[Perfect Life]

ตอนที่ 64 : 44 – จ้าวแห่งทะเลสาบ ①

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 73 ครั้ง
    15 ต.ค. 61

B
E
R
L
I
N

44 – จ้าวแห่งทะเลสาบ

ตื่นนอน อาบน้ำ ล้างหน้าแปรงฟัน เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับเดินทางต่อ อาหารเช้าของโรงเตี๊ยมก็เหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีแค่เมนูนี้เท่านั้น

ไม่รอเช้าหลังทานข้าวเสร็จ มุ่งหน้าไปยังทางออกด้านหลังหมู่บ้าน และแน่นอนว่ามีคนพยายามตักเตือนหรือห้ามไม่ให้ผ่านทางนั้น

คงกลัวว่าพวกเธอจะตายกระมัง?

ทั้งคู่เลือกที่จะไปต่อไม่สนใจคำตักเตือนพวกนั้นคงเพราะมันใกล้กว่า ไปถึงแล้วจะได้ตรงไปอีกเมืองไม่ต้องตรงแล้วย้อนไปมาอีก

“พร้อมรึยัง?” ถามเจ้าหล่อนที่เดินไปซื้อเครื่องปรุงเพิ่ม ดูเหมือนว่าเครื่องปรุงที่ทำไว้คงไม่พอกับปริมาณกระเพาะของเขา ดูเหมือนว่าการเดินทางครั้งนี้น่าจะเสียเงินไปกับการกินเยอะยิ่งกว่าซื้ออุปกรณ์ป้องกันตัวหรืออาวุธเสียอีก

“อื้ม พร้อมแล้วล่ะ” ตบกระเป๋าตนเอง

“ดี ไปกันเถอะ”

เมินเฉยสายตานั่น สายตาแห่งความสมเพชเวทนานั่นไม่ได้มอบให้พริสทีน แต่มันมอบให้ไลแคนหนุ่มแทน

พริสทีนมีผมสีเงินนั่นหมายความว่ามีโอกาสรอดสูงกว่าเขา

ที่หลายคนคิดว่าเป็นมนุษย์ปกติธรรมดาๆ

จะสงสาร หรือขำ หรือเหนื่อยใจกับสายตานั่นดี...

เดฟไกส์ในร่างหมาป่าตัวใหญ่สาวเท้าวิ่งด้วยความเร็ว หวังว่าจะไปทิ้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่มั่นใจว่าเจ้างูยักษ์แห่งทะเลสาบจะผล็อยหลับไปตอนไหน

หลับเมื่อไหร่ก็เป็นอันจบ ต้องรอจนกว่าจะตื่นอีก

จนในที่สุดก็ถึงเขตรั้วกั้น

“? เดฟ หยุดก่อน!”

เอี๊ยดดดด!!! รีบเบรกเท้าก่อนจะพุ่งกระโดดข้ามรั้วไป พริสทีนรีบลงมาจากหลังอีกฝ่ายตรงไปดูที่รั้ว

‘มีอะไร ทำไมจู่ๆให้หยุด?’

“พอดีเห็นสถานะแปลกๆน่ะ เมื่อวานเดฟบอกว่ารั้วนี้มีคนเอายาไล่มอนสเตอร์มาสาดเอาไว้ใช่ไหม?”

‘ใช่ แล้วทำไม?’

“ก็เจ้ารั้วนี่ไม่มีกลิ่นยาหรือติดค่าสถานะขับไล่มอนสเตอร์น่ะสิ อีกอย่าง ตอนนอนฉันก็พึ่งคิดได้... ว่าเจ้ายาขับไล่มอนสเตอร์น่ะไม่เคยมีมาก่อนจนฉันทำน่ะสิ กรณีหมู่บ้านน้ำผึ้ง รั้วนั่นก็แค่เอาสมุนไพรที่ใช้ขับไล่มาบดละเอียดแล้วเอามาทารั้วเฉยๆ ไม่มีการปรุงยาอะไรทั้งสิ้น”

‘......เออ มันก็จริงแฮะ นี่ข้าติดคำพูดและชินเกินจนคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติสามัญทั่วไปของมนุษย์แล้วรึเนี่ย!?’ เริ่มโวยวายอีกรอบ

