คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Superstar (Sunggyu x Myungsoo)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เราจะเป็นดวงดาวที่อยู่เคียงคู่กันตลอดไป
tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 มี.ค. 63 / 17:57


Superstar (Sungkyu x Myungsoo)

 

 

การเป็นคนดังมีชื่อเสียงคือความใฝ่ฝันของใครหลายๆคน เป็นอาชีพที่รายได้ดี มีคนรู้จัก มีสังคมที่ทั้งดีและแย่ มีเพื่อนร่วมชะตาชีวิตเป็นล้านๆชีวิตทั่วโลกแต่ต้องแลกมาด้วยอิสระ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องเป็นที่สนใจของเพื่อนมนุษย์เพราะเหตุนี้วันหยุดของคิม มยองซูจึงอยู่บ้านใช้ชีวิตกับแมวที่ตนเลี้ยง 

 

“กว่าฉันจะได้หยุดงานมาอยู่กับแกนะบยอล”ริมฝีปากเรียวบางพูดกับเจ้าแมวสายพันธ์รัสเซียนบลูที่ตนเลี้ยงไว้หน้าตามันออกจะดูหยิ่งยโสสำหรับใครหลายๆคนแต่กับมยองซูแล้วมันเป็นแมวที่น่ารักชอบเข้ามาคลอเคลียเวลาอยากหิว เวลาอยู่กับบยอลแล้วไม่รู้สึกเหงาเขาเลยชอบอยู่บ้านในวันหยุดที่ไม่มีคิวถ่ายละคร

 

“เมี๊ยว เมี๊ยว”เสียงมันร้องแล้วซบหัวลงที่ตักผู้เป็นเจ้าของอย่างออดอ้อนทำให้ริมฝีปากสวยเผยยิ้มอย่างเอ็นดู นิ้วเรียวกดรีโมทเปลี่ยนช่องทีวีเพื่อหาดูรายการที่น่าสนใจ

 

“เพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นานก็มีข่าวไม่ดีออกมาซะแล้วนะครับสำหรับศิลปินดูโอ้อีมินจูกับคิมซองกยูที่มีข่าวออกมาว่าทั้งสองมีปัญหากันเนื่องจากอยากให้เพลงที่ตัวเองแต่งนั้นได้ขึ้นเป็นเพลงโปรโมทเหตุนี้จึงทำให้อีมินจูขอถอนตัวออกจากการเป็นศิลปินคู่กับคิมซองกยู”

 

“เพิ่งเริ่มแท้ๆ”มยองซูส่ายหน้าไปมาเบาๆนี้แหละน้าวงการบันเทิง พอเป็นที่สนใจเขาหน่อยก็มีคนอยากเข้าหาพอหมดผลประโยชน์ก็มาทิ้งกันเฉย เขาอยู่กับอะไรแบบนี้มาจนชินชากับมันไปแล้วได้แต่หวังว่ารุ่นน้องร่วมวงการทั้งสองคนจะผ่านมันไปได้ด้วยดี

 

ติ้ด ติ้ด

 

เสียงโทรศัพท์เครื่องหรูที่ไม่รู้ว่าเขาไปเผลอวางที่ไหนดังขึ้น ดวงตากลมหันไปมองซ้ายมองขวาก่อนจะเห็นมันนอนแอ่งแม่งอยู่ที่พรมหน้าโซฟาจึงขยับตัวไปหยิบมา

 

“ว่าไงพี่ดงอู”ทักทายผู้จัดการส่วนตัวที่วันนี้ยังไม่ได้เจอหน้าเพราะว่าเขาไม่ได้มีงานที่ไหน

 

“อีกสองสัปดาห์นายจะถ่ายละครเสร็จ”ดงอูพูดเกรินมยองซูจึงตอบรับเบาๆก่อนจะรอฟังอีกคนพูดต่อพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเพราะดูท่าทางงานคงกำลังจ่อคิวรอเขาอีกแล้ว “มีค่ายเพลงติดต่อมาให้นายไปร่วมร้องเพลงกับศิลปินคนนึง”

 

“ผมเนี่ยนะ”มยองซูไม่อยากจะเชื่อหู ค่ายเพลงที่ว่านี้มันค่ายไหนถึงคิดจะเอาเขาไปร้องเพลง ก็ไม่ใช่ว่าร้องเพลงไม่เป็นหรอกเขาเองก็มีความสามารถทางด้านการเล่นดนตรีอย่างกีต้าร์และเคยร้องเพลงประกอบละครี่ตัวเองเล่นอยู่บ้าง แต่จะให้ไปสู่พวกนักร้อง ไอดอลที่ขายเสียงแบบนั้นเขาคงสู้ไม่ไหว

 

“อืม นายเองก็ร้องเพลงได้หนิ ลองดูก็ไม่เสียหายนะ”ปลายสายตอบกลับมา มยองซูเองก็ว่ามันน่าสนใจอยู่แต่เขากลัวจะไปทำให้ผลงานของคนอื่นเสียหายเปล่าๆพูดง่ายๆก็ไม่มั่นใจในเสียงร้องของตัวเองเท่าไรน่ะแหละ

 

“ลองดูก็ได้”มยองซูตอบรับ พอมาคิดดูดีๆการร้องเพลงก็ถือเป็นประสบการณ์อีกอย่างที่จะสร้างผลงานของเขาให้หลากหลายมากขึ้น ตอนร้องเพลงประกอบละครก็ไม่เคยได้ขึ้นโชว์ คราวนี้จะลองดูบ้างแล้วกัน

 

“โอเค เดี๋ยวพี่เช็คตารางงานนายอีกทีแล้วจะแจ้งไปนะ”พอพูดจบอีกคนก็ตัดสายไปทันที คงจะรีบไปเคลียร์งานของเขาให้เสร็จและดูรายละเอียดงานต่อ ดีนะที่ยังไม่รับละครที่ติดต่อมาอีกเรื่องมีหวังเขาคงไม่ได้ลองทำอะไรที่ต่างไปจากเดิมแบบนี้แน่

 

 

“ขอบคุณที่ทำงานหนักนะครับ”มยองซูโค้งให้ทีมงานละครที่เขาเพิ่งถ่ายทำเสร็จ วันนี้เป็นวันปิดกล้องละครแล้วซึ่งมยองซูก็เลยเดนขอบคุณทีมงานทั้งหลายและเหล่านักแสดงที่ต่างก็พากันทำงานอย่างหนักเพื่อให้ผลงานออกมาดี

 

“ไปไหนต่อหรือเปล่าครับ”นักแสดงชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพรางส่งยิ้มพร่าวเสน่ห์มาให้

 

“ไปซ้อมอัดเสียงน่ะครับ”มยองซูตอบออกไปเพราะช่วงเย็นๆเขามีนัดไปพูดคุยเรื่องเพลงที่จะไปร่วมร้อง

 

“เสียดายจัง ไว้เจอกันวันงานเลี้ยงนะครับ พี่มยองซูกลับไปพักผ่อนเถอะ”ชายหนุ่มร่างสูงบอกแล้วส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้ก่อนจะโค้งให้มยองซูแล้วเดินจากไป

 

“เดี๋ยวนี้นายเสน่ห์แรงกับพวกรุ่นน้องเนาะ”ดงอูผู้จัดการที่ยืนมองทั้งสองคนคุยกันทักขึ้นพรางหัวเราะเบาๆ

 

“คนมันหล่อน่ะพี่”มยองซูหยักไหล่ก่อนจะเดินนำอีกคนไปขึ้นรถที่จอดรอเขาอยู่ กว่าจะถึงเวลาไปคุยงานก็เหลืออยู่หลายชั่วโมงให้เขาได้พักผ่อน

 

“ไม่ลองคบใครดูล่ะ เห็นนายโสดมานานแล้วนะ”ดงอูถามเมื่อเข้ามานั่งข้างๆนักแสดงสุดหล่อ เขาเองก็ไม่ได้เห็นมยองซูคบใครมานานแล้ว เด็กนี้ก็อายุมากขึ้นทุกวัน ถ้าเป็นคนปกติเขาคงแต่งงานมีลูกกันไปแล้ว

 

“พี่หมายถึงซองอูอะนะ”มยองซูเลิกคิ้วขึ้นถามก่อนจะหลับตาลงเมื่อได้รับคำตอบเป็นการพยักหน้าจากอีกคน “น้องเขายังเด็ก อนาคตอีกไกล”

 

“เขาก็ดูชอบนายมากนะ นักแสดงผู้หญิงที่มารับเชิญคนนั้นก็ดูจะปลื้มนายด้วยเหมือนกัน”ดงอูว่าพรางนึกไปถึงสาวสวยคนที่มาเป็นแขกรับเชิญเพียงไม่กี่ตอนที่พอมาถึงก็หอบขนมมาให้มยองซูจนอีกคนรับไม่ไหวต้องเอาไปแจกจ่ายทีมงาน

 

“ผมอยากพักผ่อน”มยองซูหันมาพูดเสียงดังฟังชัดก่อนจะหลับตาลง ตอนนี้เขาไม่คิดเรื่องอะไรพวกนี้ทั้งนั้นแหละ ไม่ใช่ว่าเจ็บปวดกับรักครั้งเก่ามากมายจนเริ่มใหม่ไม่ได้หรืออะไรแต่เขาแค่ยังไม่เจอใครที่เขาสนใจจริงๆ

 

 

เจ้าของดวงตาเรียวนั่งถอนหายใจด้วยความหงุดหงิดที่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่สำเร็จสักที

 

“ผมไม่ได้อยากให้นักแสดงมาร่วมร้องเพลงของผม”เสียงเข้มบอกกับผู้มีอำนาจที่กำลังนั่งมองหน้าเขานิ่งๆที่เขาไม่ยอมเชื่อฟัง

 

“แต่เขาจะมาทำให้เพลงของนายได้รับความสนใจมากขึ้น”อีจุงยอพผู้เป็นประธานค่ายเพลงเอ่ยขึ้น ถ้าไม่เห็นว่าเจ้าเด็กนี้มีสักเป็นหลานชายเขาคงไล่ออกจากค่ายไปนานแล้ว ทั้งดื้อทั้งไม่ฟังใคร ไม่ว่าใครจะพูดจะบอกอะไรก็ไม่เชื่อสุดท้ายเขาเลยต้องยอมให้อีมินจูถอนตัวออกไปเพราะเขาไม่สามารถทิ้งซองกยูได้

 

“ผมอยากให้เพลงเป็นที่รู้จักเพราะตัวผมไม่ใช่เพราะใครก็ได้ที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว เขาร้องเพลงได้หรือเปล่าก็ไม่รู้”ซองกยูยังคงเถียงไม่หยุด เขาจะไม่ยอมให้เพลงที่เขาแต่งขึ้นมาต้องมาเป็นที่สนใจเพราะความดังของคนอื่น เขาสร้างมันมาเขาต้องดังไปพร้อมกับมันด้วยตัวเอง

 

“นี่ ซองกยู”จุงยอพถอนหายใจเบาๆแล้วมองไปที่คนเด็กกว่านิ่งๆ “ฉันเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้นายเพราะนายเป็นหลานของฉัน ฉันยอมทิ้งคนอื่นเพื่อให้นายได้ขึ้นมาอยู่จุดนี้ นายจะตามใจฉันสักครั้งได้ไหมอย่าให้มันพังอีกเลยนะ”

 

“นี้อาว่าผมทำทั้งหมดเพราะอยากให้มันพังหรอ”ซองกยูขึ้นเสียงอย่างหงุดหงิดก่อนจะหลับตาตั้งสติเมื่อรู้ตัวว่าเผลอทำตัวไม่ดีลงไป

 

“ขอร้องล่ะ”อีกคนพูดเสียงเรียบทำให้ซองกยูต้องยอมรับชะตากรรม 

 

