{ yaoi } • Loud & Clear (end)

ตอนที่ 6 : 06

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 63,907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,238 ครั้ง
    10 ม.ค. 62










06


ก็เหมือนเดิมทุกอย่าง

ความรู้สึก คำพูด เสียงของหัวใจ


 

คนตัวขาวนั่งมองฝนที่ตกลงมาจากท้องฟ้า เม็ดฝนเล็กๆ เกาะกระจกใสของตึกชั้นบนสุดซึ่งเป็นตึกเรียนคณะวิทยาศาสตร์ ฟองฟางใช้ปลายนิ้วมือขีดเขียนวาดรูปท้องทะเลกับหาดทรายลงบนกระจก ฉีกยิ้มคนเดียวให้กับภาพสวยๆ ที่ตัวเองสร้างขึ้นก่อนจะลบมันออกด้วยฝ่ามือของตัวเช่นกัน


“แยม ขอทิชชูเปียกหน่อย”


“หยิบเอา ในกระเป๋า”


พยักหน้าหงึกแล้วเอื้อมตัวหยิบกระเป๋าสะพายเล็กๆ ของแยมที่วางอยู่ข้างมัท ตอนนี้แยมนอนอยู่บนกระเป๋าของฟองฟาง ส่วนมัทก็นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์ข้างๆ เขา นั่งล้อมกันเป็นวงกลมเพราะไม่มีอะไรทำ


วันนี้หมดวิชาเรียนแล้วแต่ก็ยังกลับบ้านไม่ได้เพราะพายุเข้าทำให้ฝนตกหนักมาก พอมองจากชั้นสิบสี่ซึ่งเป็นชั้นบนสุดก็เห็นร่มของนักศึกษาคนหนึ่งปลิวว่อนเลยไม่อยากเสี่ยงฝ่าฝนออกไป


ผ่านมาสัปดาห์กว่าๆ แล้วที่ฟองฟางกลับมาอยู่บ้านของตัวเองหลังจากที่พ่อกับแม่กลับจากต่างจังหวัด แล้วก็เป็นสัปดาห์กว่าๆ ที่ฟองฟางไม่เห็นหน้าครามสมุทรกับช็อปในมหาวิทยาลัย เพราะวิชา HUM120 ที่ต้องเรียนรวมด้วยกันอาจารย์ยกเลิกคลาส แถมสองคนนั้นก็ไม่ได้เดินมาคุยเล่นด้วยเหมือนแต่ก่อน


ง่ายๆ ก็คือนอกจากรถปอร์เช่ของครามสมุทร ฟองฟางก็ไม่เห็นอะไรที่เกี่ยวกับเขาอีกเลย


แต่ช่วงเวลาที่ฟองฟางเข้าบ้านไม่ได้ก็ไปอยู่กับครามสมุทรปกติ...ตั้งแต่ที่ได้ยินคำตอบจากปากของอีกฝ่ายฟองฟางตั้งใจว่าจะขอไปค้างที่หอใครสักคน เขาตัดแยมทิ้งเพราะไปค้างที่บ้านด้วยไม่ได้แน่ๆ เหลือแค่มัท...แต่รายนั้นก็ไม่สะดวกเพราะแฟนมาค้างที่หอด้วยทุกวัน ฟองฟางมีทางเลือกอีกอย่างก็คือโรงแรมใกล้บ้าน


แต่สุดท้ายก็ไปไหนไม่รอด ต้องอยู่กับครามสมุทรเหมือนเดิมเพราะอีกฝ่ายเล่นดักรอฟองฟางอยู่หน้าคณะทุกวัน


พอเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องไปกับเขา...แล้วอยู่กับครามสมุทรอย่างนั้นทั้งที่อารมณ์ของตัวเองยังไม่คงที่สักเท่าไหร่


“ไม่มีอะไรให้ทำกูเล้ย” มัทพึมพำเบาๆ พลางหันคอไปมาให้กระดูกคอลั่น ก็แหง ก้มหน้าเล่นเกมขนาดนั้น


“ไปโรงยิมได้มั้ยวะ กูอยากไปเดาะบาสเล่น”


“ออกกำลังกายได้แล้วเหรอ หมอให้พักกี่เดือนอ่ะ”


“กูแค่ไปเดาะเล่นเฉยๆ ไม่ได้ไปวิ่งจริงจังเหมือนเมื่อก่อนสักหน่อย”


