ใต้ร่มใบภักดิ์

ตอนที่ 24 : แกลลอนที่ 11 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 128
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    12 ก.พ. 60



หลังจากจิรเมธไปเดินหาซื้อแพ็กเกจให้ลัลนาได้จนครบ ของทั้งหมดก็ถูกลำเลียงส่งมานอนกองไว้ที่ห้องเก็บของในคฤหาสน์หลังงามตอนเย็นวันนั้น เป็นเหตุที่เกือบจะสร้างความโกลาหลให้แก่บ้านเดชาธรอย่างหวุดหวิด เมื่ออำไพพรรณผ่านเข้ามาเจอพอดี

นี่มันของอะไรกันน่ะตาจิม? เธอเอ่ยถามลูกชายอย่างสงสัย

อ๋อ... เออ... คือ... คนที่ไม่ทันคิดหาข้ออ้างไว้แน่เนิ่นๆ ออกอาการอึกอัก ก่อนจะหัวไว รีบบอกมารดาเป็นคุ้งเป็นแคว พอดีเพื่อนผมเขากำลังจะลงทุนทำน้ำมันไบโอดีเซลกับสบู่ดำขายน่ะครับ เขาก็เลยมาปรึกษา ผมเห็นว่ามันน่าสนใจดี เลยไปช่วยหาแพ็กเกจมาให้ แล้วก็กะจะร่วมลงขันทำด้วยกันซะเลยครับ 

เหรอลูกอำไพพรรณพยักหน้า แต่ก็อดถามด้วยความเป็นห่วงมิได้ แล้วเขาไว้ใจได้รึเปล่าล่ะ?

ได้แน่นอนครับ คนฟังรับตอบรับหนักแน่น พร้อมทั้งเอ่ยอ้างชื่อของเพื่อนสนิทออกไป ก็เจ้าภูที่คุณแม่เคยเจอนั่นแหละครับ

อ๋อ... เด็กที่ชอบทำสวนทำไร่คนนั้นนี่เอง งั้นแม่ค่อยวางใจหน่อย เพราะตาภูน่ะเป็นคนซื่อๆ คงไม่คิดโกงใครหรอก

ครับ คนฟังยิ้มรับแห้งๆ รู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ ที่ตนพูดปดกับมารดา แต่ไหนๆ เรื่องก็เลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้ว เขาจึงจำเป็นจะต้องเดินหน้าต่อไปให้ถึงที่สุดนั่นแหละ!

เอ่อ คุณแม่ครับ ศุกร์นี้ ผมจะลงไปหาเจ้าภูที่ต่างจังหวัดสักหน่อยนะครับ ก็ว่าจะไปช่วยดูเรื่องแพกคเกจให้เรียบร้อยนี่แหละครับ

ไปเถอะจ้ะลูก เรื่องหาเงินหาทองแบบนี้ แม่สนับสนุนเต็มที่เลยจ้ะ อำไพพรรณบอกกับบุตรชายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยขอตัวกับเขา เพื่อไปนอนทำสปากับเพื่อนคุณหญิงคุณนายและช่างชื่อดังที่ตนนัดไว้ งั้นเดี๋ยวแม่ไปก่อนนะลูก พอดีนัดน้าดาเขาไว้ว่าจะไปขัดผิวนวดตัวด้วยกันซะหน่อย ช่วงนี้แม่รู้สึกล้าๆ ผิวพรรณก็ดูไม่สดชื่นยังไงชอบกล

ครับ คนเป็นลูกยิ้มรับ ตรงเข้ามาประคองให้ท่านเดินขึ้นรถเก๋งทรงยุโรปคันหรูไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อที่เขาจะได้จัดการธุระที่เหลือต่อให้เสร็จสิ้นเสียที

เมื่อรถของมารดาเคลื่อนตัวลาลับไปแล้ว จิรเมธจึงเดินเข้ามาที่ห้องโถงเพื่อขอเบอร์โทร. ของลัลนากับบิดา เขาโทร. ศัพท์ไปสอบถามสรรพคุณของไบโอดีเซลและสบู่ดำกับคนทำ เพื่อที่จะได้ประมวลเอาประโยชน์ใช้สอยเจ๋งๆ นำมาทำเป็นป้ายสติกเกอร์โฆษณาเชิญชวนจูงใจให้คนอยากซื้อหา

สวัสดีค่ะ เสียงหวานสดใสดังมาตามสาย

แหม พูดซะเพราะพริ้งเชียวนะ... ยายตัวดี

น้ำเสียงยียวนกวนประสาทที่ดังขึ้นมาพร้อมกับคำเรียกขานเธอเช่นนี้ ไม่มีใครอีกแล้ว นอกเสียจาก...

