คัดลอกลิงก์เเล้ว

When I die ในวันที่ฉันพัง

โดย Gaoth

คุณเคยคิดไหม ? อะไรคือขีดจำกัดของการเป็นลูกที่ดี น้ำหนักสิ่งที่คุณควรทำ และสิ่งที่คุณอยากทำ น้ำหนักของความสุขกับน้ำหนักของหน้าที่ ลองมาฟังเรื่องของฉันดูไหม ?

ยอดวิวรวม

61

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


61

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 ธ.ค. 58 / 03:35 น.
นิยาย When I die ѹѹѧ When I die ในวันที่ฉันพัง | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

ในวันที่ความเครียดสะสมในฟันเฟืองจนมาถึงจุดแตกหัก สิ่งที่ฉันได้รับไม่ใช่น้ำมันดี ๆ เฟืองซี่ใหม่ หรือการพักผ่อน เธอยังคงดันทุรังใช้ฉันไปจนกระทั่งหัก และพังลงในที่สุด… 

 

มองมาที่ฉันสิ ... ท่านเคยคิดถึงขีดจำกัดของฉันหรือเปล่า

คุณเคยคิดบ้างไหมว่าทำไมฉันถึงได้ดีไม่เท่าใคร

มองมาที่ฉันอยู่หรือเปล่า ... หรือคุณกำลังมองใครที่สะท้อนในตาคู่นี้

คุณเคยมองเห็นฉันจริง ๆ หรือเปล่า

เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 ธ.ค. 58 / 03:35


มันเริ่มขึ้น นานมากแล้ว นานจนเกินกว่าที่ฉันจะอดทนเก็บมันเอาไว้ได้อีกต่อไป

                มีใครบางคนเปรียบลูกของคนเองเป็นดั่งแก้วตดวงใจ เป็นสมบัติล้ำค่า เป็นดั่งดวงใจเพียงหนึ่ง เป็นครึ่งชีวิต พ่อแม่ของฉันก็คิดแบบนั้น พวกเขาเปรียบลูกสาวและลูกชายเป็นดาวดวงน้อยดวงนิดที่ทำให้ท้องฟ้าสวยงามเสมอแม้ในวันที่อุปสรรคถาโถมเข้าใส่ชีวิต แต่สำหรับฉันมันไม่ใช่ ถ้าจะให้เปรียบฉันคิดว่าพวกเราก็เหมือนกับรถ เหมือนเครื่องจักร เหมือนยานยนต์ที่สักวันหนึ่งก็จะตกรุ่นและพังเอาเสียง่าย ๆ พวกเขาจึงต้องคอยทะนุบำรุงรักษาพวกเรา

                ใช่ ฉันคือรถเก่า ๆ คันหนึ่งที่วิ่งอยู่บนเส้นทางชีวิตมาสิบห้าปีโดยแทบไม่ได้หยุดพัก ผ่านเส้นทางและทางแยกมามากมายเป็นแสน ๆ ไมล์ ฉันเป็นพี่คนโตเหมือนรถคันแรกในชีวิตของพวกท่าน คงไม่แปลกที่พ่อกับแม่จะรักและดูแลอย่างดี ถึงแม้พวกเราไม่ได้มีเงินมากมายเหมือนคนอื่น ๆ ไม่ได้มีหน้ามีตา ไม่แม้แต่จะมีบ้านเป็นของตนเอง ไม่มีเสื้อผ้าสวย ๆ ใส่ แต่ฉันกลับไม่เคยรู้สึกด้อยกว่าใคร ไม่เคยรู้สึกว่าตนเองเป็นแค่รถเก่าซอมซ่อสีถลอก ไม่เคยอิจฉาใครต่อใครที่แต่งตัวดูดีมีผ่อนผ้าอาภรณ์ตกแต่งอย่างเจ้าหญิงในนิทานที่ใฝ่ฝัน

                หืม ? พวกท่านคงรักฉันมาก ? มีเวลาอยู่กลับครอบครัว ?

