ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 25 : แกลลอนที่ 12 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 มี.ค. 60



หนุ่มหล่อจากกรุงเทพเดินทางมาถึงตรังตามที่ตัวเองวางแผนไว้เป๊ะ พอสองเท้าแตะพื้นท่าอากาศยานปุ๊บ เขาก็รีบสอดส่องมองหาคนที่นัดไว้ปั๊บ และเมื่อเห็นว่านายบ่าวนั่งรอเขาอยู่ก่อนแล้ว  ชายหนุ่มจึงโบกมือส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายเดินมาช่วยกันยกสัมภาระที่กำลังรอโหลดออกจากเครื่อง ก่อนที่จะค่อยๆ ลำเลียงขนขึ้นรถแวนคันใหญ่

นายบ่าว ขับรถตรงไปเขากะหมอกเลยนะ

พอหลังแตะเบาะเท่านั้นแหละ จิรเมธก็รีบบอกให้คนขับบึ่งรถตรงไปหาลัลนาทันที แทนที่จะแวะกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเหมือนทุกครั้ง ในใจก็อดเป็นกังวลไม่ได้ว่าเส้นทางสัญจรอันน่าหวาดเสียวจะช่วยเพิ่มความทุลักทุเลในการขนย้ายขนาดไหน เพราะลำพังแค่เดินตัวเปล่า เขายังไม่ค่อยจะรอดเลย แล้วนี่ถ้าต้องมาแบกของหนักๆ เดินข้ามสะพานแขวนสูงลิบไปด้วยละก็ มีหวังเขาได้ตกลงไปจมน้ำตายก่อนที่จะได้พัฒนาหมู่บ้านของเจ้าหล่อนเป็นแน่แท้

แต่แทนที่เขาจะมัวมานั่งคิดเอาเองอยู่อย่างนี้ สู้เอ่ยปากถามคนชำนาญทางเสียเลยจะดีกว่า

เออนี่นายบ่าว นอกจากทางเข้าหมู่บ้านตรงสะพานแขวนนั่นแล้ว เราพอจะมีทางอื่นให้ขนของไปได้อีกไหม?

มีครับ

ทีแรกคนฟังหัวใจพองโต ก่อนจะพลันห่อเหี่ยว เมื่อสารถีหนุ่มใหญ่ดับความหวังของเขาทันควันว่า

แต่ตอนนี้ใช้ไม่ได้แล้วละครับ

ทำไมล่ะ?

เพราะว่าที่ดินตรงนั้นโดนพวกนายทุนกว้านซื้อไปหมดแล้วน่ะครับ ถนนหนทางที่เคยก่อสร้างตัดผ่านเอาไว้ใช้งานเสียดิบดีก็เลยถูกเจ้าของที่ห้ามเข้าน่ะครับ นายบ่าวรีบเฉลยเพราะกลัวจะถูกอีกฝ่ายกัดหัวเสียก่อน

ทุเรศชะมัด!” คนที่นั่งเบาะหลังสบถอย่างหัวเสีย พานให้นึกขี้งโกรธแทนชาวบ้านตาดำๆ นัก แล้วทำไมเขาถึงต้องห้ามด้วยล่ะ หรือจะเอาไว้สร้างวิมานชั้นฟ้ากัน...ฮึ?

ก็สร้างวิมานจริงๆ นั่นแหละครับ นายบ่าวตอบยิ้มๆ เพราะเจ้าของเขาตั้งใจจะเนรมิตสวรรค์ด้วยการสร้างรีสอร์ตรองรับนักท่องเที่ยวน่ะครับ

จริงเหรอ? จิรเมธรีบชะโงกหน้าเข้ามาถามด้วยความอยากรู้

ครับ

แล้วรู้ไหมว่าใครเป็นเจ้าของ?เจ้าตัวชักอยากจะเห็นหน้าคนซื้อขึ้นมาตงิดๆ

รู้สิครับ คนที่นี่ไม่มีไม่รู้จักนายทุนหน้าใหญ่จอมละโมบโลภมากอย่างนายวิชาญหรอกครับ

