คัดลอกลิงก์เเล้ว

ฟิคมิวกลัฟ...(คุณพี่กับยัยน้อง)

ผมรักคุณ ร่างทั้งสองกกกอดกันอย่างหวานชื่น ความรักผลิบานปานจะกลืนกิน คัต!!! ร่างที่กอดกันเมื่อครู่ผละออกจากกันเดินไปคนละทางราวกับคนไม่รู้จัก อาชีพนักแสดง บางทีก็ไม่อาจรู้ได้ว่าอันไหนคือจริงหรือมายา

ยอดวิวรวม

6,467

ยอดวิวเดือนนี้

219

ยอดวิวรวม


6,467

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


102
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  20 พ.ย. 62 / 21:54 น.
นิยาย Ԥǡѿ...(سѺ¹ͧ) ฟิคมิวกลัฟ...(คุณพี่กับยัยน้อง) | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 20 พ.ย. 62 / 21:54


คุณพี่กับยัยน้อง

 

“รางวัลนักแสดงนำชายอันดับ1 กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์!

 

 

"คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์ นั้นคือชื่อของผมเอง ปีนี้ก็อายุ 21 แล้ว ใช่ครับ 21!!! เพศชายถึงหลายๆคนจะบอกว่าสวยก็ตาม ตอนนี้ผมมีอาชีพเป็นดาราเว้ยเฮ้ย!!!!

ฟังไม่ผิดหรอกแต่ความพีคคือผมพึ่งเข้าวงการมาเพียง 2 ปีกลับดังเป็นพลุแตก และเมื่อคืนนี้ผมก็พึ่งได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมแห่งปี!"

 

 

ร่างบางนั่งดูข่าวของตัวเองในห้องชุดสุดหรูในคอนโดใจกลางเมืองอย่างสบายอารมณ์ ักศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและเทคโนโลยี ภาควิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กลัฟสนใจในด้านการแสดงมากจึงผันตัวมาเป็นดาราแทน และเพราะมีใบหน้าแสนงดงามกับรูปร่างสูงโปร่ง ทำให้เป็นที่ถูกจับตามองตั้งแต่เริ่มเข้าวงการ ความสามารถด้านการแสดงเรียกได้ว่ามีพรสวรรค์ตั้งแต่เกิดจะดีกว่า ใบหน้าหล่ออมหวานลุคคุณชายยิ่งขายได้ดีในวงการมายาแห่งนี้ ชายที่เปล่งประกายราวดวงดาวบนท้องฟ้า และด้วยนิสัยไม่ถือตัว ไม่ว่าจะเป็นงานแบบไหนหนักเอาเบาสู้ ถ้าเป็นไปได้กลัฟจะรับทั้งหมดเป็นคนที่มีความพยามและจริงจังกับงานที่ตัวเค้านั้นรักสุดๆ ทำให้คนในกองถ่าย ผู้กำกับต่างเอ็นดูชื่นชมในตัวเค้าเป็นอย่างมาก

 

“ไอ้! กลัฟ! ไอ้! กลัฟ!” เสียงหนึ่งดังมาแต่ไกลเรียกหาไอ้เพื่อนตัวดีที่นั่งจิบกาแฟแบบสบายอารมณ์อยู่

“จะตะโกนทำไม อยู่ใกล้กันแค่นี้!” เจ้าบ้านหันไปทำตาดุใส่เพื่อนสนิทที่มีฐานะเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเค้า

 

 

“เรื่องใหญ่เว้ยเรื่องใหญ่!!!” คนเสียงดังยังคงตะโกนไม่หยุดทำเอารสชาติกาแฟที่จิบเสียไปหมด

“โว้ย! ไอ้ตี๋ถ้ามึงยังไม่หยุดตะโกน กูจะโดดถีบเชิญมึงออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้!” กลัฟทำท่ายกเท้า

“ใจเย็น! เก็บมันลงไปเลย กูมีเรื่องที่มึงฟังแล้วก็ต้องช็อกตายแน่ๆ” (ตี๋)มายด์ใช้มือดันเท้าของเพื่อนสนิทลงไปช้าๆ คนไรว่ะหน้าอย่างหวานแต่สันดานอย่างดิบ

“เรื่อง?”

“มันใหญ่มากเว้ยแบบบะลักกั่ก!”

“อยากถูกถีบสินะ!” กลัฟลุกขึ้นยืนเตรียมถีบไอ้เพื่อนจอมลีลานี่

“อ้ะ! เห้ยไอ้กลัฟ กูเพื่อนมึงนะโว้ย!”

“ก็ลีลาอยู่นั้นแหละ พูดมาเส่!” กลัฟถอนหายใจหึดหัด (ตี๋)มายด์มองเพื่อนขี้หงุดหงิดของตนก่อนจะค่อยๆเล่าเรื่องใหญ่ของเค้า

“พร้อมฟังแล้วช่ะ”

“เอ่อ”

“จริงนะ!”

“ถ้าถามอีกที ถีบนะ!” ร่างบางยกเท้าขึ้นเป็นสัญญาณเตือนจอมลีลาตรงหน้า

“ใจเย็นๆ กองถ่ายติดต่อมึงไปเล่นซีรี่ย์น่ะ!”

“มันเรื่องใหญ่ตรงไหน!”

ร่างบางเลิกคิ้วขึ้น จ้องมองหน้าเพื่อนกระต่ายตื่นตูมของเค้า

“มันไม่ปกติเนี่ยสิ มันซีรี่ย์วายนะโวย แบบ ทฤษฎีจีบเธอ โซตัส อ่ะเก็ทปะ!” (ตี๋)มายด์ก็ยังคงเสียงดังไม่หยุด

“กูก็เคยถ่ายซีรี่ย์แนวนี้ปะ แค่นี้สบายมาก!” กลัฟยักไหล่แบบชิวๆ ไม่ว่าจะเป็นบทแบบไหนคณาวุฒิเอาอยู่หมดตีบทแตกกระจาย

“จ้ะ!เก่ง”

“แน่นอน!”

“แล้วมึงรู้รึป่าวว่าใครมาเล่นประกบคู่มึง!” โทนเสียงที่เจือมาด้วยความหมั่นไส้กลัฟทำแค่เพียงปลายตามองแล้วยกกาแฟขึ้นมาจิบ

“มิว-ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ เว้ย!!!”

พรวด!!! กาแฟรสชาติดีพุ่งใส่หน้าสดใสของ(ตี๋)มายด์จนเปียก

“แค่กๆๆ วะ-ว่าไงแค่ก! นะ!” ร่างบางตาเบิกโพร่งมองหน้าเพื่อนอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

“เอ่อ! ได้ยินไม่ผิดหรอก!” (ตี๋)มายด์ยกมือปาดกาแฟบนหน้าทิ้งเหมือนระบายอารมณ์ ผิดกับกลัฟที่นั่งอึ้งค้างไปแล้ว

มิว-ศุภศิษฏ์!!! ฉันจะได้แสดงคู่กับพี่มิวงั้นเหรอ! ตึกตักๆๆๆ หัวใจเต้นแรงราวกับดอกไม้ไฟที่ถูกจุด สิ่งที่ได้ยินมันยิ่งกว่าความฝันที่เป็นจริง จะว่ายังไงดีล่ะไม่คาดฝันเลยก็ว่าได้

 

 

สำหรับกลัฟแล้วชายที่ชื่อ ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ คือคนที่ไม่อาจเอื้อม ถ้ากลัฟเป็นเด็กมีพรสวรรค์ พี่มิวคงเป็นคนอัจฉริยะ! ยืนหนึ่งในวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก ทั้งโดดเด่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสามารถ เรียกได้ว่าเป็นพวกระดับสูง! ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรูปร่างหน้าตานะ

คงไม่มีคำบรรยาไหนจะเหมาะไปมากกว่า ‘งดงาม’ เสน่ห์ที่ล้นเหลือทำให้นึกถาพไม่ออกเลยว่าใครจะขึ้นมาแย่งตำแหน่งที่ 1 จากเค้าได้ ถึงปีนี้พี่มิวจะพลาดรางวัลนักแสดงนำชายไป แต่รางวัลอื่นก็กวาดเรียบเหมือนทุกปีและที่สำคัญยังเป็นรักแรกพบของกลัฟอีกด้วย

 

“กูจะได-ได้เล่น...คู่กับ!!”

