สุดปลายเสน่หา

ตอนที่ 9 : ตอนห้า: ความแตก 1/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    24 ก.พ. 60

5. ความแตก 1/2





กฤษณะพามัลลิกามารับประทานอาหารในร้านหรูย่านใจกลางเมือง ซึ่งเขาเสนอตัวเป็นฝ่ายขอเลี้ยงอาหารมื้อนี้แก่เธอ ชายหนุ่มไม่เคยคิดเลยว่าการกระทำของตนจะเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนสาวเข้าใจผิดและเริ่มจะปักใจไปว่า...ตัวเขานั้นก็อาจจะมีใจให้กับเธอบ้าง

สาวน้อยผู้เรียบง่ายนั่งมองเพื่อนชายผู้กอบกุมดวงใจของเธอไว้ด้วยความรักใคร่ส่งผ่านทางสายตาคู่หวาน ในขณะที่จำต้องยอมรับอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลยว่าตนรู้สึกอิ่มเอมหัวใจมากมายเท่าไหร่ ยามได้เห็นกฤษณะเอาใจใส่ดูแลเธอ ทั้งเรื่องที่สั่งอาหารให้หรือแม้กระทั่งตักอาหารใส่ในจานของเธอก็ตามที

แต่หญิงสาวหารู้ไม่ว่าทั้งหมดที่กฤษณะทำนั้น เป็นสิ่งที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจจริงๆ เพียงแต่เพื่อมอบให้เพื่อนสาวที่น่ารักเท่านั้น มิได้มีสิ่งอื่นใดแอบแฝงหรือแกล้งลวงรักให้อีกฝ่ายเผลอไผล

อาหารอร่อยไหมมะลิ? กฤษณะถามฝ่ายหญิง เมื่อเห็นเธอใช้ผ้าสีขาวเช็ดริมฝีปาก

อร่อยค่ะ

แววหวานในน้ำเสียงไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มนึกเอะใจเลยสักนิด เขายังคงยิ้มกว้างอบอุ่นขณะกล่าวต่อไป

ดีครับ เอาไว้วันหลังผมจะพาคุณมาเลี้ยงอีกดีกว่า ส่วนมายด์น่ะเดี๋ยวให้พี่กิงเขาพาไปเอง

ค่ะ แล้วค่อยยกแก้วน้ำขึ้นจรดริมฝีปากอย่างเรียบร้อย

ถ้าคุณอิ่มแล้ว งั้นเรากลับกันเถอะครับ เดี๋ยวผมจะแวะไปส่งคุณก่อน เมื่อพูดจบกฤษณะก็เรียกพนักงานมารับบิล ก่อนที่จะยื่นบัตรเครดิตส่งให้บริกรเพื่อนำไปชำระค่าบริการทั้งหมด เมื่อจ่ายค่าอาหารแล้วคนทั้งสองจึงลุกขึ้นยืนและพากันเดินออกไปจากที่นั้น

เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมง กฤษณะขับรถมาหยุดอยู่ที่หน้าหอพักของเพื่อนสาว แต่ชั่วครู่ยามที่ผ่านไปนั้น กลับทำให้หญิงสาวผู้โหยหาความรักจากชายผู้นี้มิได้รู้สึกเพียงพอต่อความต้องการของตน เพราะเธอปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดเขาให้มากขึ้นอีกนิด แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจเชิญชวนเพื่อนหนุ่มออกไปด้วยความกล้าหาญอย่างที่ตนไม่เคยคาดคิดว่าชาตินี้จะกระทำได้

ขึ้นไปดื่มชาร้อนๆ ข้างบนห้องมะลิหน่อยไหมคะ? มัลลิกากลั้นใจฟังคำตอบด้วยความตื่นเต้น

ก็ดีนะครับ งั้นผมขอรบกวนหน่อยนะ กฤษณะตอบด้วยท่าทางยิ้มแย้ม เต็มใจที่จะขึ้นไปชมห้องพักของเพื่อนสาว

