[ASTRO-FIC] OUR CHOICE , eunsan ft. binhyuk

ตอนที่ 2 : CHAPTER 2 :: FLUTTERING

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    28 พ.ค. 60

เด็กชายทั้งสองเดินกลับที่ร้านคาเฟ่ด้วยกัน ต่างคนต่างทิ้งระยะห่างเพื่อไม่ให้คนอื่ยคิดว่าตนมาด้วยกัน และสีหน้าของทั้งสองต่างก็เมินเฉยต่อการมีอยู่ของอีกคน

“ไปไหนกันมา ไปเกือบจะครึ่งชั่วโมงแล้วนะ” ทันทีที่เห็นเพื่อนและลูกศิษย์จำเป็น ดงมินก็เอ่ยทักอย่างเป็นห่วง

“ไม่ได้ไปไหน แค่เบื่อดูคนสวีทกัน” มุนบินพูดแซวแล้วยักคิ้วให้เพื่อนสนิท จนเด็กที่นั่งฟังตรงข้ามหัวเราะออกมา

“งั้นพวกผมไปติวกันสองคนที่อื่นก็ได้นะฮะ ปะไปกันฮะพี่” ซานฮาทำสีหน้าชอบใจแล้วจับมือพี่ชายและดึงให้ลุกขึ้น

“กวนมากนะ”ดงมินตอกหัวรองเท้าเข้าที่หน้าแข้งเพื่อนเต็มแรงจนต้องร้องโอดโอย เรียกความสะใจและรอยยิ้มจากมินฮยอกได้อย่างดี

“ยิ้มอะไร เจ้าเตี้ย เดี๋ยวโดน” มุนบินพาลไปตีหัวทุยของเด็กที่ยืนข้างๆเบาๆ จนหัวคะมำ
มินฮยอกส่งสายตาอาฆาตพร้อมเปิดศึก แต่ยังไม่ทันจะได้อ้าปากเด็กหนุ่มที่ดูจะเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในวงก็ขัดซะก่อน

“นี่ โตแล้วทำตัวให้มันดีๆหน่อยมุนบิน อย่าให้ฉันลงมือกับนายนะ” ดงมินมองปรามด้วยสายตาเย็นๆ จนศึกที่เหมือนจะปะทุกลายเป็นฝุ่น ปลิวหายไปเสียเฉยๆ

“เอาละ ครบแล้วเนอะ คือฉันไม่สามารถสอนพวกนายสองคนได้พร้อมๆกัน เพราะงั้นวันนี้ฉันเลยต้องความช่วยเหลือจากมุนบินให้มาช่วยสอนก่อน แล้วครั้งหน้าค่อยนัดแยกกันมาเรียน โอเค?”
ดงมินอธิบายสถานการณ์

“แล้ว..” ดงมินเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีจากลูกศิษย์ทั้งสอง และผู้ช่วยสอนจึงหยุดพักจิบน้ำก่อนจะกล่าวต่อ

“ซานฮานายไปติวกับมุนบินนะ เดี๋ยวฉันดูมินฮยอกเอง” พอจบประโยคสีหน้าดีใจสุดขีดของ
มินฮยอกแสดงออกมาอย่างชัดเจน ผิดกับเด็กอีกคนที่ทำหน้าเหมือนเด็กโดนขโมยขนม

“ก็ดี” มุนบินตอบ

“แต่ผม..” ซานฮาส่งสายตาอ้อนวอน

“มุนบินน่ะเก่งเรื่องนี้กว่าฉันอีกนะ ถ้าพี่เขาดุก็กัดคอได้เลย” ดงมินยิ้มแซวเพื่อให้กำลังใจลูกศิษย์ แล้วดูเหมือนว่าจะได้ผล

