นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย Fic Mad Hatter x Alice ♡ Love Medicine

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




มีดินแดนแห่งหนึ่งที่ไม่เหมือนที่ใดในโลก

ว่ากันว่าใครจะอยู่ที่นี้ได้ ต้องเพี้ยนสุด ๆ

โชคดี...ที่ฉันเป็นอย่างนั้นพอดี









Hi! I am Fify. ยินดีที่ได้รู้จักผู้อ่านที่เข้ามาทุกท่าน

นิยายเรื่องนี้แต่งขึ้นเพราะความอวยแฮทเทอร์กับอลิซล้วน ๆ

ไม่คิดเลยว่าจะมีคนจิ้นเหมือนกันเยอะขนาดนี้ ดีใจสุด ๆ เลย! 

ถ้าอ่านจบแล้วไปต่อภาคสองกันได้เลยนะคะ คลิ๊ก!





Since : 28.09.2014Rewrite : 22.07.2019

Fanfiction : Alice in Wonderland (2010 film), Mad Hatter/Tarrant Hightopp x Alice Kingsley

Credit Picture : Alice in Wonderland (2010 film)

Theme : MATCHA THEME

Music : Evanescence - My Immortal for cello and piano (COVER)

ติดตามการอัพเดทได้ทางเพจและการแจ้งเตือนทางแฟนคลับ


matcha

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.ค. 62 / 20:33


 

“เธอมาเวลาดื่มน้ำชาสายนะ อลิซ!


“ก็ฉันไม่รู้นี่...”

 

“พอ! ฉันไม่อยากฟัง” ฉันเอามือโบกปัดอย่างรำคาญข้อแก้ตัวของเด็กน้อย ส่วนมืออีกข้างก็ถือถ้วยชามาประคองไว้เหนืออก “มาเถอะ มาดื่มน้ำชากัน”

 

มือที่โบกปัดอยู่เมื่อกี้ เปลี่ยนมาทำหน้าที่หยิบก้อนน้ำตาล ก่อนจะนำมันหย่อนใส่ในถ้วยชา ฉันแอบชำเหลืองมองปฏิกิริยาของเธอ

 

เด็กสาวคนนี้มีนามว่า อลิซ เธอมีผมยาวตรงสีบลอนด์ประบ่า มีโบคาดผมสีฟ้าอมน้ำเงินบนศีรษะเล็ก เฉดสีเดียวกับเดรสกระโปรงยาวคลุมเข่าที่ผูกด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา ดวงหน้าหวานขาวแก้มใสชมพูระเรื่อ นัยน์ตากลมโตสีฟ้าระยิบระยิบไร้เดียงสา กำลังทำสีหน้างุนงงมองฉัน แต่ก็ไม่มีเสียงเล็กลอดออกมาจากริมฝีปากบางเลยแม้แต่นิดเดียว

 

ร่างเล็ก ๆ นั้นสาวเท้าเข้ามานั่งลงบนเก้วอี้นวมบุผ้าสีแดง อลิซตัวเล็กจนเธอดูเหมือนกับตุ๊กตาก็ไม่ปานเมื่อเห็นว่าเธอตัดสินใจจะนั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันจึงรินชาให้เธออย่างรวดเร็ว

 

“ดื่มชานะ”

 

แล้วฉัน อลิซ และเพื่อนของฉันอีกสองตัวก็นั่งดื่มชาด้วยกันอย่างสนุกสนาน

 

 

 

 

 

...อลิซจากไปโดยที่ยังทิ้งความทรงจำไว้แก่อันเดอร์แลนด์มากมาย

 

มันนานมากแล้ว นับจากวันนั้นมันก็ผ่านมาหลายปี

 

ใบหน้าของเธอยามหัวเราะและร้องไห้ น้ำเสียงใสของเธอตอนที่เอ่ยเรียกชื่อของฉัน

 

ฉันยังจำมันได้ชัดเจน เหมือนเวลายังหยุดอยู่ครงนั้น

 

แต่ว่า เธอล่ะ เธอจะยังจำฉันได้ไหม?

 

อลิซ...

 

 

ฉันตื่นเต้นมากที่สุดเลยล่ะ วันนี้ ก็เพราะว่า...ฉันได้ข่าวว่าอลิซกลับมาแล้ว!

 

นี้ฉันไม่ได้ฝันไปหรือละเมออยู่หรอกนะ วันนี้ทั้งวันฉันนั่งรออยู่ที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง และไม่รู้ว่าทำไมถึงรู้สึกรำคาญเจ้าสองตัวบนโต๊ะขนาดนี้ แต่ยังไงก็เถอะ ดูเหมือนว่าเชสเชอร์จะช่วยบอกทางให้แก่อลิซ ที่นี่ก็ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะหลงทาง ฉันจึงรอ รอแล้วรอเล่า เวลารอบรอบตัวฉันมันเหมือนกับหยุดเดินอีกครั้ง

 

ต้องให้ฉันรออีกนานแค่ไหนกันแน่ล่ะเนี่ย!

 

แซ่ก แซ่ก แซ่ก แซ่ก

 

ฉันได้ยินเสียงบางอย่างใกล้เข้ามา จนกระทั่งมาร์ชส่งเสียงไม่เป็นภาษาพูด พร้อมกับชี้นิ้วหงิก ๆ งอ ๆ ไปข้างหน้าอย่างสั่น ๆ พลางมองมาที่ฉัน

 

ดังนั้นฉันจึงเงยหน้าขึ้นมา ทันทีที่เห็นหญิงสาวร่างเล็กนิดเดียวอยู่ตรงหน้า ฉันแน่ใจว่านั่นอาจเป็นผลมาจากที่เธอเผลอกินน้ำยาย่อขนาดลงไปแน่ ๆ เธอมีผมสีบลอนด์ทองดูยุ่ง ๆ ยาวประบ่าคู่กับลำคอระหง ใบหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลา นัยน์ตาสีฟ้าประกายวิบวับจ้องมองมาอย่างระแวง

 

ฉันจำคนที่มีผมสีทองกับชอบใส่ชุดสีฟ้าคนนั้นได้ แต่นั่นใช่อลิซ? งั้นเหรอ? ฉันจำได้ว่าเธอเด็กกว่านี้ ตัวเล็กกว่านี้อีกนะสัก 3 ฟุตครึ่งไม่ใช่เหรอ? อ๊ะ!? ลืมไปว่ามันผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว(ฮา)

 

เด็กสาวก็ต้องเติบโตเป็นหญิงสาวสิ ก็ฉันมันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนี่น่า คงมีแต่สมองของฉันนี่แหละที่มันผิดเพี้ยนเพราะฉันมันบ้านี้น่า(ฮา) แต่เธอดูเปลี่ยนไปมากเลยนะ...ร่างกายน่ะ

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้หัวใจของฉันเต้นระรัวจนคุมมันไว้ไม่ได้ เมื่อฉันรู้ว่าเป็นเธอ อลิซ!

 

ฉันลุกขึ้นยืนแล้วเหยียบเท้าขึ้นโต๊ะน้ำชา(ฉันไม่รู้ว่าอะไรบังคับให้ฉันทำแบบนั้นมันบ้ามากเลยใช่ไหม?)แล้วรีบก้าวเดินไปหาเธออย่างกระฉับกระเฉงโดยที่เจ้ากระต่ายมาร์ชมองฉันตาลีตาเหลือก ส่วนดอร์เมาส์มอลลี่ก็บ่นที่ฉันขึ้นมาเดินบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยถ้วยชาและของกิน รู้น่าว่าฉันทำตัวหยาบคายแต่ฉันไม่มีเวลามาสนใจตอนนี้หรอก

 

เมื่อฉันมาถึงพร้อมคุกเข่ามองมาที่อลิซ “เธอนั่นเอง”

 

เธอจ้องฉันตาแป๋วเชียว น่ารักชะมัด แต่เธอไม่ตอบ กลับเป็นมอนลี่ที่ตอบแทน “ไม่ใช่หรอก! แมกโทวิสพาอลิซมาผิดคนต่างหาก!” ประทานโทษนะ ไปกินอะไรพิษสำแดงหรือเปล่า ฉันไม่ได้ถามสักหน่อยนึง

 

“อลิซตัวปลอมเหรอ!?” มาร์ชดึงหูตัวเองราวกับโรคจิต ฉันส่ายหน้ากับความคิดเห็นนั้น

 

“นี้แหละอลิซตัวจริง อลิซจริงแท้แน่นอน ฉันเคยเจอเธอมาก่อน” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนจะหันไปมองเจ้าสองตัวเพื่อย้ำให้ตั้งใจฟัง “เพราะเธอเคยเจอฉันมาก่อนนะ”

 

เมื่อบอกเสร็จฉันจึงหันไปหาอลิซ พวกมันหัวเราะเสียงเล็กเสียงน้อย แต่ฉันไม่สนหรอก “นี้! เห็นไหมเราจัดโต๊ะงานเลี้ยงน้ำชากัน” ฉันบอกอลิซ พร้อมกับคว้าแขนเล็กของเธอและยกร่างของเธอขึ้นมาจากพื้น ก่อนจะเดินขึ้นไปย้ำบนโต๊ะต่อหน้าตาเฉย(ฮา) ฉันพูดความในใจที่อยากจะบอกกับอลิซออกมา

 

“เราจิบชา รอฆ่าเวลาให้เธอกลับมาไงล้า-!” ฉันลงไปยืนที่ประจำของตัวเอง(ตรงหัวโต๊ะนั่นแหละ) แล้วลงจากโต๊ะ ฉันวางอลิซไว้บนโต๊ะก่อน เพื่อให้ฉันได้มีเวลาจัดที่นั่งของอลิซให้พร้อม ฉันวางเบาะนิ่ม ๆให้เลย เธอสังเกตบ้างไหมเนี่ย “เธอมาสายมากรู้ไหม เธอนี้ซนจัง”

 

นี่...ทำไมอลิซไม่ขำเลยนะ เธอยังไม่พูดคุยกับฉันเลยสักคำ แต่เอาเถอะ เธอคงจะกำลังสับสนอยู่ งั้นฉันพูดต่อดีกว่า

 

“แต่ก็นั่นแหละ เวลาไม่พอใจจึงหยุดไปพร้อมกัน ไม่กระดิกเลยสักเตี๊ย!

 

ปับ! ปับ! ปับ!

 

ฉันตบเบาะเพื่อให้รู้ว่ามันนิ่มดีแล้ว อลิซรู้ตัว เธอสาวเท้าเข้าไปนั่งบนเก้าอี้อย่างรู้หน้าที่ ฉันเองก็ต้องนั่งด้วยสิ นี้จำได้ไหมว่าตอนเธอยังเด็ก เธอน่ะ นั่งข้าง ๆ ฉันเลยนะ

 

“เวลาในฝันนี้แปลกดีนะ” ในที่สุดอลิซก็พูดออกมา ฉันนึกว่าเธออมก้อนน้ำตาลไว้ซะอีก

 

“ถูกต้องเลย แต่เธอกลับมาแล้วนี่” ใช่ ถูกต้อง ถูกต้อง ฉันเห็นด้วยกับตัวเอง “เวลาต้องเดินไปถึงวันศึกอัศจรรย์” ฉันละสายตาจากอลิซหันไปมองพวกมัน เอ๊ะ? แต่เดี๋ยวก่อนนะ มีตัวหนึ่งโผล่มาเชสเชอร์ แต่ช่างเจ้าแมวนั่นเถอะ

 

“ฉันกำลังศึกษาสิ่งต่าง ๆ ที่ขึ้นต้นด้วยตัว M” ฉันกวาดสายตามองอลิซ สีหน้าของเธอดูเคร่งเครียด เลิกทำแบบนั่นใส่ฉันสักทีได้ไหม จริงสิ! ลองพูดด้วยประโยคเด็ดนั่นดีกว่าเผื่อว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้น ฉันยื่นหน้าเข้าไปใกล้อลิซและกระซิบบอก “เธอรู้ไหมว่าทำไมอีกาถึงเหมือนโต๊ะเขียนหนังสือล่ะ? หัวแตงโมจนพินาศ”

 

ฉันยกมือขึ้นปิดปากทันควัน นี่ฉันพูดพร้อมกับมอลลี่ด้วย โธ่เอ๊ย น่าอายจัง

 

อลิซขมวดคิ้ว “พูดอะไรน่ะ?” นี้ฉันชวนเธอคุยนะ แต่เธอกลับหันไปคุยกับเชสเชอร์เนี่ยนะ!?

 

“หัวแตงโมจงพินาศ” เชสเชอร์คนชาในแก้ว “หัวแตงโม คือ ราชินีแดง” ขอบใจนะที่ช่วยอธิบาย

 

“เอาเถอะ เอาเถอะ เอาเถอะ” สนใจฉันหน่อยได้ไหม “เราแค่ต้องลงมือสังหารเท่านั้น ฉะนั้นเมื่อถึงเวลาให้อภัยแล้ว หรือลืมแล้วว่าให้อภัย อันไหนก่อนหลังก็ครือกันนั่นแหละ แต่เวลานี้...” ฉันหยิบนาฬิกาจากในกระเป๋าขึ้นมาเพ่งมองซะใกล้ “ฉันรออยู่”

 

มาร์ชเลียนแบบฉัน มันหยิบนาฬิกาขึ้นมาจากถ้วยที่มีชาแทบจะล้น “ติ๊ก มันร้องติ๊ก ๆ นาฬิกาเดินแล้ว” ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันยังทำงานได้อยู่ ฉันหัวเราะเบา ๆ แล้วเก็บนาฬิกาลงในที่ของมันอย่างระวัง

 

“พูดเรื่องฆ่าแกงกันเลือดสาด ฉันเลยหมดอารมณ์จิบชา” เสียงของเชสเชอร์ดังแทรกขึ้นระหว่างที่มอลลี่กำลังถกเถียงอยู่กับมาร์ช

 

“โอ้ โลกทั้งโลกกำลังจะถล่ม โธ่ เชสเชอร์หมดอารมณ์จิบน้ำชาเหรอ?”