ฟองฟางไม่ค่อยไว้ใจมัทเท่าไหร่เพราะเพื่อนคนนี้ยิ่งชอบทำอะไรเกินกำลังตัวเอง เขาเข้าใจมัทเพราะอีกฝ่ายชอบออกกำลังกาย เล่นบาสกับทีมแทบทุกวันเลยแต่ต้องมาหยุดพักรักษาตัวแบบนี้คงยังไม่ชิน


“เดี๋ยวแผลก็ปริ”


“มึงอย่ามาขู่”


“เอ้า พูดจริง”


“กูผ่าตัดแบบสมัยใหม่ แผลเล็กจิ๊ดเดียว”


“แต่ข้างในไง เหมือนว่าข้างในมันยังไม่สมานกันดีอ่ะ”


“รู้ดีขนาดนี้ไม่ซิ่วไปเรียนแพทย์เลยล่ะ”


ฟองฟางหัวเราะกลั้วจนไหล่สั่น ก็เป็นห่วงจริงๆ เลยพูดตามที่คิดไปแต่ผลที่ได้คือมัททำหน้าเหยเกแบบเอียนๆ กับการพูดเรื่องผ่าตัดไส้ติ่ง


“ช่างแม่ง กูจะไป”


“เฮ้ยมัท เอาดีๆ”


“เนี่ยดีๆ มึงอยู่กับไอ้แยมก็แล้วกัน ถ้ากลับก่อนก็โทรบอกกูด้วย”


“ไม่ต้องมาอยู่เป็นเพื่อนกูจ้า ป๊ากูเพิ่งไลน์มาบอกว่ารออยู่หน้าตึกละ...ไปก่อนนะพวกมึง”


แยมที่เดี๋ยวหลับเดี๋ยวตื่นลุกขึ้นในสภาพผมฟูๆ ลุกขึ้นยืนรีบหอบข้าวของแนบอกก่อนจะวิ่งเข้าลิฟต์ไป ปล่อยให้ฟองฟางกับมัททำหน้าเหวอนั่งหัวเราะคนที่ดูรีบๆ ทุกครั้งที่ป๊ามารับ


ป๊าแยมดุมาก แยมน่ะกลัวป๊าที่สุดในโลกแล้วมั้ง


แต่ถึงแม้ว่าป๊าแยมจะโหดแต่ท่านก็ใจดีกับเพื่อนสนิทของลูกสาวอย่างพวกเขา คุยเล่นเฮฮาได้ตามประสาผู้ชาย วันดีคืนดีป๊าก็โทรเรียกให้ไปกินปิ้งย่างหรือดื่มเบียร์ด้วยกันที่บ้านของท่านเอง


“เอาไงมึง กลับเลยเปล่า” มัทลุกขึ้นยืนแล้วพเยิดหน้าถาม


“แล้วจะกลับมั้ยอ่ะ”


“ไม่ กูจะไปโรงยิม”


“กูไปด้วย”


“ไปทำเหี้ยไรครับ”


“เฝ้าคนป่วยไง เดี๋ยวเผลอออกกำลังกายแรงๆ จะได้ถ่ายรูปไปให้กิ๊กดู”


“มึงนี่ก็ดีก็ฟ้องแฟนกู ไว้มึงมีแฟนเมื่อไหร่เหอะ...”


“เหรอมัทเหรอ เจ้าคิดเจ้าแค้นเก่งจัง”


ฟองฟางทำหน้าทำตาล้อเลียนมัทก่อนจะยื่นมือไปจับแขนอีกฝ่ายเพื่อใช้เป็นที่พยุงให้ลุกขึ้นง่ายๆ ฟองฟางหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่าแล้วก็ต้องร้องออกมาเบาๆ เมื่อถูกเพื่อนตัวสูงพาดแขนบนคอของตัวเอง


คนตัวขาวแหงนมองมัทพร้อมกับส่งยิ้มกว้างตาหยีให้ กี่ปีๆ เขาก็ยังเป็นที่พักแขนให้มัทตลอด


พวกเขาลงลิฟต์ไปด้วยกัน ระหว่างที่ยังอยู่ในห้องโดยสารมัทส่งเสียงในคอฮัมเพลงไปเรื่อย มืออีกข้างก็กดตอบแชตแฟนยิกๆ ส่วนฟองฟางที่ไม่มีอะไรทำก็ได้แต่ยืนกอดอกให้เพื่อนมันกอดคอไปอย่างนั้น