“ถ้าอัลบั้มนี้ไม่ดีอีก ผมคงต้องขอไป”พูดจบก็เดินออกไปจากห้องทำงานของผู้ที่มีสักเป็นอาและเป็นผู้บริหารของค่ายเพลงแห่งนี้ ซองกยูกล้าพูดว่าเขาเข้ามาเป็นเด็กฝึกที่นี้ได้ด้วยความสามารถของตัวเองจริงๆไม่ใช่เพราะว่าเขาใหญ่มาจากไหน แต่อีมินจูกับด่าเขาอย่างกับว่าเขาฆ่าใครตายจนทำให้เขาไม่ยอมที่จะถ่อยอีกต่อไป

 

‘ถ้าแกมีความสามารถจริงแกคงไปค่ายที่มันใหญ่โตกว่านี้ ไม่ใช่มาอยู่ในค่ายของอาตัวเอง ได้เดบิวต์ก็เพราะอา ได้ทำเพลงก็เพราะอาแบบนี้หรอกซองกยู’

 

“แกรอดูฉันแล้วกัน”กันฟันพูดอย่างคับแค้นใจ เขาจะถือว่าคำพูดนี้เป็นแรงผลักดันให้เขาอยากอาชนะมากขึ้น แต่แล้วซองกยูที่ยืนกำหมัดแน่นต้องลมหายใจสะดุดเมื่อร่างของใครบางคนโผล่มาจากมุมตึก “หมอนี้”

 

 

“อ้าว คุณซองกยู”คนที่เดินตามผู้ชายร่างบางหน้าหวานเอ่ยทักซองกยูที่ยืนมองอยู่นิ่งๆอย่างร่าเริงก่อนจะส่งยิ้มหวานมาให้ ซึ่งพออีกคนเห็นว่าผู้จัดการส่วนตัวรู้จักร่างสูงตรงหน้าก็ส่งยิ้มไปให้อย่างเป็นมิตรเช่นกัน

 

“มยองซูนี้คุณซองกยูคนที่นายจะมาร่วมร้องเพลง”มยองซูตาเบิกกว้างเมื่อได้ยินที่ดงอูพูดก่อนจะโค้งให้อีกคนจนซองกยูโค้งรับแทบไม่ทัน

 

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ”เสียงหวานที่ดังออกมาทำให้ใจของซองกยูเต้นแรงกว่าเดิม เขารู้อยู่แล้วว่าคนที่จะมาร้องเพลงของเขาคือคิมมยองซูนักแสดงที่กำลังฮ็อตมากในตอนนี้แต่ดูเหมือนอีกคนจะไม่รู้จักเขา ก็ใช่ซี้เขามันก็แค่นักร้องต๊อกต๋อยใครเขาจะรู้จักยิ่งกับดาราดังขนาดนี้ด้วยแล้ว

 

“เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”ซองกยูส่งยิ้มกลับไปให้

 

“เดี๋ยวผมขอเข้าไปคุยกับประธานค่ายแปปนึงแล้วเจอกันนะครับ”มยองซูบอกก่อนจะเดินเลี่ยงไปตามทางที่เพื่อไปที่ห้องที่ซองกยูเพิ่งเดินออกมา

 

“ก็ว่าทำไมถึงดังนาน”ซองกยูพึมพำกับตัวเองก่อนจะเดินไปที่ห้องอัดเสียง 

 

“ไง ทำไมยิ้มหน้าบานมาเชียว”เสียงทักทายกวนๆของนัมอูฮยอนโปร์ดิวเซอร์ของค่ายดังขึ้น ทำให้ซองกยูเบ้ปากเบาๆ

 

“ก็ไม่ไงแต่ผมเพิ่งเจออะไรที่ถูกใจมา”ซองกยูว่าแล้วยกยิ้มขึ้น ภาพในหัวของเขาตอนนี้คือใบหน้าของคิมมยองซูที่โผล่มาจากมุมตึกที่กำลังฉายออกมาช้าๆในความคิดทำเอาใจสั่นอย่างประหลาด นี้สินะที่เขาเรียกกันว่า รักแรกพบ

 

“เจอไรมาว่ะ”อูฮยอนมุมเก้าอี้มามองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาอย่างสงสัยก่อนจะเอ่ยถาม 

 

“พี่จะยุ่งทำไมว่ะ”ซองกยูมองอีกคนขวางๆแล้วหยิบโน้ตเพลงขึ้นมาดู 

 

ก๊อก ก๊อก

 

“ขอเข้าไปนะครับ”เสียงเคาะประตูพร้อมกับเสียงหวานๆของใครบางคนดังขึ้นทำให้ทั้งสองรีบเงยหน้าขึ้นมอง

 

“เชิญนั่งครับ”อูฮยอนผายมือให้มยองซูนั่งลงข้างๆซองกยู ซึ่งพออีกคนนั่งลงซองกยูมันก็ทำตัวลีบไม่เป็นตัวของตัวเองทันที หึ นี้สินะอะไรที่ถูกใจ

 

“เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังนะครับ”อูฮยอนพูดก่อนจะส่งโน๊ตเพลงอีกแผ่นให้มยองซูแล้วเริ่มอธิบาย โดยมีซองกยูนั่งฟังเงียบๆไปด้วยพรางมองคนที่กำลังพยักหน้ารับอูฮยอนด้วยสายตาเอ็นดู ไม่รู้ว่าเข้าใจหรือเปล่าแต่ไม่ว่าอูฮยอนจะพูดอะไรอีกคนก็พยักหน้ารับตลอด

 

“เอาแบบนี้นะ”พออธิบายเสร็จอูฮยอนก็อันเชิญร่างของซองกยูเข้าไปในห้องอัดเพื่อเป็นไกด์ให้มยองซู ดวงตากลมมองร่างสูงในห้องอัดนิ่งๆแล้วต้องเผยยิ้มออกมาเมื่ออีกคนส่งยิ้มมาให้ “เริ่ม”

 

และไม่นานเสียงทุ่มแหลมนิดๆก็เปล่งขึ้นทำเอามยองซูตาเบิกกว้าง เสียงเพราะขนาดนี้อนาคตไกลแน่ ร่างบางได้แต่คิดในใจแล้วต้องหลบสายตาที่มองมาอย่างสื่อความหมายจนเขาใจเต้นแรง 

ทั้งที่รู้ดีว่าอีกคนอาจจะแค่อินตามเพลงเลยส่งสายตาแบบนั้นมาให้

 

“อะ โอเค ลองท่อนนี้บ้าง”อูฮยอนหยุดเสียงดนตรีก่อนจะเปิดอีกท่อนให้ซองกยูการอัดเสียงของอีกคนเป็นไปได้ด้วยดีจนมยองซูเริ่มใจสั่น

 

“คราวนี้เป็นตาคุณมยองซูนะครับ”อูฮยอนพยักหน้าให้ซองกยูออกมาก่อนจะหันมาหาคนที่นั่งกุมมือตัวเองอยู่ “ไม่ต้องกังวลนะครับนี้เป็นแค่การวอร์มเสียง”

 

“ครับ”มยองซูตอบรับก่อนจะเดินเข้าไปในห้องอัด หยิบหูฟังขึ้นคลอบหูแล้วสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ

 

“เริ่มนะ”เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้นก็เหมือนจะทำให้ใจของมยองซูยิ่งเต้นแรง เหงื่อเริ่มไหลซึมที่มือบางแต่ก็ยังต้องตั้งสมาธิฟังดนตรีและเสียงร้องของไกด์เพลงที่ดังขึ้นก่อนจะเริ่มร้องขึ้นเมื่อถึงท่อน “เอ่อ คุณมยองซู”

 

“คะ ครับ”

 

“ผมว่าเสียงสูงเกินไปลองร้องเสียงต่ำกว่านี้นิดนึงนะ”

 

“มยองซูครับ”

 

“เอ่อ ครับ”

 

“มันต่ำเกินไปมากเลยอะ ร้องขึ้นอีกนิดนึง”

 

ซองกยูได้แต่อมยิ้มกับท่าทางของคนในห้องอัดกับคุณโปร์ดิวเซอร์ พรางนึกแปลกใจที่ตนเองไม่หงุดหงิดอะไรเลยหนำซ้ำยังเอ็นดูร่างบางที่ท่าทางเงอะงะนั้นด้วย เขาก็พอจะรู้ว่ามยองซูไม่ใช่นักร้องมืออาชีพเรื่องแบบนี้ก็คงยากไปสำหรับอีกฝ่าย 

 

“วันนี้ผมว่าพอแค่นี้ก่อนนะ”อูฮยอนถอนหายใจก่อนจะเรียกมยองซูออกมา

 

“อะเอ่อ ผมทำไม่ดีหรอครับ”มยองซูถามพรางทำหน้าจะร้องไห้

 

“ก็ไม่เท่าไรนะ บางท่อนก็พอได้อยู่แต่ผมว่าถ้าดีกว่านี้ก็โอเค นายว่าไงซองกยู”บอกกับคนที่มีท่าทางเป็นกังวลก่อนจะหันมาถามความเห็นคนเด็กกว่า

 

“ผมอยากให้มันดีกว่านี้อะ”ซองกยูบอกออกไปตามความคิด แม้จะชื่นชมในความน่ารักน่าเอ็นดูของคุณนักแสดงมยองซูแต่เขาก็ค่อนข้างจริงจังกับงาน เรื่องแบบนี้มันพลาดไม่ได้เด็ดขาด

 

“ขอโทษนะครับที่วันนี้ทำให้เสียเวลา ผมจะกลับไปฝึกอย่างหนัก”มยองซูบอกก่อนจะโค้งขอโทษทั้งสองคนอย่างขออภัยจนอูฮยอนห้ามแทบไม่ทัน

 

“ไม่เป็นไรๆไม่ต้องโค้งขนาดนั้นหรอกเดี๋ยวเด็กมันได้ใจ”อูฮยอนว่าก่อนจะตวัดสายตามามองซองกยู

 

“เด็ก”มยองซูเอียงคอมอง ในนี้มีเด็กด้วยหรอ

 

“ก็ไอ้เด็กนี้อะมันเด็กกว่าคุณ เพิ่งเดบิวต์ได้ไม่นานก็ถูกคู่ดูโอ้ทิ้ง”อูฮยอนว่าพรางชี้มาที่ซองกยูจนคนที่ถูกบอกว่าเด็กกว่าทำหน้ามู่ทู่ “ส่วนฉันหน้าจะอายุเท่านาย เราไม่ต้องเรียกคุณกับผมแล้วแหละ”

 

“อ่อ ครับๆ”มยองซูพยักหน้ารับก่อนจะขมวดคิ้วแล้วมองมาที่ซองกยูนิ่งๆอย่างครุ่นคิด “อ้อ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพี่ได้ดูข่าวของนาย เสียใจด้วยนะ”

 

“ไม่ต้องเสียใจหรอก ผมไม่ได้ตาย”ซองกยูตอบปัดๆเพราะไม่อยากนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องมานั่งช้ำใจถึงทุกวันนี้

 

“งั้นเดี๋ยวเราไปหาอะไรกินกันดีกว่าจะได้รู้จักกันมากขึ้น”อูฮยอนพูดขัดเมื่อเห็นว่าซองกยูเริ่มปล่อยรังสีอำมหิตออกมาจากตัว

 

“ได้ครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง”มยองซูบอกก่อนจะเดินออกไปจากห้องเพื่อไปหาผู้จัดการที่คงกำลังนั่งรอเขาอยู่

 

“น่ารักแบบที่แกว่าจริงๆว่ะ”อูฮยอนพูดขึ้นแล้วยกยิ้มเมื่อซองกยูหันมามองเขาตาขวาง “คิดจะกินหญ้าแก่สกิลมันต้องได้มากกว่านี้เว๊ย”