“เอาน่าๆ...” หัวเราะแห้งๆ เธอเองก็แอบรู้สึกผิดเหมือนกัน

หญิงสาวหันไปสนใจรั้วนั่นต่อ มันไม่มีค่าสถานะขับไล่มอนสเตอร์ แต่ติดค่าสถานะ... [คำสาป]

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: [คำสาป] นี้เป็นคำสาปพันธะสัญญาเลือด ผู้ใดก้าวข้ามผ่านรั้วนี้ไปหรือแตะต้องมัน เลือดจะถูกเชื่อมต่อกับผู้ร่าย และจะถูกสูบเลือดไปจนกว่าจะตาย [คำสาป] นี้เป็นของเผ่าแวมไพร์

แล้วเผ่าแวมไพร์จะมาร่ายคำสาปใส่รั้วทำไม?

“ไปกันต่อเถอะ บางทีอาจจะรู้ที่มาของมันก็ได้”

ขึ้นหลังมุ่งตรงไปยังทะเลสาบเป้าหมายของวันนี้

วู้ม... ผิวกายรับรู้ได้ว่าตอนนี้ผ่านอาณาเขตป้องกันภัยของทะเลสาบมาแล้ว เบื้องหน้าคือทุ่งหญ้ารอบทะเลสาบ ดอกไม้และโขดหินนั่นดูแล้วสบายตา สายลมพัดพาไอเย็นของผิวน้ำมากระทบร่าง และใกล้ทะเลสาบนั่นมีกระท่อมไม้ตั้งขึ้นสูงจากพื้นเล็กน้อย

ชายหนุ่มกลับคืนร่างอีกครั้ง มองทะเลสาบกว้างใหญ่ เตรียมตัวให้พร้อมหลังเห็นพริสทีนอุดหู

เดิมทีสถานที่แห่งนี้เองก็ร่ายเวทย์ป้องกันการรบกวนจากภายนอกไว้ หากเกิดอะไรขึ้นภายในนี้ก็ไม่มีผู้ใดรู้

จ้าวแห่งทะเลสาบ!!!!!!!! ข้าราชันย์ไลแคนสีครามคนปัจจุบัน เดฟไกส์ต้องการพบท่านอีกครั้ง!!!!!!!!! หากได้ยินเสียงข้าได้โปรดตอบรับกลับด้วย!!!!!

ตะโกนเสียงดังจนพื้นผิวน้ำผืนดินสั่นสะเทือน แม้เธอจะอุดหูเป็นทุนเดิมแล้วก็ยังแอบมึนไม่ได้

ให้ตายก็ไม่ชินเสียงตะโกนของเขาจริงๆ!

.

.

.

.

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปไร้ซึ่งสัญญาณตอบรับจากจ้าวแห่งทะเลสาบตนที่ว่า เดฟไกส์กับพริสทีนนั่งๆนอนๆบนพื้นไปมา ทำมงกุฎดอกไม้เล่นแก้เบื่อจนเวลาผ่านไปเป็นชั่วโมงก็ยังไม่มีวี่แวว...

ดูท่านอกจากขี้เซาก็น่าจะตื่นยากด้วย

“เอาไงต่อดีเดฟ?” มองไลแคนหนุ่มที่กำลังนอนบนพื้นหญ้า

ชายหนุ่มเด้งตัวลุกขึ้น “....งั้นไปบุกเจ้าบ้านไม้นั่นเลยละกัน!!”

“เอางั้นเลยเหรอ?” มองบ้านไม้นั่น ใช้ [Scania (วิเคราะห์)] แล้วเป็นอันต้องชะงัก “มีคนอยู่นี่?”

“โฮ่.. นึกว่าบ้านร้างซะอีก”

“เดี๋ยวนะ ไม่ใช่... ไม่ใช่คน....” ลุกขึ้นตามอีกฝ่าย “ดูเหมือนว่าจะเป็นแวมไพร์”

“แวมไพร์? ทำไมพวกนั้นมาอยู่ที่นี่?” จากหนังสือที่เขาอ่านมา พวกแวมไพร์ส่วนใหญ่ไม่ชอบแสงสว่าง และมักอาศัยอยู่ในอาณาจักรปีศาจไม่ก็ [เมืองผีลึกลับ] เพราะมีแต่ความมืดซะมากกว่า แถมระยะห่างของเมืองผีที่ว่านั่นอยู่ห่างไกลจากที่นี่พอควร แล้วทำไมแวมไพร์ถึงมาอยู่ที่นี่ได้?