ติ๊ง


กระทั่งลิฟต์เลื่อนลงมาจนถึงชั้นล่างสุดพร้อมกับประตูที่เปิดออก ฟองฟางกับมัทก้าวขาเดินไปพร้อมๆ กัน แต่ในจังหวะนั้นดวงตากลมๆ ของฟองฟางกลับเหลือบเห็นใครอีกคนที่เดินออกจากลิฟต์อีกตัว


“อ้าว ไอ้คราม สบายดีเปล่าวะ”


“อือ สบายดี”


พวกเขาเดินไปพร้อมๆ กับครามสมุทร...ฟองฟางส่งยิ้มจางๆ ให้อีกคนที่เดินล้วงกระเป๋ากางเกงไปอย่างไม่เร่งรีบ ทุกท่วงท่าของเขาเหมือนนายแบบบนรันเวย์ หลังตรงอกผาย ใบหน้าหน้านิ่งๆ ไม่สื่ออารมณ์จนคนมองชักกลัว


“วันนี้ไม่ซ้อมเหรอวะ”


“กำลังไป”


ฟองฟางฟังเสียงของสองคนนี้โต้ตอบกัน เป็นการสนทนาที่สั้นเพราะครามสมุทรยังคงเหมือนพูดน้อยเหมือนเดิม และก็ยังเป็นครามสมุทรคนเดิมไม่เปลี่ยน


“เออดีเลย กูไปด้วย”


“อืม” ครางในลำคอเบาๆ แล้วพยักหน้ารับ


ฟองฟางสะกิดเอวมัทยิกๆ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมหันมาเพราะมัวแต่คุยจ้อกับครามสมุทรที่ยังนิ่งอยู่อย่างนั้น ถามคำตอบคำทุกประโยค ฟองฟางเริ่มคิดแล้วว่าเวลาที่ต้องพรีเซนต์งานหน้าห้องเขาจะทำไงเพราะโดยพื้นฐานจากที่ดูๆ แล้ว...ครามสมุทรไม่ใช่คนพูดมาก


“งั้นกูกลับก่อนนะ” พออีกคนไม่หันมาคุยด้วยฟองฟางเลยเขย่งปลายเท้ากระซิบใกล้ๆ หูอีกฝ่าย เสียงแผ่วเบาของฟองฟางทำให้มัทต้องโน้มหน้าลงมาฟังอย่างตั้งใจ


“”อะไรของมึงนะ”


“จะกลับแล้ว ปล่อยได้แล้วเนี่ย”


“กลับไปไหนฝนตกขนาดนี้ เดี๋ยวมึงก็เปียกไม่สบายพอดี”


“มีเพื่อนไปโรงยิมแล้วไม่ใช่เหรอ”


“น้องฟอง อย่างอแงกับพี่มัทสิคะ”


“เชี่ยมัท!” กัดฟันด่าอีกคนเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน


ท่าทางงุ้งงิ้งสนิทสนมของฟองฟางกับมัทอยู่ในสายตาของครามสมุทรตลอด ฟองฟางส่งรอยยิ้มหวานๆ ให้มัท รอยยิ้มแบบที่ยิ้มให้ทุกคน เป็นรอยยิ้มที่เขาเห็นประจำ


ถึงจะเป็นนักกีฬาทีมเดียวกัน แต่ครามสมุทรก็ไม่ได้สนิทกับมัทถึงขั้นรู้เรื่องส่วนตัวทุกอย่าง


รู้แค่ฟองฟาง แยม มัทเป็นเพื่อนกัน


รู้แค่ว่าฟองฟางกับมัทสนิทกันมากๆ และน่าจะเคยนอนค้างที่บ้านใครสักคนด้วยกันบ่อยๆ


รู้แค่ว่ามัทมักจะพูดชื่อฟองฟางทุกครั้งที่พวกเขาคุยกัน มัทมักจะพูดถึงเพื่อนคนนี้ตลอดราวกับเป็นคนสำคัญที่นึกถึงอยู่ตลอด


“ก็มีเพื่อนแล้วมารั้งกูไว้ทำไมวะ”


“เห็นมั้ยฟอง ฝนตกอยู่ มึงกลับไปยังไงก็เปียก”