“ก็ได้ฮะ” ซานฮาตอบเสียงหงอยๆแต่ก็ยังคงยิ้มอ่อนๆอยู่

ผ่านไปเกือบสองชั่วโมงการติวยังคงดำเนินไปอย่างเชื่องช้า อาจารย์ทั้งสองต่างตั้งใจสอน และเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างดี จึงมีการพักกินขนม นั่งคุยกันเป็นพักๆ เสียงล้อเล่น แกล้ง และโวยวายดังมาจากโต๊ะของมุนบินและซานฮา เหมือนว่าคนบ้าจะได้เจอทายาทซะแล้ว แต่ก็ในทางกลับกันทางด้านมินฮยอกและดงมินมีเพียงการพูดคุยกันเบาๆ โดยทั้งสองผลัดกันชวนคุยจนไม่รู้ว่าเริ่มสนิทกันมากขึ้นตั้งแต่เมื่อไร

“พี่จะมาดูแข่งวันจริงไหมครับ ไอซานฮามันลงเป็นตัวจริงด้วยนะครับ ของผมคงต้องดูอาการข้อมือนี่ก่อน ถ้าดีขึ้นแล้วก็ลงเหมือนกัน” มินฮยอกชวนคุยขณะที่พี่ฝั่งตรงข้ามตรวจกระดาษคำตอบ

“อืม เมื่อไรนะ วันเสาร์ที่สองของเดือนหน้าหรือเปล่า” ดงมินนึกถึงปฎิทินที่ซานฮากากากบาท เขียนดาว และดอกจันไว้ให้

“น่าจะใช่นะครับ วันที่ 13 อะ ครั้งนี้แข่งกับรุ่นพี่ปีสามที่เป็นเอสปีที่แล้วด้วย พวกผมนี้โคตรเกร็งเลย” มินฮยอกพิงเก้าอี้แล้วหยิบขนมากิน

“นายก็เล่นดีออก ไม่ต้องเครียดไป ทำให้หัวโล่งๆไว้เดี๋ยวก็ดีเอง” พี่ชายตอบพ้อมรอยยิ้มตามนิสัย

“ครับ พวกผมสู้ตายอยู่แล้ว” มินฮยอกฉีกยิ้มแล้วกำมือเหมือนตัวละครในการ์ตูน จนดงมินต้องเผลอหัวเราะกับท่าทางเด็กๆที่ดูไม่เข้ากับบุคลิกแก่เกินตัวของอีกคน

“สนุกกันจังนะฮะ” ซานฮาเดินมาทำปากยื่นปากยาวใส่เพื่อนสนิทและพี่ชาย

“ไม่เท่าพวกนายหรอก เสียงกริ๊ดลั่นไปถึงหน้าร้านแล้ว” ดงมินขยับกองกระดาษบนโต๊ะข้าง
มินฮยอกออกให้เด็กชายได้นั่ง

“เสร็จแล้วหรอวะ” มินฮยอกทัก

“เออ ดูด้วยนี่ใคร”

“ซานฮา หมาน้อยมหาประลัยไง” เสียงมุนบินเสริมมาจากด้านหลัง เรียกเสียงหัวเราะแหลมๆจากซานฮาออกมา

“ชื่อแมนชิบหาย ไอหมาน้อย อย่าเติมมหาประลัยเลยวะ เสียของ” มินฮยอกแซวเพื่อนแล้วส่ายหัว

“คนมันหน้าตาน่าเลี้ยงดูเฟ้ย ไม่ใช่แก น่าเขี่ยทิ้ง” ซานฮาขู่กลับ

ในที่สุดการเรียนการสอนที่สุดยอดแห่งความวุ่นวายและล้างพล่านก็ได้จบลง ดงมินขับรถไปส่งมินฮยอกและมุนบินที่สถานีรถใต้ดิน และขับรถไปส่งซานฮาที่บ้านเหมือนเคย

 

“ไปแวะตรงเขาข้างหลังก่อนได้ไหมฮะ” ซานฮาพูดเมื่อใกล้ถึงบ้านตัวเอง

“อะไรนี่มันจะสี่ทุ่มแล้วนะ” ดงมินดุ เขาละมือจากเกียร์มาจับมือของคนข้างคนขับเบาๆ นิ้วเล็กๆของเด็กจอมซนลูบเขาบ้าง บีบมือเหมือนจะแกล้งบ้าง และเล่นกับมันอยู่นาน

