เนื้อคู่อยู่นอร์เวย์

ตอนที่ 3 : หนุ่มในฝัน 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ส.ค. 61


Image may contain: 1 person, eyeglasses and closeup


                ‘ยิงคำถามมาเลย

                ‘คลาวด์เบอร์รี่คืออะไรหรือคะ ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน

                ลุดวิกออกจะกระตือรือร้นเมื่อเธอถามอย่างนั้น คลาวด์เบอร์รี่เป็นผลไม้ท้องถิ่นของประเทศผมครับ บางคนเขาก็เรียกว่า นอร์ดิกเบอร์รี่ พุ่มเตี้ยๆขึ้นที่อากาศหนาว เราชอบเอามาทำแยม อร่อยมากครับเขาหายไปแป๊บหนึ่ง แล้วก็ไปหาภาพเบอร์รี่สีส้มทองของจริงส่งมาให้เธอดูประกอบ แต่ละผลเป็นก้อนหยักเหมือนเมฆสมชื่อ ก้านสีแดงชูผลสูงขึ้นเหนือดิน รองด้วยใบบอบบางรอบๆ ทำให้แลดูแปลกตาราวกับว่าเบอร์รี่เหล่านั้นเป็นตุ่มเกสรกลางดอกไม้

                ‘สวยจัง น่ากินมากค่ะ

                ‘ว่างๆคุณมาเที่ยวนอร์เวย์สิครับ คนสวย จะได้ชิมคลาวด์เบอร์รี่ และผลไม้อีกหลายๆอย่าง

                ‘แหม ไปเพื่อกินคงไม่ไหว ไกลเกินมะลิฉัตรยิ้มน้อยๆ เกิดมาฉันยังไม่เคยไปยุโรปเลยสักครั้ง กลัวหนาวจนเที่ยวไม่สนุก

                ที่เธอพูดเป็นความจริง ช่วงก่อนปีใหม่เกือบทุกปี พ่อของมะลิฉัตรจะพาพวกพนักงานในบริษัทไปทริปต่างประเทศ เช่นไปญี่ปุ่นหรือไต้หวัน เพื่อเป็นรางวัลที่ทุกคนช่วยกันทำงานอย่างหนัก จนบริษัทรับเหมาก่อสร้างมีกำไรและลูกค้าไว้วางใจอย่างทุกวันนี้ มะลิฉัตรกับแม่จึงได้ติดสอยห้อยตามไปเที่ยวกับเขาด้วย แต่ก็เป็นการเที่ยวระยะสั้นๆที่เน้นกินกับช้อปปิ้งเสียเป็นส่วนใหญ่ และไม่เคยไปไกลถึงโลกตะวันตก

                ผมขอถามคุณกลับบ้าง ลุดวิกพิมพ์กลับมา ชื่อของคุณ มะลิฉัตร แปลว่าอะไร เรียกยากมาก พิมพ์ก็ยาก

                เป็นชื่อดอกไม้น่ะค่ะ หน้าตาเหมือนดอกมะลิแต่มีซ้อนหลายชั้น และกลีบหนากว่า คล้ายกับกลีบดอกพิกุล มันเป็นดอกไม้โปรดของคุณแม่ฉัน

                ‘งั้นขอผมเรียกคุณว่า จัสมิน ได้ไหมครับ

                หญิงสาวกะพริบตาถี่ๆ หัวเราะออกมาขณะนึกถึงการ์ตูนเด็กเรื่องอะลาดิน จะเหมือนเจ้าหญิงดิสนีย์เกินไปหรือเปล่าคะ เรียกฉันว่า ฉัตร เฉยๆก็ได้

                ‘แต่ว่าผมอยากเรียกจัสมิน เพราะคุณสวยเหมือนเจ้าหญิงองค์นั้นเลย ผมสีดำยาวเหมือนกันอีกด้วย ไม่รู้ล่ะ ผมจะเรียกของผมก็แล้วกัน

                ต๊าย... ผู้ชายเขามาเกี้ยวจริงๆด้วยค่ะท่านผู้ชม! ความลังเลของมะลิฉัตรลดลง เธอตัดสินใจพิมพ์ลงไป

