มีใครจะบอกได้ไหมว่าคนเราเกิดมาทำไม มีใครจะบอกได้ไหมทำไมคนเราเกิดมาต้องมีเพื่อน มีใครจะบอกได้ไหมทำไมเพื่อนต้องเห็นแก่ตัว มีไครจะบอกได้ไหมเหตุใดเพื่อนที่แสนดีจึงเปลี่ยนไป
เมื่อก่อนเธอยังคงเป็นเพื่อนที่แสนดี พูดกับเราได้ทุกเรื่องทุกราว เป็นคนที่เราไว้ใจที่สุดคนหนึ่ง เป็นคนที่เราไม่เคยชอบหน้า...แต่กลับมาเป็นเพื่อนที่เรารักมากมาย เรามีคำถามจะถามเธอมากมายว่า
"ทำไมนะ...เธอถึงเปลี่ยนไปได้มากมายขนาดนี้"
ทำไมเมื่อก่อนเราพูดคุยอะไรกับเธอ เธอก็มักจะพูดคุยกับเราดี ๆ หรือบางทีเราไม่เข้าใจอะไรเราก็ถาม ถามเธอแบบดี ๆ เธอก็ตอบเรามาแบบดี ๆ แต่ตอนนี้กับตอนนั้นดูมันช่างแตกต่างเหลือเกิน ต่างกันมากมายจนเหมือนฉันจะหมุนฟิล์มกลับมาไม่ได้อีกแล้ว มิตรภาพของเรามันจบอยู่แค่นี้แล้วหรือ ?
เธอรู้ตัวไหมว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนไปมาก เราไม่ได้อิจฉา ริษยาเพื่อนอีกคนที่เขาดีกว่าเรา แต่เรายอมรับว่าน้อยใจ คำว่าเพื่อนในตอนนี้มันไม่เหลือคำว่า "เท่าเทียมกัน"อีกต่อไปแล้ว เราแค่ถามเธอดี ๆ แต่เธอกลับทำหน้าตาไม่พอใจใส่ น้ำเสียงที่บอกมาก็ไม่เต็มใจจนเรารู้สึกได้ หรือไม่บางครั้งเธอก็ตวาดใส่ฉัน รู้ไหมว่าฉันเก็บอารมณ์ขนาดไหนที่ไม่ระบายออกมา ที่ทำไปไม่ใช่เพราะกลัวเธอ แต่...เพราะไม่อยากทำให้เราต้องมีเรื่องทะเลาะกันต่างหาก
เธอจะรู้หรือเปล่านะ ? ที่เรานั่งเงียบไม่พูดคุยอะไรกับใครนั้นไม่ได้แปลว่าเราหยิ่งหรือน้อยใจ แต่เราไม่มีอะไรจะกล่าวออกไป มันเหมือนว่าวินาทีนั้นเราไม่มีแรงที่จะปริปาก ใครถามอะไรก็ได้แต่ยิ้ม บางคนยังบอกว่า "ทำไมกิ๊กถึงทำหน้าบุญไม่รับแบบนั้น" คำตอบของเราคือยิ้มแหย ๆ ให้ มันไม่มีอะไรจะให้บอกแล้วจริง ๆ และนั่นมันไม่ใช่ตัวตนของเราเลย รู้สึกได้ว่าสามวันนั้นฉันแปลกมาก ๆ
เรามีคำถามหลายคำถามที่อยากถามเธอออกไป เธอเคยชมว่าคนโน้นน่ารัก คนนี้สวยดี คนนั้นเรียนเก่ง คนไหน ๆ ก็ดีไปหมด ดีทุกอย่างในสายตาเธอ เราก็ไม่คิดจะน้อยใจอะไรหรอก เพราะ นั่นมันคือความคิดของเธอ ถ้าเราพูดอะไรไปเธอก็คงเถียงใจขาดดิ้นหรือไม่เราก็อาจจะเคืองใจกัน แต่พอเธอพูดว่า "ไม่เหมือนแก ไม่เก่งอะไรเลย ไม่ดีสักอย่าง" บางทีเธออาจจะไม่ได้พูดขนาดนี้ แต่ก็ประมาณนั้น(มั้ง)
