[Perfect Life]

ตอนที่ 63 : 43 – หมู่บ้านอูมิรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 584
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    11 ต.ค. 61

B
E
R
L
I
N
 


43 – หมู่บ้านอูมิรา

ก่อนเดินทางพริสทีนต้องตื่นก่อนเพ่อเตรียมอาหาร ไม่เช่นนั้นระหว่างทางคงได้มีหิวไส้กิ่ว การเตรียมอาหารทำเอานึกถึงตอนเดินทางออกจากอาณาเขตต้องห้ามครั้งแรก ตอนนั้นมีแค่ปลากับเห็ดย่าง ตอนนี้พัฒนาทักษะ [การทำอาหาร] อยู่ในขั้นสูงสุด การทำอาหารไซส์ยักษไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธออีกต่อไป

มื้อเช้าเป็นข้าวต้มเนื้อแบบใส่เนื้อไม่ยั้ง ถ้าวัตถุดิบหมดเมื่อไหร่ก็สั่งให้เจ้าคนกินเยอะสุดไปล่ามาเพิ่ม

ส่วนมื้อกลางวันระหว่างเดินทางสำหรับวันนี้เป็นซาลาเปาขาวๆอวบๆไส้หมูแบบล้นทะลัก

ระหว่างเดฟไกส์ยังทานข้าวอยู่พริสทีนก็มีตัดเย็บชุดใหม่เพราะจู่ๆก็อยากใส่กระโปรงพองๆพริ้วๆกว่ากระโปรงตัวปัจจุบัน แต่ก็ตั้งมั่นไว้ว่าจะเอาไว้ใส่ช่วงหลังจึงทำได้แค่นิดเดียว และนำสมุนไพรที่เก็บได้ระหว่างทางมาแปรรูป

[แยกชิ้นส่วน]” แยกพิษออกจากวัตถุดิบ พวกพิษเก็บใส่ขวดแยกไว้สำหรับทำอย่างอื่น มีสัมผัสเล็กน้อยเพิ่มระดับให้ [ต้านพิษ] กับ [เวทย์พิษ] แยกน้ำกับเกลือจากน้ำทะเล

[อบแห้ง] [บดละเอียด]” วัตถุดิบแยกออกมาถูกอบ บดให้ละเอียดก่อนบรรจุใส่ขวดแยก ได้พริกไทยธรรมดา, พริกไทยดำและเกลือ

“อ๊ะ จริงด้วย มีนั่นอยู่นี่” หยิบดอกไม้หลากหลายสีสันที่เก็บได้ระหว่างทางเมื่อวานออกมาจากกระเป๋า และน้ำเมือกของสไลม์ตัวน้อยที่ดันตกใจเพราะเดฟไกส์ ยังไม่ทันจะทำอะไรก็นึกว่าจะตายซะแล้ว... ช่างน่าสงสารซะจริง

“เก็บเมือกมันมาทำไม?” ถามเธอแต่ก็ยังไม่หยุดกินข้าวต้มในหม้อนั่น “เอาไปทำอะไรก็ไม่ได้ด้วยซ้ำ”

“ไม่หรอก จากที่ไนกีวิเคราะห์มามันใช้แทนกาวได้นะ ค่อนข้างเหนียวกว่าด้วยซ้ำ”

“กาว?”

“ก็ของเหนียวที่ทนๆแล้วแปะใส่อะไรก็ติดไปหมดประมาณนั้นน่ะ ถ้าแปะกับจดหมาย จดหมายก็จะแน่นหนาเปิดแบบปกติไม่ได้ ใช้ปิดได้มิดชิดกว่าขี้ผึ้งที่ต้องเหยาะปิดจดหมายอีกนะ เอาล่ะ... [แยกชิ้นส่วน]

แยกชิ้นส่วนดอกไม้กับพิษออกจากเมือกสไลม์ คั้นน้ำจากดอกไม้ด้วยเวทย์วารี นำใส่ถ้วยแยกเอาไว้ นำขวดเล็กๆที่เตรียมมาวางข้างกันให้เรียบร้อย

“ไม่ได้พูดคำนี้นานเลยน๊า [คราฟ]

กิ๊ง! ได้ยาทาเล็บหลากหลายสีสันมา

“สำเร็จ~!”