น้ำเสียงดูแคลนของคนพูดบ่งบอกให้จิรเมธรู้สึกได้ทันทีว่า นายบ่าวนั่นชิงชัง ไอ้ความมักมาก ของคนที่ถูกกล่าวถึงมากมายขนาดไหน

ตัวเขาเองก็คิดอยู่เหมือนกันว่า เจ้าตัวคงจะมีพฤติกรรมเลวร้ายไม่แตกต่างไปจากที่คนขับกล่าวนักหรอก โดยเฉพาะหากชื่อเสียงเรียงนามที่เขารู้สึกคุ้นหูอยู่นี้เป็นบุคคลเดียวกันกับนักลงทุนชื่อเสียในแวดวงธุรกิจด้วยแล้ว จิรเมธเองก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าชาวบ้านในเขากะหมอกจะเดือดร้อนแสนสาหัสเท่าไรบ้างกับการกระทำของนายคนนี้...

ใช่นายวิชาญ บวรภัค รึเปล่า? เขาเลยลองถามดู

คุณจิมรู้ได้ยังไงครับ? สีหน้าประหลาดใจของคนขับที่หันกลับมาถามเขาเพียงแวบ เป็นคำตอบที่ดีอยู่แล้วสำหรับคนเป็นนาย เพราะว่า

เขาเดาถูก

นายบ่าว ขับรถตรงไปทางเข้าที่ว่านี้หน่อยสิจิรเมธไม่ตอบคำถาม แถมยังบอกให้สารถีขับรถตรงไปที่รีสอร์ตของนายทุนใหญ่ซะอีกต่างหาก เพราะต้องการจะดูลาดเลาอะไรบางอย่าง ก่อนที่จะคิดและตัดสินใจทำสิ่งใดลงไป

คนที่รับคำสั่งนั่งหน้าเหวออยู่เพียงชั่วครู่ ก่อนที่นายบ่าวจะหักพวงมาลัยไปตามเส้นทางที่เจ้านายหนุ่มต้องการในทันที โดยไม่มีข้อซักถามหรือโต้แย้งใดๆ ด้วยใบหน้าที่เขาเห็นอยู่ตอนนี้ฉายแววมุ่งมั่นจริงจังชนิดที่ว่า หากใครได้เห็น ก็คงไม่กล้าขัดความตั้งใจของอีกฝ่ายอย่างที่เขากระทำอยู่อย่างแน่นอน

 

เวลาผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง รถแวนสีดำก็ขับเคลื่อนมาถึงพื้นที่ก่อสร้างขนาดใหญ่ซึ่งอยู่ชิดติดริมถนน โดยมีผู้สัญจรที่นั่งอยู่ในรถคอยมองออกไปรอบๆ ด้านด้วยความสนอกสนใจ แล้วชายหนุ่มก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า พื้นที่ตรงนี้เจริญกว่าเส้นทางในซอกหลืบซอกเขาทางด้านหลังหมู่บ้านหลายขุม

และมันก็ตรงตามที่แผนที่ประเทศไทยบอกไว้จริงๆ แต่ตัวเขานั่นแหละที่เป็นคนหาไม่เจอเอง เพราะป้ายที่เคยบอกว่าเป็นทางเข้าหมู่บ้านเขากะหมอกนั้นถูกรื้อถอนนำไปโยนทิ้งไว้อย่างไร้ค่าตรงข้างทาง ทำให้จิรเมธยิ่งทวีความขุ่นเคืองแทนคนในหมู่บ้านอย่างไม่รู้ตัว

เลี้ยวรถเข้าไปเลยนายบ่าว เขาสั่ง เมื่อเห็นพลขับมีท่าทีละล้าละลัง ไม่กล้าเข้าไป

จะดีเหรอครับ? นายบ่าวเอ่ยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ ตัวเขาเคยได้ยินกิตติศัพท์ร่ำลือถึงความร้ายกาจของสองพ่อลูกจนหนาหูเลยทีเดียวว่า หากใครกล้ารุกล้ำเข้ามาในผืนดินแห่งนี้ละก็ เป็นต้องได้เจอดีแทบทุกราย

ไม่ต้องกลัว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ฉันจัดการเอง!” คนที่พอจะรู้กล่าวปลอบใจให้คนฟังสบายใจ