 

“ยุ่งน้า”มือเรียวปัดมือที่ตบไหล่เบาๆออกอย่างหงุดหงิด เขาก็แค่สนใจในตัวมยองซูเฉยๆเห็นว่าน่ารักแต่ทำไมอูฮยอนต้องมาส่งสายตาล้อเลียนกันด้วย อย่าให้รู้นะว่ากำลังจีบใครอยู่พ่อจะไปใส่ไฟให้จีบไม่ติดเลยคอยดู

 

 

“ทานให้อร่อยเลยนะครับ”มยองซูบอกเมื่ออาหารมาเสริฟที่โต๊ะจนครบแล้วก่อนจะเริ่มตักอาหารเข้าปากเพราะกระเพาะอาหารเริ่มส่งเสียงประท้วง

 

“ความจริงนายไม่ต้องเลี้ยงก็ได้นะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”อูฮยอนพูดขึ้น เขาเองที่เป็นคนชวนอีกฝ่ายมาแล้วจะมาให้อีกฝ่ายเลี้ยงก็เกรงใจอยู่ ถึงแม้จะชอบของฟรีมากๆก็เถอะ

 

“กินไปเถอะ”มยองซูตอบก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆอูฮยอนที่เอาแต่มองหน้าเขา “หน้าพี่มีอะไรติดหรือเปล่าซองกยู”

 

“ปะ เปล่าฮะ”เด็กหนุ่มส่ายหน้าก่อนจะรีบก้มลงสนใจอาหารที่อยู่ตรงหน้าตนเอง นี้เขาเผลอทำอะไรลงไปเนี่ย

 

“ดูท่าจะสนิทกันไวนะ”ดงอูพูดขึ้นเมื่อมองเหตุการณ์อยู่นานแล้วเห็นท่าทางของซองกยู เด็กนี้ก็คงจะหลงเสน่ห์มยองซูเข้าให้อีกคนถึงได้มีท่าทีลุกลี้ลุกลนแบบนี้ ก็นะนักแสดงของเขาทั้งหล่อทั้งน่ารักขนาดนี้

 

“มยองซูน่ารักครับ ผมเห็นครั้งแรกนี้สตั้นเลย”อูฮยอนพูดขำๆแล้วเหลือบมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆ

 

“สนใจจีบไหมครับ”ดงอูพูดแซว

 

“พี่ดงอู”มยองซูหันมาทำหน้าไม่พอใจใส่แต่จางดงอูคนนี้จะสนไม่ เขาอยากให้มยองซูมีคนดูแลหัวใจเต็มที ดูท่าทางอูฮยอนก็โอเคดีหรือจะเป็นซองกยูที่ถึงแม้จะเด็กกว่าแต่ก็ดูเก่งอยู่พอตัว

 

“ถ้าคุณมยองซูไม่ว่าอะไร”

 

“พี่อูฮยอน”ซองกยูเรียกอีกคนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดด้วยความไม่พอใจ 

 

“อะไรของแก”

 

“รีบกินเถอะผมอยากกลับบ้าน”

 

“อยากกลับแกก็กลับไปสิเดี๋ยวฉันกินเสร็จก็จะไปส่งมยองซู”อูฮยอนทำท่าทางไม่ใส่ใจแหย่เด็กหนุ่มที่เริ่มจะไม่พอใจเขา 

 

“ผมไปด้วย”ซองกยูมองตาขวางก่อนจะตักอาหารเข้าปากอย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาของมยองซูมองอย่างเอ็นดู ตอนแรกเห็นหน้าโหดๆนึกว่าจะหน้ากลัวที่ไหนได้ซองกยูก็แค่เด็กวัยรุ่นคนหนึ่งที่มีความตั้งใจกับงานมากๆแต่พอเวลาไม่ได้ทำงานก็แค่เด็กหนุ่มวัยรุ่นทั่วไป

 

“แกจะไปทำไม กินเสร็จก็กลับบ้านไปเลย”อูฮยอนหันไปแหวใส่คนเด็กกว่า เขาว่าเขาคิดไม่ผิด ไอ้เด็กตาขีดนี้ต้องชอบมยองซูเข้าแล้วแน่ๆ

 

“เถอะน่า ไปด้วยนะ”ซองกยูว่าก่อนจะหันมาหาคนที่นั่งมองเขายิ้มๆอย่าอ้อนวอน มยองซูจึงพยักหน้ารับ แค่การไปส่งเขาทั้งสองคนก็ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ไปได้

 

 

“ขับรถกลับดีๆนะ”มยองซูยืนโบกมืออยู่ข้างรถคันหรูหลังจากที่เขาก้าวลงจากรถแล้วเรียบร้อย อูฮยอนเปิดกระจกรถก่อนจะโบกมือกลับทำเอาคนที่นั่งอยู่ข้างๆคนขับหน้าบึ้ง

 

“ไปสักทีเถอะ”ซองกยูกล่าวทำให้อูฮยอนเบ้ปากใส่ก่อนจะเคลื่อนตัวรถไปทางถนนเพื่อไปส่งคนเด็กกว่าที่วันนี้ทำตัวเป็นภาระเขาทั้งวัน ตลอดทางเขาก็ไม่ได้ยินเสียงซองกยูอีกเลยทำให้ต้องหันไปมองเพราะคิดว่าอีกคนหลับไปแล้วแต่ดวงตาเรียวเล็กนั้นกลับทอดมองออกไปทางนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย

 

“คิดถึงใครอยู่”ซองกยูหันหน้ามาเมื่อได้ยินคำถามจากอีกคน

 

“พี่ว่าผมจะทำงานกับเขาได้ดีไหม”ซองกยูถามก่อนจะถอนหายใจออกมา เขากลัวว่าตัวเองจะทำให้โปรเจคนี้ล้มอีก เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้นอีกแล้ว

 

“ไม่หรอก ฉันเองก็เคยได้ยินเรื่องของมยองซูบ้างนะ เห็นมีคนบอกว่าเขานิสัยน่ารัก ตั้งใจทำงานตลอด เพลงแกต้องออกมาดีเชื่อฉันสิ”เอื้อมมือไปตบไหล่อีกคนเบาๆอย่างให้กำลังใจ

 

“ผมก็ขอให้เป็นอย่างนั้น”ซองกยูถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาอยากทำให้มยองซูมีความสุขกับการทำงานร่วมกับเขาไม่อยากให้อีกคนได้รับความรู้สึกแย่ๆจนไม่อยากมาร่วมงานกับเขาอีก ในตอนแรกเขาโวยวายแทบตายเพื่อจะไม่เอาดารามาร่วมร้องเพลงด้วย เขาเคยเห็นมยองซูแค่ในทีวีเป็นนักแสดงเป็นพระเอกละครแต่พอมาเจอตัวจริงก็ได้รู้ว่าอีกฝ่ายนิสัยน่ารักมากแค่ไหนจนไม่แปลกใจที่คุณอาติดต่ออีกคนมาให้เขา

 

 

“ฉันทำไม่ได้อีกแล้วใช่ไหม”น้ำเสียงเศร้าๆดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าน่ารักที่ง้ำงอลงเพราะงานออกมาไม่เป็นอย่างที่หวัง “ฉันฟังเสียงร้องไกด์ทั้งคืนเลยนะ แต่ฉันไม่ใช่นักร้องมืออาชีพเลยทำได้ไม่ดีเท่าไร”

 

“ย่า อย่าเพิ่งตัดพ้อสิ เท่าที่ฟังเสียงนายก็ดีขึ้นแล้วนะแต่ติดที่มันเพี้ยนนิดหน่อย”อูฮยอนบอกเพื่อปลอบใจมยองซูก่อนจะเหลือบสายตามองซองกยูที่มีสีหน้าเครียดไม่ต่างกัน

 

“พี่ขอโทษนะซองกยูที่ทำให้เพลงนายออกมาไม่ดี”มยองซูหันไปหาอีกคนแล้วกล่าวขอโทษจนซองกยูยิ้มออกมาแล้วส่ายหน้าเบาๆ

 

“ไม่เป็นไรหรอก เรายังเหลือเวลาอีกเป็นเดือน เดี๋ยวผมจะสอนพี่ร้องเพลงเอง”ซองกยูว่าแล้วเอื้อมมือไปกุมมือบางเบาๆจนอีกคนชะงัก

 

“อืม”มยองซูพยักหน้ารับก่อนจะค่อยๆดึงมือกลับ ทำไมตอนที่มือเรียวนั้นสัมผัสลงบนมือของเขาหัวใจต้องเต้นแรงขนาดนี้ด้วยนะ 

 

 

ดวงตาเรียวเล็กมองแผ่นหลังของคนร่างบางที่กำลังขมักเขม่นอยู่หน้าเคาท์เตอร์บาร์ภายในคอนโดหรูด้วยความชื่นชม ก่อนจะเผยยิ้มออกมาเมื่ออีกคนกวักมือเรียกให้เขาไปหา

 

“เดี๋ยวนายถือชามสลัดไปวางที่โต๊ะนะ พี่ขอไปหยิบไวน์แปปนึง”อีกคนบอกแล้วยืนชามสลัดใบใหญ่ที่ตนเพิ่งทำเสร็จให้อีกคนก่อนจะเลี่ยงไปยังห้องเก็บไวน์เล็กๆที่ตนเป็นคนออกแบบเอง

 

“พี่ชอบกินไวน์หรอ”เสียงเข้มถามเมื่อมยองซูวางแก้วกับไวน์ลงบนโต๊ะ 

 

“นิดหน่อย แก้เบื่อ พี่ไม่ชอบดื่มเหล้าเท่าไหร่เลยอาศัยพวกแอลกอฮอร์เบาๆอย่างไวน์เอาน่ะ อร่อยด้วยนะ”มยองซูว่าแล้วรินไวน์ใส่แก้วของตนก่อนจะมองไปที่อีกคนนิ่งๆ “นายอายุเท่าไรแล้ว”

 

“22 กินได้แล้ว”ซองกยูตอบเมื่อรู้ว่าอีกคนกำลังคิดอะไร เขาหน้าเด็กขนาดที่อีกคนคิดว่าเขายังไม่บรรลุนิติภาวะเลยหรือไง

 

 “อย่ากินเยอะแล้วกัน”มยองซูรินไวน์ให้อีกคนแล้วเริ่มลงมือทานอาหารที่เตรียมไว้ วันนี้ซองกยูบอกว่าจะขอมานอนที่ห้องของเขาเพื่อสอนเขาร้องเพลง เขาค้านแล้วนะว่าเดี๋ยวค่อยนัดเวลาไปสอนเขาที่ค่ายของอีกฝ่ายก็ได้แต่อีกคนก็ดื้อดึงที่จะมาจนได้อยู่ดี เขาจึงต้องลงมือทำอาหารต้อนรับเด็กดื้อตาขีด

 

“นี่พี่”อีกคนเงยหน้าขึ้นจากจานสลัดมาเรียกตนทำให้มยองซูต้องเลิกคิ้วมองอีกคน “มีแฟนยัง”

 

“แค่ก แค่ก ถามอะไรของนายเนี่ย”มยองซูถึงกับสำลักสลัดกับคำถามของอีกคน มือบางหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มก่อนจะสูดหายใจเขาเบาๆ

 

“เอ้า ก็อายุขนาดนี้แล้วก็น่าจะมีคนคุยๆบ้างหรือเปล่า”ซองกยูว่าแล้วมองใบหน้าน่ารักอย่างเอ็นดู ถามแค่นี้ทำไมต้องเป็นถึงขนาดนี้ด้วย ดูสิหน้าแดงหมดแล้ว

 