“อะไรเนี่ย พวกสีทารูปเรอะ?” หยิบขวดขึ้นมามอง ดมกลิ่น กลิ่นหอมของดอกไม้เบาๆ “หรือน้ำหอม?”

“ยาทาเล็บต่างหากล่ะ”

“ยาทาเล็บ? อะไรอีกล่ะนั่น?”

“ก็เอาไว้ใช้ทำแบบนี้... แบบนี้ แล้วก็แบบนี้...” หยิบขวดยาทาเล็บสีน้ำเงินกับสีขาวขึ้นมาทาสลับอย่างละเล็บ เล็บสีน้ำเงินไล่เฉดสีจนคลายกับขนไลแคนสีคราม ใช้ขวดสีขาวกับสีทองสะบัดให้เหมือนเป็นประกาย สีขาวก็ติดดอกไม้ดอกเล็กเคลือบด้วยยาทาเล็บสีใส ตกแต่งด้วยไข่มุกครึ่งซีกอันเล็ก ปิดท้ายด้วยการ [อบแห้ง] “เป็นไง น่ารักมั้ย?”

จับมือเจ้าหล่อนเข้ามาดูใกล้ๆ “ไม่เลว ดูเหมาะกับเจ้าดี”

“ขอบคุณจ้ะ” ยิ้มกว้าง

“แต่งเล็บแล้วจะทำผมด้วยมั้ย?”

“ผมเหรอ?”

“ก็ตอนเรียนเห็นชอบถักเปียมัดรวบไม่ใช่รึไง?”

“อ่อ... สเตลล่าเป็นคนทำให้น่ะ ฉันถักเปียให้ตัวเองไม่เป็นหรอก...” ความจริงอันแสนโหดร้าย จนถึงตอนนี้ก็ถักเปียให้ตัวเองไม่เป็น เป็นแต่ถักให้คนอื่น...

เดฟไกส์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะลูบหัวปลอบไปทีหนึ่ง แยกย้ายกันเก็บของและออกเดินทางกันต่อ

คราวนี้พริสทีนขึ้นหลังเดฟไกส์ได้อย่างสบาย แถมยังร้องเพลงไปพลาง ดูเหมือนเธอจะไม่กลัวตกแล้ว

เป้าหมายวันนี้ต้องถึงหมู่บ้านแถวนั้นเพื่อเอาวัตถุดิบที่เก็บได้ระหว่างทางไปขาย ถึงจะไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่เป็นทางผ่านสำหรับนักผจญภัยทุกคน และใกล้กับทะเลสาบซึ่งมีงูยักษ์ขนาดใหญ่หลับใหลอยู่

“ต้องผ่านป่าเข้าไปด้วยแฮะ...”

‘ไม่ต้องกลัว ตรงนี้ไม่อันตรายหรอก เขตที่เจ้าอยู่ก่อหน้านี้อันตรายกว่าตั้งเยอะ’

“เห...ถ้างั้นก็เดินเรื่อยเปื่อยน่ะสิ?”

‘ได้อยู่แล้ว ตื่นเช้าขนาดนี้มีเวลามากพอไปเก็บของมาประดิษฐ์ประดอยอย่างที่เจ้าต้องการได้สบายเลย’

“งั้นฝากด้วยนะเดฟ” ยิ้มหวานพลางลูบแผงคออีกฝ่ายไปมา มองภายในป่า ใช้ [ตรวจสอบ] เชื่อมกับดวงตาของเธอเอง “ทางนั้น”

พริสทีนชี้ไปอีกทาง เขาวิ่งไปโดยไม่ลังเล เมื่อถึงจุดหมายเจ้าหล่อนรีบหลงจากหลังวิ่งไปเก็บวัตถุดิบทันทีไม่รอให้เขากลับร่างมนุษย์ บางชนิดเดฟไกส์รู้จักจากหนังสือกับเทียร่าเลยพอช่วยอธิบายให้พริสทีนฟังได้

