สุดปลายเสน่หา

ตอนที่ 8 : ตอนสี่: ทะเบียนสมรส 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2535
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ก.พ. 60

4. ทะเบียนสมรส 2/2




ขณะเดียวกัน เพื่อนสาวของมีนาก็กำลังกลุ้มอกกลุ้มใจไม่ต่างไปจากหญิงสาวนัก เมื่อเธอเพิ่งวางสายโทรศัพท์จากเพื่อร่วมคณะอย่างอรดีได้สักครู่

ฮัลโหล นี่ฉันอรนะ

อืม มีอะไรเหรอ

ฉันอยากรู้เรื่องเมื่อคืนนี้

ฉันก็ไม่รู้คนตอบโป้ปดไม่ยอมบอกความจริงแก่อีกฝ่าย ด้วยเกรงว่าเจ้าหล่อนจะหาเรื่องป่วน

ไม่รู้ได้ไง ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนยัยมายด์

ก็ฉันไม่รู้จริงๆ นี่ เธอยังคงยืนกรานหนักแน่น

เชอะ! เอาเถอะ ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร อรดีพูดส่งๆ แล้วจึงวกเข้าเรื่องที่หล่อนเป็นฝ่ายติดต่อมา

ที่ฉันโทรมาหาเธอก็ไม่ได้มีธุระกับเธอแค่นี้หรอก พอดีว่าบริษัทของบ้านฉันน่ะขาดคนงาน อยากได้คนที่พอทำบัญชีได้มาเพิ่ม เธอสนใจไหมล่ะ

..…” หญิงสาวยังคงใช้ความคิด ตริตรองอย่างรอบคอบ

ที่ฉันมาบอกเธอก็เพราะเห็นว่าพวกเราสอบเสร็จเรียนจบกันแล้ว แต่ยังไม่ได้ใบปริญญาไว้หางานเลย แล้วคนจนๆ อย่างเธอต้องรีบหาเงินไม่ใช่หรือไง เธอจะรอถึงวันนั้นไหวเร้อ

สิ่งที่อีกฝ่ายเสนอทำให้เธอคิดหนัก ด้วยใจหนึ่งก็เห็นด้วย แต่อีกใจหนึ่งก็กลัว

ฉันขอเวลาคิดหน่อยได้ไหม แล้วจะโทร. ไปบอกคำตอบ

รีบๆ ละกัน เกิดฉันเปลี่ยนใจขึ้นมา แล้วจะมาว่ากันไม่ได้นะ แล้วจึงกดตัดวางสายไป

มัลลิกากลับมาคิดทบทวนถึงข้อเสนอนั้นอยู่เพียงลำพัง โดยที่ตนเองก็ไม่แน่ใจนักว่าควรรับงานนี้ดีหรือไม่ เพราะเพื่อนสาวที่ทำตนเหมือนดั่งนางพญา คอยแต่จะกดขี่ข่มเหงดูถูกดูแคลนคนอื่นเยี่ยงอรดีมีหรือที่จะยื่นความช่วยเหลือดีๆ ให้กับคนอื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน

ความคิดของมัลลิกาถูกต้องแม่นยำเกือบทั้งหมด คนอย่างไฮโซสาวไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีจุดมุ่งหมายจริงๆ ที่อรดียื่นข้อเสนอดังกล่าวให้แก่เพื่อนร่วมรุ่นก็เพราะต้องการให้หล่อนอยู่ใกล้ตน เพื่อแสร้งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ก่อนจะค่อยๆ ตะล่อมถามความจริงบางอย่างที่หล่อนอยากทราบ แถมตอนนี้หล่อนกำลังหมายปองผู้ชายคนใหม่ไว้ถึงสองคน ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ใกล้ชิดกับมีนาคนที่เธอเกลียดชังจับขั้วหัวใจ อรดีจึงเบนขั้วเข้าหาเพื่อนรักของแม่นั่นแทน เพราะถ้าให้ไปถามเจ้าตัวโดยตรง หล่อนคงไม่มีวันได้คำตอบ ดีไม่ดี...หล่อนคงประสาทเสียซะมากกว่า