“แต่ยังไม่หายคิดถึงเลยนิฮะ” ซานฮาอ้อน สายตาออดอ้อนที่เค้นมาตั้งแต่ขาถึงตาพยายามส่งให้ไปคนขับ แต่อีกฝ่ายเอาแต่ดูทางแล้วทำท่าเฉยเมยใส่

“พรุ่งนี้ค่อยเจอกัน ก็ได้ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่พาไปเที่ยว โอเคไหม” ดงมินขืนมือออกแล้วจับกันใหม่ ให้นิ้วทั้งสิบสอดรับกันส่งผ่านความรู้สึกอบอุ่นไปให้อีกฝ่าย

“พรุ่งนี้ก็พรุ่งนี้สิฮะ แต่วันนี้ก็อยากอยู่ด้วยกันนานๆนิน่า” ซานฮายิ้มรับสัมผัสแต่ก็ยังงอแงเหมือนเดิม จนดงมินดึงมือที่กุมอยู่มาใกล้ปาก

“ไม่ดื้อนะครับ” เสียงแผ่วเบาเอ่อยออกมาลมหายใจที่รดกับหลังมือจนซานฮารู้สึกแปลก จนยิ้มบางๆจะมาประทับอยู่บนหลังมือซานฮา

“อีกแล้ว พี่ก็ชอบทำแบบนี้ทุกที” ซานฮาก้มหน้าซ่อนแก้มร้อนๆเอาไว้ น้ำเสียงที่ตั้งใจจะทำให้ดูหงุดหงิดกลับถูกมองอกอย่างง่ายดาย

อีกแยกเดียวก็จะถึงบ้านก็เจ้าตัวยุ่งแล้วดงมินจนจอดรถชิดข้างทางเอาไว้เขาปล่อยมือออกแล้วปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเองออก ทุกๆการกระทำเรียกการเต้นของหัวใจซานฮาให้เร็วขึ้นทีละนิด จนหูเริ่มชาไปหมด

“ไหน เงยหน้ามาให้พี่ดูหน่อย ไหนว่าคิดถึงพี่ไง ทำไมไม่ยอมมองหน้ากันดีล่ะ หืม” เสียงที่ดูใจดีกว่าปกติ และดูหวานมากขึ้นเวลาที่อยู่ด้วยกันเพียงสองคน ทำให้ซานฮาหลับตาแน่น เผลอเม้มปากแน่นด้วยความเกร็ง

“คิดถึงจัง” ดงมินกอดซานฮาเอาไว้ด้วยพื้นที่ที่คับแคบในรถ และท่าทางที่ไม่สะดวกดี ทำให้หน้าขอซานฮาไปอยู่ที่ไหล่ของดงมิน แก้มร้อนที่แนบลงกับเสื้อเชิ้ตทำซานฮาสะดุ้ง เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกถึงความร้อนนั้น

“ไหนว่าคิดถึงพี่ทุกๆแบบเลยไง แบบนี้ไม่คิดถึงหรอ” ดงมินหัวเราะแหย่ๆ หัวเล็กที่พิงอยู่ที่ไหล่ส่ายไหวๆ เพื่อปฎิเสธ ดงมินลากมือลูบหลังซานฮาเบาๆ เพื่อปลอบใจให้หายเขิน และผละออก ทำให้ตาทั้งสองจะสบกันในที่สุด ซานฮาพยายามหลบสายตา และสุดท้ายก็กลับมาจ้องอยู่ที่หน้าของคนตรงหน้าอยู่ดี

“ห้ามทำตาหวานแบบนี้ให้ใครนะฮะ” ซานฮายกมือขึ้นมาลูบหน้าอีกคนเบาๆ ใช้นิ้วโป้งลูบไปที่หางตาเหมือนตัวเองกำลังหลงเข้าไปในตาโตสีดำคู่นั้น ไม่ทันจะได้ถอนตัว คนมากประสบการณ์ก็จู่โจม ขโมยลมหายใจ และปากหวานๆของเด็กชายไปแล้ว