ก้อนขรุขระสีน้ำตาลเงาสะท้อนสีเหลืองทองในพื้นดินแข็งโป๊กเหมือนก้อนหินธรรมดา ไม่ว่ามนุษย์คนไหนก็คิดว่าเป็นหิน หารู้ไม่ว่าหากนำมันไปอบ จะได้เป็นขนมปังกลิ่นหอมกรุ่น [เบรสโตน] ถ้ามีสีเข้มเป็นไส้ช็อกโกแลต สีอ่อนออกชมพูไส้สตรอเบอร์รี่ ถ้าไม่มีเงาสะท้อนเป็นขนมปังธรรมดาๆ

แถมเป็น 1 ในอาหารอันโอชะของหมู่บ้านลับแลที่อีกฝ่ายชอบนำมาฝากเธอ

ผลไม้รูปร่างคล้ายพุทราจีนเหมือนทานได้แต่กลับทานไม่ได้ ใช้เป็นวัตุดิบปรุงยาหรือเติมเชื้อเพลิงอุปกรณ์เวทมนตร์ [จูเลตทริก]

กระต่ายมีเขาอยู่กลางหน้าผาก [ฮอร์นแรบบิท]

พันธุ์ปกติทั่วไปเป็นเขาสีครีม มีโอกาส 1 ในล้านจะได้เจอตัวมีเขาเหมือนคริสตัล เขามันสามารถขายได้ถึง 200 เหรียญทอง

ต้นผลไม้หลากหลายสีสันส่องประกายสวยงาม  [ครีสพอชชั่น] ถือคติสวยแต่รูป เพราะมันไม่สามารถกินได้ มีพิษร้ายแรงถึงขั้นคร่าชีวิตได้ และให้อารมณ์คล้ายไฟประดับต้นคริสมาสต์

แต่มันมีความลับซ่อนอยู่...

“ก็กินได้นี่?”

แอบผงะกับสิ่งที่ได้ยินเล็กน้อย “จริงดิ?”

“อื้อ ไนกีช่วยวิเคราะห์มาน่ะ ถ้าทำแบบนี้...” หยิบมีดพกหินเวทย์ขึ้นมาแงะจุกของมันที่เชื่อมกับกิ่งออก ผ่าครึ่งจนเห็นเนื้อสีชมพูและสีแดงคว้านส่วนเนื้อสีชมพูตรงใจกลางออก จนเนื้อสีแดงมีประกายเล็กๆ “นี่ไง เสร็จละ”

เดฟไกส์ใช้ [ตรวจสอบ] กับผลครีสพอยชั่นในมือเธอ มันไม่มีพิษอย่างที่ว่าไว้ “......เจ้าไปรู้มาจากไหนเนี่ย”

“ไนกีบอกน่ะ”

แอบหงุดหงิดเล็กๆ “เจ้าไนกีอะไรนั่นรู้ไปหมดเลยรึไงห๊ะ!”

“อย่าพูดแบบนั้นสิเดฟ”

เอาเข้าจริงตอนเขารู้ว่าคนอยู่กับพริสทีนมานานกว่าตนคือไนกี ก็แอบหงุดหงิดมาตลอด แถมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไนกี...เป็นผู้ชายหรือผู้หญิง

“แล้วเจ้าไนกีนั่นเพศอะไร”

“เพศเหรอ?”

“ใช่ เพศ ว่าไง?”

“....”

“....”

“....”

“......อย่าบอกนะว่าเจ้าไม่รู้น่ะห๊ะ!!!!”

“....อื้อ” พยักหน้า จะว่าไม่สนใจก็ไม่เชิง เรียกว่าลืมนึกเรื่องเพศไปดีกว่า เพราะไนกีเองก็ไม่เคยตอบลงท้ายครับหรือค่ะเลยสักครั้ง

> ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ: ในตอนแรกเริ่มข้าไม่มีเพศตายตัว ไม่ใช่ทั้งชายไม่ใช่ทั้งหญิง แต่เมื่อท่านพริสทีนตื่นขึ้น ข้าได้ถูกกำหนดไว้ว่าเป็นหญิง

“เห็นบอกว่าเป็นผู้หญิงน่ะ”

“ผู้หญิง? .....ก็แล้วไป” โล่งใจพอสมควร หยิบเจ้าครีสพอสชั่นมากิน รสหวานต่างจากที่เคยทาน

ตอนนั้นลองกัดคำเดียวได้ [ต้านพิษ] มาในระดับหนึ่ง

โชคดีที่เป็นไลแคนสีคราม ไม่งั้นตายตั้งแต่กัดเข้าไปแล้ว!

