คัดลอกลิงก์เเล้ว

'Online On Love' [One Shot!]

โดย -( Lune )-

ถ้าคุณชอบเล่นเกมออนไลน์มาก และเจอใครคนนึงในเกมนั้น ที่ทำให้คุณหวั่นไหว คุณจะทำเช่นไร เมื่อคุณได้ยินเพียงเสียง และสื่อสารผ่านตัวหนังสือเท่านั้น?

ยอดวิวรวม

136

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


136

ความคิดเห็น


7

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 พ.ค. 56 / 16:39 น.
นิยาย 'Online On Love' [One Shot!] 'Online On Love' [One Shot!] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
คุณเคยเล่นเกมส์ออนไลน์ไหม?

คุณเคยมีความรักเกิดขึ้นตอนเล่นเกมส์ออไลน์หรือเปล่า?




ฟองเบียร์ สาวน้อยผู้ติดเกมส์ออนไลน์เป็นชีวิตจิดใจ

กลับไปชอบผู้ชายคนนึงเขาในโลกของเกมส์ออนไลน์

เธอไม่เคยเห็นหน้าเขา ไม่เคยเจอเขา ไม่เคยแม้กระทั่งคุยกับเขา

รู้จักแต่เพียงว่าเขาเป็นคนในกิลด์เดียวกันเท่านั้น


มิทติ้งกิลด์ครั้งนี้แหล่ะ 

ฉันจะทำให้เขามาชอบฉันให้ได้!!





 

BASED ON DRAGON NEST ONLINE
(BUT NOT BASED ON TRUE STORY)
 
 
ไม่ได้เขียนมานานมาก วันนี้เกิดคัดไม้คันมือเลยเขียน"เรื่องสั้น" ขึ้นมา แต่ไปๆ มาๆ เนื้อหามันดูจะไม่จบในเรื่องสั้นนี่สิ 555 (TT___TT) เอาไว้ดูเหตุการณ์ก่อน ถ้าวางแผลนดีๆ อาจมีโครงการเรื่องยาวของเรื่องนี้มาก็ได้ ...หรือเปล่า 555 :)
ปล. ไม่ได้เขียนมาร่วมปี ภาษา คำพูด อาจจะกากลงหน่อยนะ
(หรือจริงๆ ของเก่าก็กากอยู่แล้ว55)


5/6/13

 
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 พ.ค. 56 / 16:39


“เพราะเธอไม่เคยมีเวลาให้ฉันเลย ขอโทษนะ”

“ฉันชอบผู้หญิงที่มีเวลาให้ฉันบ้าง ไม่ใช่ผู้หญิงที่วันๆ เล่นแต่เกมส์”

 

                “ฉันมีคนที่ชอบแล้วล่ะ

                ฉันตะโกนออกมาอย่างมุ่งมั่นพร้อมกำหมัดแน่น แต่ปฏิกิริยาของเพื่อนสาวตรงหน้ากับแน่นิ่งเรียบเฉย

                “อีกแล้วหรอ” คนตรงหน้าถามกลับ พลางใช้ช้อนตวัดไอศกรีมรสโปรดเข้าปาก

                “โธ่ เค้ก ทำไมเธอทำหน้าอย่างงั้นล่ะ อย่างน้อยเธอน่าจะถามหน่อยว่า ใครหรอ เจอกันตอนไหน หล่อไหม อะไรพวกนี้อ่ะ”

                เค้กมองหน้ามาที่ฉัน ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วก็ช่วยตอบสนองความต้องการของฉัน “โอเคๆ คราวนี้เป็นใครล่ะ ชื่ออะไร หล่อไหม”

                “หล่อไหมไม่รู้ แต่อย่างน้อยเขาเป็นคนดีมากกกก” ฉันลากเสียงยาวชวนน่าหมั่นไส้ ทำตาเป็นประกายเคลิ้มฝัน

                “อ่าว เดี๋ยวเธอไม่ชอบคนจากหน้าตาแล้วหรอ” ประโยคเด็ดของเพื่อนซี้ต่อยฮุกจุกอก ทำเอาฉันต้องเบ้ปากแหย พลางนึกถึงอดีตคนที่ฉันชอบ แต่ละคนหล่อลากไส้ แต่คุยไปคุยมา ไม่ค่อยมีใครยอมคบกับฉันสักคน

                “หล่อๆ มันน่าเบื่อ” ฉันว่า ก่อนจะรีบเปลี่ยนหัวข้อเรื่อง “แต่คนนี้เป็นคนดีจริงๆ นะ ชอบช่วยเหลือคน แถมยังปกป้องฉันด้วย” ประโยคหลังทำเอาเค้กเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะโน้มหน้าเข้าใกล้ฉันด้วยความสนใจ

                “เดี๋ยวก่อนนะยัยเบียร์ ตอนแรกเธอพูดหยั่งกับว่าไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อน แล้วเขาจะมาช่วยแก ปกป้องแกได้ยังไงหะ? หรือว่าเขาใส่หน้ากากไอรอนแมน”

                “จะบ้าหรอ” ฉันโพล่งออกไป ก่อนจะโน้มหน้าเข้าใกล้เพื่อนสาวพร้อมพูดด้วยเสียงอันเบา “ก็ถูกที่ฉันไม่เคยเห็นหน้า แต่ฉันได้ยินเสียงของเขา ได้เห็นความดีของเขา มันก็ไม่แปลกที่ฉันจะชอบเขานะ”

                “โอเคๆ เธอชอบเขาฉันเข้าใจ แล้วตกลงเขาเป็นใคร ไปเจอที่ไหน”

                “เขาชื่อ MAXIMUS อาชีพ Guardian เลเวล 50 Sever Whitewing

                “!?!?!?

