[ASTRO-FIC] OUR CHOICE , eunsan ft. binhyuk

ตอนที่ 3 : CHAPTER 3 :: We ≠ You&I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 167
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    28 พ.ค. 60

“คุณแม่ครับ ผมขออนุญาตพาซานฮาไปติวหนังสือที่คอนโดผมนะครับ” ดงมินนั่งจิบน้ำคุยกับแม่ซานฮาในห้องรับแขก

“อือ ได้สิจะกลับกันดึกรึเปล่าล่ะ” คุณนายยุนยิ้มให้ก่อนจะส่งขนมให้เด็กหนุ่มที่เป็นแขกขาประจำของที่บ้าน

“ผมว่าจะให้น้องค้างที่ห้องน่ะครับคุณแม่ แล้วพรุ่งนี้น้องบอกว่าโรงเรียนก็หยุดด้วย ผมเลยคิดว่าน่าจะกลับวันอาทิตย์ตอนเย็นๆ”

“อือ.. ห่ะ?” เสียงแม่ลูกประสานกันด้วยความฉงน

“คือช่วงนี้ผมค่อนข้างยุ่งน่ะครับ แล้วสัปดาห์หน้าต้องไปเยี่ยมญาติที่ต่างจังหวัดด้วย ผมเลยอยากจะเร่งสอนน้องหน่อย ไม่ต้องห่วงนะครับผมจะดูแลน้องเอง” เด็กหนุ่มยิ้ม

“งั้นก็ต้องค้างห้องพี่สามวันเลยสิฮะ” ซานฮาวิ่งมาเกาะโซฟาตัวที่แม่นั่งอยู่

“อือ พี่จะไม่โหมให้เราเรียนหนักไม่ไหวหรอก แต่อย่างน้อยก็คงได้เรียนวันละแปดชั่วโมงเหมือนที่โรงเรียนล่ะนะ ไหวไหม” เสียงหวานบาดลึกในใจของเด็กชายจนเข่าอ่อน

“งี้ผมก็ต้องเรียนเหมือนอยู่ที่โรงเรียนเลยสิฮะ” เด็กชายล้มลงไปกองที่พื้นนั่งข้างแม่

“ถ้าคุณแม่อนุญาต ถ้านอกจากเรื่องการเรียนผมจะไม่บังคับอะไรน้องหรอกครับ”

“นั้นแหละที่แม่ห่วง เราน่ะตามใจเจ้าตัวแซบนี่เกินไป” คนเป็นแม่ถอนใจแล้วส่งมะเหงกลงกลางหัวลูกชาย

“โอ้ย แม่เมื่อกี้มือรึเท้าอะ เจ็บจัง” เด็กชายโวยวายกวนประสาทแม่ไปมา ก่อนจะหันไปอ้อนกอดเอวแม่ไว้

“ก็ได้จ้ะ ดูแลน้องดีๆนะดงมิน” คุณแม่ยิ้มใจดีให้ก่อนจะหันมาทำหน้าดุใส่ลูกชายแล้วไล่ให้ไปเก็บของ

“เย็นนี้อยู่กินข้าวที่บ้านกันก่อนนะ ติวที่นี่ไปก่อนค่อยออกไปตอนกลางคืนนะจ้ะ” คนเป็นแม่เสนอ และคุณครูก็เห็นด้วยจึงเสนอตัวไปช่วยเป็นลูกมือในครัว ทิ้งให้เด็กป่วนไปจัดการตัวเองลำพัง

 

กว่าเด็กชายทั้งสองจะออกจากบ้านก็เกือบสามทุ่มเข้าไปแล้ว เนื่องจากทั้งสองรอที่จะเจอคุณพ่อของซานฮาเสียก่อน

“ดงมินมีอะไรก็ดุน้องบ้าง ตีน้องบ้างก็ได้นะลูก เจ้านี้มันต้องเห็นโรงศพมันถึงจะหลั่งน้ำตา” คุณแม่มาส่งขึ้นรถแล้วหยิกแก้มนิ่มของลูกชายอย่างหมั่นเขี้ยว

“ได้เลยครับ แต่ผมกลัวว่าถ้าผมดุไปเจ้านี้จะหนีกลับมาฟ้องคุณแม่น่ะสิครับ” เด็กหนุ่มหัวเราะตอบ