“เห้ย!”

ดาราหนุ่มรู้สึกหน้ามืดไปหมดเหมือนจะเป็นลม (ตี๋)มายด์รีบวิ่งมาประคองแทบไม่ทัน

“ไอ้กลัฟ!!! สติเว้ย! สติ!”

“กูกับพี่มิว!!!”

“กลัฟ!!!!” ร่างบางสลบคาอกของเพื่อนสนิทที่ทั้งตัวเลอะไปด้วยกาแฟ

“กูบอกแล้วว่าเรื่องใหญ่!” (ตี๋)มายด์มองยิ้มๆก่อนจะประคองวางร่างดาราหนุ่มลงบนโซฟาเบาๆ

“ตัวเล็กตายล่ะไอ้บ้า!”

 

18.00 น.

“พี่มิว!!!” ร่างที่พึ่งฟื้นจากการสลบเหมือดกระตุกเด้งพรวดขึ้นมากระทันหันส่งเสียงดังลั่นห้อง

“เชี่ย!” (ตี๋)มายด์ที่นั่งเฝ้าอยู่ถึงกับสะดุ้งจนแทบตกเก้าอี้

“ไรวะ! ตื่นมาก็เรียกหาผู้ชายเลยนะ แรดจริง!” คนตกใจอดด่าเพื่อนเค้าไม่ได้

“แรดไรไม่มี้!!!”

“หรอกลัฟหรอออ ไม่มี้!!!!” ล้อเลียนไปอี้ก!

“นี่เรื่องจริงใช่ปะ! กูไม่ได้ฝันไปใช่ปะ!” ดูเหมือนร่างบางจะเมินคำล้อเลียนนั้นไปเรียบร้อย กลัฟรวบจับแขนของเพื่อนสนิทแน่นเขย่าแรงๆ

“โอ้ยย!! เอ่อจริง ตบมั้ยจะได้รู้!” (ตี๋)มายด์ร้องโอดโอยไม่พอยังยกฝ่ามือขึ้นทำท่าจะตบคนเขินตรงหน้า

“ตบมาถีบกลับไม่โกง!”

“จ้ะขอโทษจ้ะ!” เขินอยู่ก็ยังโหดอี้ก!

“มึงหัดอ่อนโยนให้เหมือนหน้าตาหน่อยได้ปะ! นี่เพื่อนเองเฮลโหล!” (ตี๋)มายด์ทำท่าตัดพ้อบีบน้ำตากระซิกๆ

“กูหยาบแค่กับมึงนั้นแหละ ภูมิใจเถอะ!”

“กลัฟฟี่ใจร้าย มายดี้เสียใจเด้อ!” คนยิ้มเก่งทำท่าดิ้นไปดิ้นมา แต่กลัฟกลับเอาแต่คิดถึงใบหน้าหล่อๆของใครบางคนจนหน้าร้อนผ่าว ได้เล่นซีรี่ย์วายกับพี่มิวโอ้ย!

แค่คิดก็ฟินแล้ว~ ผมจะใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับพี่ให้ได้เลยพี่มิว ร่างบางนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับก้อนมโนภาพ

ป้าบ! ฝ่ามือเรียวของใครบางคนฟาดลงที่ไหล่อย่างแรง

“โอ้ยยย! ไอ้ตี๋อยากตายช่ะ!” คนโดนฉุดออกจากภวังหันไปจิกเพื่อนรักด้วยสายตาอาฆาต

“ทีเงี้ยเสียงแมนเชียว! ไปกินข้าวได้ยังหิว”

“เปลี่ยนเรื่องเหรอมาให้กูเตะก่อนแล้วจะไป!” ร่างบางตั้งท่าจะเอาคืนที่โดนตบสะแรง

“ช้าก่อนสหาย! กูเลี้ยงนะ!!!” (ตี๋)มายด์งัดไม้ตายออกมาพลางยกมือขึ้นเป็นการบอกให้หยุดเท้านั้นเอาไว้ก่อน

“ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลยครับคุณ(ตี๋)มายด์เพื่อนรัก คุณอยากทานร้านไหนครับ” ความเกรี้ยวกราดเมื่อกี้หายภายในพริบตา

“เปลี่ยนเร็วไปปะ! เมื่อกี้ยังจะถีบกูอยู่เลย!”

“ตี๋อ่า~ใครจะไปทำอย่างนั้นกับเพื่อนแสนดีอย่างมึงได้ลงคอล่ะ ไปกันเถอะเดี๋ยวกลัฟขับรถให้” กลัฟยิ้มระรื่น อาหารเป็นอีกสิ่งที่ร่างบางโปรดปรานมากยิ่งถ้าเป็นของฟรีนะแทบวิ่งใส่

“สักวันกูต้องเป็นไบโพล่าแน่ๆ” (ตี๋)มายด์บ่นอุบอิบแต่ก็เดินตามร่างบางไป

 

แอ๊ด~ ปึก

“อึก! อ่ะ!ขอโทษครับ” ร่างบางที่แสนเร่งรีบเพราะจะได้กินของฟรีโผล่พวดออกไปจากประตูอย่างรวดเร็ว ทำให้ชนกับใครไม่รู้อย่างจังจนตัวเองกระเด็นกลับมาชนกับ(ตี๋)มายด์อีกที

“อืม...” ร่างที่โดนชนไม่ตอบอะไรมากก่อนจะรีบเดินไปอีกห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้าม

“เห้ย! ไรวะมารยาทอ่ะเห้ย!”

เหมือนวิญญาณแรมโบ้เข้าสิง คนหน้าสวยชักสีหน้าไม่สบอารมณ์หันไปตวาดไล่หลังกะจะด่าไอ้คนไม่มีมารยาทให้ได้สำนึกสะบ้าง

ปัง! แต่ยังไม่ทันได้ด่าร่างของคนที่คิดจะด่าก็หายเข้าไปในห้องแถมปิดประตูเสียงดังใส่อีก

“โห้! ไอ้กร่างนั้นมันใครวะ อุป!” ร่างบางที่ไม่รู้จักคำว่ายอมของขึ้นหนักกว่าเดิม

“ใจเย็นดิไอ้กลัฟ!!! คาแรคเตอร์หลุดแล้วนะโว้ย!” (ตี๋)มายด์รีบใช้มืออุดปากเจ้าเพื่อนจอมบวก ก่อนจะกึ่งลากกึ่งกระชากไปที่ลิฟต์

“อ่อยอ้ะ! อูอ่ะอ่าอัน!!!(ปล่อยนะ กูจะด่ามัน)” กลัฟยังคงดิ้น ถ้าวันนี้ไม่ได้ด่าไอ้คนนั้นเค้าคงนอนไม่หลับ

“มึงเป็นดารานะโว้ย แถมคอนโดที่มึงอยู่ก็มีแต่ไฮโซ! เดี๋ยวจากดาวรุ่ง กลายเป็นดาวร่วงน่ะสิ เถอะน่าไปเถอะเดี๋ยวกูเลี้ยงของหวานด้วยอ่ะ!” (ตี๋)มายด์พยามโน้มน้าวคนเห็นแก่กินอีกครั้ง

“ป่ะ!!! งั้นรีบไปกันเถอะ!” ร่างบางที่ดีดดิ้นนิ่งสงบรีบกดลิฟต์ทันที

“เอ่อดี! พอของฟรีเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีนเลยเนาะ!”

