เนื้อคู่อยู่นอร์เวย์

ตอนที่ 4 : หนุ่มในฝัน 3 //

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 ส.ค. 61


                ริคาร์ดลืมตาขึ้นอีกครั้งในห้องที่เต็มไปด้วยแสงพร่าพราย ศีรษะที่พันผ้าไว้ปวดตุบๆและอ่อนไหวจนกระทั่งการกะพริบตาก็เจ็บ ราวกับว่าการเคลื่อนไหวของเปลือกตากระทบกับขอบตาล่างนั้นรุนแรงจนสะเทือนร้าวลึกเข้าไปในสมอง เชื่อมต่อไปสู่แผลที่โดนตีด้านหลัง ชายหนุ่มพยายามเพ่งมองอยู่นานถึงรู้ว่า ที่จริงห้องฉุนกลิ่นยาฆ่าเชื้อนี้ก็มีหลอดไฟตะเกียบฝังเพดานแค่สี่มุมเท่านั้น แต่ตาของเขาเองต่างหากที่มองเห็นภาพซ้อนมัวๆเป็นแปดดวงเจิดจ้า

                ร่างท้วมที่นั่งอยู่ข้างเตียงเขาขยับตัว แม้จะเห็นแค่สีเบลอๆ ริคาร์ดก็รู้ว่าใคร

                “ฟื้นแล้วหรือลูก ปลอดภัยแล้วนะ เราอยู่ที่โรงพยาบาล”

                “ป้าเกรต้า...” เขาเรียกด้วยเสียงแหบแห้ง “เกิดอะไรขึ้นครับ โจรในร้านของเรา มันเอาเงินไปหรือเปล่า...” ริคาร์ดหัวใจเต้นบีบขึ้นมาด้วยความสับสนตกใจ ก่อนจะสงบลง ไม่สิ พวกมันไม่เอาเงิน ไม่ได้มายุ่งกับแถวเคาน์เตอร์และเครื่องคิดเงินเลยด้วยซ้ำไป

                “ป้าเห็นในกล้องวงจรปิดของร้านแล้ว ให้ตำรวจเขาไปตามจับอยู่ คงเป็นคนอพยพหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายน่ะ พวกเขาแค่เอาอาหารกระป๋องไป ฉลาดนะ ไม่เอาเงินสดเพราะจะถูกตรวจเลขธนบัตรตอนไปใช้จ่ายหรือตอนข้ามแดนจนโดนตามรอยได้” เกรต้ากล่าวช้าๆเบาๆ เหมือนกลัวว่าเสียงที่ดังเกินไปจะทิ่มแทงหลานชายคนเดียวที่อยู่กับนางในแบร์เกนก็ไม่ปาน นางลูบหลังมือของเขา “เราน่ะโดนตีหัวจนเป็นแผลและก็ช้ำใน โชคดีที่ป้าดื่มกับเพื่อนๆน้อย กลับมาบ้านยังมีสติดี เลยพาส่งโรงพยาบาลทันให้หมอเขาผ่าตัด”

                ความมึนงงและคลื่นไส้จู่โจมเข้ามาเป็นระยะๆ ริคาร์ดเริ่มปวดหัวจนต้องหลับตา

                ผมหลับไปกี่วัน

                “สี่วันจ้ะ นี่ลิซก็อุตส่าห์ลางาน ขับรถจากโบเดอมาช่วยเฝ้าไข้นะ ร้องไห้จนเหนื่อย” นางชี้ไปยังน้องสาวของเขาที่นั่งหลับอยู่มุมห้อง “พ่อแม่เราเขาลงไปทานข้าวเที่ยงอยู่

                เกรต้าเปิดขวดน้ำเปล่าและให้หลานชายใช้หลอดดูดแก้กระหาย ริคาร์ดกินน้ำและนั่งเงียบอยู่นาน สายตาสีฟ้าอมเทาเปิดขึ้นอีกครั้ง กวาดไปรอบๆห้องพักของโรงพยาบาล ทุกอย่างดูปกติดี ทว่าแวบหนึ่งเมื่อเขาพยายามเพ่งมองเข็มสายน้ำเกลือที่เจาะบนหลังมือซ้าย ตาของเขากลับหลุดโฟกัสไปเองทันที และเห็นภาพมือเลือนแยกออกกลายเป็นสองมือ

                ริคาร์ดกะพริบตาสองสามครั้ง ความเจ็บจากเบ้าตาวิ่งเข้าไปในหัว เขารอสักครู่ ก็ทดลองเพ่งมองช่องเครื่องปรับอากาศที่อยู่ไกลออกไป ชายหนุ่มพบว่าตนเองเห็นภาพซ้อนอีกครั้ง ไม่สามารถจับจ้องอะไรได้

                “นี่ตาผมเป็นอะไรครับ ทำไมผมจ้องอะไรนานๆแล้วเห็นภาพซ้อน”

                ความตื่นตระหนกเบาบางเจืออยู่ในน้ำเสียง สำหรับคนอาชีพนักบินพาณิชย์ในสายการบินเขตนอร์ดิก สายตาเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องตรวจวัดประจำเพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัย พวกเขาถูกเรียกเล่นๆว่าเหยี่ยว ไม่ใช่แค่เพราะบินขึ้นฟ้าได้ แต่เพราะมีจักษุประสาทที่เฉียบคม ริคาร์ดไม่คุ้นชินกับดวงตาที่หลุดโฟกัสได้เองแบบนี้ เจ็บตัวมันก็เรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่เขาภาคภูมิอยู่ทุกวันคล้ายกำลังอยู่นอกเหนือควบคุมของเขานั้นออกจะน่าประหวั่นกลัว