                คำตอบของฉันเล่นเอาเค้กหน้าหงาย ถ้าไม่ติดว่าอยู่ที่ร้านไอศกรีมนะ เค้กคงตกเก้าอี้หงายท้องไปแล้ว

 

                เช้าวันใหม่ของการเปิดภาคเรียนหลังจากผ่านช่วงหยุดยาวไป โรงเรียนเซนต์โดมิโน่จึงกลับมาคึกคัก เฉียดๆ คล้ายๆ กับตลาดสดก็ไม่ปาน เพราะนักเรียนแต่ละคนที่จากไปช่วงหยุดยาว ต่างก็กลับมาพร้อมกับประสบการณ์ และเรื่องอัพเดทมาพูดคุยกัน แต่วันนี้สำหรับฉันเป็นวันที่แสนจะง่วงเหงาหาวนอนมาก

                “เห็นลิ้นไก่แล้ว”

                เสียงทักจากข้างตัวทำเอาฉันรีบเอามือปิดปากด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบคลายออกมาเมื่อผู้มาเยือนเป็นเค้ก เพื่อนสาวสุดสนิท กับนายเบส แฟนของเค้ก

                “ฉันง่วงมากอ่า” ฉันลากเสียงยาวก่อนจะเริ่มเลื้อยไปกับโต๊ะแล้วเนียนๆ ฟุ๊บหลับไป แต่ก็ไม่วายโดนเค้กจับแขนล็อคขึ้นมา

                “หยุด อย่าพึ่งนอนเลย ตื่นขึ้นมาคุยให้รู้เรื่องก่อน” เค้กว่า ทำเอาฉันต้องปรือตาขึ้นมา

                “คุยอะไร เมื่อคืนฉันเวลเหนื่อยมาก แถมลงเนสอีก กว่าจะเคลียร์ ล่อไปตีสอง ตีสาม” ฉันพูดพลางหาวหวอดแสดงหลักฐานความง่วงสุดชีวิตให้เห็น

                “เบส ดูเบียร์สิ ติดเกมไม่พอ ไปติดผู้ชายในเกมอีก!” เค้กเริ่มไปโวยวายกับแฟนหนุ่มของเธอต่อ ทำเอาเบสตาเป็นประกายด้วยความสนใจ

                “เดี๋ยวนี้เธอชอบผู้ชาย 2D แล้วหรอ” คำพูดของเบสทำเอาเค้กงงเป็นไก่ตาแตก แต่ช่วยทำให้ฉันตาสว่างขึ้นในสองระดับ

                “ไอ้บ้าเบส! ฉันไม่ได้โรคจิตขนาดนั้นนะ” เบสได้แต่หัวเราะคิกชอบใจ แต่เค้กก็ยังงงต่อไป แต่ก็เปลี่ยนประเด็นหันมาคุยกับฉันใหม่

                “เบียร์ เธอต้องเล่าเรื่องของเขาใหม่ให้รู้เรื่อง”

                “โธ่เค้ก ฉันเราเรื่องเขาให้ฉันรู้ให้เธอตั้งแต่ที่ร้านเมื่อวานแล้วนะ ทำไมเธอไม่เข้าใจเนี่ย”

                “เล่าให้ฉันฟังด้วยสิ” เบสเสนอ นัยน์ตาเขาแสดงให้เห็นว่าสนใจเรื่องนี้มาก

                “ก็ฉันชอบ MAXIMUS เขาเล่นอาชีพสาย Tank อยู่ Guild กับฉัน ก็เท่านั้นเอง แต่ยัยเค้กนี้ ฟังไม่รู้เรื่องเลย” ฉันว่า พลางนึกถึงเรื่องเมื่อวาน เพราะหลังจากจับยัยเค้กขึ้นมาจากอาการหงายท้อง ก็มานั่งอธิบายให้ฟังตั้งแต่เกมออนไลน์ ระบบ Guild ต่างๆ ฉันคิดว่าเรื่องพวกนี้มันง่ายมากที่จะเข้าใจมันนะ แต่ไม่เข้าใจว่าอธิบายเท่าไหร่ ก็ไม่สะกิดเข้าซีรีบรัมเค้กเลย ทีทฤษฏีนิวตันนะ เข้าหัวยัยเค้กเอาๆ

                แต่ดูเหมือนเบสจะเข้าใจเรื่องที่ฉันพูดเพราะน่าจะเล่นเกมออนไลน์มาบ้าง

                “แล้วเขาเป็นใคร อายุเท่าไรเนี่ย” เบสถามขึ้น

                “เท่าไหร่ไม่รู้อ่ะ ฉันเข้ากิลด์มาทีหลัง แต่ก็ได้ยินเสียงเขาผ่าน TS3 นะ แล้วก็เคยเวล เคยลงเนสด้วยกัน เล่นกันมาพักนึงแล้ว รู้สึกว่าเขาเป็นคนใจดี ไหวพริบสุดยอด แถมยังคอยช่วยเหลือฉันด้วย” ฉันพูดตากลมโตเป็นประกาย ตอนนี้ความง่วงของฉันหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อนึกถึงเขา

                “อ่าว อย่างนี้พวกเธอก็เคยคุยกันแล้วสิ” เค้กถามขึ้น แต่ดูจากหน้าสวยๆ ของเธอแล้ว นอกจากจะไม่เข้าใจเรื่องกิลแล้ว คงไม่รู้จัก TS3 ด้วย

                “…ฉันไม่มีไมค์” ฉันตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ก่อนจะฟุบลงกับโต๊ะอีกครั้ง

                ฮือ… ฉันไม่มีตังค์ซื้อไมค์ ถูไถได้แต่เอาหูฟังกากๆ เสียบคอมแล้วฟังเขาคุยกัน ผ่านโปรแกรม TS3