 

“เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น ไม่ใช่ความผิดของฉัน”

 

ดูมันพูดสิ ปัดความรับผิดชอบ! ฉันไม่รู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เพราะเวลาฉันเครียด ฉันมักจะไม่รู้สึกถึงอะไรอีกแล้ว ไม่เลยสักนิด ว่าปากของฉันมันพล่ามอะไรออกมาบ้าง

 

สีหน้ายิ้มแย้มของเขาเปลี่ยนเป็นคล้ำเครียด นัยน์ตาสีมรกตเที่เคยสดใสปลี่ยนสีอำพันและกรอบตำดำขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มาร์ชก้มหน้าลงไปในถ้วยด้วยความหวาดผวา ชายหนุ่มเบื้องหน้าตอนนี้ไม่มีแววขี้เล่นอีกต่อไปแล้ว

 

“อูยยยย สยองงงง” กระต่ายเฒ่าเอ่ยเสียงสั่นเครือ

 

“แกทิ้งราชินีขาวไปช่วยพี่น้องของแกนะ ไอ้แมวต่ำช้า น่าไม่อาย ขายเพื่อนกิน “ เขาก้าวเข้าไปหาเชสเชอร์ พร้อมทั้งพูดเสียงแข็งและดังมากขึ้นเรื่อย ๆ “หมุดลงดิน! ขุดลงรู! คูน้ำเน่า! ไอ้ไข่หนอน!!

 

แฮทเทอร์!” ดอร์เมาท์สีขาวตะโกนเรียกสติของชายหนุ่มได้ทัน เขาสะดุ้ง นัยน์ตาและสีหน้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม

 

“ขอบใจ” ฉันหันไปบอกกับมอลลี่ เสียงของฉันแหลมเล็กยังกะแต๋วแน่ะ ให้ตายเถอะ!

 

“อู๊วววว! เมี๊ยว” มาร์ชนั่งตัวสั่นอยู่บนโต๊ะเอ่ย

 

“หายเครียดแล้ว” ฉันพ่นลมหายใจเบา ๆ นี้ฉันพูดอะไรออกไปเนี่ย ฉันด่าเพื่อนตัวเอง ระ-ยำจริง ๆ เลย

 

เชสเชอร์คนชาอีกครั้ง เหมือนว่ามันจะไม่ได้ถือสาที่โดนด่า ความจริงไม่ใช่ครั้งแรกหรอก ฉันเคยด่ามันมาหลายรอบแล้ว

 

“นายเปลี่ยนไปเยอะเลย ทาร์แรนท์ แต่ก่อนนายเคยเป็นปาร์ตี้บอย นายเคยเป็นแชมป์ฟัซ(Fuzz)สะบัดช่อ ประจำเวสซ์เพจนะ” เชสเชอร์เหลือบมอง

 

ฉันยื่นอกอย่างภูมิใจ แต่เดี๋ยวก่อนนะ ทำไมถึงพูดเรื่องอดีตของฉันล่ะ!?

 

“ฟัซ(เมา)!? อะไรนะ?” อลิซถามขึ้น เธอคงไม่ยอมคุยอะไรแน่ถ้าไม่มีอะไรให้เธอสงสัยน่ะ?

 

“ฟัซสะบัดช่อไง!?” มาร์ชยังตอบด้วยท่าทางโรคจิตเหมือนเดิม

 

“เต้นระบำน่ะ” ดีที่มอลลี่ตอบเข้าใจกว่า อลิซทำหน้าแบบว่า อ้อ เก็ทล่ะ ฉันแอบหัวเราะเบา ๆ แล้วเจ้ากระต่ายก็เต้นรำให้ดู ฉันจำได้ว่ามันไม่ได้น่าเกลียดอย่างนั้นนะ

 

“ในวันศึกอัศจรรย์ วันที่ราชินีขาวได้สวมมงกุฎอีกครั้งหนึ่ง เมื่อถึงวันนั้น ฉันจะฟัซสะบัดช่อ...ให้มันส์หยดติ่ง” ” ฉันก้าวไปนั่งประจำที่ตัวเองช้า ๆ ก่อนจะเดินมาถึงเก้าอี้พร้อมถูกต้อนรับด้วยเสียงหัวเราะของเจ้าสองตัว

 

มาร์ชหูตั้ง เมื่อมันได้ยินเสียงร้องของม้าที่กำลังตรงมาทางนี้ เหมือนกับที่คนอื่นได้ยิน “โอ้ววว กร่อย..” แถวนี้ไม่มีม้าที่ไหนผ่านมานักหรอก ฉันรู้ด้วยว่าใครมา เชสเชอร์หันหลังควับไปมองที่ต้นเสียง

 

“โอ๊ะ โอว”

 

“ทหารซนิค” มอลลี่หยิบช้อนขึ้นมากอด ฉันหวังว่ามันคงช่วยอะไรเธอได้นะ

 

“ลาก่อน” เชสเชอร์กล่าวลาก่อนที่มันจะสลายร่างเป็นอากาศธาตุ อย่างนี้แหละเวลามันอยากแวบไปแวบมา มาร์ชกับมอลลี่นั่งตัวเกร็งอยู่กับที่ ส่วนฉันหยิบขวดจิ๋วบรรจุน้ำหดตัวมาจากกระเป๋าเสื้อ รีบเปิดฝาออกและยัดใส่ปากของอลิซโดยที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว เธอไอสำลักทันที ฉันไม่มีเวลามากพอจะอธิบาย สิ่งแรกที่คว้ามาได้คือกาน้ำชา

 

สเตนควบม้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ด้านหลังมีทหารซนิควิ่งตามมาติด ๆ เมื่อฉันเห็นอลิซหยุดตัวเล็กลงแล้ว จึงรีบหยิบเธอลงไปในกาน้ำชาอย่างระมัดระมังและยัดเดรสตามลงไป

 

“ระวังหัวนะ” เสร็จแล้วฉันจึงปิดฝาแล้ววางกาไว้บนตัก ประจวบเดียวกับที่สเตนยังคงนั่งอยู่บนหลังม้าที่กำลังยกขาขึ้น พร้อมกับทหารที่ยืนเรียงกันเป็นกระดาน เท่ตายล่ะ

 

“ปล่อยฉันออกไปนะ!” อลิซเคาะฝากาน้ำชา ขืนฉันปล่อยเธอออกไป เธอก็ตายนะสิ!

 

สเตนลงมาจากหลังม้า แล้วทอดน่องตรงมาหาพวกฉันอย่างใจเย็น น่าหมั่นไส้ชะมัด

 

“อ้อ...! แก๊งสามเกลอวิกลจริตสุดโปรดของข้า อยู่ที่นี่เอง” พูดยังกะว่าตัวเองผ่านมายังไงยังงั้นแหละ แล้วพวกฉันก็ไม่เคยไปไหนเลยด้วย ไอ้สมองทึบ

 

“อยากมาร่วมวงกับเราไหมล่ะ?” มอลลี่ทำเป็นเชิญชวน ฉันรู้สึกไม่สบายใจเพราะว่าสเตนดันพาหมามาด้วย

 

“เจ้ามาทานน้ำชาสาย!” กระต่ายเฒ่าลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางจะล้ม แล้วโยนถ้วยน้ำชาไปที่สเตน ว้าว! ฉันขอชื่นชมในความกล้าหาญของนายเลย แต่น่าเสียดายที่ไม่โดน แต่ดันไปโดนเจ้าทหารเกราะแดงที่ยืนอยู่หลังสเตนแทน เซ็ง

 

ดีที่สเตนไม่ได้ถือสาอะไร เพราะหมอนั่นคงจะชินกับมาร์ชเหมือนพวกฉัน ซ้ำยังยิ้มร่าไม่รู้ร้อนรู้หนาว แสดงว่ามันต้องมีแผนชั่ว ๆ อยู่ในใจแน่ ๆ

 

“เรามาตามหาผู้หญิงชื่อว่า...อลิซ” สเตนเดินมาหยุดยืนข้าง ๆ พร้อมกับวางศอกลงเก้าอี้ที่ฉันนั่งอยู่

 

“อ้อ! พูดถึงราชินี เราเคยร้องเพลงนี้ ถวายพระองค์นะ” เยี่ยมเลย เปลี่ยนหัวข้อด้วยการร้องเพลง ซึ่งทั้งมอลลี่และมาร์ชก็ร้องตามน้ำ “ทวิงเกอร์ ทวิงเกอร์ เจ้าค้างคาว เจ้าแขวนหัวห้อยไว้ที่ราว เหนือหัวเรา...” การร้องเพลงหยุดลง เมื่อสเตนล็อคคอฉันจากด้านหลัง

 

“ถ้าเจ้ากล้าซ่อนนางไว้” สเตนขู่เสียงกระซิบ มก่อนจะเหลียวไปมองทั้งสองตรงหน้าฉัน “เจ้าจะต้องเสียหัว”

 

มอลลี่และมาร์ชเริ่มกลัวจนหัวหด แต่ฉันมีวิธีนะ

 

“หัวข้าเสียมานานแล้ว” ฉันลองสลับตำแหน่งคำ เจ้าสองตัวรู้งานพร้อมใจกันหัวเราะรับมุก สเตนยอมปล่อยฉันแต่โดยดี “ทุกคนร้องพร้อมกัน!

 

หวังว่าสเตนจะไม่รู้นะ ฉันต้องทำให้หมอนี้ยอมแพ้ มันจะได้รีบไสหัวไปสักที

 

เหนือหัวเราเจ้าบินไปมา ดูเหมือนขาตั้งช้าดิ้นไป” มอลลี่กับมาร์ชช่วยกันร้องเพลง ฉันยิ้มกว้างพร้อมกับสะบัดมือไปด้วย ยอดเลย หมอนั่นไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด

 

ทวิงเกอร์ ทวิงเกอร์ ...ทวิงเกอร์...ทวิงเกอร์...” เสียงประสานลูกคู่ค่อย ๆ เบาลง ๆ และเบาลง สเตนเดินผ่านมาร์ชที่ค่อย ๆ หดหัวลง โต๊ะกำลังสั่น ไม่ใช่เพราะเจ้ากระต่ายนะ แต่เจ้าหมาตัวนั้นมันกำลังดมกลิ่นอยู่ใต้โต๊ะและมาตรงนี้แล้ว!

 

“อุ๊!?” โอ้ว! มันชนเข้ากับกาน้ำชาที่ฉันวางไว้บนตักเต็ม ๆ เลย และสะเทื้อนมาถึง...ท้องน้อยฉัน!

 

ฉันหรี่ตามองเจ้าหมาที่อยู่ ๆ ก็โผล่หัวออกมาจากใต้ผ้าปูโต๊ะ มันกำลังครางและเตรียมตัวจะส่งสัญญาณบอกกับทหารซนิค ฉันก้มลงไปช้า ๆ ไม่ให้สเตนมันจับได้

 

“หัวแตงโมจงพินาศ” ฉันกระซิบบอกกับมันเบา ๆ

 

เจ้าหมาเบิกตากว้างมันมุดหัวลงไปใต้โต๊ะ ดูเหมือนสเตนจะยังไม่รู้ตัวนะ ฉันว่าหมอนี้ต้องไปหาหมอรักษาหูด่วนเลย โชคดีที่มอลลี่กับมาร์ชกำลังดึงความสนใจของสเตนอยู่ เจ้าหมาตัวนั้นโผล่ออกมาจากอีกฟากของโต๊ะและวิ่งออกไปพร้อมกับเห่าเรียกให้พวกที่มาด้วยกันนั้นสนใจ

 

“ตามเจ้าหมานั่นไปเร็ว” สเตนสั่งลูกน้อง ก่อนจะหันมายิ้มแบบเหยียดหยามให้พวกฉัน “พวกเจ้ามันบ้า!

 

“ขอบคุณที่ชมนะ” มาร์ชยิ้มรับและมอลลี่ก็หัวเราะรัว สเตนระบายความเกรี้ยวกราดโดยการเขวี้ยงถ้วยชาลงพื้นแตก และรีบเดินขึ้นขี่ม้าควบจากไป ระวังเถอะสเตน เดี๋ยวฉันจะไปเรียกค่าเสียหายกับนายทีหลัง!

 

และเมื่อรู้ว่าพวกนั้นจากไปแล้ว ฉันจึงอุ้มกาน้ำชาขึ้นมาวางบนโต๊ะ รีบเปิดฝาขึ้นมาโดยไม่ทันคิด “อุ๊ฟ! ขออภัย” ฉันรีบปิดฝาในทันที เธอโตขึ้นแล้วจริง ๆ แหะ เอ๊ย! ฉันไม่เห็นอะไรเลยนะ

 

ฉันเอื้อมมือที่นิ้วมีแต่ผ้าพันแผลลงไปในกาน้ำชาที่เปิดฝาขึ้นมาเพียงแหงม ๆ และหยิบเศษผ้าจากเดรสของอลิซมาเย็บเป็นเสื้อ “รอสักครู่นะ” ฉันหยิบผ้าระบายสีฟ้ายาว ๆ ออกมาได้ และเพ่งมองว่าจะตัดมันออกมาเป็นชุดให้เธอยังไง ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่พอดี เพราะฉันวัดจากสายตาเรียบร้อยแล้ว...