ตอนแรกเราก็เสียใจนิด ๆ เพราะ เราไม่เคยว่าเธอแบบนั้น เรารู้ดีว่าเราควรพูดอะไรและเก็บอะไรเอาไว้ในใจ แต่เมื่อเธอพูดแบบนั้นจะทำยังไงได้ มาถึงวันก่อนที่สอบ เธอเองบอกว่า "ถ้าจะลอกเราลอกทางขวาดีกว่า เพราะ ทางซ้ายมันคงไม่รู้เรื่องอะไร" เราเองก็ไม่แน่ใจอีกนั่นแหละว่าเธอพูดแบบนี้รึเปล่า แต่ทำนองนั้น
คนที่นั่งทางขวาน่ะไม่ใช่ฉันหรอก แต่คือเพื่อนอีกคนที่ฉันไว้ใจมากมายเหมือนเธอต่างหาก ตอนนั้นฉันได้แต่ส่งยิ้มให้ ปากก็บอกไปว่า "เออ ๆ" ตามนิสัยของเรา แต่เธอจะรู้ไหมนะว่าเธอทำให้ฉันคิดมากและรู้สึกเสียใจแค่ไหน ในหัวสมองคิดว่า "เพื่อนสำหรับเราคงมีเวลาแค่ปีเดียวสินะ" แต่พอข้อสอบมาเรื่องราวพวกนั้นเราก็ไม่เก็บมาใส่ใจ พอสักพักเธอก็ส่งสัญญาณถามฉัน เธอเคยบอกเองไม่ใช่เหรอว่าไอคนข้างซ้ายมันไม่รู้เรื่องอะไรหรอก แล้วเธอมาถามฉันทำไม แต่ตอนนั้นฉันไม่ได้คิดแบบนั้น ฉันดีใจลึก ๆ ที่อย่างน้อยเธอก็ถามฉันหรือคุยกับฉัน แม้ว่ามันจะเป็นเพียงถ้อยคำสั้น ๆ ก็ตาม เรารู้ตัวว่าเราอาจจะทำข้อสอบผิด แต่เราก็มั่นใจในส่วนของเรา และถ้ามันผิดมันก็คงจะเป็นความผิดของเธอ เพราะ เธอเลือกที่จะถามคนโง่ ๆ อย่างฉันเอง เรื่องนั้นมันช่วยไม่ได้
เธอบอกฉันว่าฉันมันไม่มีอะไรดีเลย วันนี้กินข้าวกัน เธอก็บอกฉันว่า "กิ๊กไม่มีดั้ง"ฉันไม่เสียใจอะไรหรอกนะ เพราะ ความจริงตัวฉันเองก็มีดั้งจมูกเหมือนชาวบ้านเขา แล้วอีกอย่างคิดว่านั่นคือถ้อยคำที่เธอหยอกล้อกันเช่นเมื่อปีก่อน แต่...เมื่อตอนนี้ฉันคิดทบทวนดูแล้ว มันไม่ใช่คำหยอกล้อหรอก มันคือคำที่ว่าเราในเรื่องต่าง ๆ ต่างหาก
ตอนนี้คำถามมันเกิดขึ้นในหัวสมองของเรา ถ้าฉันมันไม่เก่งอะไรเลย โง่ งี่เง่า ไม่สนใจในการงานอะไร การบ้านแค่นี้ก็ทำไม่ถูก ปากกาหมึกหมดก็ไม่มีปัญญาซื้อ เมนูอาหารออกใหม่แค่นี้ก็ไม่เคยกิน ฟังเพลงก็เพลงเชย ๆ สมัยสิบปีที่แล้ว แต่งตัวก็งั้น ๆ โต๊ะก็มีแต่กระดาษที่เขียนเตือนใจตัวเอง รองเท้านักเรียนก็ไม่เคยขัด(เพราะ ไม่รู้จะขัดทำไม ไม่ใช่คุณหนู) ต่าง ๆ นานาอีกมากมาย ฉันรู้ว่าเธอไม่เคยพูดมากขนาดนั้นหรอก แต่นี่คือสิ่งที่ฉันคิดกับตัวเองต่างหาก