“ยังไม่มี”มยองซูตอบก่อนจะก้มหน้างุดหลบสายตาเรียวเล็กที่มองมาเหมือนมีอะไรบางอย่างแอบแฝง เด็กนี้คงไม่คิดทำอะไรแผลงๆหรอกนะ

 

“งั้นก็ดี”ซองกยูพยักหน้ารับพรางพยายามกลั้นยิ้มที่เกิดจากความดีใจไว้ ถึงเขาจะเด็กกว่าอีกฝ่ายแต่เขาก็ผ่านโลกมาบ้างแล้วเขามั่นใจว่าความรู้สึกของเขาตอนนี้คืออะไร มยองซูน่ารัก ดวงตากลมโตที่ต่อให้ทำหน้าเศร้าแค่ไหนก็ยังเปล่งประกาย รูปร่างสูงเพรียวสมส่วน ผิวขาวเนียน นั้นทำให้เขาใจเต้นแรงตั้งแต่แรกเห็น อูฮยอนพูดถูกถ้าจะกินหญ้าแก่เขาต้องพัฒนาสกิลของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าเรื่องแบบนี้เขาจะเก่งกว่าคนอายุมากกว่าอย่างมยองซูนะเพราะอีกคนยังดูใสซื่อไร้เดียงสากับเรื่องรักๆใคร่ๆอยู่เลย เพราะแค่ถามก็เขินจนหน้าแดงตัวแดงไปหมดแล้ว

 

“ทำไม จะแนะนำพี่ให้ใครหรือเปล่า”มยองซูถามเบาๆอย่างอยากรู้ 

 

“ไม่อะ ผมไม่มีทางแนะนำพี่ให้คนอื่นแน่นอน”ซองกยูพูดเสียงเข้มอย่างหนักแน่นและต้องเห็นริ้วแดงบนใบหน้าน่ารักเมื่อเขาพูดประโยคต่อมา “ผมจะจีบพี่ได้หรือเปล่า”

 

“ซ ซองกยู”มยองซูรู้สึกว่าตัวเองคอแห้งผากเมื่อได้ยินคำถามของคนเด็กกว่า 

 

“พี่ไม่ต้องตอบหรอกเปิดใจให้ผมก็พอ”ซองกยูหยักคิ้วให้อีกคนกวนๆก่อนจะก้มลงสนใจอาหารที่อีกคนอุตส่าห์ทำให้เขากินเพราะถ้ามัวแต่คุยกันอยู่แบบนี้อาหารจะชืดจนไม่น่ากินไปซะก่อน

 

 

“ตรงนี้นะ พี่ต้องขึ้นเสียงแบบนี้”ซองกยูบอกก่อนจะร้องเพลงให้อีกคนฟังเป็นตัวอย่างแล้วหยุดให้มยองซูร้องตาม ตอนนี้ทั้งสองกำลังนั่งอยู่ในห้องรับแขกโดยมีโต๊ะกระจกหน้าโซฟากั้นกลาง ไม่มีใครสนใจโซฟาสุดหรูแต่ลงไปนั่งที่พรมด้านล่างแล้วตั้งใจฝึกร้องเพลง

 

“หายใจเข้าลึกๆ”ซองกยูขยับตัวมานั่งข้างเจ้าของใบหน้าหวานก่อนจะวางมือไว้ที่หน้าท้องอีกคนเบาๆจนมยองซูสะดุ้ง

 

“ทะ ทำอะไร”มองอีกคนอย่างไม่ไว้ใจแล้วจับข้อมือแกร่งไว้

 

“นั่งหลังตรงๆแล้วหายใจเข้าลึกๆ”ซองกยูบอกเสียงเข้มพรางมองอีกคนอย่างจริงจังจนมยองซูยอมทำตามเมื่อเห็นว่าซองกยูก็แค่วางมือไว้ที่หน้าท้องไม่ได้จะทำอะไรแบบที่เขาคิด ก็จะไม่ให้คิดได้ยังไงในเมื่ออีกคนเพิ่งบอกว่าจะจีบเขาแล้วสถานการณ์ที่ต้องมาอยู่ด้วยกันสองคนแบบนี้อีกเขาก็อดหวั่นใจไม่ได้กลัวจะเกิดอะไรขึ้น

 

“เดี๋ยววอร์มเสียงแบบนี้แล้วเรามาเริ่มร้องกัน”ซองกยูบอกก่อนจะทำให้อีกคนดูแล้วต้องขำออกมาเมื่อเห็นท่าทางเงอะงะของร่างบางและการสอนร้องเพลงของเขาก็เป็นไปได้ด้วยดีเมื่อมยองซูเองก็มีความตั้งใจที่จะทำมันอยู่แล้ว

 

 

“นี้ผ้าขนหนู เสื้อผ้านี้นายคงพอจะใส่ได้นะ”มยองซูยื่นผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าให้อีกคน เขากับซองกยูก็ตัวไม่ต่างกันเท่าไรอีกคนคงพอจะใส่เสื้อผ้าของเขาได้

 

“ชุดนอนพี่แบ๊วเกินไปหรือเปล่า”ซองกยูคลี่ชุดนอนสีฟ้าสดใสขึ้นดูแล้วทำให้สะอิดสะเอียดเต็มทีจนมยองซูหน้าเสีย

 

“ก็พี่กลัวว่านายจะนอนไม่สบายเลยเอาชุดนอนมาให้ พี่ก็มีแต่แบบนี้แหละส่วนใหญ่แฟนคลับซื้อมาให้”มยองซูว่าแล้วยิ้มแหยะๆให้ แต่พอนึกดีๆถ้าชุดนี้ไปอยู่บนร่างซองกยูคงแปลกๆพิลึก

 

“ผมก็เข้าใจนะว่าพี่น่ารักแฟนคลับเลยซื้ออะไรหวานแหววแบบนี้ให้ แต่ถ้าจะให้ผมใส่ผมขอใส่ชุดเดิมซะยังดีกว่า”ซองกยูว่าก่อนจะยื่นชุดนอนคืนให้อีกคน “หรือพี่มีพวกบ๊อกเซอร์เสื้อยืดหรือเปล่า”

 

“ก็มีนะ เดี๋ยวพี่มา”มยองซูทำท่าครุ่นคิดก่อนจะกลับเข้าไปในห้องนอนของตนแล้วกลับมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง “อะนี่ ชุดนอนน้องชายพี่พอดีเพิ่งนึกออก เอาไปใส่ล่ะกัน”

 

“อืม แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย”ซองกยูพยักหน้ารับก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วมองชุดนอนสีเทาขายาวสีเทาในมือ ถ้าอีกคนไม่บอกว่าเป็นของน้องชายเขาคงหงุดหงิดซะยิ่งกว่าร่างบางเอาชุดนอนสีฟ้านั้นมาให้เขาอีกเพราะสมองก็เผลอคิดไปแล้วว่าจะเป็นของผู้ชายคนอื่น

 

“ห้องนอนนั้นมีห้องน้ำอยู่ นายนอนในนั้นแหละ”นิ้วเรียวชี้ไปที่ห้องนอนเล็กๆอีกห้องหนึ่งให้ร่างสูงดู

 

“นอนกับพี่ไม่ได้เหรอ”ซองกยูถามแล้วยกยิ้มขึ้นวันนี้อากาศเริ่มเย็นถ้าได้นอนกอดใครสักคนคงจะอุ่นดี

 

“อยากกลับไปนอนบ้านใช่ไหม”มยองซูถามเสียงเข้มแต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าว โทรตามพี่ดงอูมาอยู่ด้วยดีไหมนะเขาไม่อยากอยู่ด้วยกันแค่สองคนเลย ไม่ใช่ว่ากลัวอีกคนอะไรมากมายแต่เขากลัวใจตัวเองมากกว่า

 

“ก็ได้”ซองกยูทำหน้าง้ำงอก่อนจะเดินคอตกเข้าห้องนอนชั่วคราวของตนเมื่อเข้ามาในห้องแล้วเขาต้องหงุดหงิดหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นของใช้ส่วนตัวหลายๆอย่างของผู้ชาย คงจะเป็นของน้องชายมยองซูสินะ 

 

“ฮัดชิ้ว”เมื่อก้าวขาออกมาจากห้องนอนเขาก็ต้องจามออกมา รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแปลกๆตั้งแต่เมื่อกี้แล้วคงเพราะช่วงนี้อากาศเริ่มเปลี่ยนจากหน้าร้อนเป็นหน้าฝนทำให้เขาเกิดอากาศเหมือนจะไม่สบาย

 

 

“แค่ก แค่ก ฮัดชิ้ว”มยองซูที่กำลังนั่งเช็ดผมอยู่ต้องขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงจามและเสียงไอจากห้องข้างๆซองกยูคงไม่ได้คิดจะแกล้งอะไรเขาใช่ไหม

 

“ฮัดชิ้ว”

 

“ไม่สบายหรอ”เสียงหวานพึมพำก่อนจะลุกจากเตียงเพื่อเดินไปดูที่ห้องอีกคน ใบหน้าหวานแนบเข้ากับประตูเพื่อฟังเสียงแล้วต้องสะงักเมื่อประตูถูกเปิดออกพร้อมกับร่างของผู้อาศัย

 

“อะ”ซองกยูเบิกตากว้างเมื่อเปิดประตูออกมาพบกับใบหน้าหวานแถมเขายังไม่ทันระวังจนตอนนี้ตรงหน้าของเขาคือแก้มขาวเนียนที่ส่งกลิ่นหอมแตะจมูก

 

“ย่า คิมซองกยู”มยองซูร้องโวยวายแล้วผลักอีกคนให้ห่างจากตัว เมื่ออยู่ดีๆซองกยูก็เปิดประตูออกมาหอมแก้มเขา

 

“หยุด หยุดก่อน”ซองกยูพยายามคว้ามือที่กำลังประทุษร้ายร่างกายของตนไว้แล้วขึ้นเสียงใส่ร่างบางจนมยองซูนิ่ง

 

“ไอ้บ้า”

 

“อะไรของพี่”เสียงเข้มถามแล้วดึงร่างบางมาใกล้ๆเมื่ออีกคนทุบแรงๆที่อกเขาอย่างจัง

 

“ก็นายมาหอมแก้มฉันทำไมล่ะ”มยองซูโวยวายแล้วทำหน้าไม่พอใจ เขาว่าแล้วว่าเด็กนี้มันเป็นมีแผนการคงจะแกล้งไอเพื่อให้เขามาดูแล้วทำแบบนี้สินะ

 

“พี่นั้นแหละ อยู่ดีๆก็มายืนหน้าห้องผมคิดจะทำอะไรผมกันแน่”ซองกยูว่าแล้วปล่อยร่างบางออกจากอ้อมแขนเมื่อรู้สึกว่าเขาได้กลิ่นหอมจากอีกคนจนรู้สึกเหมือนจะเวียนหัว

 

“ก็นายไอ เอ๊ะหน้านายซีดๆนะ”มยองซูบอกก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นหน้าของซองกยูชัดๆก่อนจะยกมือขึ้นอังหน้าผากร่างสูงเบาๆ “ไม่สบายงั้นหรอ”

 

“คงงั้น กำลังจะเดินไปขอยาพี่ก็มายืนอยู่นี้แล้ว”ซองกยูพยักหน้ารับแล้วบอกสาเหตุที่ทำให้เขาได้หอมแก้มเนียนเมื่อกี้ว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ

 

“เอ้าหรอ”มยองซูรู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อกี้ก็เผลอทำร้ายอีกคนอย่างแรงซะด้วย 

 