เป็นผู้ชายคงมีปัญหาหนักกว่านี้

“เอาเป็นว่าหาวัตถุดิบกันต่อเถอะ”

เดินหาพวกสมุนไพรกับวัตถุดิบต่อ อันไหนมีพิษแล้วทานไม่ได้ก็ทำการคัดแยกพิษออก คัดแยกสมุนไพรแยกสำหรับทำยารักษาธรรมดา ยาขับไล่มอนสเตอร์หรือยาแก้พิษ พวกมอนสเตอร์ที่เจอแล้วตั้งใจจะทำร้ายก็จนต้องตอบโต้ กล่าวถึงมอนสเตอร์ทุกตัว เมื่อฆ่าจะมีอัญมณีซ่อนอยู่ในร่าง ต้องนำไปขายที่กิลด์ตามที่เดฟเคยบอกไว้สมัยเด็ก

แต่กับพริสทีนนั้น... ตอนรับภารกิจในกิลด์ถึงจะกำหนดพลังลงจาก เป็น และเมื่อกลับมาจากภารกิจเธอมักจะฝึกฝนพลังจนค่าพลังมากเกิน

ไนกีเลยเสนอให้ปรับเป็นเปอร์เซ็นให้ง่ายต่อการคำนวน

ดังนั้นในทุกภารกิจบางช่วงจำต้องใช้เวทย์ในการโจมตีเพื่อป้องกันตนจากพวกมอนสเตอร์ เวลาตกใจจะเผลอใช้พลังมากเกินจนทำลายอัญมณีในร่างมอนสเตอร์แหลกละเอียด เพราะงั้นส่วนใหญ่เลยเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เดฟไกส์เป็นคนจัดการแทน...

เลยต้องกำหนดพลังไว้ โดยใช้แค่ 5% จาก 100% เมื่อใดที่แข็งแกร่งขึ้นจะปรับให้ลดลงทันที ไม่งั้นพวกมอนสเตอร์เละ และเธอจะไม่มีโอกาสโจมตีหรือต่อสู้ในแนวหน้าอีกต่อไป

ช่างน่าเศร้าใจนักสำหรับคนมีพลังเยอะ...

เมื่อท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นยามเย็น เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าถึงเวลาสำหรับการหยุดหาวัตถุดิบ เดฟไกส์เปลี่ยนกลับเป็นหมาป่ามุ่งตรงไปยังหมู่บ้าน ก่อนเข้าไลแคนหนุ่มเปลี่ยนกลับเป็นคนอีกครั้งไม่ลืมร่ายเวทย์ป้องกันคนเห็น

และปฏิกิริยาของคนเห็นผมสีเงินเธอก็ยังเหมือนเดิม หวาดระแวง กลัวจะถูกทำร้าย

อา...เธอเริ่มชินกับสายตานั่นแหล่ะ

“ยังพอมีเวลาอยู่ เอาของไปขายกันเถอะ”

“เจ้าว่าไงก็ว่างั้นแหล่ะ ข้าขัดไม่ได้อยู่แล้วนี่”

“ค่าๆ” หัวเราะเล็กๆ

[หมู่บ้านอูมิรา] เป็นหมู่บ้านที่ก่อตั้งติดถนนหลักในการเดินทาง มี 2 ทางออก ทางหนึ่งออกมาถนนหลักกับอีกทางเข้าป่า ก่อตั้งขึ้นเพื่อให้นักเดินทางและนักผจญภัยเข้ามาพักผ่อนระหว่างทางเดินก่อนถึงเมืองถัดไป

สิ่งหนึ่งที่เธอคิดหลังมาถึง ว่าทำไมเส้นทางไปทะเลสาบที่ควรใช้หมู่บ้านนี้ผ่านเข้าไปได้ ทำไมถึงปิดตายแล้วต้องไปเมืองถัดไปแทน?

แปลก....