คนเป็นบ่าวจึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเคลื่อนรถเข้าไปตามทางดินลูกรังเล็กๆ ทันที

ทว่ายังไม่ทันที่ล้อรถจะได้เคลื่อนตัวไปไกลสักกี่ร้อยเมตร จู่ๆ รถยนต์สีขาวคันหรูที่วิ่งสวนออกมาก็หักปาดหน้าขวางลำกลางถนน เล่นเอานายบ่าวต้องรีบเหยียบเบรกจนตัวโก่ง พร้อมกับนึกแช่งชักคนขับรถในใจว่า

ขับรถแบบนี้อยากไปเฝ้ายมบาลรึไงวะ

แต่เจ้านายของเขานี่สิเก๋ากว่ากันเยอะ เพราะเจ้าตัวเล่นออกปากด่ากันโต้งๆ อย่างไม่เกรงกลัวผู้ใดเลยสักนิด

ขับรถแบบนี้มันวอนตายชัดๆ

จิรเมธจ้องรถยนต์สีขาวอย่างเอาเรื่อง ก่อนคนที่เขาเจริญพรจะก้าวขาเรียวยาวออกมาอวดโฉมให้ได้ยล  หล่อนเป็นสาวสวยโฉบเฉี่ยว หุ่นดี แลดูมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม สังเกตได้จากเครื่องแต่งกายแบรนด์ดังที่เจ้าหล่อนสวมใส่อยู่ ซึ่งตัดเย็บออกมาให้แหว่งโน่นเว้านี่ตามสมัยนิยมนั่นแหละ

วิรดา บวรภัค เคาะกระจกรถด้านคนขับอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นัก เมื่อเธอเดินนวยนาดมาถึง พอกระจกไฟฟ้าถูกปรับให้ลดระดับลงมาแล้ว สายตามุ่งร้ายก็พุ่งเป้าไปที่คนนั่งประจำตำแหน่งเป็นอันดับแรก

นี่แก ไม่รู้รึไงว่าตรงนี้เป็นพื้นที่ส่วนบุคคล ห้ามใครเข้ามาอย่างเด็ดขาด!” หล่อนเรียกจิกหัวคนขับที่มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าไม่มีสง่าราศีอันใดเลยสักนิด ด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์

ทว่าคนที่ไขข้อข้องใจของหล่อนกลับมิใช่นายบ่าว แต่เป็นคนฟังที่ได้ยินถ้อยคำดูถูกดูแคลนพวกตนชัดๆ เต็มสองหู หนุ่มหล่อจึงกระดิกปลายนิ้วปลดล็อกประตู ก่อนจะก้าวเท้าออกมายืนปรากฏกายให้อีกฝ่ายได้เห็นเต็มตา เพราะเขาอยากจะรู้นักว่าเจ้าหล่อนจะกล้าหาญชาญชัยเล่นงานเขาหรือไม่....

และถ้าสายตาของจิรเมธไม่ฝ้าฟางจนเกินไปละก็ ชายหนุ่มคิดว่าตนเองทันได้เห็นท่าทีตะลึงงันราวกับต้องมนตร์จากสาวสวยเสียด้วย

สวัสดีครับ ผมจิรเมธ เดชาธร จิรเมธโปรยยิ้มหวานละมุนที่เคยกระชากหัวใจทั้งสาวไทยสาวเทศ ไม่เว้นแม้แต่สาวนิโกรที่เขาไม่ใคร่พิสมัยนัก ส่วนสุ้มเสียงก็แสร้งดัดให้ฟังดูสุภาพเข้าไว้ ขี้คร้านเจ้าหล่อนจะรีบอยากทำความรู้จักกับเขาจนตัวสั่น

จากการลอบสังเกต ทำให้คาดเดาได้ไม่ยากว่าหญิงสาวคงเป็นคนสำคัญในพื้นที่นี้ทีเดียว ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันก็จะยิ่งเป็นการง่ายไม่ใช่หรือ ที่เขาจะขอใช้ผลประโยชน์จากหล่อนด้วยการขอผ่านทางเสียเลย