อุ๊ย! รบกวนอะไรกันคะ มะลิต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณกัณณ์ที่อุตส่าห์พามะลิไปทานอาหารหรูๆ

มัลลิกาแย้มยิ้มด้วยความยินดีปรีดา ก่อนจะชักชวนชายหนุ่มให้เดินขึ้นบันไดตรงไปห้องพักที่อยู่บนชั้นห้าซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคารชุดนี้ เนื่องจากเจ้าตัวชื่นชอบที่จะอยู่อย่างเงียบสงบ

กฤษณะเดินตามเพื่อนสาวไปอย่างเงียบๆ จวบจนทั้งคู่มาถึงที่หมาย หญิงสาวจึงได้ไขประตูเข้าไปหยุดยืนด้านใน โดยไม่ลืมที่จะหันมาเรียกขานเชื้อเชิญอีกฝ่าย

เชิญค่ะ คุณกัณณ์

ขอบคุณครับ จากนั้นจึงก้าวเท้าเข้าไปนั่งลงที่ชุดรับแขกขนาดเล็ก ปล่อยให้เจ้าของห้องเดินหายวับเข้าที่มุมเล็กๆ สำหรับทำครัวอีกฟาก

เพียงไม่นานร่างเล็กที่คุ้นตาก็เดินย้อนกลับมาพร้อมด้วยแก้วเซรามิคขนาดเล็กสองใบ มัลลิกาล้มตัวลงนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามเพื่อนหนุ่ม ก่อนจะวางถ้วยชาไว้ตรงหน้าสำหรับเขาหนึ่งใบ

หอมจังครับ กฤษณะอมยิ้ม ก้มหน้าลงสูดดมความหอมกรุ่นนั้น

ลองดื่มดูสิคะ หญิงสาวกล่าวชวน เมื่อเห็นเขาทำท่าว่าอยากดื่ม

กฤษณะตอบรับคำชวนนั้นด้วยการยกถ้วยชาขึ้นจิบเบาๆ พร้อมทั้งมองหญิงสาวด้วยรอยยิ้ม ทำเอาเธอรู้สึกสะเทิ้นอายจนใบหน้าละมุนแดงกร่ำไปหมด ก่อนที่เขาจะวางถ้วยชาในมือลงแล้วกล่าว

หอมเหมือนชื่อของมะลิจริงๆ ครับ คนพูดเดาเอาว่าเพื่อนสาวน่าจะใส่สิ่งปรุงแต่งอย่างอื่นเสริมลงไปในถ้วยชาด้วย จึงมีกลิ่นหอมหวนคล้ายดอกไม้ที่เขากล่าว

แต่คนฟังกลับตีความหมายในคำพูดนั้นเป็นอย่างอื่น จึงยิ่งออกอาการเขินอายรู้สึกราวกับตนกำลังโดนเพื่อนชายเกี้ยวพานอยู่ ก่อนจะพรวดพราดลุกหมายจะเดินหนีไปที่อื่น เพราะกลัวชายหนุ่มจะจับความเสน่หาที่พลันพุ่งสูงขึ้นจนฉายชัดอยู่บนใบหน้านวลเนียนได้

แต่ด้วยความรีบร้อนไม่ระมัดระวัง มัลลิกาจึงได้เดินสะดุดเท้าตัวเองก่อนจะเดินพ้นขอบโต๊ะเพียงนิดเดียว เป็นเหตุให้กฤษณะรีบปรี่เข้ามารับร่างบางที่กำลังล้มลงไว้ด้วยสองมือ ส่วนหญิงสาวนั้นก็พลันตะลีตะลานหาที่ยึดเหนี่ยวโดยฉับไว้ ยังผลให้บัดนี้ร่างของคนทั้งสองตกอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันดั่งต้องมนต์สะกด