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้หล่อนยื่นข้อเสนอนี้ให้แก่มัลลิกา ก็เป็นเพราะความจริงแล้วบริษัทของที่บ้านเธอกำลังขาดคนทำบัญชีจริงๆ แถมอีกฝ่ายยังมีข้อดีตรงที่เป็นคนซื่อๆ ตรงๆ อันเป็นคุณสมบัติหลักของนักบัญชีที่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้ หล่อนจึงเลือกที่จะใช้ผลประโยชน์จากศัตรูหัวใจให้คุ้มค่าเสียเลย

 

หลังจากกฤษฌามาส่งภรรยาหมาดๆ ของตน พร้อมทั้งเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์ที่หญิงสาวฝากตราประทับไว้เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็บึ่งรถจากไปอย่างไม่ไยดี ทิ้งหญิงสาวไว้ให้ผู้เป็นน้องดูแลต่อไป

กฤษณะจึงพาเพื่อนสาวไปยังห้องของพี่ชาย ซึ่งนับแต่นี้ไปมันคือเรือนหอสำหรับเธอและเขา

เมื่อสะดุดเข้ากับคำว่า เรือนหอมีนาจึงพลันบังเกิดความรู้สึกแปลกๆ ขึ้นในหัวใจ จนไม่กล้าก้าวขาเข้าไปในห้อง ทำเอาผู้นำทางต้องหันมาร้องเรียก

เข้ามาสิมายด์ มัวยืนทำอะไรอยู่หน้าห้อง กฤษณะโบกมือเรียกเพื่อนสาว

อืม

มีนาก้าวเดินเข้าไปด้านในด้วยความรู้สึกสับสนหลายอย่างในจิตใจ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เธอไม่เคยคิดจะหวั่นไหวกับมนุษย์ผู้ชายคนใด แต่เมื่อผ่านเหตุการณ์ที่สร้างความใกล้ชิดระหว่างเธอและผู้เป็นเจ้าของห้อง ทำให้หญิงสาวเกิดอาการประหม่าขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ยามเมื่อนึกถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาของพวกตนหลังจากนี้

เฮ้อ! เป็นเพราะผมแท้ๆ มายด์เลยต้องมาพลอยลำบากไปด้วย กฤษณะถือโอกาสกล่าวคำขอโทษจากใจจริง ที่เป็นต้นเหตุให้เพื่อนสาวต้องตกกระไดพลอยโจนฝืนใจแต่งงานกับพี่ชายสุดเฮี้ยบของตน

โอ๊ย! คิดมากน่าคุณกัณณ์ พี่คุณไม่ใช่ยักษ์ใช่มารขนาดนั้นนี่ หญิงสาวกล่าวติดตลกไม่ให้เพื่อนหนุ่มคิดมาก ก่อนจะต่อคำนิยามความเป็นกฤษฌาภายในใจ

ก็แค่ซานตานตัวพ่อเท่านั้นเองค่ะ

แต่ว่า...

ไม่มีแต่ค่ะ มีนาขัดขึ้นเพราะไม่อยากคุยเรื่องนี้อีก พลางยิ้มแฉ่ง แสร้งทำทีเป็นร่าเริงสดใส เลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่า มายด์เบื่อแล้ว

ก็ได้ครับ แต่ยังไงผมก็ต้องขอบคุณมายด์นะครับที่ทำให้ผมรอดมาได้

เรื่องแค่นี้เองค่ะ สบายมาก คนเก่งยกมือตบอกของตนเบาๆ

ครับ ผมรู้ว่ามายด์น่ะเก่งขนาดไหน ชายหนุ่มมองหน้าเพื่อนสาวด้วยแววตาอ่อนโยน อ้อ...อีกเรื่องหนึ่ง พี่กิงน่ะกลับหลังเที่ยงคืนทุกวันนะครับ คุณนอนไปได้เลย ไม่ต้องรอเขาหรอก

ค่ะ มีนาตอบเสียงเรียบ แต่กลับสะดุ้งในใจ เมื่อได้ยินคำว่า กลางคืน! ’

เรากับเขาต้องนอนห้องเดียวกันนี่นา แล้วเขาจะทำอะไรเรารึเปล่าหว่า ถ้าเกิดเขา..เขา... อ๊าย! ’