ส่วนตัวเขาก็จะตอบแทนอีกฝ่ายด้วยคำพูดรื่นหู และโปรยเสน่ห์ให้สาวสวยได้ชื่นฉ่ำหัวใจบ้างก็แล้วกัน

อุ๊ย! เดชาธรนี่... ใช่บริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจที่เขาร่ำลือกันรึเปล่าคะ? วิรดาร้องถามด้วยความตื่นเต้น

ใช่ครับ

โอ๊ยตายแล้ว! เป็นเกียรติจริงๆ ค่ะ ที่ได้รู้จักคุณ

แววตาของคนพูดวาววับเป็นประกาย เพราะท่าทางดูดี แต่งกายสะอาดสะอ้านที่มาพร้อมกับใบหน้าคมสันหล่อเหลา ทำเอาสาวสวยรุ่นใหม่หัวใจมากรักตกหลุมพรางความสุภาพอ่อนโยนจอมปลอมตั้งแต่แรกเห็น เจ้าหล่อนเลยต้องรีบเปลี่ยนท่าทีให้แลดูอ่อนหวานขึ้นมาอย่างกะทันหัน ในใจก็นึกอยากจะตบปากตัวเองนัก ที่ดันไปหาเรื่องกับพวกอภิมหาเศรษฐีระดับเขาได้

เช่นกันครับ เออ... คุณ... จิรเมธตอบรับด้วยแววตากรุ้มกริ่ม ก่อนจะเริ่มต้นแผนทำความรู้จัก

วิรดา บวรภัคค่ะ หรือจะเรียกสั้นๆ ว่า วินนี่ ก็ได้นะคะ หญิงสาวเผยอปากโรยยิ้มยั่วยวนใส่ชายหนุ่มตามวิสัย ก่อนจะเอ่ยถาม ไม่ทราบว่าคุณจิรเมธจะรังเกียจไหมคะ ถ้าวินนี่จะขอเรียกชื่อเล่นของคุณบ้าง

เมื่อเล็งเห็นสะพานที่อีกฝ่ายทอดมา คนหวังผลเลยรีบยิ้มรับกว้างกว่าเดิม

เต็มใจที่สุดเลยละครับ คุณวินนี่เรียกผมว่าจิมก้ได้ครับ หนุ่มเจ้าชู้ถือโอกาสเรียกชื่อเล่นของเธอเสียเลย จะได้สร้างความสนิทสนมคุ้นเคยระหว่างกัน

คนฟังเองก็ดูจะมีสีหน้าพอใจขึ้นมาทันตา วิรดากรีดยิ้มโปรยปรายให้หวานหยาดเยิ้มประทับใจหนุ่มหล่อมากขึ้น

ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณจิม แล้วแกล้งทำตาปรอยเรียกคะแนนความสงสาร เอ่ยขอโทษขอโพยเขาอย่างสำนึกผิด เมื่อกี้นี้วินนี่ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่เสียมารยาทไปหน่อย

ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมต่างหากที่ทะเล่อทะล่าหลงเข้ามาโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ

อุ๊ย! อย่าพูดแบบนั้นสิคะ วินนี่เต็มใจต้อนรับคุณอยู่แล้วค่ะ สาวสวยชม้ายชายตามองหนุ่มหล่ออย่างเชื้อเชิญ ราวกับจะบอกเป็นนัยๆ ว่า

อย่าว่าแต่แค่เต็มใจต้อนรับเลย ทั้งตัวของฉันก็ยินดียกให้คุณค่ะ

คนรับสารกระตุกยิ้มบนมุมปากนิดๆ โดยที่คนมองไม่รู้เลยว่า

มันเป็นรอยยิ้มหยันหรือแววพึงพอใจกันแน่?

ขอบคุณมากนะครับ เขาแย้มยิ้มซาบซึ้งใจได้อย่างแนบเนียน ก่อนจะเอ่ยถาม ว่าแต่ทางตรงนี้มันเคยเป็นถนนมาก่อนรึเปล่าครับ?