                โอ้ มันก็ทั้งใช่ และก็ไม่ พวกท่านรักฉันมาก และไม่ พวกเราไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน ในช่วงวัยเด็กแม่เลี้ยงฉันอย่างใกล้ชิดแค่พอประสีประสาหลังจากนั้นเวลาเดียวที่เราจะได้อยู่ด้วยกันคือเวลาอาหารเย็นเท่านั้น พ่อจ้างพี่เลี้ยงมาอยู่เป็นเพื่อนที่บ้าน หล่อนเอาแต่ดูโทรทัศน์และปล่อยให้ฉันเลี้ยงน้อง นอกจากซื้อข้าวเข้ามาให้ที่บ้านก็แทบไม่มีอะไรเลย ตั้งแต่นั้น ฉันได้เรียนรู้ว่านอกจากตัวเอง ไม่มีใครอื่นเลยที่สามารถพึ่งได้

                ดีกว่าคนที่ไม่มีทั้งพ่อหรือแม่ ? ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอก ฉันไม่ได้จะบอกว่ารู้สึกด้อยกว่าใคร เราพี่น้องมีเท่าที่คนอื่นมี หรือมากกว่า พวกท่านพร่ำสอน คอยตักเตือนและบอกว่ารักพวกเรามากแค่ไหน แต่ยิ่งนานวันมันก็ยิ่งน้อยลงไปเรื่อย ๆ ฉันต้องทำตัวเป็นลูกสาวที่แสนจะน่าภูมิใจเพื่อให้ได้สัมผัสความรักอันหอมหวานนั้นอีกครั้งโดยต้องแลกด้วยการเป็นหน้าตาของครอบครัว คอยช่วยงานทุกอย่าง ในขณะที่พวกท่านคอยดูแลประคบประหงมน้องราวกับไข่ในหิน

ความเป็นเด็กของฉันลดลงจนแทบไม่มีอยู่ในตั้งแต่อายุย่างเข้าหกขวบได้ พวกเราย้ายมาอยู่ต่างจังหวัด ทำไร่ทำสวน อยู่อย่างพอมีพอกิน เพราะรายได้ที่ไม่แน่นอนและคำติฉินนินทาจากบรรดาญาติ ๆ ทำให้แม่เริ่มอารมณ์ไม่ค่อยปกติ ท่านเริ่มกลัวในสิ่งที่ไม่เคยกลัว เกลียดในสิ่งที่ไม่เคยเกลียด โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอย่างที่ไม่เคยเป็น ฉันพยายาม พยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อดูแลแม่ ดูแลน้อง และทำตัวเป็นลูกที่ดีไม่ให้ครอบครัวนี้รู้สึกขาด ไม่ให้พวกเราต้องเป็นเบี้ยล่างใคร ต้องเรียนอย่างหนักเพื่อให้ได้เกรดดี ๆ ต้องทำในสิ่งที่ไม่อยากทำ ใส่เสื้อผ้าที่ไม่อยากใส่ ต้องเข้มแข็ง ต้องแข็งแกร่ง ต้องไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด ทั้งหมดเพื่อให้ใครต่อใครมองว่าพ่อกับแม่ไม่เคยทำให้ฉันด้อยค่าลง ชีวิตของฉันมีเพื่อพวกท่าน สองขานี้เดินเพื่อพวกท่าน ฉันเป็นรถคันเก่าที่พยายามวิ่งไปบนเส้นทางที่ฝืดฝืนเพื่อให้พ่อแม่ และน้องชายได้ในสิ่งที่พวกท่านต้องการ

ส่วนความต้องการของฉันน่ะหรือ ?