“ไม่ต้องห่วงถ้าหนีกลับมาแม่จะให้พ่อไล่ตีมันให้ร้องไม่ออกเลย” แม่กับพ่อขู่ลูกชายจนงอนทำปากยื่นปากยาว

“นี่ตกลงใครเป็นลูก ใครเป็นแขกกันแน่ฮะ ผมชักน้อยใจแล้วนะ” ซานฮาบ่น แล้วหันไปกอดอ้อนพ่อแม่อีกครั้ง

“อย่าดื้อกับพี่เขาล่ะ รีบไปได้แล้ว” คุณพ่อเริ่มบ่นแล้วไล่ให้ลูกชายขึ้นรถไป

 

 

“รบกวนด้วยนะฮะ” ซานฮาก้าวเข้ามาในคอนโดของดงมินแบบเกร็งๆ เพราะมันไม่ใช่ที่เดิมที่เขาเคยมา แต่กลับเป็นคอนโดหรูกลางใจเมือง ห้องใหญ่โตแบบ duplex มีชั้นลอยอยู่อีกชั้น ความหรูหราทำเอาเด็กชายตัวลีบเล็กเหลือแค่คืบ

“ฮะๆ ถอดรองเท้าเข้ามาสิ” พี่ชายเดินนำ ก่อนจะเดินไปหยิบรองเท้าสีครีมมาให้แขกกับของเขาที่เป็นสีดำ

“ขอบคุณครับ” ซานฮาตอบ

“คืนนี้นอนห้องพี่ก่อนนะ พี่ก็ไม่ได้ค่อยได้กลับมาที่นี่ เลยยังไม่ได้จัดห้องอื่นเอาไว้เลย เดี๋ยววันพรุ่งนี้ค่อยช่วยกันจัดแล้วกัน” ดงมินพูดแล้วเดินนำทางไปแนะนำที่ทางต่างๆในห้อง

“มีเปียโนด้วยเหรอฮะ” ซานฮาเอานิ้วไปจิ้มเล่น

“เล่นเป็นไหม” พี่ชายตามแล้วชวนให้เด็กชายมานั่งด้วยกัน

“เป็นแค่พวกเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์อะไรงี้อะฮะ” ซานฮาหัวเราะแล้วเล่นโชว์

“โอ้ เก่งใช้ได้นิ” พี่ชายชมก่อนจะช่วยเล่นให้จบเพลง

“เท่จังเลยฮะเวลาเล่นสองมืองี้อะ ผมเล่นได้แค่ตรงนี้เอง” เด็กชายชม แล้วเริ่มขอให้เล่นเพลงอื่นต่อ

เสียงดนตรี สดใส อ่อนไหวดังขึ้นช้าๆ ทำซานฮายิ้มแล้วนั่งโยกหัวตามจังหวะ

“อย่าโยกไวนักสิ ฮ่าๆ” ดงมินบ่นก่อนจะเล่นคุมจังหวะต่อ

“เพลงคุ้นจังฮะ เพลงอะไรเหรอ” ซานฮาพยายามฟัง แต่นึกไม่ออก

- So you can keep me

Inside the pocket

Of your ripped jeans

Holdin' me closer

'Til our eyes meet

You won't ever be alone

Wait for me to come home -

เสียงต่ำร้องประสานกับเสียงเปียโน ทำใจซานฮาเต้นแรง ความหวานทำให้สมองสับสนจนไม่รู้ว่าจะวางมือของตนเอาไว้ที่ไหนดี

“เพลงมันเศร้าไม่ใช่เหรอฮะ” ซานฮาก้มหน้าเม้มปากหวังซ่อนแก้มแดงของตนเอาไว้

“อือ พี่เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน” นิ้วยาวหยุดก่อนจะกุมมือเล็กของอีกคนเอาไว้

“พี่เคยคิดว่าเพลงมันเศร้าที่คนรักทั้งสองต้องจากกัน เราได้แต่มองรูปของกันและกันเพื่อคิดถึงกัน” ดงมินมองไปที่นอกกระจก ไปยังต้นไม้สีเขียวนอกชาน

“แต่รู้ไหมตั้งแต่ที่พี่ยอมรับใจตัวเอง รับความรู้สึกของเรา พี่ถึงรู้” ดงมินหยุดแล้วหันมามองหน้าคนรักของตนอีกครั้ง