ความคิดถึง ความรัก หรือความใคร่ อะไรเป็นแรงผลักทำให้ดงมินไม่สามารถจะควบคุมตัวเองได้ก็ไม่รู้ มือเล็กที่จับเสื้อและหลังของเขา ท่าทางที่ไม่ประสีประสา และไม่คุ้นชินกับสัมผัส ยิ่งทำให้ลมหายใจร้อนๆของซานฮาถูกดงมินชวงชิงไปมากขึ้น ริมฝีปากที่มักระบายไปด้วยรอยยิ้มของดงมิน ซานฮาเคยคิดว่ามันเหมือนลูกกวาดเคลือบน้ำตาล แต่นับวันที่ได้สัมผัสมากขึ้น เขายิ่งรู้ว่ามันเป็นเหมือนยาพิษ ที่ทำให้จิตใจเขาสั่นไหว และลุ่มหลง การหายใจที่ติดขัดเพราะจังหวะที่เร่งเร้า ผลัดกับอ่อนหวานจนเด็กชายเผลอก้มหน้าหนี และทึงเสื้อ กระท้วงขออากาศ แต่กลับมีเพียงแค่สัมผัสจากมือที่เชิดคางของเจ้าตัวขึ้นให้รับสัมผัสมากขึ้น

ความรู้สึกที่เหมือนเติมเท่าไรก็ไม่เต็ม และการสัมผัสที่ยิ่งมากขึ้น ยิ่งโหยหาทำให้ดงมินค่อยๆถอนตัวออกช้าๆ ริมฝีปากเขายังคงพรมจูบเด็กตรงหน้าอย่างยากจะห้ามใจ จนเข้าต้องข่มตาเม้มปากแน่น แล้วหันไปหยิบน้ำข้างๆให้อีกคนได้ดื่ม เพื่อดับอารมณ์ร้อนที่ก่อตัวภายใน

ลมหายใจถูกถอนออกยาวๆทั้งจากผู้โดยสารที่เพิ่งโดนกระทำชำเรา และคนขับที่ยังหยุดเลือดในกายไม่ให้พลุ่งพล่านได้ แต่รถก็ค่อยๆขับต่อไปจนถึงหน้าบ้านของเด็กชายในที่สุด

“ฝันดีนะฮะ” ซานฮาพูดแล้วหันหลังลงจากรถ ท่าทางเหนียมอายที่หาได้ยากจากเจ้าตัว ทำให้ดงมินอมยิ้มและตอบรับอย่างรวดเร็ว

“เหมือนกันนะ ฝันดีครับ ซานฮาพี่รักเรานะครับ”

 

“เซ็งชิบ” มินฮยอกบ่น ทันทีที่พี่ดงมินมาส่งเขาที่หน้าสถานี เขาก็รีบกล่าวลาไอพี่อีกคนแล้วเดินหนี เขาทำตัวเหมือนไม่เคยรู้สึกไอพี่นั้นทันที แต่เวรกรรมเหลือเกินที่ต้องมาเจอคนที่หนีบนขบวนเดียวกัน คนวันศุกร์อย่างนี้ทำให้คนใช้บริการรถใต้ดินเยอะกว่าปกติ และคนในรถนี้มันเยอะจนทำให้เขาจำเป็นต้องยืนเบียดไอตี่นี้ด้วยเนี่ยสิ โคตรเซ็ง

“บ่นไร” มุนบินถาม มือเรียวควานหาหูฟังในกระเป๋าสะพายของตัวเอง

“เปล่า” มินฮยอกตอบแบบไม่มีหางเสียง เขาเองก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่เริ่มทำแบบนั้น

“เฮ้ยๆ ทำตัวให้มันดีๆหน่อย” สีหน้าท่าทางที่เปลี่ยนจากสบายๆ กลายเป็นดุ คิ้วหนาขมวดแน่นตาจ้องมาที่หน้าของมินฮยอก แรงกดดันที่พุ่งตรงมาจนมินฮยอกต้องกระแอมแล้วก้มหัวขอโทษ