“ไปกับมัทก็เปียกเหมือนกันอ่ะ”


“เปียกยังไง นี่กูก็กอดมึงให้หลบฝนอยู่นะเนี่ย”


“ฝนมันกระเด็น”


“งั้นเข้ามาใกล้ๆ กูอีกมา”


ใกล้กว่านี้ก็สิงร่างกันแล้ว


ถึงจะสั่นหน้ารัวแต่มัทก็ไม่สนแถมยังรั้งคอฟองฟางเข้าไปกอดแน่นๆ จนคนตัวเล็กกว่าไอแค็กออกมาถึงได้ยอมปล่อยให้ฟองฟางเดินเอง


ตลอดทางฟุตปาธที่มีหลังคาโค้งๆ บังแดดบังฝนมีเพียงเสียงเล็กๆ กับเสียงทุ้มๆ ของมัทกับฟองฟางที่คุยไปหัวเราะไป ส่วนคนที่ต้องร่วมทางไปโรงยิมด้วยอย่างครามสมุทรได้แต่ก้าวเท้าเดินไปอย่างเงียบๆ ก่อนจะชะลอเท้าให้สองคนนั้นเดินนำไปก่อน และเป็นเขาที่เอาแต่มองแผ่นหลังเล็กๆ ของฟองฟางที่อยู่ตรงหน้า


“เชี่ย ปวดท้อง” จู่ๆ คนที่เดินอยู่ข้างกันก็ยกมือกุมท้อง


“เจ็บแผลเหรอมัท” รีบจับแขนเพื่อนตัวสูงที่งอตัวเหมือนทรมานไว้แน่น มือขาวๆ ลูบผมสีดำที่คลอเคลียใบหน้าของมัทเบาๆ



“เปล่า กูปวดท้องจี๊ดเหมือนท้องเสียว่ะ”


“อ่า...”


“มึงกับครามไปกันก่อนเลย เดี๋ยวกูไปปลดทุกข์แป๊บ” มัทหมุนตัวสาวเท้าถี่ๆ ออกจากตรงนี้ไป


ฟองฟางเกาหัวแกร็กๆ หันมายิ้มแหยให้ครามสมุทรที่ยื่นนิ่งอยู่ด้านหลัง...และไม่กี่ช่วงจังหวะของการหายใจครามสมุทรก็ขยับมาอยู่ข้างๆ คนตัวเล็กแล้วพเยิดหน้ายักไหล่เล็กน้อยเชิงบอกให้เดินต่อ


“สบายดีมั้ยคราม”


“สบายดี”


ไม่รู้จะคุยอะไรแต่ก็ไม่อยากให้เงียบจนอึดอัด ฟองฟางเลยถามออกไปพร้อมกับความประหม่า


“ถ้าไม่สบายก็แย่เลย”


“อือ แข็งแรงอยู่”


“ครามเก่งเนอะ เล่นบาสเก่งมากๆ...นี่จะแข่งเมื่อไหร่เหรอ”


“ปลายเดือนหน้า”


“อ้อ...ซ้อมหนักแย่เลย”


“นิดหน่อย”


พยักหน้าหงึกๆ เพราะอีกฝ่ายเล่นถามคำตอบคำ ฟองฟางที่ไม่รู้จะถามอะไรต่อเลยเม้มปากแล้วคิดว่าต่อจากนี้จนกว่าจะถึงโรงยิมคงมีแค่เสียงฝนที่ตกลงมาเป็นเพื่อนร่วมทาง...คงไม่ทำให้เหงาหรืออึดอัดไปมากกว่านี้


“มะขามหวานหมดแล้ว”


“ห๊ะ...อ๋อ ที่แม่เราซื้อมาฝากใช่มั้ย”


“อือ เพิ่งหมดเมื่อวาน”


“โห...กินเก่งเหมือนกันนะเนี่ย เรายังกินไม่หมดเลย ไว้เดี๋ยวเอามาให้อีกนะ” คนตัวขาวยิ้มแฉ่งเพราะร่างสูงที่เงียบไปก็เปล่งเสียงทุ้มๆ คุยเรื่องมะขามหวาน แม่เขาซื้อมาจากเขาค้อเป็นของฝากขอบคุณที่ครามสมุทรให้อาศัยอยู่ที่บ้านตั้งห้าวัน


คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าครามสมุทรจะชอบจนกินหมดเร็วขนาดนี้