“รู้อะไรฮะ” นิ้วยาวทั้งห้าที่ถูกกุมไว้ละออกแล้วจับมือของเด็กหนุ่มมาประสานกันใหม่

“ความรู้สึกรักไง ความรู้สึกของคนที่ถูกรัก ถึงต้องแยกจากกัน ถึงต้องมองแค่รูปแต่มันไม่ใช่แค่รูปหรอกที่เขากำลังมอง มันคือคนที่เขารัก คือความทรงจำของเขากับคนที่เขารัก ภาพในวันที่ดี และแย่ ทำให้เขานึกถึงเรื่องที่ทำให้เสียใจจนต้องร้องไห้ รึเรื่องที่มีความสุขจนกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว” ดงมินเล่า แก้มกลมระบายไปด้วยสีชมพู่พร้อมรอยยิ้มอย่างมีความสุข จนเด็กชายอีกคนอดยิ้มตอบกลับมาด้วยไม่ได้

“ทุกครั้งที่เหนื่อยแต่มองรูป แค่นึกถึงรอยยิ้ม แค่นึกถึงเสียงพูด ก็ทำให้หายเหนื่อยแล้ว”

“แค่ได้รอ นับวันเวลาที่จะได้เจอกัน แค่นั้นก็มีความสุขแล้ว” ซานฮาตอบ

“พี่รู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่เราเปิดเผยเรื่องของเรา ยิ่งกับเราเองที่ยังเด็ก แต่พี่ก็ไม่อยากจะปิดบังพ่อแม่ของเราแล้ว” ดงมินบีบมือเล็กให้แน่นขึ้น เพื่อส่งผ่านความรู้สึก และความตั้งใจทั้งหมดที่มี

“เชื่อไหมนี้เป็นครั้งแรกที่พี่อยากจะทำอะไรบ้างอย่างโดยไม่คิดถึงผลลัพธ์ของมัน พี่แค่อยากให้เรามีกันและกัน อยากจะจับมือกันแบบนี้ในทุกวัน ทุกที่ อยากจะมองหน้ากันแบบนี้ และยิ้มให้กันแบบนี้ตลอดไป” เสียงทุ้มของดงมินที่เคยเรียบนิ่งอย่างใจเย็นและมั่นใจค่อยๆสั่นเครือ เพราะทุกการกระทำ การตัดสินใจของเขามีเพียงแค่ตัวเขามาตลอด เขาวางแผนในชีวิตทุกทางเดินชีวิตด้วยตนเอง แม้ว่ามันจะล้มบ้าง แพ้บ้าง ชนะบ้าง แต่เขามันมั่นใจทุกการกระทำของตัวเองมาตลอด จนถึงวันที่เขาเลือกที่จะจับมือกับเด็กชายคนนี้ วันที่เขาเลือกที่จะบอกความรู้สึกออกไป เมื่อก่อนเขาเคยสงสัยว่าทำไมถึงมีคนมากมายที่ยอมตายเพราะความรัก ยอมฆ่าใครสักคนเพื่อให้ได้เป็นที่รัก วันนี้เขาเริ่มเข้าใจมันมากขึ้นแล้ว

“ผมต่างหาก.. ผมต่างหากที่ต้องพูดแบบนั้น” ซานฮายิ้มแล้วเบนสายตาออกไป จ้องไปยังแสงไฟในเมืองนอกหน้าตา

“พี่น่ะทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งฉลาด หาข้อเสียแทบจะไม่เจอ แต่พี่อาจจะต้องเสียเรื่องทั้งหมดนี้ไปเพราะคบกับผม” ซานฮาตอบเสียงที่เคยสดใสดูเย็นชา และเดี่ยวดาย

“แค่ได้คบกัน ได้ยิ้มให้กัน ได้จับมือกันแบบนี้ก็พอแล้วล่ะฮะ พี่ห่วงอนาคตของผม แต่ผมต่างหากที่ไม่มีอะไรน่าห่วง ผมก็แค่เด็กผู้ชายคนนึง ที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษ แต่พี่ พี่คือคนที่มีทุกอย่าง จะมาเสียชื่อเพราะมารักกันเด็กผู้ชายอย่างผมได้ยังไง” ซานฮาย้ำทุกคำพูด ทุกความคิดที่ซ่อนเอาไว้ในใจ