อ๊าย! “ มีนาผวาร้องสุดเสียงอย่างลืมตัว ทำเอาคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ตกใจ

มายด์ เป็นอะไรรึเปล่า?กฤษณะรีบปราดเข้ามาจับตัวเธอไว้ พร้อมทั้งเอ่ยถามด้วยความห่วงใย

เมื่อคนส่งเสียงได้สติ รู้สึกตัวว่าได้กระทำสิ่งใดลงไป เธอจึงเสหัวเราะแก้เก้อ

เอ่อ...มายด์ไม่ได้เป็นอะไรค่ะ แค่อยากจะลองร้องกรี๊ด ให้คุณกัณณ์ตกใจกลัวเท่านั้นเอง

โธ่! อย่าเล่นแผลงๆ แบบนี้อีกนะมายด์ ผมตกใจหมดเลย กฤษณะถอนหายใจหนักๆ อย่างโล่งใจ ก่อนจะกล่าวขอตัว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้เป็นอะไร ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนแล้วดีกว่า มายด์จะได้พักผ่อน

ค่ะ สิ้นเสียงขานรับนั้น กฤษณะจึงพาร่างของตนเดินจากไป

หลังจากเดินสำรวจห้องหอได้ไม่นาน เพื่อนสาวร่วมแก๊งก็ต่อสายมาหาเธอด้วยน้ำเสียงที่ไม่รื่นเริงนัก

ฮัลโหล เราเองนะมายด์

มีอะไรรึเปล่ามะลิ ทำไมเสียงตัวดูเหี่ยวอย่างนั้นล่ะ? มีนาถามอย่างห่วงใย

จ้ะ คือ...เรามีเรื่องอยากถามความเห็นของมายด์น่ะจ้ะ ก่อนจะเอ่ยปากขอร้องเพื่อนสาวอย่างเกรงใจ ให้เราไปหามายด์ที่บ้านได้รึเปล่า?

ได้สิ มาที่บ้านคุณกัณณ์นะ เราย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว

เมื่อมีนาเอ่ยพาดพิงไปถึงชายอันเป็นที่รัก มัลลิกาจึงอดรู้สึกตื่นเต้นหวั่นไหวจนถึงกับหน้าร้อนเผ่าเพราะความคิดถึงเจ้าของชื่อไม่ได้ เสียงหัวใจมันกำลังร่ำร้องด้วยความดีอกดีใจที่หล่อนจะได้พบกับเขา โดยไม่ต้องหาข้ออ้างอันใด

ได้จ้ะ เดี๋ยวเจอกันนะ

เมื่อวางสายจากเพื่อนรักแล้ว มัลลิกาจึงได้เนรมิตตนเอง เพียรเลือกเสื้อผ้าแสนสวยที่ตนบรรจงคัดสรรมาสวมใส่ พร้อมทั้งแต่งหน้าทาปากอย่างอ่อนๆ จนดูสวยสะพรั่ง พร้อมสรรพสำหรับการได้เจอคนที่อยู่ในดวงใจ จากนั้นจึงมุ่งหน้าสู่เคหสถานที่มีนาเพิ่งย้ายถิ่นฐานเข้าไปอยู่ด้วยเวลาไม่ถึงชั่วโมงทันที

 

เพียงไม่นานมัลลิกาก็ก้าวเข้ามาในบ้านที่ตนเพิ่งมาเยือนเมื่อคืนวานในฐานะแขกด้วยสีหน้าเบิกบาน ลืมความทุกข์ร้อนก่อนหน้านั้นจนสิ้น

กลับกัน มีนาที่ก้าวออกมารับเพื่อนสาวด้วยสถานะแห่งเจ้าบ้านแบบที่ตนเองมิใคร่อยากเป็นนัก

ไปนั่งคุยกันที่ห้องรับแขกนะ

คุณผู้หญิงคนใหม่ของบ้านจับจูงมือผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มให้ก้าวเดินตามกันไป เมื่อมาถึงยังที่หมาย ทั้งสองจึงค่อยๆ หย่อนกายนั่งลงบนชุดเก้าอี้นวมขนาดใหญ่ ก่อนที่มีนาจะเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนา

มะลิมีอะไรไม่สบายใจเหรอ?