“แต่วันนี้เอาเสื้อครามไปก่อนนะ จะคืนหลายวันแล้วแต่ไม่ได้เจอครามเลย” มือเล็กเปิดกระเป๋าเป้หยิบถุงพลาสติกที่ซ่อนอยู่ในนั้นออกมาแล้วยื่นให้คนตัวสูง


“ฟอง”


“อื้อ”


“วันนี้กลับกับมัทหรือเปล่า”


“ไม่อ่ะ...มัทกับเราอยู่คนละทางเลย”


“งั้นกลับด้วยกันมั้ย”


“ได้เหรอ”


“ได้”


“...อื้อ งั้นขอติดรถกลับด้วยนะ”


ต่างฝ่ายต่างชะลอเท้าตอนที่หยุดอยู่หน้าโรงยิม ฟองฟางยิ้มบางๆ ทำท่าจะเดินเข้าไปข้างในแต่ก็ต้องชะงักเมื่อกระเป๋าเป้ใบเดิมของครามสมุทรตกมาอยู่ในอ้อมกอดของฟองฟางแบบงงๆ


“ฝากด้วย”


“เฮ้ย มีของสำคัญมั้ยเนี่ย”


“ก็มี บัตรกับโทรศัพท์”


“ทำไม่เก็บไว้ในล็อกเกอร์ล่ะ”


“ไว้กับฟองปลอดภัยกว่า”


“ตรงไหนเนี่ย”


“ตรงนี้แหละ”


พูดจบก็รีบเดินเข้าไปในโรงยิมรวมกับคนอื่นๆ ที่กำลังยืดเส้นยืดสายก่อนลงสนาม ปล่อยให้ฟองฟางมองแผ่นหลังกว้างจากระยะใกล้จนกระทั่งครามสมุทรวิ่งห่างไกลออกไป


แปลกใจแต่ก็ไม่อยากสงสัย ไม่อยากตั้งคำถามเพราะกลัวว่ามันจะเป็นคำถามที่เข้าข้างตัวเอง


เลยปล่อยให้หัวใจดวงน้อยๆ เต้นแรงแข่งกับสายฝนที่กระหน่ำโปรยลงมา


ภายนอกของครามสมุทรที่นิ่งสงบไม่สื่อความรู้สึกอะไร...คนที่อยู่นอกหัวใจก็รับรู้ไม่ได้เหมือนกัน




*****



 

“ปากบอกเปล่าแต่สายตามึงไม่ใช่”


“...”


“รู้สึกอะไรก็บอกกูมาตรงๆ”


คนที่ทำหน้านิ่งๆ ดูเย็นชา ผิดกับสายตาที่เอาแต่มองคนตัวขาวกระโดดรอรับลูกบาสพร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่เหมือนจะเปลี่ยนให้โลกใบนี้เป็นสีชมพู ช็อปหัวเราะแล้วตบไหล่เพื่อนสนิทอย่างรู้ใจ สายตาครามสมุทรชัดเจนจนกลบความรู้สึกเอาไว้ไม่มิด ช็อปรู้ดีเพราะครั้งหนึ่งเคยรู้สึกชอบฟองฟาง เคยตกอยู่ในห้วงสีชมพูแต่คงไม่เท่าไอ้เพื่อนตัวโตคนนี้หรอก


ครามสมุทรแม่งอาการหนักกว่าเขาเยอะ


“ไม่มีอะไร”


“แล้วสายตามึงคืออะไร จ้องขนาดนั้น...ขนลุกแทนเลยว่ะ”


“ก็ตามนั้น”


“ตามนั้น?”


“อือ ตามที่เห็น”


ครามสมุทรกระดกน้ำในขวดลงคอทั้งๆ ที่สายตายังมองฟองฟางเล่นกับเพื่อนสนิท ก็มองมานานแล้ว มองตั้งแต่เริ่มซ้อม มองตั้งแต่ฟองฟางนั่งคนเดียวจนมัทเดินเข้ามาในโรงยิมนั่นแหละ


ถึงสองคนนั้นจะใช้พื้นที่เล็กๆ ข้างสนามในการเล่นบาส และมันก็ค่อนข้างไกลจากจุดที่เขาซ้อมพอสมควร แต่ถึงอย่างนั้นเสียงหัวเราะของฟองฟางยังแว่วดังมาถึงตรงนี้อยู่ดี และมันคงจะดังมากๆ เพราะคราสมุทรตั้งใจฟังเป็นพิเศษ


“กูยอมแพ้เลยว่ะ”


“...”