“งั้นเดี๋ยวพี่ไปเอายามาให้นายเข้าไปนอนรอเถอะ”บอกกับอีกคนก่อนจะหุนหันเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อหยิบยาแก้ไข้ให้อีกคน แต่พอจะก้าวขาออกจากห้องก็ต้องชะงักเมื่อนึกอะไรขึ้นได้จึงเดินไปที่ห้องครัวหยิบกะละมังรองน้ำพอประมาณแล้วถือไปที่ห้องนอนจำเป็นของคุณชายซองกยูด้วย

 

“อาการหนักนะเราเนี่ย”มยองซูแขวะอีกคนขำๆเมื่อเขามาเห็นว่าซองกยูกำลังนอนห่อตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนา ร่างบางวางกะละมังลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะขยับไปนั่งข้างๆคนที่นอนตัวสั่นอยู่แล้วเอื้อมมือไปหยิบมาชุบน้ำในกะละมังมาบิดให้หมาดๆก่อนจะเอามาซับตามตัวร่างสูงเบาๆ

 

“หนาว”เสียงเข้มดังขึ้นพร้อมกับมือหนาที่คว้าแขนเรียวของมยองซูไว้

 

“นี่ ถ้านายดื้อไม่ยอมให้พี่เช็ดตัวนายจะไข้ขึ้นหนักกว่าเดิมนะ”มยองซูดุอีกคนก่อนจะดึงมือเรียวสวยออกแล้วปลดกระดุมเสื้อชุดนอนออกแล้วค่อยๆไล่เช็ดไปตามแผ่นอกไล้ลงไปที่หน้าท้องแกล่งแล้วใบหน้าน่ารักต้องซับสีเลือดเมื่อเห็นว่าร่างกายอีกคนแข็งแรงแค่ไหน ดูภายนอกเห็นว่าก็รูปร่างผู้ชายทั่วไปมาเห็นแบบนี้ก็ทำให้เขาอดรู้สึกร้อนๆหนาวๆไม่ได้

 

“อะ กินยาซะ”ร่างบางว่าก่อนจะค่อยๆประคองร่างสูงขึ้นมากินยาหลังจากที่ติดกระดุมเม็ดสุดท้ายเสร็จด้วยมืออันสั่นเทา

 

“ขอบคุณครับ”ซองกยูบอกเสียงแหบพร่าก่อนจะขยับไปนอนซบตักของอีกคน

 

“ซองกยูไปนอนดีๆสิ”มยองซูโวยวายแต่ก็ไม่กล้าทำอะไรเพราะกลัวจะทำให้อีกคนเจ็บ

 

“ขออยู่แบบนี้สักพักสิ”ซองกยูพูดเสียงเบารู้สึกง่วงนอนเต็มทีทำให้อีกคนต้องเงียบแล้วนั่งนิ่งๆให้ซองกยูนอนซบตักอยู่อย่างนั้น

 

“เอ่อ ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม”มยองซูถามอย่างไม่แน่ใจเพราะนั่งชั่งใจอยู่นาน

 

“จะดีเหรอ”ซองกยูถามอย่างหยอกล้อแล้วยกยิ้มขึ้นก่อนจะขยับตัวไปนอนหนุนหมอนดีๆแล้วตบไปที่ที่ว่างข้างๆให้มยองซูนอนลง “นอนสิพี่”

 

มยองซูค่อยๆขยับตัวขึ้นไปนอนข้างๆอีกคนด้วยใจหวั่นๆแต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือเพราะเขาจะไม่ยอมให้ใครมาตายที่ห้องเด็ดขาดเขาจึงจำเป็นต้องนอนเฝ้าไข้ซองกยู

 

“ซบแขนผมสิ”ซองกยูเอื้อมแขนอีกข้างไปประคองหัวของร่างบางมาซบที่แขนของตนแล้วค่อยๆวางมือลงบนเอวบางเบาๆ

 

“นี่ซองกยู”มยองซูจะขยับตัวออกแต่แขนแกร่งกลับกระชับแน่นขึ้น

 

“ถ้าไม่อยากอึดอัดจนหายใจไม่ออกก็นอนดีๆผมไม่ทำอะไรพี่หรอก สัญญา”ซองกยูชูนิ้วก้อยขึ้นตรงหน้าอีกคนแล้วยิ้มกว้างเมื่อมยองซูหันหน้าหนีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีอย่างเขินอาย

 

“ถ้าพี่ติดไข้นายล่ะ”มยองซูช้อนตาถามอีกคน เขาเองก็อยากรู้ว่าถ้าเขาไม่สบายขึ้นมาซองกยูจะทำยังไง

 

“ผมก็จะดูแลพี่ เช็ดตัวให้และก็นอนเฝ้าไข้พี่แบบนี้”ซองกยูขยับใบหน้าไปจนหน้าผากของทั้งสองคนชิดกันทำให้มยองซูใจเต้นรัวกว่าเดิม “แต่ถ้าพี่ไม่หาย ผมก็จะ...จูบพี่”

 

 

 

 

“คิมซองกยู”

 

ตุ๊บ

 

เสียงบางอย่างกระแทกลงกับพื้นคงไม่ต้องบอกว่าคือเสียงอะไรเมื่อร่างของซองกยูได้ลอยลงไปนั่งตุ๊บป่องอยู่บนพื้นห้องพร้อมกับมือที่เลื่อนลงไปกุมสะโพกด้วยความเจ็บปวด ยังไม่ทันที่ซองกยูจะได้จูบร่างบางในอ้อมแขนอย่างที่คิดหน้าท้องของเขาก็ปะทะเข้ากับฝ่าเท้าเล็กๆนั้นจนตัวลอย โหดชะมัด

 

“เจ็บนะพี่”

 

“ถ้าอยากให้นอนเป็นเพื่อนก็อย่าคิดหื่นๆ”

 

มยองซูชี้หน้าอีกคนอย่างโมโหแล้วกอดอกมองดูผลงานของตัวเองด้วยท่าทางขำๆตอนแรกก็กะจะเอาเรื่องอยู่หรอกที่มาทำตัวรุ่มร่ามกับเขาแต่เห็นสภาพแล้วก็ทำอะไรไม่ลง ทั้งไม่สบายแล้วยังโดนเขาถีบเขาเต็มแรงเห็นทีซองกยูคงจะเลิกซ่าไปหลายวันและคืนนั้นก็เป็นอีกคืนที่มยองซูนอนไม่สงบเพราะต้องคอยลุกขึ้นมาเช็ดตัวให้ซองกยู ร่างบางเอาฝูกมาปูนอนข้างๆเตียงแล้วคอยมองร่างสูงไม่ห่างเพราะกลัวอีกคนจะไข้ขึ้นจนช็อกแต่พอตื่นเช้ามามยองซูก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่ามีแขนแกร่งพาดอยู่ที่เอวของตนพอหันกลับไปมองก็เห็นว่าเป็นซองกยูที่มานอนซ้อนหลังแถมยังเอาหน้ามาซุกซอกคอเขาอีกแต่พอคิดจะทำให้อีกคนเจ็บก็ต้องหยุดความคิดลงเพราะไออุ่นร้อนๆจากตัวทำให้นึกสงสารขึ้นมา

 

 

“กลับไปนอนที่ห้องซองกยู”มยองซูบอกอีกคนเสียงเข้มเมื่ออีกคนยังคงนั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ในห้องนอนของเขาวันนี้เป็นอีกคืนที่ซองกยูบอกว่าจะมานอนที่คอนโดเขาเพื่อสอนเขาร้องเพลง

 

“ผมจะนอนห้องนี้ แอร์ห้องนั้นไม่ร้อน”ซองกยูบอกก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคุมแล้วต้องถอนหายใจเมื่อมือบางดึงผ้าห่มออกจากตัว

 

“หายไข้แล้วหรือไง”มยองซูถามอย่างเอาเรื่องก่อนจะเท้าเอวมองอีกคน

 

“มานอนเถอะน่า จะให้บอกอีกกี่ครั้งว่าไม่ทำอะไรพี่แน่นอน”ซองกยูยืนยันเสียงแข็งแล้วดึงอีกคนให้ล้มตัวนั่งลงบนเตียง

 

“จำคำพูดตัวเองไว้ให้ดี”มยองซูชี้หน้าคาดโทษอีกคนก่อนจะขยับเข้าไปนอนข้างๆซองกยูแล้วต้องตาเบิกกว้างเมื่อแขนแกร่งพาดลงบนลำตัวของตน “นี่”

 

“แค่นี้เอง อย่าขี้โวยวายไปหน่อยน่า”ซองกยูโชว์ยิ้มจนเห็นฟันครบทุกซี่จนมยองซูนึกหมั่นไส้ “แต่ถ้าพี่ไม่ให้ผมนอนกอดผมจะไม่รักษาสัญญาแล้วปล้ำพี่”

 

“ซองกยู”มยองซูหันไปแหวใส่แต่ดูเหมือนจะเข้าทางอีกคนเพราะพอเข้าหันไปซองกยูก็กระชับอ้อมแขนแล้วดึงเข้าเขาไปใกล้มากขึ้น

 

“นอนได้แล้ว อย่าดื้อ”มยองซูอยากจะถามเหลือเกินว่าใครกันแน่ที่ดื้อ ดื้อจะมานอนห้องคนอื่นแล้วยังดื้อจะกอดให้ได้อีก สักวันเถอะเขาจะหาทางเอาคืนเด็กดื้อคิมซองกยู

 

 

1สัปดาห์ต่อมา

และแล้วการอัดเสียงก็จบลงไปได้ด้วยดีและต่อจากนี้อีก 3 วันก็จะเป็นการถ่ายเอ็มวีงานค่อนข้างเร่งรัดจนพวกเขาไม่มีเวลาส่วนตัวอีกต่อไป มยองซูสามารถขึ้นเสียงร้องได้ดีขึ้นเพราะคุณครูซองกยูค่อนข้างติวเข้มเขา อ่อนวอนขอไปนอนที่ห้องของเขาทุกวันบอกว่าเขายังทำได้ไม่ดีพอ และวันนี้ก็อีกวัน

 

“ขอไปนอนที่คอนโดพี่ได้ปะ”ซองกยูถามขณะที่พวกเขาและทีมงานกำลังจะเดินออกจากตึกเพื่อแยกย้ายกันกลับบ้าน

 

“ไปทำไม”เสียงหวานถามแล้วหยุดเดินก่อนจะยกแขนกอดอกมองร่างสูงนิ่งๆเขาว่าเขาคงต้องคุยกับซองกยูอย่างจริงจัง ดูท่าช่วงนี้เด็กนี้จะทำตัวติดกับเขามากไปจนใครต่อใครต่างพากันเข้าใจไม่เว้นแม้แต่อูฮยอนและดงอู

 

“วันนี้ที่บ้านไม่มีใครอยู่ ผมกลัว”อีกคนทำหน้าราวกับจะร้องไห้แต่มยองซูขอบอกเลยว่าครั้งนี้เขาต้องใจแข็ง เพราะไปทุกครั้งซองกยูก็หาเรื่องให้ได้นอนกอดเขาทุกครั้งบอกว่านอนไม่หลับบ้างแหละ หนาวบ้างแหละ ปวดท้อง ปวดหัว ปวดลำไส้ไปถึงกระเพาะจนเขาหายาตามการในแต่ละวันแทบไม่ทัน เขาไม่ใช่แม่ลูกอ่อนนะที่ต้องนอนกล่อมลูกนอนทุกคืน

 

“ให้ฉันไปนอนเป็นเพื่อนเปล่าหรือแกจะไปนอนบ้านฉันดี”มยองซูรู้สึกขอบคุณเสียงสวรรค์ของคนที่เดินตามหลังพวกเขามา ร่างบางหันไปยิ้มและขยิบตาให้อูฮยอนเบาๆไม่ให้อีกคนได้ทันสังเกต

 

“นอนกับพี่ขนลุกแย่”ซองกยูลูบแขนตัวเองพรางทำท่าขนลุกจนคนแก่กว่าทั้งสามพากันหัวเราะ