                และแน่นอน เสียงของ MAXIMUS หล่อมากกก

                “ฮ่าๆ เรื่องของเธอนี้น่าสนใจจัง” เบสพูดอย่างอารมณ์ดี “แล้วพวกเธอนัดเดทเมื่อไรเนี่ย อยากไปเจอหน้าพ่อคุณแท้งค์ของเธอ”

                “นัดดง นัดเดทไรล่ะ ไม่มีย่ะ มีแต่นัดมิทติ้งกิลด์เสาร์นี้น่ะสิ”

                ปฏิกิริยาของเบสคือฉีกยิ้มกว้าง ประดุจว่าเรื่องราวของฉันมันน่าสนใจยิ่งกว่าราคาทองลดเหลือไม่ถึงหมื่น

                ส่วนของเค้กก็คือทำหน้าตกใจ ระคนเป็นห่วงว่าเพื่อนของเธอจะหันไปคบหากับอัศวินในเกมส์คอมพิวเตอร์ก็ไม่ปาน

                 “และแน่นอนที่ฉันเล่าให้พวกเธอฟังก็เพราะเรื่องนี้แหล่ะ ช่วยทำให้ฉันสวยที

 

                จะว่าไป สมัยก่อนฉันจัดอยู่ในผู้หญิงที่ค่อนข้างสวยนะ ก็ไม่ได้อยากชมตัวเองเท่าไหร่หรอก (คนมันก็เขินเป็นเหมือนกันนะ) หน้าของฉันก็ออกเรียวๆ รูปไข่เป็ด หนังหน้าค่อนข้างดี เนียนใส ตากลมโต ผมค่อนข้างหยักโศกแบบมีสกุลรุนช่อง แต่ขอโทษเถอะค่ะ อันนั้นมันสภาพหนังหน้าสมัยเมื่อปีกลาย มีไว้หลอกล่อ เอ้ย มีไว้ให้หนุ่มๆ มาหลงใหล แต่เอาเข้าจริง พอแต่ละคนรู้ว่าฉันติดเกมออนไลน์อย่างมาก ก็ต่างเซย์กู้ดบายกันรายคน ทำเอาฉันติดเกมส์มากขึ้นสองเท่า แถมช่วงวันหยุดยาว ฉันเล่นชนิดที่มีพระจันทร์เป็นเพื่อน สภาพออกมาคือ เกิดถุงใต้ตา และผิวใต้ตาคล้ำมาก ใบหน้าแลห่อเหี่ยวและมีรอยยับ

                โอ้ย ฉันจะเอาหนังหน้านี้ไปพบ MAXIMUS ได้ไงกันนน 

                 

                “อันนี้เป็นมาร์คหน้าไว้ลบริ้วรอย ถุงชาไว้แปะเปลือกตาก่อนหน้า แล้วนี้…” บรรดาเครื่องประทินผิวสูตรเร่งรัดของเค้กเพื่อนสาวสุดชิค ผู้มีประสบการณ์การดูแลผิวหน้ามาอย่างโชกโชน ถูกวางแบเต็มโต๊ะเรียนของฉัน ชนิดที่ว่าเปิดท้ายขายของเลยก็ได้

                “เยอะชะมัด นี่เธอใช้ไอพวกนี้หมดเลยหรอเนี่ย” ฉันพูดพลางหยิบซองมาร์คหน้าแต่ละซองมาอ่าน เอาเข้าจริงก็อ่านไม่ออกหรอก เพราะมีแต่ภาษาเกากลี แต่ดูจากรูป ก็มีทั้งแอปเปิ้ล กีวี่ แตงโม ไชโยโห่ฮิ้ว

                นี่จะทำฟรุตสลัดบนหน้าหรอเนี่ย

                “เป็นผู้หญิงก็หัดดูแลตัวเองบ้าง ผลลัพธ์ก็เป็นแบบนี้ไง” เค้กว่าพลางผายมือออก ฉันมองตามก็เห็นเบส แฟนของเค้กที่เรียนคนละห้อง วิ่งมาหาเธอเมื่อถึงเวลาพัก ทำเอาฉันต้องขยี้ตา เพราะฉันเผลอมองเห็นเป็นสุนัขเชื่องๆ ตัวนึง วิ่งมาหาเจ้าของอย่างซื่อสัตย์ภักดี

                “เธอนี้มันร้ายนักนะ” ฉันแขวะอย่างชื่นชมให้เค้ก แต่ดูเธอแสนจะพราวด์และภูมิอกภูมิใจมาก

                “ของพวกนี้เธอเอาไปเลย ฉันให้ แต่ถ้าสนใจหรือติดใจตัวไหนบอกฉันมา เดี๋ยวฉันหิ้วเข้ามาให้ เพื่อนกันเองเอากำไรสัก 10% ละกัน”

               

                จริงๆ แล้วผลพวงที่ได้จากเกมส์ออนไลน์ นอกจากมิตรภาพดีๆ ในเกมส์ การฝึกไหวพริบ ความพริ้ว และออกกำลังกายนิ้วมือแล้ว อีกอย่างที่ส่งกลับมาให้เห็นอย่างชัดเจนเลยก็คือ

                “เค้ก ทำไมเธอเก่งอย่างนี้” ฉันแทบจะยืนไว้อาลัยอยู่หน้าบอร์ดประกาศผลสอบ ที่สอบไปก่อนช่วงหยุดยาว และแน่นอนว่าเค้กเพื่อนสาวสุดชิค นอกจากหนังหน้าเธอจะเลิศแล้ว เนื้อสมองเธอก็ไม่ใช่เล่นๆ

                “แล้วผลของเธอเป็นไงบ้าง”