เมื่อเช้าอรโทรมาหาเรา ตอนแรกก็ถามถึงเหตุการณ์เมื่อคืน แต่พอเราไม่ยอมบอก อรกลับไม่ซักไซ้อะไรเราเลย เหมือนไม่ได้อยากรู้ซะอย่างนั้นแหละ

ไม่น่าเชื่อ คนฟังแบะปาก ไม่อยากวางใจในตัวไฮโซสาวมากนัก เพราะบางทีแม่นั่นอาจกำลังวางแผน คอยหาโอกาสทิ่มแทงพวกตนอยู่ข้างหลังก็เป็นได้

นั่นสิ คนเล่ากล่าวเสริม แถมยังใจดีเสนองานให้เราอีกต่างหาก

งานอะไร? มีนาถามกลับโดยฉับไว เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในเรื่องราวที่เพื่อนสาวเล่าให้ฟัง

ทำบัญชีที่บริษัทของอรนั่นแหละ

มีนาครุ่นคิดด้วยความไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใดกันแน่... ถึงได้ทำตัวเป็นแม่พระยื่นมือช่วยเหลือเพื่อนสาวด้วยหัวใจที่บริสุทธิ์เยี่ยงนี้

อย่าไปทำเลยนะมะลิ เราไม่ค่อยอยากไว้ใจยัยอร มีนาตัดสินใจบอกตามที่คิด

แต่มัลลิกากลับมีท่าทีอึกอักลังเลกับการตัดสินใจอย่างรวดเร็วของเพื่อนรัก ก่อนจะเอ่ยแย้งขึ้นพร้อมทั้งบอกเล่าความจำเป็นของตัวเองที่ทำให้คนฟังถึงกับชะงักงัน

ไม่ได้หรอกมายด์ เธอก็รู้นี่ว่าฐานะอย่างเราไม่มีสิทธิ์เลือกงานได้มากขนาดนั้น เพราะเราต้องหาเงินมาเลี้ยงตัวเอง มัลลิกาก้มหน้าบอกเพื่อนสนิทอย่างอับอายที่เธอทำราวกับคนไม่มีศักดิ์ศรี

สีหน้าสร้อยเศร้าและน้ำเสียงขื่นๆ ของคนพูด ทำให้มีนารู้สึกโกรธตัวเองและเห็นใจเพื่อนสาวของตนไปพร้อมๆ กัน มัลลิกาไม่ได้ร่ำรวยเหมือนอย่างคนอื่นๆ ในกลุ่ม เพราะเธอเป็นเด็กกำพร้า พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ แต่โชคยังดีที่ได้รับความอุปการะจากผู้เป็นป้า ซึ่งตอนนี้ญาติผู้แสนอารีเพียงคนเดียวก็กลับมาด่วนจากเธอไป ในขณะที่เพื่อนสาวกำลังศึกษาอยู่ในระดับมหาลัยก้าวเข้าสู่ปีที่สี่ ดังนั้นมัลลิกาจึงต้องเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย เพื่อหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเอง

นี่เราพูดอะไรออกไปนะ ทำไมเราไม่นึกถึงใจของมะลิบ้างเลย

เมื่อคิดได้ดังนั้นคนพูดจาเอาแต่ใจก็ยิ่งรู้สึกอยากตบปากตัวเองโดยพลันที่กล่าววาจาโดยไม่ไตร่ตรองให้ดีเสียก่อน ถือเอาใจตนว่าเป็นใหญ่ เที่ยวบอกใครต่อใครว่าให้ทำตามที่ตนแนะนำเหมือนใครบางคน!