 

มันไม่จำเป็นหรอก

 

ไม่จำเป็นเลย ฉันไม่เคยซื้อในสิ่งที่อยากได้ และไม่คิดเรียกร้องอะไรก็ตามที่พวกท่านไม่ปรารถนาจะส่งมอบให้ เพราะอะไร ? เพราะมันไม่ใช่สิทธิ์หน้าที่ ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องหรือหยุดพัก ไม่มีสิทธิ์พูดหากไม่มีใครสั่งให้พูด ไม่มีสิทธิ์ที่จะไม่ทำ มีแต่จะต้องทำต่อไปเรื่อย ๆ เท่านั้น เพราะฉันคือรถ คือเครื่องจักรกลชิ้น มีหน้าที่ต้องทำให้ทั้งสองมีความสุขไร้กังวล พวกท่านให้มามากเท่าไหร่ฉันก็ต้องตอบแทนให้ได้มากกว่านั้น ไม่ว่ามันจะลำบากแค่ไหนหรือทำให้ฉันต้องพังลงกี่ครั้ง ฉันก็จะทำ จะแล่นต่อไปแม้ว่าถนนสายนั้นเป็นดินโคลนหรือลูกรังดินบ่อ

มีบางครั้งที่ฉันถูกใช้งานจนยับเยินเกินกว่าจะไปต่อ พวกท่านจะคอยดูแลอยู่ข้าง ๆ ไม่หนีหายและคอยหาอะไหล่ฟันเฟืองมาทดแทนสิ่งที่พังไปทำให้ฉันสามารถกลับมาทำหน้าที่ของตนเองได้อีกครั้ง แต่กระนั้นเลย พวกท่านจะรู้หรือเปล่า ? อะไหล่พวกนั้นไม่ได้ทำให้กลับไปเหมือนเดิม

ข้อผิดพลาดของฉันเริ่มส่อออกมาในขณะที่แม่ก็เริ่มเบื่อกับสิ่งที่พลาดพวกนั้นแม้ว่าจะพยายามปรับปรุงตัว ท่านมองออกไปนอกครอบครัวเล็ก ๆ ของเรา เห็นลูกของคนอื่น พวกเขาดูดีกว่า เก่งกว่า และดีกว่าฉัน ดูเป็นรถที่ทันสมัยกว่า เร็วกว่าและสวยกว่ารถเก่า ๆ คันนี้ แม่เริ่มเปรียบเทียบ ท่านรู้สึกว่าฉันยังทำได้มากกว่านั้น มากกว่าพวกเขา มากขึ้น และมากขึ้น บางทีอาจเป็นเพราะมัวแต่เปรียบเทียบท่านก็เลยลืมไปว่าสิ่งที่กำลังเปรียบเทียบนั้นมันมีตัวแปรที่ต่างกันโดยสิ้นเชิงในเมื่อแม่มองข้อดีของลูกคนอื่นแล้วนำมาเปรียบเทียบกับข้อเสียของลูกตนเอง


ไม่ว่าท่านจะรู้หรือไม่ แต่ฉันเจ็บเหลือเกินตอนที่ท่านกลายเป็นอีกคนที่มองไม่เห็นคุณค่าของฉัน


ชีวิตนี้อุทิศให้แก่การสวมหน้ากากแสนสวยเพียงให้ญาติ ๆ มองว่าฉันเป็นเด็กดีมากแค่ไหนและการอ่านหนังสือกองสูงเทียมหัวที่เกลียดหนักหนาเพื่อสร้างผลสัมฤทธิ์อันน่าพึงพอใจ ความรู้สึกของฉันถูกยกวางไว้ข้าง ๆ พร้อมกับงานอดิเรกและสังคมเพื่อน น่าแปลกที่ตอนนั้นพ่อทักว่าฉันดูซึมไป ดูเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจ ในขณะที่แม่พูดในสิ่งที่ทำเอาฉันแทบจะสวมรอยยิ้มไม่ทัน

 

เป็นอะไรน่ะเรา ช่วงนี้ทำตัวดีขึ้นนะ พยายามสอบให้ได้ล่ะ ถ้าลูกสอบได้พวกเขาคงหน้าแตกแน่เลย

 

