คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF BTS- MY DISTINY (KOOKV)

โดย lukwacawaii

เขาว่าการชนะใจตัวเองนั้น อาจดีและมีค่าที่สุด แต่ในเรื่องความรัก การชนะใจคนที่เรารักนั้น อาจย่อมมีค่ากว่า แต่มันอาจมีค่ากว่านั้น ถ้าคุณสามารถชนะใจตัวเอง ที่จะปฏิเสธกับความรักที่ย้อนมาหา และมันอาจมีค่าที่สุด ถ้าคุณยอมที่จะ แพ้ ใจตัวเอง เพื่อ

ยอดวิวรวม

2,956

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


2,956

ความคิดเห็น


16

คนติดตาม


38
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ก.ค. 57 / 23:01 น.
นิยาย SF BTS- MY DISTINY (KOOKV) SF BTS- MY DISTINY (KOOKV) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

                  SHORT  FIC   BTS
                      (BY  lukwadestiny)




 




































เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ก.ค. 57 / 23:01


             My destiny

                           

  Short  fic  bts  by lukwadestiny

 

บนโลกใบนี้มีความรักเกิดขึ้นมากมายมีนิยามความรักที่ออกมาจากปากคนมีความรักจนไม่สามารถหาคำจำกัดความหมายของความรักได้

………แล้วต้นเหตุของการเกิดความรักนั้นล่ะ เกิดจากความบังเอิญ เกิดจากความตั้งใจ หรือเกิดจากโชคชะตานำพาให้คนสองคนมาพบกัน

          จงเชื่อในพรหมลิขิต  จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมาให้

เพราะบางครั้งโลกอาจกว้าง เกินกว้างที่คนสองคนจะเดินมาเจอกัน……เพื่อรักกัน.

 



 

“วี….ทำไมนั่งเขี่ยข้าวยังงั้นว่ะแก”เสียงใสถูกเปล่งออกมาจากร่างเล็กที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มนามว่า ปาร์ค จีมิน

“กินไม่ลงว่ะแก”เสียงทุ้มที่ถูกเปล่งออกมาจากร่างบางที่มีใบหน้าที่สุดเพอร์เฟคไม่ว่ามองยังไงก็หาที่ติไม่ได้เลย

“แกยังคิดถึงน้องปี1คนนั้นอีกเหรอวะ”

“อืม”

“เฮ้อแกนี่จริงๆเลย อย่าคิดมากดิวะมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้”

“ไม่รู้ว่ะแก ฉันรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ ยังไงวันรับน้องปีหนึ่งแกมาแทนฉันหน่อยนะ ฉันไม่อยากเห็นหน้าน้องมันว่ะ”

“อ่ะอ่ะอ้าวนั่นมันไม่ใช่หน้าที่ฉันซักหน่อย”

“นะๆๆๆๆจีมินนี่สุดน่ารัก ช่วยฉันหน่อยนะ นะๆๆๆๆ”

“เออ เออก็ได้แล้วถ้าพี่ประธานนัมจุนถามว่าแกไปไหน แล้วฉันจะตอบเค้าไปว่าไงอ่ะแก”

“แกก็โกหกไปซิว่าฉันมีธุระด่วนอะไรก็ได้ ฉันเชื่อว่าเรื่องแบบนี้แกถนัดนะ ทำได้อยู่แล้ว”

“เออ ใช่ฉันถนัด เฮ้ย! แกแอบหลอกด่าฉันนี่หว่า”

“เปล่าๆๆๆ     ฉันชมแกต่างหากล่ะ   ว่าแกแสดงละครเก่ง น่าจะอยู่นิเทศฯมากกว่ามาอยู่นิติฯ”

“ก็ไม่ใช่แกรึไง ที่ลากฉันมาสอบเอกเนี่ย”

“เออใช่ๆๆๆๆว่ะ    แต่แกก็เสือกฟลุ๊คสอบติดนี่หว่า”

“ฉันไม่ได้เสือกฟลุ๊คเว้ย ฉันเก่งจริงๆต่างหาก555

“อืม…..จ้าเก่งก็เก่ง    (วันหลังสอบอย่าให้ฉันนั่งติวให้อีกล่ะ)”คิดในใจ

 

 

เฮ้อ ทำไมนะทำไมอุตส่าห์สอบติดมหาลัยไกลบ้านขนาดนี้กะว่าจะไม่มีรุ่นน้องมาเรียนแล้วแท้ๆ เฮ้อ………………………………………………………...(แกจะถอนหายใจยาวไปไหม)

 

อ่อ ลืมแนะนำตัวไปเลยผมชื่อ คิม แทฮยอง เรียกสั้นๆว่าวีก็ได้ครับ ที่ผมมานั่งถอนใจนั่งทำหน้าเบื่อโลกอยู่ตอนนี้ ไม่ใช่อะไรหรอกนะครับ ก็รุ่นน้องปีหนึ่งรุ่นนี้ที่เข้าใหม่ เอกที่ผมเรียนอยู่ กลับมีรุ่นน้องร..เก่าของผมมาเรียนแล้วก็ไม่ใช่อะไรอีกหากไอ้เด็กคนนี้เคยเป็นคนที่เป็นรักแรกตอนผมย้ายไปโรงเรียนตอนม.ปลาย ซึ่งตอนนั้นไอ้เด็กคนนี้ยังอยู่ม.ต้นอยู่เลยห่างกับผมปีหนึ่ง  เฮ้อ….ลืมได้แล้วแท้ๆนะกลับมาให้จำอีกครั้งอีก

 เฮ้อ………...โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับผมอีกเนี่ย

 

     ประตูประชุมใหญ่ถูกเปิดออก นักศึกมากหน้าหลายตาที่เป็นตัวแทนแต่ละเอกแต่ล่ะคณะมาประชุมการจัดกิจกรรมรับน้องปีหนึ่ง ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้

“วี แกจะกลับเลยหรือเปล่าว่ะ”

“อืม ว่าจะกลับเลยว่ะ แล้วแกอ่ะ”

“เออ ฉันต้องไปคืนหนังสือที่ห้องสมุดอีกอ่ะ”

“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม”

“ไม่ต้องหรอก ฉันไปคนเดียวได้ ฉันเห็นหน้าแกแล้วดูท่าจะไม่ไหวเลยว่ะ แกกลับไปนอนเหอะเดี๋ยวพรุ่งนี้เราต้องมาเตรียมจัดสถานที่กันอีก เดี๋ยวพรุ่งนี้แกจะมาไม่ไหวอีก”

“เออ   ก็ดีเหมือนกัน ฉันนั่งประชุมไป สัปหงกไป หัวจะโขกโต๊ะในห้องประชุมอยู่แล้ว

 งั้นฉันกลับไปรอแกที่ห้องล่ะกัน   รีบๆตามมานะ ”

“อืม    เดี๋ยวคืนหนังสือเสร็จเดี๋ยวฉันตามไป”

“อืม    ตกลงตามนั้น หาววววววว…..ฉันไปล่ะง่วงนอนแล้ว ”

“บาย”

“บาย”

“กลับห้องดีกว่า”….(เตียงจ๋า รอก่อนนะ)

 

 

“น้องวี ๆ”

น้องวีๆๆ     รอเดี๋ยว เสียงใครว่ะ เรียกอะไรอีกเนี่ยคนยิ่งจะรีบกลับไปหาเตียงที่รักอยู่

“อะ..อ้าว..พี่นัมจุนมีอะไรหรือฮะ”

“คือ พี่มีเรื่องรบกวนอะไรหน่อยน่ะ”(พี่ก็มีเรื่องรบกวนกับผมตลอดแหละ หรือง่ายๆเรื่องใช้งานนะ  ตลอดเวลา)คิดในใจ

“คือพี่ฝากน้องคนหนึ่งให้วีไปส่งที่คอนโดที่พี่พักอยู่หน่อยน่ะ   คือพี่ติดงานน่ะ ยังไม่เสร็จเลย”

“ใครเหรอฮะ”

“อ่อ น้องเค้าเป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่จิน   แฟนพี่น่ะ”

“อ๋อ”(ลืมบอกไปห้องที่ผมอยู่กับจีมินก็อยู่ในคอนโดที่ พี่นัมจุนท่านประธานสโมสรนักศึกษาสุดเทห์หวานใจ  พี่จินนี่ ? เดือนมหาลัยหน้าสวย ขวัญใจนักศึกษาค่อนมหาลัยอ่ะครับ พี่เค้าอยู่ด้วยกันเป็นคู่รักที่น่าอิจฉามากอ่ะครับ)

“คือน้องเค้าเป็นน้องปีหนึ่งเอกของวีด้วยนะ”

“เอ่อ เหรอครับ..ได้ครับเดี๋ยวผมกำลังจะกลับพอดีเลย ไปพร้อมกันเลยก็ได้ครับ”

“ขอบใจมากนะ รบกวนหน่อยนะคือน้องเค้าพึ่งย้ายมาอยู่โซลน่ะเลยไม่ค่อยรู้ที่ทางเท่าไหร่ หาที่อยู่ยังไม่ได้เลยให้มาพักกับพี่ก่อน”

“ไม่เป็นครับ เรื่องแค่นี้เอง(ปกติพี่จิกหัวใช้ผมมากกว่านี้อีก )”คิดในใจ

“แล้วน้องเค้าชื่ออะไรอ่ะครับ”

“อ่อ   จองกุกน่ะ’’

“เดี๋ยวพี่ไปเรียกน้องมันมาก่อนล่ะกัน       วี รอตรงนี้ก่อนนะ’’

“เออครับ”

ชื่อจองกุก

…..