“หลังมือ*ปะ!” (ตี๋)มายด์ถอนหายใจอย่างยอมแพ้

 

 

มีหลายครั้งที่(ตี๋)มายด์แอบสงสัยในตัวกลัฟเวลาอยู่หน้ากล้องหรือเวลาทำงานจะเป็นที่มุ่งมั่น สดใส อ่อนน้อมถ่อมตนประหนึ่งคุณชายจุฑาเทพนั่งพับเพียบขี้ แต่พออยู่หลังกล้องทำตัวอย่างกับกุ๊ยหน้าปากซอยคอยแต่จะบวก -..-*

เพราะเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยเด็กเพราะบ้านติดกัน(ตี๋)มายด์กับกลัฟเลยสนิทกันมานาน ถ้าย้อนกลับไปได้ขอไม่รู้จักไอ้บ้าดีเดือดนี่ดีกว่า

 

กึกๆๆๆๆ ร่างบางที่นั่งอยู่ในห้องกว้างที่มีโต๊ะจัดเรียงเหมือนห้องประชุมขนาดกลางกำลังกระสับกระส่ายอยู่ไม่เป็นสุข

“เป็นไรกลัฟ นั่งสั่นเชียวองค์ลงเหรอ!”

“กะ...กู...คือ!” กลัฟรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูกวันนี้เป็นวันที่ผู้กำกับนัดรวมนักแสดงนำกับพวกทีมงานมาประชุมเตรียมเปิดกองก่อนแถลงข่าว เป็นวันที่ต้องมีการปะทะบทด้นสดใส่กันของนักแสดง ปกติกลัฟจะมีความมั่นใจสูงมากผิดกับตอนนี้แบบสุดขั้ว

“ทำไม ผีเข้าเรอะ!”

“ปากหรอนั้นอ่ะ!!!”

กลัฟเผลอถลึงตาใส่จน(ตี๋)มายด์รีบเอามือไปอุดปากแทบไม่ทัน

“คาแรคเตอร์หลุดแล้วว้อย!” กลัฟรีบเอามือ(ตี๋)มายด์ออกสูดหายใจเข้าออกใหม่ลึกๆเพื่อตั้งสติ เรียกวิญญาณคุณชายบ้านจุฑาเทพมาประทับ

“ผมแค่ตื่นเต้นน่ะคุณ(ตี๋)มายด์”

“ขนลุกว่ะ!” คนเป็นเพื่อนยกมือขึ้นทาบอกทำหน้าเหวอๆใส่ แต่ใบหน้าพ่อดาราใหญ่ก็ยังยิ้ม

“อ้าวสวัสดีครับคุณนักแสดงชายอันดับ 1 กลัฟ คณาวุฒิ!” ผู้ชายคนนึงเดินเข้ามาทักทาย กลัฟรีบลุกขึ้นยืนโค้งศีรษะให้

“สวัสดีครับผู้กำกับ ตี๋-บัณฑิต สินธนภารดี เพราะคุณนั้นแหละครับผมถึงมีวันนี้ได้ ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะเลยแหละครับ”

“ชมกันเกินไปแล้ว นายมาได้ไกลแบบนี้เพราะตัวนายเองนะกลัฟ”

 

 

คุณ ตี๋-บัณฑิต คนนี้ถือว่าเป็นผู้กำกับนักปั่น หรือ ป๋าดันนั้นเองใครที่ได้รับเลือกให้มาแสดงในหนังของเค้าน้อยคนนักที่จะไม่ดัง! กลัฟเป็นหนึ่งในนั้นรางวัลที่เค้าพึ่งได้มาก็มาจากหนังเรื่อง ‘เลือดมังกร ตอน สิงห์’ สามารถกอบโกยกำไรได้อย่ามหาศาล

“ชมแบบนี้ผมจะลอยเอานะครับ”

“ยังไงก็ฝากด้วยนะ”

“ครับผม”

กลัฟมีความมั่นใจมากขึ้นเมื่อได้รับคำชม ใบหน้าหล่อหวานยิ้มอย่างสุภาพ

แอ๊ด~ ประตูห้องประชุมเปิดออกต้อนรับผู้ซึ่งพึ่งเข้ามา ทุกสายตาในห้องจับจ้องไปที่ร่างนั้นเป็นตาเดียว

“ขอโทษครับ ผมไม่ได้มาสายใช่มั้ย” ปากเรียวหยักยิ้มบางๆ ชายผู้ดึงดูดทุกสายตาโค้งและกล่าวทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง

 

 

แต่คงมีอยู่คนนึงแหละที่ยืนแข็งไปแล้ว

ตึกตักๆๆๆๆ เสียงรัวกลองชุดอย่างบ้าคลั่งดังอยู่ในหัวใจ ใจสั่นรัวที่ไม่เป็นจังหวะทำให้ร่างบางไม่อาจละสายตาไปจากร่างสูงตรงหน้าได้

‘โอ้ยย ตัวจริงโคตรหล่อเลยโว้ย!’ ใบหน้านิ่งเรียบเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเม็ดโตที่ไหลมาตามไรผม

‘เห้ย พี่มิวกำลังมองมา’

หัวใจยิ่งเต้นแรงมากกว่าเดิมเมื่อคนที่(มีผลต่อใจ)อยู่ตรงหน้ากำลังเดินเข้ามาหา เลือดลมในกายสูบฉีดรุนแรงจนใบหน้าขาวเนียนแดงแจ๊ดลามไปถึงใบหูอย่างห้ามไม่ได้

“คือ...คุณไม่สบายรึป่าวครับ” ร่างสูงที่เดิมมาใกล้เอ่ยถามเพื่อนร่วมงานของเค้าอย่างสุภาพ

“ปะ...ป่า..วค..รับ” ด้วยความเขินและประหม่า

ร่างบางพูดจาฟังไม่รู้เรื่องตะกุกตะกักไปหมด ร่างสูงยืนเอียงคอมองอย่างงงๆแต่แววตาก็แสดงออกถึงความเป็นห่วง

‘น่ารัก! อย่าเอียงคอแบบนั้นได้มั้ยบ้าเอ้ย!’ กลัฟกรีดร้องอยู่ภายในใจ

“เอ่อ! ขอโทษนะครับคุณมิว พอดีกลัฟเค้าตื่นเต้นไปหน่อยน่ะครับ” (ตี๋)มายด์เห็นอาการใบ้กินของเพื่อนจึงพูดแทน

นิ้วมือสวยแอบยื่นไปจิกแขนขาวใต้เสื้อเชิ้ตของเพื่อนสนิทอย่างแรง ส่งผ่านความห่วงใยด้วยความเจ็บปวดทำให้กลัฟได้สติและยิ้มปนกัดฟันไปด้วย

“คุณมายด์ผมโอเคแล้วครับ” เสียงที่เล็ดผ่านฟันกดต่ำและเยือกเย็นจน(ตี๋)มายด์ขนลุกซู่รีบปล่อยมือที่จิกออกทันที

“คุณโอเคนะครับ” มิวถามอีกครั้งหลังจากเงียบมานาน

กลัฟสูดหายใจเข้าลึก ฉันทำบ้าอะไรลงไปเนี่ย! ห้ามปล่อยไก่ต่อหน้าพี่มิวเด็ดขาดเลยนะ!

“ขอโทษนะครับที่ไม่ได้แนะนำตัว ผม...!”