หมายความว่ายังไงกัน ? ก่อนหน้านี้ฉันทำตัวไม่ดีงั้นเหรอ ? ความพยายามของฉันมีไว้เพียงเพื่อหักหน้าคนอื่นสินะคะ แต่ก็เหมือนเดิม ฉันมีปาก แต่ฉันไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้น เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่แม่อยากฟัง ฉันไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะร้องไห้เสียใจกับสิ่งที่ท่านคิด สิ่งที่เป็นกรรมสิทธิ์ของฉันคือรอยยิ้มและความสำเร็จเท่านั้น ต้องยิ้มรับและทำตามความต้องการของพวกท่านจนสำเร็จลุล่วง มีเพียงเท่านั้น

ยิ่งฉันสอบได้มากเท่าไหร่ ได้รางวัลมากขึ้นเท่าไหร่ พูดจาเสแสร้งแกล้งยิ้มไปมากท่าไหร่แม่ก็จะยิ่งมีความสุข ซึ่งฉันก็ดีใจ หรือเปล่านะ

 

เมื่อเคยได้ก็ยิ่งต้องการมากขึ้นเข้าไปอีก และความต้องการนั้นมักต้องการเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียวโดยไม่มีการแลกเปลี่ยน

 

พ่อบอกว่ามันคือความต้องการอันไม่สิ้นสุดของมนุษย์ เป็นสัจจะธรรมที่มนุษย์ทุกคนไม่อาจหลีกพ้น แม่ก็เหมือนกัน มากขึ้นอีก และมากขึ้นอีก ฉันอ่านหนังสือพวกนั้นมากขึ้น ทำข้อสอบมากขึ้น ชีวิตของฉันมีเพียงตัวเลขและตรรกะตามหลักการให้เหตุผลเท่านั้น ความรู้สึกคืออุปสรรคอันหนักอึ้งบนสองบ่า ความสุขเล็ก ๆ ของฉันกลายเป็นขวากหนานขวางกันความสุขของแม่  การจะตัดพวกมันทิ้งไปคงไม่เป็นไรกระมัง ในเมื่อ

 

ความสุขของแม่คือความสุขของฉันเหมือนกัน

 

ยิ่งนานวัน ฉันเหนื่อยล้าเหลือเกิน เหนื่อยเกินกว่าที่จะแล่นไปบนทางสายเดิมที่วิ่งมาตลอดด้วยความเร็วเท่าเดิม ฉันไม่อาจตามทันความต้องการของแม่ได้อีกต่อไป อุปสรรคและขวากหนานกลับมาถ่วงขาเอาไว้จนแทบไม่อาจก้าวเดินได้อีกต่อไป ฉันรู้สึกแน่นหน้าอกและอับจนคำพูดในทุกครั้งที่ได้ยินคำตำหนิดุด่า มันเป็นแรงผลักดันทางลบที่ไสส่งฉุดกระชากให้รถคนเก่านี้วิ่งต่อไปเรื่อย ๆ ด้วยล้อที่ลมรั่วและแบนเกินกว่าจะเขยื้อนขยับไปข้างหน้าได้

ฉันยังฝืนต่อไป ฝืนไปเรื่อย ๆ จนเกิดความผิดพลาดใหญ่หลวงขึ้น เกรดปีนั้นมันไม่ดีเอาเสียเลย ฉันไม่สามารถทำตามที่แม่ต้องการได้

 

                แม่ผิดหวังในตัวลูกมาก

 

หรือบางทีนี่จะเป็นขีดจำกัดของฉัน ? แค่นี้เหรอ ? ไม่ ฉันยังไปได้ต่อ ต้องไปต่อ แค่ต้องการโอกาส  โปรดซ่อมฉันอีกซักครั้ง ต่อให้เป็นอะไหล่ชั่วคราวหรือของเหลืออะไรก็เอา ขอให้ได้ไปต่อเท่านั้น อย่าพึ่งสิ้นหวังในสิ่งที่ฉันเป็น ว่าจะไป พวกท่านได้ยินหรือเปล่านะ ? ดูเหมือนจะไม่นะ ในเมื่อพ่อบอกให้ช้าลง ส่วนแม่บอกให้เร่งไป ฉันควรจะทำยังไง

ในขณะที่กำลังสับสนอยู่นั้น พวกท่านก็เลี้ยวหัวกลับกันอย่างง่ายดายในขณะที่ล้อแบน ๆ ของฉันทำได้แค่ไถลตกข้างทางครั้งแล้วครั้งเล่า แม่หันไปหวังกับน้องชาย น้องที่ไม่เคยทำอะไรผิดพลาด เขาดีกว่าฉันเหรอ ?