จองกุก

 

เมื่อกี้ผมหูไม่ฝาดใช่ปะ     จองกุก อืมคงไม่ใช่หรอกชื่อจองกุก เด็กปีหนึ่งรุ่นนี้อาจจะมีหลายคนก็ได้ผมยังไม่เห็นรายชื่อเด็กปีหนึ่งรุ่นนี้เลย         อย่าคิดมากนะวี แกนี่คิดมากเกินไปแล้ว มัวแต่คิดถึงแต่เรื่องไอ้เด็กคนนั้นจนหัวมีแต่เรื่องของไอ้เด็กคนนี้

 

 

 

 

 

  จึกๆๆๆๆๆๆๆ

 เฮ้ยใครว่ะมาสะกิดไหล่วะเนี่ยคนนะไม่ใช่ขี้(วี แกจิ้มขี้บ่อยเหรอ)

 

   จึกๆๆๆๆๆ     ยังๆๆ  ยังไม่เลิกจิ้มอีก

 

“ใช่ พี่วีหรือเปล่าฮะ”(เสียงใครวะคุ้นๆ   ไหนขอดูหน้าหน่อยดิ)

 

“สวัสดีครับพี่วี ผมจอน จองกุกครับ”

 

  จอน

 

จอง

 

กุก

 

(  0_0    ชัดเลย มาเต็มทั้งภาพทั้งเสียง       สวรรค์หนอสวรรค์จะแกล้งนุ้งวีใช่ม้าย)

 

“สะสวัสดิ..ดี จะ ....จองกุก”

 

 

              

 





 

สวัสดีครับผมปาร์คจีมิน  สุดน่ารักกกกกกกก      อุ้ย!  พูดแล้วก็เขิน คนอะไรไม่รู้เกิดมาหุ่นดีแล้วยังหน้าตาดีอีก   คนอะไรจะเพอร์เฟคขนาดนี้ก็ไม่รู้  ฮิๆๆๆ            อย่าเพิ่งอ้วกกันนะครับ     คือที่ผมออกมาแนะนำตัวไม่ใช่อะไรหรอก       ผมอาจไม่ใช่ตัวเอกของเรื่องนี้แต่ก็เป็นถึงเพื่อนนางเอก ?   เลยนะครับ 55555   ( ดูภูมิใจมากนะ: ไรท์)   เข้าเรื่องดีกว่าคือผมจะมาแถลงการณ์เรื่องวีเพื่อนรักและน้องปีหนึ่งคนนั้น   น้องจองกุกอะไรนั่นแหละ พูดง่าย ๆมาแฉ แทฮยองมันนั่นแหละ 555      (ปรบมือ     แปะ   แปะ  แปะ   ขอมอบรางวัลเพื่อนดีเด่นแห่งปีไปเลย: ไรท์)                 จริง ๆแล้วผมกับวีเป็นเพื่อนกันตอนม .ปลายวีย้ายมาจากแดกูมาอยู่ปูซานก็เลยได้เป็นเพื่อนกันตั้งแต่นั้นมา      ตอนที่วีย้ายมามีทั้งรุ่นพี่ชายหญิงมาชอบเยอะแยะหมดแต่มันก็      ไม่ตกลงปลงใจเลยสักคน

             อยู่ๆมาวันหนึ่ง วีก็มาบอกผมว่าแอบชอบน้อง ม.ต้นคนหนึ่งชื่อก็ไอ้เด็กจอนนี่แหละ  ปกติไอ้เด็กนี่มันก็ไม่สนใจใครเป็นเด็กระดับหัวกะทิเลยทีเดียว    สาว ๆ  กรี๊ดเพียบ    ตอนนั้นไอ้เด็กนี่ก็ไม่มีแฟนเหมือนกัน  เรียกได้ว่าทั้งฮอต  ทั้งเก่งรูปร่างหน้าตาก็หล่ออออโฮกเลย   แต่ก็น้อยกว่าผมนิดนึง   (ได้ข่าวมาว่า  แกบอกว่าแกน่ารักไม่ใช่หรอจ๊ะ: ไรท์ )          แต่ติดตรงคู่แข่งของวีเยอะเกือบค่อน ร. เลยทีเดียว      แล้วข่าวเรื่องไอ้วีชอบน้องจอนก็เริ่มมีคนรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพื่อนในห้องเรามันก็มีแต่คนรักวีซะด้วย           

           วันหนึ่งมันก็บอกผมว่ามันโดนเพื่อนในห้องลากพาไปขอเบอร์น้องเค้า   และจะไม่อะไรถ้าถ้าน้องมันกลับให้อีก เพราะจริง ๆแล้วไอ้เด็กนี่ค่อนข้างจีบยาก ดูหยิ่ง ๆ ดูเป็นพวกเย็นชาเข้าหายากไง  ผมก็เลยคิดว่า        ไอ้เด็กนี่ก็คงชอบเพื่อนผมเหมือนกัน     แล้วไป ๆ มา ๆ มันคุยกันยังไงไม่รู้ ไอ้เราก็ไม่ได้ถามเราะเห็นเป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อน

            ผ่านไป 3 อาทิตย์กว่าผมก็เจอเรื่องเซอร์ไพรส์เลยครับ  ระหว่างที่ผมกำลังนั่งรอรถกลับบ้านกับวี                ผมก็เห็นไอ้เด็กจอนเดินมากับรุ่นพี่สาวสวยเรียกได้ว่าดาวโรงเรียนเลยล่ะ  และจะไม่อะไรถ้าพี่มินอาคนนั้นไม่ควงแขนไอ้เด็กจอน ดูออกหน้าออกตาขนาดนั้นและก็มีเพื่อนของไอ้เด็กจอนพร้อมเพื่อนพี่มินอาเดินตามเป็นบอดี้การ์ดเป็นขบวนเลย  ปานพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอ      ไหนเห็นมันคุยกับเพื่อนผมอยู่ไง     แล้วยังไง  ผมงงไปหมดแล้ว ผมกะจะไปถามเพื่อนสนิทข้างกายแต่ก็ต้องตกใจอยู่ดี ๆวีก็เอนหัวซบไหล่ผม  แล้วผมก็สัมผัสได้ถึงหยดน้ำตาคนข้างกายที่หยดลงหลังมือผม            เลยพูดไรไม่ออกได้แต่จับมือให้กำลังใจแล้วก็นั่งเงียบเป็นเวลานานจนรถมา                                                                                                                                         

                และตั้งแต่นั้นมาเพื่อนผมก็กลายเป็นคนเงียบ  ไม่สดใสร่าเริงอีกต่อไป      ผมก็เคยถามนะว่าเกิดอะไรขึ้น  แต่เจ้าตัวก็ไม่เคยบอกไม่ยอมปริปาก    ผมเคยจะไปถามไอ้เด็กนั้นให้รู้เรื่องนะแต่วีก็ห้ามผมไว้ว่าอย่าไปยุ่ง  และวีกับผมก็ไม่ได้สนใจไอ้เด็กนั่นอีกต่อไป  คือเห็นมันที่ไหนก็หลบตลอด  เรียนเสร็จก็กลับบ้าน จนวันเวลาร่วงเลยไป  จนเมื่อเรียนจบ เราก็สอบมหาลัยที่โซลได้  เลยย้ายมาอยู่ด้วย          เฮ้อ…………………..เล่ามาก็ยาวอ่ะนะ   บอกแล้วเรื่องมันยาว   (ตกลงมันเป็นเรื่องของใครว่ะเนี่ย:ไรท์)    เรื่องมันก็ประมาณนี่แหละครับ จนตอนนี้ผมก็ขึ้นปีสองแล้วผมก็ได้เพื่อนคนเดิมของผมกลับมานานแล้ว       แต่ตอนนี้รู้สึกว่าสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่มันกำลังพรากเพื่อนผมไปอีกแล้วล่ะ  

   

 

 

 

 

        แอ๊ดดดดดดดดดดดดด….           ตึง !

อ้าววี……..  ไปไหนมาแต่เช้าอ่ะ    จีมินนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาตัวโปรดถามวีทันทีที่วีเข้าห้องมา

 อ่อ….. ไปเดินเล่นมานะ     อ่ะนี่ฉันซื้อโจ๊กมาให้   สั่งพิเศษมาเลยนะ

จริงดิ !     ฮิๆๆ    ขอบใจมากนะเพื่อนรัก  กำลังหิวพอดีเลยจีมินฉีกยิ้มจนตาปิด 

เดี๋ยวฉันไปจัดใส่ชามให้นะ  วีพูดพร้อมจะเดินเข้าห้องครัว

“เฮ้ย !  ได้ไงเล่า     ไม่เป็นไรเดี๋ยวฉันจัดการเองดีกว่าแกอุตส่าห์ไปซื้อมา แกนั่งเฉย ๆ ไปเลย

อืมก็ได้  จีมินเอียงคอมองหน้าวีอย่างสงสัยก่อนจะเอ่ยถามเพื่อนรัก

เอ๊ะ!... วี   ทำไมขอบตาแกมันคล้ำ ๆ อย่างนั้นล่ะ

ฮะอ่อ  เมื่อคืนนอนไม่หลับนะ

แกเป็นไรนอนไม่หลับ    อย่าบอกนะว่ายังคิดเรื่องไอ้เด็กปีหนึ่งนั่นอีกนะ

อืม   วีพูดพร้อมพยักหน้าเบาๆ

……

……

…….

