้มเหลวในการเข้าไปแทรกซึมองค์กรนั่นแหละ แต่ก็ยังดีที่หลายปีมานี้ไม่ถึงกับเสียเปล่า เขาได้ข้อมูลเชิงลึกมาหลายส่วนเหมือนกัน ป่านนี้คนพวกนั้นคงอยากฆ่าเขาทิ้งเสียเต็มแก่แล้ว 


ใจเขาพลันประหวัดถึงหนึ่งในคนที่มีความแค้นกับเขายิ่งกว่าใครๆ...เบอร์เบินคนนั้น 


เขายังไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายเป็นศัตรู หรือว่าศัตรูของศัตรู แต่ที่รู้ดีคือไม่เป็นมิตรแน่ๆ...ความเกลียดชังที่ฉายชัดในแววตานั้นเป็นของจริง หมอนั่นชิงชังเขาจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกับสก็อตช์ 


นึกถึงคำพูดที่อีกฝ่ายเปรียบเขาเป็นเทพอะพอลโล และสก็อตช์เป็นไฮยาซินธัส 


แล้วก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้ 









 

เรื่องราวระหว่างเราทั้งสามไม่ได้เรียบง่ายตรงไปตรงมาอย่างตำนานบทนั้นหรอก เซเฟียร์เอ๋ย 


ในตำนานบทนี้ที่เขาบันทึกไว้ในความทรงจำ ไม่มีเรื่องอย่างความรักหึงหวงริษยา ทว่ากลับมีไฮยาซินธัสผู้หวาดกลัวที่จะมีชีวิตต่อ และอะพอลโลผู้พยายามเกลี้ยกล่อมเขาให้เปลี่ยนใจ ไฮยาซินธัสแย่งห่วงเหล็กของอะพอลโลมาหวังจะใช้เป็นอาวุธฆ่าตัวตาย แต่อะพอลโลแย่งคืนกลับและขว้างมันทิ้งจนสุดแรง หวังใจให้มันลอยไปไกลจนสุดตา 


แต่แล้วเซเฟียร์ผู้ตื่นตระหนกรีบจะไปพบสหายกลับเร่งร้อนมาพร้อมลมหอบใหญ่ ซึ่งพัดพาห่วงเหล็กนั้นให้เปลี่ยนทิศหวนกลับมาโดยแม้เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ตัว 


ยามเมื่อฝ่ายนั้นมาถึง ไฮยาซินธัสก็ตายเสียแล้ว ด้วยห่วงเหล็กของอะพอลโลผู้ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า 


อา เซเฟียร์...เซเฟียร์ผู้แตกสลาย 


ฝ่ายนั้นเคียดแค้น มองว่าไฮยาซินธัสตายเพราะอะพอลโล ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อมก็ตาม 


อะพอลโลไม่ตอบคำ มองเซเฟียร์ที่แตกหักไปถึงจิตวิญญาณ ทว่ากลับไม่อาจลงมือบดขยี้หัวใจของอีกฝ่ายให้แหลกละเอียดเป็นเถ้าธุลียิ่งกว่าที่เป็นอยู่ ณ ขณะนั้นอีกได้ 


อา เซเฟียร์...เซเฟียร์ผู้ไร้เดียงสา 


คนตายไปแล้วไม่อาจฟื้นคืน แต่ผู้ที่ยังดำรงอยู่นั่นต่างหากที่กำลังโหยไห้จนแทบจะไร้น้ำตา 


เช่นนั้นแล้วอะพอลโลจึงคิด ให้เขาแบกรับทั้งหมดไว้เองเสียยังดีกว่า ตราบาปเหล่านั้น ความเศร้าเสียใจเหล่านั้น ถึงอย่างไรเขาก็มีส่วนทำให้ไฮยาซินธัสต้องตาย และไม่มีประโยชน์อะไรจะทำให้เซเฟียร์ผู้ไม่ได้ตั้งใจต้องตายทั้งเป็นไปด้วยอีกคน 


ใช่แล้ว 


จบเรื่องราวแบบนี้แหละ...ดีที่สุดแล้ว 

 










รถสีแดงของอากาอิยังคงแล่นไป 


ความลับในวันนั้น ขอให้มันตายไปพร้อมกับเขา 


อีกไม่นานตัวเขาเองก็ต้องจากไปไกลแสนไกล 


แล้วชายหนุ่มลูกครึ่งอังกฤษกับญี่ปุ่นก็พึมพำกับตนเองแผ่วเบา 

 

 







 

“...Alas...” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 Fin.


--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


Let's Talk


ขอบคุณใครก็ตามที่อ่านมาจนถึงบรรทัดนี้นะคะ ปลื้มใจมากๆ เลย //โค้งงามๆ

ด้วยความที่ดอกไฮยาซินธ์มีความหมายสื่อถึงความโศกเศร้าเสียใจและการขอโทษ เราเลยคิดว่าเหมาะจะเอามาใช้เป็นวัตถุดิบทำอะไรสักอย่างกับคู่นี้มากค่ะ ยิ่งตำนานก็น่าสนใจด้วย เลยคิดว่าต้องจัดซะหน่อยแล้วล่ะนะ!




ผลงานอื่นๆ ของ Nidch.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 mika_ren (@mika_ren) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 15:36
    ว้าว ความหมายดีมากๆ เลยค่ะ แต่ไม่เข้าใจนิดหน่อยคงเพราะยังไม่ได้ดูตอนที่สก็อตตาย ถ้าไม่รบกวนเกินไป อธิบายฉากนั้นให้อ่านหน่อยได้มั้ยคะ แฮะๆ ขอบคุณค่ะ
    #2
    1
    • #2-1 worm&book (@m130341) (จากตอนที่ 1)
      3 พฤษภาคม 2563 / 17:24
      ขอบคุณค่า เรื่องสก็อตช์เนี่ยปมหลักของสองคนนี้เลยค่ะ สก็อตช์เป็นสันติบาลเพื่อนสนิทเรย์ที่แฝงตัวเข้าไปในองค์กรเหมือนกัน วันนึงสก็อตช์กลัวว่าเรื่องที่แฝงตัวเข้ามาจะรั่วไหลทำให้คนใกล้ชิดเป็นอันตรายเลยจะฆ่าตัวตาย แต่อากาอิพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่ตรงดาดฟ้า
      ตอนแรกก็เกือบกล่อมสำเร็จอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นมีเสียงฝีเท้าวิ่งขึ้นบันไดมา สก็อตช์นึกว่าเป็นคนของพวกชุดดำเลยคว้าปืนอากาอิไปยิงตัวตายค่ะ แต่ปรากฏว่าคนที่วิ่งมาคือเรย์ พอเขาเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็เข้าใจผิดว่าอากาอิเป็นคนบีบให้สก็อตช์ฆ่าตัวตาย
      (และฝ่ายอากาอิเองก็ไม่เคยบอกเรย์ด้วยว่าความจริงเสียงฝีเท้าของเรย์ต่างหากที่ทำให้สก็อตช์ตัดสินใจลั่นไก)

      ฉากนั้นอยู่ในโคนันปี 18 ตอนที่ 921-922 เวทีแห่งการทรยศ จะเป็นตอนที่เเผยประเด็นนี้ให้คนรู้ค่ะว่าทำไมเรย์ถึงแค้นอากาอินัก
      #2-1
  2. #1 Pandora P. (@primmy24) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 09:36
    เปรียบเทียบได้น่าประทับใจมากๆเลยค่ะ!
    #1
    0