“กลัฟ คณาวุฒิสินะครับ:)” ร่างสูงแย่งแนะนำตัวสะก่อนที่กลัฟจะพูด ในใจที่เหมือนสงบเริ่มเต้นแรงอีกครั้ง

“คุณมิวรู้จักผมเหรอครับ!” ร่างบางเบิกตาโตแบบอึ้งๆโคตรจะดีใจ

เสียงหัวเราะดังขึ้นในลำคอของร่างสูง

“ใครจะไม่รู้จักคนที่มากความสามารถแบบน้องกลัฟล่ะครับ!” มิวโปรยยิ้มหวานกระตุกหัวใจกลัฟอย่างแรง

“มะไม่ขนาดนั้น!หรอกครับ!” กลัฟอดที่จะเสียอาการไม่ได้ ดีใจจังโว้ยยย!

“ผมเป็นแฟนคลับของคุณมิวนะครับ ยินดีมากๆที่ได้แสดงกับคุณ ฝากตัวด้วยนะครับ!”

“เช่นกันนะครับ” มือหนายื่นมาข้างหน้า ร่างบางไม่ลังเลสักนิดรีบจับมือตอบกลับอย่างรวดเร็ว

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

 

การประชุมผ่านไปด้วยดีเหมือนความตื่นเต้นนั้นจะน้อยลง เพราะพี่มิวดูเป็นคนสบายๆ แต่บางทีก็มีบ้างที่ใจสั่นเพราะรอยยิ้มนั้น ทำไงได้ก็คนมันแอบชอบอ่ะเค้าทำอะไรก็มีผลต่อใจ

 

 

แต่หันไปเผลอสบตากลัฟก็รู้สึกเหมือนโรคหัวใจกำเริบแล้ว

“ต่อไปจะเป็นการซ้อมบทนะครับ จะเริ่มที่ฉากแรก การพบกัน นะครับ นักแสดงพร้อมมั้ยครับ!”

“ครับ”

“ครับ” ร่างทั้งสองตอบรับชัดเจน การซ้อมบทโดยแสดงออกมาเพียงอินเนอร์ล้วนๆเชือดเฉือนกันด้วยความสามารถกลัฟหลับตานิ่งเพื่อเรียกสมาธิ

ฉันต้องทำได้! สู้เค้าคณาวุฒิ!!!

“3 2 1 แอคชั่น!!!” ทั่วทั้งห้องเงียบสนิทสายตาจับจ้องไปที่นักแสดงทั้งสองคนที่นั่งอยู่โต๊ะฝั่งตรงข้ามกัน

“เชิญคนไข้ท่านต่อไปครับ” กลัฟรับบทหมอหนุ่มนามว่า องศา

“สวัสดีครับ หมอ” เสียงทุ้มต่ำแต่แอบแฝงไปด้วยอารมณ์ดังขึ้น กลัฟเงยหน้าขึ้นตามบทที่ได้

“คุณ?! ไม่ใช่คนไข้ของผมหนิ” ใบหน้าสวยแสดงสีหน้าตกใจราวกับหลุดเข้าไปในบทละคร

“ผมมาเพื่อรับตัวคุณครับ” สายตาดุดันอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาจ้องพุ่งมาใส่กลัฟจังๆจนเจ้าตัวแอบเผลอกลืนน้ำลายด้วยแรงกดดันมหาศาลจากร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงหน้า

“ขอโทษนะครับ ผมไม่รู้จักคุณ” กลัฟดึงสติฉีกยิ้นหวาน

ใบหน้าหวานฉาบด้วยความเย่อหยิ่งเชิดขึ้นมองใส่คนที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องตรวจของตน การแสดงออกทางสายตาปะทะกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ภายในห้องประชุมไม่มีเสียงใด เงียบเสียจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศ ทุกคนจดจ่อกับการแสดงที่ทรงพลังของทั้งคู่ราวกับต้องมนต์

“เชิญออกไป! ด้วยครับผมจะทำงาน!”

การเอ่ยโดยเน้นย้ำไปที่คำไล่ เป็นการกวนด้วยสายตาและท่าทางอย่างสุภาพทำเอามิวกระตุกคิ้วขึ้นเหมือนโดนหาเรื่อง

ตึง! เท้าหนาจงใจถีบโต๊ะให้เกิดเสียงดังจนกลัฟสะดุ้งเฮือก

“เหอะ! กล้าไล่ฉันเหรอห้ะ!” ดวงตาคมกริบวาวโรจน์จนน่ากลัวบวกกับกริยาเมื่อคู่ทำเอาภาพดาราหนุ่มแสนดีปลิวหายไปลับตา

บรรยากาศตรึงเครียดขึ้น ความรู้สึกน่าขนลุกแผ่ครอบคลุมลอบตัวของร่างสูง ‘น่ากลัว’ ความอันตรายที่ไม่ทราบสาเหตุทำเอากลัฟรู้สึกผวา หากนี่ไม่ใช่การแสดงร่างบางคงอยากจะเดินหนีและไม่เข้าใกล้คนที่แผ่รังสีอำมหิตแบบนี้ นี่น่ะเหรอชายผู้เป็นอันดับหนึ่งในวงการบันเทิงอัจฉริยะของจริง

“โอเค คัต!!!”

เสียงสั่งคัต! ราวกับระฆังช่วยชีวิต ถ้าหากยังต้องนั่งจ้องตากับพี่มิวที่ดุร้ายแบบนั้นต่ออาจจะร้องไห้ออกมาจริงๆก็ได้ ‘คนไรวะเวลาแสดงโคตรน่ากลัวเลย’

“เยี่ยมมากเป็นการแสดงที่เยี่ยมมาก!” คุณตี๋ชมไม่ขาดปาก ร่างบางถอนหายใจพรืดหลับตาพริ้มค่อยๆควบคุมการหายใจเข้าออกให้เป็นจังหวะเพื่อผ่อนคลาย

ความรู้สึกกดดันเมื่อกี้ค่อยๆหายไป

“มึงมันสุดยอดเลยกลัฟ!!!” (ตี๋)มายด์ที่นั่งอยู่ข้างๆมาตั้งแต่แรกฉีกยิ้มระรื่น ฝ่ามือฟาดลงบนไหล่กว้างๆของตน ป้าบๆจนคนโดนตีนิ่วหน้ามองใส่อย่างโหดๆ

“ถ้ายังไม่หยุดตีได้กินตีน!นะไอ้คุณมายด์!” กลัฟเบาเสียงลงเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน

“ขอโทษครับ!” (ตี๋)มายด์ยกมือยอมแพ้

“ดุจังวะ! คนหรือหมาวะเนี่ย” คนชอบยิ้มพึมพำกับตัวเองแต่เสียงดันวิ่งเข้าหูของร่างบางสะหนิ

“ว่ากูเหรอ!”

“ป้าววว!!!” เสียงสูงม้ากกกก

“ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่จ๊ะ หรือจะมาเรียนการแสดงมั้ยล่ะกูแนะนำให้ได้นะ” ร่างบางเหยียดยิ้มกดตามองใส่คนข้างๆอย่างเชิดๆ

“จ้ะ!คุณกลัฟ คุณคนเก่ง!!!”

สองคนจิกตาใส่กันไปมาอย่างไม่มีใครยอมใคร

“น้องกลัฟครับ!” เสียงของใครบางคนดังแทรกขึ้นมาทำเอาวิญญาณคุณชายจุฑาเทพที่หายไปเมื่อครู่กลับเข้าสิงร่างแทบไม่ทัน

“คะ คุณ! คุณมิว” ร่างบางรีบลุกลี้ลุกลนยืนขึ้นคุยกับคนที่เรียกชื่อ

“การแสดงเมื่อกี้สุดยอดมากเลยครับ ไม่แปลกใจเลยที่น้องกลัฟได้รางวัล”

ใบหน้าสวยเห่อร้อนทั้งที่ได้ยินคำชมมาเป็นร้อยเป็นพัน แต่คำชมนี้กลัฟอยากจะอัดเสียงเอาไว้เปิดวนฟังอยู่แบบนั้น ก็โดนคนที่เราแอบชอบชมมันก็ต้องดีใจเป็นธรรมดาใช่มั้ยล่ะท่านผู้อ่าน~

“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ เพราะคุณมิวส่งอินเนอร์มาดีต่างหาก” กลัฟเกาหัวแก้เขิน อย่ายิ้มแบบนั้นได้มั้ยใจบาง

“พี่มิวครับ!”