“อย่าบอกใครเลยนะฮะ เรื่องของเรา ไม่ต้องถ่ายรูปของกันและกันไว้ดูต่างหน้า ไม่ต้องมีอะไรทั้งนั้น มีแค่เราสองคนก็พอนะฮะ” ซานฮาบีบมือตอบ ความเข้มแข็งที่มีมันเริ่มลดน้อยลง ไหล่บางเริ่มห่อเล็กลงเหมือนข้างในใจที่เริ่มว่างเปล่า คำพูดนั้นเป็นสิ่งที่เขาอยากจะบอก แต่ไม่ใช่กับดงมิน แต่เขาอยากจะบอกมันกับใจตัวเอง ให้เก็บเรื่องนี้เป็นเพียงฝันหวาน ไม่ต้องมีอะไรให้หวนนึกถึง ไม่ต้องเสียใจหากวันนึงมืออุ่นที่คอยจับมือเขาจะปล่อยมือแล้วเดินจากไป วันนั้นเขาจะไม่เสียใจที่รักผู้ชายคือชื่อดงมิน แต่เขาจะไม่ยอมให้อภัยตัวเองถ้าความรักนี้จะต้องทำให้ผู้ชายคนนี้ต้องเสียอนาคตไป

“ซานฮา” ดงมินเข้าใจสิ่งที่เด็กชายคิด

“ฉันรู้สิ่งที่นายคิด ฉันอยากให้นายรักฉัน และฉันก็อยากจะรักนายให้มากขึ้นฉันขอเติมมันให้เต็มได้ไหม ความเหงาในใจของนาย ฉันเองก็ไม่รู้หรอกนะว่าฉันจะทำให้เรื่องที่นายไม่มั่นใจทั้งหมดนั้นหายไปได้ไหม แต่ซานฮา.. ให้เป็นฉันเถอะนะ” ดงมินร้องขอด้วยเสียงเว้าวอน ในใจของเขาทั้งสองต่างเจ็บปวดกับเรื่องความรักครั้งนี้ เพราะสังคมรอบข้าง เพราะความรักของพวกเขาไม่ได้มีผลแค่กับเขาทั้งสองเท่านั้น

เด็กชายที่มีแต่รอยยิ้มในทุกวันตอนนี้เอาแต่ก้มหน้านิ่งไม่ตอบโต้อะไร ทำให้ตาสีดำกลมโตค่อยๆปิดลงอย่างหนักอึ้ง ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ในอกมันรู้สึกปวดหนึบ เหมือนมีใครใช้มือบีบหัวใจเขาเอาไว้ ดงมินได้แค่หลับตาแล้วปล่อยเวลาให้ทั้งสองได้ใช้เวลาคิด

“ผมได้แต่ภาวนาขออย่าให้เป็นพี่เลยที่จะเต็มมันให้เติม แต่จริงๆแล้วมีแต่พี่นะฮะที่อยู่ในใจผม” เด็กชายตอบพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมา เด็กหนุ่มดึงอีกคนมาสวมกอดเหมือนกับกลัวว่าอีกคนจะหายไป ลมหายใจหนักถูกระบายลงกับไหล่เล็ก น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลลงบนไหล่ของดงมินจนเข้ารู้สึกได้

“ฉันรักนายมากนะ” ดงมินกระซิบ

“ผมก็รักพี่ฮะ แต่ผมไม่มีค่าพอที่พี่จะมาทิ้งทุกอย่างไปเพราะผมหรอกนะฮะ” ซานฮาสะอื้นไม่หยุด ความคิดมากมายไหลเข้ามาเต็มไปหมด ทุกความรู้สึกที่เขาเลือกจะเก็บเอาไว้มันท่วมท้นจนใจของซานฮาเริ่มจะหมดแรง

“ตรงกันข้ามเลย ฉันไม่ใช่คนที่ดีพร้อมอย่างที่นายพูดหรอกนะ ฉันน่ะมีค่าน้อยกว่านายตั้งเยอะ คนรอบตัวนายมีแต่คนที่รักนาย ไม่ว่าใครๆก็รักนาย ทั้งตัวฉันมีแค่เงิน แม้แต่พ่อแม่ฉันเองยังไม่เคยรักฉันเลย คนที่สอนฉันให้รู้จักคำว่ารัก คือนาย และมีแค่นายเท่านั้นยุน ซานฮา” ดงมินสูดลมหายใจรับกลิ่นหอมจางๆจากตัวอีกคนให้เป็นกำลังใจ ก่อนจะพูดต่อ