จีมิน……เมื่อวานฉันเจอจองกุกด้วย

ฮะ!    อะ….อะไรนะ…..  ไหน แกพูดใหม่อีกรอบซิ

 

 

         หลังจากเมื่อวานที่พี่ประธานนัมจุน วาน  (ใช้)   ให้ผมพาญาติของพี่จินนี่ ? มาคอนโดที่พี่เค้าพักอยู่ ก็คือที่เดียวกับที่ผมพักนั่นแหละ      ตอนแรกผมก็ว่าทำไมชื่อเหมือนกัน ผมก็พยายามจะไม่คิดมาก แต่ที่ไหนได้โลกกลมกลายเป็นคนเดียวกันอีก      ผมก็เอ๋อแดกเลยไม่คิดว่าจะได้เจอกับผู้ชายคนนี้อีก  ผมไม่รู้จะพูดอะไรก็ได้แค่สวัสดีกลับไป                                          

        สะสวัสดิ..ดี จะ ..จ..จองกุก

         เออ…. งั้นไปกันเลยล่ะกัน  ผมพูดและรีบลุกเดินนำหน้าจองกุกไปเลยโดนไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาของตัวเองเลย

       เออ..ก็ได้ครับ   ร่างสูงของจองกุกพูดไปพร้อมยกมือเกาหัวตัวเองอย่าง งง ๆ ว่าคนตรงหน้าจะรีบเดินไปไหน

 

            ระหว่างที่ผมเดินผมก็รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วที่สุด แต่เพราะช่วงขาผมและจองกุกมันแตกต่างกันเกินไปทั้ง ๆที่ผมเดินแทบจะวิ่งอยู่แล้ว  แต่ไอ้คนข้างหลังกลับเดินแบบสบายมากเหมือนแค่เดินชมวิวเฉย ๆ    แต่ก็แปลกนะระหว่างทางไม่มีบทสนทนาของเราเกิดขึ้นทั้งนั้น       ไอ้เด็กนี่ทำท่ายังกับจำผมไม่ได้อีกด้วย    แต่ชั่งมันเถอะเพราะผมคงไม่สำคัญอะไรกับไอ้เด็กนี่อยู่แล้ว ก็แค่คนที่เคยคบ   เออ.. ไม่ใช่สิ   แค่คนที่เคยคุยด้วยเฉย ๆ  คงไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในความทรงจำของไอ้เด็กนี่หรอก

 

   อ่ะที่นี่ล่ะถึงแล้ว     ห้องพี่นัมจุนอยู่ชั้น 10 ห้อง 043A   วีพูดโดยยังคงไม่มองจองกุกเลย

   แล้วพี่วี เออ…..   อยู่ชั้นไหนครับ”

   อ่อ    ชั้น 12     อ้าว เฮ้ย !     แล้วไปบอกจองกุกทำไมว่ะนั่น   ปากไวกว่าความคิด   ไอ้วีเอ้ย !

 “ ไม่ใช่ ๆๆ   อยู่ชั้น 15   วีรีบพูดแก้ขึ้นมาทันที  เพราะกลัวว่าร่างสูงจะจับได้   แต่ก็คงไม่ทันแล้วล่ะ

“ตกลง ..  พี่วีอยู่ชั้นไหนครับ”  จองกุกพูดเพื่อพยายามจับผิดวี

“ฉันจะอยู่ชั้นไหนก็เรื่องของฉัน   ส่งแค่นี้ล่ะ ฉ ฉันไปล่ะ”    วีรีบตอบแล้วก็ไม่หันหน้ามามองจองกุกเลย  พร้อมกับเดินหนีเตรียมขึ้นคอนโดไป    เฮ้อ ……………….หวังว่าต่อไปนี้ฉันจะไม่เจอนายอีกนะ จอน จองกุก

 

 

 หมับ !   วีรีบเดินจนไม่ได้ดูว่าร่างสูงของจองกุกเดินตามมาติด ๆ   พร้อมรีบคว้าข้อมือของวีไว้

     เดี๋ยวซิครับพี่วี      พี่วี….พี่วี จำผมไม่ได้หรอครับ”   จองกุกถามวีด้วยเสียงที่ร้อนรน

 หึ  ฉันนะหรอจำนายไม่ได้ นายต่างหากที่ทำท่าทางจำฉันไม่ได้นะจองกุก

      “จำได้ซิ …….   จำ..ได้แม่นเลย..ล่ะ”   วีพูดพร้อมแน่นประโยคหลังให้ร่างสูงได้ยิน

วีหันกลับมาพร้อมจ้องหน้าจองกุกด้วยสายตาที่เย็นชาจนน่ากลัว      

       “แล้ว  มีอะไรล่ะ”  วีพูดพร้อมมองหน้าจองกุก   เค้าเพิ่งสังเกตเห็นหน้าจองกุกเต็มสองตาแบบชัด ๆ   จองกุกยังดูดีไม่เปลี่ยนแปลง    จะเปลี่ยนไปตรงสีผมที่จากสีดำเป็นสีแดงซึ่งขับใบหน้าให้ร่างสูงตรงหน้าดูดีอีกเท่าตัว          ซึ่งก็เหมือนกับวีที่ตอนนี้ก็เปลี่ยนสีผมเป็นสีส้มที่เพื่อนรักแนะนำ     จริง ๆ มันบังคับนั่นแหละ

         “ผมดีใจจริง ๆ   ที่พี่วีจำผมได้   และก็ดีใจที่ได้พบพี่วีอีกครั้ง”   จองกุกพูดพร้อมยิ้มกว้าง

หึ  ดีใจงั้นหรอ     พูดมาได้ไม่ได้อายปากเลยนะ จองกุก  วีคิดในใจเพราะไม่คิดว่าร่างสูงตรงหน้าต้องการอะไรกันแน่  แล้วก็เงียบเพราะจะคอยฟังว่าคนตรงหน้าจะพูดอะไรอีก

           “ ผมหวังว่าต่อไปนี้     เราจะได้เจอ .. กันอีกนะครับ”     จองกุกพูดพร้อมยังคงไม่ปล่อยมือที่จับข้อมือของวีไว้        แต่ท่าทางและคำพูดต่อมาของวีก็ทำให้จองกุกหน้าเสียลงทันที

          “แต่ฉันคิดว่า เราไม่หน้าเจอกันเลย   และฉันก็หวังว่า….. ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะเจอนายอีก  ….ลาก่อน …….จอน   จองกุก      วีพูดโดยทุกถ้อยคำเน้นย้ำให้คนตรงหน้าได้เข้าใจพร้อมหันกลังกลับและรีบเดินเข้าคอนโดไป   เพราะจริง ๆ  แล้วเค้ากลัว    กลัวว่าร่างสูงจะเห็นรู้    และเห็นน้ำตาของคนอ่อนแอเช่นเค้า    

           พอกันทีเข้มแข็งซะทีเถอะแทฮยอง       ตัดใจซะที    ฉันไม่เข้าใจนายจริง ๆ จองกุกว่านายกำลังทำอะไร

ฉันไม่เข้าใจจริง ๆ


 

                         

 

 

 

…………..

………………………

…………………………………..

“ไอ้เด็กจอนมันพูดอย่างนั่นจริง ๆ หรอ”

“อืม”    วีพูดพร้อมพยักหน้าเบาๆ  ด้วยสายตาเหม่อลอย

“ไอ้เด็กนี่ มันต้องการอะไรกันแน่   ฉันนะไม่เข้าใจจริง ๆ เลย”

…………..

“ฮึ่ย !  วี  แกอย่าทำหน้าเศร้าแบบนั้นดิ”      จีมินสังเกตเห็นใบหน้าของเพื่อนที่มองยังไง ๆ ก็รู้ว่ายังลืมเด็กนั่นไม่ได้

“จีมิน      .. ฉันควรทำยังไงดีอ่ะ”     วีถามเพื่อนรักเพราะไม่รู้ว่าต้องทำยังไงแล้ว  ทำยังไงก็ลืมไอ้เด็กนี่ไม่ได้สักที

“อืม………  แกไม่ต้องทำไรหรอก”   จีมีนวางมีบนบ่าเพื่อนรักเบา ๆ “ เดี๋ยวจีมินเพื่อนแกคนนี้จะจัดการให้แกเอง”       จีมินพูดด้วยเสียงที่มุ่งมั่นและจริงใจ

“ขอบใจมากนะจีมิน   ขอบใจจริง ๆ      แต่แกจะจัดการยังไงล่ะ”    คิ้วเรียวของ  วีขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย

“เหอะน่า …….. แกไว้ใจฉันเถอะ    ฉันมีวิธีของฉันแกไม่ห่วงหรอกนะ”     จีมินพูดพร้อมลอบยิ้มอย่างมีเลศนัย

หึ ๆๆ   เรื่องนี้ฉันคงต้องจัดการเองแล้ว  จีมินซะอย่าง

“อืม……   แล้วแต่แกล่ะ  ตอนนี้สมองฉันมันตื้อหมดแล้ว”

……………

…………………….

 

จีมินนิ่งไปนานจนเอ่ยถามวีเกี่ยวกับเรื่องที่ค้างคาใจอยู่

“เออ….. คือวี  ฉันถามอะไรแกหน่อยได้ป่ะ”

“เรื่องอะไรหรอ”

“เออคือ เออ..แกจะไม่โกรธฉันใช่ไหม”  จีมินพูดออกมาแบบตะกุกตะกัก อย่างกล้า ๆกลัว

“แล้วเรื่องอะไรล่ะ”   วีมองจีมินอย่างสงสัย

“เอออ…..อืม….เอ่อ”

“จี …. มิน   ถ้าแกไม่พูดฉันจะโกรธแกจริง ๆเลย   เอาซิ ”    วีเริ่มหงุดหงิดกับท่าทางของเพื่อนเพื่อนรักของเค้า

“อะ….อะ..…อ้าว   บอกก็ได้      ก็เรื่องตอนนั้นระหว่างแก…… จองกุก……  และพี่มินอานั่นแหละ                ช่วยอธิบายขยายความให้ฉันได้เก็ทหน่อยเหอะ”

……………วีก้มหน้าหลบตามองต่ำทันทีที่จีมินเอ่ยคำถามนั้นมา   เค้าคิดมาตลอดว่าต้องมีซักวันที่ต้องได้ยินคำถามนี้อีก

“เออไม่เป็นไร     .. ไม่ต้องเล่าก็ได้”    วีสังเกตเห็นท่าทางเพื่อนรัก  เค้าก็สงสารเลยไม่อยากเค้นถามอะไรแล้ว

……..

……….

………….

   วีสูดลมหายใจเข้าปอด พร้อมเงยหน้าขึ้นมาพร้อมยิ้มให้จีมิน  พร้อมเอ่ยประโยคที่ทำให้จีมินยิ้มแก้มปริ

“ฉันจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนั้นทั้งหมดให้แกฟังล่ะกัน”

 

……..

……….

……………..