ความหลงใหลในสัมผัสชิดใกล้และกลิ่นกายของชายที่เธอหมายปองผสานไปกับเสียงระทึกของหัวใจ ทำให้มัลลิกาเบิกตากว้างจับจ้องใบหน้าขาวนวลนั้นราวกับถูกสะกดจิต ปากบางเอื้อนเอ่ยถ้อยคำที่กักเก็บเอาไว้ในใจมานานแสนนาน

มะลิรักคุณค่ะ คุณกัณณ์

ถึงแม้ว่าเสียงนั้นจะแผ่วเบาเพียงใด แต่ด้วยระยะประชิดเช่นนี้ทำให้คนที่กำลังโอบกอดหญิงสาวอยู่ได้ยินคำบอกรักนั้นเต็มสองหู ใบหน้าของกฤษณะจึงแปรเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน เขาช่วยประคองเพื่อนสาวให้ยืนทรงตัว แล้วจึงค่อยๆ ถอยห่างออกจากร่างบาง ทำให้คนที่สัมผัสได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของอีกฝ่ายหน้าเจื่อนลงทันใด

ไม่น่าพูดเรื่องนี้ออกไปเลยจริงๆพลางให้นึกอยากตบปากตัวเองยิ่งนัก

สายแล้ว ผมขอตัวก่อนดีกว่านะครับ จู่ๆ กฤษณะก็กล่าวขอตัว ก่อนจะรีบเดินตรงไปยังประตูทางออก จนคนที่ยืนกระสับกระส่ายอยู่นั้นยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเข้าไปใหญ่ จึงร้องถามออกไปอย่างร้อนรน

อยู่ๆ ทำไมถึงรีบกลับล่ะคะ หรือเป็นเพราะคำบอกรักของฉัน

ถ้อยคำอันสั่นเครือบ่งบอกให้ชายร่างโปร่งรู้ว่าคนพูดกำลังร้องไห้ เขาจึงรีบเหลียวหลังกลับมาดูเจ้าหล่อนโดยไว ถึงได้เห็นใบหน้านวลเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำที่หลั่งไหลลงมาเป็นสายอาบสองแก้ม จิตใจของเขาอ่อนยวบลงทันที ก่อนจะตัดสินใจบอกกล่าวถ้อยคำที่ตรงข้ามกับเหตุผลในใจออกไป

ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คุณน่ะคิดมากไปแล้ว คนพูดยิ้มแย้มปลอบใจหญิงสาว พร้อมทั้งตรงเข้าประคองร่างนั้นไว้ด้วยสองมือของตน มามะ อย่าร้องไห้นะคนดี คุณนี่ขี้แย่จัง

แต่ถึงกระนั้นก็มิได้ทำให้มัลลิกาลบปฏิกิริยาแรกของเขาเมื่อยามที่ฟังเธอเอ่ยคำรักนั้นได้ หญิงสาวจึงสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเข้มแข็ง ก่อนจะกลั้นใจถามในสิ่งที่อยากรู้ออกไป เพราะอย่างไรเสียเขาก็ได้รู้ความจริงในใจของเธอไปจนหมดสิ้นแล้ว คราวนี้ถึงทีที่เธอต้องเป็นฝ่ายเอาคำตอบกับเขาบ้าง

คุณกัณณ์คะ คุณตอบมะลิได้ไหมว่าคุณคิดยังไงกับมะลิ? หญิงสาวถามไปพลางปาดน้ำตาไปด้วย ในใจก็นึกกลัวในคำเฉลยที่ตนกำลังจะได้รับ

กฤษณะถอนหายใจอย่างแผ่วเบา เมื่อตนกำลังโดนบีบคั้นให้ต้องทำร้ายจิตใจของอีกฝ่าย เขาจึงจำใจต้องตอบคำถามนั้นไปตามความสัตย์จริงทั้งที่ใจไม่นึกอยาก แต่หากจะให้ทนเก็บงำเรื่องราวเอาไว้ แล้วปล่อยให้เพื่อนสาวมีความหวังลมๆ แล้งๆ โดยที่ความปรารถนาของเธอนั้นไม่มีวันเป็นจริงได้ เขาก็มิใช่คนเย็นชาไร้หัวใจขนาดนั้น

ผมขอโทษ ผมไม่เคยคิดกับมะลิแบบนั้นเลย และไม่มีวันคิดแบบนั้นได้ด้วย

ทำไมคะ มะลิไม่ดีตรงไหน?