 

โอ้ยตาย! ฉันเห็นแค่นิดเดียวเอง!!

 

เมื่อเย็บเสร็จแล้ว จึงรีบส่งลงไปให้ทันที “ลองสิใส่ได้ไหม?” รอจนมีเสียงเคาะจากข้างใน ฉันจึงรีบหยิบอลิซออกมาวางไว้ที่โต๊ะ และชื่นชมกับผลงาน “อา...ข้าชอบนะ” ทำไมฉันไม่บอกว่าชุดสวยล่ะเนี่ย?

 

“โชคดีนะที่สุนัขเป็นพวกเรา ไม่งั้น...เออะ!” มอลลี่ยกมือขึ้นมาทำท่าบั้นคอ โอเคไม่ต้องทำให้ดูก็ได้ เดี๋ยวอลิซก็กลัวหรอก

 

“พวกเขาจะจับฉันทำไม?” อลิซถามด้วยน้ำเสียงเจือกังวล

 

มาร์ชตาโปนเวลานึกอะไรได้ “อะไรนะ! นี้! พาไปหาราชินีขาวสิ! เธอต้องปลอดภัยแน่” ก่อนที่เจ้านั่นจะเหล่ไปมองช้อนในมือตัวเองและพึมพำเบา ๆ ฉันได้ยินว่าเจ้านั่นพูดว่า “ช้อนนี้”

 

ฉันเห็นด้วย แต่ความจริงฉันเตี๊ยมไว้ก่อนแล้วล่ะ ฉันถอดหมวกใบโปรดของตัวเองออกมาจากศีรษะ แล้ววางมันลงบนโต๊ะ ตรงหน้าอลิซนั่นแหละ “ขึ้นราชรถเลย แม่หญิง” ฮ่า ๆ ฉันเรียกอลิซว่าแม่หญิงล่ะ

 

“เนี่ยนะ?” เฮ้ อย่าตอบอย่างนั้นสิอลิซ

 

ฉันอธิบายให้เธอฟัง “แน่นอน ใครๆ ขึ้นหลังม้า ขี่รถราง ทว่าสุดยอดพาหนะเดินทางก็คือหมวก” ฉันเอ่ยอย่างภูมิใจ แต่เดี๋ยวก่อนนะ “ฉันพูดเป็นกลอนไหม?” แต่ที่ตอบกลับมาคือเสียงหัวเราะคิกคัก

 

หลังจากนั้นฉันก็พาอลิซขึ้นไปบนหมวกได้สำเร็จ และถูกมาร์ชเขวี้ยงถ้วยชาส่งขวัญกำลังใจมาให้ก่อนจะออกเดินทาง ฉันกำลังไปยังที่ที่ราชินีขาวพำนักอยู่ ฉันหวังว่าตัวเองจะพาอลิซไปให้ถึงที่นั่นโดยปลอดภัย

 


                                                                      เพลาสี่โมง กลิ้งตุ้นโดดโผด

                                                                                ขุดเป็นโพรงเวียนวน

                                                                      สุดสงสารเจ้ากู่กา

                                                                                และ หมู่สุครป่าหลงทาง


                                                                      แจบเบอร์วอคตาลุกเป็นไฟ

                                                                                เขี้ยวมันฉีกหงับอุ้งเท้าตกไป

                                                                      ระวังแจบเบอร์วอคลูกข้า

                                                                                อสูรแบนเดอร์สแนทช์ลือชา


                                                                      เขาถือดาบวอร์พอร์มากระชับมือ

                                                                                ดาบคมเหมือนตวัดแกว่งไว

                                                                      อสูรสิ้นใจ ตัดหัวหลุดมา

                                                                                คว้าเดินจังก้า กลับไป

 

“ทั้งหมดนี้หมายถึงเธอ รู้ไหม?” ฉันบอกกับอลิซร่างเล็กที่เปลี่ยนจากนั่งบนหมวกแล้วมานั่งบนไหล่ของฉันแทน ดวงตาเคลือบแคลงสงสัยของเธอกำลังจ้องมาที่ฉัน รู้ไหมว่าฉันไม่ชอบเลย

 

“ฉันไม่สังหารอะไรหรอก ฉันไม่ฆ่า ลบจากสมองไปได้เลย” คำพูดของอลิซทำให้ฉันชะงักเท้ากึก

 

“หือม์...สมองเหรอ?” ฉันพึมพำถึงมัน ตอนนี้ฉันรู้สึกผิดหวังอลิซเสียจริง ๆ เมื่อเห็นตอไม้ใกล้ ๆ ฉันจึงหยิบเธอขึ้นมาจากไหล่ แล้วรีบวางเธอลงบนนั้น แล้วเตรียมจะชิ่งหนี ก็ไม่เข้าใจนะว่าทำไม แต่ฉันรู้สึกเคืองสุด ๆ เลย อาจเป็นเพราะเธอไม่เข้าใจฉันเลยสักนิด

 

“เดี๋ยวสิ! คุณทิ้งฉันไว้ที่นี่ไม่ได้นะ”

 

อลิซเรียกให้ฉันหันกลับมา และฉันก็ขมวดคิ้วมุ่น ไม่รู้ว่าตอนนี้ฉันมองเธอด้วยสายตาแบบไหนกัน

 

“ก็เธอไม่ฆ่า เธอรู้บ้างไหมว่าราชินีแดงอำมหิตแค่ไหน? แต่เธอไม่ฆ่า”

 

“ถึงฉันอยากจะฆ่าก็ทำไม่ได้...” อลิซบอกกับฉันเสียงอ่อน

 

ฉันเดินเข้าไปหาเธอและชันเข่าคุยด้วย “เธอไม่เหมือนกับคนเดิมเมื่อก่อน เธอเคยกึ๋น*กว่านี้เยอะ เธอสูญเสียมันไป”

 

“กึ๋นของฉันงั้นเหรอ?”

 

“ในนั้นน่ะ” ฉันเอานิ้วชี้ไปที่ใจกลางอกของเธอ ส่วนหนึ่งของร่างกายที่เรียกว่า หัวใจ “มีบางสิ่งหายไป”

 

“บอกสิว่าราชินีแดงทำอะไร?”

 

ฉันเบนหน้าหนีจากสายตาห่วงใยของเธอ “ไม่ใช่เรื่องน่าฟังหรอก”

 

“บอกฉันมาเถอะ” น้ำเสียงของเธอเว้าวอน ให้ตายเถอะ นี่ฉันต้องเล่าจริง ๆ เหรอ ฉันไม่อยากจะนึกถึงมัน

 

และจู่ ๆ หมอกที่เคยร่ายล้อมพวกเราอยู่ก็ค่อย ๆ จางลงจนพอเห็นอะไรได้ชัดขึ้น ฉันค่อย ๆ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ จากที่มองเห็นเพียงแค่ต้นไม้แห้งกรังรอบตัว กลับปรากฏว่ามันคือบ้านเรือนที่ถูกเผาจนเหลือเพียงแต่ซากไม้เป็นตอตะโกแทนของดูต่างหน้า

 

ไม่นะ ฉันกลับมาที่นี่อีกแล้วเหรอ

 

“มันคือที่นี่” อดีตของฉันก็ควรจะถูกเล่าจากที่นี่ เอาล่ะ ถ้าเป็นอลิซ ฉันก็ยินดีที่จะเล่าให้เธอฟัง แค่คนเดียว “ฉันเป็นช่างทำหมวกของราชินีขาว” ฉันเล่าให้เธอฟังด้วยเสียงที่เป็นกระซิบ “ตระกูลไฮด์ท็อตของเราเป็นข้าเบื้องบาทมานาน”

 

เมื่อก่อน ฉันมีชื่อว่า  ทาร์แรนท์ ไฮท็อป

 

ที่นี่ของวันนั้นเป็นงานฉลองที่พวกเราจัดขึ้นเพื่อต้อนรับราชินีขาว ฉันยังจำเสียงดนตรี ภาพของเหล่าเด็ก ๆ วิ่งเล่นกันและครอบครัวของฉันอยู่ที่นั่นกันครบ ฉันยืนอยู่ข้าง ๆ พระองค์พร้อมกับอัศวินขาว องค์ราชินีทรงประทับอยู่บนหลังอาชาขาวและทรงแย้มสรวลด้วยความปิติยินดี มันช่างสนุกสนานและรื่นรมย์เหลือเกิน แต่แล้วจู่ ๆสิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด มันก็เกิดขึ้น มังกรร้ายแจบเบอร์วอคบินโฉบลงมาตรงกลางจตุรัสและทำลายทุกอย่างด้วยความคลุ้มคลั่ง พวกเราไม่ได้เตรียมพร้อมรับมือกับเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้เลย ฉันรู้แต่เพียงว่าต้องรีบพาองค์ราชินีไปยังที่ปลอดภัย ทหารขาวพยายามต้านทานมันไว้ แต่กลับถูกสเตน ไอ้ทรยศ ขโมยของสำคัญไป ทั้งมงกุฎของราชินีและดาบวอร์พอร์แห่งอัศวิน

 

เมื่อราชินีขาวปลอดภัยดีแล้ว ฉันจึงรีบมุ่งหน้ากลับมาที่หมู่บ้านอีกครั้ง และทุกอย่างที่ฉันจำได้ว่ามีอยู่ตรงนั้นกลับกลายเป็นทะเลเพลิง ฉันยืนอยู่ตรงนั้น ยืนรอจนทุกสรรพสิ่งมอดดับไปเหลือแต่เพียงเถ้าถ่าน โดยหวังว่าจะพบใครบ้าง แต่ฉันไม่เหลือใครเลย ยกเว้นหมวกใบหนึ่งเป็นของดูต่างหน้า ถ้าฉันเลือกที่จะไม่ทิ้งพวกเขาไปเหมือนที่เชสเชอร์เลือกที่จะช่วยครอบครัวของเขาก่อน ฉันคงจะไม่ต้องรู้สึกผิดอยู่อย่างนี้...

 

แต่ในหัวของฉันไม่ได้คิดอย่างเดียวกัน

 

ไม่ใช่!!

 

เพราะนังหัวแตงโมนั่นต่างหาก!!

 

มันต่างหากที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้า!!

 

ข้าสาบาน ข้าจะต้องโค่นล้มมันให้ได้!!!

 

ราวกับทั้งโลกดับลงในชั่วพริบตา ความโกรธแค้นได้ย้อมโลกทั้งใบเป็นสีดำ แต่ทว่ายังคงมีแสงสีขาวอยู่แม้เพียงน้อยนิด แต่มันได้ทำให้เขาทรมานแสนสาหัส จังหวะที่อารมณ์คลุ้มคลั่งก็ไม่อาจแยกอะไรได้อีกแล้ว

 

ฉันเป็นบ้าไปแล้ว

 

และตอนนี้ฉันคือ แมด แฮทเทอร์

 

หลังจากที่ฉันเล่าทั้งหมดให้อลิซฟัง และเหมือนจิตของฉันได้ย้อนกลับไปในอดีตพร้อม ๆ กันด้วย จนเมื่อได้ยินเสียงของอลิซดึงฉันกลับมายังปัจจุบัน ฉันไม่รู้ว่าจะเอ่ยอะไรดี เมื่อได้เห็นว่าตัวเองยังยืนอยู่บนซากของทุกสิ่งที่เคยรักเหมือนเดิม มันดูคล้ายกับฝันร้ายแต่มันต่างกัน เพราะมันเป็นความจริง ความจริงที่ว่าฉันสูญเสียทุกอย่างเพราะนังราชินีแดง ฉันเปลี่ยนแปลงอะไรมันไม่ได้ ไม่ได้...

 

เป็นไปได้ฉันก็อยากให้มันเป็นฝันร้าย

 

“ฉันสบายดี...”

 

แต่ก่อนที่ฉันจะได้เอ่ยอะไรต่อ ทหารซนิคก็โผล่กันมาเป็นขโยง คงเพราะเจ้าหมานำทางตัวนั้นถ่วงเวลาให้ได้นานกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว ฉันรีบคว้าตัวอลิซขึ้นมาและหนี ลืมไปแล้วว่าฉันโมโหเธอเรื่องอะไร ฉันวิ่งจนมาถึงลำธาร ซึ่งฉันไม่สามารถข้ามไปได้ ฉันจึงใช้หมวกที่แสนสำคัญเหวี่ยงอลิซข้ามไปอีกฟาก เมื่อเห็นหมวกไปถึงฝั่ง

 

หัวแตงโมจงพินาศ!!