ทั้งคู่นำวัตถุดิบที่ได้ในวันนี้บางส่วนไปขายที่ร้านค้า แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมาและคำสั่งสอนของการ์เน็ต เธอนำของพวกนั้นไปขายร้านเฉพาะทางจะได้ราคาดีกว่าร้านทั่วไป ขณะเดฟไกส์รออยู่นอกกิลด์พริสทีนก็ได้โอกาสถามข้อสงสัยนั่นระหว่างพนักงานนับเงินให้

“ขอโทษนะคะ คือ...ทำไมถึงไปทะเลสาบผ่านทางหมู่บ้านนี้ไม่ได้เหรอคะ?”

“!! ค คือท่านหัวหน้าหมู่บ้านสร้างรั้วกั้นไว้น่ะค่ะ น นี่เงินค่าอัญมณีของท่าน ขอบคุณที่แวะมานะคะ!!” ก้มโค้งขอบคุณจนหัวแทบโขกโต๊ะ

ยอดโดยรวมของเงินครั้งนี้คือ 748 ซิลเวอร์

ขายของเสร็จตรงไปโรงเตี๊ยมเช่าห้องพักชั้นสูงแบบเตียงแยก มีห้องอาบน้ำส่วนตัวให้และมีอาหารเสิร์ฟในตอนเช้าให้ ถ้าเป็นชั้นปกติกับกลางจะต่างแค่ขนาดห้อง

ก่อนจะขึ้นไปพักผ่อนก็แวะทานข้าวที่ห้องอาหาร เนื้อหมูป่าผัดกับสูตว์ผักสำหรับพริสทีน และเนื้อย่างติดกระดูของเดฟไกส์

อาหารธรรมดาแต่เสียเงิน 1 โกลด์กับอีก 700 ซิลเวอร์ ในการกินอาหารมื้อนี้

ไลแคนเลี้ยงยาก(?)ตรงค่าอาหารนี่แหล่ะ!

 

จ๋อม... เสียงคลื่นน้ำไหวไปมา ไอน้ำลอยคละคลุ้งไปทั่วห้อง ผมสีเงินลอยบนผิวน้ำ ร่างกายเหมือนได้เกิดใหม่ ถึงจะมีทักษะในการอาบน้ำได้โดยไม่ต้องอาบ แต่การอาบน้ำจากอ่างแบบนี้ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด

แต่ปัญหาหนักใจก็คงไม่พ้นท่านไลแคนสีคราม

ด้วยความหูดีเกินไป แค่เสียงน้ำไหวก็ทำเอาสะดุ้งหลายครั้ง หัวสมองเหมือนจินตนาการไปเอง

อ๊ากกกกกกก!!!! หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!!!! แบบนี้ข้าก็เหมือนไ-อโรคจิตคนหนึ่งเลยน่ะสิวะ!!!! ถ้าตะโกนได้คงตะโกนไปแล้ว

“นี่ เดฟ”

“!!” สะดุ้งโหยง “อ อะไร!”

“นาย...คิดว่าแปลกมั้ย?”

“แปลก อะไรแปลก?”

“ก็...เรื่องที่พวกเขาสร้างรั้วไว้เพื่อป้องกันไม่ให้คนเข้าไปรบกวนผู้รับใช้วารีที่กำลังหลับอยู่น่ะ?”

“อ่อ.... เพราะไ-อเรื่องนี้สินะถึงได้คิ้วขมวดมาตั้งแต่ตอนกินข้าวเมื่อกี้น่ะห๊ะ? เท่าที่จำได้ตอนไปตรวจแถวนั้นครั้งล่าสุด เจ้ารั้วนั่นเคลือบยาขับไล่มอนสเตอร์เอาไว้ แล้วก็สร้างขึ้นเพื่อบอกพวกนักผจญภัยว่าถ้าหากข้ามรั้วไปนั่นหมายถึง ‘ตาย’ นั่นแหล่ะ อย่างที่ข้าบอกไปตอนเด็ก ทุกเขตมีความอันตรายต่างกัน บริเวณรอบทะเลสาบนั่นมีแต่ตัวอันตราย ถึงมันจะขายได้ในราคาสูงพอจะตั้งตัวตั้งชีวิตใหม่ แต่ถ้าเทียบกับการสูญเสียอวัยวะหรือคนไปก็ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่หรอก แต่บางครั้งรั้วนั่นก็ใช้กับมอนสเตอร์บางตัวไม่ได้ เหมือนกับเจ้าหมู่บ้านน้ำผึ้งนั่นน่ะ”

“งั้นเหรอ...”