 

เมื่อวันนั้น

……เออพี่วีครับ ….คือ….วันนี้พี่ว่างหรือเปล่าครับ” 

“ อืม…. ว่างซิ   ทำไมหรอ”

ร่างบางนอนคุยโทรศัพท์กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงนุ่มในห้องนอนของตัวเอง   เค้าตื่นมาได้สักพักแล้วล่ะแต่ยังไม่ลุกจากเตียงจนมีใครบางคนโทรเข้ามา  คนที่ทำให้เค้าใจเต้นทุกครั้ง    คนที่ทำให้เค้าเขินทุกทีเมื่อได้พูดคุย คุณเคยได้ยินหรือเปล่าว่า  

                                   คนที่ทำให้เราเขินได้

                                 มีความเป็นไปได้

                                ที่จะทำให้เรารัก

        จอน  จองกุก    หนุ่มรุ่นน้องสุดฮอตประจำโรงเรียน  ด้วยภาพลักษณ์ภายนอกที่ดูเย็นชา ทำให้มีแต่คนหมายปองเป็นเป้าหมายของใครหลายๆ คน    รวมทั้งผมด้วยล่ะผมแอบมองจองกุกมานานแล้วตั้งแต่วันเปิดเทอมที่ย้ายไปวันแรกผมเดินสวนกับจองกุก แต่เค้าจำผมไม่ได้หรอกผมก็เลยไปแอบฟังคนนู้นที่กรี๊ดจองกุกเลยรู้ชื่อเสียงเรียงนามต่าง ๆตามมา จนวันหนึ่งผมอัดอั้นตันใจมากเนื่องจากความชอบมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มากขึ้นเรื่อย ๆ จึงบอกความลับนี้กับจีมิน ไป ๆ จนตอนนี้ผมก็ได้คุยกับจองกุก  ใช่ครับผมคุยกับจองกุกมาประมาณ 3 อาทิตย์ แล้วผมยอมรับว่าผมตื่นเต้นและดีใจมากกกกกกกกกกกกกที่ความฝันผมเป็นจริงแล้ว   และวันนี้ก็ยิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก  เพราะอะไรนะหรอครับก็วันนี้เป็นวันนัดเดทแรกของเราหลังจากที่คุยกันไปเขินกันมา
< ส่วนมากจะเป็นผมมากกว่า>

              “ งั้นเดี๋ยวผมไปรับนะครับ”

  “เออไม่ต้องหรอก    เดี๋ยวเราไปเจอกันที่นู้นดีกว่า”

             “แบบนั้นจะดีหรอครับ   ให้ผมไปรับดีกว่านะครับ”

            “ไม่เป็นไรหรอก   พี่ไปเองได้ งั้นอีกชั่วโมงเจอกันนะ”

            “งั้นแล้วแต่พี่ก็ได้ครับ”  

            “งั้นพี่ไปเตรียมตัวก่อนล่ะกัน”

            “ครับ แล้วเจอกันนะครับ”

จากที่ผมได้คุยกับจองกุกเค้าก็เป็นคนที่มีนิสัยดี  อบอุ่นแล้วก็ใจดีมาก   นับว่าใช้ได้เลยล่ะไม่เห็นน่ากลัวเหมือนคนอื่นพูดเลย      แล้วเราก็คุยเรื่องทั่วไปกันนิดหน่อยผมก็เตรียมลุกไปอาบน้ำ เตรียมตัว

       ผ่านไปครึ่งชั่วโมง    เฮ้ออออ……………  ตื่นเต้นจังเลยเดทครั้งแรกจะเป็นยังไงนะ ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเดทกับใครเลย จองกุกเป็นผู้ชายคนแรก  เป็นรักแรกของผมเลยละครับ   ตื่นเต้น ๆๆๆๆ   จนสั่นไปหมดแล้ว ผมยืนหมุนอยู่หน้ากระจกไปมาหลายรอบแล้วสำรวจดูความเรียบร้อยตัวเองจนพอใจก็เตรียมจะออกจากบ้าน   แต่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์เข้ามา  สงสัยจองกุกคงโทรมาแน่เลย

 

      “ฮัลโหล จองกุกพี่กำลังจะออกไปแล้วล่ะ”    ผมรีบพูดกับปลายสายกลัวจองกุกจะคอยนาน แต่เสียงที่ได้ยินกลับมากลับไม่ใช่เสียงของจองกุก

      “นายชื่อวี  ใช่ไหม”   เสียงเล็ก ๆผู้หญิง พูดกระแทกใส่ผม

      “ค..ครับ    ไม่ทราบว่าคุณเป็นใครครับ”   ผมถามกลับไปด้วยความสงสัยเพราะว่าจะเป็นเสียงแม่จองกุกก็ไม่ใช่และเท่าที่จำได้จองกุกเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้องนี่น่า

      “ฉันหรอ    อยากรู้ใช่ไหม    ฟังดี ๆล่ะกัน    ฉันเป็นคนรักของจองกุก ผู้ชายที่นายคุยด้วยทุกวันไง

      “ จจะเป็นไปได้ไงครับ  ก็จองกุกบอกผมว่าเค้าไม่มีแฟนนิครับ”   ผมรีบพูดตอบกับไปก็เค้าคุยกับจองกุกจองกุกก็บอกไม่มีใครนี่น่า

      “ นี่นายเชื่อจองกุกหรอ   หึ โง่จริง ๆ เลย  ฉันจะบอกอะไรให้นะ     จองกุกเค้าก็เป็นแบบนี้แหละชอบมีกิ๊กไปทั่ว  ไม่ได้จริงจังอะไรหรอก  นายโดนหลอกแล้วล่ะ  หึ ปกติจะเป็นเด็กต่างโรงเรียนสงสัยกลัวฉันจับได้เหมือนทุกครั้ง คราวนี้เลยมาคบกับคนในโรงเรียนแทน  แต่เสียใจด้วยนะฉันรู้ทันหมดแหละ”

       ผมถึงกับอึ้งเกี่ยวกับเรื่องราวที่ออกจากปากของผู้หญิงคนนี้   ตกลงผมโดนหลอกใช่ไหม ผมได้แต่เงียบไม่ได้ตอบกับไปเพราะตอนนี้ผมเหมือนโดนค้อนอันใหญ่ทุบหัวซะมึนงงหมดแล้ว

       “ ที่ฉันโทรมาบอกเพราะฉันเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนนาย  ชื่อมินอา และก็คบกับจองกุกมานานแล้ว แต่เราไมได้เปิดตัวอะไรก็เลยมีแต่คนที่สนิทเท่านั้นที่รู้   ฉันเลยขอบอกได้ไว้เลยว่าให้เลิกยุ่ง  เลิกคุย เลิกติดต่อกับจองกุกซะถ้าไม่อยากโดนตราหน้าว่าเป็นมือที่สาม  แล้วจะหาว่าฉันไม่เตือน” 

     หลังจากฟังความจริงทั้งหมดเธอตัดสายทิ้งไปเลย    ตอนนี้ผมได้แต่ยืนแข็งเป็นรูปปั้นไปเลย   หัวของผมมันก็ประมวลผลว่าตกลงตลอดเวลาที่คุยกันผมมันก็ไอ้หน้าโง่ โง่จริงๆ  โง่ที่โดนเด็กหลอก  ทำไมมันเจ็บอย่างนี้นะ       แล้ววันนัดเดทแรกผมก็ล้มเหลวไม่เป็นชิ้นดี   จองกุกก็โทรมาหาผมแต่ผมก็ทำใจไม่ได้เลยปิดเครื่องตัดปัญหาไปเลย           หลังจากวันนั้นไปโรงเรียนผมก็คอยหลบหน้าหลบตาจองกุกตลอด และทุกเรื่องมันก็ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ……เมื่อวันหลังเลิกเรียนวันนั้นที่ผมเห็นคู่รักคู่หนึ่งเดินควงกันมา                                ……..จองกุกกับพี่มินอา   ทำไมนะทำไม ผมได้แต่เฝ้าถามตัวเองในใจว่าทำไมเค้าทำกับผมได้ลงคอ……. หลอกให้คนรักมันสนุกมากหรอ จอน จองกุก

 

                  คุณเคยรู้สึกไหม?  ว่าเวลารักใครสักคน   ไม่แข็งแรงขึ้น……. ก็อ่อนแอลง   ใช่เลยตอนนั้นหัวใจของผมมัน อ่อนแอลง ๆ ๆ ลงไปเรื่อย ๆ จนไม่กล้ารักใครอีกเลย

       

 ........
 

 ...................
 

 ................................

........................................

 

“โอ้ โห !   วีมันทำกับแกขนาดนั้นเลยหรอว่ะ    ฮึ่ย ถ้าฉันรู้เรื่องตั้งแต่ตอนนั้นนะฉันจะเอาเพื่อนไปรุมกระทืบให้เสียโฉมแม่งเลย  ยิ่งพูดยิ่งขึ้น   เดี๋ยวปัดไปตอนนี้แม่งเลย”

“ช่างมันเถอะจีมิน  เรื่องมันก็นานมาแล้ว  ฉันไม่ได้เก็บเอามาคิดแล้วล่ะ”

“จริงอ่ะ   แกไม่ได้คิดจริงอ่ะ”    จีมินเหล่ตามองวีอย่างจับผิด

“อืม”  วีตอบหน้านิ่ง

“จริงปะเนี่ย”   จีมินยังคงถามย้ำอีกครั้ง

“อืม”  วีพูดพร้อมเริ่มชักสีหน้าหงุดหงิด

“แล้วทำไมตอนนี้แกต้องเครียดด้วยล่ะ”

“เออคือเออแบบว่า    ฉ..ฉัน   ไปนอนก่อนล่ะกัน  ตอนนี้ง่วงแล้วล่ะ เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนด้วย ไปล่ะ”   วีรีบพูดแล้วเดินจ้ำอ้าวเข้าไปในห้องนอนทันที

“เฮ้ย.. เดี๋ยวซิ  แล้วโจ๊กนี่ล่ะ    แกยังไม่ได้กินเลยน่ะ   ออ้าวไม่ทันแล้ว    หึ ๆๆ ถ้าแกไม่กินฉันกินเองก็ได้”  (วีมันบอกหรือยังว่าไม่กิน:ไรท์)  “ฮ่า ๆๆๆ เสร็จฉัน จะฟาดให้เรียบเลย”

       พอนึกแล้ว แกก็ลืมไอ้เด็กนั่นไม่ได้หรอกวี   ฉันมองตาแกฉันก็รู้แล้ว สงสัยเรื่องนี้ฉันต้องลงมือจริง ๆซะที หึ ๆๆๆๆ

     “โอ้ยยยยยย!   ร้อนๆๆๆๆ   ฮึ่ยมัวแต่ทำท่าชั่วร้าย แม่งปากพองหมดแล้วมั้งเนี่ย” (สมน้ำหน้า555: ไรท์)

    “ นี่ร้อน    ก็ไม่บอก”( เออคือ โจ๊กมันจะบอกแกหรอว่ะว่ามันร้อนอ่ะ      ทำไมแกไม่ถามมันก่อนล่ะ? :ไรท์)

  ตึ่งโป๊ะ!