                “ผ่านมีนอย่างหวุดหวิด แต่เลขนี่สิ ดำดิ่งลงเหว” ฉันพูดพลางรู้สึกว่ามีกลุ่มควันสีดำๆ จางๆ ลอยละล่องเอื่อยๆ รอบตัวฉัน คือจริงๆ ก็ไม่ได้อยากจะโทษเกมส์เท่าไหร่นะ แต่ช่วงสอบเลขมันดันตรงกับ Guild war พอดิบพอดีเลย ทำเอาฉันแบ่งเวลาสับสันในชีวิตนิดหน่อย ผลออกมาก็เป็นแบบนี้…

                ให้ตายเหอะ ต้องห้ามไม่ให้ผลสอบนี้รั่วไปถึงท่านแม่ ไม่อย่างงั้น… แค่คิดก็ได้แต่น้ำตาไหลพราก

                “คิดมากไป คะแนนอังกฤษเธอก็สูงใช่ย่อยนะ” เค้กเดินเข้ามาปลอบพลางบีบไหล่ฉัน

                “ทำไมน้อ ทำไมถึงเอาคะแนนวิชานี้มาโปะวิชานี้ไม่ได้” ฉันบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้ง กินต่อ กินแตน

                ผลพวงอีกอย่างจากการเล่นเกมแต่เด็ก ตอนนั้นยังไม่ติดเกมออนไลน์แต่ติดเกมคอนโซล ซึ่งแต่ละเกมมีแต่ภาษาอังกฤษ ไอเราก็อยากเล่นแบบรู้เรื่องก็ต้องมานั่งเปิดดิกแปลทีละตัวๆ ปรากฏว่ากลายเป็นจำศัพท์เก่งเป็นเลิศ

                ฉันเดินหมดอาลัยตายอยากออกจากกลุ่มฝูงชนที่ต่างมาดูคะแนน แต่เผลอไปชนใครคนนึงซะได้ แต่พอฉันเงยหน้ามองเท่านั้นแหล่ะ ขนกายขนตูดพลางลุกให้พรึ่บ ความเย็นวิ่งฝ่าไฟแดงจากก้นกบไปถึงสมอง

                ผู้ชายในแว่นกรอบเงินมองลงมาที่ฉันด้วยสายตาแน่นิ่ง ริมฝีปากออกจะเบะๆ เล็กน้อยด้วยซ้ำเมื่อรู้ว่าฉันไปเดินชนเข้า

                “อา. ขอโทษที” ฉันตอบกลับตามรีเฟล็คด้วยสามัญสำนึก แต่ดูท่าเขาจะสามัญสำนึกต่ำกว่าฉันมาก คือเขาเดินออกไปดูคะแนนเลยโดยไม่สนใจฉัน “เห้ย ฉันขอโทษแล้วนะ ทำไมนายไม่ขอโทษบ้าง นิสัยเสียชะมัด!

                ฉันบ่นอย่างไม่พอใจ ด้วยอารมณ์หงุดหงิดจากคะแนนแล้วมาเจอหมอนี่ เรียกได้ว่าเรื่องคะแนนกลายเป็นเรื่องขี้มดไปแล้ว

                “เห้ยใจเย็น เบียร์ อย่าไปยุ่งกับหมอนั่นเลย” เค้กตรงรี่มาห้ามทัพฉันไว้ ทำเอาฉันต้องพ่นลมปากออกเพื่อคลายอารมณ์โกรธ

                เหอะ หน้าตาก็ดูดีนะ แต่นิสัยแย่ชะมัด

 

                อีกหนึ่งสิ่งที่เค้กสอนฉันเพื่อให้ตัวเองสวยดูดีและทันก่อนถึงวันมิตติ้งกิลด์ก็คือการทำตัวเองให้อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดและเครียดง่าย

                ดังนั้นฉันจึงพยายามอย่างหนักในการควบคุมอารมณ์ ณ ตอนนี้

                ซึ่งสืบเนื่องมาจากผลคะแนนคณิตศาสตร์ที่สวยงามอย่างมากของฉัน ท่านอาจารย์เลยให้ฉันมาจัดหนังสือห้องสมุดในช่วงเย็นหลังเลิกเรียน เพื่อหวังให้ความรู้แน่นๆ จากหนังสือแต่ละเล่มออสโมซิสเข้าผิวหนังฉันบ้าง

                และวันนี้เป็นเย็นวันศุกร์วันที่ฉันควรกลับไปเก็บเวล เอ้ย ไปพักผ่อนร่างกายให้ผิวหนังสดชื่นเปล่งปลั่ง

                และแทนที่ฉันจะมียัยเค้ก และเบสมาช่วยฉันจัดเพื่อให้งานฉันเสร็จเร็วขึ้นก็ไม่มา เพราะดันมีนัดเดทฉลองครบรอบ Anniversary 3 เดือน

                และมันจะดีมากถ้าห้องสมุดมีเพียงฉัน แต่ดันมีนักเรียนชั้นเดียวกับฉันแต่มาจากห้องเทพ (พวกเด็กฉลาดเป็นพิเศษ) มานั่งติวหนังสือกันในห้องสมุด และหนึ่งในผู้ติวให้เพื่อนๆ ก็คือคุณผู้ชายในแว่นกรอบสีเงินคนนั่น

                อืม…มันก็ไม่น่าหงุดหงิดเท่าไรเลย

                        เวลาผ่านไปเข็มยาวหมุนรอบตัวเองหนึ่งรอบ ฉันได้แต่ผ่อนลมหายใจออก พลางใช้มือทุบหัวไหล่เบาๆ แหม หนังสือแต่ละเล่มหนักเบาๆ ที่ไหน ฉันเลยถือโอกาสนี้นั่งพักบนเก้าอี้ต่อตัว แล้วแอบมองไปยังกองหนังสือที่ไม่ค่อยจะลดลงเท่าไหร่ แล้วมองเลยไปยังโต๊ะหนังสือ ดูเหมือนว่าคนอื่นๆ จะกลับกันหมดแล้ว เหลือแต่คุณแว่นคนนั้นนั่งอ่านอะไรก็ไม่รู้อยู่คนเดียว