คุณจิมรู้ได้ยังไงคะ? แววตาของวิรดาเหล่อมองชายหนุ่มอย่างไม่ไว้ใจทันที จนจิรเมธต้องรีบเอ่ยแก้ตัวเป็นการด่วน

คือ... ผมดูเอาจากแผนที่น่ะครับ

ใช่ค่ะ แต่ตอนนี้คุณพ่อของวินนี่ซื้อที่ดินตรงนี้เอาไว้หมดแล้วเพื่อทำรีสอร์ต เลยไม่อนุญาตให้คนแปลกหน้าเข้าออก เพราะชอบมีพวกหัวรุนแรงไม่เห็นด้วยเข้ามาเกะกะระรานท่านบ่อยๆ น่ะค่ะ หล่อนอธิบายพร้อมกับใส่สีตีไข่เรื่องเข้าไปอีก

มีด้วยเหรอครับ?

มีสิคะ ก็พวกชาวบ้านหัวโบราณในเขากะหมอกโน่นไงละคะ วิรดาแบะปากอย่างดูแคลน ไม่รู้ว่าจะอนุรักษ์ชีวิตพอเพียงจนๆ อะไรกันนักกันหนา

จริงเหรอครับ? ชายหนุ่มแสร้งทำตาโต ราวกับว่าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อนเลย

ค่ะ โดยเฉพาะตาผู้ใหญ่บ้านกับยายลูกสาวนี่นะคะ ทั้งหยิ่ง จองหอง แล้วก็คร่ำครึ จนวินนี่สุดจะทนจริงๆ ค่ะ

ฉันก็สุดจะทนกับพวกปากมากชอบนินทาว่าร้ายคนอื่นแบบเธอเหมือนกันนั่นแหละ

คนฟังนึกย้อนคนพูดด้วยความไม่พอใจ ข้อหาที่หล่อนกล้ามาแตะต้องแม่สาวตาคมของเขาโดยไม่ขออนุญาต แต่จิรเมธยังอดทนยืนฟังหล่อนพล่ามต่อไปว่า

บอกตามตรงนะคะ วินนี่เคยไปคุยกับคนพวกนั้นครั้งหนึ่ง ตอนที่คุณพ่อยื่นข้อเสนอดีๆ เพื่อหวังจะช่วยพัฒนาหมู่บ้านให้ แต่พวกมันกลับปฏิเสธ แถมยังไล่พวกเราอย่างกับหมูกับหมา ตั้งแต่วันนั้นวินนี่ก็ไม่ไปเหยียบที่นั่นอีกเลย เพราะไม่อยากจะเอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้วกับพวกคนชั้นต่ำน่ะค่ะ ดวงตาวาวโรจน์ของสาวสวยบ่งบอกว่ายังคงแค้นฝังหุ่นอยู่ไม่หาย

ถ้าอย่างนั้นผมคงจะต้องระวังตัวบ้างแล้วละครับ เพราะผมกำลังจะไปที่นั่นอยู่พอดี จิรเมธเอ่ยยิ้มๆ แต่แววตานี่สิ... เรียบเฉย

จริงเหรอคะ? วิรดาหน้าถอดสีลงทันตาที่เธอดันดวงซวยซ้ำสอง พูดจุดไต้ตำตออีกฝ่ายเข้าให้จังเบ้อเริ่ม เอ่ยถามเขาเสียงเจื่อนๆ เอ่อ... ว่าแต่คุณจิมจะไปที่นั่นทำไมกันคะ?

ไปส่งของน่ะครับ พอดีคุณพ่อของผมเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของชาวบ้าน ผมก็เลยต้องมารับช่วงดูแลต่อ เพราะท่านไม่มีเวลาครับ ชายหนุ่มรีบขยายความเพิ่มเติม เพราะไม่ต้องการให้เสียเรื่อง

ก็ใครมันอยากจะกลับไปปีนป่ายสะพานแขวนเหมือนเดิมบ้างล่ะ!