นายหน้าขาว!” ลัลนาตะเบ็งเสียงใส่มือถือด้วยความประหลาดใจเป็นที่สุด พร้อมทั้งคิดไปว่า

ทำไมหน๊อ... ทำไมหนอ หมอนี่ถึงได้ตามราวีเธอไปซะทุกทีเลยเชียว

ไม่เว้นแม้แต่... วันหยุดนักขัตฤกษ์หรือวันยุดราชการ

นี่ถ้าไม่เกรงใจกัน เขาคงจะตามไปตอแยเธอถึงในฝันด้วยแล้วล่ะมั้ง

ฝ่ายคนที่รับเดซิเบลเกินขีดจำกัดเข้าไปเต็มๆ สองหู ก็ได้แต่ร้องโวยวายตามเสียงเธอมาติดๆ

โอ๊ย! แสบแก้วหูชะมัด ยายเสียงสิบแปดหลอด จิรเมธรีบยกโทร. ศัพท์ออกห่างจากตัว รอให้หูอื้อๆ ของเขาหายมึนงงกับเสียงแหลมปี๊ดของเธอสักพัก แล้วจึงวางเครื่องมือสื่อสารรุ่นจิ๋วแนบไว้ที่ใบหูใหม่อีกครั้ง

นี่เธอคิดถึงฉันมากซะจนต้องตะโกนให้ชาวบ้านชาวช่องได้ยินไปกันไปหมดเลยเหรอ? เขาถามขำๆ

บะ...บ้า คนผีทะเล หลงตัวเอง ปลายสายแหวกลับมาด้วยน้ำเสียงติดๆ ขัดๆ ออกอาการเก้อเขินแกมหมั่นไส้ ใครเขาไปคิดถึงนายกันยะ?

ก็เธอไง พ่อจอมกวนเอ่ยยอกย้อนด้วยความชอบอกชอบใจ

ตื้ดดด!

แต่แล้วเสียงสัญญาณจากคนเมืองตรังก็ขาดหายไปเสียดื้อๆ ทำให้คิ้วเรียวเข้มขมวดปมเข้าหากันทันใด พลางลดโทร. ศัพท์ในมือลงมาดูที่หน้าจออย่างฉงนใจ

ยายตัวดี! เดี๋ยวนี้ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ กล้าวางสายใส่ฉันเลยเชียวเหรอ!?

 จิรเมธถึงกับฉุกกึก ก่อนจะกดหมายเลขกลับไปใหม่อีกครั้ง เขากระแทกเสียงไปตามคลื่นสัญญาณ เมื่อมีคนรับสาย

ฮัลโหล

มีอะไรอีกล่ะ?

อีกฝ่ายถามกลับมาอย่างรำคาญ ยิ่งเท่ากับเป็นการตอกย้ำถึงสิ่งที่ชายหนุ่มคิดอยู่ หนุ่มเมืองกรุงเลยถามเสียงห้วนอย่างเอาเรื่อง

เมื่อกี้เธอวางสายใส่ฉันทำไม?

ก็ใครใช้ให้นายโทร. มาพูดจาไร้สาระกับฉันก่อนล่ะ?

ฉันพูดจาไร้สาระตรงไหนกัน...ฮึ? ตนตอบทำเสียงขึ้นจมูก แต่ยังไม่วายที่จะเอ่ยกระเซ้าเจ้าหล่อนต่อไปว่า ก็เธอเล่นพูดเสียงดังขนาดนั้น ไอ้ฉันก็เลยหลงดีใจนึกว่าจะคิดถึงกันบ้างซะอีก

เชอะ!” ลัลนาพ่นลมออกทางจมูกดังพรืดเป็นการสวนกลับแบบเดียวกันเป๊ะ ฉันจะไปคิดถึงนายทำบ้าอะไร ดีใจละสิไม่ว่า ที่ตัวป่วนอย่างนายกลับกรุงเทพไปได้ซะที