“ถ้าเป็นแวมไพร์จริงคงเป็นแวมไพร์ตนเดียวในอาณาจักรนี้นั่นแหล่ะ ไปเหอะ”

ทั้งคู่ตรงไปยังบ้านไม้นั่น พริสทีนสัมผัสได้จากการตรวจเมื่อกี้ว่าคนในบ้านกำลังหวาดกลัวจึงขอเป็นคนพูดแทน

ก๊อกๆๆ “ขอโทษนะคะ คุณแวมไพร์ พวกเราขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ยคะ?”

....ผ่านไปสักพัก ไม่มีเสียงใครตอบกลับมา

“คือพวกเราไม่ได้มาร้ายนะคะ แล้วก็ไม่ได้คิดจะทำร้ายคุณด้วยนะคะ เพราะงั้น..เอ่ออ.. จะว่าไงดี เราแค่มีธุระคุยกับท่านจ้าวแห่งทะเลสาบเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดร้ายอะไรทั้งนั้นค่ะ เชื่อพวกเรานะคะ”

พยายามหว่านล้อมให้อีกฝ่ายเชื่อใจ จนตอนนี้พริสทีนรู้สึกได้ว่าตอนนี้ตนคล้ายเซลล์แมนไม่ก็คนขายประกันชีวิตไม่มีผิด

เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ไม่มีก็ยังไม่มีใครตอบมา

ดูเหมือนว่าหว่านล้อมให้เชื่อไม่สำเร็จจึงตัดสินจะนั่งรออยู่หน้าบ้านแถวโขดหินแทน...

แอ๊ดดด... ไม่ทันไรประตูบ้านเปิดออก ผู้เปิดคือชายหนุ่มใบหน้าสละสวย ผิวอีกฝ่ายสีขาวมีเลือดฝาดเล็กน้อย ผมสีขาวบางใส ดวงตาสีแดงเหมือนสีกุหลาบต่างจากดวงตาของเธอ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่กับกางเกงสีดำ และดูเหมือนจะกล้าๆกลัวๆพยายามหลบหลังประตู

ใบหน้าที่งดงามยิ่งกว่าผู้หญิงทั่วไป จนทำเอาเธอคิดถึงชิอินะ...

“เชิญ... เข้ามา..ก่อน....” ว่าจบก็หลบเข้าไป

พริสทีนกับเดฟไกส์มองหน้ากัน “รบกวนด้วยค่ะ/ครับ”

ทั้งคู่เดินเข้าไปภายในบ้านไม้...

บ้านหลังเล็กที่มีห้องครัว ห้องนอนและห้องนั่งเล่นอยู่ในห้องเดียวกัน หน้าต่างทุกบานมีม่านปิดไว้ มีต้นไม้ช่วยให้ส่องสว่างในที่มืด [ครีสพอสชั่น] เองก็ถูกนำมาประดับสร้างแสงสว่างที่ไม่ใช่พระอาทิตย์ในห้องนี้

แวมไพร์หนุ่มชงกาแฟกุหลาบให้ทั้งคู่ กลิ่นกาแฟกุหลาบหอมกรุ่นชวนให้ผ่อนคลาย

“อร่อยมากเลยค่ะ ขอบคุณ”

อีกฝ่ายคลี่ยิ้มบางให้ ไม่ตอบอะไร แถมดูเหมือนจะพยายามหลบสายตาจากเดฟไกส์ที่จ้องไม่หยุด

“เดฟ จ้องแบบนั้นเหมือนกดดันเขานะ!”

“โทษที แต่มันน่าสงสัย...” หรี่ตามองอีกฝ่าย “ทาส?”