 

ไม่ เขาไม่ได้ดีกว่า แต่เขาไม่เคยทำอะไรเลยจึงไม่เคยมีข้อบกพร่อง

 

แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้แม่ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ ท่านก็ยังคงชม ยังยกยอ และคิดว่าสิ่งที่น้องทำดีกว่าที่ฉันทำได้ เมื่อไปทวงถามสิ่งที่ได้กลับมามักจะไม่ใช่คำตอบที่สมเหตุสมผลนัก เพราะเขาเป็นน้อง เพราะอายุน้อยกว่า แค่นี้ก็ดีแล้ว ? แล้วตอนที่ฉันอายุเท่าเขา ฉันทำได้น้อยกว่าตรงไหน ? ตอนที่ฉันอายุเท่ากับเขา เขาก็ยังเด็กกว่างั้นหรือ ? อ้อ ลืมไป ฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะถามในสิ่งที่ไม่จำเป็น

ฉันคิดว่ายังทนได้ คงทนมันต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อความสุขเล็ก ๆ จอมปลอมนี่ แต่ดูเหมือนว่ารถคันนี้จะเก่าและเปราะบางเกินกว่าที่จะแล่นต่อ

เมื่อไม่นานมานี้ หลังกลับจากการท่องเที่ยวในวันหยุดยาว ฉันเหนื่อยมาก อยู่ที่นั่นถึงแม้ว่าจะได้ไปในที่ที่ไม่เคยไป ได้สัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่ แต่ฉันก็ยังต้องทำงาน ต้องช่วยงานแม่ในขณะที่ปล่อยให้น้องเล่นเกม ต้องปั้นหน้ายิ้มตามมารยาทรับลูกค้าของแม่ที่แวะเข้ามาทักทาย เวลานอนนานที่สุดของฉันคือสี่ชั่วโมงก่อนจะออกไปหาซื้อของและเดินเตร่กับพ่ออีกตลอดทั้งวัน เป็นแบบนี้อยู่ทั้งสัปดาห์ก่อนที่จะรีบกลับบ้านเพื่อส่งแม่ที่ท่ารถแต่เช้า

คุณเชื่อไหม ? ถ้าบอกว่าเรากลับมาถึงบ้านกันตอนตีสอง ฉันกลัวว่าถ้าหลับไปจะตื่นไม่ทันได้ส่งแม่ โชคดีที่ในรถก็ได้พักสายตามาพอสมควรเลยรอท่านตื่นได้จนถึงตอนเจ็ดโมงกว่า ๆ ฉันเตรียมอาหารเช้าทั้ง ๆ ที่ไม่ได้นอน ใช้มีดทั้ง ๆ ที่ตามองทุกอย่างกลายเป็นภาพความคมชัดต่ำ หลังจากจัดการทุกอย่างจนเสร็จสิ้น แม่บอกให้รอเปิดบ้านให้ญาติคนหนึ่งที่ไม่ได้บอกว่าจะมาถึงตอนไหน

ฉันนั่งรอจากแปดโมงเช้า ผ่านไปจนถึงบ่าย หัวค่ำ เที่ยงคืน จนกระทั่งตีหนึ่งครึ่งก็ยังไม่มีใครมา พ่อก็หลับไปก่อนแล้วเพราะขับรถมาเหนื่อย ฉันรอ รอจนหลับไป โทรศัพท์ถูกวางไว้ข้างหัวเตียงด้วยกลัวจะมีใครโทรมา ประตูบ้านแง้มเปิดไว้เผื่อว่าถ้าใครมาเรียกจะได้ตื่นทัน 