“ตรงที่เจ้าคิดว่ามันแปลกไม่ควรเป็นเรื่องนั้น แต่เป็นเรื่องบ้านนั่นต่างหาก”

“บ้าน? ...จริงสิ!” คิดไปคิดมาตอนดูแผนที่ ตรงใกล้ทะเลสาบมีบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่ ในเมื่อสร้างขึ้นเพื่อให้คนไม่ไปรบกวน...

ทำไมถึงมีบ้านอยู่ในเขตอันตรายแบบนั้น!

“ตอนข้าไปสมัยเด็กกับก่อนจะเข้าเรียนยังไม่มีด้วยซ้ำ ใครมาอุตริสร้างในเขตอันตรายแถมใกล้กับเจ้างูนั่นแหล่ะที่อยากรู้ที่สุดตอนนี้ แถมเสียงพิณนั่นด้วย”

“เสียงพิณงั้นเหรอ...?”

“อา ตอนอยู่ในห้องอาหารนั่นได้ยินพวกนักผจญภัยคุยกันว่าได้ยินเสียงพิณออกมาจากป่าแทบทุกคืน...”

“!!!” พริสทีนถึงกับขนลุกเฮือก

คล้ายคลึงกับตอนลงไปห้องใต้ดินบ้านตนเองและได้ยินเสียงร้องไห้นั่น ต่างกันตรงเป็นเสียงพิณแทน

“อ่ะ ลืมไป เจ้าไม่ค่อยถนัดเรื่องนี้สินะ ไหวไหมนั่น?” เพราะได้ยินเสียงน้ำกระเพื่อมเหมือนกับว่ากำลังสั่นอยู่ไม่ผิด

“ว ไหว ไหวอยู่แล้วล่ะ! ฮ...ฮะๆ..”

ไลแคนหนุ่มหัวเราะชอบใจ ตั้งแต่เล็กยันโตก็ยังคงกลัววิญญาณหรือผีไม่มีเปลี่ยน โดยเฉพาะเรื่องเล่าคล้ายผี เสียงร้องไห้ตอนกลางคืนไร้ที่มาก็แอบตัวสั่นแล้วปากบอกว่าปกติดีทุกรอบ

อดคิดไม่ได้ว่าถ้าไปถึง [เมืองผีลึกลับ] ที่เคยอ่านในหนังสือนั่นเจ้าหล่อนจะไหวไหมนะ?

~~

“?”

เสียงพิณลอยมาตามลมนั่นจำต้องเดินไปเปิดหน้าต่าง บทเพลงราวกับเพลงกล่อมให้เด็กทุกคน... ให้คนตรากตรำทำงานจนเหน็ดเหนื่อย... ให้นอนหลับฝันดีไร้ซึ่งเรื่องเลวร้าย

จากการ [ตรวจสอบ] มันเป็นบทเพลงธรรมดาไม่มีเวทย์ควบคุมจิตใจแฝง

แน่นอน ที่มาของเพลงมาจากเขตอันตรายริมทะเลสาบ

ที่บ้านหลังเล็กนั่น...

“น่าสงสัยซะจริง...”

 

**********************

กำลังคิดจะไลฟ์วาดรูปเดฟไกส์ กับพวกมอนสเตอร์หรือพวกไอเท็มของพริสทีนค่ะ

แต่ประเด็นคือผู้ชายวาดยากมาก ฮืออออออ

อย่าลืมติดตามข่าวสารในเพจนะคะ!

ปล. อย่าลืมติดตามเรื่องใหม่ของเรานะคะ!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

287 ความคิดเห็น

  1. #126 MrQm (@MrQm) (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 11:19

    อ่านตอนนี้แล้วบางช่วงทำให้คิดถึงนักปรุงยาหัวสีส้มคนหนึ่งเลยแหะ(0,0)

    #126
    1
    • #126-1 LuZiNtEaR (@luzintear) (จากตอนที่ 63)
      11 ตุลาคม 2561 / 11:49
      อ่านเหมือนกันเรื่องนั้น แต่ไม่ได้คล้ายขนาดนั้นหรอก 5555
      #126-1