เธอนี่มันไม่มีน้ำใจจริงๆ ทั้งที่ฉันตั้งใจโทร. มาก็เพราะเรื่องหมู่บ้านของเธอแท้ๆ จะพูดจาหวานๆ ให้ชื่นใจสักคำก็ไม่มี คนฟังบ่นอุบราวกับว่ากำลังน้อยใจคนพูดโดยไม่รู้ตัว

น้ำเสียงสะบัดสะบิ้งของอีกฝ่ายทำให้ลัลนาต้องเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ไม่น่าเชื่อว่าพ่อนักธุรกิจหนุ่มหน้าเลือดจะมีอารมณ์น้อยเนื้อต่ำใจเหมือนกับคนอื่นเขาเป็นด้วย ซ้ำเขายังเป็นกับคู่ปรับเธออีกต่างหาก ถึงแม้หญิงสาวจะเริ่มรับรู้ถึงอาการแง่งอนของเขาได้ตั้งแต่ประโยคแรกที่อ้าปากเอ่ยออกมาก็ตามที

เจ้าค่าอิฉันผิดไปแล้ว คุณท่านมีอะไรจะสั่งก้ว่ามาสิเจ้าคะ?คนผิดพูดเสียงอ่อนลง แต่ยังคงแฝงแววประชดประชันไว้อย่างแสบๆ คันๆ

คนอะไรชอบพูดจากระแหนะกระแหนนัก คนตัวสูงยังไม่วายบ่นกระปอดกระแปด แต่ก็เอาเถอะ...ฉันรู้ว่าเธอมักจะเป็นแบบนี้บ่อยๆ ฉันเลยไม่อยากจะถือสา

ถ้อยคำเหน็บกลับของพ่อคนปากดี ทำเอาคนฟังแทบอยากตะโกนบอกเขาเสียเหลือเกินว่า

นายเองมันก็ช่างจิกกัดไม่แพ้กันหรอกย่ะ

แต่ลัลนาก็เลือกที่จะเงียบปากไว้ ไม่อยากเก็บเอาคำพูดของเขามาเป็นอารมณ์อีก เธอจึงหันเหความสนใจมาในสิ่งที่เขากำลังจะกล่าวต่อไป

ที่โทร. มานี่ ก็เพราะฉันสั่ง…” จู่ๆ สิ่งที่จิรเมธตั้งใจจะบอกแก่หญิงสาวก็พลันหลุดหายเข้าไปในลำคอเสียดื้อๆ เมื่อเจ้าตัวนึกเรื่องสนุกๆ ขึ้นมาได้ว่า

เอาไว้เขาค่อยไปทำเซอร์ไพรส์ให้หล่อนน้ำตาท่วมด้วยความตื้นตันถึงที่โน่นดีกว่า

หนุ่มขี้เล่นจึงรีบเบี่ยงประเด็นไปเสีย

พอดีฉันอยากจะรู้สรรพคุณของไบโอดีเซลที่เธอทำอยู่น่ะว่ามันดียังไง?

มันก็มีหลายด้านนะ นายจะเอาด้านไหนบ้างล่ะ? ลัลนาบอกอย่างเป็นงานเป็นการ

ทุกด้านที่เธอรู้

อย่างแรกเลย ไบโอดีเซลเอามาเป็นเชื้อเพลิงทดแทนน้ำมันดีเซลได้

มันใช้แทนดีเซลได้เลยเหรอ? จิรเมธถาม เพราะไม่เคยรู้

ได้สิ นายจะเอามาใช้เป็นน้ำมันเพียวๆ หรือจะเอาไปผสมกับน้ำมันดีเซลก็ได้นะ ลัลนาตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแจ่มใสยิ่งขึ้น เป็นผลพวงของแรงกระตุ้นที่เกิดจากจิตวิญญาณของสาวหัวอนุรักษ์ที่อยากจะบอกเล่าและเผยแพร่เรื่องราวดีๆ ในสิ่งที่เธอทำ... ให้คนอื่นได้รับรู้

จากตรงนี้ มันก็จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยนะ เธอกล่าวเสริม

ยังไงเหรอ? จิรเมธถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

ก็ไบโอดีเซลน่ะไปช่วยหล่อลื่นแทนกำมะถันในน้ำมันดีเซล เลยช่วยลดฝุ่นละอองหรือพวกควันดำได้ ทำให้เครื่องยนต์เผาไหม้สมบูรณ์จนไม่เกิดการอุดตัน