“ก็พี่พูดไม่ดีก่อนนิ..ครับ” มินฮยอกพูดตามที่ใจคิด เบนสายตาออกไปที่นอกหน้าต่าง

“เรื่องอะไร” มุนบินจี้ต่อ จนมินฮยอกได้แต่ถอนหายใจ

รถไฟนี่แม่งวิ่งช้าไปไหนวะ

“ไม่เคยมีคนแซวว่าเตี้ยไง” มุนบินยิ้มเยาะ

“เคย แต่ไม่เคยเจอคนที่เจอกันครั้งแรกล้อวะพี่” มินฮยอกจ้องหน้าอีกฝ้ายกลับ อารมณ์ร้อนพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

“อะไรวะ งั้นก็ขอโทษแล้วกัน เอาใหม่ได้มะ มาทำความรู้จักกันใหม่” มุนบินใช้หลังมือตีไปที่ท้องเด็กชายเบาๆให้มาจับมือ ทำความรู้จักกันใหม่

“ไม่ดีกว่าครับ” คนตัวเล็กตอบแล้วหันไปมองชื่อสถานี แค่สามสถานีทำไมมันนานนักนะ

พี่ชายที่ตัวโตกว่าจึงได้แค่ยักไหล่แล้วทำตามนั้น เด็กชายทั้งสองจึงตัดสินใจให้คนที่ยืนข้างๆเป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมโลกเท่านั้น

 

“พี่มุนบินเท่โคตรอะ หน้าตาก็ดี เท่ก็เท่ สอนก็เก่ง” ซานฮาคุยกับเพื่อนขณะกินข้าวเที่ยงกันในโรงอาหาร

“ห่ะ?” มินฮยอกเงยหน้าขึ้นมาฟังอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้ยินชื่อนี้อีก แถมมากับคำขยายคุณสมบัติแบบไม่น่าจะเป็นจริงอีกแล้ว

“ตลกด้วยนะเว้ย ยิงมุกมาที ขำฉี่จะเล็ด” ซานฮาตีไหล่เพื่อนที่อยู่ด้านตรงข้ามยิกๆ

“แล้วไงวะ”

“ก็.. แกจะเรียนพิเศษนิ” ซานฮาค่อยๆเผยไต๋ออกมา

“แล้วไง” มินฮยอกดูดตะเกียบรอฟังคำต่อไป

“ก็.. ถ้าแกจะเรียนกับพี่ดงมิน ฉันก็ได้เจอพี่เขาน้อยลงไปอีกอะดิ” ซานฮายิ้มตาปิด

“น้า” เพื่อนตัวสูงลากเสียงยาว รัวขาเตะเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

“โอ๊ะๆๆ ไอนี่ จะเตะหาอะไรวะ” มินฮยอกตะโกนด่าแล้วเตะหน้าแข้งเพื่อนกลับ

“น้า แกก็รู้นิพี่เขาให้ความสำคัญกับฉันแทบจะเป็นอย่างสุดท้ายในชีวิตอยู่แล้วนะเว้ย” ซานฮาคอตกเรียกร้องความน่าสงสารให้หนักขึ้น

“แต่แกก็ไม่ได้เรียนกับพี่เขาทุกวันอยู่แล้วนิ” มินฮยอกเถียง

“แล้วไม่ต้องเดท ไม่ต้องกุ๊กกิ๊กกันเลยไง!  ซานฮาตบโต๊ะโวยวาย ก่อนจะตัดบท

“แกไปเรียนกะพี่มุนบินเหอะ” ซานฮาสรุปกอดอกพยักหน้าเอออออยู่ลำพัง

“แล้วทำไมแกไม่เรียนกับพี่เขาเองอะ แล้วฉันก็เรียนกับพี่ดงมินวันเดียวกัน แล้ววันอื่นแกอย่างจะกิ๊กกั๊กอะไรกันก็เชิญ” มินฮยอกเสนอ