“หื้อ!”

“เรียกพี่ว่า พี่มิว ดีกว่าจะได้ไม่เกร็งด้วย” ร่างสูงยิ้มหวานกระชากใจ กลัฟหัวใจแทบระเบิด! มันเรื่องจริงใช่มั้ย กรี้ดดดด โอ้ย!!! น่ารักอ่ะ น่ารักจังเล้ย!!!

“ครับ พี่มิว” กลัฟยิ้มร่าเค้าได้ใกล้ชิดกับร่างสูงไปอีกก้าวนึงแล้ว

“งั้นพี่ขอเรียกเราว่า 'ยัยน้อง' นะ”

"หือ"

"พี่อยากให้เราเป็น 'ยัยน้อง' ของพี่น่ะ"

ปัง! เหมือนโดนกระสุนรักปักกลางอก ดวงตาคมที่หยีจนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวมันโคตรจะน่ารักเหลือเกิน

“ดะ ได้สิครับ เต็มใจมากๆเลย! ” ร่างบางรีบตอบรับสรรพนามนั้นทันที

"เอ่อ! งั้นผมขอเรียกพี่มิวว่า 'คุณพี่' ได้ไหมครับ"

"..."

"ผมก็อยากให้พี่มิวเป็น 'คุณพี่' ของผมเหมือนกัน"

“ได้เลย งั้นต่อไปพี่ฝากตัวด้วยนะ ยัยน้อง!”

“เช่นกันนะครับ คุณพี่!” ร่างสูงโค้งให้คนตรงหน้าและเดินจากไปพร้อมรอยยิ้ม

“กูจะเป็นลม!”

ร่างบางเซถอยหลังไปใส่เพื่อนของตนเหมือนขาอ่อนแรง

“อะไรวะ!!! อยู่ดีๆก็เซมามาขาเปลี้ยรึไง” คู่กัด(ตี๋)มายด์ยังคงแขวะกับอาการเขินจนหน้าหมั่นไส้ของเพื่อนตัวเอง

“กูว่ากูแพ้ว่ะ”

“แพ้?”

“ฉันแพ้ให้เธอทุกทาง โอที่ร้ากกก~เห้ย!!!”

ปัก และแล้วร่างบางก็ล่วงก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น

“ไอ้!เพื่อนเวร!”

“ด่าไปเถอะ! ไอ้อ้วน!” (ตี๋)มายด์ทำหน้าใส่ก่อนจะรีบวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

“จะไปไหนห้ะ!” กลัฟรีบพยุงตัวลุกวิ่งตามออกไปทันที ไอ้ตี๋มึงนะมึงเสียบรรยากาศหมด ถ้าวันนี้กูไม่ได้เตะมึง อย่ามาเรียกกูว่าไอ้กลัฟโหดสุดในรุ่น!

 

“อ่าดีครับดี! ช่วยขยับซ้ายหน่อยครับ!” เสียงตากล้องสั่งคนที่กำลังถ่าย

ร่างบางยืนขยับไปตามคำสั่งอย่างชำนาญ

“น้องกลัฟพี่ขอ หวานกว่านี้หน่อยครับ เอาให้มีความเป็นหมอองศากว่านี้หน่อยครับ!” จิม ตากล้องชื่อดังได้รับว่าจ้างให้มาถ่ายเซตภาพโปรโมทซีรี่ย์เรื่องล่าสุดที่กลัฟเล่น ร่างบางส่งอินเนอร์ออกมาตามความต้องการ ใบหน้าหวานฉายแววหยิ่งแต่ก็ยังมีความสง่าอยู่

 

 

“แบบนั้นแหละครับ สุดยอดครับ!” เสียงรัวชัตเตอร์ดังไม่หยุด พอเริ่มจับทางได้ก็แทบไม่มีเสียงสั่งการอีกเลย ทุกท่วงท่าที่ขยับมันสง่างามแต่ก็เต็มไปด้วยความผยองไม่ยอมใคร มันดูเป็นตัวของตัวเองยิ่งกว่าการแสดงเสียอีก

“โอเคครับ เชิญเช็ครูปแล้วไปพักก่อนได้เลยครับน้องกลัฟ” ตากล้องหนุ่มบอกร่างบาง

“ขอบคุณมากนะครับ” กลัฟโค้งตัวขอบคุณก่อนจะเดินไปเช็คภาพที่มอนิเตอร์ มองผลงานตัวเองก็ได้แต่ภูมิใจชื่นชมตัวเองไม่หยุด

’ฉันนี่มันหล่อจริงๆเลยน้า’ ร่างบางเดินออกมานั่งพักอย่างสบายอารมณ์

“ไง! กลัฟเหนื่อยปะ นี่นมช็อกโกแลต!” (ตี๋)มายด์เดินเข้ามาหาพร้อมยื่นเครื่องดื่มเย็นสุดโปรดมาให้

“แสนรู้!”

“ไม่ใช่หมาโว้ย!” กลัฟเบะปากยักไหล่กวนๆ มือเรียวคว้าเอากระป๋องน้ำมาเปิดดื่มอย่างโนสนโนแคร์คนที่ยืนฟึดฟัดอยู่ข้างๆ

“รีบกินแล้วก็รีบไปเปลี่ยนชุดได้ละ” ผู้จัดการส่วนตัวสั่ง

เจ้าคนที่ยังคงนั่งทำตัวชิวอยู่

“แปปนึงสิ คุณพี่กำลังจะถ่ายแล้ว” กลัฟพูดแต่สายตายังคงจ้องมองไปที่เซตอย่างไม่วางตา

“แหม่! ‘คุณพี่!’ เรียกเต็มปากเต็มคำเลยนะ” ยิ่งเห็นความระริกระรี้ของเพื่อนก็ยิ่งอดแซะไม่ได้

“เอ้าๆๆ!!! ไม่อิจฉานาจา!” กลัฟทำส่งสายตาเหยียดๆก่อนจะหันกลับไปมองที่เซตงานอีกครั้ง

ไม่นานร่างสูงทรงสง่าก็เดินออกมา การแต่งตัวและทรงผมที่ถูกเซตทุกอย่างยิ่งส่งให้ความหล่อของเค้าแผ่กระจายไปทั่ว

 

 

ใบหน้าสุขุมนิ่งเรียบกับเรียวตาคมสุดเท่ ลุคมาเฟียหนุ่มมันดูเข้ากับผู้ชายที่ดูอ่อนโยนแบบเค้าเหลือเกิน มิวรับบทเป็น เข็มทิศ หรือมาเฟียที่มีอิทธิพลที่สุดในประเทศแต่ดันมาตกหลุมรักหมอองศา กลัฟนั่งมองชายหนุ่มที่ตนแอบรักยืนขยับกายอย่างเป็นธรรมชาติอยู่ในเซตตลอดการถ่ายภาพ

ร่างสูงขยับร่างกายเบาๆแต่อินเนอร์ที่ส่งให้ตากล้องมันช่างดูดุดันและน่ากลัวตามบทบาทที่ต้องแสดง ใบหน้าหล่อที่ใครได้เห็นก็คงอยากสยบอยู่แทบเท้านั้นแต่กลับให้ความรู้สึกอันตรายไปในตัว แค่นั่งมองภาพนิ่งก็อาจทำให้ใจพังได้เลยทีเดียว ร่างบางนั่งดูมิวอย่างเพลิดเพลินผ่านทางจอมอนิเตอร์