กฤษฌา

มีนาต้องสะดุ้งตกใจกับความคิดของตัวเองอีกครั้ง เมื่อชื่อของ ใครบางคน ที่ผุดขึ้นมาในสมองกลับเป็นคนที่ตนไม่ชอบขี้หน้า จนแทบอยากจะตะโกนร้องยี้! ออกมาด้วยความขัดใจ

ทำไมเราต้องเอาตัวเอาเข้าไปเปรียบเทียบกับนายหน้าโหด บ้าอำนาจอย่างนั้นด้วยนะ

หญิงสาวสะบัดความคิดนั้นออกทันที แล้วจึงหันกลับมากล่าวกับคู่สนทนาอีกครั้ง

เราขอโทษนะมะลิ เราปากเสียเองที่พูดอะไรออกไปโดยไม่คิด มือเล็กเรียวเอื้อมไปกอบกุมมือของเพื่อนสาว แล้วบีบเบาๆ อย่างให้กำลังใจ

ไม่เป็นไรหรอก เพราะถ้าเราไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเหมือนเธอ เราก็ตัดสินใจอย่างนี้เหมือนกัน

เอาอย่างนี้ไหม เราให้เธอยืมเงินก่อน เผื่อจะได้ลองยืดเวลาดูว่ายัยปีศาจนั่นมีแผนร้ายอะไรไว้รึเปล่า?

มีนายื่นข้อเสนอที่ตนคิดว่าดีเยี่ยมแก่เพื่อนสาว แต่ก็ยังได้รับการปฏิเสธจากเจ้าตัวด้วยเหตุผลที่ว่า

ทำอย่างนั้นไม่ได้นะ เราไม่กล้ายืมเงินเพื่อนหรอก ที่สำคัญเรายืมเงินเธอตลอดไปไม่ได้ด้วย ยังไงสักวันเราก็ต้องหางานหาเงินมาเลี้ยงตัวเองอยู่ดี

อืม เมื่อได้ฟังเหตุผลที่มีน้ำหนักกว่า มีนาจึงได้แต่รับคำอย่างว่าง่ายด้วยสีหน้าจืดจ๋อย จนฝ่ายที่นำความมาปรึกษาอดสงสารไม่ได้ จึงได้เอ่ยปลอบใจเพื่อนสาวว่า

ไม่เอาน่ามายด์ อย่าทำหน้าเศร้าอย่างนั้นสิ เราไม่เป็นไรหรอก ชีวิตไม่สิ้นเราก็ต้องดิ้นกันไป อย่าคิดมากไปเลยนะ แล้วจึงเหลียวซ้ายแลขวาอยู่สักพัก ก่อนที่จะหันมาถามเจ้าบ้านถึงคนที่ทำให้เธอมองหาเมื่อครู่ แล้วคุณกัณณ์ไม่อยู่เหรอ?

มัลลิกาพยายามปรับสีหน้าให้ดูเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่ามิตรแท้อย่างมีนามีหรือจะไม่รู้ว่าเพื่อนสาวของตนคิดอย่างไร จึงได้แกล้งแซวออกไปด้วยความร่าเริง

นั่นแน่ ถามหายอดดวงใจเชียวนะ

บ้าน้ามายด์ พูดซะเสียงดังเชียว เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าจะน่าเกลียด มัลลิกาเอ็ดเพื่อนสาว เพราะเกรงว่าใครที่เดินผ่านมาแถวนี้จะได้ยินสิ่งที่พวกตนพูดกัน โดยเฉพาะ! น้องชายเจ้าของบ้าน

โอ๊ย! ไม่มีหรอก คุณกัณณ์อยู่ข้างบนโน่น คงจะลงมาตอนเย็นๆ ละมั้ง ตัวก็อยู่รอสิ จะได้เจอยอดรักไง

 “บ้าจัง เลิกพูดแบบนี้สักทีเถอะมายด์ มัลลิการีบกระโดดเข้าตะครุบปิดปากคนช่างกระเซ้าเหย้าแหย่โดยฉับพลัน พร้อมทั้งปรามเพื่อนสาวด้วยสีหน้าที่แดงซ่านไปหมด

ท่าทางของมัลลิกาที่กำลังนั่งคร่อมอยู่บนตักของมีนา ทำเอาคนที่กำลังเดินผ่านเข้ามาเห็นอดหัวเราะไม่ได้ จึงได้เอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยใคร่รู้

ทำอะไรกันอยู่น่ะ? กฤษณะเดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มขัน ทำให้คนที่ตั้งใจมาพบเขารีบกระโดดลงจากตัวมีนา แล้วมายืนเรียบร้อยเก็บอาการอยู่ข้างๆ เพื่อนสาว