                เอาจริงๆ ฉันแค่มองเขานะ ยังไม่ได้สาปแช่งกร่นด่าอะไร แล้วทำไมหมอนั่นถึงรู้ตัวละ เขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับฉันพอดีราวกับจับวาง ไม่พอ เขาลุกขึ้นมา แล้วเดินมา เดินมา เดี๋ยวก่อนหมอนั่นจะเดินมาหาฉันทำไมล่ะเนี่ย

                “เธอ ใช่คนเดียวกับที่เจอเมื่อวันก่อนหรือเปล่า ที่หน้าบอร์ด” เสียงเขาทุ้มมาก

                ไม่ได้เรียกว่าเจอค่ะ มันเรียกว่าเดินชนกัน

                “อ่าใช่” นี่คือสิ่งที่ฉันตอบไป

                “อืม วันนั้นฉันขอโทษด้วยละกัน แบบฉันเจ็บปาก”

                ห๊ะ? เจ็บปาก

                “ฉันเลยไม่อยากพูดวันนั้น วันนี้ฉันเจอเธอเลย เลยอยากจะขอโทษที่วันนั้นไม่ได้พูดขอโทษน่ะ”

                อือหือ ฉันจ้องมองผ่านเลนส์หนาของเขาไปสบตากับดวงตากลมสีดำคู่นั้น ที่มีแต่ความจริงใจแฝงอยู่ในนั้น เขาดูหล่อเพิ่มขึ้นในสายตาฉันสิบระดับ

                “วันนี้ปากหายเจ็บแล้วใช่มั้ย เลยมาบอกฉัน” ฉันว่าพลางฉีกยิ้ม

                “อืม จริงๆ ฉันอยากบอกเธอตอนห้องสมุดปิดน่ะ แต่ฉันต้องเดินมาบอกเธอก่อน ว่าเธอเก็บหนังสือผิดหมวดหมู่น่ะ ระบบอ้างอิงตัวเลขที่เธอจัดไปมันสำหรับเอกสารอ้างอิงภาษาอังกฤษแต่เธอมาจัดในชั้นเอกสารอ้างอิงภาษาไทย คือถ้าฉันไม่บอกเธอฉันกลัวว่าเธอจะจัดไม่เสร็จห้องสมุดปิดน่ะ” เขาพูดเสร็จแล้วก็หมุนตัวเดินกลับไปที่โต๊ะและฝั่งหน้าลงไปหนังสือของเขาต่อ

                โอเค… ความหล่อของเขาตอนนี้ลดลงอีกสิบห้าระดับ

 

                ตอนนี้ท้องฟ้าที่มองผ่านหน้าต่างเริ่มถูกย้อมด้วยแสงสนธยาสีส้ม ชนิดว่าถ้าถ่ายรูปแต่งสีนิดหน่อยแล้วโพสลง Instragam ก็จะมียอด like ทะลุเป้าแน่นอน แต่ติดที่ว่าหนังสือกองโตที่คุณชายใส่แว่นนั้นบอกฉันว่าจัดผิดยังคงกองอยู่เต็มพื้น

                ส่วนคุณชายใส่แว่นก็ยังคงอ่านหนังสือของเขาอยู่

                โอ้ย อยากได้น้ำใจสักนิด มาช่วยจัดหนังสือหน่อยค่า

                “มาฉันช่วย”

                เสียงทุ้มดังขึ้นข้างตัวทำเอาฉันสะดุ้งโหยง พ่อคุณชายใส่แว่นที่เมื่อกี้ฉันยังเห็นเขาจมอยู่กับหนังสือของเขามาปรากฏตัวข้างฉันแล้ว อย่าบอกนะว่าวาร์ปมา!

                เขาพลางก้มหยิบหนังสือจากพื้นมายัดใส่ชั้นอย่างคล่องแคล้วประดุจเหมือนจัดชั้นหนังสือที่บ้านก็ไม่ปาน

                “ถ้าเธอจะยืนจ้องฉันอยู่โดยไม่ขยับมือนะ ต่อให้มีคนมาช่วยอีกสิบคน ก็จัดไม่เสร็จก่อนห้องสมุดปิดแน่” เขาว่าทำให้ฉันรีบหยิบหนังสือขึ้นมายัดลงในฉันแก้เขิน เอ้ยเดียวก่อนทำไมฉันต้องเขินละเนี่ย

                “ว่าแต่นายชื่ออะไรล่ะ” ฉันถามทำลายบรรยากาศเงียบกริบ

                “เชน เธอล่ะ” เขาตอบโดยไม่ละสายตาจากสันหนังสือในมือ

                “ฟองเบียร์ เรียกว่า เบียร์ก็ได้” ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ เหมือนรับรู้แล้วก็เข้าโหมดเงียบ แล้วบรรยากาศก็กลับมาเงียบชวนอึดอัดอีกครั้ง คือไม่รู้ว่าหมอนี่พูดน้อย หรือว่าเห็นว่าอยู่ในห้องสมุดเลยงดใช้เสียงกันแน่

                แต่ถ้าจะเงียบอย่างงี้ สู้รีบจัดหนังสือแล้วกลับบ้านไปเตรียมตัวพรุ่งนี้ไปเที่ยวดีกว่า

               

                “เห้ ระวัง” เขาเอ่ยเตือนฉันทันทีที่เห็นฉันพยายามยืดลำตัวที่มีความสูงไม่ถึง 160 เซนติเมตรบนชั้นต่อตัวเพื่อส่งหนังสือเข้าชั้นที่อยู่ชั้นบนสุด