“แพ้ตั้งแต่ที่ฟองเมาแล้วบอกชอบมึง”


ช็อปชอบฟองฟาง บอกกับครามสมุทรตั้งแต่วันปฐมนิเทศว่าคนนี้กูจอง ดักทางเขาไว้ก่อนแต่ชอบแล้วก็เลิกชอบได้ เปลี่ยนใจง่ายๆ เหมือนเปลี่ยนเสื้อผ้า


ช็อปไม่เคยจริงจังกับอะไรสักอย่างยกเว้นกับบาสเก็ตบอล


“แถมจูบอีก กูโคตรอยากจะเป็นมึงเลยว่ะคราม”


“อิจฉาเยอะๆ”


“เออ กูอิจฉาอยู่เนี่ย...ว่าแต่ฟองปากนุ่มมากมั้ยวะ กูเห็นนะว่ามึงเคลิ้ม”


“เสือก”


“สัดคราม”


ครามสมุทรส่ายหน้า ไม่สนใจช็อปที่บ่นนู่นนี่ไปเรื่อย


เพราะว่าจุดโฟกัสของเขาตอนนี้ก็มีอยู่อย่างเดียวคือพื้นที่เล็กๆ ข้างสนาม ครามสมุทรเห็นมัทที่หอบตัวงอกุมท้องแต่ใบหน้ายังเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เช่นกันกับฟองฟางที่นั่งบนพื้น ยกมือพัดเอาลมเข้าหน้าเพราะแอร์ก็ช่วยดับร้อนไม่ได้


ครามสมุทรไม่รู้ว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน เขามองอยู่นานและภาพที่เห็นต่อมาก็คือมัทที่โบกมือคล้ายกับจะลาฟองฟางพร้อมกับหิ้วเป้สีดำสะพายบ่า ขายาวๆ ของมัทเดินออกไปจากโรงยิมไปในที่สุด ปล่อยให้คนตัวขาวนั่งมองจนกระทั่งมัทหายไปจากสายตา


“กูสรุปเลยแล้วกันว่ามึงชอบฟอง”


“...”


“และกูจะบอกในฐานะเพื่อนที่หวังดี”


“...”


“ฟองน่ารัก กูรู้ว่าไม่ใช่แค่มึงแน่ๆ ที่มองฟองฟางด้วยสายตาแบบนี้”


“...”


“กูหลีกทางให้แล้ว ก็เหลือแค่ตัวมึงแล้วล่ะนะว่าจะจัดการยังไง”


“อือ ขอบใจ”


“ยกมือไหว้กูด้วยดิคราม”


“ยกตีนแทนได้มั้ย”


“สัด กูขอให้มัทกับฟองเป็นแฟนกันจริงๆ อย่างที่กูสงสัยเถอะ ไอ้ครามแม่งจะได้อกหักไปเลย สาธุ...” ช็อปยกมือไหว้เหนือหัวสูงๆ หลับตาบนบานกับอะไรสักอย่างเพราะหมั่นไส้เขาเต็มทน


ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนั้นเป็นอะไรที่มากกว่าเพื่อนหรือเปล่า


รู้แค่ว่าเขาไม่รอแล้ว ไม่สนแล้วด้วยว่าใครหน้าไหนจะสนใจฟองฟาง


รู้แค่ว่าต่อจากนี้...


ครามสมุทรจะไม่ใช้แค่สายตาแสดงความรู้สึกกับฟองฟางอีกต่อไปแล้ว




*****



 

ครืด ครืด


ฟองฟางนั่งหน้าเหวออยู่อย่างนั้น มองหน้าจอโทรศัพท์ของใครบางคนที่ฝากกระเป๋าไว้กับเขามันสั่นหลายรอบจนอยากตะโกนบอกให้เจ้าของเครื่องมารับสายสักที...คุณแม่ของครามสมุทรโทรมา แล้วตอนนี้เจ้าของโทรศัพท์ก็กำลังประชุมอะไรบางอย่างอยู่กับทีมอีกด้วย


ไม่รู้ว่านานมั้ยว่าจะประชุมเสร็จ แต่ที่รู้ๆ คือคุณแม่ครามสมุทรโทรหาหลายสายแล้ว


ฟองฟางไม่กล้ารับสายทั้งๆ ที่ช่วงพักเบรกก่อนหน้านั้นครามสมุทรเดินมาหาเขา จิบน้ำ แล้วบอกว่าถ้าใครโทรมาก็รับให้ก่อน...ตัวเองเลยต้องมานั่งเขย่าขาเร่าๆ เพราะคำพูดของอีกฝ่าย ลุ้นว่าคุณแม่ครามสมุทรมีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่า จนกระทั่ง...