ตายแล้ว! ทำไมคนระดับคุณจะต้องไปส่งของให้กับหมู่บ้านป่าเถื่อนแบบนั้นด้วยล่ะคะ สาวสวยจีบปากจีบคอพูดใส่ไฟ ไอ้พวกบรรดาชาวบ้านในเขากะหมอกตัวดีนี่แหละที่ถ่วงความเจริญไม่ยอมขายที่ดินที่มีทัศนียภาพสวยงามให้แก่บิดาของเธอ โดยอ้างว่าผืนแผ่นดินแห่งนี้มีไว้ปลูกสวนทำไร่เท่านั้น มิใช่เอาไว้หาผลประโยชน์หรือกำไรด้านอื่น

ตอนที่ได้ยินเช่นนั้นวิรดาเองเนี่ยแหละที่รู้สึกคลื่นไส้ แทบอยากจะอ้วกใส่พวกคนจนที่ริจะทำตัวเป็นผู้มีอุดมการณ์นักเชียว

จริงๆ ผมก็ไม่อยากจะมาที่บ้านนอกคอกนาแบบนี้หรอกครับ แต่ก็ขัดใจคุณพ่อไม่ได้ เลยต้องจำใจมา

คนตัวสูงกล่าวไปเรื่อย สีหน้าแกนๆ ช่างผิดแผกกับความรู้สึกภายในใจไปอย่างสิ้นเชิง  จงใจให้ตนดูเป็นคนคอเดียวกันกับหล่อน จะได้ง่ายต่อการเจรจาต่อรอง

 อย่างนั้นเองเหรอคะ วิรดาพยักหน้ารับรู้ วินนี่เห็นใจคุณจิมจังเลยค่ะ ที่ต้องทนกับพวกขี้ครอกไร้สมองแบบนี้

เธอต่างหากที่น่าสงสาร ผู้หญิงเห็นแก่ตัวที่เที่ยวอยากได้ใคร่มีของคนอื่นเขาไปทั่ว

จิรเมธกระตุกยิ้ม แอบปรายตาหยันอีกฝ่าย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นเทพบุตรตามเดิม ในใจก็นึกย้อนไปถึงคำสอนของบิดาที่เคยกล่าวไว้แก่เขาว่า

คนดี... ไม่ได้วัดกันที่ค่าของเงิน

เขาเพิ่งจะรู้ว่ามันเป็นความจริง... ก็วันนี้แหละ

คิดแล้วจิรเมธก็พลันฉงนใจว่าเหตุใดเขาจึงมีความคิดเปลี่ยนแปลงไปเช่นนี้ได้ อันที่จริงนักลงทุนแบบเขาควรจะเห็นด้วยกับพวกพ้องอย่างวิรดาเสียมากกว่า

สงสัยคงจะเป็นเพราะคำพูดของแม่สาวใต้ละมั้ง ที่แทรกซึมเข้ามาสู่ห้วงคำนึงของเขาทีละนิด... ทีละหน่อย... เพื่อคอยตอกย้ำทำให้เขาเริ่มเข้าใจความทุกข์ยากของชาวบ้าน ทั้งความขัดสนยากจน การถูกกลั่นแกล้งจากพวกนายทุน และความตรากตรำที่ลัลนาต้องนั่งหลังขดหลังแข็งผลิตน้ำมันไบโอดีเซล เพื่อหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนรุ่นใหม่ ถึงแม้จะไม่มีใครเห็นค่าเลยก็ตามที

แต่มีเขาหนึ่งคนนี่แหละ ที่รู้สึกเห็นค่าและประทับใจ จนต้องการจะโอบอุ้มช่วยเหลือเธอให้สมหวัง

ถ้าหากจะเปรียบกับสาวสวยตรงหน้า ที่เอาแต่สาธยายความร้ายกาจของหล่อนผ่านกลีบปากสีสดฉูดฉาดออกมาให้เขาได้รู้เช่นเห็นชาติแล้วละก็ รูปลักษณ์งามตาที่กอปรกันขึ้นมาบนดวงหน้าทุกส่วนสัด ผ่านการแต่งองค์ทรงเครื่องจนดูสวยโฉบเฉี่ยวโดดเด่นเป็นยิ่งนัก หนำซ้ำหญิงสาวยังมีอาวุธพิชิตใจชายด้วยผิวพรรณที่ขาวจัดอมชมพู เนียนละเอียดราวกับเพชรน้ำหนึ่งที่ส่องแสงแวววาวน่าจับต้อง