 

 

 

 

   หลายวันผ่านไป

        แสงแดดของตะวันลอดส่องเข้ามาในห้องของร่างบางที่นอนขดตัวในผ้าห่มเพื่อหาไออุ่น  หลังจากที่เมื่อคืนอยู่ช่วยงานที่สโมสรนักศึกษาจนดึก จะไม่ดึกได้ไงก็ถ้าเมื่อคืนไอ้เพื่อนตัวดีไม่ขอตัวกลับก่อนเพราะปวดหัวมากเลยกลับมานอน ร่างบางเลยต้องนั่งทำงานส่วนของจีมินไปด้วยกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งแล้ว   พอกลับมาห้องกลับไม่เจอเพื่อนรักอีก  โทรไปก็ปิดเครื่อง ร่างบางเลยนอนรอเพื่อนรัก รอไปรอมาก็เผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้

      “ หาววววว….. นี่กี่โมงแล้วเนี่ย”  วีบิดขี้เกียจไปมา จนเหลือบไปมองนาฬิกา

     “ ออืม  เที่ยงแล้วหรอเนี่ย”    วีขยี้ตาพร้อมกับตบหน้าตัวเองเบาๆ  ก่อนจะมองหาร่างเพื่อนตัวดีที่นอนข้าง ๆกลับไม่พบอะไรเลยเพราะปกติแล้วจีมินไม่เคยตื่นก่อนเค้าเลย

     “ จีมินแกหายไปไหนของแกเนี่ย”    ร่างพูดติดเสียงหงุดหงิด ก่อนจะลุกไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตา

         หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จแล้ว ร่างบางของวีก็มานั่งอยู่บนเตียงก่อนจะนั่งกดโทรศัพท์หาเพื่อนรัก แต่ ก็ได้ยินเสียงเปิดประตูเข้ามา ร่างบางเลยเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปหาเพื่อนรัก   อย่างนี้ต้องจับมานั่งถามให้รู้เรื่อง ร่างบางคิดในใจ

            “จีมินแกห..หา…..” เสียงของวีเงียบลงไปทันทีเมื่อเห็นบุคคลที่เข้าห้องมาใหม่

           “ เฮ้ย !    น….นาย  เข้ามาด..ได้ไงเนี่ย ”  




                     

 วีพูดด้วยเสียงตะกุกตะกักด้วยบุคคลที่เข้ามานั่นไม่ใช่ใคร  คนที่เค้าไม่อยากเจอ ไม่อยากพบหน้ามาตลอดเกือบอาทิตย์ที่ผ่านมา

            “  สวัสดีครับพี่วี    เจอกันอีกครั้งแล้วนะครับ”  จองกุกพูดด้วยเสียงเรียบนิ่ง

            “ นายเข้ามาได้ไง”  วีพูดด้วยเสียงห้วน ปนตะคอกใส่คนตรงหน้า

            “ ผมก็ไขกุญแจ  แล้วก็เปิดประตูเข้ามานะซิครับ”   จองกุกยังคงพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมจนวีแอบคิดในใจ ว่าไอ้เด็กนี่ทำหน้าแบบอื่นไม่เป็นหรือไง

            “ แล้วนายไปเอากุญแจมาได้ยังไง”  

           “พี่จีมินหะ..  จองกุกยังพูไม่จบประโยค ร่างบางตรงหน้าก็รีบพูดตัดหน้าขึ้นมาก่อน

           “  จีมิน!   หรือว่า   น..นาย    ทำอะไรเพื่อนฉัน ล….แล้วฉกกุญแจจากเพื่อนฉันมา     เพื่อนฉันอยู่ไหนบอกมาเดี๋ยวนี่นะ”  วีพูดพร้อมพูดพร้อมชี้หน้าจองกุก

           “ ฮะ  อะไรนะครับ   ป..ไปกันใหญ่แล้วครับ    ใจเย็น ๆ ก่อนซิครับพี่วี”   จองกุกรีบยกมือห้ามวีก่อนที่ร่างบางต้องหน้าจะคิดอะไรเลยเถิดไปกว่านี้

           “ จะให้ฉันใจเย็นได้ไง    นายบุกเข้าห้องฉันอย่างนี้    อ..ออกไปเลยนะ    ถ้าไม่ออกไป ฉัน..

วีพูดพร้อมหันซ้ายหันขวาก่อนจะรีบวิ่ง ไปหยิบไม่เบสบอลที่มุมห้อง แล้วกลับมาตั้งหลักที่เดิม

           “ถ้านายไม่ออก  ฉันจะฟาดด้วยไม้เบสบอลนี่แหละ”    วีไม่พูดเปล่าพร้อมยกไม้ขู่คนตรงหน้า

          “ เดี๋ยวก่อนซิครับพี่วี   ฟังผมก่อนซิครับ”    จองกุกพูดพร้อมก้าวเดินไปหาวี       แต่วีก็ก้าวถอยหลังไปเรื่อย ๆ   

          “ไม่ฟังออกไปนะ!”     วีกำไม้ในมือแน่น พร้อมตะโกนไล่ให้คนตรงหน้าออกไป

          “ผมไม่ไปไหนทั้งนั้น    จนกว่าพี่วีจะยอมคุยกับผมก่อน”    จองกุกพูดแล้วเดินเข้าหาร่างบางตรงหน้าเข้าไปอีก

         “ ฉันบอกให้ออกไปไง    ไม่ได้ยินหรือไง”   วียกไม้เตรียมฟาดร่างสูงตรงหน้า   แต่จองกุกไวกว่ารีบเข้าไปแย่งไม้จากวีได้ก่อน

         “ น..นาย  จะทำอะไรฉัน    อย่าเข้ามานะ”      จองกุกโยนไม้ออกไปไกลตัวพร้อมหันมามองหน้าวี

วีเริ่มเห็นท่าไม่ดีจึงเบี่ยงตัวเตรียมจะวิ่งออกจากห้อง   แต่จองกุกรีบคว้าเอวบางของวีไว้ก่อนพร้อมสวมกอดวีจากข้างหลัง    ทำให้วีหนีไปไหนไม่ได้

       “  ป..ปล่อยนะ    ไอ้เด็กโรคจิต     ไอ้เด็กฉวยโอกาส”

วีพยามดิ้นให้หลุดจากอ้อมกอดของจองกุก พร้อมตีไปที่แขนของจองกุก แต่ก็ไม่เป็นผล กลับทำให้จองกุกกอดวีแน่นกว่าเดิมอีก   ทำไมนะ ทำไมไอ้เด็กนี่ถึงเป็นคนแบบนี้   ไอ้เด็กพูดน้อย ขี้อาย เงียบขรึมมันหายไปไหนหมด  เหลือแต่ไอ้เด็กมือปลาหมึกนี่เนี่ย  วีคิดในใจ เพราะตกใจกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของจองกุก      เมื่อเห็นว่าพยามเท่าไรก็ไม่สามารถลุ้นพ้นจากคนข้างหลังได้ วีจึงหยุดดิ้นแล้วกลับมายืนนิ่งแทน

         “ หยุดดิ้นแล้วหรอครับ”    เมื่อจองกุกเห็นร่างบางในอ้อมกอดหยุดดิ้นจึงยอมพูดออกไปด้วยเสียงที่นุ่มนวลกว่าเดิม

         “นายทำแบบนี้ทำไม    นายต้องการอะไร”    วีพูดเสียงนิ่ง   นิ่งจนทำให้คนฟังอย่างจองกุกใจหาย

         “ ผมคือพี่วีครับ….ผมขอโทษ”  จองกุกกระชับกอดพร้อมก้มไปกระซิบข้าง ๆ หูของวีด้วยเสียงที่เบาจนเหมือนกระซิบ

        “ หึ…. ขอโทษหรอ     ขอโทษเรื่องอะไรล่ะ”    

       “ เรื่องทุกอย่าง   ที่ทำให้พี่วีเสียใจ เรื่อง..     ไม่ทันที่จองกุกจะพูดจบวีก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

       “ เรื่องที่นายหลอกฉัน  บอกว่าไม่มีใคร ทั้งที่มีคนรักเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้วนะหรอ  หึ นายไม่ต้องใส่ใจหรอก  ฉันลืมมันไปหมดแล้ว       ……..ฉันโง่เองนี่แหละ   ที่เชื่อคำพูดผู้ชายแบบนาย  ผู้ชายที่เห็นจิตใจคนอื่นเป็นของเล่น    นายทำแบบนี้มากี่คนแล้วล่ะจอนจองกุก”

เมื่อจองกุกได้ฟังคำร่ายยาวของคนในอ้อมกอดถึงกับหน้าเสียลงทันที

          “พี่วีผม.. 