                “ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ถึง” ฉันว่าพยายามเอื้อมสุดความยาวตัว แต่เหมือนจะไม่ถึง ไอ้ชั้นต่อตัวใต้เท้าตอนนี้ก็โงนเงนเหลือเกิน

                และแล้วก็เป็นดังนิยายหวานแหววทั่วไป ชั้นต่อตัวเจ้ากรรมเริ่มหมดอายุขัยการทำงาน ขาข้างนึงของมันก็เกิดทรุดตัว ทำให้เจ้าคนข้างบนเริ่มเสียหลัก ก่อนจะล้มลงมา และแน่นอนว่า เจ้าหล่อนร่วงมาทับเชนที่ยืนรอพอดี

                “เห้ย” ฉันร้องเสียงหลงทันที ก่อนจะพบว่าตัวเองนอนทับใครสักคน แต่ก็ไม่ต้องเดาให้ยาก ในห้องสมุดตอนนี้ แถมคนที่ยังอยู่ละแวกนี้ก็มีคนเดียว พลันหัวใจฉันก็พลางเต้นโครมครามยิ่งกว่ากลองสวนสนาม ฉันเด้งตัวขึ้นมาแทบจะทันที แล้วก็เห็นเขานอนหมดสภาพ มือกำจมูกแน่น

                “อ่า เอ่อ … ฉันขอโทษ ขอโทษ” ฉันพูดพลางสมองก็ว่างเปล่า จะว่าไปนี้มันครั้งแรกที่ใกล้ผู้ชายขนาดนี้ แถมนอนทับอีกต่างหาก ยิ่งคิดเลือดก็ยิ่งสูบฉีดย้อมใบหน้าให้แดงก่ำ ที่คิดออกตอนนี้ก็มีแค่

                “ฉ…ฉันไปขี้ก่อนนะ”

 

                 “แล้วเธอก็หนีเขามา!” เสียงปลายสายถามกลับด้วยความตกใจ

                “เออสิเค้ก ไม่งั้นแกจะให้ฉันทำยังไง ฉันนอนทับเขาเลยนะ!” ฉันโพล่งออกไป ก่อนจะรีบเอามือปิดปาก เพราะคนในรถตู้พลันหันมามองฉันเป็นสายตาเดียว ฉันยิ้มแห้งๆ ก่อนจะมุดเข้าไปคุยโทรศัพท์ในเบาะ จนฉันแทบจะฝังตัวเข้าไปในเบาะอยู่แล้ว

                “ฉันบอกเขาว่าไปขี้ แต่มือฉันกลับสั่งการให้คว้ากระเป๋าออกมาด้วย แล้วไม่ได้สติอีกทีฉันก็อยู่บนรถตู้แล้ว” ฉันเล่าให้ฟัง

                “แล้วแกปล่อยเขานอนจมกองหนังสือตรงนั้นหรอ ถ้าเขาตายขึ้นมาทำไง”

                “บ้าแล้ว ฉันไม่ได้อ้วนเป็นเสากิโลปานนั้น ขะ เขาไม่ตายหรอก” ถึงจะพูดอย่างนั้นฉันก็ไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกัน เพราะภาพที่เห็นภาพสุดท้ายคือเขานอนหมดสภาพ โดยมีกองหนังสือค่อยๆ ไหลหล่นมาใส่เขา

                แค่คิดก็น้ำตาไหลพราก ฉันขอโทษษษ

                “เดี๋ยววันจันทร์ฉันซื้อขนมไปไถ่โทษเขาละกัน ตอนนี้ขอเรื่องพรุ่งนี้ก่อน”

 

                เช้าวันเสาร์ ทางกิลด์นัดเจอกันในห้างสรรพสินค้า ตามกำหนดการแล้วนั้น นัดเจอตอน 11 โมงตรงลานน้ำพุ แต่ฉันนัดเค้กและเบสที่อีกฝั่งตรงข้ามกับลานน้ำพุตอน 10 โมง

                วันนี้ฉันอยู่ในชุดเดรสสีชมพูอ่อน หน้าก็แต่งมาบางๆ พอสดใส และผมก็ม้วนให้มันดูดีขึ้นมาสักนิด แต่เอาเข้าจริง ตอนเช้าฉันตื่นมาไม่สดใสเลย ไม่ใช่ว่าตื่นเต้นนอนไม่หลับนะ แค่เป็นกังวลว่านายเชนไรนั่น จะตายคากองหนังสือ แล้วมีหน้าฉันที่มีแถบคาดดำที่ตา ขึ้นปกหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งในข้อหาฆาตกรสาว

                โอย นายไม่น่ามาช่วยฉันเลย เรื่องบ้าๆ พวกนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นมาให้ฉันว้าวุ่นใจขนาดนี้

                “หวั่นไหวแล้วหรอ” เบสแซวเข้าให้ทันทีที่เห็นหน้าฉัน ไม่ต้องเดาให้ยาก เมื่อคืนเค้กคงรายงานทุกอย่างให้เบสฟังแล้ว

                “บ้าหรอ ตอนนี้ฉันมีแต่ MAXIMUS คนเดียวเท่านั้นย่ะ”

               

                และเวลาก็ล่วงไป ภายในห้างก็เริ่มมีคนมาเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ฉันพยายามมองไปตรงลานน้ำพุเพื่อคอยสังเกตการณ์ จากที่คุยเมื่อคืนอีกครั้ง (จริงๆ ฉันฟัง แล้วพิมพ์ ส่วนคนอื่นคุยกัน… ก็ฉันไม่มีไมค์นี่) ก็มีคนคอนเฟริ์มว่าสะดวกมาอยู่ประมาณ 6 คน ซึ่งในนั้นมีฉัน และ  MAXIMUS