ทว่ากลับไม่สามารถกระตุ้นแรงจิตพิศวาสให้เกิดแก่เขาได้เลย

เพราะความสวยเจิดจรัสทั้งหลายพังทลายไปอย่างง่ายดาย ด้วยน้ำคำดูถูกเหยียดหยามที่ส่อให้เห็นถึงจิตใจอันมืดดำที่ถูกห่อหุ้มอยู่ภายใน และแน่นอนว่าเขาเองก็ไม่อยากจะเสียเวลาหยุดยืนเสวนากับดอกไม้งาม แต่ไร้กลิ่นหอมหวนชวนดมให้นานไปกว่านี้

แย่จังเลยนะครับ จิรเมธตีสีหน้าเหมือนว่าเห็นด้วย ในใจก็เพียรหาทางเข้าเรื่องสำคัญเสียที

ใช่ค่ะ คุณจิมเองก็ต้องระวังตัวเอาไว้ให้มากๆ นะคะ คนพูดแสดงท่าทางเป็นห่วงเป็นใยชายหนุ่มเสียเต็มประดา ก่อนจะใช้โอกาสนี้รุกคืบเข้าหาคนรวยๆ ขึ้นอีกนิด โดยการหยิบนามบัตรส่งให้เขาอย่างหวังผล ถ้าเกิดว่ามีปัญหาอะไรละก็ โทร. หาวินี่ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ วินนี่ยินดีช่วยเต็มที่ค่ะ

ขอบคุณมากนะครับ คนหวังผลเช่นกันรับนามบัตรมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก่อนจะเกริ่นเข้าสู่ประเด็นที่ตนต้องการ เมื่อเห็นว่าถึงจังหวะเหมาะ ผมเกรงใจจังเลยครับ แต่ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะขอผ่านทางไปสักหน่อยได้ไหมครับ?

ไม่มีปัญหาค่ะ เชิญคุณจิมผ่านไปได้ทุกเมื่อ วิรดาแย้มยิ้มบอกอย่างเต็มใจ เพราะเป็นโอกาสที่เธอจะได้สานต่อความสัมพันธ์กับพ่อหนุ่มไฮโซนามสกุลดังทั้งทีนี่นา แล้วเรื่องอะไรที่เธอจะไม่รีบคว้าไว้ล่ะ

ขอบคุณจริงๆ ครับคุณวินนี่ จิรเมธฉีกยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจ ไม่ลืมที่จะหยอดคำหวานเป็นรางวัลให้แก่หล่อน คุณทั้งสวย แล้วก็ใจดีแบบนี้ ทำให้ผมชักจะนึกอิจฉาผู้ชายที่ได้เป็นแฟนของคุณซะแล้วสิครับ

หนุ่มไทยหัวใจนอกโปรยเสน่ห์ด้วยการยักคิ้วหลิ่วตาให้เจ้าหล่อนตามวิสัย รอยยิ้มแห่งการค้า เล่นเอาสาวสวยถึงบิดตัวม้วนอายด้วยความขัดเขินที่แสร้งกระทำให้พอดูน่ารัก รีบประกาศตัวเป็นโสดทันที

อุ๊ยตายแล้ว! แฟนเฟินอะไรกันล่ะค่ะ วินนี่ไม่มีหรอกค่ะ

ฮ้า! จริงเหรอครับ คุณวินนี่แกล้งหลอกให้ผมดีใจเล่นหรือเปล่า? ทั้งที่รู้ว่าคำพูดของหล่อนนั้นเชื่อไม่ได้ แต่เจ้าตัวก็แกล้งทำเป็นออกอาการลิงโลดไปอย่างนั้น

จริงสิคะ สาวสวยย้ำอย่างหนักแน่น เพราะต่อแต่นี้ไปเธอจะครองตัวไว้ให้เขาเพียงคนเดียว ส่วนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่อยู่ในสต๊อกนั้น เธอจะจัดการโละทิ้งซะให้หมด

ถ้าเป็นแบบนี้ ผมคงจะต้องแวะเวียนมาที่นี่บ่อยๆ แล้วละครับ แววตาของหนุ่มขี้เล่นส่อแววเจ้าเล่ห์ เพราะการที่เขาจะผ่านมาที่นี่ มีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้นคือ...

แค่ขอผ่านทาง!