อืม... ฟังแล้วน่าใช้จริงๆ ด้วยแฮะ หนุ่มนักพัฒนาคิดตาม แล้วก็เห็นจริงตามที่หญิงสาวบอก

ใช่ไหมล่ะ นอกจากนี้ยังช่วยในด้านเศรษฐกิจได้อีกนะ

น้ำเสียงของคนพูดที่บ่งบอกถึงความภูมิใจ ทำให้คนฟังนึกไปถึงข่าวคราวของน้ำมันในตลาดที่เขาเคยได้ยินมาบ้างว่า

ในอนาคต แนวโน้มของการใช้เชื้อเพลิงจะเพิ่มปริมาณสูงขึ้น เพราะภาคอุตสาหกรรมที่เจริญเติบโต จนนักวิชาการหลายคนคาดการณ์ว่าอีกสี่สิบปีข้างหน้า น้ำมันปิโตเลียมอาจจะหมดไปจากโลก

เธอหมายถึง... มันจะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้ใช่ไหม? จิรเมธเอ่ยถามต่อ เริ่มจะเข้าใจลางๆ

ฉลาดเหมือนกันนี่ หญิงสาวหัวเราะขานรับเสียงใส แต่กว่าเราจะได้เห็นผลของมันก็ในระยะยาวน่ะ เลยไม่ค่อยมีคนให้ความสำคัญสักเท่าไร

นั่นน่ะสิ น่าเสียดายอออก จิรเมธบอกอย่างเห็นด้วย

นักธุรกิจเช่นเขา หากเห็นทรัพยากรสิ่งใดที่พอจะนำมาแปรเป็นต้นทุนได้ละก็ เขาจะไม่รีรอรีบลงมือทำทันที เพราะไม่แน่ว่ามันอาจจะกลายเป็นผลกำไรอันมหาศาลให้แก่เขาในวันข้างหน้าก็ได้

แล้วยังมีประโยชน์ด้านอื่นอีกไหม? จิรเมธซักต่อเพราะเริ่มที่จะสนใจ

มีสิ เสียงหวานๆ รีบร้องบอก นายรู้ไหมว่านอกจากเราจะผลิตน้ำมันไปโอดีเซลจากต้นปาล์มและน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว ต้นสบู่ดำก็เป็นพืชอีกชนิดที่เราสามารถนำผลของมันมาบีบสกัดเอาไปทำน้ำมันได้เหมือนกัน แถมกลีเซอรีนที่แยกตัวออกมาเราก็จะเอาไปทำเป็นสบู่ ส่วนกากที่เหลือก็ยังทำเป็นปุ๋ยได้อีกด้วย

แล้วไอ้สบู่ที่ว่านี่มันมีสรรพคุณยังไงบ้างล่ะ?

ก็ช่วยลดพวกอาการผดผื่นตามร่างกายไงละ แถมพอผสมสมุนไพรอย่างขมิ้นกับมะกรูดลงไปด้วย ก็จะยิ่งช่วยในเรื่องผิวพรรณให้ดูเปล่งปลั่งสวยงามเพิ่มขึ้นอีก

โอเค พอแล้วละเขาบอกหญิงสาว เพราะคิดว่าตนมีไอเดียเลิศหรูมาชักจูงใจคนซื้อได้แล้ว จึงรีบกล่าวลาหญิงสาว เพื่อจะโทร. . ไปสั่งงานเลขาสาวของบิดาต่อ จะได้นำของไปส่งให้ถึงมือเจ้าหล่อนครบถ้วนทันการ เอาละ...ฉันขอตัวไปทำงานด่วนก่อนนะ

อะไรกัน อยากรู้แค่นี้เองเหรอ? ลัลนาร้องถามอย่างขัดใจ เพราะเธออยากจะโม้ต่ออีกนิดแท้ๆ

ไม่ต้องห่วงหรอกน่า พอเย็นวันศุกร์เมื่อไหร่ ฉันจะรีบบินลงไปคุยกับเธอให้หายคิดถึงกันไปเลยนะ ฮะฮ่าๆ

คนฟังไม่วายแอบสัพยอกสาวเจ้าอย่างสนุกปาก ก่อนจะรีบกดตัดสายไปด้วยความว่องไว ด้วยถ้าขืนมัวชักช้ากว่านี้ละก็ แก้วหูของเขาคงจะได้ทะลุเพราะเสียงแหลมๆ ที่ออกอาการเหวี่ยงวีนของยายตัวแสบเป็นแน่แท้