 

โชคดีที่พวกมันโง่ ไม่ได้สะกิดใจเลยว่าทำไมฉันจึงดึงความสนใจพวกมัน ทหารซนิคล้อมฉันไว้อย่างแน่นหนาและรีบนำตัวฉันไปยังปราสาทของราชินีแดงในทันที

 

หวังว่าเธอจะไปหาราชินีขาวอย่างปลอดภัยนะ อลิซ

 

ฉันอยากให้มันเป็นความจริง

 

 

หลังจากที่ฉันถูกทหารซนิคพาตัวมาถึงปราสาท ถูกพวกมันคาดคั้นว่า อลิซอยู่ที่ไหน? หลายครั้งและหลายหน แน่นอนว่าฉันไม่ยอมตอบคำถามนั้นทุกครั้ง พวกมันจึงทรมานฉันสารพัดวิธีที่จะไม่ทำให้ฉันตายหรือมีแผลถึงตาย จนกระทั่งมันเหนื่อยหรือเบื่อก็ไม่รู้นะ จึงโยนฉันเข้าคุกพร้อมกับล่ามโซ่ไว้ที่ข้อเท้า ห้องตรงกันข้ามมีหมาแม่ลูกอยู่ ฉันได้รู้มาว่าราชินีแดงสั่งจับพวกเขาไว้เป็นตัวประกัน เบออซ(เจ้าหมาที่ถูกสั่งให้ดมกลิ่นหาอลิซนั่นแหละ)จึงต้องทำตามคำสั่งของนังนั่นอย่างจำใจ เพื่อช่วยครอบครัว ฉันอยากจะช่วยพวกเขานะ แต่ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะทำยังไงดี

 

รู้สึกถึงแสงแดดไล่ลงมากระทบแผ่นหลัง ฉันติดอยู่ที่นี่จนถึงเช้าตรู่และยังไม่ได้กินอะไรเลยสักนิด ที่นี่ไม่มีทหารคอยลาดตระเวน แต่ทำไมฉันถึงได้ยินเสียงฝีเท้า นี่ฉันกำลังจะเป็นบ้าอีกแล้วใช่ไหมหรือฉันจะหิวเกินไปล่ะเนี่ย?

 

ทหารเกราะแดงหลายตนเดินมาที่หน้าลูกกรง มีตนหนึ่งบอกกับฉัน “ราชินีต้องการพบเจ้า”

 

เอาล่ะ... ฉันคงต้องวางแผนไว้เสียแล้ว แผนที่จะช่วยฉันและก็ครอบครัวของเบออซออกไป

 

จากนั้นฉันก็ถูกพวกมันใส่กุญแจมือพร้อมกับโซ่ที่ข้อเท้า แถมยังถูกทหารระวังหลังถึงหกตน และถูกพามาถึงหน้าประตูห้องโถงมันสูงมาก ๆ ซึ่งฉันได้คิดแผนเอาไว้แล้ว เพียงแค่ต้องใจเย็น ๆ ประตูบานใหญ่เปิดออกกว้างอย่างช้า ๆ ส่วนฉันทำตัวราวกับคนหมดอาลัยตายอยากแบบเนียน ๆ และก้มหน้าเดินตรงไป เพราะฉันคิดว่าทางไปพระที่นั่งคงไม่มีทางคดเคี้ยวแน่นอน เมื่อสุดทาง จึงคุกเข่าลงตรงหน้านังราชินีแดง

 

ฉันเหลือบขึ้นมองไปทางด้านข้างก่อน เพราะฉันไม่อยากจะยลโฉมนังหัวแตงโมนั่นให้แสลงลูกตา

 

แต่โอ้! ให้ตายเถอะ!!

 

อลิซ?!!!

 

โชคดีที่ฉันเก็บอาการตกใจไว้ได้อย่างแนบเนียนสุด ๆ ตอนนี้เธอตัวโตกว่าฉันมาก ๆ เธอสวมเครื่องแบบของอาณาจักรราชินีแดง แถมยังนั่งอยู่บนเจ้าจ๋อสองตัวที่ต่อตัวกันเป็นเฟอร์นิเจอร์ ช่างน่าสงสารชะมัด เธอไม่ได้ไปหาราชินีขาวหรอกหรือเนี่ย? เชื่อเลยว่าเธอยังพอมีกึ๋น เอ๊ย! นี่ไม่ใช่เวลามาสนเรื่องนั้น! เย็นไว้แฮทเทอร์ นายมีแผน นายต้องทำให้สำเร็จ

 

ฉันต้องทำให้ราชินีแดงยอมปล่อยฉันออกมาจากคุก และต้องพาอลิซออกไปด้วย อันดับแรกฉันจะหลอกว่าอยากทำหมวกให้นังหัวแตงโม ใครๆ ก็รู้ว่าฉันเคยเป็นช่างทำหมวกของราชินีขาวมาก่อน

 

ฉันเกือบจะเครียดใส่นังหัวแตงโมนั่นแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะอลิซช่วยเรียกเตือนสติของฉันทันอีกครั้ง แล้วมันก็ติดกับฉันจนได้ เจ้าสเตนยอมตัดกุญแจมือให้ฉันตามคำสั่งของราชินีแดง จากนั้นฉันก็ถูกพามายังห้องสำหรับช่างทำหมวกในทันทีทันใด และฉันเพิ่งรู้ว่าอลิซใช้ชื่อปลอมว่าอัมเพื่อให้ได้เข้ามาในปราสาท ดีนะที่พวกนั้นยังไม่เคยเจอเห็นหน้าคาตาเธอมาก่อน ก็เลยเชื่อสนิท พวกนี้โดนหลอกง่ายจริง ๆ เลย ฮ่า ๆ

 

 

รู้ตัวอีกที นี้ก็ค่ำแล้ว อืม...แล้วอลิซไปไหนแล้วนะ?

 

ตอนนี้ฉันกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำหมวกใบต่อไปอย่างร่าเริง นี้คงเป็นหมวกใบที่หก หรือใบที่สิบแล้วก็ไม่รู้นะ ฉันอยากให้เธอมาเห็นผลงานของฉันเร็ว ๆ จัง

 

ตึก...ตึก...ตึก

 

อา พอพูดถึงก็มาเลย ฉันดีใจจริง ๆ ที่เธออยู่โลกเดียวกับฉัน อลิซ

 

“สวยไปหมดเลย” อลิซมองผลงานอย่างชื่นชม

 

ฉันกำลังปั่นเครื่องจักรเย็บผ้าอย่างชำนาญ “ฉันดีใจที่ได้กลับมาทำงานที่ชอบ” ถูกแล้ว ฉันมีความสุขที่ได้ทำมากกว่าการดื่มชา อา มันนานมากจนฉันเกือบลืมไปแล้วว่าความสุขที่ได้ทำอะไรแล้วชอบมันจากใจจริง มันเป็นยังไง

 

คงเหมือนกับตอนที่ได้นั่งดื่มชากับเธออีกครั้งเหมือนเมื่อวันนั้นล่ะมั้ง?

 

น่าเสียดายนะ ที่ต้องทำให้นางน่ะ

 

ฉันชะงัก เพิ่งจะรู้ตัวเพราะคำพูดของอลิซ “นี่ฉันเป็นบ้าอะไรไปเนี่ย?” ฉันกำลังทำอะไรอยู่ “แฮทเทอร์...”

 

ข้าเกลียดนังหัวแตงโมนั่น!

 

มันพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้า!

 

แต่ข้ากำลังทำหมวกให้หล่อนอยู่!

 

นี่ข้ามีความสุขกับมันได้ยังไง!!

 

โครม!!!

 

นัยน์ตาของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีอำพันแห่งความกราดเกรี้ยว เขาถอยรนออกมาจากงานพร้อมกับสะบัดแขนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าอย่างคลุ้มคลั่ง ทั้งยังส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอราวกับคนบ้า หญิงสาวรีบตรงเข้าไปหาเขาโดยไม่กลัวเลยสักนิดเดียว

 

สติของแฮทเทอร์จึงกลับมาอีกครั้ง นัยน์ตาสีเขียวมรกตใสวูบไหวเหมือนคนใกล้จะร้องไห้

 

เมื่อฉันหันไป ฝ่ามือทั้งสองของอลิซประกบใบหน้าของฉันอยู่ บังคับให้ฉันต้องสบตากับเธอ ฉันไม่อยากให้เธอเห็นฉันในสภาพนี้เลย

 

“เธอรู้ไหมว่าทำไมอีกาถึงเหมือนโต๊ะเขียนหนังสือล่ะ? ฉันกลัวนะ อลิซ ฉันไม่ชอบสิ่งที่อยู่ในสมองฉัน” เธอขมวดคิ้วมุ่น ฉันเอ่ยต่อ เมื่อไม่ได้ยินว่าเธอพูดอะไร “ฉันว่าฉันเป็นบ้านะ”

 

แต่แล้วเธอก็เอามือมาทาบหน้าผากฉัน “คงจะอย่างงั้นแหละ หนุ่มบ๊องฟั่นเฟือง...” เธอยิ้มเล็ก ๆ มองฉันด้วยสีหน้าเห็นใจ “แต่ฉันจะบอกความลับให้ คนเก่ง ๆ เป็นกันทุกคนแหละ”

 

ฉันรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในเวทมนตร์อะไรสักอย่าง เพราะฉันไม่สามารถขยับไปไหนได้ ได้แต่จ้องเธออย่างเดียว อลิซก้มลงไปเพื่อหยิบหมวกของฉันขึ้นมาสวมหมวกให้ฉัน แล้วยิ้มละมุน

 

“นี่ ดูดีขึ้นแล้ว ดูเป็นตัวเองอีกครั้งหนึ่ง”

 

ฮ่ะ เธอมักจะหาเหตุผลตอบฉันเสมอเลย ฉันชอบเวลาได้อยู่กับเธอจริง ๆ นะ อลิซ ถ้าหากว่าเธออยู่กับฉัน ฉันอาจจะหายจากอาการบ้านี้ได้ก็ได้ บางทีถ้าจบศึกนี้ฉันจะขอให้เธออยู่กับฉันดีไหม ฉันควรจะถามเธอตอนนี้เลยดีหรือเปล่านะ?

 

“ช่างหมวก!! แล้วหมวกข้าล่ะ!! ข้าไม่ใช่ราชินีใจเย็นนะ!!” เฮ้อ...ตัวมารจริง ๆ ขอให้หัวแตงโมจงพินาศ!

 

จริงด้วย ยังมีเรื่องอื่นที่สำคัญกว่าต้องบอกเธอ

 

“ข้าได้ยินว่านางเก็บดาบวอร์พอร์ไว้ในปราสาท มันอาจจะช่วยเธอ หามันให้เจออลิซ นำมันไปให้ราชินีขาว”

 

“เราจะไปหาราชินีขาวด้วยกัน” เธอบอกฉันด้วยสีหน้าจริงจัง ทำให้ฉันเกือบจะหลุดหัวเราะ

 

“ทำไมเดี๋ยวเธอตัวใหญ่ตัวเล็กนะไม่พอดีเสียที”

 

เธอหัวเราะตอบ ก่อนจะรีบวิ่งออกไป เฮ้อ...ฉันยังไม่ทันบอกประโยคเด็ดกับเธอเลย

 

“โชคดีมีชัยนะ อลิซ”

 

 

ฉันรู้สึกไม่ดีเลย ฉันหยุดมือสั่นไม่ได้หรือว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?

 

ไม่ ไม่ ไม่ เจ้าสเตน ไอ้หน้าโง่นั่น มันไปสร้างเรื่องกุอะไรนะถึงทำนั่งหัวแตงโมนั่นเดือดสุด ๆ จนขนาดต้องการจะตัดหัวอลิซ

 

“แฮทเทอร์!?” ฉันหันไปและหวังว่าอลิซจะมาด้วย แต่ไม่ใช่

 

“มอลลี่!?” ดอร์เมาส์กระโดดมาหาฉันและพยายามใช้ดาบแงะรูกุญแจโซ่

 

นี่ก็เช้าแล้วด้วย อลิซอยู่ไหน? แล้วเธอทำอะไรอยู่? ได้ดาบวอร์พอร์แล้วหรือยัง? ขอให้เธอปลอดภัยด้วยเถอะ!

 

“ถอยออกไป มอลลีออมกุน” เสียงของอลิซนี่น่า เธอได้ดาบวอร์พอร์มาด้วย แต่แล้วเธอก็ยกดาบขึ้นมาเหนือหัว คงคิดจะใช้มันตัดโซ่ให้ฉันแน่ ๆ  “กึ๋นแค่นี้พอมั้ย?”

 

“อย่า ๆ ดาบนี้ใช่กับอย่างอื่นไม่ได้...”

 

ปัง!!!

 

พอฉันกำลังจะอธิบาย ไอ้หน้าโง่สเตน ก็ดันโผล่เข้ามาพร้อมกับทหารซนิคสองนาย

 

สเตนชี้ไปที่อลิซหรือที่หมอนี้เข้าใจว่าชื่ออัม “จับนางในข้อหาล่อหลวงชายโดยมิชอบ!

 

ข้อหาไหนฟ่ะ!!! ไอ้ตาเดียว!!! มีแต่แกนั่นแหละที่ไปล่อลวงคนอื่น! ไอ้หน้าตัว---!!!

 

พวกมันค่อย ๆ บุกกันเข้ามา ฉันต้องรีบช่วยอลิซก่อน ไม่งั้นได้โดนตัดหัวกันหมดแน่!

 

“นำดาบไปให้ราชินีขาว!!” ฉันเดินไปหยิบม้วนผ้า

 

“เราต้องไปด้วยกันสิ” อลิซพยายามจะแย้งฉัน

 

“ไปสิ!” ให้ตายเถอะ ทำไมเธอหัวดื้อยังงี้นะ

 

ฉันโยนม้วนผ้าออกไปชนกับเจ้าทหารเกราะแดงล้มลง และรีบหาของใกล้ ๆ มือมาเป็นอาวุธ หมวกที่เหวี่ยงออกไปโดนเจ้าสเตนฟันฉับขาดเป็นสองซีก และเกือบจะโดนดาบจ้วงเข้าให้ ถ้าฉันไม่เอาโครงหุ่นมากันดาบไว้ทัน

 

“หนีไป อลิซ!” มอลลี่พูด

 

“อลิซงั้นเหรอ?” สเตนฉีกยิ้มน่าเกลียด ไม่นะ หมอนั่นรู้แล้วว่า!