แม้คราบน้ำตาเก่าจะแห้งเหือดหายสนิทดีแล้ว แต่ถ้อยคำที่ได้ยินระลอกสองนั้นทำให้ทำนบน้ำตาของสาวน้อยทะลักไหลรินอาบสองแก้มอีกครา โดยที่ครั้งนี้เจ้าตัวไม่คิดจะเช็ดมันอีกต่อไป

คนที่ไม่ดีคือผมต่างหาก กฤษณะเริ่มใจคอไม่ดี เมื่อเห็นคนตรงหน้าปล่อยโฮออกมาราวกับจะขาดใจ แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการบอกให้เธอตัดใจเพียงเท่านั้น

เชื่อผมนะมะลิ สักวัน คุณต้องเจอคนที่ดีกว่าผมแน่นอน เมื่อพูดจบ ร่างสูงจึงเดินจากไป ปล่อยให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ด้วยความสะท้านไหวในความผิดหวัง ก่อนจะทรุดกายลงนั่งปล่อยให้หยดน้ำหลั่งไหลลงมา พร้อมกับความเจ็บปวดรวดร้าวที่กำลังเข้าเกาะกินหัวใจของเธอ พลางให้นึกไปว่า

ไยมีรักแล้วจึงต้องทุกข์ถึงเพียงนี้ กะอีแค่คนหนึ่งคนที่ปฏิเสธความรักความจริงใจที่เธอมีให้เขาตลอดมา

หญิงสาวนั่งสะอื้นไห้อยู่เป็นนานสองนาน จนรู้สึกว่าหนำใจแล้ว เธอจึงยันกายลุกขึ้นพร้อมทั้งตกลงใจว่า

คืนนี้เธอจะออกไปเริงร่าด้วยการท่องราตรีให้คลายความทุกข์ระทมนี้ซะ

ทั้งที่ตนเองไม่เคยทำเลยสักครั้งในชีวิต!!

 

หนุ่มร่างสูงมาดเซอร์กำลังออกลีลาวาดลวดลายเต้นพลิ้วไหวด้วยความเมามัน พร้อมกับเหล่าผองเพื่อนผู้ร่วมงานอย่างเบิกบานใจอยู่ในสถานเริงรมย์แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นย่านที่ชนชั้นสูงมักมาหาความสำราญกัน

เมษายกแก้วเหล้าที่เพื่อนหนุ่มอีกคนรินให้กระดกลงคอรวดเดียวหมด ก่อนจะหันมาตะโกนแข่งกับเสียงกึกก้องที่ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึก อันเกิดจากเสียงดนตรีซึ่งกำลังบรรเลงเพลงอยู่บนเวที

เฮ้ย! เดี๋ยวข้าไปเด็ดดอกไม้ก่อนนะโว้ย

ดอกไม้ที่ว่านี่หมายถึงผู้หญิงรึเปล่าวะ ข้าเห็นเอ็งไปห้องน้ำทีไรได้สาวๆ สวยๆ กลับมาด้วยทุกที คนเป็นเพื่อนเอ่ยดักคออย่างรู้ทัน

เมษาไม่ตอบ แต่กลับยิ้มกริ่ม แล้วจึงเดินไปปลดปล่อยน้ำเมาที่มีอยู่ในร่าง ก่อนจะตั้งใจรับมันเข้าไปใหม่หลังจากนี้