เราอยากรู้ อยากรู้มาก ๆ ว่า วิชาคอมพิวเตอร์ ที่เธอเรียนกับพวกเรา ใครเป็นคนสอนเธอถ้าไม่ใช่ฉัน ใครเป็นคนเปิดโปรแกรมให้ถ้าไม่ใช่ฉัน ใครเป็นคนแชร์ปริ้นให้ถ้าไม่ใช่ฉัน ใครเป็นคนนั่งพิมพ์งานให้ถ้าไม่ใช่ฉัน ใครเป็นคนทำงานส่งครูให้ถ้าไม่ใช่ฉัน ใครเป็นคนช่วยแต่ง My.iD ให้ถ้าไม่ใช่ฉัน ถึงมันจะเป็นแค่สิ่ง ๆ เดียวที่ฉันทำให้เธอได้ แต่นั่นก็คือสิ่ง ๆ หนึ่งที่ฉันตั้งใจทำให้เธอ เหมือนที่ตั้งใจทำให้ตนเองเหมือนกัน
เวลาที่เธอไม่สบาย เธอรู้ไหมว่าใครที่เป็นห่วงเธอเมื่อเธอไม่สบาย หากแม้คำพูดจะพูดได้แค่ว่า "ไปห้องพยาบาลไหม ?" "กินยาไหม ?" "นอนพักเหอะ" "บอกแม่ให้พาไปหาหมอไหม ?" ก็ตาม แต่ฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วจริง ๆ คำตอบที่ฉันหวังจะได้รับจากเธอคงมีแค่ เธอพยักหน้าให้ หรือ "ไม่เป็นไร" "กินแล้ว" "นอนแล้ว" "ไม่ต้องหรอก" แต่เธอกลับพูดเหมือนความหวังดีของฉันเป็นเหมือนขยะชิ้นหนึ่งที่ไม่สำคัญ แค่เอื้อมมือหยิบมันลงถังแค่นั้นก็จบสิ้นแล้ว เธอรู้ไหมเมื่อเธอพูดว่า "มันไม่หาย..." ด้วยเสียงไม่พอใจ หน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ ฉันเองก็เสียใจเป็นเหมือนกัน ฉันเองก็อยากช่วยเหลือเธอเท่าที่จะช่วยได้ แต่...เธอก็ให้เพื่อนของฉันอีกคนเป็นคนคนนั้นแทน
"ทำใจซะเหอะ"
คือคำที่เข้ามาในสมองของฉันเอง แต่ฉันก็เข้าใจ นั่นเธอ เธอมีสิทธิ์สั่งใจของตัวเอง
จนวันนี้ ฉันเองก็อยากบอกกับเธอว่า ฉันก็คนเหมือนกัน คนที่มีหัวใจ คนที่มีความคิด คนที่ยินดีกับเธอเมื่อเธอทำอะไรแล้วได้ดี กำลังจะเปลี่ยนไป ฉันสามารถตวาดเธอต่อหน้าใครหลายคนได้โดยที่ไม่ต้องคิดอะไรอีก ฉันสามารถทำเมินเฉยกับเธอได้ตามใจสั่ง ฉันสามารถแกล้งเธอได้สารพัดสิ่ง แต่ที่ฉันไม่ทำ เพราะ ไม่ใช่เพราะ คำว่า "เพื่อน"ที่ยังคงมีในฉันแต่หมดไปกับเธอแล้วหรือ ?
ถ้าตอนนี้เธออ่านอยู่ อยากให้รู้ไว้ ไม่มีอะไรสายไปที่จะปรับปรุง และอยากให้นำใจเขามาใส่ใจเรา เหมือนกับที่ฉันนำใจเธอมาใส่ในใจของฉันเช่นกัน
จาก...
เพื่อนที่นั่งข้างเธอเสมอ ถึงแม้ว่าต่อไปเธอจะไม่ต้องการฉันก็ตาม...