 

“หนี!!!” ฉันตะโกน

 

จังหวะที่สเตนกำลังมองอลิซที่วิ่งออกไป ฉันรีบฉีดน้ำหอมใส่ตาของมัน มันแสบตาแต่ก็ยังอุตส่าห์ผลักฉันจนล้มลงหน้าจูบพื้น ฉันรู้สึกมึนหัวไปหมด มอลลี่รีบวิ่งเข้ามาหา

 

“หนีไปซะ มอลลี่” ฉันบอกทั้งที่ยังมึน ๆ

 

“ไม่ ข้าจะไม่ถึงเจ้าหรอก” มอลลี่พูดอยู่ข้าง ๆ

 

เมื่อฉันเงยหน้าขึ้นมา ปรากฏว่าถูกทหารเกราะแดงล้อมเราไว้หมด ก่อนจะถูกจับไปขังในคุก

 

 

เช้าของอีกวัน ฉันรู้ว่ากำลังจะถูกตัดหัวในไม่ช้า ฉันหลือบมองมอลลี่เดินวนไปวนมาอยู่ในกรงนก และฉันเสียใจที่ดึงให้ครอบครัวของเบออซต้องมารับโทษไปด้วยกัน ฉันไม่รู้แล้วว่าจะช่วยพวกเรารอดออกไปยังไงจริง ๆ เพราะแผนที่ฉันวางไว้พังหมดแล้ว

 

“ฉันชอบหมวกใบนี้ มานานแล้ว” แมวสีฟ้าโผล่ออกมาตรงหน้า

 

“หวัดดี เชส” ตอนนี้ฉันกำลังหมดอาลัยตายอยาก ยังไม่อยากมาต่อล้อต่อเถียงกับแกตอนนี้นะ

 

“ในเมื่อนายไม่ต้องใช้มันอีกแล้ว” มันสลายมาอยู่ที่ข้างหู “จะยกให้มันเป็นมรดกกับฉันได้ไหม?” มันพูดก่อนจะวางอุ้งมือลงบนหมวกของฉัน

 

“ยังมีหน้ามาขออีก ในวันประหารชีวิตฉันก็อยากจะดูดีที่สุดนะ รู้ไหม!” ฉันรีบคว้าหมวกใบสำคัญมากอด มันเป็นของดูต่างหน้าของฉัน ใครจะยกให้ ซื่อบื้อจริง

 

“นายตายก็น่าเสียดายนะ” เชสเหาะวนไปมารอบหัว “ฉันตั้งใจว่ารอดูนายฟัซซะบัดช่อนะ” มันพูดพร้อมกับฉีกยิ้มยาวเหยียด

 

“ฉันเก่งกว่าใครเลยใช่ไหมล่ะ?”

 

“ฉันชอบหมวกใบนี้จริง ๆ เลย ขอบอก” มันเอียงคอมอง “ฉันสาบานว่าจะใส่มันทุกเทศกาลเลย”

 

ป่านนี้แล้ว อลิซจะได้ไปเจอกับราชินีขาวหรือยังนะ ฉันยังเป็นห่วงเธอ ตั้งแต่ที่พบกันจนถึงตอนนี้

 

“ถ้าฉันตาย... ฉันก็จะไม่ได้เจออลิซอีกนะสิ ฉันอยากจะเจอเธอ”

 

ยิ่งรู้ว่ากำลังจะตาย...ตอนนี้ฉันคิดถึงอลิซจังเลย

 

 “หา?” เชสเชอร์ตาลุกวาว “อ้อ...อลิซ...ดูเหมือนเพื่อนของฉันจะมีความรู้สึกพิเศษนะ” มันเหาะไปมารอบ ๆ แฮทเทอร์อีกครั้งด้วยท่าทีสนอกสนใจ “งั้น ฉันจะช่วยนายก็ได้ แต่นายต้องให้ฉันสวมหมวกใบนั้นนะ”

 

ฉันเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเชส ก่อนจะหัวเราะหึ “แต่นายต้องคืนนะ”

 

แผนของเราสองคน คือจะให้เชสปลอมตัวเป็นฉันด้วยเวทมนตร์ของมัน โดยมีข้อแม้ว่ามันจะต้องได้สวมหมวกของฉัน แม้ว่าฉันจะหงุดหงิดสักหน่อยแต่ถ้าเพื่อให้ได้เจอกับอลิซอีกครั้ง ยอมเสียหมวกให้เชสใส่แค่แป๊ปเดียวก็ไม่เป็นไรหรอก

 

 

แผนการณ์สำเร็จลุ่ลวงไปได้ด้วยดี กว่าฉันจะหนีออกมาจากปราสาทของราชินีแดงพร้อมกับแฝดทวิลเดิลและครอบครัวของเบออซ พระอาทิตย์ก็ตกดินเสียแล้ว ฉันดีใจมากที่พวกเราทุกคนรอดปลอดภัยจนมาถึงปราสาทของราชินีขาว

 

ตอนนี้เรามาถึงลานหน้าปราสาทสีขาวพิสุทธิ์ พื้นทำจากหินอ่อนล้อมรอบด้วยต้นไม้ใบสีชมพูอ่อน ช่างสวยงามหาไม่ได้อีกแล้วในอันเดอร์แลนด์ แต่ที่กำลังตรงมาหาฉันช่างต้องตาต้องใจฉันเสียเหลือเกิน

 

อลิซกลับมาขนาดปกติแล้ว คงเพราะได้ยาดีจากองค์ราชินีขาวแน่ ๆ

 

“ดีจังที่เจอคุณ ฉันคิดว่าพวกนั้นคงจะ...” เมื่ออลิซก้าวมาถึง ฉันก็ไม่สามารถหยุดฟังเธอได้ ฉันยังมีคำพูดอีกมากที่อยากจะบอกเธอ

 

“ไม่ต้องคิด แต่ฉันไม่ตาย ฉันอยู่นี้แล้ว ปลอดภัยดี แล้วฉันดีใจที่ฉันได้เจอเธออีก นะ ฉัน ฉันจะเสียใจ ถ้าฉันไม่ได้เจอเธออีก โดยเฉพาะตอนนี้ เธอมีขนาดตัวปกติ มันเป็นขนาดที่ดี ขนาดดีมาก ขนาดตัวที่อลิซเหมาะ...!”

 

“แฮทเทอร์” อลิซเรียกห้าม เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะขาดสติอีก

 

“ขนาด...ฉัน...” ฉันสลัดความคิดฟุ้งซ่านเมื่อกี้ รู้สึกอยากตบปากตัวเองเสียจริง “...สบายดี”

 

“หมวกอยู่ที่ไหน” ฉันมองซ้ายมองขวาหาหมวกที่ว่า แมวสีฟ้าปรากฏตัวออกมาพร้อมกับหมวกในมือ

 

“เชสเชอร์” อลิซเรียกแมวที่โผล่มาข้าง ๆ ไหล่ฉัน

 

“แขนเป็นไงบ้าง?” เชสเชอร์ถามอาการของอลิซด้วยสีหน้าเป็นห่วงที่ไม่เข้ากับมันเสียเลย

 

“หายดีแล้ว” เธอตอบเสียงใส

 

“ลาก่อน...หมวกแสนรัก...” เชสอำลาอาลัยหมวกของฉัน ก่อนจะสลายหายไป

 

ฉันกอดหมวกไว้แน่น นั่นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่นายได้แตะต้องหมวกฉัน! ฉันสาบาน!!

 

“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”

 

“มะ มีอะไรเหรอ?” ฉันหันไปมองอลิซ ซึ่งกำลังหัวเราะรัวจนต้องยกมือขึ้นปิดปากเป็นมารยาท

 

“เปล่า” เธอยิ้มทะเล้น ก่อนจะกึ่งเดินกึ่งหนีฉันเข้าไปในปราสาทพร้อมกับเบออซและครอบครัวที่น่ารักของเขา

 

“หึ” ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่ฉันชอบเสียงหัวเราะของเธอ เพราะเวลาเธอหัวเราะ มันน่ารักมากเลยรู้หรือเปล่า?

 

“ยี๋-! แฮทเทอร์มองอลิซตาเป็นมันเลย” ฉันหันขวับไปมองเด็กอ้วน

 

“เปล่า! เขาแค่มองอลิซเฉย ๆ” แล้วหันขวับไปมองเด็กอ้วนอีกคน ให้ตายเหอะ ใครเป็นดีใครเป็นดัมเนี่ย!?

 

“ฉันว่าเขาต้องคิดไม่ซื่อแน่ ๆ”

 

“ไม่ฉันว่า เขาต้องคิดไม่จริงแน่ ๆ”

 

“พอแล้วพวกเจ้า!!” ฉันตวาดใส่ทั้งที่หน้าร้อน ๆ “อยากโดนข้าจับไปให้แจบเบอร์วอคกินใช่มั้ย!?” ดีกับดัมสะดุ้งเฮือก รีบวิ่งหนีเข้าไปในปราสาททันทีที่ฉันขู่เสร็จ ก่อนจะได้ยินเสียงฮึ ๆ ดังมาจากข้างหลัง เมื่อหันไปปรากฏว่าเป็นราชินีขาวนั่นเอง

 

“ขอบคุณที่พาทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย” ร่างสีขาวปลอดฉีกยิ้มละมุนพร้อมกับก้มหัวลงอย่างน้อมนอบ

 

“มิได้ฝ่าบาท กระหม่อมเป็นข้าพระบาทของพระองค์” ฉันค่อมหัวให้น้อย ๆ พอเป็นพิธี

 

ริมฝีปากเคลือบลิปติกสีดำเหยียดขึ้น “แทนคำขอบคุณของเจ้าที่ช่วยเรามาตลอด เราจะทำให้ความปราถนาของเจ้าเป็นจริงเอง”

 

ฉันไม่เข้าใจ “ความปรารถนาของกระหม่อมหรือ?”

 

“ถูกต้อง...” พระองค์ยิ้มเยาะ “ก่อนจะถึงเวลานั้น และก่อนจะถึงพรุ่งนี้ เจ้าควรไปคุยกับอลิซสักหน่อย”

 

ราชินีขาวมีจิตใจอ่อนโยนและงดงาม แต่บางครั้งนางก็ดูลึกลับจนน่ากลัว ฉันได้แต่พยักหน้างึก ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปในปราสาทพร้อม ๆ กับพระองค์

 

ความปรารถนาของฉันงั้นเหรอ? พระองค์ทรงรู้ด้วยหรือเนี่ย? จะว่าไปเหมือนเจ้าเชสจะรู้ด้วยอีกหนึ่ง จะหาทางฆ่าปิดปากมันดีไหมนะ?

 

หลังจากฉันส่งราชินีขาวกลับห้องบรรทม และเดินผ่านระเบียง เพราะคำพูดของราชินีขาวทำให้ฉันคิดมากเสียจนส่างง่วง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้นอนมาตั้ง 2 วัน(เพราะงี้ไงตาฉันถึงช้ำหมดแล้ว) แต่ดูเหมือนว่าอลิซจะเป็นอีกคนที่นอนไม่หลับเหมือนกับฉันนะ

 

“เธอรู้ไหมว่าทำไมอีกาถึงเหมือนโต๊ะเขียนหนังสือ?” น่าแปลกที่ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มคุยยังไงดี

 

“ขอฉันคิดก่อนนะ” อลิซยิ้ม ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้า

 

“เธอรู้ว่าพรุ่งนี้ เป็นวันอะไรใช่ไหม?”

 

“วันศึกอัศจรรย์นะ ฉันจะลืมได้ยังไง ฉันอยากตื่นจากความฝัน

 

ทำไมล่ะ? ก็ฉันยืนอยู่ตรงนี้ไง?

 

“เธอยังคิดว่านี้เป็นฝันอยู่ งั้นเหรอ?”

 

“แน่นอน ทั้งหมดนี้ฉันคิดฝันไปเองไง” อลิซตอบเสียงจริงจัง เลยทำให้ฉันไม่กล้าแย้ง

 

“นั่นแปลว่า...ฉันก็ไม่มีตัวตน”

 

“คงยังงั้นแหละ เธอเป็นเพียงจินตานาการของฉัน ฉันสร้างคนบ้าขึ้นมาในความฝัน”

 

“ใช่ ๆ แต่เธอต้องบ้านะ ถึงมีฉันในความฝัน”

 

“งั้นฉันยอมบ้า”

 

รู้สึกได้ว่าตัวเองกำลังยิ้มกว้างขนาดไหน ดีใจที่อย่างน้อยเธอก็ยังเห็นฉันสำคัญ ไม่ต่างจากฉัน แต่ความรู้สึกพิเศษนี้ล่ะ...เธอจะเหมือนฉันมั้ย?

 

“ฉันจะคิดถึงคุณในยามตื่น” เธอทอดสายตามอออไปพร้อมกับฉีกยิ้ม ฉันมองออกไปพร้อมกับเธอบ้าง เธออาจจะเห็นความงดงามบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แต่ที่ฉันเห็นคือความว่างเปล่า โดดเดี่ยว เงียบเหงา

 

ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าฉันไม่ได้ต้องการเพียงแค่ให้เธอคิดถึงฉัน เพราะการคิดถึงคือการเฝ้ารอที่เนิ่นนานจนเหมือนเวลาหยุดนิ่ง และฉันเริ่มชินชากับมันเสียเล้วสิ ฉันอยากบอกเธอ แต่ฉันพูดออกไปไม่ได้...