          “จิตใจของนายมันทำด้วยอะไรจองกุก”  เสียงของวีนั่นเริ่มสั่นเครือขึ้นทันทีเมื่อนึกถึงคำพูดของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าคนรักของร่างสูง 

        “ แต่พี่วีครับ …. ผมอธิบายได้นะครับ  พี่วีกำลังเข้าใจผมผิด”  

        “เข้าใจผิดงั้นหรอ   ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้ว  ไม่ซิ  ฉันตาสว่างมานานแล้ว   ฮึก .. นายเอาเวลาไปดูแลพี่มินอาคนรักของนายเถอะ”      จากตอนนี้ร่างบางพยายามข่มน้ำตาไม่ให้ไหล  แต่แล้วก็ทำไม่ได้เลยปล่อยให้มันไหลออกมาอาบแก้ม   พร้อมเริ่มสะอื้นจนจองกุกรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ที่เป็นต้นเหตุให้คนในอ้อมกอดต้องเสียน้ำตาอีก


         “แต่ผมกับพี่มินอาเราไม่ได้เป็นอะไรกันนะครับ”    จองกุกพูดด้วยเสียงที่หนักแน่นขึ้นกว่าเดิม
         “  ฮึก ….ฮึก   ไม่ได้เป็นอะไรกัน     แล้วที่ฉันเห็นนายเดินควงกัน ฮึก .. ตัวติดกันแบบนั้นเค้าเรียกว่าอะไร ฮะ จองกุก  ฮึก”   วีพูดไปพร้อมพร้อมสะอื้นไป เค้าไม่คิดจะเชื่อคำพูด อะไรที่ออกมาจากปากของผู้ชายคนนี้อีกแล้ว

         “นายเลิกพูดแก้ตัวได้แล้ว  ฮึก.. แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้ว”      วีพูดพร้อมเริ่มดิ้นแล้วใช้กำปั้นทุบแขนของจองกุก    

         “ฉันไม่เชื่อคำพูด   อะไรของนายทั้งนั้น   ปล่อยได้แล้ว  ฉันบอกให้ปล่อยไง”   วีพูดพร้อมขึ้นเสียงใส่ร่างสูง
         “ พี่วี  พี่วีครับ  ได้โปรดฟังผมก่อน   ผมจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟังนะครับพี่วี”   เสียงนุ่มพร้อมประโยคเชิงขอร้องของจองกุกถูกเปล่งออกมา

         “ฉัน  ไม่  ฟัง!”  วีพูดด้วยเสียงปนตะคอกพร้อมเริ่มพยายามดิ้นอีกครั้ง

        “ แต่พี่วีต้องฟังผมนะครับ   ถ้าพี่วี  จองกุกพูดด้วยประโยคขอร้องอีกครั้งแต่วีกับพูด ขึ้นมาอีกครั้ง

        “ฉันไม่ฟัง ๆๆๆๆ   ไม่    วีพูดรัวๆๆใส่ร่างสูงจนจองกุกต้องพูดประโยคที่ทำให้วีงงกับสิ่งที่จองกุกบอก

 

 

         “ที่ผมทำไปก็เพราะ …. เพราะประชดพี่วีต่างหากล่ะครับ”    

         “ประชด  ประชดอะไร  นายหมายความว่าไงจองกุก”   วีหยุดดิ้นแล้วถามร่างสูงด้วยความสงสัย

จองกุกค่อยๆคลายกอดคนตรงหน้าพร้อมจับไหล่และหันตัววีมาเผชิญหน้าตัวเอง  แต่เค้าก็ตกใจเมื่อฉันคราบน้ำตาที่ยังอาบแก้มร่างบางตรงหน้า 

         “งั้นเรามานั่งคุยตรงนี้ดีกว่าครับ  เรื่องมันยาว”     จองกุกไม่พูดเปล่าแต่กับจับข้อมือร่างบางแล้วดึงให้เดินตามเค้าไป  ที่โซฟาหน้าทีวีก่อนจะจับไหล่ของร่างบางกดลงให้นั่งลงก่อน แล้วตัวเองก็มานั่งข้าง ๆ ร่างบางพร้อมหันหน้ามามองวี

          “ตกลงเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่   ฉันงงไปหมดแล้ว”    คิ้วเรียวของวีขมวดเข้าหากันพร้อมมองจองกุกอย่างจับผิด

          “  พี่วีจำวันนั้นได้หรือเปล่า วันที่เรานัดเดทกัน”

         “อืม” วีพูดพร้อมพยักหน้า      

         “วันนั้นผมออกจากบ้านได้ไม่เท่าไรผมนึกขึ้นได้ว่าผมลืมโทรศัพท์ไป   ผมเลยกลับไปเอาแล้วจะโทรบอกพี่วีว่าอาจจะไปสายหน่อย   พอโทรไปพี่วีก็ปิดเครื่อง  ผมเลยคิดว่าพี่วีคงโกรธผมแล้วแน่เลย ผมก็เลยไปที่บ้านพี่วีเพื่อจะไปขอโทษ  แต่  ผม.. ก็เจอพี่วีจูงมือขึ้นรถไปกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้  ท่าทางสนิทสนมกันมาก    ผมเลยคิดว่าพี่วีหลอกผม    ผมโกรธมากเลยนะครับ ผมเลยกลับบ้านไป แต่พอดีวันนั้นพี่มินอา  พี่สาวข้างบ้านเค้าก็มาสารภาพรักกับผมพอดี   ผมเลยตอบตกลงไป  ลองคบกับพี่เค้า  เพื่อจะประชดพี่ไงครับ”

           “แล้วทำไมวันนั้นพี่มินอาถึงใช้โทรศัพท์นายโทรมาได้ล่ะ”

           “ เรื่องนั้น   จริง ๆ แล้วผมก็เพิ่งมารู้ตอนจบ ม.ปลาย   ตอนที่พี่มินอาเค้าจะย้ายบ้านเค้ามาสารภาพกับผมว่าวันที่ผมลืมโทรศัพท์พี่เค้าเข้ามาหาผมบอกมายืมหนังสือแต่ไม่เจอผม เจอแต่คุณแม่ คุณแม่เลยให้พี่เค้าเข้าไปเอาเอง   พี่เค้าเลยเจอโทรศัพท์ผม แล้วก็ใช้โทรศัพท์โทรไปแกล้งโกหกพี่วี”     

           “แต่ยังไงนาย ฮึก ๆ ก็คบกับพี่เค้าแล้วนิ”    วีพูดพร้อมเริ่มสะอื้นร้องให้อีกครั้ง    เพราะจริง ๆแล้วเค้าไม่รู้ว่าร้องให้เสียใจหรือดีใจกับเรื่องจองกุกเล่ามา  ตอนนี้เค้าสับสนหมดแล้ว

          “ใครบอกล่ะครับ   ผมทำใจลืมพี่วีไม่ได้    ผมลืมไม่ได้จริง ๆ  หลังจากวันที่พี่เห็นผมควงกับพี่มินอาผมก็บอกกับพี่เค้าว่าผมคิดกับพี่มินอาได้แค่พี่น้องจริง ๆ     ผมไม่เคยคิดอะไรเกินเลยกว่านั้นเลย”

         “………”  วีอึ้งกับคำสารภาพจากปากคนตรงหน้า  ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มลงมาเรื่อย ๆ

         “ฉ..ฉัน จะเชื่อคำพูด ฮึก ๆ  ของนายได้แค่ไหน”      จองกุกค่อยใช้นิ้วมือเช็ดน้ำตาให้ร่างบางตรงหน้าอย่างเบามือ

         “พี่วี  มองตาผมซิครับ”    จองกุกพูดพร้อมประคองหน้าวีให้มองหน้าเค้าตรง ๆ 

          “พี่วีครับ ผมขอพูดตรงนี้เลยว่าทุกคำที่อออกมาจากปาก จอน จองกุกคนนี้  ด้วยความสัตย์จริง   ผมไม่เคยโกหก ทุกคำออกมาจากก้นบึ้งหัวใจของผมทั้งหมด    ตลอดเวลาผมไม่เคยลืมพี่วีได้เลย   พี่วีคือรักแรกของผมเลยรู้ไหมครับ  ผมไม่สามารถคบใครได้อีกเลย เพราะหัวใจของผมมันมีแต่พี่วีเต็มหัวใจ”

           “น..นาย พูดจริงหรอจองกุก    ฉันจะเชื่อคำพูดของนายได้จริง ๆหรอจองกุก”

          “พี่วีไม่ต้องเชื่อผมตอนนี้ก็ได้   แต่ผมขอแค่โอกาสได้พิสูจน์ตัวเองได้หรือเปล่าครับ”  

หน้าของวีตอนนี้เริ่มขึ้นสี เพราะคำสารภาพรักของจองกุกที่ทำให้เค้าสับสนมากขึ้นกว่าเดิม   อารมณ์โกรธเกลียดคนตรงหน้ามันเริ่มพังทลายลงไปเรื่อย ๆ  ตั้งแต่ร่างสูงบอกเค้าเป็นรักแรก

          “เออ.. ฉัน .. ไม่แน่ใจ”

          “นะครับพี่วี”     จองกุกกุมมือวีขึ้นมา  

          “นะครับ  น๊ะ  นะ  นะ  นะครับ”    จองกุกเริ่มก้มหน้าลงเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ  วีเริ่มได้สติจึงใช้มืออีกข้างดันหน้าอกของร่างสูงออกไป

           “ไม่ได้  หรอกจองกุก     เพราะฉันมีคนที่รักอยู่แล้ว”

           “อะ อะไรนะครับ     พี่วีมีคนที่รักอยู่แล้วหรอครับ”    จองกุกพูดพร้อมสายตาที่สลดเศร้าลงทันที           วีดึงมือข้างที่จองกุกจับอยู่ออกมาพร้อมนั่งตัวตรงกอดอกวางท่าใหม่

           “ก็ใช่นะซิ   นายมาช้าไปแล้วล่ะ”   วีพูดพร้อมเหลือบมองจองกุกก่อนจะหันหน้าไปอีกทางแล้วแอบลอบอมยิ้มกับท่าทางผิดหวังของจองกุก     เพราะเค้าเห็นตอนนี้จองกุกก้มหน้าสลดจนหน้าสงสารเลยแต่ทำไงได้ในเมื่อร้องไห้มาเยอะแล้วขอแกล้งหน่อยล่ะกัน    วีลุกขึ้นแต่ยังคงกอดอกไว้อย่างเดิม  แต่หันหลังให้กับจองกุกแทน