อึก! กลัฟเผลอสะดุ้งเมื่อสายตาของมิวที่ส่งผ่านมาทางมอนิเตอร์เหมือนกำลังจ้องมาที่ตัวเอง มันเหมือนสายตาของเสือป่าผู้หิวโหยกำลังจ้องมาที่ตน ความรู้สึกบางอย่างแล่นจี๊ดเข้ามาในหัวใจจนรู้สึกวูบวาบ ‘น่ากลัว’ บางครั้งกลัฟก็แอบสงสัยว่าร่างสูงนั่นแค่แสดง หรือ เป็นตัวตนจริงๆของมิวกันแน่

“มัวแต่จ้องอยู่นั้นแหละ! ไม่ทำเหรองานอ่ะ!” (ตี๋)มายด์ฟาดมืดลงไปบนไหล่กว้างของเพื่อนสนิท ทำเอาคนกำลังเคลิ้มหลุดออกจากผวัง

“ไอ้คุณมายด์!” กลัฟขบกรามแน่นปล่อยเสียงรอดผ่านออกมาอย่างเบาๆ

“หยุด! อย่าพึ่งถีบ ทำงานก่อนมั้ยล่ะ” ท่าทางห้าวหาญเมื่อกี้หายไปหมด (ตี๋)มายด์ยกมือปรามขาเรียวที่กำลังจะยกขึ้นมาถีบตน

ร่างบางเห็นแบบนั้นลุกพรวดขึ้นสะบัดหน้าเดินไปที่ห้องเปลี่ยนชุดอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่

“เห้อออ~” ผู้จัดการส่วนตัวเห็นแบบนั้นได้แต่แอบถอนหายใจกับพฤติกรรมไม่น่ารักของเพื่อนสนิทจอมหัวร้อนอย่างเหนื่อยหน่าย

การทำงานดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นจนมาถึงเซตภาพคู่ที่ทั้งสองต้องถ่ายคู่กัน

“ขยับชิดกันกว่านี้หน่อยครับ!” ร่างทั้งสองขยับเค้าหากัน มิวแสดงออกมาได้แบบสบายๆต่างกับกลัฟที่ดูเก๊ๆกังๆจนสีหน้าสวยฉายด้วยความกังวลออกมาชัด

“น้องกลัฟไหวปะครับ รูปยังไม่ได้เลยนะครับ” ตากล้องหนุ่มตะโกนบอกคนในเซตที่ยังคงทำตัวแข็งอยู่

“ขะ ขอโทษครับ” กลัฟร้อนรนโค้งหัวขอโทษไม่หยุด

“ผมขอเวลาสัก 10 นาทีได้มั้ยครับ!” จู่ๆมิวก็ตะโกนขึ้นยิ่งทำเอากลัฟที่ไม่มีสมาธิอยู่แล้วหน้าเสียไปมากกว่าเดิมอีก พี่มิวต้องไม่พอใจแน่เลย! ฉันต้องโดนเกลียดแน่ๆเลย

“กลัฟ”

“...”

“น้องกลัฟ!!!” ความวิตกกังวลและความคิดไปเองต่างๆก่อตัวขึ้นจนกลัฟรู้สึกหูอื้อไม่ได้ยินเสียงของคนเรียก

“ยัยน้อง!!!” มิวเรียกเสียงดังขึ้นพร้อมมือหน้าคว้าตัวร่างบางให้หันมาเผชิญหน้ากับตัวเอง

“คะ คุณพี่” กลัฟตกใจจากเสียงเรียกที่ดัง หัวใจหล่นวูบจนไม่กล้าที่จะสบตา

“ค่อยๆมองหน้าพี่นะครับ ไม่มีใครว่าอะไรกลัฟเลย” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำเจือด้วยความอ่อนโยนเรียกคนที่เอาแต่ก้มหน้าอยู่

 

 

“เรามาซ้อมกันก่อนถ่ายจริงดีมั้ย” ร่างสูงพยามทำให้กลัฟสบายใจด้วยการลูบมือลงไปบนไหล่กว้างอย่างเบามือ ความกังวลค่อยๆคลายลงใบหน้าสวยค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปสบตากับดวงตาคมที่มีแต่ความสดใสและอบอุ่นราวกับคนตรงหน้าอยากจงส่งผ่านความรู้สึกนั้นออกมาทางสายตา

“อื้อ”

“ดีมากครับ คนเก่ง!”

มิวยกมือขึ้นมาสัมผัสที่เลือนผมนุ่มของกลัฟอย่างเบามืออย่างเอ็นดู ร่างสูงกระทำเหมือนกับคนตรงหน้าเป็นเด็ก กลัฟเองก็ไม่ได้รังเกียจสัมผัสนั้นพวงแก้มขาวแต่งแต้มไปด้วยสีแดงชัดเจน

“มาซ้อมกันเถอะ ผม เข็มทิศมาเฟียสุดโหดที่หลงพี่จนหัวปักหัวปำ”

“ผม หมอองศาที่อยากจะหนีคุณไปให้ไกล”

“เริ่มแล้วนะ” แววตาของมิวเปลี่ยนไปทั้งความเจ้าเล่ห์และความขุ่นมัวในแววตาที่ไม่สามารถคาดเดาได้ทำกลัฟผละตัวออกจากการสัมผัสและเชิดหน้ามองอย่างไม่ยอม ดวงตาคู่สวยเองก็เต็มไปด้วยความหยิ่งผยองมองปะทะคนตรงหน้า

“จะไปไหนล่ะครับคุณหมอ!”

“อย่ามายุ่งครับ!”

“ไม่เอาน่า~ คนสวยอย่างคุณไม่น่าใจร้ายเลยนี่ครับ!” มือหนายกขึ้นไปลูบสัมผัสคางสวยให้เชิดขึ้น

“ขอโทษนะครับ พอดีผมไม่ไม่นิยมทำความรู้จักกับพวกโรคจิต!” มือเรียวปัดมือที่ถือวิสาสะมาแตะต้องคางของตน ใบหน้าสวยฉีกยิ้มร้ายจิกตาเหยียดอย่างรังเกียจ

“ปากดี!”

มิวแอบยกมือส่งสัญญาณให้กับจิมว่าพวกเค้าทั้งคู่พร้อมแล้ว เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้กลัฟและมิวถูกถ่ายออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ อินเนอร์ สายตา อารมณ์ท่วงท่าทุกอย่าง ออกมาตามบทบาทที่ต้องการอย่างเรียบง่ายต่างจากในตอนแรกจนคนทั้งสตูคิดว่าคือ องศาและเข็มทิศตัวจริง

“โอเคครับ! เปลี่ยนชุดได้ครับ!”ตากล้องหนุ่มส่งสัญญาณโอเคให้กับทั้งคู่

“เห้ออออ~” กลัฟถอนหายใจออกพรืดใหญ่

“ทำได้ดีมากเลยนะ  ยัยน้อง” น้ำเสียงอ่อนโยนที่จำได้ดีดังขึ้นจากด้านหลังมาพร้อมกับมือใหญ่ที่แตะสัมผัสลงที่บนไหล่อย่าแผ่วเบา

           “เพราะคุณพี่ช่วยนั้นแหละครับ” กลัฟตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มจริงใจ

“รีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ รีบทำงานจะได้รีบกลับไปพักผ่อน เมื่อกี้ที่พี่จับโดนตัวเรา มันร้อนๆน่ะ” ร่างสูงว่าพลางเอามือขึ้นมาทาบหน้าผากตัวเองให้ดู

“หื้อ! เหรอครับแต่...”