“แต่..” ซานฮายังไม่ทันเถียงคู่สนทนาก็ใช้ตะเกียบชี้หน้าเขาแล้วพูดแทรกขึ้นมาก่อน

“ยิ่งห่างกัน มันยิ่งทำให้คิดถึงกันนะเฟ้ย แล้วที่นี้แกจะขออะไรพี่เขาก็ตามใจแกหมดนั้นแหละ เชื่อฉันดิ ผมปาร์ค มินฮยอกนะครับ เรื่องงี้ไม่เคยพลาด” เขาจูงใจ

“คิดดูไอพี่นั้นสนิทกับแกจะตาย แถมเอ็นดูแกอีก ถ้าเข้าทางเพื่อนพี่ดงมินได้อีกคน พี่ดงมินเขาไม่รักแล้วจะไปรักใครที่ไหนได้วะไอซานฮา” มินฮยอกตบเข่าฉาด

“แถมดีไม่ดี พี่เขาอาจจะเห็นใจแก จัดให้แกได้อยู่กับพี่ดงมินบ่อยก็ได้นะเว้ย คิดดูดิ ฟินกว่านี้ไม่ได้แล้ววะ เอาจริง” มินฮยอกขายฝันเหมือนเซลล์ขายคอสลดน้ำหนัก

“แล้วเพื่อนที่แสนดีอย่างฉันเนี่ยจะปูทางแกเอง จะย้ำความดีความชอบของแกให้พี่เขาทุกวันที่เจอเลยเอา!

“ขนาดนั้นเลยหรอวะ” ซานฮาเริ่มจะเคลิ้มตาม จนในที่สุดก็ตัดสินใจโทรไปหาคุณครูสุดที่รัก

“ไง” เสียงจากปลายสายสดใสเหมือนเคย จนซานฮาแอบยิ้มทันทีที่ได้ยิน

“คิดถึงจังฮะ” ซานฮาพูดแล้วก็หัวเราะออกมา

“ฮะๆ พี่ก็คิดถึงนายเหมือนกัน” เสียทุ้มกดให้ต่ำลงจนซานฮารู้สึกว่าคำพูดนั้นเป็นของเขาคนเดียว

“โอ๊ะ ผิดปกตินะฮะ ปกติพี่ไม่เคยตอบผมนิหน่า” เด็กชายแซวแก้เขิน พร้อมนวดใบหูตัวเองเบา ไล่ความร้อนชาให้ออกไป

“ก็ช่วงนี้เราไม่ค่อยเจอกันนิ” เด็กหนุ่มตอบ ย้ำคำพูดของเพื่อนเขาเมื่อกี้เข้าไปอีก

“นี่.. พี่ดงมินฮะ” ซานฮาพูดแล้วหยุดสูดลมหายใจอีกครั้ง

“ผมขอเรียนกับพี่มุนบินได้ไหม แล้วให้พี่สอนไอมินฮยอกมัน” ซานฮาถามเสียงเบา

“...” เมื่อเห็นว่าอีกฝั่งไม่ตอบรับกลับมาเขาจึงเริ่มอธิบายต่อ

“คือ ผมกลัวพี่จะเหนื่อยถ้าต้องสอนทั้งสองคน แล้วจะให้ไอมินฮยอกมันเรียนกับพี่มุนบินเขาก็คงไม่ไหว พี่ก็เห็น”

“อืม”

“ได้ไหมฮะ” ซานฮากดโทรศัพท์ให้แนบกับหูที่สุดเพื่อฟังเสียงต่อรับ

“จะว่าได้มันก็ได้หรอก แต่ที่ว่ากลัวพี่จะเหนื่อยไม่ต้องห่วงนะ พี่รู้ดีว่าพี่มีเขตจำกัดแค่ไหน ไม่ต้องเป็นพี่ห่วงพี่หรอก” คำพูดที่ดูเหมือนคำต่อว่าจากอีกฝั่งทำซานฮาคอตกอย่างหมดแรง จนอยากจะย้อนเวลากลืนคำพูดพวกนั้นกลับมาให้หมด