 

“หรือจะไปนอนกับพี่ดีล่ะซองกยู”ดงอูถามขึ้นบ้างทำให้ซองกยูได้แต่ทำหน้าเศร้าเมื่อรู้ว่าทั้งสามคนรู้ทันเขา เขาก็แค่อยากไปนอนกอดมยองซูเองอีกฝ่ายมาทำให้เขาติดแล้วจะมาทิ้งกันแบบนี้ได้ไง

 

“กลับบ้านก็ได้”ซองกยูว่าก่อนจะเดินนำทั้งสามคนไปอย่างไม่รอ เอาเถอะยังไงซะเขาก็จะวางแผนให้ได้ไปนอนกับมยองซูอยู่ดี

 

“นายทำให้เด็กมันติดแบบนี้จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรอมยองซู”อูฮยอนว่าพยักเพยิดหน้าไปทางซองกยูที่เดินงอนไปไกลแล้ว

 

“จะให้รับผิดชอบอะไรล่ะฉันไม่ได้ไปทำเขาท้องซะหน่อย”มยองซูตอบก่อนจะก้มหน้ามองพื้น ใครจะอยากให้ไปนอนกันพวกคนมือไวเอะอะจับเอะอะกอด เปลืองเนื้อเปลืองตัวเงินค่าตัวก็ไม่ได้สักบาท 

 

“แต่ถ้านายใจอ่อนเดี๋ยวสักวันไอ้เด็กนั้นแหละจะทำนายท้องซะเอง”ยังไม่วายเลิกแซวอีกคนแล้วหันไปส่งยิ้มให้ดงอูอย่างรู้กัน พวกเขาทั้งสองลองสังเกตพฤติกรรมของทั้งสองคนดูแล้วก็ได้บทสรุปว่าทั้งสองคนต้องมีใจให้กันอย่างแน่นอนแค่ปากแข็งไม่ยอมรับความจริงกันอยู่

 

“หรือท้องไปแล้ว”ดงอูถามก่อนจะหัวเราะเสียงดังไม่อายพนักงานคนอื่นแล้วมองมยองซูที่หน้าแดงไปถึงหู

 

“บ้า ผมจะท้องได้ไงล่ะพี่ดงอู”มยองซูตีไหล่ดงอูเบาๆอย่างเขินอายแล้วกลั้นยิ้มไว้จนทั้งสองคนพากันหัวเราะคนหน้าหวานด้วยความเอ็นดู

 

“วันนี้ถ้ามันมาไม้ไหนก็ระวังตัวดีๆเข้าล่ะ”อูฮยอนบอก นี้ถือว่าเขาเตือนแล้วนะถ้ามยองซูไม่ระวังตัวได้โดนไอ้ซองกยูกินภายในไม่นานนี้แน่ ไอ้นี้มันเสือร้ายอายุเท่านี้แต่ก็ไม่ใช่คนอ่อนหัด ถึงบ้านจีรวยแต่มันก็ผ่านทุกอย่างมาด้วยตัวเอง ทำงานส่งตัวเองเพราะอยากเป็นนักร้องแต่พ่อกับแม่ไม่ชอบ ผ่อนบ้านผ่อนรถเองตั้งแต่อายุยังน้อยเพราะจะทำให้พ่อแม่เห็นว่าเอาตัวรอดได้ ถ้าทั้งสองคนจะลงเอยกันจริงๆอูฮยอนก็คิดว่าเหมาะสมดี มยองซูถึงจะโตกว่าแต่ด้วยความอัธยาศัยดีก็ยังคงไร้เดียงสา ไม่ได้ผ่านงานลำบากมาเท่าซองกยูแต่เขาเชื่อว่ามยองซูสามารถทำให้ซองกยูเชื่อฟังตนได้ไม่ยาก แม้ความรักจะเป็นสิ่งต้องห้ามของไอดอลแต่ถ้าทั้งคู่เหมาะสมและรักกันจริงอุปสรรคต่างๆทั้งสองคนคงผ่านไปได้

 

ติ้ด ติ้ด

 

มยองซูที่กำลังกดรีโมทเลื่อนหาช่องทีวีชะงักมือเมื่อเสียงข้อความในมือถือดังขึ้นก่อนจะหยิบขึ้นมาดูแล้วต้องยิ้มขำเมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากใคร ซองกยูส่งสติกเกอร์ร้องไห้พร้อมบอกว่า

 

‘ผมนอนไม่หลับจริงๆนะพี่’

 

‘แล้ว??’

 

‘ผมจะไปหาพี่คอนโด’มยองซูขำกับสิ่งที่อีกฝ่ายตอบกลับมาจะมาหาเขาตอนนี้อะนะอยากเจอของดีเข้าหรือไง

 

‘รีบนอนเถอะกว่าจะมาถึงเสียเวลาเปล่าๆ’

 

‘เถอะน่า นะๆ’

 

‘โอเค ขับรถระวังหน่อยแล้วกัน’มยองซูส่งข้อความตอบกลับไปก่อนจะเผยยิ้มกว้างจนคนที่นั่งข้างๆขมวดคิ้ว

 

“พี่ยิ้มอะไร”เสียงเข้มของชายหนุ่มอายุน้อยกว่าถามพรางทำหน้าสงสัย 

 

“เดี๋ยวแกก็รู้”

 

 

ซองกยูเผยยิ้มกว้างเมื่อได้รับคำตอบจากมยองซู รีบก้าวลงจากเตียงคว้ากุญแจรถก่อนจะเร่งรีบออกจากบ้านทันที วันนี้เขาก็ยังได้นอนกอดมยองซูเหมือนหลายๆวันที่ผ่านมาสินะ รู้แบบนี้แล้วต่อให้ง่วงแค่ไหนก็อารมณ์ดี

 

กริ้ง

 

“ไปเปิดสิ”มยองซูสั่งอีกคนที่วันนี้ก็มาเป็นผู้อาศัยที่บ้านเขาเช่นกัน อยากจะรู้ว่าถ้าซองกยูเจอกับอีกคนจะทำหน้ายังไง 

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”เสียงเข้มถามพร้อมกับมองคนที่ยืนมองหน้าเขาอยู่หน้าห้องด้วยสีหน้าไม่พอใจ 

 

“นายเป็นใคร”ซองกยูถามแล้วมองอีกคนอย่างไม่เป็นมิตรก่อนจะถือวิสาสะผลักอีกคนไม่พ้นประตูแล้วก้าวเข้ามาในห้องแล้วต้องหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นมยองซูอยู่ในชุดนอนน่ารักขาสั้นที่เห็นเรียวขาขาวเนียนไปถึงไหนต่อไหน นี้ใส่ชุดแบบนี้อยู่กับผู้ชายสองต่อสองหรอ

 

“มาไวจัง”มยองซูทักขึ้นแล้วยิ้มให้แต่วองกยูก็ยังทำหน้าตาไม่พอใจส่งกลับมาจนเขาหุบยิ้มแทบไม่ทัน

 

“เสียมารยาท นายมาหาใคร”คนที่ยืนมองอยู่ถามขึ้นแล้วเดืนเข้ามารคว้าแขนซองกยูไว้

 

“ไอ้นี้มันเป็นใครอะพี่มยองซูไหนบอกว่าโสดไง”ซองกยูถามอย่างตรงไปตรงมา เอาเถอะถ้าจะอกหักก็ขอให้รู้ความจริงเขาจะได้รู้ว่ามยองซูเป็นคนขี้โกหก

 

“ใช่พี่ชายฉันโสดแล้วแกจะทำไม”อีกคนถามแล้วชักสีหน้าใส่ ถึงจะดูรูปร่างใหญ่กว่าแต่ไอ้เด็กนี้ต้องอายุน้อยกว่ามยองซูแน่นอน มีสิทธ์อะไรมาโวยวายไร้สาระแบบนี้ใส่พี่ชายของเขา

 

 

“พี่ชาย”ซองกยูทวนคำแล้วมองหน้าทั้งสองคนสลับกันก่อนจะใจหายวาบเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกันแต่ติดที่ว่ามยองซูจะหน้าไปทางผู้หญิงมากกว่าส่วนอีกคนจะหน้าเข้มและตาชั้นเดียว

 

“ใช่ ทำไม”ชายหนุ่มถามเมื่อเห็นคนที่ทำตัวอวดดีเมื่อกี้มีท่าทางงุนงงส่วนตัวต้นเหตุก็นั่งกลั้นขำอยู่ที่โซฟา

 

“นี้น้องชายพี่ ชื่อมูนซู”มยองซูบอกแล้วแนะนำอีกคนให้ซองกยูรู้จัก เขาเกือบได้เห็นคนวางมวยกันซะแล้ว “มูนซู นี้ซองกยูนักร้องที่พี่ไปร้องเพลงด้วย พวกนายสองคนน่าจะอายุเท่ากันนะ”

 

“อ่อ”มูนซูพยักหน้ารับก่อนจะมองอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้าจนซองกยูคิ้วกระตุกที่ถูกมองด้วยสายตาแบบนี้ “อืม แต่งตัวดี หน้าตาก็ดี เสื้อผ้าที่ใส่ก็ดูจะรวย”

 

มูนซูเริ่มวิเคราะห์คนตรงหน้าเพราะดูท่าผู้ชายคนนี้ต้องมาหลงเสน่ห์พี่ชายเขาอีกคนหนึ่งแน่เพราะตั้งแต่เกิดมาและจำความได้เขาต้องคอยระวังไอ้พวกที่เขามาจีบพี่ชายเขาไม่เว้นแต่ละวันแล้วยิ่งมยองซูเป็นดาราเขายิ่งตามหวงแทบไม่ไหว

 

“แต่ก็ไม่ดีพอจะยกพี่ชายฉันให้อยู่ดี”

 

“อะไรนะ”ซองกยูถามอีกคนทันทีอย่างไม่เชื่อหู โอโห้เพิ่งเจอกันได้วันเดียวเขาก็เริ่มรู้สึกไม่ถูกชะตากับว่าที่น้องเมียแล้วสิ แล้วยังมีหน้ามามองเขาด้วยสายตาแบบนั้นอีก

 

“กลับบ้านนายไป”มูนซูว่าพรางสะบัดมือไล่ซองกยูจนอีกคนกัดฟันกรอด มยองซูเห็นท่าไม่ดีจึงต้องรีบพูดห้ามทับ

 

“ไหนๆก็มาแล้ว พ่ง่วงแล้วพวกนายก็ไปนอนนะ นอนด้วยกันได้ใช่ไหม”มยองซูถามก่อนจะลุกขึ้นจากโซฟาแล้วทำท่าหาวแต่อีกสองคนกำลังอึ้งกับสิ่งที่ร่างบางบอก

 

“ให้นอนกับใครนะ”มูนซูถามพี่ชาย

 

“ซองกยูไง ไหนๆก็เป็นเพื่อนกันแล้วหนิ”ซองกยูรู้สึกเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันที่ดีของเขาและรู้สึกว่ามยองซูกำลังกวนประสาทเขาอยู่

 

“พากันไปนอนได้แล้ว”พอพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องปิดประตูล็อคอย่างดีไม่ให้สองหนุ่มได้ท้วงอะไร ปล่อยทั้งสองยืนเคว้งมองตาปิ๊ปๆ

 

“แกนอนนี้แล้วกัน ฉันไม่ชอบนอนร่วมเตียงกับผู้ชาย”มูนซูว่าก่อนจะรีบเดินเข้าห้องทิ้งซองกยูไว้ที่ห้องรับแขก ซองกยูจึงถอนหายใจออกมานึกถอดใจจะขับรถกลับบ้านตัวเองแต่ก็นึกอะไรดีๆขึ้นมาได้เพราะเขาว่าเขารู้จักมยองซูดี