 “ยี้... ตาบ้า บ้าๆๆๆ ใครเขาจะมัวเอาเวลาไปนั่งคิดถึงนายกันยะแล้วมันก็เป็นไปตามที่ชายหนุ่มคาด เพราะลัลนาร้องโวยวายด้วยความขัดอกขัดใจขึ้นมาทันที

แต่เสียงที่ตอบกลับมาเป็นความเงียบ ทำให้คนฟังรู้ว่าเธอถูกพ่อตัวดีเล่นงานย้อนศรเข้าให้เสียแล้ว

ตาบ้า มาตัดสายฉันทิ้งได้ยังไง ทำแบบนี้มันเลียนแบบกันชัดๆ ลัลนาบ่นอุบ ทั้งโมโหปนขำ

สาวตาคมแย้มยิ้มกับโทร. ศัพท์ด้วยใบหน้าเบิกบานอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะเดินกลับไปทำงานที่คั่งค้างของเธอต่อด้วยหัวใจที่ดูจะพองโตมากกว่าเดิม

 

จิรเมธใช้เวลาจัดการเรื่องทุกอย่าง รวมทั้งการจัดเตรียมบรรจุภัณฑ์ ข้าวของอุปกรณ์ต่างๆ การคิดโลโก้และชื่อแบรนด์ของสินค้า ซึ่งชายหนุ่มตกลงใจใช้คำว่า กะหมอก ต่อท้ายผลิตผลที่ได้ อาทิเช่น

น้ำมันไบโอดีเซล ก็ใช้เป็น ไบโอกะหมอก

ส่วนสบูดำที่ได้ ก็จะเรียกสั้นๆ ว่า สบู่กะหมอก

และถ้าเป็นปุ๋ยก็ยิ่งเรียกง่ายเข้าไปใหญ่ว่า ปุ๋ยกะหมอก

ทั้งนี้เพราะนักการตลาดหนุ่มต้องการให้ชื่อของหมู่บ้านแห่งนี้ฮิตติดหู จดจำง่ายและเป็นที่รู้จักต่อไปในภายภาคหน้าจากบรรดานักซื้อนั่นเอง

 นอกจากนี้จิรเมธยังคอยสั่งการให้ปานสุดาเร่งผลิตสติกเกอร์ของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด โดยระบุสรรพคุณทั้งที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษเอาไว้เสร็จสรรพ เพื่อมุ่งหวังให้แบรนด์กะหมอกสามารถโกอินเตอร์ไปในคราวเดียวกันเลย จนในที่สุดก็เสร็จทันภายในระยะเวลาแค่สองวัน

ทุกสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดนี้ ก็เป็นเพียงเพราะแค่อยากจะเห็นรอยยิ้มสดใสของสาวที่เขาตั้งหน้าตั้งตารอพบเจออยู่นั่นเอง

พอเริ่มคล้อยบ่ายวันศุกร์ปุ๊บ ชายหนุ่มก็รีบโทร. . บอกผู้เป็นพ่อว่าขอเลิกงานก่อนเวลา แล้วบึ่งรถกลับบ้านไปจัดแจงเก็บกระเป๋าเดินทาง จัดแจงเกณฑ์คนในบ้านมาช่วยกันลำเลียงของทั้งหมดไปยังสนามบินด้วยความรวดเร็ว เมื่อมาถึงที่หมายเขาก็ตรงเข้าไปทำเรื่องโหลดสิ่งของกับพนักงาน จ่ายค่าธรรมเนียมตามราคาของน้ำหนักที่เกินกำหนด จากนั้นจึงโทร. นัดหมายให้นายบ่าวเตรียมมารับเขาที่สนามบินภายในอีก 1 ชั่วโมงถัดมา

พอเสร็จสิ้นขั้นตอนทุกอย่างแล้ว เจ้าตัวก็หันมากล่าวคำขอบคุณทุกคนที่ตามมาช่วยเหลือเขาด้วยรอยยิ้มหวาน

ขอบใจมากนะ พวกนายกลับไปได้แล้วละ จิรเมธควักเงินในกระเป๋ายื่นให้คนรับใช้ทั้งสามจำนวนสามพันบาท เพื่อเป็นรางวัล

ขอบคุณครับคุณจิม คนทั้งหมดรีบรับไป ก่อนจะยกมือไหว้เจ้านายหนุ่มปลกๆ แล้วกล่าวล่ำลาขอตัวกลับไปในที่สุด