ในระหว่างกำลังเดินเบียดเสียดกับผู้คนที่เต้นรำกันอยู่ใต้แสงสี จู่ๆ สาวผมสั้น แต่งกายด้วยชุดสายเดี่ยวแนบเนื้อที่ยืนอยู่ตรงบริเวณหน้าเคาน์เตอร์บาร์ก็กลับพลิกกายหันมาทางเขาพร้อมด้วยแก้วน้ำสีอำพัน ทำให้ร่างของเมษากระแทกเข้ากับมือหล่อนจนของเหลวไหลกระฉอกออกมาเปรอะเปื้อนเสื้อเชิ้ตสีขาวของตน

ว้าย! ขอโทษค่ะ หญิงงามใบหน้าโฉบเฉี่ยวที่พอกเครื่องสำอางไว้อย่างจัดจ้านขยับริมฝีปากสีแดงสดคลี่ยิ้ม เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นหนุ่มร่างสูงหน้าตาหล่อเหลาถูกใจสาวราตรีอย่างเธอเป็นที่สุด

ไม่เป็นไรครับหนุ่มโสดนัยน์ตาชวนฝันส่องประกายแวววับแสดงท่าทีต้องใจสาวร้อนแรงเช่นกัน พร้อมทั้งเลื่อนมือหนาไปจับสะโพกงอนงามอย่างมีนัยยะ แล้งจึงช่วยประคองร่างของหล่อน ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสุภาพ

เดินไหวไหมครับ เมษาเอ่ยถามเสียงนุ่ม พลางใช้ปลายนิ้วมือคลึงเคล้าอยู่ที่บั้นท้ายนั้นเพียงเบาๆ พร้อมทั้งลอบสังเกตแววตาของฝ่ายตรงข้ามไปด้วยว่ารังเกียจท่าทางเชิญชวนของตนหรือไม่

เพราะหากแม่สาวเฉี่ยวไม่ขัดข้อง คืนนี้เขาคงได้สนุกสุดเหวี่ยงกับเจ้าหล่อนเป็นแน่

เมื่อรู้สึกได้ถึงสัมผัสอันเย้ายวนที่ส่วนท้ายของลำตัว สาวไฟแรงสูงจึงได้วางแก้วน้ำลง ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนกายเข้าบดเบียดร่างหนาของชายแปลกหน้า สองมือโอบกอดรอบคอแข็งแรงนั้นแทนคำตอบพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้าหาร่างสูง แสร้งหลับตาพริ้ม ยินยอมให้อีกฝ่ายเชยชมอย่างเต็มใจ

หือ! ร่างสูงครางในลำคอ ก่อนที่จะกดยิ้มที่ริมฝีปากดูแคลนสาวใจง่ายตรงหน้าด้วยความสมเพช

ยอมง่ายๆ แบบนี้ ไม่น่าเสี่ยงเล้ย แต่! เอาวะ แค่จูบเอง น้ำลายมันไม่ได้ทำให้ติดเอดส์ซะหน่อย

เมษาสะบัดความคิดไม่พึงประสงค์ออกจากหัว เพื่อมิให้เสียอรรถรสในการครอบครองกลีบปากสีแดงสดที่เผยอพร้อมรับจุมพิต ก่อนจะเลื่อนใบหน้าของตนเข้าหาใบหน้าเซ็กซี่นั้นทันที

ในระหว่างที่สองริมฝีปากกำลังจะบรรจบเข้าหากันนั้น อยู่ดีๆ สาวแสนเชยด้านข้างอีกคนก็พลิกตัวหันมากระแทกคนทั้งคู่ด้วยความมึนเมา ทำเอาร่างกายเร่าร้อนเบี่ยงออกจากกัน จนพาลให้หมดอารมณ์เสียดื้อๆ

อะไรเนี่ย? เมษาบ่นอุบ พลางถามเสียงขุ่น เดินภาษาอะไรของคุณ ฮึ?

ชายหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าแขนแม่สาวเฉิ่มเชยที่กำลังก้มหน้าก้มตา ปล่อยผมยาวสลวยกระเซอะกระเซิงปิดใบหน้าด้วยความเมามาย ดูแล้วคล้ายกับปีศาจยิ่งนักในสายตาของเขา แต่ทว่าร่างบางที่กำลังโผเข้าซบอกของเขานั้นทำให้เมษารู้สึกคุ้นตาเสียเหลือเกิน เหมือนกับคลับคล้ายคลับคล้าว่าเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ที่ไหนมาก่อน

คำตอบได้ถูกเฉลยเมื่อเขาจับสองแขนเรียวนั้นไว้มั่น พร้อมกับดันร่างของสาวไม่ได้สติออกห่างจากตัว ทำให้เธอเงยหน้าขึ้นส่ายศีรษะไปมาอย่างสะลึมสะลือให้เขาได้ยลโฉม เมษาจึงร้องตะโกนออกมาด้วยความตกใจ

ยัยเด็กหน้าจืด!”

เมื่อรู้แล้วว่าสาวปริศนานั้นคือมัลลิกา เพื่อนสาวที่น้องของตนแนะนำในวันก่อน จิตสำนึกแห่งความดีที่มีอยู่ทำให้เขาเลิกสนใจแม่สาวล่าสวาท แล้วหันกลับมาประคองกอดร่างของคนที่มีกลิ่นเหล้าและกลิ่นควันบุหรี่คละคลุ้งไปทั่วกายเดินกลับไปยังโต๊ะที่ตนจากมาด้วยความยากลำบาก

เฮ้ย! เจ ข้ากลับก่อนนะ เมษารีบเดินมาสะกิดบอกเพื่อนหนุ่ม

อ้าว...ทำไมเอ็งกลับเร็วจังเลยวะ นี่เพิ่งสี่ทุ่มนิดๆ เอง

ชายหนุ่มไม่ตอบข้อสงสัยอันใด แต่กลับพาร่างบางเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เพื่อนร่วมวงรู้สึกงุนงง จนต้องเปรยออกมา เมื่อเห็นว่าผู้หญิงที่เพื่อนหนุ่มลากกลับเหมือนดังเช่นทุกคืนกลายเป็นสาวโบราณแสนเชย!

โห! เดี๋ยวนี้ สเป็คเอ็งเปลี่ยนไปเยอะนะ


อืมมมม แต่ไม่อยากบอกเลยว่า 
ตอนหน้ามัน...

 ว๊ายยยยย ^////^
อิอิ ไปและค่ะ บอกให้อยาก แล้วก็จากไป ^^

ใครอดใจไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อน 

หรือใครอยากอ่านนิยายรักรสเเซ่บบบบ

แวะไปโหลดที่เมพ, นายอินทร์, ebooks และ hytexts เลยค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

634 ความคิดเห็น

  1. #58 SN piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มกราคม 2553 / 12:33
    Hehehe I can not wait for next chapter....
    Poppy jaa take care naja don't work to hard ok
    #58
    0
  2. #56 wongwang (@wongwang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 13:47

    กรี๊ดดด พี่เมษอ่า อีกตั้งวันจันทร์แน่ะ

    ปวดหลังเหมือนกันเลย เมื่อวานเอี้ยวตัวผิดท่าไปหน่อย

    #56
    0
  3. #55 Lucky Poppy / ชมจันท์ (@lucky-poppy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 10:46

    ขอบคุณ Wongwang / พี่น้อย / เพชรใส และตูน ค่ะ

    ช่วงนี้เริ่มปวดหลังมากมาย
    ส่งสัยว่าเพราะนั่งปั่นนิยายแน่เลยค่ะ
    งานนี้มีเข้าวัดโพธิ์แน่ๆ =_="

    #55
    0