                อิๆ คำถามที่สองของฉัน คุณคิดว่าฉันสวยจริงหรือคะ

                เห็นสาวเจ้าหยอกกลับมาแบบนี้ ลุดวิกก็ส่งอีโมติค่อนรูปหน้าเขินแก้มแดงกลับมา แต่ไม่ยอมตอบ พอมะลิฉัตรถามซ้ำ เขาก็ตอบกลับมาว่า

                ‘ผมไม่พูดดีกว่า คุณคงได้ยินจนเบื่อแล้วชายหนุ่มส่งรูปหน้าขยิบตาขี้เล่นมาให้ จากนั้นจึงเปลี่ยนเรื่อง ว่าแต่ตอนนี้ คุณเรียนอะไรอยู่หรือครับ เห็นในโปรไฟล์บอกแค่ว่าเป็นนักศึกษา

                ‘ที่จริงฉันเรียนจบแล้วค่ะ แต่ว่ายังไม่ได้เริ่มทำงาน ฉันรู้สึกว่าเรียนมาผิดทางน่ะ

                มะลิฉัตรเล่าความรู้สึกไปตามตรง ทั้งที่ไม่กล้าบอกพวกเพื่อนและรุ่นพี่ที่คณะ หรือว่าบอกญาติโกโหติกามากนัก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกันเธอถึงเล่าให้เขาฟัง อาจจะเพราะว่า เขาอยู่ไกล ไม่ใช่คนในชีวิตจริง เธอเลยไม่กลัวว่าเขาจะผิดหวังหรือว่าชี้นิ้วตัดสินเธอกระมัง บางทีการเล่าปัญหาให้คนแปลกหน้าฟังยังง่ายกว่าเล่าให้คนใกล้ชิดเข้าใจ

                ลุดวิกอ่านข้อความของเธอจนจบโดยไม่ขัด จากนั้นก็พูดว่า แก๊ปเยียร์ก็เป็นไอเดียที่ดีนะครับ คุณจะได้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบ ผมเองก็อยากมีโอกาสแบบนั้นเหมือนกัน

                ‘อ้าว คุณก็ไม่ชอบงานที่ทำอยู่หรือคะ แต่คุณมีคลินิกเป็นของตัวเองนี่นา

                ‘เป็นของคุณแม่มาก่อนน่ะครับ ผมเรียนตามท่าน มันก็ไม่เลว แต่ผมทำงานหนักมากเพราะคนไข้เยอะ ไม่มีเวลาไปไหนหรือเจอใครเลย พอเย็นเสร็จงานก็เหนื่อย กินอาหารแล้วหลับคาโซฟาเกือบจะทุกวัน สกีก็ไม่ได้เล่นมาสองสามปีแล้ว เขาเงียบไปสักพัก ตอนคุณพ่อผมยังอยู่ ผมไม่เคยต้องทำมากขนาดนี้ แต่ยังไงผมก็ไม่อยากให้คุณแม่รีบเอาเงินเก็บเกษียณของท่านมาใช้

                ‘ฉันเสียใจเรื่องคุณพ่อด้วยนะคะฟังแล้วหญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองช่างเป็นเด็กและโชคดีเหลือเกิน ครอบครัวเธอถึงจะเข้มงวดและคาดหวังมากเกินไปบ้าง แต่ก็ดูแลเธออย่างดีในฐานะลูกคนเดียว เธอไม่ได้ต้องช่วยรับผิดชอบเรื่องเงินของบ้าน แถมพ่อแม่ของเธอก็อยู่ครบ

                ขอบคุณครับ แต่ช่างเรื่องของผมเถอะ ไว้ผมตั้งตัวได้มากกว่านี้ แล้วค่อยพาครอบครัวไปเที่ยว ไปเล่นสกีให้สะใจ เขาส่งอีโมติค่อนหน้าหัวเราะ แล้วคุณอยากทำอะไรล่ะในปีนี้