เราไม่ใช่นางเอกนิยายที่จะใช้คำพูดที่หวานเลี่ยนพวกนี้ แต่เราคิดจริง ๆ ปรอทที่ถึงขีดสุดอาจจะทำให้เกิดสิ่งที่ไม่มีใครหวังขึ้นมา
ความคิดเห็น
อืม =_=
พูดยากนะ แบบนี้
อยากจะบอกว่ากิ๊กอาจคิดมากเกินไป แต่พี่ก็ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์
แต่ ถ้าเป็นแบบที่กิ๊กคิดจริงๆ
ที่กิ๊กทำตอนนี้ ก็ถูกแล้วจ๊ะ เพราะถ้าทะเลาะกันแค่สักครั้ง
ก้ออาจถึงขั้นแตกหัก จนไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้.....
ถ้า..กิ๊กคิดว่า รักเพื่อนคนนี้มากจริงๆ
ก้อขอให้กิ๊กอดทนจนถึงที่สุดนะจ๊ะ สักวัน เค้าอาจละอายใจในสิ่งที่เค้าเคยทำไม่ดีกับกิ๊ก แล้วเพื่อนที่แสนดี ก้อคงกลับมา...
แต่....
พี่ก้อไม่อยากให้กิ๊ก ขังตัวเองไว้กับเพื่อนเพียงคนเดียวนะ
คนดีดี มีมากมายให้เราคบหาเป็นเพื่อน
มีอะไรก้อระบายให้พี่ฟังได้จ๊ะ พี่ยินดีรับฟัง และจะอยู่เคียงข้างกิ๊กเสมอ
พี่เอาใจช่วย ให้ดีกันเร็วๆ ละกันนะ สาวน้อย ^^
อืม..มันก็เป็นธรรมดาละนะ กับการที่จะต้องมีเรื่องผิดใจกัน บางที เราอาจทำอะไรบางอย่าง...หรือ อาจมีใครอีกคนเข้ามาเป่าหูหรือพูดอะไรสักอย่างที่ทำให้เพื่อนคนนั้นโกรธเรา..เขาถึงแสดงทีท่าแบบนั้น หรือไม่ บางครั้งการกระทำของเรา ที่เราเองก็ไม่เคยคิดแบบไม่เคยคิดจริงๆว่าผลมันอาจจะออกมาเป็นตรงกันข้ามแบบนี้
อาจทำให้อีกฝ่ายคิดมากไปต่างๆนานาและพาลมาโกรธเราก็เป็นได้..
ทางที่ดีก็ควรจะพูดกัน ถ้ายังเห็นว่า เป็นเพื่อนกันอยู่
จริงๆแล้วพี่อยากจะบอกว่า เพื่อนนะนอกจากจะต้องสามารถช่วยเหลือ ยอมรับ กันได้ทุกเรื่องแล้ว..ที่สำคัญกว่าสิ่งอื่นใจ ต้องกล้าที่จะทะเลาะกันได้ทุกเรื่องด้วย
เพื่ออะไรนะเหรอ...เพื่อที่เราจะได้รับรู้อารมร์ของอีกฝ่ายและเพื่อให้อีกฝ่ายรับรู้อารมณ์ของเราบ้าง การเก็บไว้คิดคนเดียว แบบไม่อยากทะเลาะด้วยนะ มันผิดนะ ถ้าฝนไม่ตก จะเห็นรุ้งหรือ..คงไม่ใช่ไหม
มิตรภาพก็เหมือนกัน ถ้าไม่เคยทะเลาะไม่เคยระบายอารมณ์ใส่กันเสียบ้าง จะเข้าใจกันหรือจ้ะ
ปรับความเข้าใจกันนะ ถ้าอีกฝ่ายเขาไม่ยอมเข้าใจ เขาไม่รับรู้ว่าเราแคร์เขามากแค่ไหน ก็คงต้องยอมรับ บางครั้ง เราก็ไม่สามารถบังคับหรือตามใครได้เสมอไป