 

เธอเห็นฉันเป็นความฝันของเธอ แต่ฉันเห็นเธอเป็นความจริงของฉันเสมอเลยนะ

 

 

ศึกมหัศจรรย์เริ่มในช่วงยามย่าง(สี่โมง) ราชินีขาวและราชินีแดงเดินขบวนกันมาพร้อมเหล่าทหารในชุดเกราะ ฉันกับคนอื่น ๆ ต่อสู่กับเหล่าทหารซนิค ปล่อยให้อลิซถือดาบวอร์พอร์สู้กับแจบเบอร์วอคตามลำพัง ขณะที่ฉันกำลังสู้ ฉันภาวนาว่าเธอจะต้องไม่เป็นอะไร จนกระทั่งเธอชนะมันได้

 

อลิซตัดหัวแจบเบอร์วอคหลุดลงมา เมื่อทหารเกราะแดงเห็นเจ้าสัตว์ร้ายถูกกำจัด พวกมันจึงวางอาวุธลงแต่โดยดี และราชินีขาวได้สวมมงกุฎอีกครั้ง พร้อมกับเนรเทศราชินีแดงไปพร้อมกับสเตน ฉันว่าพวกนั้นสมควรโดนประหารชีวิต ถ้าไม่ใช่เพราะราชินีขาวทรงปฏิญาณตนว่าจะไม่ทำร้ายสิ่งมีชีวิต แม้ว่าฉันจะไม่พอใจกับการตัดสินใจของพระองค์ แต่ราชินีแดงถูกโค่นล้มอย่างที่ฉันต้องการมาตลอด อลิซก็คงไม่อยากจะให้มีการเสียเลือดไปมากนี้ ฉันไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ทุกอย่างจบลงด้วยดี หลังจากนั้นฉันก็ออกไปเต้นฟัซสะบัดช่อให้ทุก ๆ คนชม ฉันดีใจนะที่ทุกคนชอบกัน

 

แต่ทว่าเมื่อจบลง อลิซก็ต้องกลับโลกเดิมของเธอ

 

ราชินีขาวเดินเข้ามามอบเลือดแจบเบอร์วอคให้แก่อลิซแทนคำขอบคุณ เธอได้ทางกลับบ้านแล้ว

 

ฉันก้าวเข้าไปหาเธอช้า ๆ ไม่รู้ว่ามีอะไรบางอย่างทำให้ฉันไม่มีความกล้าเหมือนทุกที ฉันเอ่ยออกมาเสียงแผ่วจนมันเหมือนเสียงของสายลมที่หลอกหลอนในหัวฉัน

 

“...เธออยู่ได้นะ...”

 

อลิซหันมาจ้องตา แล้วฉีกยิ้มกว้างจนแก้มแทบปริ “ความคิดดีจัง ความคิดดีวิเศษอย่างยิ่งเลย...!

 

รู้สึกได้เลยว่ามุมปากของตัวเองกระตุกยิ้ม ฉันสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดและหัวใจเต้นระรัวราวกับมีผีเสื้อโบยบินอยู่ข้างใน ฉันรู้สึกอยากจะเข้าไปโอบไหล่บางของเธอมาไว้แนบอกของฉัน ฉันรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ

 

แต่แล้วจู่ ๆ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นหม่นหมอง รอยยิ้มของเธอหุบลงก่อนจะเปล่งน้ำเสียงที่ทำให้ฉันดิ่งลงเหว

 

ฉันอยู่ไม่ได้

 

ตอนนั้นเองที่ฉันรู้สึกเหมือนกับไฟดับวูบ ราวกับทำถ้วยน้ำชาตกพื้นแตกละเอียด สิ่งที่บรรจุอยู่ในนั้นไหลนองพื้นเป็นของไร้ค่า  ฉันไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ว่า...มันน่าจะคล้ายกับคำว่าผิดหวังแต่มันมากกว่าคำว่าผิดหวังเสียอีก

 

ทำไมล่ะ?

 

ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงอยากกลับไปโลกนั้นนักหนา โลกที่มีแต่ความวุ่นวายสร้างความปวดหัวให้กับเธอ ที่ที่ฉันจะไม่สามารถมีตัวตนได้ ทำไมเธอถึงอยากกลับไปหามันนัก ฉันไม่เข้าใจ...

 

“...มีหลายคำถามที่ฉันต้องไปตอบ...” เธอสูดหายใจเข้าเสียงดัง ทำเอาฉันแทบใจหาย “หลายสิ่งที่ฉันต้องทำ...”

 

รอยยิ้มของฉันเลือนหายไปจากใบหน้า ในทันทีที่ได้ฟังเหตุผลมีสาระ ฉันเกลียดมันนัก แต่ฉันก็ชอบความมีเหตุผลของเธอ และฉันรู้ว่าเธอคงจะฝืนใจที่ต้องตอบฉันอยู่เหมือนกัน

 

มันคงไม่มีประโยชน์ที่จะรั้งเธอไว้

 

อลิซหยิบหลอดแก้วใส่เลือดสีม่วงของเจเบอร์วอคขึ้นมาเปิดฝา แล้วกระดกขึ้นดื่มอย่างไม่ลังเล เธอหันมามองหน้าฉันอีกครั้ง ด้วยสีหน้าจริงจังเหมือนเดิม

 

“ฉันจะกลับมาก่อนคุณคิดถึงอีก”

 

ฉันส่ายหน้าช้า ๆ “เธอจะจำฉันไม่ได้...” น้ำเสียงของฉันสั่นคลอและเหมือนจะตัดพ้อเล็ก ๆ

 

ก็ตอนเธอมาอันเดอร์แลนท์ ครั้งแรกเธอจำใครไม่ได้เลยนี้

 

“ฉันจำได้สิ...ฉันจะลืมได้ยังไงล่ะ?” เธอเอ่ยเสียงเคืองขุ่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงหวานถามฉัน “แฮทเทอร์...ทำไมอีกาถึงเหมือนโต๊ะเขียนหนังสือล่ะ?”

 

ใจหายเหลือเกินเมื่อเธอต้องจากฉันไปอีก

 

“ฉันก็ไม่รู้คำตอบเช่นกัน...” ไม่รู้เช่นเดียวกับคำตอบ ฉันเค้นเสียงหัวเราะออกมาทั้ง ๆ ที่...อยากจะสะอื้นเต็มทน

 

ฉันก้าวเท้าข้างหนึ่งไปหา ใบหน้าของฉันเลื่อนไปกระซิบข้างใบหูน้อย “ขอให้โชคดีมีชัย อลิซ”

 

หดหู่เหลือเกิน...แต่ฉันจะแสดงสีหน้านั้นไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาดเลย เพราะถ้าฉันทำยังงั้น มันก็จะเป็นการสร้างความทรงเลวร้ายแก่อลิซ ถึงแม้เป็นไปได้ว่าเธออาจจะจำมันไม่ได้ แต่ฉันยังคงจำได้ เพราะงั้นฉันไม่สร้างความทรงจำอันเลวร้ายของเราเด็ดขาด

 

ฉันยื่นหน้าออกมาประสานตากับของเธอเหมือนเดิม อลิซมองฉันด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวด แต่ฉันยิ้ม...เมื่อเธอเห็นฉันยิ้ม เธอจึงยิ้มตอบฉัน

 

 

อา... เธอหายไปแล้ว...

 

ขอให้เธอโชคดีมีชัย... อลิซ

 

ลาก่อน...

 

ไม่ใช่! ข้าไม่ได้ต้องการแบบนั้น!

 

 

 

 

“ช่วยพูดอะไรกับเขาหน่อยสิ” ราชินีขาวเอ่ยกับเจ้าแมวลายทางสีฟ้าข้าง ๆ ตน

 

เชสเชอร์หันขวับมองพระองค์อย่างไม่พอใจ “ทำไมต้องเป็นกระหม่อมด้วย!” มันพยายามที่จะไม่ส่งเสียงดังให้แฮทเทอร์ได้ยิน

 

“หรือจะให้ส่งกระต่ายมีนาคมไปล่ะ?” ราชินีผายมือไปทางที่กระต่ายวิปลาสยืนสั่นหงิก ๆ งอ ๆ เชสเชอร์ถอนหายใจก่อนจะยอมเหาะเข้าไปหาเจ้าทุกข์ที่ว่า ชายหนุ่มประหลาดผู้นี้ไม่ได้ขยับจากที่เดิมเลยสักนิด ราชินีขาวมีสีหน้าเป็นกังวล ก่อนริมฝีปากบางเคลือบลิปติกสีดำจะคลี่ยิ้มประหลาดเหมือนทุกที

 

“เฮ้...” แมวเชสเชอร์ลอยเข้ามาหาแมด แฮทเทอร์อย่างเชื่องช้า

 

ฟันซี่แหลมหลายซี่ที่มักจะปรากฏเสมอเวลามันยิ้มกว้างกลับหุบลงไป นัยน์ตากลมโตของมันหลบต่ำลงอย่างเศร้า ๆ ช้อนมองใบหน้าด้านข้างอีกฝ่าย

 

“...ร้องไห้ทำไม...” มันถามเสียงแผ่วเบา จนมันแทบจะกลืนหายไป

 

แฮทเทอร์ยกมือขึ้นมาปาดแก้มลวก ๆ มันไม่ได้มีน้ำตาสักนิด เมื่อรู้ตัวว่าถูกหลอก ชายหนุ่มหันขวับ มองแมวประหลาดจนนัยน์ตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า แล้วแผดเสียงใส่มันอย่างโกรธเคือง

 

“ฉันไม่ได้ร้อง!!?”

 

เชสเชอร์ถอดถอนหายใจเบา ๆ มันลอยเข้ามาใกล้ ๆ ศีรษะของเขามากขึ้น แล้วเหยียดยิ้มพร้อมกับน้ำเสียงปลอบประโลม

 

“มา มาให้เชสเชอร์กอดหน่อย”

 

ร่างสูงโปร่งยืนนิ่ง ปล่อยให้อุ้งมือของเชสเชอร์กอดรัดหัว จนขนติด

 

“ฉันอยากให้เธออยู่กับฉัน อลิซ” เขาพึมพำออกมาหลังจากเงียบมาหลายชั่วโมง

 

ชายหนุ่มยิ้มอย่างเศร้า ๆ เขาไม่ได้ต้องการให้คนที่อยู่ข้าง ๆ เขา คือเชสเชอร์ กระต่ายมีนาคม ดอร์เมาส์ หรือราชินีขาว แค่คนคนเดียวที่เขาต้องการมาตลอด อุตส่าห์ได้เจอกันแล้ว ยังมีเรื่องอีกมากมายที่ยังไม่ได้คุย น่าเสียดายที่ต้องจากกันอีกแล้ว เฝ้าถามตัวเองตั้งแต่เมื่อครู่ ว่าทำไมถึงยอมปล่อยเธอไป มานึกเสียใจตอนนี้มันก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา

 

คงต้องรออีกแล้วสินะ...

 

แต่ไม่ว่าจะให้รอตลอดไป เขาก็จะรอ ต่อให้ทั้งชีวิตของเขาคือการคิดถึงเธอ เขาก็ยินดี

 

 

 

ขอแค่ให้เธอคิดถึงเขา ก็พอแล้ว

 

THE END?

 

 

“องค์ราชินีจะทรงทำอะไรหรือพะยะค่ะ” กระต่ายขาวแมกโทวิสถามอย่างใคร่รู้ ขณะเห็นองค์ราชินีขาวทรงเข้าไปนั่งลงใกล้ ๆ  ศพของเจ้าสัตว์ร้าย เพื่อบรรจุเลือดของแจบเบอร์วอคกี้ขึ้นมาอีกขวดหนึ่ง

           

พระองค์เพียงแค่ฉีกยิ้มประหลาดหันกลับมา

 

...To Be Continued

ขอบคุณที่อ่านจนถึงตรงนี้ หวังว่าจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกสนุกนะคะ

ผลงานอื่นๆ ของ Lucifer Nat

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

"กิจกรรม 2FTY"

(แจ้งลบ)

กิจกรรม Fan Fic Birthday To You [Fic Alice in wonderland] Mad Hatter x Alice Love Madicine สวัสดีค่ะ แอดมินแป... อ่านต่อ