“ฉันยอมให้ใครเกลียดฉันยังไงก็ได้ ดีกว่าให้นายคนเดียวเกลียดฉัน ฉันยอมอะไรก็ได้ แค่ขอให้นายเปิดใจให้กับฉัน”

“ไม่เอา ไม่เอาหรอกฮะ ผมไม่มีวันเกลียดพี่ แล้วผมจะไม่ยอมให้ใครเกลียดพี่ด้วย” เด็กชายพูดเสียงเบาเพราะพลังใจที่อ่อนล้า พร้อมกับน้ำตาที่ไหลไม่ยอมหยุด เด็กชายได้แต่สงสัยตัวเองถ้าความรักทำให้เจ็บขนาดนี้ ทำไมเขาถึงเลิกรักผู้ชายตรงหน้าไม่ได้สักที ลมหายใจที่เริ่มติดขัดจากหัวใจที่ถูกบับคั้นมานาน สูดลมหายใจเข้าไปช้าๆ ก่อนมือเล็กจะพยุงใบหน้าที่เขาหลงใหลขึ้นมา

“ใจผมน่ะ เปิดให้พี่เข้ามานานแล้วนะฮะ และมันไม่มีวันเปลี่ยน ผมไม่มีวันเกลียดพี่หรอก ไม่มีวัน” เด็กชายยังคงร้องไห้ไม่หยุดและส่ายหัวไปมา

“งั้นฉันขอได้ไหมซานฮา ทะเลาะกับฉันสักครั้ง อย่าเก็บมันไว้คนเดียวได้ไหม ไม่ว่าเรื่องอะไรพูดมันกับฉันนะ ทุกๆเรื่องที่นายไม่สบายใจ ทุกเรื่องที่มันทำให้นายต้องนั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง ทุกๆเรื่องเลย” ยิ่งพูดซานฮากลับยิ่งร้องไห้หนักขึ้น จนตัวดงมินเองก็อยากจะร้องไห้บ้าง

“ถ้า ถ้าผมทำแบบนั้นพี่ก็จะเกลียดผม จะไม่รักผม ไม่อยากคุยกับผม จะว่าผมงี่เง่า” ซานฮาโวยวายพร้อมกับสะอื้น แขนทั้งสองทิ้งลงข้างตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง

“ไม่มีทาง” ดงมินเถียง

“มีสิฮะ แน่ๆเลย เพราะพี่เองก็ไม่ยอมพูดเรื่องที่พี่คิดกับผมเลยสักคำ”

“ทั้งเรื่องที่พี่กลัว ทั้งเรื่องที่พี่ชอบ ทั้งเรื่องที่พี่ไม่ชอบพี่ไม่เคยบอกอะไรผมสักคำ อย่างวันนี้ที่พี่จะไปคุยกับที่บ้านผม พี่ก็คิดเองเออเองไม่บอกผมสักคำ พี่ยังนั่งกลุ้มใจคนเดียว แล้วยังไงพี่ก็เห็นเรื่องของเราสำคัญเป็นอันดับสุดท้ายอยู่แล้วนิฮะ” เด็กชายร้องไห้หนักขึ้นพยายามดันตัวออกให้ห่างอีกคน ความทรมานในใจที่สะสมเอาไว้ล้นออกมา น้ำตาที่ไหลออกมาเพราะเขาไม่รู้จะจัดการทุกความรู้สึกนี้ยังไง กลัวว่าจะโดนเกลียด จนอยากจะออกให้ห่าง แต่รักมาก จนอยากจะเข้าไปให้ใกล้มากกว่านี้ ซานฮารู้ดีว่าทั้งเขาและ
ดงมินต่างมีกำแพงที่กั้นกับทุกคน แม้แต่ระหว่างกันเองด้วย นั้นเพราะเราทั้งสองต่างกลัวความเจ็บปวด กลัวจะเสียความรู้สึกดีๆนี้ไป

เด็กไหล่บางร้องไห้จนเหนื่อย ได้เพียงแต่สูดลมหายใจช้าในอ้อมแขนของอีกคนช้าเกินกว่าจะรู้สึกว่าไหล่หนาที่หนุนอยู่นั้นสั่นไหวเพราะอารมณ์ที่พัดพานไม่ต่างกัน