“คราม คราม”


รวบกระเป๋าสองใบสะพายบ่าแล้ววิ่งหน้าตั้งลงจากอัฒจันทร์ตอนที่โค้ชปล่อยตัวนักกีฬา แต่ไม่รู้ว่าท่าวิ่งของฟองฟางมันตลกมากหรือไงครามสมุทรที่ยืนเท้าเอวถึงได้ยกยิ้มแบบนั้น


ยิ้มจริงๆ ยิ้มบางๆ แต่กระชากใจ


“ค่อยๆ เดินก็ได้ เดี๋ยวล้ม”


“ไม่ได้เลย” หอบหนักๆ เพราะดันกระโดดข้ามรั้วลงมาด้วย ฟองฟางยื่นกระเป๋าเป้คืนครามสมุทร นิ้วชี้เรียวจิ้มไปที่กระเป๋า “ค...คุณแม่ครามโทรมา”


“อ้าวฟอง นึกว่ากลับไปแล้วนะเนี่ย” ช็อปที่อยู่ใกล้ๆ กันทักขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มให้ฟองฟางเหมือนเดิม


“ยังเลยช็อป กลับพร้อมครามนี่แหละ”


“หือ ทำไมเดี๋ยวนี้ไปรับส่งกันบ่อยจังวะ”


“พูดมาก”


“กูก็พูดมากอย่างนี้อยู่แล้วเปล่าวะไอ้คราม”


ช็อปยักคิ้วเหมือนจะกวนครามสมุทร ซึ่งก็ใช่จริงๆ นั่นแหละ แต่ครามสมุทรแค่มองช็อปด้วยตาคมๆ เท่านั้น ช็อปเลยแลบลิ้นปลิ้นตาเดินหนีแบบงอนๆ เข้าห้องน้ำไป


“เดี๋ยวไปง้อมันก่อน”


“ต้องง้อด้วยเหรอคราม”


“อือ มันขี้งอน” บอกแบบนั้นแล้วก็ยื่นกระเป๋าเป้ของตัวเองส่งคืนให้ฟองฟางถืออีกครั้ง คนตัวขาวก็รับมางงๆ แต่ในจังหวะที่ครามสมุทรกำลังจะก้าวเท้าเดินออกไปฟองฟางแสดงออกอาการลุกลี้ลุกลน รีบคว้าท่อนแขนแกร่งของครามสมุทรไว้


“เดี๋ยวๆ คุณแม่ครามโทรมา เอาโทรศัพท์ไปด้วยสิ”


“รับสายให้หน่อย”


“เฮ้ย ได้ไงอ่ะ”


“รับไปเถอะ”


“แล้วจะให้เราคุยกับคุณแม่ยังไง ให้บอกว่าครามไปง้อเพื่อนอยู่งี้เหรอ”


“บอกยังไงก็ได้”


“ไม่ได้เลยคราม คุณแม่โทรมาตั้งหลายสายเลยนะ”


เกาะแขนเขาไม่พอยังเขย่าแล้วเสียงแง้วๆ คุยกับเจ้าของกระเป๋าเป้ที่ทำท่าจะเดินหนีไปง้อเพื่อนท่าเดียว คิ้วสวยๆ ขมวดกับใบหน้ายุ่งๆ ตอนที่ก้มไปล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋าเป้ออกมาส่งผลให้คนมองคลี่ยิ้ม


“ใจเย็น”


“เห็นมั้ย คุณแม่โทรมาอีกแล้ว...”