“พี่ไม่ได้ดุเรานะครับ แต่เรื่องเรียนพิเศษกับเรื่องที่เราคบกันเป็นคนละเรื่องกันนะซานฮา พี่ต้องตัดสินใจเรื่องนี้จากมุมมองที่พี่เป็นครูของเรา เป็นคนที่ต้องดูแลรับผิดชอบการเรียนของเรา เข้าใจพี่ใช่ไหมครับ” ดงมินพูดอย่างใจเย็น น้ำเสียงราบเรียบเหมือนปกติ แต่ใจที่ไม่มั่นคงของซานฮาทำให้น้ำเสียงนั้นดูห่างเหิน และชวนให้เสียใจยังไงไม่รู้

“ฮะ” ซานฮาตอบเสียงหงอย

“ถ้าในฐานะแฟนพี่คงจะตอบไปเลยว่าไม่ได้ เพราะพี่อยากเจอเรา อยากสอนเรา อยากไปรับไปส่งเรา” ดงมินเสริมขึ้นทันทีที่ได้ยินเสียงไม่ดีจากอีกฝั่ง

“แต่ในฐานะครู พี่ไม่มั่นใจว่าเราจะย้ายไปเรียนกับมุนบินดีรึเปล่า เพราะมันเองก็มีงานพิเศษอยู่แล้วสองงาน คงไม่มีเวลาดูแลเรา” ดงมินเงยหน้าขึ้นมองตารางสอนของคนที่จัดไว้เพื่อสอนเด็กชายทั้งสองคน

“แถมมันยังไม่เคยสอนเรามาก่อน สอนแค่ชั่วคราวมันก็คงจะพอไหว แต่ถ้าเรางอแงขึ้นมา พี่ว่ามันคงจะมีเรื่องแน่” ดงมินพยายมพูดแซวให้อีกคนยิ้มออก

“แล้วถ้าพี่สอนเราทั้งสองคนเองน่าจะดีกว่า เพราะพี่รับปากกับมินฮยอกไว้แล้วด้วย”

“ที่สำคัญที่สุด เพราะซานฮาเป็นลูกศิษย์คนแรกของพี่ คนสำคัญที่สุดของพี่” ดงมินหยุดพูดแล้วจ้องมองกระดาษตรงหน้า ที่เขาเผลอเขียนอะไรลงไปอย่างลืมตัว

ของฉัน

“เข้าใจแล้วฮะ! เอางั้นก็ได้ฮะ แล้วงี้จะให้ผมบอกนัดวันเรียนไอมินฮยอกเมื่อไรดีฮะ” ซานฮาตอบเสียงสดใส พยายามสลัดความคิดทั้งหมดออกไป

“อืมม พี่ยังจัดตารางไม่เสร็จเลย งั้นเดี๋ยวพี่โทรหามินฮยอกเองก็ได้ แต่วันนี้สัญญาแล้วนะว่าจะไปเที่ยวกัน” ดงมินฉีกยิ้มกว้างขึ้น

“เอ๋ เอาจริงหรอฮะ นึกว่าพี่จะพูดหลอกให้ผมลงจากรถเฉยๆซะอีก” ซานฮาบ่นแล้วหัวเราะลอดออกมาให้อีกฝั่งได้ยิ้มตาม แต่อีกฝ่ายกลับเงียบไปอยู่นานจนซานฮาต้องยกโทรศัพท์มาดูว่าสายตัดไปแล้วรึยัง

“มาคอนโดพี่ไหมครับ” ดงมินถาม ประโยคที่ไม่ได้แปลกใหม่อะไรสำหรับเด็กชายทั้งสองคน เพราะซานฮาเองก็ไปนั่งเล่นรึไปเรียนพิเศษที่ห้องของดงมินบ่อยๆ แต่ตั้งแต่คบกันทั้งสองก็เคยทำแบบนั้นอีกเลย รึแม้แต่ไปเที่ยวที่ดูเหมือนเดทอะไรแบบนั้น