สวัสดีค่ะคุณกัณณ์ มัลลิกาทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน

สวัสดีครับ พวกคุณยังไม่ตอบผมเลยนะว่าเล่นอะไรกันอยู่ เผื่อผมจะขอเล่นด้วย

ไม่ได้เล่นอะไรหรอกค่ะ ยัยมะลิเค้าแค่ทำหัวใจหล่นไว้แถวนี้ ก็เลยเดินมาหาตรงที่มายด์นั่งอยู่ โอ๊ยยย... พูดยังไม่ทันจบ มีนาก็ต้องร้องอวดครวญเสียงดัง เมื่อเพื่อนสาวตีมือลงบนต้นแขนของเธอเสียเต็มแรง

อย่าไปฟังมายด์เลยค่ะ แล้วนี่คุณกัณณ์จะออกข้างนอกเหรอคะ? มัลลิกาเอ่ยถาม เมื่อเห็นเขาแต่งตัวพร้อมลุย สวมใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาวยี่ห้อดัง

อ๋อ...ครับ ผมกำลังจะมาชวนมายด์ไปกินข้าวนอกบ้านพอดีเลย มีมะลิอยู่ด้วยแบบนี้ยิ่งดีใหญ่ งั้นเราไปกันสามคนเลยนะครับ เดี๋ยวมื้อนี้ผมเลี้ยงเอง

ไม่เอาค่ะ มีนารีบปฏิเสธคำชวน เพราะเธอต้องการเปิดโอกาสให้เพื่อนสาวของตนได้อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนหนุ่มสองต่อสอง มายด์ยังไม่หิวแล้วก็ขี้เกียจออกไปข้างนอกด้วย คุณกัณณ์ไปกับมะลิดีกว่าค่ะ ยังไงฝากไปส่งยัยนี่ให้ด้วยนะคะ พูดจบก็แอบหันไปหลิ่วตาให้คนหน้าแดง

ได้ครับ เดี๋ยวขากลับผมจะซื้อของกินมาฝากนะ

ขอบคุณค่ะมีนายิ้มหวาน

ทั้งกฤษณะและมีนาต่างไม่เปิดโอกาสให้มัลลิกาได้ปฏิเสธคำเชิญนั้นบ้างเลย หญิงสาวจึงได้แต่เพียงพยักหน้าตอบตกลงไปกับทั้งสองคน ซึ่งถือเป็นการยอมไหลไปตามน้ำด้วยความสุขใจอย่างที่เธอไม่เคยรู้สึกเท่านี้มาก่อนเลย

 

ตอนหน้ามีเฮแน่นอนค่ะ
รอติดตามกันนะคะ

ใครอดใจไม่ไหว อยากรู้เรื่องก่อน 

หรือใครอยากอ่านนิยายรักรสเเซ่บบบบ

แวะไปโหลดที่เมพ, นายอินทร์, ebooks และ hytexts เลยค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

634 ความคิดเห็น

  1. #245 คนชอบโม้ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:52
    ^ ^

    ^^

    ^ ^
    #245
    0
  2. #54 NT_loven\'mew (@mnlnmewmew) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 มกราคม 2553 / 00:49
     ง่า ..รู้สึกเหมือนตอนนี้จะสั้นๆแเล้วก็ไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่เลยอะ

    เพราะก่อนหน้านี้ดุเดือด ซ้า
    #54
    0
  3. #53 เพชรใส (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มกราคม 2553 / 14:41
    ขอบคุณคนแต่งเหมือนกันค่ะ



    อยากให้ถึงตอนหน้าเร็ว ๆ จังเลย



    เข้าหอ ๆ
    #53
    0
  4. #52 SN piercensean (@piercensean) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มกราคม 2553 / 13:23
    I would like to say to thanks to you for good novels naja
    Love you ja
    #52
    0
  5. #51 wongwang (@wongwang) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มกราคม 2553 / 04:12

    ขอบคุณเช่นกันจ้า ที่แต่งนิยายดีๆมาให้อ่านกัน

    แล้วมาทำโปรยว่าตอนหน้ามีเฮ ชิๆ อยากรู้แล้วเนี่ย กลางคืนจะนอนกันอีท่าไหน เข้าหอๆๆ อร๊ายยยยย

    #51
    0