 

 

ดวงตากลมโตมองห้องที่มืดสนิทก่อนจะเปิดประตูให้กว้างขึ้นเพื่อเดินไปดูเด็กหนุ่มทั้งสองที่เขาไล่ให้ไปนอนด้วยกัน มยองซูรอเวลาจนคิดว่าทั้งสองคนน่าจะหลับไปแล้วถ้ำม่มีเรื่องกันขึ้นมาซะก่อนแต่ตั้งแต่เข้าห้องเขาก็ไม่ได้ยินอะไร ซองกยูกับมูนซุคงอยู่ด้วยกันดีไม่มีปัญหา

 

“อะ”ร่างบางร้องอย่างตกใจเมื่อมีใครบางคนเข้ามากอดเข้าจากด้านหลังมยองซูดิ้นเพื่อให้หลุดและกำลังจะตะโกนให้คนมาช่วยแต่มือเรียวก็ปิดปากบางไว้แน่น

 

“อย่าเสียงดังเดี๋ยวน้องพี่ก็ได้ยินหรอก”เสียงเข้มกระซิบข้างหูทำเบาๆทำให้มยองซูรู้ว่าคนที่กำลังกอดตัวเองอยู่เป็นใคร

 

“ทำไมยังไม่นอน”พออีกคนปล่อยมือออกจากปากมยองซูก็หันไปถามทันที

 

“น้องพี่มันไม่ให้ผมนอนด้วย ผมขอนอนกับพี่นะ”ซองกยูบอกแล้วดึงอีกคนเข้ามากอดพรางเขย่าตัวไปมาอ้อนๆจนมยองซูต้องใช้มือดันอกแกร่งไว้

 

“ไม่ได้ ถ้ามูนซูรู้เป็นเรื่องแน่”มยองซูบอกเสียงเบาะพรางมองไปที่ประตูห้องของน้องชายเพราะกลัวอีกคนจะได้ยินแล้วลุกขึ้นมาจัดการซองกยูที่มารุ่มร่ามกับเขา

 

“รู้ก็รู้ไปเถอะ ผมง่วงแล้วนะ”ซองกยูตอบอย่างไม่ใส่ใจ เขาอดทนข่มตาไม่ให้หลับเพื่อรอว่าเมื่อไหร่มยองซูจะออกมาเขารู้ดีว่ายังไงมยองซูก็ใจอ่อนแล้วแอบมาดูเขาอยู่ดี

 

“อย่าหาว่าพี่ไม่เตือนนะซองกยู”มยองซูบอกแล้วมองซองกยูอย่างจริงจัง มูนซูโหดแค่ไหนเขารู้ดีเขาไม่อยากให้ซองกยูต้องเจ็บตัวเพราะหมัดกับเท้าน้องชายเขาหรอก

 

“ถ้ามันจะต่อยผมก็สู้มันได้ ไปๆไปนอน”ซองกยูบอกอย่างหงุดหงิดแล้วคว้าแขนเรียวให้เดินกลับเข้าไปในห้องก่อนจะล้มตัวลงนอนราวกับว่าเป็นห้องของตัวเอง

 

“ที่นอนพี่หอมเหมือนเดิม”ซองกยูว่าแล้วสูดกลิ่นหมอนของมยองซูเข้าเต็มปลอด

 

“เด็กดื้อ”มยองซูจิปากก่อนจะเดินไปปิดไฟแล้วเดินกลับมานอนที่เตียงแต่ร้องเขาต้องร้องด้วยความตกใจเมื่อถูกดึงเข้าไปนั่งตักแกร่ง “ซองกยู”

 

“แต่ก็ไม่หอมเท่าตัวพี่”ซองกยูว่าพรางกระชับอ้อมแขนให้แน่นกว่าเดิมก่อนจะกดจมูกเข้าที่แก้มเนียนเบาๆ

 

“ปล่อยเลยซองกยูถ้าไม่ปล่อยพี่จะเรียกมูนซู”มยองซูบอกเสียงเข้มแล้วเริ่มดิ้นแต่ซองกยูก็ยางกอดรัดเขาแน่นขึ้น

 

“อยู่นิ่งๆสิ”ซองกยูกระซิบเสียงแหบเมื่อรู้สึงถึงอะไรบางอย่างซึ่งมยองซูเองก็คงสัมผัสมันได้ร่างบางถึงได้นิ่งไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย

 

“นายก็ปล่อยพี่สิ”มยองซูว่าแต่ก็ไม่กล้าขยับตัวเมื่อรู้สึกมีบางอย่างกำลังดุนดันอยู่ที่ก้นของตน เขายังไม่อยากถูกข่มขืนในห้องนอนตัวเองกับเด็กแก่แดดคนนี้หรอกนะ “ซองกยู”

 

มยองซูดุคนที่คลอเคลียแก้มกับซอกคอของเขาไม่ห่างมือเรียวสวยขอกอีกฝ่ายก็สอดเข้าไปในเสื้อลูบไล้หน้าท้องของเขาไปมาจนเขาทำตัวไม่ถูก

 

“ก็ได้ๆ”ซองกยูบอกอย่างหงุดหงิดแล้วดันอีกฝ่ายให้นอนราบลงกับเตียงก่อนจะขยับเข้าไปกดจูบที่หน้าผากมนเบาๆ “เพราะเป็นพี่หรอกนะผมถึงไม่ทำอะไร ผมจะรอจนกว่าพี่จะรักผมและพร้อมให้ผมเอง”

 

“ซองกยู”มยองซูรู้สึกว่าเสียงของตนหาย เขาเรียกอีกคนเสียงแผ่วด้วยใจที่เต้นแรงเมื่อได้ยินคำพูดของซองกยูและการกระทำอ่อนโยนที่อีกคนมอบให้

 

“ผมรู้สึกเหมือนจะขาดพี่ไม่ได้เลยพี่รู้ไหม”ซองกยูสารภาพคามจริงออกไป เขาว่านับวันความรู้สึกของเขาที่มีต่อมยองซูยิ่งมากขึ้น เขากลัวที่จะพูดคำว่ารักออกไปจึงได้แต่แสดงผ่านการกระทำให้อีกคนได้รับรู้ พอรู้ว่าวันนี้จะไม่ได้นอนกอดร่างบางเขาก็กระวนกระวายใจจนต้องส่งข้อความมาอ้อนวอนอีกคน เขานอนกอดมยองซูจนเคยชินและคุ้นเคยกับกลิ่นตัวหอมกรุ่นจนพอไม่ได้กอดก็นอนไม่หลับ

 

“นอนได้แล้ว”มยองซูประคองใบหน้าหล่อเหลาไว้ด้วยทั้งสองมือก่อนจะบอกเสียงหวานเพราะถ้าเขาทั้งสองยังอยู่แบบนี้เขาก็ไม่มั่นใจเท่าไรว่าที่ซองกยูบอกว่าจะรออีกฝ่ายจะทนมันได้แค่ไหน

 

“ฝันดีครับ”ซองกยูตัดสินใจกดจูบเบาๆลงบนริมฝีปากเรียวสวยแล้วผละออกมาก่อนจะขยับมานอนกอดอีกคนเหมือนที่เคยทำทุกคืน

 

 

“จนได้นะ”พอมยองซูกับซองกยูเดินโผล่พ้นประตูก็ได้ยินเสียงเข้มของมูนซูดังขึ้น ดวงตาคมมองมาที่ท้องสองคนด้วยดวงตาดุๆอย่างไม่สบอารมณ์

 

“ก็นายไม่ยอมให้ฉันนอนด้วย”ซองกยูหยักไหล่ก่อนจะเดินผิวปากล้วงกระเป๋าไปนั่งรอที่โซฟาเพราะมยองซูบอกว่าจะทำอาหารเช้าให้พวกเขากิน

 

“ใจเย็นๆน่า ก็นายไม่ยอมให้เขานอนด้วยพี่ก็เลยให้เขามานอนห้องพี่ ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย”มยองซูบอกแล้วลูบไหล่แกร่งของน้องชายเบาๆก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเช้าง่ายๆให้เด็กหนุ่มทั้งสองคน

 

“แกยังไม่ได้ฟันพี่ฉันใช่ไหม”มูนซูนั่งลงโซฟาอีกตัวก่อนจะเอ่ยถามคนที่ทำตัวราวกับเจ้าของบ้านด้วยความไม่พอใจ

 

“ถามพี่ชายนายสิ”ซองกยูยกยิ้มแล้วกระดิกเท้าไปมากวนประสาทอีกคน 

 

“จะทำอะไรก็ระวังดีๆนายไม่ใช่คนธรรมดาพี่ชายฉันก็เหมือนกัน ถ้ามีใครเห็นแล้วจะถูกมองไม่ดี”มูนซูว่าก่อนจะถอนหายใจออกมา พี่ชายเขาก็โตมากพอแล้วที่จะเลือกชีวิตของตัวเองเขาเองก็ไม่เคยเห็นมยองซูเปิดใจให้ใครมากขนาดนี้มาก่อนเพราะอย่างนี้เขาจึงไม่อยากเข้าไปยุ่งมากนัก

 

 

 

2 สัปดาห์ต่อมา

“ยินดีด้วยนะซองกยู มยองซู”อูฮยอน ดงอูและทีมงานพากันยืนล้อมทั้งสองคนหลังจากที่เพิ่งลงมาจากเวทีด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและในมือของซองกยูก็มีถ้วยรางวัลจากรายการเพลงว่าเพลงของพวกเขานั้นประสบความสำเร็จ

 

“ต้องขอบคุณทุกคนด้วยที่ช่วยกัน”ซองกยูพูดแล้วโค้งให้ทุกคน เขาได้กล่าวขอบคุณทุกคนบนเวทีไปแล้วแต่ก็อยากมาพูดต่อหน้าอีกทีด้วยความจริงใจ

 

“ไป เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”อีจุงยอพบอกกับพนักงานทุกคนแล้วเดินเข้ามาหาซองกยู

 

“ทำสำเร็จแล้วนะ”มือหนาตบที่ไหล่ของหลานชายเพื่อแสดงความยินดีก่อนจะหันไปยิ้มให้มยองซูที่ยืนอยู่ข้างๆซองกยู “นายก็เก่งมากนะมยองซู”

 

“ขอบคุณครับ แต่ที่ผมร้องเพลงได้ดีขนาดนี้ก็ต้องขอบคุณซองกยู”มยองซูบอกกับคนอายุมากกว่าแล้วหันไปยิ้มให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ

 

หลังจากที่เพลงปล่อยออกมาได้ไม่นานก็ได้รับกระแสดีขึ้นเรื่อยๆจนเริ่มทะยานขึ้นสู่ชาร์ตเพลง ความมาแรงของเพลงส่วนหนึ่งก็เพราะชื่อเสียงของนักแสดงหนุ่มที่สั่งสมผลงานและชื่อเสียงมาอย่างต่อเนื่องรวมถึงกระแสเรื่องต่างๆของซองกยูทำให้แฟนเพลงต่างให้ความสนใจ จนทำให้กวาดรางวัลจากรายการทีวีไปได้หลายรางวัล

 

 

“ไอ้ซองกยูมันไปไหน”อูฮยอนขมวดคิ้วเมื่อกลับมาจากห้องน้ำแล้วไม่เห็นซองกยู หลังจากที่จุงยอพเลี้ยงพนังงานเสร็จพวกเขาก็นัดกันว่าจะพากันไปกินเลี้ยงต่อแต่นี้ก็รอมาพอสมควรแล้วซองกยูก็ยังไม่กลับมา

 

“มีอะไรหรืเปล่านะ”มยองซูพูดขึ้นอย่างเป็นกังวัลพรางมองหาอีกคนไม่วางตาจนคนที่เห็นการกระทำของร่างบางต่างพากันอมยิ้ม