                คำถามนี้ทำให้มะลิฉัตรเงียบไปนาน มันเป็นคำถามที่เธอเฝ้าถามตัวเองอยู่ทุกวันตั้งแต่พ่อแม่ตกลงว่าจะให้แก๊ปเยียร์ เธอไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร ก็เลยไม่แน่ใจว่าจะเริ่มตรงไหนดี ชีวิตเธอมันจืดชืดเหมือนผู้หญิงชนชั้นกลางเมืองกรุงคนหนึ่ง ไม่เรียบร้อยขนาดผ้าพับไว้ แต่ก็เป็นคนเชื่อฟังพ่อแม่ว่าพวกท่านหวังดีเสมอ ให้เรียนอะไรก็เรียน ให้ทำอะไรก็ทำ และก็มักทำได้ดีด้วยเพราะสมองไม่แย่นัก เวลาว่างก็หาของอร่อยกินกับเพื่อน ช้อปปิ้ง ทำอาหาร ดูหนังอ่านหนังสือ ไม่ค่อยทำเรื่องอะไรพิเรนทร์เสี่ยงๆให้เสื่อมเสียชื่อเสียงลูกสาวเจ้าของบริษัท

                ไม่ใช่ว่าเธอเกลียดตัวเลขหรือเรื่องค้าขายเข้ากระดูกดำหรอกนะ มิฉะนั้นคงเรียนบัญชีไม่จบ เพียงแต่เธอก็ไม่ได้ชอบ อีกทั้งไม่สนใจเรื่องก่อสร้าง ออกแบบอาคาร คุมวิศวกรและคนงาน หรือว่านั่งในคอกออฟฟิศทั้งวัน เพื่อเป็นนักบัญชีผู้คำนวณค่าใช้จ่ายเพื่อเสนอราคาลูกค้าแม้แต่นิด ถ้าเป็นไปได้ล่ะก็ มะลิฉัตรอยากทำงานที่ติดต่อพบหน้าผู้คนใหม่ๆทุกวันมากกว่า

                คุณแม่ของฉันบอกว่าให้ลองไปเรียนภาษาเพิ่มเติมดู เผื่อจะได้มีโอกาสหางานได้กว้างขึ้น ฉันก็ยังไม่รู้หรอกค่ะ อาจจะหาคอร์สอะไรที่น่าสนใจลงเรียนเพิ่มสักหน่อย จะได้เสริมประสบการณ์ให้ตัวเอง

                ‘ภาษาอังกฤษคุณก็โอเคอยู่แล้วนะครับเขาชม อันที่จริง ภาษาอังกฤษที่พวกเขากำลังแชทหากันนี้ก็มีข้อไวยากรณ์ผิดๆถูกๆ เนื่องจากไม่ใช่ภาษาแม่ด้วยกันทั้งคู่ เพียงแต่ใจความสำคัญสามารถสื่อสารกันได้ดี ลุดวิกจึงไม่เห็นว่ามีปัญหาอะไร

                ขอบคุณค่ะ แต่นี่เราแค่คุยเล่นไงคะ ถ้าจะสอบวัดระดับเข้าทำงาน ฉันต้องไปติว

                ชายหนุ่มส่งสติ๊กเกอร์รูปหมาถือพู่ปอมปอมเชียร์ งั้นก็ตั้งใจเรียนนะครับ ขอให้โชคดีกับชีวิตการทำงาน ไม่ว่าคุณจะเลือกอะไร

                ขอบคุณนะคะ ฟังแล้วมีกำลังใจ

                มะลิฉัตรขยับยิ้มบาง เธอคุยเรื่อยเปื่อยกับลุดวิกจนดึก จากนั้นจึงหลับไปโดยชาร์จมือถือไว้ที่หัวเตียง