            “ผมคงมาช้าจริง ๆ ซินะ”  จองกุกพูดด้วยเสียงที่เบาลงจนเหมือนพูดบ่นกับตัวเอง

            “ใช่  นายอยากรู้ไหมว่าคนนั้นเป็นใคร”  

           “คงเป็นคนที่พี่วีขึ้นรถไปด้วยวันนั้นใช่เปล่าครับ …….. เค้าก็เหมาะสมกับพี่ดีนะครับ”    จองกุกพูดด้วยเสียงเศร้าและเบาลงเรื่อย ๆ  ๆถ้าใครได้มาท่าทางเค้าสองคนตรงนี้ก็เหมือนอาจารย์กำลังดุนักเรียนยังไงยังงั้นเลย      วีหันหลังกลับมามองจองกุก   พร้อมเสียงหัวเราะเล็ก ๆ จองกุกเงยหน้าขึ้นมองหน้าวีพร้อมเอ่ยถามวี  

           “ พี่วีขำอะไรครับ”   

           “ เปล่านิ”    วีพูดพร้อมกลั้นขำไว้ 

          “  นี่ตกลงพี่วีแกล้งผมหรอครับ”    จองกุกสังเกตเห็นท่าทางร่างบางตรงหน้าก็เริ่มรู้แล้วว่าตัวเองกำลังแกล้งอยู่      จองกุกกระตุกยิ้มก่อนจะคว้าเอวบางตรงหน้ามานั่งตักตัวเอง

     พึ่บ !   โอ้ย !   “อะไรเนี่ยจองกุก  ปล่อยฉันเดี๋ยวนี่นะ”   วีพยายามแกะมือของจองกุกที่ก่อนเอวตัวเองอยู่ แต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อจองกุกใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือของวีทั้งสองข้างรวบไว้

         “ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะจองกุก    ไอ้เด็กบ้า   ฮึ่ย !  วีพูดพร้อมทำหน้าบึ้งตึงใส่จองกุกแต่ในสายตาร่างสูงยังไงมันก็น่ารักอยู่ดี

พี่วีก็บอกผมมาก่อนซิครับว่าผู้ชายคนนั้นที่พี่วีขึ้นรถไปด้วยเป็นใคร  จองกุกพูดพร้อมจ้องวีอย่างคาดคั้น

วีสังเกตเห็นสายตาของจองกุกจึงรีบหันหน้ามองไปทางอื่น   

        “ว่าไงครับพี่วี”     จองกุกพูดพร้อมก้มหน้าลงไปใกล้หน้าวีเรื่อย ๆ    วีเบี่ยงหน้าหนีแล้วสู้แรงที่กระชับกอดของร่างสูงที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ได้จึงจำเป็นต้องตอบคำถามของร่างสูง

        “ฉันบอกก็ได้   ผู้ชายคนนั้นเค้าเป็นญาติฉันที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว วันนั้นพี่เค้ารับฉันไปเยี่ยมคุณป้าที่ป่วยอยู่น่ะ”    

        “จริงหรอครับ”   จองกุกเอ่ยถามร่างบางตรงหน้า

        “อืม”   วีพูดพร้อมพยักหน้า  พร้อมพูดขึ้นมาโดยหันหน้ามามองจองกุก     “เบื่อจริง ๆ เลย ไอ้พวกชอบคิดไปเองเนี่ย”    วีพูดพร้อมทำหน้านิ่งใส่จองกุก

         “ผม ผมขอโทษครับพี่วีที่คิดอะไรไปเรื่อยแบบนั้น    ผมขอโทษจริง ๆ    แล้วตกลงคนที่พี่วีรักคนนั้นคือใครกันแน่ครับ”    จองกุกพูดพร้อมแววตาที่สลดลงทันที

วีมองหน้าจองกุกพร้อมฉีกยิ้มขึ้นมาพร้อมประโยคที่ทำให้ร่างสูงตรงหน้ายิ้มกว้างขึ้นมา

          “จองกุกก็รู้คำตอบดีไม่ใช่หรอ   แล้วจะถามพี่ทำไม”  จองกุกยิ้มกว้างกว่าเดิมเพราะสรรพนามที่ใช้เรียกของร่างบางเปลี่ยนไปเหมือนตอนแรกเริ่มที่เคยคบกัน

          “ รู้ไหมจองกุกเป็นคนแรกที่ทำให้พี่เสียน้ำตาได้มากขนาดนี้นะ  พี่ก็ไม่เคยลืมจองกุกเหมือนกันและก็จองกุกก็เป็น …..เออ

          “ เป็นอะไรครับ”   ตอนนี้จองกุกจ้องหน้าวีพร้อมสายตาที่ทำให้คนตรงหน้าแทบละลายไปตรงหน้าอยู่แล้ว   

          “เป็น ….. เป็นรักแรกของพี่เหมือนกัน”    วีพูดด้วยความเขินอายก้มหน้าลงเพราะตอนนี้หน้าของเค้ามันคงเริ่มขึ้นสีแล้ว

          “พี่วีครับ”  

          “หืม”  วีพูดพร้อมเงยหน้าขึ้นมา

          “เป็นแฟนกับผมนะครับ”

         “เออ….คือ”    วีพูดมองหน้าจองกุกกระพริบตาปริบ ๆ

        “นะครับพี่วี”   จองกุกพูดด้วยเสียงนุ่มพร้อมก้มลงไปใกล้หน้าวี

        “ถ้าไม่ตอบ   แปลว่าตกลงนะครับ”

        “เอออืม …. ก็ได้”   วีพูดพร้อมอมยิ้มอย่างน่ารักบวกกับแก้มที่แดงระเรื่อ ๆ ตอนนี้ทำให้วีน่ารักขึ้นเป็นอีกเท่าตัว

   ///ฟอด////          จองกุกก้มลงไปหอมแก้มร่างบางตรงหน้า     พร้อมพูดด้วยเสียงดีใจมาก ๆ 

         “ผมดีใจนะครับที่พี่วีให้โอกาสผมอีกครั้ง    ผมขอบคุณจริง ๆ ครับ         พี่วีรู้ไหมครับ    ว่าผมแอบมองพี่วีมาตั้งนานแล้วตั้งแต่วันที่พี่วีย้ายมาแล้วเราเดินสวนกัน  ผมก็แอบมองพี่วีมาเรื่อย ๆ  แต่ผมไม่กล้าเข้าไปจีบพี่เพราะพี่มีแต่คนชอบพี่วีเยอะซะจนผมหมดหวัง   แต่โชคก็เข้าข้างผมวันนั้นผมแทบบ้ามีความสุขมาก ๆเลยวันที่เพื่อนพี่วีพาพี่วีมาขอเบอร์ผม    ผมดีใจมาก ๆเลยที่พี่วีรู้สึกเหมือนกับผม”

           วีมองจ้องกุกอย่างอึ้ง ๆ เค้าไม่คิดเลยว่าจองกุกชอบเค้ามาตั้งแต่ตอนนั้น  เค้านึกไม่ถึงเลยจริง ๆ

          “จองกุกวันที่เราเดินสวนกันจองกุกเห็นพี่หรอ”

          “ไม่เห็นก็บ้าแล้วล่ะครับ  พี่วีน่ารักขนาดนั้น”     จองกุกพูดออกไปพร้อมมองหน้าวีอย่างไม่วางตา 

           “อย่าบอกนะครับว่าวันพี่วีก็….

           “อืม  ใช่ วันนั้นพี่ก็มองนายเหมือนกัน”

          “จริงหรอครับ  นี่ตกลงเราก็คิดเหมือนกันตั้งแต่แรกแล้วหรอครับ     ตลกจังเลยนะครับ  นี่เป็นเพราะเรามัวแต่กลัวเลยไม่มีใครกล้าเปิดปากพูดความในใจเลย”

          “อืม คงงั้นแหละ”

         “พี่วีครับผมสัญญานะครับ        ว่าจะไม่ทำให้พี่วีเสียใจอีก  จะรักและซื่อสัตย์กับพี่วีแค่คนเดียว”

ตอนนี้แก้มของวีแดงไปหมดแล้วเพราะคำสัญญาของร่างสูง ทำให้วีพูดไม่ออกเลย

         “จองกุกสัญญากับพี่แล้วนะ  ห้ามผิดสัญญาด้วย”    วีพูดพร้อมชี้หน้าจองกุก

         “ครับผมสัญญา   ที่รักของผม”      จองกุกปล่อยมือที่จับข้อมือร่างบางไว้แล้วเลื่อนมาคล้องเอวบางคนน่ารักตรงหน้าแล้ววางคางตัวเองเกยหัวไหล่ของร่างบางพร้อมโยกตัวของเค้าทั้งสองไปมา ซึ่งใครมาเห็นภาพนี้ก็ต้องพากันอิจฉาของคู่รักคู่ใหม่ที่ไม่ว่ามองยังไงก็เหมาะสมกันจนหาที่ติไม่ได้    จะมีสักกี่คู่นะที่มีความรู้สึกเหมือนกันตั้งแต่แรกเห็น  และยังคงมั่นคงมาจนถึงปัจจุบัน……  และก็คงยาวนานไปจนถึงอนาคตจนไม่มีที่สิ้นสุด       แล้วคุณล่ะ   เจอเค้าคนนั้นหรือยังเพราะฉะนั้นถ้าคุณเจอคนนั้นแล้วก็อย่าปล่อยให้เค้าหลุดมือไป   เพราะคุณจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนที่เพิ่งเดินสวนกันไป   จะได้เดินสวนกันอีก

 

 

“จองกุกพี่ถามอะไรหน่อยซิ”

“อะไรครับพี่วี”

“ตกลงบอกพี่ได้หรือยังว่าจีมินเพื่อนพี่หายไปไหน ?