กิจกรรม Fan Fic Birthday To You [Fic Alice in wonderland] Mad Hatter x Alice Love Madicine สวัสดีค่ะ แอดมินแป้งโกกิเองนะคะ วันนี้จะมาคอมเมนท์ให้ในกิจกรรม 2FTY ค่ะ เอาล่ะ! เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเรื่องนี้ขโมยคะแนนไปจากใจแป้งได้เท่าไหร่ คะแนนจะแบ่งออกป็น 5 ส่วน ดังนี้ค่ะ 1. ตรงกับหัวข้อกิจกรรม - สำหรับหัวข้อกิจกรรมคือ ‘แฟนฟิควันเกิด’ ซึ่งหมายถึงจะต้องเขียนแฟนฟิคโดยใช้วันเกิดเป็นตัวดำเนินเรื่อง แต่จากที่ได้อ่านแล้ว แป้งยังไม่เห็นจุดที่จะสื่อถึงวันเกิดเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าปาร์ตี้น้ำชาในช่วงต้นๆ เรื่องจะเป็นปาร์ตี้วันเกิดซะอีก แต่ก็ไม่ใช่ จุดนี้จึงต้องขอหักคะแนนไปนะคะ ส่วนนี้ให้ 5 / 10 คะแนน 2. การดำเนินเรื่อง 10 คะแนน - เนื่องจากเป็นเรื่องสั้นจึงต้องดำเนินเรื่องอย่างกระชับ ในตอนแรกแป้งรู้สึกว่าคุณลูซิเฟอร์-NAT ค่อนข้างเดินเรื่องช้าไปสักหน่อย แล้วก็มีการตัดฉากไปมาซึ่งทำให้แป้งสับสนอยู่เล็กน้อยค่ะ เช่นฉากที่แฮทเทอร์กำลังจะเล่าถึงอดีตให้อลิซฟังว่าทำไมถึงต้องฆ่าราชินีแดงและนางโหดร้ายแค่ไหน แล้วก็ตัดฉากไปว่าแฮทเทอร์ถูกจับติดคุกได้ยังไง อ่านตรงนี้แป้งนึกว่าแฮทเทอร์กำลังเล่าเรื่องอดีตซะอีกค่ะ แต่พออ่านจนจบเรื่องกลับทำให้คิดว่า ‘อ้าว ไม่ใช่อดีตนี่นา งั้นแสดงว่าที่ถูกจับนี่คือปัจจุบันเหรอ รู้สึกเหมือนว่าอยู่ๆ ก็ถูกจับเลยแฮะ ทั้งที่เมื่อกี้ยังนั่งคุยกันอยู่เลย’ น่ะค่ะ แต่ถ้าเป็นตามความเข้าใจอีกแบบหนึ่งของแป้งคือฉากนั้นมันเป็นอดีตที่แฮทเทอร์เล่าจริงๆ ล่ะก็ แนะนำว่าในช่วงท้ายให้บรรยายเพิ่มเติมสักหน่อยว่าที่เล่ามาทั้งหมดมันคืออดีตนะ ไม่งั้นจะทำให้คนอ่านสับสนได้ค่ะ ( อย่างเช่นแป้ง ฮ่ะๆ ) ช่วงหลังๆ มาเริ่มดำเนินเรื่องได้กระชับขึ้น อ่านแล้วลุ้นตามดีค่ะ ส่วนนี้ให้ 6.5 / 10 คะแนน 3. การบรรยายและการใช้ภาษา 10 คะแนน - คุณลูซิเฟอร์-NAT ใช้ภาษาง่าย อ่านแล้วเข้าใจในระดับหนึ่งค่ะ แต่ยังมีประโยคที่ยืดเยื้อและสะดุดอยู่บ้าง ซึ่งจุดนี้อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เรื่องเหมือนดำเนินช้าค่ะ ขอยกตัวอย่างสักหน่อยนะคะ เช่น... ‘ฉันได้ยินเสียงบางอย่างก้าวเข้ามาหาพวกฉัน จนกระทั่งเจ้ากระต่ายมีนาคมส่งเสียงไม่เป็นภาษาพูด มันหันมามองฉันพร้อมกับชี้นิ้วหงิกๆ งอๆ ไปข้างหน้าอย่างสั่นๆ เหมือนจะบอกฉัน’ จะเห็นว่าภายในหนึ่งบทบรรยายคุณลูซิเฟอร์-NAT ใช้คำว่า ‘ฉัน’ หลายครั้งมาก ซึ่งทำให้ประโยคดูยืดเยื้อไปหน่อยค่ะ บางครั้งเราสามารถตัดออกหรือใช้คำอื่นแทนได้ค่ะ ทีนี้ลองมาปรับประโยคกันดูนะคะ ก็จะได้เป็น... ‘ฉันได้ยินเสียงบางอย่างใกล้เข้ามา จนกระทั่งเจ้ากระต่ายมีนาคมส่งเสียงไม่เป็นภาษาพูด มันหันมามองหน้าฉันพร้อมกับชี้นิ้วหงิกๆ งอๆ ไปข้างหน้าอย่างสั่นๆ ราวกับกำลังกลัวอะไรบางอย่าง’ จะเห็นว่าแป้งปรับบางคำและพยายามคงสำนวนของคุณลูซิเฟอร์-NAT ไว้ ซึ่งน่าจะอ่านได้ลื่นไหลมากขึ้นค่ะ สำหรับประโยคนี้มีอีกอย่างที่แป้งอยากแนะนำคือตรงจุดที่บอกว่า ‘เสียงก้าวเข้ามา’ ‘เสียง’ คือคลื่นที่เกิดจากแรงสั่นสะเทือนเพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีขา และไม่สามารถก้าวเดินได้ค่ะ แนะนำว่าให้ใช้คำว่า ‘ใกล้เข้ามา’ น่าจะดีกว่าค่ะ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ (3.1) การบรรยายโดยใช้สรรพนามที่ 1 คุณลูซิเฟอร์-NAT ให้แฮทเทอร์เป็นตัวดำเนินเรื่องก็ให้เขาแทนตัวว่า ‘ฉัน’ ซึ่งจุดนี้แป้งอ่านแล้วรู้สึกขัดนิดหน่อยค่ะ โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าผู้ชายเป็นคนบรรยายควรใช้คำว่า ‘ผม’ มากกว่า เพื่อคนอ่านจะได้ไม่สับสนว่าตัวละคนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ค่ะ (3.2) การเว้นวรรคหลังเครื่องหมายไม้ยามก ควรกดเว้นวรรคหนึ่งเคาะ เพื่อความเป็นระเบียบและได้ชินมือด้วยค่ะ เพราะโดยปกติแล้วมาตรฐานการส่งต้นฉบับของสนพ. จะต้องเว้นวรรคหลังเครื่องหมายต่างๆ หนึ่งครั้ง ฝึกไว้เผื่อได้มีโอกาสส่งต้นฉบับให้สนพ. พิจารณาค่ะ (3.3) การใช้เสียงวรรณยุกต์เอกและโท แป้งสังเกตว่าคุณลูซิเฟอร์-NAT ยังใช้สลับกันอยู่หลายที่ทีเดียวค่ะ เช่นคำว่า ‘นี้’ กับ ‘นี่’ แนะนำว่าเวลาเขียนให้ลองออกเสียงไปด้วยจะช่วยได้เยอะเลยค่ะ (3.4) การจัดรูปแบบบทพูดของตัวละคร มีบางจุดที่คุณลูซิเฟอร์-NAT รวมบทพูดของตัวละครสองตัวไว้ในอันเดียว ซึ่งอาจทำให้คนอ่านสับสนได้ว่าใครเป็นคนพูดกันแน่ แนะนำว่าแบ่งบทพูดของตัวละครแต่ละตัวให้แน่ชัดไปเลยดีกว่าค่ะ เช่น... < บรรทัดที่หนึง > “บทพูดตัวละคร A” < บรรทัดที่สอง > “บทพูดตัวละคร B” แบบนี้เป็นต้นค่ะ ยังไงลองดูตรงจุดนี้เพิ่มเติมนะคะ - ต่อมาเป็นเรื่องการสะกดคำ ยังมีคำผิดอยู่บ้างค่ะ เช่น... งุงงน คำที่ถูกคือ งุนงง ต่างต่างนานา คำที่ถูกคือ ต่างๆ นานา พร่าม คำที่ถูกคือ พล่าม ระย้ำ คำที่ถูกคือ เท่ห์ คำที่ถูกคือ เท่ เลี่ยวไปมอง คำที่ถูกคือ เหลียวไปมอง ไส่หัว คำที่ถูกคือ ไสหัว สะเทื้อน คำที่ถูกคือ สะเทือน ขี่มม้า คำที่ถูกคือ ขี่ม้า เดี่ยวก็ คำที่ถูกคือ เดี๋ยวก็ หือม์ คำที่ถูกคือ หืม ท่วงเวลา คำที่ถูกคือ ถ่วงเวลา ระเหีย คำที่ถูกคือ ละเหี่ย ร่างเริง คำที่ถูกคือ ร่าเริง สัตว์ร้าบ คำที่ถูกคือ สัตว์ร้าย เนินนาน คำที่ถูกคือ เนิ่นนาน ผ่ายมือ คำที่ถูกคือ ผายมือ อาจจะมีคำผิดอยู่อีก ยังไงคุณลูซิเฟอร์-NAT ลองอ่านทวนดูอีกทีนะคะ ส่วนนี้ให้ 5 / 10 คะแนน 4. ตัวละคร 10 คะแนน - ขอสารภาพตามตรงว่าแป้งไม่เคยดูหนังเรื่องอลิซ 2014 ( แต่เหมือนจะเคยดูตอนอลิซสู้กับปีศาจมังกรนะ ฮ่ะๆ ) เพราะงั้นจะขอวิเคราะห์ตัวละครตามหลักความเป็นจริงนะคะ ในเรื่องนี้มีตัวละครออกมาเยอะมาก ซึ่งคนที่ไม่ได้ดูอย่างแป้งมักจะจำตัวละครไม่ค่อยได้ ตัวที่จำได้หลักๆ เลยก็คงเป็นแฮทเทอร์เพราะเป็นตัวดำเนินเรื่องค่ะ ส่วนตัวอื่นก็มีทั้งตัวที่โดดเด่นและเรียบง่ายคละกันไป ถ้าหากว่าตัวละครเยอะ...จริงๆ อยากให้ดึงความโดดเด่นของแต่ละตัวออกมาให้มากกว่านี้ค่ะ แต่ก็ถือว่าคุณลูซิเฟอร์-NAT ทำได้ดีในระดับหนึ่งค่ะ ส่วนนี้ให้ 8 / 10 คะแนน 5. โดนใจแอดมิน 10 คะแนน - อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ว่าแป้งไม่ได้ดูเรื่องนี้เลยทำให้ไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้เต็มร้อยค่ะ แต่ก็ประทับแฮทเทอร์ที่เขามีความรู้สึกดีๆ ให้กับอลิซ แม้ว่าชีวิตเขาจะเคยเจอร้ายแรงแต่ก็ยังสามารถมอบความรักแก่คนอื่นได้ค่ะ ส่วนนี้ให้ 8 / 10 คะแนน คะแนนทั้งหมดจากแอดมินได้ 32.5 / 50 คะแนน คะแนนตรงส่วนนี้ยังไม่ใช่คะแนนตัดสินนะคะ ยังมีคะแนนจากผลโหวตอีกส่วนค่ะ นี่เป็นเพียงความคิดเห็นของบุคคลเพียงคนเดียว อย่าเพิ่งท้อถอยนะคะ หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ ฝีมือจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ By : แอดมินแป้งโกกิ ย่อ

แป้งโกกิ | 20 ต.ค. 57

  • 3

  • 0

คำนิยมล่าสุด

"กิจกรรม 2FTY"

(แจ้งลบ)

กิจกรรม Fan Fic Birthday To You [Fic Alice in wonderland] Mad Hatter x Alice Love Madicine สวัสดีค่ะ แอดมินแป... อ่านต่อ