“ฉันเสียนายไปไม่ได้ซานฮา ถ้านายเห็นทุกอย่างของฉัน นายไม่มีวันจะรักฉัน” ดงมินปล่อยให้หยดน้ำตาไหลออกมา ความกลัวที่สุดในชีวิตของดงมินคือการโดนทิ้งให้โดดเดี่ยว เขาเลือกที่จะใส่หน้ากากของเด็กชายใจดีให้ทุกคนรัก แต่สำหรับซานฮาเด็กชายคนนี้แตกต่างกับเขาเหลือเกิน ทุกๆคนรักซานฮาโดยที่เขาไม่ต้องเสแสร้ง แกล้งทำตัวเป็นคนดีอย่างดงมินเลย ทุกคนที่ได้รู้จักกับเด็กชายตรงหน้ารักความจริงใจ ความร่าเริงของเขา และนั้นทำให้ดงมินอยากจะอยู่ใกล้ๆ อยากจะรู้จักเด็กชายคนนี้ให้มากขึ้น เขาอยากจะทำให้อีกฝ่ายส่งยิ้มและหัวเราะให้ตนมากขึ้นเรื่อยๆ จนวันนี้เขาอยากจะครอบครองเด็กชายไว้เพียงคนเดียว

เด็กชายเข้าใจในที่สุดว่าความกลัวที่จะเสียกันละกันไปทำให้หัวใจของทั้งสองคนยิ่งห่างกัน ถ้าไม่มีใครสักคนที่ยอมเดินออกมาก่อน ถ้าไม่มีใครสักคนกล้าจะเจ็บก่อน คงไม่มีวันที่ความรักครั้งนี้จะเดินหน้าไปต่อได้ เขาเชื่อถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปไม่นานชายทั้งสองคงได้แต่ทะเลาะกันอีกและต้องแยกทางกันเดินในที่สุด แต่ซานฮาอยากจะจับมืออุ่นนี้ไว้ตลอดไป อยากจะเจ็บโดยที่มีพี่ชายคนนี้อยู่ข้างๆ อยากจะดูแลพี่ชายคนนี้เวลาที่เขาเจ็บเช่นกัน

แต่ถ้าหากไม่มีใครต้องเจ็บก่อน แต่ถ้าผมจะขอให้เราทั้งสองคนเจ็บไปด้วยกัน อยู่เคียงข้างกัน ได้ไหมฮะซานฮาคิดในใจและติดสินใจพูดออกไป

“งั้นแลกกันไหมฮะ” ซานฮาค่อยๆประคองหน้าสีน้ำนมขึ้นให้สายตาทั้งสองประสานกัน

“ครั้งนี้เรามาแลกกันไหมฮะ หัวใจของเรา ผมจะบอกพี่ทุกเรื่อง ไม่ว่าอะไร” เด็กชายค่อยๆคลี่ยิ้มออกมาช้าๆ

“ถ้าแลกหัวใจกันแล้ว แปลว่าเราจะเลิกกันไม่ได้แล้วนะฮะ ผมจะเป็นของพี่ ส่วนพี่ก็จะเป็นของผม” ซานฮาจิ้มไปที่หัวใจของกันและกัน ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้อีกฝ่าย

“พี่เองก็ห้ามโกหก ปิดบัง รึไม่บอกอะไรกับหัวใจตัวเองอีกแล้วนะฮะ” เด็กชายส่งยิ้มให้จนตาปิด

“แล้วถ้า..” ดงมินกำลังจะเถียง

“ไม่มีถ้าฮะ ตั้งแต่วันนี้ขอให้มีแต่เรานะฮะ ไม่มีผม ไม่มีพี่ นะฮะ” ซานฮาขัด

“ถึงปากพูดจะพูดออกมาแบบนั้น แต่ใจผมก็ไม่ได้มั่นใจมากนักหรอกนะฮะ แต่ถ้าอีกคนเป็นพี่ไม่ว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไงผมก็ยอมฮะ” ซานฮาพูดแล้วค่อยๆจุ๊บที่ปากอิ่ม

“ฉันก็ด้วย ถ้าเป็นนายอะไรฉันก็ยอมแลกด้วยทั้งนั้น” ดงมินจูบกลับ

“ถ้างั้นจับมือผมไว้นะฮะ เดินไปด้วยกัน อยู่เคียงข้างผมนะคะ” ยิ้มหวานของทั้งสองกลับมาอีกครั้งพร้อมกับใจที่เข้มแข็งขึ้นกว่าเดิม