“ถึงกลัฟจะเก่ง ก็ไม่ได้แปลว่าจะรู้ว่าตัวเองจะไม่สบายหรอกนะ”

รอยยิ้มอ่อนโอนถูกส่งมาให้อีกครั้งปนเสียงดุ

ทำเอากลัฟที่เป็นผู้ชายที่ตัวสูงร่างโปร่งแถมยังไหล่กว้างหดตัวเหลือนิดเดียวเหมือนเด็กโดนดุ

“เข้าใจแล้วน่า อย่าดุสิ”

“เป็นห่วงต่างหากล่ะ งั้นพี่ไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ” ร่างสูงยิ้มให้ก่อนจะเดินจากไป

ตึกตักๆ

“ตัวร้อนเพราะเขินพี่นั้นแหละไอ้พี่บ้า” กลัฟเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไปเปลี่ยนชุดบ้าง

“ขอบคุณสำหรับวันนี้นะครับ” งานถ่ายโปรโมทที่แสนเหนื่อยกายแต่ดีต่อใจเสร็จสิ้นลงในช่วงค่ำของวัน นักแสดงและทีมงานต่างขอบคุณซึ่งกันและกันก่อนจะแยกย้ายกันไป ร่างบางยืนชะเง้อไปมาอยู่ที่หน้าห้องแต่งตัว

“หาใครอ่ะ!” (ตี๋)มายด์ย่องเข้าไปแกล้งตะโกนใส่เสียงดัง

“เฮ้ย!!!” เพราะความตกใจกลัฟจึงเผลอฟาดมือไป

มือเรียวฟาดไปด้านหลังอย่างตกใจ โชคดีที่(ตี๋)มายด์หลบได้ทันไม่อย่างนั้นอาจโดนแขนนั้นฟาดสลบคาที่แน่

“ไอ้บ้า! เล่นอะไรของมึงวะ!” กลัฟหันไปดุตัวต้นเหตุที่ทำให้เค้าตกใจทันที

“ก็มึงเหม่ออะไรอยู่เล่า โอ้ยขวัญเอ๊ยขวัญมา” (ตี๋)มายด์ยกมือขึ้นตบอกปลอบตัวเอง เหตุการณ์เมื่อกี้ทำเอาอายุสั้นไปสิบปี

“ป๊าว!!! กูแค่เดินเล่น” กลัฟหันหนีมองไปทางอื่นเหมือนปิดบังอะไรบางอย่าง

“หรอกลัฟหรออออ!”

“เออ!” ร่างบางกระแทกเสียงพร้อมสงสายตาหาเรื่องใส่จน(ตี๋)มายด์ต้องยอมแพ้เหมือนทุกที

“งั้นกลับได้ยังอ่ะ วันนี้กูไปนอนคอนโดมึงนะ!”

“แล้วแต่เถอะชิ!” กลัฟสะบัดตูดเดินหนีไปทางนอกตึก

“ไปหงุดไรมาวะ รอกูด้วยเส่”

ขาเรียวยาวก้าวฉับๆเดินไปขึ้นรถอย่างรวดเร็วพลางปิดประตูเสียงดังปัง! ระบายอารมณ์

ไม่ใช่หงุดหงิดหรอกแค่น้อยใจ ที่ใครบางคนกลับโดยไม่ลาเค้า

“จะน้อยใจทำไม ก็เค้าไม่ได้เป็นอะไรกับเรานี่!” กลัฟสะบัดหัวไล่ความคิดงี่เง่าที่กำลังก่อตัวแรงๆ

(ตี๋)มายด์วิ่งตามมารีบขึ้นรถทันที

“มึงจะแวะกินไรก่อนปะ”

“ไม่อ่ะ เหนื่อย ค่อยสั่งไปกินที่คอนโดแล้วกัน” กลัฟมองออกไปนอกหน้าต่างสายตาเลื่อนลอยไปไกลเหมือนในหัวใจคิดถึงแต่รอยยิ้นที่ทำให้รูปปากหยักขึ้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมนั้น รถรีมูซีนเคลื่อนตัวออกไป(ตี๋)มายด์แอบมองเพื่อนของตนผ่านกระจกก็เข้าใจทันที

“แอบไปรักเค้าข้างเดียวก็ทำใจหน่อยนะ โอ้ย!”

กล่องทิชชู่ขนาดกลางลอยมาจากทางด้านหลังกระแทกเข้าที่หัวอย่างจัง ไม่ต้องถามก็รู้ว่าใครโยนมา

“กลัฟฟี่อ่าไม่อ่อนโยนเลย งอแงๆ” (ตี๋)มายด์ทำท่ากระซิก

“ขับรถไป!” แต่ก็ได้รับกลับมาแค่ความเย็นชา ถึงกลัฟจะดูแข็งๆห้าวๆ แต่สำหรับเรื่องความรักจะดูอ่อนไหวง่ายเสมอ ซึ่ง(ตี๋)มายด์รู้จุดนี้ดีเลยอดห่วงไปไม่ได้

ติ๊ด~ กลัฟใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าไปในห้องชุดสุดหรูอย่างทุลักทุเลเพราะก่อนถึงคอนโด(ตี๋)มายด์จอดแวะซื้อขนมและเครื่องดื่มมามากมายอย่างกับจะเอาไปถมที่ แต่เพราะ(ตี๋)มายด์เลี้ยงกลัฟเลยไม่บ่นมาก

“เปิดเร็วๆสิ แขนกูจะหักแล้วนะ!” ผู้จัดการหนุ่มบ่นเมื่อกลัฟเปิดประตูไม่ได้สักที

“ใครใช้ให้มึงซื้อเยอะล่ะ!”

ร่างบางรีบก้าวเข้ามาในห้องก่อนจะรีบวางของทุกอย่างลงบนโซฟาตัวยาวที่กลางห้อง

“โอ้ยแขนกู!” ร่างบางยืนครวญครางอยู่พักนึงก็ได้ยินเสียงดังมาจากทางห้องครัว

“ไอ้คุณเฮียพี่กลัฟ!!!” ร่างสูงร่างหนึ่งวิ่งเข้ามากอดกลัฟอย่างแรงจนขาเรียวเซไปตามแรงปะทะ

“ต๋อง!” ตาคู่สวยเบิกกว้างมองคนที่กอดตนแน่น

 

 

ต๋อง ธนายุทธ ฐากูรอรรถยา น้องชายแท้ๆของกลัฟที่ไปเรียนต่อที่อเมริกา ต๋องใช้นามสกุลของแม่แต่กลัฟใช้ของพ่อ จึงไม่แปลกที่คนจะเข้าใจผิดบ่อยๆ

“อย่าเรียกสรรพนามรวมกันแบบนั้นได้มั้ย เฮียรู้สึกเหมือนกำลังโดนด่าเลย” ร่างบางตีแขนเจ้าน้องชายตัวโตเบาๆ

“แล้วกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่เห็นบอกเฮียก่อนเลย”

“ผมโทรบอกแล้วเหอะ! แต่พี่มายด์บอกว่าเฮียถ่ายงานอยู่ ผมก็เลยฝากบอกแทน” ต๋องส่งสายตาไปที่(ตี๋)มายด์ที่กำลังวางของบนโต๊ะแบบเงียบๆ

“ไอ้คุณมายด์ครับ! มีไรจะแก้ตัวมั้ย!” กลัฟส่งเสียงถามเจ้าเพื่อนที่ยืนเหมือนแอบอยู่เสียงดัง

“แหะๆ เค้าขอโต๊ด เค้าลืมบอกอ่ะ!” (ตี๋)มายด์แกล้งแอ๊บแบ๊วกลบเกลื่อนทันที

“แล้วนี่จะกลับมาอยู่กี่วันล่ะ” กลัฟหันกลับมาสนไอ้เจ้าน้องชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ดูเหมือนเจ้าเด็กผอมแห้งในวันนั้นจะโตแซงเค้าไปแล้วร่างกำยำเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่สัมผัสได้ตอนกอด ใบหน้าขาวงดงามที่มีสันกรามชัดนั่นบอกชัดที่ความเติบโตเต็มที่ของบุรุษเพศ

“ตลอดไปเลยครับเฮีย!”