                แปลก เธอฝันฟุ้งถึงทันตแพทย์หนุ่มกับช้างตัวใหญ่ที่หน้าคลินิก ซึ่งมีแสงเหนือพาดผ่านเหนือหลังคา ลมเป่าจากเครื่องปรับอากาศพานให้อุปาทานว่าเป็นพายุหิมะสีขาว อ้อมแขนของชายหนุ่มโอบรอบตัวเธอดั่งผ้าห่มชั้นเลิศจากด้านหลัง ร่างบางยิ้มหวานก่อนจะเงยหน้าขึ้นชมลำแสงสีเขียวบนท้องฟ้า

                หางตาของเธอกลับคล้ายจะเหลือบเห็นประกายเส้นผมของคนที่กอดเธออยู่เปลี่ยนเป็นสีทอง มะลิฉัตรขมวดคิ้ว เธอพยายามหันไปมองเขาเต็มๆตัว แต่แล้วร่างสูงก็หายไป

 

                ธารแสงสีเขียวส่องสว่างวับไหว เหมืองกระแสน้ำมรกตพลิ้วผ่านมวลดาราระยิบระยับ ส่วนปลายที่เลือนหายขึ้นไปด้านบนเปลี่ยนเป็นสีขาวและม่วง ออโรรา แสงขั้วโลกจากทิศเหนือที่รักของชาวนอร์เวย์ โบราณว่ามันคือแสงสะท้อนจากโล่ห์เกราะของเหล่าวาลคิรี เทพนักรบหญิงผู้ทรงอาชาขาว ถือธงนำทางชาวไวกิ้ง บรรพบุรุษของชาวนอร์เวย์ ไปสู่วีรกรรมอันยิ่งใหญ่

                ชาวไวกิ้งได้ทำสงครามฝ่าพายุหิมะ สร้างบ้านแปงเมือง ล่องเรือข้ามมหาสมุทรน้ำแข็งไปจนถึงกรีนแลนด์ อังกฤษ รัสเซีย และค้าขายไกลถึงอินเดีย พวกเขาคือชาวยุโรปกลุ่มแรกที่กล้าข้ามหาสมุทรแอตแลนติก ตามล่าลำแสงลึกลับบนฟ้าไปจนสุดปลายฝัน

                เมื่อพวกเขาตายลง แม้ว่าจะพ่ายแพ้ หรือหลงทาง สาบสูญไปในทะเลก็ตาม วาลคิรีจะเห็นค่าความพยายามของพวกเขา และรับวิญญาณขึ้นไปสู่สวรรค์วัลฮัลลา พวกนางรู้ดี ไม่ใช่มนุษย์ทุกคนจะได้ชัยชนะดั่งฝันไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าไปไกลแค่ไหนก็ล้วนเป็นวีรบุรุษเหมือนกัน

                ริคาร์ดบินอยู่บนท้องฟ้าตามแสงเหนือที่ส่องทาง เขาเป็นนกเรเวนตัวหนึ่ง กระพือปีกสูงขึ้นไป สูงขึ้นไป จนกระทั่งลอยขึ้นเหนือเมฆ ทุกสิ่งกว้างใหญ่ไพศาลและเงียบสงบ ดวงดาวยามค่ำคืนที่ปราศจากเมฆบังนั้นเหมือนกับเพชรพลอยที่ปักอยู่บนผ้ากำมะหยี่ดำ เขาอยากที่จะแผ่ร่างกาย เกลือกกลิ้ง ซุกซบกับผ้าผืนนั้นตลอดไป

                ฉึก!!

                แต่แล้วลูกธนูดอกหนึ่งวิ่งฉิวเข้ามาปักที่ปีกของเขา ทะลุจากปีกข้างซ้ายไปยังข้างขวา บาดหลังคอของเขา มันตรึงเขาไว้เหมือนกับไม้กางเขน และร่างหนักอึ้งร่วงหล่นลงจากฟ้า ริคาร์ดพยายามดิ้นรนและก็ไม่เป็นผลเลยแม้แต่นิด ตาของเขาพร่าเลือนไปด้วยลมที่พุ่งสวนขึ้นมายามที่เขาตกลงตามแรงโน้มถ่วงด้วยความเร็ว มันแสบจนมองแทบไม่เห็นอะไร