 

 The   End

                   


 





 





 




















อะ  อะ  อะ แฮ่ม !   จะเอ๋ เบบี้   สวัสดีครับผมกันตอนสุดท้ายเลย   ผมปาร์คจีมินคนน่ารัก   อย่าเพิ่งทำหน้างงกันซิครับ    ที่ผมออกมาเนี่ยกลัวทุกคนจะลืมเพื่อนนางเอก(?)คนนี้กันนะซิ    จริง ๆ แล้วกลัวทุกคนบ่นหาผมว่าหายหน้าหายตาไปไหน   เลยจะมาไขข้อข้องใจกัน   วันนี้สาระครับ  สาระ  จริงๆ 

   จงเชื่อในพรหมลิขิต  จงเชื่อในเหตุการณ์ที่นำพาความรักมา  (ลอกไรท์มาอีกที 5555)   อืมดีมากเลยจีมินนี่ :ไรท์      แต่….  แต่ วันนี้ผมอยากให้ทุกคนเชื่อในคำพูดของจีมินในตอนนี้    จงเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดของจองกุกและวีกับมาคบกันได้นั้นจริง ๆ แล้วไม่ใช่พรหมลิขิตหรอกครับ    (อ้าวตกลงยังไงกันแน่ : ไรท์)

เพราะจริง ๆ แล้วเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะ   เพราะเป็นแผนการของ  ผม   พี่นัมจุน  และพี่จินนี่สุดสวย     งง ๆ  งงกันใหญ่เลยนะซิ      ผมบอกแล้วเรื่องที่จิมินคนนี้บอกมันสาระ  สาระ จริง ๆ     ( หึ ๆ ๆ  สาระเลวนะซิไม่ว่า :   ไรท์ )   ก็จริง ๆแล้วเรื่องมันเกิดขึ้นเพราะพี่นัมจุนกับพี่จินมาขอร้องผมหลังจากที่ผมกับวีเห็นจองกุกวันแรกนะซิ   ตอนแรกผมฟังเรื่องราวครั้งแรกจากปากจองกุกผมก็โกรธจนจะเข้าไปซัดหน้าจองกุกแล้วติดอยู่อย่างเดียวผมเกรงใจพี่จินเค้านะซิเห็นเป็นหลานพี่เค้าเลยไม่ทำ  ( เหรออออออออออออออออออ: ไรท์ )   และก็เพราะแพ้ความจริงใจตั้งใจแน่วแน่ของไอ้เด็กจอนคนนี้ เห็นบอกตอนแรกไอ้เด็กนี่มันได้ทุนเรียนต่างประเทศด้วยนะแต่มันเลือกมาเรียนคณะเดียวกันเอกเดียวกันกับเพื่อนผม มันก็สืบเรื่องวีมาจากพี่จินนี่นี่แหละเห็นมันบอกวันนี้เล่นโทรศัพท์พี่จินนี่แล้วมีวีติดเข้าไปในภาพเลยสืบเสาะเรื่องราวจากพี่จินอีกที   ผมเห็นถึงความตั้งใจเลยยอมช่วย   แผนของพวกเรามันเริ่มตั้งแต่ที่ทิ้งวีให้กลับคอนโดคนเดียวแล้วล่ะครับ          แล้วที่เห็นผมเป็นเดือดเป็นร้อนเวลาวีเล่าเรื่องถึงไอ้เด็กนี่ก็ไม่ใช่อะไรเพราะเพื่อความแน่ใจผมเลยต้องล้วงความรู้สึกของวีที่ยังมีต่อจองกุกให้ได้ จนแน่ใจจนจะเริ่มแผนต่อไปแต่ติดตรงไอ้เพื่อนผมมันก็คอยหลีกเลี่ยงหมกตัวอยู่แต่ในห้อง   จนเมื่อวันที่อยู่ทำงานที่สโมสรนักศึกษาผมก็เลยแอบหนีมาวางแผนที่ห้องพี่นัมจุน   ซึ่งต่อไปนี้ก็เป็นแผนผมนั่นแหละฉลาดเปล่าล่ะ    ชอบหนีดีหนักเลยจัดส่งจองกุกไปหาถึงห้องเลย   เป็นไงสุดท้ายสองคนนั้นก็ปรับความเข้าใจกันจนได้   มีความสุจกันซักที

เฮ้อ………….   เหลือแต่จีมินคนนี้ที่ฟ้ายังคงไม่ส่งใครมาให้ซักที   

    โปรดส่งใครมารักจีมินที       อยู่อย่างนี้มันเหงาเกินไป  

 

…….

………..

  โป๊ก!    โอ้ย !   “ เจ็บนะ     แกเอาอะไรมาตีหัวฉันเนี่ยวี”

      “ฮึ  นี่ตกลงเรื่องที่เกิดขึ้นมันแผนของแกใช่ไหม   จิมิน”     

     “พี่วีครับ   อย่าตีพี่จีมินเลยครับ  ผมผิดเอง”  

     “จองกุกก็อีกคนนะ     เดี๋ยวพี่จะคิดบัญชีนายอีกรอบนึง”

     “แต่  พี่วีครับ”

    “ไม่มีแต่ !

    “ฮึ่ยหลอกฉันได้นะจีมิน    ตายซะเถอะ” 

 

                       แล้วจุดจบของเพื่อนนางเอก   ก็สิ้นลงด้วยประการฉะนี้แล     ขอให้ไปสู่สุขคตินะจีมิน  555

 

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

    จริง ๆ แล้วความรักก็ไม่ใช่พรหมลิขิต   หรือเรื่องบังเอิญเสมอไปหรอก นะ

 

                        

จบจริง ๆ แล้วคราวนี้

เป็นไงบ้าง   ยาวมากเลยใช่ไหม   5555 ขอบคุณนะที่อ่านจนจบยังไงก็ช่วยเม้นเป็นกำลังใจหน่อยนะเพราะเรื่องหน้าจะมาเจอกับคู่รักคู่สุดฮอตอีกคู่     จะเป็นใครคอยติดตามดูล่ะกัน

 

   ยังไงชอบไม่ชอบก็เม้นให้หน่อยนะ   ไรท์ชอบอ่านเม้นมันมีกำลังใจดี   ไม่แน่เรื่องหน้าอาจเอามาลงเร็ว     ไปล่ะ  บาย              ผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้  ณ   ที่นี่

              

              

ผลงานทั้งหมด ของ lukwacawaii

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

16 ความคิดเห็น

  1. #16 newarmy (@newarmy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 12:20
    ฮืออออตั้ลล๊ากกกกก
    #16
    0
  2. #15 oppa
    วันที่ 21 กันยายน 2558 / 10:38
    น่ารักแอร๊ยยยย ชอบกุกวีมากนะจะบอกให้ อิอิ
    #15
    0
  3. วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 12:55
    หนุกอ่ะ ชอบๆๆ
    #14
    0
  4. วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 / 20:38
    น่ารักดีค่าาาาา

    #13
    0
  5. วันที่ 15 กรกฎาคม 2557 / 14:00
    อ่านแล้วเขินอีก อ่านแล้วก็เขินอีกไม่รู้ว่าจะเขินยังไงแล้วเนี่ยยน่ารักมากๆเลยอ่ะคู่นี้ อ้ากกกกกกกกรักไรต์ฝุดๆขอบคุณมากที่แต่งกุกวีให้อ่านนะค่ะ
    #12
    0
  6. วันที่ 1 กรกฎาคม 2557 / 22:18
    น่ารักดีค่า
    น้องกุกพี่วี ฮิๆ

    #11
    0
  7. วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 18:59
    เราอยากให้ไรต์แต่งกุกวีอีกอ่ะ I love KookV เราชอบคู่นี้มากกกกกๆๆๆๆๆๆๆอ่ะไรต์
    #10
    0
  8. วันที่ 26 มิถุนายน 2557 / 11:59
    สัญญาแล้วนะคะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะไรท์ ><

    ดูเหมือนจะเข้าใจผิดกันใช่ป่าวอ่า?
    แต่ตอนหลังจองกุกก็ไปเดินควงกับมินอานี่นา
    ย่าาาาาา มินอา น่าตีจริงๆ ทำน้องวีเสียใจได้ไงฮะ!!
    #9
    0
  9. วันที่ 25 มิถุนายน 2557 / 04:37
    มาอัพต่อสิ
    #8
    0
  10. วันที่ 23 มิถุนายน 2557 / 00:13
    แอบอยากให้เป็นเรื่องยาว 55555
    จองกุกก็จำพี่วีได้นี่นา มีท่าทีเหมือนอยากกลับไปสนิทเหมือนเดิมด้วย แล้วทำไม....?
    อยากฟังเรื่องของสามคนนี้เร็วๆแล้วอ่ะค่ะ รอไรท์มาอัพน้าาา สู้ๆค่า ><

    #7
    0
  11. วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 04:33
    เมื่อไหร่ไรต์จะมาอัพให้จบอ่ะ
    #6
    0
  12. วันที่ 15 มิถุนายน 2557 / 23:56
    ง่ะ จอนกี้นิสัยไม่ดีอ่ะ คุยกะน้องวีอยู่ดีๆแล้วไปคบมินอาได้ไง

    หรือมีซัมติง แต่ยังไงก็ทำน้องวีเสียใจอยู่ดี แบบนี้ต้องสั่งสอน เนอะหมูจี 55555

    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆ ><
    #5
    0
  13. วันที่ 12 มิถุนายน 2557 / 00:41
    ทำไมกุกใจร้ายยย ทำร้ายจิตใจพี่วี
    #4
    0
  14. วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 20:51
    ไรท์ขาาาา มาต่อไวๆๆๆๆน้าาาา วีน่าร้ากกกก กุกก็น่าร้ากกกก รอๆๆๆๆๆๆๆค่า
    #3
    0
  15. วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 15:10
    สงสัยตอนจาก จะจากไม่ดี หรือจากดีแต่เขินฮะน้องวี พูดตะกุกตะกักเชียว 55555
    รอไรท์มาอัพนะคะ สู้ๆ ^o^ 
    #2
    0
  16. #1 Chananchida Preecha (@chananchidafern) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 17:50
    ไรต์มาต่อให้จบ
    #1
    0