ชะงักเมื่อถูกมือหนาวางลงบนศีรษะกลมๆ...ฟองฟางยืนนิ่งตอนที่มือหนาข้างนั้นลูบผมนุ่มเบาๆ ตาคมที่เคยเย็นชาตลอดมามองฟองฟางด้วยตาเอ็นดูราวกับมองลูกแมวตัวน้อยๆ ทำเอาคนที่ยืนอยู่ถึงกับทำอะไรไม่ถูก


ไม่รู้ว่าควรจะสบตากับเขา


“รับให้หน่อย”


หรือก้มหน้ามองพื้น


“บอกว่าไปเข้าห้องน้ำก็ได้”


หรือว่าจะล้มตึงไปเลยดีนะ...


“เดี๋ยวครามค่อยโทรกลับ”


อือ...ล้มตึงไปเลยดีกว่า

 

 





#ฟองฟางครามสมุทร

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.238K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,227 ความคิดเห็น

  1. #5225 Rose_GirL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2563 / 00:12
    ครามว่าซั่นนนน
    #5,225
    0
  2. #5215 Earn___ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2563 / 16:25
    ใจฉันนนน ฉันเข้าใจเธอแล้วครามมมม ฉันเข้าใจจจจจ
    #5,215
    0
  3. #5202 View_Aranya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 20:21
    ผีเข้าผีออกหรอ หรือเป็นไบโพล่า
    #5,202
    0
  4. #5181 pang_97s (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2563 / 12:47
    เป็นน่ารักเด้ออ
    #5,181
    0
  5. #5166 soul_hyukjae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 04:37
    เขินเน้อออออ
    #5,166
    0
  6. #5134 IiIingg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2563 / 13:33
    อ่ยยยน้องฟองน่ารักจังเลย;-;
    #5,134
    0
  7. #5092 goi_iog (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 08:57
    สู้ๆ นะฟองฟาง 555
    #5,092
    0
  8. #5068 YanisaCH (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 09:49
    ทำไมน้าาาาาา
    #5,068
    0
  9. #5034 คุณยิปปี้ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2563 / 11:55
    เฮ่อ ทำให้ใจเต้นรายวันเลย
    #5,034
    0
  10. #5023 Xakas (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 23:51
    แงงงงง เขินไม่ไหวแล้วว
    #5,023
    0
  11. #5012 Spices_smile (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 07:10
    เเหมมมมมมมมมมม
    #5,012
    0
  12. #4983 cutieyou (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 21:49
    แทนตัวเองว่าครามด้วย เขินนนนน
    #4,983
    0
  13. #4963 Nuthathai Por (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 01:28
    รีบน๊าดูท่าความน่ารักของฟองจะมากจนเข้าตาหลายคนน๊า
    #4,963
    0
  14. #4938 yuri_miko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 10:54
    *ขนาดนั้น
    #4,938
    0
  15. #4937 yuri_miko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 10:54
    *รับแทน
    #4,937
    0
  16. #4936 yuri_miko (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 10:54
    ทำไมต้องอยากให้รับแมนขยาดนั้นอ่ะ
    #4,936
    0
  17. #4919 rattanalak44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 12:50
    ครามจะรุกแล้วนะฟองเตรียมตัวดีๆ
    #4,919
    0
  18. #4897 FernNAlls (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 18:09
    ช่วยด้วยค่ะ หัวใจล้มเหลวเฉียบพลันค่ะ
    #4,897
    0
  19. #4874 aka-ae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 20:17
    รอเมื่อไหร่ครามจะพูด
    #4,874
    0
  20. #4821 CallistoJpt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 15:05
    ครามจะรุกจริงๆแล้วใช่ไหม ช้าไม่ได้แล้วนะคราม สู้ๆ
    #4,821
    0
  21. #4814 llllovellll (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 01:12
    ทางนี้ล้มด้วยย แงงง ไม่ไหวๆๆ เขินมากจริงๆ ฮื่อออ แทนตัวเองว่าคราม อัยบ้าาา
    #4,814
    0
  22. #4766 dbsgsjg7 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2562 / 18:41
    น้องงงงงง ล้มตึงเลยเหรอลูกกกก เอ็นดูว 55555
    #4,766
    0
  23. #4760 «lucifer» (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 19:30
    ฉันนั่งยิ้มเพียงลำพัง หัวเราะลำพูน
    #4,760
    0
  24. #4739 pbcy' (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 16:33
    แม่ นุไม่ไหววว!!!!!!!!
    #4,739
    0
  25. #4694 Maylyunho (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 22:50
    เจ้ามัททำดีมากถึงไม่รู้ตัวก็เถอะ เจ้าฟองล้มตึงเลยเร๊อะ
    #4,694
    0