กิจกรรม Fan Fic Birthday To You [Fic Alice in wonderland] Mad Hatter x Alice Love Madicine สวัสดีค่ะ แอดมินแป้งโกกิเองนะคะ วันนี้จะมาคอมเมนท์ให้ในกิจกรรม 2FTY ค่ะ เอาล่ะ! เราไปดูกันดีกว่าค่ะว่าเรื่องนี้ขโมยคะแนนไปจากใจแป้งได้เท่าไหร่ คะแนนจะแบ่งออกป็น 5 ส่วน ดังนี้ค่ะ 1. ตรงกับหัวข้อกิจกรรม - สำหรับหัวข้อกิจกรรมคือ ‘แฟนฟิควันเกิด’ ซึ่งหมายถึงจะต้องเขียนแฟนฟิคโดยใช้วันเกิดเป็นตัวดำเนินเรื่อง แต่จากที่ได้อ่านแล้ว แป้งยังไม่เห็นจุดที่จะสื่อถึงวันเกิดเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าปาร์ตี้น้ำชาในช่วงต้นๆ เรื่องจะเป็นปาร์ตี้วันเกิดซะอีก แต่ก็ไม่ใช่ จุดนี้จึงต้องขอหักคะแนนไปนะคะ ส่วนนี้ให้ 5 / 10 คะแนน 2. การดำเนินเรื่อง 10 คะแนน - เนื่องจากเป็นเรื่องสั้นจึงต้องดำเนินเรื่องอย่างกระชับ ในตอนแรกแป้งรู้สึกว่าคุณลูซิเฟอร์-NAT ค่อนข้างเดินเรื่องช้าไปสักหน่อย แล้วก็มีการตัดฉากไปมาซึ่งทำให้แป้งสับสนอยู่เล็กน้อยค่ะ เช่นฉากที่แฮทเทอร์กำลังจะเล่าถึงอดีตให้อลิซฟังว่าทำไมถึงต้องฆ่าราชินีแดงและนางโหดร้ายแค่ไหน แล้วก็ตัดฉากไปว่าแฮทเทอร์ถูกจับติดคุกได้ยังไง อ่านตรงนี้แป้งนึกว่าแฮทเทอร์กำลังเล่าเรื่องอดีตซะอีกค่ะ แต่พออ่านจนจบเรื่องกลับทำให้คิดว่า ‘อ้าว ไม่ใช่อดีตนี่นา งั้นแสดงว่าที่ถูกจับนี่คือปัจจุบันเหรอ รู้สึกเหมือนว่าอยู่ๆ ก็ถูกจับเลยแฮะ ทั้งที่เมื่อกี้ยังนั่งคุยกันอยู่เลย’ น่ะค่ะ แต่ถ้าเป็นตามความเข้าใจอีกแบบหนึ่งของแป้งคือฉากนั้นมันเป็นอดีตที่แฮทเทอร์เล่าจริงๆ ล่ะก็ แนะนำว่าในช่วงท้ายให้บรรยายเพิ่มเติมสักหน่อยว่าที่เล่ามาทั้งหมดมันคืออดีตนะ ไม่งั้นจะทำให้คนอ่านสับสนได้ค่ะ ( อย่างเช่นแป้ง ฮ่ะๆ ) ช่วงหลังๆ มาเริ่มดำเนินเรื่องได้กระชับขึ้น อ่านแล้วลุ้นตามดีค่ะ ส่วนนี้ให้ 6.5 / 10 คะแนน 3. การบรรยายและการใช้ภาษา 10 คะแนน - คุณลูซิเฟอร์-NAT ใช้ภาษาง่าย อ่านแล้วเข้าใจในระดับหนึ่งค่ะ แต่ยังมีประโยคที่ยืดเยื้อและสะดุดอยู่บ้าง ซึ่งจุดนี้อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เรื่องเหมือนดำเนินช้าค่ะ ขอยกตัวอย่างสักหน่อยนะคะ เช่น... ‘ฉันได้ยินเสียงบางอย่างก้าวเข้ามาหาพวกฉัน จนกระทั่งเจ้ากระต่ายมีนาคมส่งเสียงไม่เป็นภาษาพูด มันหันมามองฉันพร้อมกับชี้นิ้วหงิกๆ งอๆ ไปข้างหน้าอย่างสั่นๆ เหมือนจะบอกฉัน’ จะเห็นว่าภายในหนึ่งบทบรรยายคุณลูซิเฟอร์-NAT ใช้คำว่า ‘ฉัน’ หลายครั้งมาก ซึ่งทำให้ประโยคดูยืดเยื้อไปหน่อยค่ะ บางครั้งเราสามารถตัดออกหรือใช้คำอื่นแทนได้ค่ะ ทีนี้ลองมาปรับประโยคกันดูนะคะ ก็จะได้เป็น... ‘ฉันได้ยินเสียงบางอย่างใกล้เข้ามา จนกระทั่งเจ้ากระต่ายมีนาคมส่งเสียงไม่เป็นภาษาพูด มันหันมามองหน้าฉันพร้อมกับชี้นิ้วหงิกๆ งอๆ ไปข้างหน้าอย่างสั่นๆ ราวกับกำลังกลัวอะไรบางอย่าง’ จะเห็นว่าแป้งปรับบางคำและพยายามคงสำนวนของคุณลูซิเฟอร์-NAT ไว้ ซึ่งน่าจะอ่านได้ลื่นไหลมากขึ้นค่ะ สำหรับประโยคนี้มีอีกอย่างที่แป้งอยากแนะนำคือตรงจุดที่บอกว่า ‘เสียงก้าวเข้ามา’ ‘เสียง’ คือคลื่นที่เกิดจากแรงสั่นสะเทือนเพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีขา และไม่สามารถก้าวเดินได้ค่ะ แนะนำว่าให้ใช้คำว่า ‘ใกล้เข้ามา’ น่าจะดีกว่าค่ะ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่อยากแนะนำเพิ่มเติมดังนี้ค่ะ (3.1) การบรรยายโดยใช้สรรพนามที่ 1 คุณลูซิเฟอร์-NAT ให้แฮทเทอร์เป็นตัวดำเนินเรื่องก็ให้เขาแทนตัวว่า ‘ฉัน’ ซึ่งจุดนี้แป้งอ่านแล้วรู้สึกขัดนิดหน่อยค่ะ โดยส่วนตัวคิดว่าถ้าผู้ชายเป็นคนบรรยายควรใช้คำว่า ‘ผม’ มากกว่า เพื่อคนอ่านจะได้ไม่สับสนว่าตัวละคนเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายกันแน่ค่ะ (3.2) การเว้นวรรคหลังเครื่องหมายไม้ยามก ควรกดเว้นวรรคหนึ่งเคาะ เพื่อความเป็นระเบียบและได้ชินมือด้วยค่ะ เพราะโดยปกติแล้วมาตรฐานการส่งต้นฉบับของสนพ. จะต้องเว้นวรรคหลังเครื่องหมายต่างๆ หนึ่งครั้ง ฝึกไว้เผื่อได้มีโอกาสส่งต้นฉบับให้สนพ. พิจารณาค่ะ (3.3) การใช้เสียงวรรณยุกต์เอกและโท แป้งสังเกตว่าคุณลูซิเฟอร์-NAT ยังใช้สลับกันอยู่หลายที่ทีเดียวค่ะ เช่นคำว่า ‘นี้’ กับ ‘นี่’ แนะนำว่าเวลาเขียนให้ลองออกเสียงไปด้วยจะช่วยได้เยอะเลยค่ะ (3.4) การจัดรูปแบบบทพูดของตัวละคร มีบางจุดที่คุณลูซิเฟอร์-NAT รวมบทพูดของตัวละครสองตัวไว้ในอันเดียว ซึ่งอาจทำให้คนอ่านสับสนได้ว่าใครเป็นคนพูดกันแน่ แนะนำว่าแบ่งบทพูดของตัวละครแต่ละตัวให้แน่ชัดไปเลยดีกว่าค่ะ เช่น... < บรรทัดที่หนึง > “บทพูดตัวละคร A” < บรรทัดที่สอง > “บทพูดตัวละคร B” แบบนี้เป็นต้นค่ะ ยังไงลองดูตรงจุดนี้เพิ่มเติมนะคะ - ต่อมาเป็นเรื่องการสะกดคำ ยังมีคำผิดอยู่บ้างค่ะ เช่น... งุงงน คำที่ถูกคือ งุนงง ต่างต่างนานา คำที่ถูกคือ ต่างๆ นานา พร่าม คำที่ถูกคือ พล่าม ระย้ำ คำที่ถูกคือ เท่ห์ คำที่ถูกคือ เท่ เลี่ยวไปมอง คำที่ถูกคือ เหลียวไปมอง ไส่หัว คำที่ถูกคือ ไสหัว สะเทื้อน คำที่ถูกคือ สะเทือน ขี่มม้า คำที่ถูกคือ ขี่ม้า เดี่ยวก็ คำที่ถูกคือ เดี๋ยวก็ หือม์ คำที่ถูกคือ หืม ท่วงเวลา คำที่ถูกคือ ถ่วงเวลา ระเหีย คำที่ถูกคือ ละเหี่ย ร่างเริง คำที่ถูกคือ ร่าเริง สัตว์ร้าบ คำที่ถูกคือ สัตว์ร้าย เนินนาน คำที่ถูกคือ เนิ่นนาน ผ่ายมือ คำที่ถูกคือ ผายมือ อาจจะมีคำผิดอยู่อีก ยังไงคุณลูซิเฟอร์-NAT ลองอ่านทวนดูอีกทีนะคะ ส่วนนี้ให้ 5 / 10 คะแนน 4. ตัวละคร 10 คะแนน - ขอสารภาพตามตรงว่าแป้งไม่เคยดูหนังเรื่องอลิซ 2014 ( แต่เหมือนจะเคยดูตอนอลิซสู้กับปีศาจมังกรนะ ฮ่ะๆ ) เพราะงั้นจะขอวิเคราะห์ตัวละครตามหลักความเป็นจริงนะคะ ในเรื่องนี้มีตัวละครออกมาเยอะมาก ซึ่งคนที่ไม่ได้ดูอย่างแป้งมักจะจำตัวละครไม่ค่อยได้ ตัวที่จำได้หลักๆ เลยก็คงเป็นแฮทเทอร์เพราะเป็นตัวดำเนินเรื่องค่ะ ส่วนตัวอื่นก็มีทั้งตัวที่โดดเด่นและเรียบง่ายคละกันไป ถ้าหากว่าตัวละครเยอะ...จริงๆ อยากให้ดึงความโดดเด่นของแต่ละตัวออกมาให้มากกว่านี้ค่ะ แต่ก็ถือว่าคุณลูซิเฟอร์-NAT ทำได้ดีในระดับหนึ่งค่ะ ส่วนนี้ให้ 8 / 10 คะแนน 5. โดนใจแอดมิน 10 คะแนน - อย่างที่บอกไปเมื่อกี้ว่าแป้งไม่ได้ดูเรื่องนี้เลยทำให้ไม่สามารถเข้าถึงอารมณ์ของตัวละครได้เต็มร้อยค่ะ แต่ก็ประทับแฮทเทอร์ที่เขามีความรู้สึกดีๆ ให้กับอลิซ แม้ว่าชีวิตเขาจะเคยเจอร้ายแรงแต่ก็ยังสามารถมอบความรักแก่คนอื่นได้ค่ะ ส่วนนี้ให้ 8 / 10 คะแนน คะแนนทั้งหมดจากแอดมินได้ 32.5 / 50 คะแนน คะแนนตรงส่วนนี้ยังไม่ใช่คะแนนตัดสินนะคะ ยังมีคะแนนจากผลโหวตอีกส่วนค่ะ นี่เป็นเพียงความคิดเห็นของบุคคลเพียงคนเดียว อย่าเพิ่งท้อถอยนะคะ หมั่นฝึกฝนบ่อยๆ ฝีมือจะต้องพัฒนาขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ By : แอดมินแป้งโกกิ ย่อ

แป้งโกกิ | 20 ต.ค. 57

  • 3

  • 0

18 ความคิดเห็น

  1. #18 Shi-no-kami (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 16:24
    ชอบคู่นี้ตั้งแต่ดูในหนังแล้ว สัมผัสได้ตั้งแต่ในหนังว่าพวกเขามีความรู้สึกดีต่อกัน><
    #18
    0
  2. #17 Marina Cator (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 เมษายน 2561 / 18:03
    เพิ่งดูหนังจบ พอมาอ่านฟิคแล้วรู้สึกอินไปอีกเท่าตัวเลยค่ะ บรรยายความรู้สึก ความนึกคิดของแฮตเตอร์ได้ดีเลย <3
    #17
    0
  3. วันที่ 21 กรกฎาคม 2560 / 20:48
    อห.คือแบบ...อยากไปตามดูหนังอีรอบเลยอ่ะ
    #16
    0
  4. #15 Nongyokkk
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 19:08
    สนุกมากเลยค่ะ
    #15
    0
  5. #14 pum
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 21:26
    สนุกมากค่ะะ><
    #14
    0
  6. #13 Hime
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2558 / 21:21
    ขอภาค2!!!!!!!!!!!!!!!!!!
    #13
    0
  7. #12 nattha.pkim
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 17:58
    เค้าอยากกอ่านภาค2อ่ะ 😀😀😀😳😳 ฟิน ชอบคู่นี้
    #12
    0
  8. วันที่ 31 ธันวาคม 2557 / 23:01
    ชอบมากค่ะ
    #11
    0
  9. วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 09:59
    ขอบคุณมากค่ะ พี่แป้ง>w<
    #10
    0
  10. วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 23:26
    แป้งเม้นไว้ในกล่องวิจารณ์แล้วนะคะ
    แต่ถ้าลายตา สามารถตามอ่านได้ที่ห้องเม้นของกลุ่ม ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ
    http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1244207&chapter=13

    ปล.เนื่องจากระบบเด็กดีรวนซึ่งอาจะทำให้ได้ัรบคำวิจารณ์ไม่ครบ เลยต้องทำแบบนี้ค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวก
    By : แอดมินแป้งโกกิ
    #9
    0
  11. วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 23:26
    แป้งเม้นไว้ในกล่องวิจารณ์แล้วนะคะ
    แต่ถ้าลายตา สามารถตามอ่านได้ที่ห้องเม้นของกลุ่ม ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ
    http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/viewlongc.php?id=1244207&chapter=13

    ปล.เนื่องจากระบบเด็กดีรวนซึ่งอาจะทำให้ได้ัรบคำวิจารณ์ไม่ครบ เลยต้องทำแบบนี้ค่ะ ขออภัยในความไม่สะดวก
    By : แอดมินแป้งโกกิ
    #8
    0
  12. วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 22:04
    ขอกระซิบว่าจะมีอีกเรื่องสั้น ซึ่งต่อจากเรื่องนี้้เป็นภาค 2 นะคะ
    #7
    1
    • #7-1 pang.mad
      16 สิงหาคม 2558 / 02:59
      งืออออ ขอร้องเถอะค่ะ ทำภาคาองให้อ่านหน่อยนะ อยากอ่านมากๆๆๆๆๆๆๆๆ 😢
      #7-1
  13. วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 11:16
    มาคอมเม้นท์ให้ในฐานะนักอ่านก่อนนะคะ

    สงสารแฮทเทอร์นะ
    ต้องจากกับอลิซมันช่างน่าเศร้าจริงๆ T..T

    ปล. เดี๋ยวคอมเม้นท์ในฐานะแอดมินจะตามมาภายหลังนะคะ
    #6
    0
  14. วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 21:42
    ใช่ เชสเชอร์กวนๆ หน่อย(แบบในหนัง) น่ารักดี เห็นด้วยเลย^^
    #5
    0
  15. วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 14:51
    ซึ้ง...ชอบเชสเชอร์อ่ะ
    #4
    0
  16. วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 21:05
    ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์นะคะ^O^
    #3
    0
  17. วันที่ 1 ตุลาคม 2557 / 16:04
    เราชอบภาษามากเลยค่ะ อ่านง่ายด้วย*0*
    #2
    0
  18. วันที่ 30 กันยายน 2557 / 11:25
    My Immortal
    ซึ้งมาก สนุกสุดๆ ผ่านค่ะ !!
    #1
    0