                ริคาร์ดตกลงไปบนกองหิมะเย็นเยียบ จมหน้าลงไปในสีขาวอันไร้สีไร้กลิ่น ว่างเปล่าราวกับความตาย เขาขยับตัวไม่ไหวแล้ว เลือดในตัวกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็ง

                เขามาไกลได้เท่านี้หรือ... วาลคิรีมีอยู่จริงไหม พวกนางมองเห็นเขาหรือเปล่า หรือจะทอดทิ้งเขาไว้ที่นี่ เขาแค่ต้องการไปตามลำแสงนั้น

                “ไปกับฉันสิ

                มืออบอุ่นคู่หนึ่งช้อนเข้ามาใต้อกและหางของริคาร์ด หญิงสาวคนหนึ่งพยายามอุ้มร่างของเขาขึ้นไปแนบอก เขาไม่เคยได้ยินเสียงเธอมาก่อน นี่หรือวาลคิรี

                ริคาร์ดขยับตัวเพื่อจะมองเธอแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรง ขนนกหลุดร่วงกราวจากตัวเขาเหมือนกับเป็นโรคเรื้อน ลมพัดบาดผิวช่างหนาวเหลือเกิน และดูสิ เขาไม่ใช่นกหรอก! เขาเป็นเพียงก้อนเนื้อที่น่าเกลียด อ่อนแอ พิการ

                “ไปสิ เราจะไปด้วยกัน

                ไม่ไม่จะไปอย่างไร เขาบินไม่ได้แล้ว ปีกของเขา

                ชายหนุ่มรู้สึกตัวขึ้นมาว่าเขาไม่มีปีกอีกต่อไป ไหล่ทั้งสองข้างเชื่อมต่อกับท่อนแขนของตนตามปกติ ส่วนที่เจ็บจี๊ดกลับกลายเป็นศีรษะ รวดร้าวลงไปตามสันหลัง แล้วก็ปวดร้อนผะผ่าวลามมายังเบ้าตา ขนนกทั้งหมดหลุดร่วงและเขาคืนร่างเป็นบุรุษอีกครั้ง ทิ้งกายซบอยู่กับตักของหญิงสาวนิรนาม

                ม่านผมสีดำของเธอสยายลงมาประดุจน้ำตก ปลายระกับเรือนผมสีทองของเขา ขณะที่เธอก้มคอลงมองและแตะปลายนิ้วบนใบหน้า มันเปียกชื้นไปหมด ทำไมกันนะ เขาร้องไห้อยู่งั้นหรือ

                “เช็ดน้ำตาเถอะนะ เราจะเดินไปด้วยกัน





---------


ขอบพระคุณทุกคนที่ติดตามอ่านนะคะ
มีอะไรเม้นคุยกันได้ ไอซ์จะตามตอบทุกเม้นเลยค่ะ

รูปคลาวด์เบอร์รี่ค่ะ ^^ เป็นผลไม้ที่ขึ้นตามภูเขาหนาวๆแถบนอร์ดิก ค่อนข้างหายาก ทำให้ราคาแพงเอาเรื่องเลย


Image may contain: food

Image may contain: plant, flower, nature and outdoor


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 22:06

    มีความแฟนตาซี ฮืออ ชอบมากเลย มีความนอร์เวย์สูงมาก

    รอติดตามน้าาา

    #2
    3
    • 20 สิงหาคม 2561 / 19:38
      อ่อ555555 เพิ่งมาเข้าใจเนื้อเรื่องตอนไรต์อัพตอนล่าสุดไป55555 สารภาพว่าที่เข้ามาอ่านเพราะชอบนอร์เวย์มาก ตอนนี้ติดเรื่องนี้แล้ว รักไรต์ 💕
      #2-2
    • 20 สิงหาคม 2561 / 19:39
      อ่อ555555 เพิ่งมาเข้าใจเนื้อเรื่องตอนไรต์อัพตอนล่าสุดไป55555 สารภาพว่าที่เข้ามาอ่านเพราะชอบนอร์เวย์มาก ตอนนี้ติดเรื่องนี้แล้ว รักไรต์ 💕
      #2-3