                “หมอเขาบอกว่าเพราะสมองได้รับบาดเจ็บ ประสาทบางส่วนอาจจะถูกทำลายไปบ้าง ป้ากดปุ่มเรียกพยาบาลแล้ว เดี๋ยวหมอเขาก็จะมาตรวจนะลูกนะ” เกรต้าบีบมือของหลานชาย

                มือของนางอบอุ่น แต่มือของริคาร์ดกลับเย็นเป็นน้ำแข็ง... บางทีอาจเป็นเพราะความฝันประหลาดของเขา หรือบางทีอาจเป็นเพราะความเจ็บที่เต้นระริกอยู่อย่างต่อเนื่องในเบ้าตาทั้งสองข้าง เขารู้สึกว่า เขากำลังจมดิ่งลงสู่พื้นหิมะ

 

                แต่ละสัปดาห์ที่ผ่านไป ความสัมพันธ์ของมะลิฉัตรกับลุดวิกพัฒนาอย่างรวดเร็ว เวลาที่ประเทศไทยกับนอร์เวย์ห่างกันห้าชั่วโมง ทุกวัน ลุดวิกจะแชทหามะลิฉัตรตอนเขาตื่นนอนประมาณเจ็ดโมงเช้า ซึ่งก็จะตรงกับเวลาพักเที่ยงที่ศูนย์สอนภาษาของเธอตอนเที่ยง จากนั้นพอมะลิฉัตรเลิกเรียนและนั่งรถไฟฟ้ากลับบ้านตอนสี่โมงครึ่ง ก็จะตรงกับเวลาลุดวิกพักเที่ยงที่คลินิกพอดี หญิงสาวพยายามจะรอคอยเขาจนถึงห้าทุ่ม เพื่อที่จะได้คุยกับเขาก่อนนอน เพราะลุดวิกเลิกงานตอนหกโมงเย็น เธอไม่ใช่คนชอบนอนดึกเท่าไร บางครั้งก็เลยเผลอหลับไปเหมือนกัน

                คุยกันสามเวลาขนาดนี้ ถามว่า หลงรัก เขาจริงๆแล้วใช่ไหม มะลิฉัตรตอบได้เต็มปากเลยว่า ใช่! ยิ่งคุยเธอก็รู้สึกว่าลุดวิกคือผู้ชายที่เธอตามหามาตลอดชีวิต เขาเป็นคนรักครอบครัว หลักๆคืออยากจะเป็นผู้ชายที่ดีเพื่อทดแทนบทบาทในบ้านของพ่อ ผู้ซึ่งหย่ากับแม่ไปแต่งงานใหม่ที่ออสโล นอกจากนี้ยังขยัน ตลก ขี้เล่น บางครั้งก็ซื่อเหมือนกับเด็กๆ มะลิฉัตรรู้สึกว่าลุดวิกเป็นคนจริงใจไม่มีเล่ห์เหลี่ยม เธอสบายใจที่จะเล่าอะไรต่อมิอะไรให้เขาฟัง

                บ้านในแอพของหญิงสาวตอนนี้ เต็มไปด้วยแยมคลาวด์เบอร์รี่ ปลาแซลมอน ตุ๊กตาโทรล และตัวอวาตาร์ของเธอก็สวมหมวกถักลายเกล็ดหิมะใบสวย ในขณะที่บ้านของชายหนุ่มก็เต็มไปด้วยหมอนปักชาวเขา นวมมวย ส้มตำ ผัดไทย แถมยังมีรถตุ๊กตุ๊กจอดหน้าบ้าน คู่กับเจ้าช้าง ที่ลุดวิกอุตส่าห์ไปบรรจงเสิร์ชชื่อมาตั้งอย่างดีที่สุดว่า สมหมาย หนุ่มสาวคนอื่นๆในระบบได้เห็นแบบนี้ก็พอเข้าใจว่า ทั้งคู่คงจะปักใจเลือกกันและกันแล้ว เลยไม่ได้แวะเวียนมามอบของขวัญให้อีกเท่าใดนัก

                ขอฉันโทรหาคุณได้ไหมคะ เราน่าจะได้เปิดกล้องเห็นหน้ากันและกันบ้าง

                มะลิฉัตรถามชายหนุ่มตอนดึกคืนหนึ่ง ขณะที่ปัดไฮไลท์บนดั้งจมูก แล้วใช้นิ้วชี้ดันขนตาปลอมรุ่นงอนบางธรรมชาติให้เข้าที่ ก็แหม... อยากจะให้ผู้ชายเห็นหน้าประทับใจเป็นครั้งแรก ต้องลงทุนสวยหน่อยสิเนอะ ร่างเล็กตื่นเต้นราวกับว่าจะได้ ออกเดทเป็นครั้งแรกในชีวิตเสียที แม้ว่าจะเป็นเดททางออนไลน์ก็เถอะ

                ลุดวิกส่งอีโมติค่อนแก้มแดงฉ่าและใช้มือปิดหน้า โอย ผมอาย

                เราคุยกันมาจะสามเดือนแล้ว ยังอายอะไรอีกล่ะคะ

                ‘จัสมิน ผมเพิ่งเลิกงานมาเหนื่อยๆ หน้าตาดูไม่ได้เลย เอาอย่างนี้ เราโทรฟังเสียงอย่างเดียวก็แล้วกันนะครับ ผมจะเล่นเปียโนให้คุณฟังด้วยเขาขอร้องเธออยู่นาน มะลิฉัตรถอนใจเล็กน้อยเพราะเธอก็ใจอ่อนง่าย เฮ้อ แต่งหน้าฟรีเลยสิเนี่ยเรา



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น