                นั่นคนเป็นหัวกิลด์ (หัวหน้ากิลด์) ที่ชื่อว่า ไมค์ เขาอายุเหยียบๆ 30 แล้ว เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว เป็นคุณลุงใจดี ให้คำปรึกษาได้ทุกเรื่อง (ในเกมส์)

                คนถัดมา เขาเดินมาหาลุงไมค์พลางทักทาย ดูก็รู้จากท่าทางว่าเป็น รองหัวหน้ากิลด์ ที่ชื่อ เลย์ แต่เอ้ะทำไมเขามากับผู้หญิงอีกคน คนนั้นใครกันน้า หรือว่าเป็นคนในกิลด์

                ต่อมาก็มีผู้ชายมาสมทบอีก 2 คน ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะใน TS3 พวกเขาไม่ได้ลงประวัติหรือรูปถ่ายส่วนตัวไว้ ที่ฉันจะจำได้ ต้องเป็นเสียงเท่านั้น ซึ่งแสดงว่าหนึ่งในสองคนนี้เป็น MAXIMUS

                “ไหนๆ พ่อแมกนั่มของเธอ” เค้กว่าพลางยืดคอมอง

                “MAXIMUS ย่ะ” ฉันหันไปแก้ต่าง พลางชี้ไปยังกลุ่มนั้น “น่าจะเป็นหนึ่งในสองคนนั้น”

                “โหว ถ้าเป็นหนึ่งในสองคนนั้นแสดงว่าสเปคเธอนี้โลวเกรดขึ้นเยอะนะ ทีคนที่ชอบคนก่อนๆ แต่ละคนนี้หล่อขั้นเทพ” เค้กแขวะเข้าให้ ส่วนเบสก็หัวเราะร่วนชอบใจ ฉันเลยได้แต่ทำปากยื่นไม่พอใจ

                “คนเราต้องมองลึกไปถึงจิตใจไม่ใช่แค่ภายนอก”

                ฉันกล่าวคำคมแม้ในใจเริ่มหวั่นเอาลึกๆ

                “ฉันไปหาพวกเขาก่อนนะ”

 

                เมื่อฉันเดินมาถึงลานน้ำพุ กลุ่มคนในกิลด์ก็เริ่มหยุดคุยและหันมามองฉันอย่างสงสัย

                “อา.. ใช่คนในกิลด์ สุสานเทวะ ป่าวคะ” ฉันถาม จริงๆ ก็รู้คำตอบแล้วล่ะ

                “ใช่ครับ” เป็นลุงไมค์ที่เดินเข้ามาตอบ “เธอคือ..”

                ฉันยิ้ม จริงๆ ฉันยังไม่เคยบอกใช่มั้ยว่าตัวละครในเกมส์ชื่ออะไร จริงๆ ก็ไม่อยากบอกเท่าไหร่ เพราะตอนตั้งชื่อมันนึกเท่าไม่ถึงการณ์ แถมเวลาลงดัน ลงเนส พวกคนในตี้ก็ใช้ TS3 พูดกัน มีแต่ฉันที่ยังพึ่งพิงการพิมพ์แชทในเกมเพื่อสื่อสารอยู่ แต่พิมพ์ไปเคยอ่านกันไหม ก็ไม่เคยจะอ่านกัน ก็พลางเรียกชื่อฉันด้วยชื่อในเกมส์อีก

                “คนที่เล่นตัวจาเป่าค่ะ” ฉันพูดด้วยเสียงเบาๆ…

                “จาเป่า” แต่สิ่งที่กลับมาไม่เบาตามเสียงฉันเลย ฮือ…

                “นึกว่าเป็นผู้ชายเสียอีก”  ลุงไมค์บอก

                “แต่ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นตุ๊ดนะ” อันนี้เลย์บอก ส่วนที่เหลือก็ยืนอึ้งกันตามไป

                คืออันที่จริง ชื่อ จาเป่ากลบผมดำ มันมีที่มาค่ะ ก็ตอนนั้นโหลดเกมส์เสร็จกำลังสร้างตัวละคร ฉันก็กะตั้งเล่นๆ ไปก่อน แล้วค่อยสร้างตัวใหม่ พอดีกับแม่ย้อมผมให้พ่ออยู่ ฉันก็เลยพิมพ์ชื่อนี้ลงไป แต่ที่ไหนได้ตัวที่ฉันเล่นดันเจริญเติบโตประสบความสำเร็จจนทำใจลบตัวนี้ทิ้งไม่ได้

                “แต่น่ารักดีนะ” เสียงชมมาจากคนที่ยืนข้างหลังของกลุ่ม ซึ่งก็คือหนึ่งในสองผู้ต้องสงสัยนั่นเอง

                “เอ่อ นี่คือลุงไมค์ กับพี่เลย์ใช่มั้ยคะ” ฉันถาม พลางชี้ไปสองคน ก่อนจะหันไปทางสามคนที่เหลือ ก็คือผู้หญิงที่มากับพี่เลย์ และผู้ชาย 2 คน

                “อ้อ นี่น้องสาวฉัน ชื่อเจย์ ก็เล่นตัวเดียวกับฉันแหล่ะ พวกนายไม่รู้หรอก เพราะไม่ต่อ TS” แล้วทั้งวงก็หัวเราะครืน ฉันเลยหันไปอีกสองคนที่เหลือ

                “ฉันแชมป์ ที่เล่นตัวชื่อ Champinw (แชมป์เทพ)” เขาตอบ ทำให้หัวใจฉันเต้นสั่นระรัวกับอีกหนึ่งคนที่เหลืออยู่

                “งั้นพี่ชื่ออะไรอะคะ”

                “จะบ้าหรอเธอ ฉันก็อายุไม่ต่างจากเธอเท่าไร อย่างเรียกว่าพี่สิ เรียกฉันว่า ซันนี่ก็ได้” เขาพูดด้วยเสียงจีบปากจีบคอ ไม่พอมือไม้นี่ออกท่าบอกสปีชี่ส์มาก

                คุณเคยเห็นคนอึ้งไหมคะ นี่แหล่ะตอนนี้ฉันกำลังเป็นอยู่ ทำเอาเรียบเรียงไม่ถูกเลย

                อย่าบอกนะวันนี้ MAXIMUS ไม่มา??