ส่วนคนเป็นนายจ้างก็เดินนำตั๋วเข้าไปเช็คอินยังภายในและนั่งรอเวลาอยู่เพียงสักพัก ก่อนจะขึ้นเครื่อง ชายหนุ่มยกสัมภาระใส่ช่องเก็บของเหนือศรีษะตรงที่นั่งของตน ซึ่งระบุเอาไว้ในบัตร แล้วจึงหย่อนกายลงนั่งอย่างเอกเขนก

ใบหน้าคมสันผินมองออกไปนอกหน้าต่าง หัวใจประหวัดนึกไปถึงแม่สาวคมขำจอมแก่นกะโหลกและมีอาวุธเป็นปากกรรไกรที่อยู่ยังปลายทาง คนที่ชอบเข้ามาวิ่งวุ่น นั่งเล่น นอนเล่นอยู่ในห้วงคำนึงของเขาทุกครายามที่ว่างเว้นจากภารกิจต่างๆ เขาอดที่จะคาดหวังเล็กๆ ไม่ได้ว่า...

เจ้าหล่อนจะทำหน้าดีใจหรือตื่นเต้นขนาดไหนกันหนอ?

กับสิ่งที่เขาสู้อุตส่าห์เหน็ดเหนื่อย... ทำเพื่อเธอ!’

จิรเมธคงไม่รู้หรอกว่ารอยยิ้มของเขาเปี่ยมสุขสักแค่ไหน แม้ภายนอกชายหนุ่มจะแสดงออกให้ใครต่อใครเห็นเพียงหน้ากากของเจ้าหนี้หน้าเลือด ซึ่งหวังเพียงแค่ผลประโยชน์และทรัพย์สินที่ตนต้องการจะทวงคืนเท่านั้นก็ตามที


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ดีค่าาาาาา

แหะๆๆ ไร เอ๊ย! ตาจิมหายไปหลายวัน ไม่ต้องตกใจนะคะ

พี่แกหลงหาสำเพ็งหาทางออกไม่เจออยู่นานเลยค่า

ตอนนี้ฮีคัมแบคแล้ว ฝากหนุ่มหน้ามนคนทะเล้นไว้ในอ้อมอกอ้อมใจแม่ยกด้วยนะค้าาาา

ฮีมาออดอ้อนหนักมากกกก ใครรักใครหลงฮี แวะไปโหลดฮีเก็บไว้นอนกอดเล่นเลยค่า

แว่วๆ มาว่าช่วงนี้มีโปรโมชั่นลดราคาดีงามด้วยนะเออ 

รีบสิคะ! รออะไร ช้าหมดอดไม่รู้ด้วยน้าาาา


ใครอดใจรอไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อนใคร แวะไปโหลดได้ที่เมพและร้านอีบุ๊คชั้นนำทั่วประเทศค่า เค้ารับประกันความน่ารักนะจ๊ะ 



ใต้ร่มใบภักดิ์
ชมจันท์
www.mebmarket.com
“เย็นศิระเพราะพระบริบาล”ภายใต้ร่มเงาแห่งเศวตฉัตรของพ่อหลวงที่ได้อาศัยเติบใหญ่ทำให้ ผู้ใหญ่ธม แห่งบ้านเขากะหมอก ผลิตน้ำมันไบโอดีเซลตามกระแสพระราชดำริด้วยหวังให้เกิดประโยชน์แก่ชนชาวสยามในภายภาคหน้า ยามที่น้ำมันขาดแคลนโดยมีเพื่อนรักอย่าง เกริกเกียรติ ให้การสนับสนุนเงินทุนแต่แล้วเมื่อ จิรเมธ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เกิดทราบเรื่องเข้าชายหนุ่มจึงประกาศตัวเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของคนในหมู่บ้านทันทีแล้วมีหรือที่ผู้ใหญ่กล้าเช่นเขาจะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาหยามศักดิ์ศรีเอาได้เขาจึงจัดการส่ง ลัลนา ลูกสาวจอมทโมนมาปราบเซียนหนุ่มธุรกิจเขี้ยวลากดินซะหน่อยดูเผินๆ เหมือนเป็นการก่อศึกรบ แต่ใครจะรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว…เขาต้องการจะก่อศึกรักแก่สองหนุ่มสาวเสียมากกว่า!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น