แวมไพร์หนุ่มสะดุ้งเฮือก!! ตัวสั่นเครือ น้ำตาคลอกับคำพูดนั่น สีหน้าซีดเผือกจนเลือดฝาดหายไปหมด

เดฟ!!!!!!

คราวนี้เป็นไลแคนหนุ่มเองที่สะดุ้ง “ข ขอโทษ.. ก็มันสงสัยนี่ แต่พวกข้าไม่ใช่พ่อค้าทาสหรือเกี่ยวข้องอะไรกับพวกนั้นซะหน่อยไม่ได้มาจับเจ้าด้วย!!”

“ให้ตายสิ!” มองแวมไพร์หนุ่ม “ขอโทษที่แนะนำตัวช้านะคะ หนูชื่อพริสทีนค่ะ ส่วนนี่เดฟไกส์ คนที่ตะโกนเสียงดังลั่นเมื่อกี้นั่นแหล่ะค่ะ”

“ส เสียงดัง...เมื่อกี้....” เงียบไปเล็กน้อย

นึกถึงเสียงตะโกนและประโยคที่อีกฝ่ายตะโกนเมื่อครู่...

เสียงที่ร้องเรียกหาท่านจ้าวแห่งทะเลสาบในฐานะไลแคนสีคราม คราวนี้เกิดเสียงดังโครมครามเพราะรีบร้อนคุกเข่าขอขมาเขา!!!

“ข ขออภัยในความไร้มารยาทด้วยครับ!!!!”

ไลแคนหนุ่มมองพริสทีนประมาณว่าคราวนี้เขาไม่ผิด!! อีกฝ่ายคุกเข่าเอง!!

หญิงสาวเองผงะไปพอควร เลยแนะนำให้เขาสั่งให้แวมไพร์หนุ่มลุกขึ้น เสียเวลาไปนานกว่าจะทำให้สงบได้

เดฟไกส์เองก็ถูกเธอสั่งให้เงียบก่อนจะมีปัญหาไปมากกว่านี้

เลยโดนสั่งให้ก้มหน้ากินขนมไปซะ

“ข้ามีชื่อว่า เอล ขออภัยในการกระทำเมื่อครู่ด้วย ข้า ตกใจเกินไป... ไม่ชินกับการมีคนเข้ามาเท่าไหร่นัก..”

“ฉันเข้าใจค่ะ จู่ๆก็มีคนบุกรุกเข้ามา เป็นใครก็ต้องตกใจ...”

“ครับ ขอโทษด้วย...”

“คุณเอลอาศัยอยู่ที่นี่นานแล้วเหรอคะ?”

“ครับ... คืออย่างที่ท่านไลแคนเป็นคนบอก ข้าเคยเป็นทาสมาก่อน... ข้าหนีมาที่นี่เพราะไม่อยากถูกขายให้เศรษฐีหื่นกามจากเมืองข้างๆนี้ ตอนแรกก็คิดว่าจะตายแล้วเพราะข้ามรั้วมาแถมโดนมอนสเตอร์ไล่ฆ่า... แต่เซซิลก็เป็นคนช่วยข้าไว้”

ไลแคนหนุ่มเงยหน้ามองกับชื่อไม่คุ้นหูนั่น “เซซิล? ใคร?”

ทั้งห้องกลับมาเงียบอีกครั้ง...

ฉ่า!!! ใบหน้าของเอลแดงก่ำ เพราะดันหลุดเรียกชื่อนั้นออกไป

“ค คือ... เอ่อ คือ ชื่อของท่านจ้าวแห่งทะเลสาบน่ะครับ...”

“เดฟไม่รู้เหรอ?”

“ก็ไม่รู้น่ะสิ หมอนั่นไม่มีชื่อมาตั้งนานแล้ว ทุกคนก็เรียกแต่จ้าวแห่งทะเลสาบๆแค่นั้นแหล่ะ” ....จะว่าไป จำได้ว่าหมอนั่นบอกว่าจะให้คนสำคัญตั้งชื่อให้เท่านั้น แล้วเจ้าแวมไพร์นี่สำคัญกับหมอนั่นงั้นเหรอ..? ไลแคนหนุ่มครุ่นคิด...

“....แล้วเสียงเพลงนั่นคุณเอลเป็นคนเล่นเหรอคะ?”