                “อันที่จริงนี่ยังไม่ครบเลย ขาดแม็กส์” ลุงไมค์ตอบฉันราวกับอ่านใจฉันออก พลางเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เดาได้ไม่ยากว่าปลายสายเป็นใคร

                “ตอนนี้มาครบแล้ว รอนายคนเดียวเลยนะเนี่ย เออ ใช่ อยู่ตรงลานน้ำพุ”

                แล้วหัวใจฉันก็พองโตและเต้นแรงอีกครั้ง เมื่อหันหน้าไปเจอผู้ชายคนนึงที่กำลังเดินตรงเข้ามา

                MAXIMUS

                คนตรงหน้าเป็นผู้ชายที่สูง ในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาว กางเกงยีนส์ขายาว และรองเท้าผ้าใบ ใบหน้าเรียวผิวขาว ผมดูยุ่งเหยิงไม่ได้จัดทรง แต่ดูดีมาก ขอบอก

                “นี่ไง พ่อพระเอกของเรา” ลุงไมค์ว่าพลางเดินไปกอดคอคนที่มาช้าที่สุด

                “ขอโทษครับพอดี เดินทางลำบากนิดหน่อย” เขาพูดพลางผงกหัวขอโทษขอโพยใหญ่

                โอย มีมารยาทอย่างงี้เอาใจไปเลยค่า

                แล้วลุงไมค์ก็พา MAXIMUS มาที่กลุ่มที่พวกเรายืนอยู่ “มาลุงจะแนะนำให้ นี่ เลย์ รองกิล เจย์น้องสาวเขา” แล้วมือของลุงก็ผายมาที่ฉันยืนอยู่ “นี่แชมป์เทพ ตุ๊ดซันนี่ และก็จาเป่า”

                โอ้ย ลุง นี่นอกเกมส์แล้วเรียกชื่อจริงฉันไม่ได้หรอ

                “อ่าว จาเป่าเป็นผู้หญิงหรอครับ นึกว่าทอม” MAXIMUS พูดทำเอาฉันน้ำตาไหลพราก

                “แล้วไอเดินทางลำบากนี้ยังไงเนี่ย อย่าบอกนะว่าซิ่งมาจนโดนตำรวนจับ” เลย์ถามขึ้น

                “ป่าวครับ พอดีเมื่อวานเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย ทำให้แว่นผมหัก”

                “แว่น?” ทั้งกิลด์แทบจะพูดขึ้นมาพร้อมกัน

                “ครับ นี่ไงครับ” เขาพูดพลางหยิบแว่นกรอบเงินขึ้นมา และมองลอดผ่านแว่นทีละคน ก่อนมาหยุดที่ฉัน

                “จาเป่าน่ารักตะลึงเลยใช่มั้ยล่ะ” แชมป์เทพพูดขึ้น พลางหันไปหัวเราะกับลุงไมค์

                ฉันจ้องเขาผ่านแว่นไปยังดวงตากลมโตสีดำนั้น ความคุ้นเคยเหมือนค่อยๆ สะกิดต่อมความจำฉัน

                “เธอชื่ออะไรน่ะ”

                “ฟองเบียร์ เรียกว่า เบียร์ก็ได้…” ฉันตอบเบาๆ พยายามหยีตามองเขาอีกครั้ง ก่อนจะกระโดดโหยงถอยหลังๆ พร้อมๆ กับเขาที่ก็เบิกตากว้างตกใจเหมือนกัน

                “เธอ/นาย

                ใช่แล้ว หมอนี่คือเชน ศพ เอ้ย คุณชายแว่นเมื่อวานที่ฉันพึ่งฆ่าเขา เอ้ย พึ่งผลักไสอุบัติเหตุให้เขาไป แล้วเชนก็คงคิดว่า ฉันนั่นแหล่ะคือฆาตกรที่เกือบจะฆ่าหมกหนังสือเมื่อวาน

                คนที่ฉันแอบชอบมาตลอดคือนายหรอ

                แล้วความรักของฉันจะเป็นยังไงต่อไปนี่ย

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ -( Lune )- จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

7 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 20 พฤษภาคม 2556 / 13:57
    สนุกสนาน และเฮฮาดีครับ^^

    แนวการเขียนของคุณ Lune มีเอกลักษณ์ดีนะครับ ดูสบายๆ อ่านตามไปได้เรื่อยๆ

    แทบไม่น่าเชื่อว่าห่างหายจากวงการนี้ไปนาน (แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะคำผิดเยอะมาก.....ฮาา^^)


    ในส่วนของเนื้อเรื่องคิดว่าสามารถแต่งเป็นเรื่องยาวได้ครับ

    ยังไงก็ลองดูต่อไป สู้ๆ นะ
    #7
    0
  2. วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 16:07
    อยากอ่านต่อจัง
    #6
    0
  3. วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 14:37
    ขอบคุณค่า ^^"
    #5
    0
  4. วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 18:49
    น่ารัก 555 อยากอ่าต่อ
    #4
    0
  5. วันที่ 8 พฤษภาคม 2556 / 18:49
    น่ารัก 555 อยากอ่าต่อ
    #3
    0
  6. #2 Chacha
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 23:32
    ยังไม่จบใช่ม้ายย
    #2
    0
  7. #1 KITTY
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 16:50
    อยากรู้ความรักของฟองเบียร์ต่อ ToT พลีสสสสสส~
    #1
    0