อุ๊ย! คุณจิมนี่ละก็ พูดอะไรก็ไม่รู้ วินนี่เขินไปหมดแล้วนะคะคนที่เข้าใจผิดไปใหญ่โตยิ้มร่าเบิกบาน ราวกับเป็นสาวแรกรุ่นก็ไม่ปาน

ฮะๆๆ ผมพูดเรื่องจริงครับ

ถึงปากจะหัวเราะ แต่ในใจอดนึกสังเวชอีกฝ่ายไม่ได้ พลางให้คิดเปรียบเทียบไปถึงแม่สาวตาคมว่า ลองเขาพูดจาก้อร่อก้อติกใส่เธอแบบนี้เข้าละก็ มีหวังแม่คุณได้ยกครกพร้อมสากมาทุ้มหัวเขาแน่นอน

พอพูดถึงแล้ว... ก็ชักจะคิดถึงหล่อนขึ้นมาจับใจ ปากหยักเชิดจึงหันไปกล่าวอำลาสาวสวยเป็นการด่วน

ผมคงต้องขอตัวลาก่อนละครับ เดี๋ยวค่ำมืดไปกว่านี้จะลำบาก

ว้า! คุณจิมจะไปแล้วเหรอคะ ทั้งที่เราเพิ่งจะได้คุยกันแค่นิดเดียวเอง คนฟังบ่นอย่างเสียดาย พยายามยื้ดยุดเขาไว้

เอาไว้คราวหน้า ผมจะแวะมาคุยด้วยใหม่นะครับ

ท้ายที่สุดเมื่อมิอาจจะฉุดรั้งเขาเอาไว้ได้ สาวมาดร้ายจำต้องสร้างภาพหญิงสาวผู้แสนดีให้เขาประทับใจก่อน

ไม่เป็นไรค่ะ วินนี่เข้าใจว่างานต้องมาก่อนเสมอ

ขอบคุณมากนะครับที่เข้าใจผม หนุ่มหล่อส่งรอยยิ้มละมุนไปยังหล่อน นี่ถ้าไม่เกรงใจกันละก็ เขาจะกระโดดร้องไชโยให้ดังลั่นไปเลยทีเดียว ที่สามารถสลัดแม่สาวร้อยหน้าออกไปให้พ้นตัวได้เสียที

วันหลังถ้าคุณจิมผ่านมาเมื่อไหร่ อย่าลืมแวะทักวินนี่ก่อนนะคะ วินนี่จะรอคุณอยู่ที่นี่ตลอดเวลาค่ะ ไม่วายหยอดคำหวานในหัวใจของเขาทิ้งม้าย  

ด้วยความยินดีและแน่นอนครับ จิรเมธโค้งกายโปรยยิ้มอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะเปิดประตูก้าวขึ้นรถไปอย่างรวดเร็ว เขาปรับกระจกลงมาโบกมืออำลาเจ้าหล่อนตามมารยาท ผมไปก่อนนะครับคุณวินนี่ แล้วก็ขอบคุณในความช่วยเหลือครับ

ด้วยความยินดีค่ะ วิรดาโบกมือลาเขาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน จนเมื่อรถแวนสีดำเคลื่อนจากไปแล้ว เรียวปากสีสดจึงเหยียดออก พร้อมกับใบหน้าที่เชิดขึ้นด้วยความหมายมั่นว่า

ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้... น่ารักน่าเก็บเอาไว้เป็นสมบัติของเธอซะจริง

อีกไม่นานหรอก... เขาจะต้องโผเข้ามาซบอกเธอแน่ๆ


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดีค่าาาาาา

อ่านตอนนี้ ใครรู้สึกว่าคู่นี้เขาเหมาะที่จะฟาดฟันกันบ้างคะ?

ไรเตอร์คนหนึ่งละที่ชอบเขียนฉากตาจิมเจอวินนี่มาก มันต้องชิงไหวชิงพริบกันตลอดๆๆๆ

แต่งานนี้ใครอยู่ ใครจะไป เราต้องมาช่วยกันตามลุ้นเอานะคะ

บอกตอนนี้ เดี๋ยวไม่สนุก...อิอิ

ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!

2 ความคิดเห็น