“ค ครับ ท่านจ้าวมักให้ผมเล่นตอนกลางคืน เพราะเป็นช่วงที่ผมสามารถออกมาจากบ้านได้ ...ถ้าพวกท่านอยากเจอท่านจ้าวคงต้องรอตอนกลางคืนแทน... รอในบ้านนี้ก็ได้นะครับ”

“ได้เหรอคะ? ขอบคุณค่ะ! งั้น... เพื่อเป็นการตอบแทนจะทำอาหารให้นะคะ คุณเอลชอบทานอะไรรึเปล่า หรือว่าดื่มแค่เลือด?”

“ผมทานได้หมดยกเว้นกระเทียมน่ะครับ”

“ได้ค่ะ รอทานได้เลย”

เอาเข้าจริงพริสทีนเริ่มเอะใจแปลกๆตั้งแต่ตอนรู้ว่าเอลเรียกท่านจ้าวแห่งทะเลสาบด้วยชื่อจริง ทั้งๆที่เดฟไกส์ที่สนิทกับเขายังไม่รู้ชื่อ

ช่วยเอลไว้ไม่ให้ตายจากพวกมอนสเตอร์พวกนั้น และยังให้อยู่ในเขตทะเลสาบ...

คิดยังไงมันก็น่าสงสัย... สายเลือดบางอย่างในตัวมันกำลังร่ำร้อง

ขณะพูดคุยเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับแวมไพร์ สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นของต้องห้ามเข้าโดยบังเอิญ...

ทำให้เธอเข้าใจในทันทีว่าทำไมสายเลือดในอดีตถึงได้ร่ำร้องนักตั้งแต่ตอนเห็นฟีเรเริ่มสนิทสนมกับชิอินะมากขึ้น...

รอยคิสมาร์คบนต้นคอของเอล กำลังทำให้สายเลือดนั้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง...

สายเลือดของสาววายในอดีต!!!!

ในโลกใบนี้เท่าที่พระเจ้าท่านบอกมา ไม่มีการกีดกันเรื่องเพศ ไม่ว่าจะเพศเดียวกันก็ไม่มีการขัดขวาง ดูถูกดูแคลน หรือขับไล่ไส่ส่ง เหมือนเป็นแดนสวรรค์เลยก็ว่าได้

แนวที่เธอเคยชอบอ่านตอนวัยรุ่นก็เป็นหนุ่มหน้าสวยผมยาวเป็นเคะเสียด้วย

และเอลก็เป็นหนุ่มรูปงามผมยาว...

อา... เหมือนพระเจ้าท่านกลั่นแกล้งฉันยังไงก็ไม่รู้สิ... อยากถอนหายใจแต่เดี๋ยวทุกคนจะคิดว่าเธอเบื่อ เลยพยายามสนใจการสนทนาต่อ

เอลเป็นแวมไพร์ชนชั้นธรรมดาอยู่ในอาณาจักรปีศาจ แต่เกิดที่ [เมืองผีลึกลับ] ทำให้เขารู้จักทั้งสองแห่งเป็นอย่างดี ตอนเขาอธิบายเรื่องอาณาจักรปีศาจพริสทีนตั้งใจฟัง

ส่วนกรณีเมืองผีนั่นอุดหูไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น สร้างความสนุกและเสียงหัวเราะให้ทุกคน

และกลางคืนก็มาเยือนอีกครั้งหนึ่ง......

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 73 ครั้ง

287 ความคิดเห็น

  1. #128 MrQm (@MrQm) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:18

    Yนั้นเอง~~Yตัวเบ้อเริ่มเลยยยยย//(0=0!!)

    #128
    0
  2. #127 IMYOURENIGHTMARE555 (@auncha2005) (จากตอนที่ 64)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 21:05
    อุเห้ะ~!พรีสทีน!จับมือหน่อย!//จับมอเเล้วเขย่ารัวๆ
    #127
    2
    • #127-1 LuZiNtEaR (@luzintear) (จากตอนที่ 64)
      15 ตุลาคม 2561 / 21:20
      สายเลือดเดียวกันใช่มั้ยเนี่ย 5555555555
      #127-1