“ห้ะ!”

ร่างบางมองใบหน้ายิ้มทะเล้นของน้องชายอย่างสงสัย

“เอาดีๆสิไอ้น้อง!” มือเรียวส่งแรงบีบไปที่ไหล่หนาของคนเป็นน้อง สรรพนามเริ่มเปลี่ยนทำให้ต๋องรู้ว่าถ้ายังลีลาได้กินบาทาแน่

“ใจเย็นนะเฮีย! คือผมเรียนจบแล้วเลยกลับมาอยู่นี่ถาวรไง” ต๋องค่อยๆอธิบาย

“แล้ว?”

“ขอผมอยู่ด้วยสิครับเฮีย!”

“นะครับเฮีย น้าาาา ผมสัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่ซน” ต๋องยิ้มโชว์ฟันกระต่ายทำหน้าอ้อนสุดพลัง

“เห้ออออ ก็ได้ๆ แต่แกต้องไม่พาใครมาห้องนะ โดยเฉพาะผู้หญิงแกน่าจะรู้ว่าเฮียทำงานอะไรใช่มั้ย!” กลัฟเอือมนิดๆแต่ก็ไม่อยากขัดใจน้องชายของตัวเอง

“ทราบครับ! แต่ผมขอพาแฟนมาได้มั้ยอ่ะ!”

ปุดๆ! เหมือนมีเสียงน้ำเดือดอยู่ในหัว ร่างบางก็ไม่คิดว่าน้องชายตัวเองโตขึ้นแล้วจะดื้อแบบนี้

“นี่! ไม่ได้ยินที่เฮียพูดเมื่อกี้รึไงห้ะ!” กลัฟทำตาดุใส่ต๋องที่เหมือนพูดไม่รู้เรื่อง

“สวัสดีครับพี่กลัฟ” แต่ก่อนที่จะได้ตีสั่งสอนเจ้าคนดื้อก็มีเสียงใสหนึ่งแทรกมาก่อน

“อ้าว! กะเพรา”

 

 

สองพี่น้อง+(ตี๋)มายด์หันหน้าไปตามต้นเสียง กะเพราเดินถือจานผลไม้มาวางตรงโต๊ะกลางห้องนั่งเล่น

“ที่รักเดี๋ยวเค้าช่วย!” ร่างสูงพุ่งไปรับจานทันทีก่อนมันจะถูกวาง

“หื้อ? ที่รัก?” ครั้งนี้เป็นกลัฟกับ(ตี๋)มายด์ที่พูดขึ้นพร้อมกัน

“ตกใจอะไรเฮีย ก็กะเพราเนี่ยแหละแฟนผม??’•” ร่างบางวิ่งเข้าไปผลักน้องชายกระเด็น

มือเรียวคว้ามือเล็กขึ้นมากอบกุมเอาไว้

“ไอ้น้องบ้าของพี่ไม่ได้ไปขู่อะไรเราใช่มั้ยกะเพรา!” ร่างบางมองด้วยสายตาจริงจังจนคนตัวเล็กประหม่า ตอนเด็กๆต๋องชอบแกล้งกะเพราอยู่บ่อยๆกลัฟเลยยังไม่ปักใจเชื่อว่าทั้งสองคนจะเป็นแฟนกัน ถึงที่ผ่านมาจะดูสนิทกันมากอาจเพราะเป็นนักแสดงกับผู้จัดการได้

“เฮียอ่า มองผมเป็นอันธพาลขนาดนั้นเลยเหรอ” คนโดนผลักงอแงวิ่งไปอยู่หลังกะเพราพร้อมยกแขนแกร่งขึ้นโอบเอวคนตัวเล็กโชว์อีกต่างหาก

“ก็ใช่น่ะสิ แกมันอันธพาล ทำอะไรหวานๆก็ไม่เป็น แถมชอบแกล้งกะเพราตั้งแต่เด็กจนโต แม้แต่ตอนนี้เค้าเป็นผู้จัดการของแก แกยังแกล้งอยู่เลยตอนที่เฮียเจอล่าสุด!”

“มึงก็แกล้งกูนะกลัฟ” จู่ๆเสียงผู้จัดการหนุ่มอีกคนก็พูดแทรกขึ้นมา จึงถูกจ้องด้วยสายตาพิฆาตของสองพี่น้องนักเลงจนตัวหดเหลือจึ๋งเดียว

“ผมเป็นแฟนกับต๋องมาสามปีแล้วครับ ขอโทษนะครับที่ยังไม่ได้บอก” กะเพราตอบกลับสัมผัสที่มือของกลัฟดึงให้ร่างบางหันกลับมาสบกับดวงตากลมใสอีกครั้ง

“กะเพราพี่ไม่รู้หรอกนะว่านายไปโดนเจ้าต๋องหลอกล่อยังไง แต่พี่ดีใจนะที่ได้นายมาอยู่เคียงข้างเจ้าตัวแสบของพี่” กลัฟยิ้มให้กะเพราอย่างอ่อนโยน กะเพราเป็นเด็กน่ารักที่กลัฟรักและเอ็นดูเหมือนน้องแท้ๆไม่ต่างจากต๋อง

“ครับพี่กลัฟ” คนจิ้มลิ้มยิ้มกว้าง

“น่ารัก!”

“พอเลยเฮีย! แฟนน้องมั้ยล่ะปล่อยเลย”

ต๋องออกอาการหวงแฟนอย่างนอกหน้า ดึงร่างเล็กของกะเพราไปฝังลงกับแผงอกแน่นของตน

“ฉันพี่แกมั้ยล่ะ!” กลัฟเริ่มหมั่นไส้กับอาการเกินหน้าเกินตานั้น

“ไม่รู้อ่ะถึงเป็นเฮียผมก็หวง โอ้ย!” และแล้วมือเรียวก็ฟาดลงกลางกระบานน้องชายผู้เป็นที่รักเต็มแรง เด็กมันวอนๆ

“ตีผมทำไมเนี่ย ที่รักเค้าเจ็บอ่า”

ร่างสูงออดอ้อนคนเป็นแฟนหนักกว่าเดิมจนกะเพราหน้าขึ้นสี

“ยัง! ยังไม่หยุดอีก!” กลัฟฟาดลงไปที่ต้นแขนเต็มไปด้วยมวลกล้ามแรงๆอีกที

“โอ้ย! เฮียอ่ะ ไม่มีก็อย่าอิจฉาดิ!”

ฮันแน่!ยอกย้อน

“ฉันหมั่นไส้!”

“ก็หาบ้างดิจะได้ไม่เหงา!” ต๋องส่งสายตากวนใส่อย่างท้าทายอำนาจมืด

“อย่างฉันจะหาเมื่อไหร่ก็ได้”

ผลงานอื่นๆ ของ ดอกไม้ในเรซิ่น

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 ลมตะวันออก
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 20:46

    อยากเสพฟิคมิวกลัฟมากกก มันเคว้งเหงาๆจะวันจันทร์อีกแล้ว ใจฉัน

    #3
    1
  2. วันที่ 10 มกราคม 2563 / 03:16
    ต่อเร็วไวนะคะ รออยู่ สนุกมากไปเลยยย
    #2
    1
  3. #1 Arisa Saksong
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 21:58

    สนุกมากเลย มาต่อเร็วๆนะคะ

    #1
    1