 

“เฮ้ยๆ ส่งลูกมาๆ” เด็กชายผมสีดำที่ตอนนี้เหลือแต่กางเกงบอลสีน้ำเงินและรองเท้าสตั๊ดสีสดแสบตาตะโกน

“เฮ้ยแกไปดักแถวหน้าโกลเลย ไปๆ” มินฮยอกรีบตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีม ถึงเขาจะไม่ได้เล่นฟุตบอลเก่งอะไรนักแต่อะไรที่ใช้กำลังกายและเรียกเหงื่อได้ดีก็ดูจะเข้าทางกับเขาไปซะหมดและเพราะ อาการบาดเจ็บที่ข้อมือของเขาทำให้ต้องเปลี่ยนจากการไล่กวดลูกยางสีส้มเป็นลูกหนังสีขาวนี้แทน

ไม่นานเวลา 90 นาทีของเกมก็จบลงด้วยสกอร์ 1-1 แม้จะเป็นคะแนนที่ดูน่าเกลียดไปหน่อย แต่ตลอดทั้งเกมก็สนุกจนเหมือนเวลาเพิ่งผ่านไปได้เพียง 30 นาทีสำหรับผู้เล่นทุกคน

“จะไปไหนต่อปะวะ” เด็กชายคนนึงที่ยืนถอดเสื้อบอลออกแล้วใช้ขวดน้ำในมือราดหัวและทั่วตัว

“หิวแล้ววะ” เด็กอีกคนที่เพิ่งเปลี่ยนใส่เสื้อนักเรียนเสร็จตอบ

“ไปห้างหน้าม.เอสอีกมะ” เด็กชายเจ้าของสตั๊ดสีสดชวน

“อยากกินหมี่เย็นวะ เล่นบอลแล้วร้อนโคด” มินฮยอกเสนอบ้างถึงตัวเองจะไม่ได้รู้สึกร้อนอะไรมากมายแต่เขาอยากจะหลีกเลี่ยงการไปห้างนั้นบ่อยๆ

“เฮ้ยมีร้านนึงตรงสถานีใกล้ๆบ้านไอคังโฮ ไปมะ” เด็กชายพยายามเช็ดหัวและตัวด้วยผ้าขนหนูผืนเล็กอย่างลวกๆ

“อร่อยไหมวะ” เด็กชายพูดไปพลางขณะถอดสตั๊ดสุดรักสุดหวงของตัวเองเข้าไปเก็บลงกระเป๋าอย่างดี (แม้เพื่อนๆร่วมทีมจะเกลียดสีส้มเรืองแสงที่สดจนเหมือนไฟท้ายรถบรรทุกของมันก็ตาม)

“หิวจะตายอยู่แล้ว กินอะไรมันก็อร่อยหมดละวะ ไอคุณชายแจฮยอกเอ๊ย” คังโฮที่เปลี่ยนเสื้อเสร็จคนแรกขัด

ใช้เวลาไม่นานเด็กชายทั้ง 4 ก็คุยเล่นกันไปจนถึงร้านที่หมายจนได้

เมื่อเข้ามาถึงในร้านมินฮยอกถึงได้มีโอกาสหยิบมือถือถึงมาโทร.ไปหาที่บ้านของตน แต่ก่อนจะได้โทรออก สายตาก็เหลือบไปเห็นข้อความค้างอยู่ในอินบ็อกซะก่อน

มานอนบ้านพี่ดงมิน กลับวันอาทิตย์แหนะ พรุ่งนี้ไปดูหนังด้วยไม่ได้แล้วล่ะ โทษที

ผู้ส่ง ไก่อ่อนตานนา

พออ่านข้อความจบเรื่องสัปดนก็เข้ามาในหัวของมินฮยอกเต็มไปหมดจนอดขำไม่ได้

สงกะสัยงานนี้เอ็งได้เป็นเมียพี่เขาแน่ ว่าแต่..พี่เขาคงไม่เป็นเมียมันหรอกนะ ไม่น่าหรอกคิดไปก็ขำไป แต่ถึงยังงั้นคิ้วขวาของเด็กชายกลับกระตุกไม่หยุดจนเขาชักจะสังหรณ์ใจไม่ดีซะแล้วสิ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

5 ความคิดเห็น