“เงียบแปลกว่าตกลงนะครับ” พี่ชายถามอีกครั้ง ถึงจะเป็นคนเอ่ยปากถามเองแต่เลือดในกายของดงมินเองก็พุ่งพล่านไม่หยุดตั้งแต่คิดจะเอ่ยถาม หัวใจเต้นดังจนเขากลัวว่าจะกลบเสียงตอบรับจากอีกฝ่าย

“จะมารับไหมฮะ” ซานฮาพยายามกลั้นยิ้มจนสุดแรง เลือดที่สูดฉีดไปทั่วทั้งหน้าและใบหูทำเอาเขาต้องควานหาขวดน้ำมาแนบแก้มเพื่อระบายความร้อนออกไป

“ได้สิ”

“เจอกันตอนสี่โมงนะฮะวันนี้ผมเลิกเร็ว” เด็กชายตัวเล็กหัวเราะคิกคัก เหมือนบอกว่าอดใจรอเจออีกฝ่ายไม่ไหว

“ครับ”

“รักนะฮะ” ซานฮาตอบด้วยเสียงแผ่วเบาเหมือนกระซิบ แต่อีกฝ่ายกลับตัดสายเขาไปซะยังงั้น

“อะไรวะ” ซานฮาคว่ำปากแล้วทำหน้างอนใส่โทรศัพท์ก่อนจะยิ้มออกอีกครั้งเมื่อคิดว่าอีกสามชั่วโมงก็จะได้เจอหน้าคนที่คิดถึงแล้ว

 

 

“รอนานไหมฮะ” ซานฮาวิ่งขึ้นมาบนรถ กอดกระเป๋าสะพายของตัวเองแน่น

“อืม นิดนึงน่ะ พี่เลยเอาหนังสือมาอ่านรอ” ดงมินชูหนังสือประวัติศาสตร์เล่มหนาให้ดูที่ตนอ่านผ่านไปแล้วเกือบครึ่งเล่ม

“โห้ อ่านไปเยอะขนาดนี้แล้วหรอฮะ ขอโทษนะฮะ รอนานมากแน่เลย” ซานฮาเอื้อมไปว่างกระเป๋าที่เบาะหลังแล้วจัดการคาดเข็มขัดให้เรียบร้อย

“ไม่หรอกพี่อ่านค้างเอาไว้เยอะแล้ว อะฝากวางหน่อยนะ” ดงมินวางหนังสือเล่มหนาไว้บนตักซานฮาแล้วเอื้อมมือไปยีหัวเล็กเบาๆ

“แวะหาอะไรกินก่อนไหมฮะ รึว่าจะซื้ออะไรกลับไปกินดี” ซานฮาเสนอทางเลือกขณะที่เปิดวิทยุในรถ ซานฮาเคยถามดงมินอยู่หลายครั้งว่าเครื่องเสียงในรถเสียรึเปล่า เพราะช่วงแรกที่เขามานั่งในรถเขาไม่เคยเห็นเจ้าของรถเปิดเพลงฟังเลยสักครั้ง แถมไม่ได้ใส่ซีดีรึไฟล์เพลงไว้เลยด้วย จนในที่สุดเด็กชายตัวเล็กก็ทนความเงียบไม่ไหวต้องขออนุญาติเปิดเพลง จนกลายเป็นนิสัยประจำที่เขาจะต้องเปิดเพลงทุกครั้งที่ขึ้นมาบนรถสีขาวคันนี้

“แวะไปบ้านนายก่อนดีกว่า” เจ้าของรถพูดพร้อมกดลดเสียงวิทยุ

“ไปไมอะฮะ” ซานฮาเลิกคิ้วถามขณะที่ยังเลือกสถานีเพลงอยู่

“ไปขอนายกลับแม่ไง” ดงมินพูดยิ้มๆ จนซานฮาถึงกับต้องถลึงตาใส่ แต่พอเห็นอีกฝ่ายหัวเราะกลับมาจึงไม่ได้คิดอะไร

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

5 ความคิดเห็น