 

“พวกนายไปรอที่รถก็ได้นะเดี๋ยวฉันไปเดินหามัน”อูฮยอนบอกแล้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง 

 

“ไปเถอะ”ดงอูดึงแขนอีกคนที่กำลังทำหน้าไม่ดีให้ลุกขึ้นก่อนจะพาร่างบางไปที่ลานจอดรถของร้านอาหารแห่งนี้

 

“ไปนานแล้วนะพี่”มยองซูว่าอย่างเป็นห่วงพรางเดินไปเดินมาทำเอาดงอูกลั้นขำแทบไม่อยู่แล้วเดินไปหลบอีกทางเมื่อมยองซูหันไปกดโทรศัพท์

 

“จะโทรหาใครครับ”

 

เสียงเข้มที่ดังขึ้นทำให้มยองซูต้องหันไปมองแล้วต้องผงะเมื่อซองกยูมายืนอยู่ข้างหลังเขา

 

“อะ”

 

“ระวังหน่อยสิพี่”ซองกยูคว้าเอวอีกคนไว้เมื่อร่างบางตกใจจนเซถอยหลัง 

 

“นายไปไหนมา”มยองซูถามแล้วมองสำรวจอีกคนกลัวจะไปมีเรื่องกับใครเข้าหน้าตายิ่งดูหาเรื่องอยู่ด้วย

 

“ไปเอานี้มาให้”ซองกยูว่าก่อนจะยกช่อดอกกุหลาบช่อเล็กตรงหน้าร่างบาง 

 

“ให้พี่”มยองซูทำหน้าไม่เข้าใจแล้วเงยหน้าสบตากับอีกคน

 

“อืม เป็นแฟนกับผมนะ”ซองกยูพยักหน้ารับแล้วยื่นช่อดอกไม้ให้ร่างบางด้วยใจที่เต้นระส่ำกลัวอีกคนจะปฏิเสธ

 

“ว่าไงนะ”มยองซูถามแล้วมองหน้าอีกคนอย่างไม่เข้าใจแล้วกลั้นขำเมื่อซองกยูเริ่มหน้าเสีย

 

“คบกับผมนะครับ”ซองกยูพูดเสียงเข้มให้อีกคนได้ฟังชัดๆแล้วโอบเอวบางเข้ามาใกล้ตน “นะครับพี่มยองซู”

 

“ทำอะไร เดี๋ยวมีคนมาเห็น”มยองซูดันอกแกร่งไว้แล้วมองไปรอบๆแต่ก็ไม่มีใครอยู่แถวนี้ นี้ดงอูกับอูฮยอนไปไหนแล้ว

 

“ตอบผมก่อนสิ”ซองกยูกดจมูกลงบนแก้มใสแล้วกระซิบเบาๆอย่างออดอ้อนจนสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของคนในอ้อมแขน

 

“สัญญากับพี่ได้ไหมว่าต่อให้นายไปเจอใคร มีใครที่ดีกว่า น่ารักกว่า จะสวยขนาดไหนนายจะไม่สนใจเขา”มยองซูช้อนตาขึ้นมองร่างสูงด้วยความหวั่นใจ เขาเคยเจอมากับตัวแล้วครั้งหนึ่งผู้ชายเจ้าชู้ที่มาจีบเพื่อหวังชื่อเสียงพอได้คบกับเขาแล้วก็ไม่ใส่ใจทิ้งขว้างจนเขาทนไม่ไหวต้องบอกเลิกซะก่อนจะเจ็บไปมากกว่าเดิม

 

“ผมไม่สัญญา”ซองกยูตอบทำให้มยองซูหน้างอแล้วดันอีกฝ่ายออกห่างแต่ซองกยูก็ยิ่งกระชับแขนแน่นขึ้น “แต่ผมจะทำให้พี่เห็นว่าผมจะรักแค่พี่ จะไม่มีคนอื่น จะดูแลพี่ให้ได้ด้วยตัวผมเอง”

 

“จะทำได้จริงหรอ”

 

“พี่ก็เห็นแล้วหนิว่าผมทำได้ตั้งหลายอย่าง”ซองกยูพูดขึ้นอย่างหยอกล้อจนมยองซูหน้าแดงแล้วตีที่ไหล่ของเขาเบาๆ

 

“อืม คบด้วยก็ได้”มยองซูตอบก่อนจะยิ้มกว้างให้อีกคนแล้วต้องยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อซองกยูดึงเขาเข้าไปกอดไว้แน่น

 

“เย้ๆมยองซูยอมคบใครสักที”ดงอูที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนร้องขึ้นแล้วเดินเข้ามาหาทั้งสองคน

 

“มีเมียก่อนพี่อีกนะไอ้น้องรัก”อูฮยอนพูดแขวะอีกคนแต่กับเผยยิ้มกว้างที่ทั้งสองคนลงเอยกันได้สักที

 

“เมียอะไรล่ะ”มยองซูก้มหน้างุดด้วยความเขินอายจนทั้งสามสายตาต่างพากันมองด้วยความเอ็นดู

 

“ไปฉลองต่อกันเถอะ”อูฮยอนบอกแล้วเดินนำหน้าไปขึ้นรถทันที ในที่สุดนอกจากซองกยูที่เข้าตั้งใจหมายปั้นมาอย่างดีจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานแล้ว ยังประสบความสำเร็จในเรื่องความรักอีกเห็นแบบนี้เขาต้องรีบมีแฟนบ้างแล้วจะได้ไม่น้อยหน้าเด็ก

 

 

 

ดวงตากลมมองทอดออกไปที่ท้องทะเลภายใต้ความมืดมนของท้องฟ้าก่อนจะเผยยิ้มกว้างออกมาเมื่อมองทะเลแสนกว้างใหญ่จนสุดขอบฟ้าแล้วต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อโอบกอดจากข้างหลังด้วยวงแขนแกร่งของใครบางคน

 

“มองอะไรอยู่”เสียงเข้มถามแล้วซบหน้าลงที่ไหล่บางก่อนจะกดจูบเบาๆอย่างหวงแหน

 

“มองทะเลไง เค้าไม่เคยได้มองทะเลในตอนกลางคืนแบบนี้เลยกยูรู้ไหม”มยองซูหันไปหาอีกคนก่อนจะกดจมูกที่แก้มของร่างสูงเบาๆและผลออกมาเมื่อดวงตาคมกำลังมองเขาด้วยสายตาพราวระยับ

 

“ชอบทะเลมากไหม”ซองกยูถามแล้วจับตัวร่างบางให้หันมาหาตนแล้วดึงผ้าห่มผืนหนาบนตัวร่างบางเข้าหากันมากขึ้นเมื่อรับรู้ถึงอากาศหนาว

 

“มากสิ”

 

“งั้นกยูจะไม่พามยองมาที่นี้อีก”ซองกยูว่าแล้วบีบจมูกสวยที่ขึ้นสีแดงเบาๆจากอากาศหนาว

 

“ทำไมล่ะ”มยองซูเริ่มหน้างอจนซองกยูเผยยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาหรือมยองซูที่เด็กกว่ากันเพราะเขามักจะถูกออดอ้อนด้วยใบหน้าน่ารักและร่างกายนุ่มนิ่มนี้เสมอ

 

“กยูไม่อยากให้มยองชอบอย่างอื่นนอกจากกยู”ซองกยูว่าแล้วต้องเผยยิ้มกว้างเมื่อร่างบางโผล่เข้ามากอดตนไม่สนใจว่าผ้าห่มนั้นหลุดไปถึงไหนต่อไหน

 

“ยังไงพี่ก็ชอบนายมากนี้สุดอยู่แล้วแหละซองกยู”มยองซูเอื้อมมือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งแล้วดึงให้ร่างสูงขยับหน้ามาใกล้ๆก่อนจะกดริมฝีปากไปที่คางสากของอีกคน

 

“ผมก็ชอบพี่มากที่สุดเหมือนกัน”ซองกยูว่าก่อนจะยกร่างบางขึ้นโดยมยองซูก็ให้ความร่วมมืออย่างดีด้วยการเกี่ยวขาเข้าที่เอวแกร่งก่อนจะถูกวางลงเตียงกว้างแล้วถูกทาบทับด้วยร่างการแกร่ง “พี่มยองซูของผม”

 

“เด็กน้อยซองกยูของพี่”และคืนนี้ก็เป็นอีกค่ำคืนที่ทั้งสองคนต่างก็ส่งผ่านความรักกันผ่านร่างกาย ซองกยูรู้ดีว่าเขาชอบอะไรและมยองซูชอบอะไรตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้สัมผัสร่างกายขาวเนียนนุ่มนิ่มเมื่อสามปีก่อนหลังจากที่มยองซูเป็นฝ่ายเอ่ยขอเขาก็ถอนตัวไม่ขึ้น มยองซูน่ารักและพร้อมให้เขจาดูแลทั้งร่างกายและหัวใจ

 

“อยู่แบบนี้ตลอดไปนะ”มยองซูซบหน้าลงบนอกแกร่งแล้วกอดเอวอีกคนไว้แน่นด้วยความรักใคร่และหวงแหน ตั้งแต่ที่ตกลงคบกับซองกยูไม่มีวันไหนเลยที่ซองกยูจะปล่อยให้เขาเหงา ซองกยูคอยอยู่ข้างๆและดูแลเขาเสทอแม้แต่เวลาที่ไปทำงานต่างประเทศถ้าเขาว่างก็จะหนีบเขาไปด้วยเสมอ จนอูฮยอนยังคงแซวพวกเขาไม่หยุดว่าอย่างกับคู่รักข้าวใหม่ปลามันทั้งๆที่ก็คบกันมาสามปีกว่าแล้ว

 

“ครับ”ซองกยูตอบกอดจะกดจูบลงบนกลุ่มผมชื่นเหงื่อแล้วกระชับอ้อมกอดแน่นก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องกำมะหยี่แล้วเปิดออก ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอะไรเป็นสิ่งที่สำคัญกับเขามากที่สุดเขาจะรักษาและดูแลอย่างดีไม่มีวันทำให้ร้องไห้ “แต่งงานกันนะ”

 

“ซองกยู”มยองซูลุกขึ้นนั่งมองร่างสูงด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของความตื้นตันใจ

 

“ถึงกยูจะยังเด็กแต่กยูก็พร้อมจะดูแลมยองแล้วนะ กยูอยากใช้ชีวิตคู่กับมยองซูอย่างจริงจังสักที”ซองกยูพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นแล้วหยิบแหวนเพชรที่เขาตั้งใจเลือกให้กับคนที่เขารักมากที่สุดขึ้นมา “แต่งไหมครับ”

 

“อืม”มยองซูมองแหวนที่ถูกสวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนแล้วน้ำตาร่วงทันทีจนคนตัวใหญ่กว่าต้องประคองกอดร่างบางอย่างเอ็นดู

 

“อยู่กับซองกยูตลอดไปนะครับ”กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นพร้อมกระซิบบอกคนในอ้อมแขนที่ร้องไห้ไม่หยุด

 

“พี่จะรักและอยู่กับนายตลอดไป ซองกยู”มยองซูประทับจูบลงบนริมฝีปากของร่างสูงส่งผ่านความรู้สึกมากมายภายในใจที่เขารู้สึก เขาเจอสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตแล้วและจะไม่มีวันปล่อยไป พวกเขาจะรักและดูแลกันแบบนี้เรื่อยไปเพราะเราเหมือนดวงดาวที่ส่องประกายคู่กันไม่ว่าจะอยู่บนฝากฟ้าไกลแค่ไหนพวกเขาก็ยังจะอยู่เคียงข้างกัน ตลอดไป

 

 

 

 

END.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ doreajang

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น