ตีห้ากว่า ๆ มีสายเรียกเข้ามาเพียงสายเดียวเท่านั้น สาบานเลยว่าเป็นเพียงสายเดียวเท่านั้นจากแม่ บทสนทนาในตอนนั้นทำเอาสิ่งที่ฉันพยายามอดทนเอาไว้ทั้งหมดพัง พังเละเทะไม่มีชิ้นดีราววัสดุที่มีความเครียดสะสมจนถึงจุดแตกหักถูกสะกิดจนเสียรูป

 

" หัวหายไปไหนกันหมด ! โทรไปก็ไม่มีใครรับสาย โทรศัพท์ โน้ตบุ๊กน่ะมีไว้ทำอะไรไม่ใช้ให้เป็นประโยชน์  

แม่ผิดหวังในตัวลูกมาก "

 

ฉันทนไม่ได้อีกต่อไป ทุกอย่างพังหมดเพียงเพราะแผนการเที่ยวอันไม่รอบคอบของญาติผู้ใหญ่ หากจะมีใครผิด มันไม่ใช่แค่ฉันที่ควรจะถูกตำหนิ เขาอยู่ในเมืองที่เจริญกว่ามีสนามบิน มีท่ารถ มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เราไม่มี แต่เขากลับดันทุรังดั้นด้นมาเสียไกลเพื่อต่อตั๋วเครื่องบินถึงสองครั้งทั้งที่แค่บินตรงไปเลยก็ได้ ? ฉันไม่เข้าใจ อะไรคือวางแผนไปเที่ยวกันเอาไว้นานแล้วกะว่าจะพากันไปทั้งครอบครัว ? ทำไมฉันไม่รู้เรื่องนี้ พวกเขาดูแนวโน้มความเป็นไปได้เหล่านั้นมามากน้อยแค่ไหม

แม่ผิดหวังในตัวฉัน ผิดหวังในตัวฉันเพราะไปเปิดประตูให้เขาไม่ได้ตอนตีสาม ? ถ้าหากความหวังในตัวฉันมันเปราะบางเหมือนความเข้มแข็งของฉันในตอนนี้ ครั้งต่อ ๆ ไปที่แม่จะได้พูดคำนั้นก็คงมีมาอีกไม่หวาดไม่ไหว ในขณะที่แม่กำลังตำหนิรถเก่า ๆ คันนี้ มีสักครั้งไหมที่จะหันมอง มีสักครั้งไหมที่จะซ่อมและช่วยปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม มีสักครั้งไหมที่ของอะไรนำมาทดแทนนั้นไม่ใช่เพียงอะไหล่สำรองที่ใช้เพียงครั้งคราวก็พัง มีสักครั้งไหมที่รถคันนี้จะเสียจนไม่อาจวิ่งต่อ มีสักครั้งไหมที่แม่จะภูมิใจที่ฉันเป็นฉัน  มันมีสักครั้งบ้างหรือเปล่า ?

ถ้าตัวฉันมันน่าสิ้นหวังขนาดนั้น ทำไมไม่ให้ความหวังฉัน ปูทางให้ฉัน ให้เดินไปในเส้นทางที่ดีกว่า เรียบง่ายกว่า นั่นคือความเห็นแก่ตัวคือคำขอร้องเพียงไม่กี่ข้อที่ฉันไม่เคยพูด

แม่ทำให้ฉันเริ่มคิดอย่างเป็นจริงเป็นจัง ถ้าแม่พูดแบบนั้นเพราะว่าฉันเหลวไหลออกนอกลู่นอกทางที่ท่านต้องการ แล้วถ้าฉันเลวไปเลยล่ะ ? ถ้าฉันไม่อดทนอีกต่อไป ถ้าความรู้สึกอยู่เหนือเหตุผล อยู่เหนือตรรกะ เหนือกว่าศีลธรรม เหนือกว่าบุญคุณของพ่อแม่ แบบนั้นท่านจะทำอย่างไร จะผิดหวังในตัวฉันแค่ไหนกันเชียว ฉันหวังให้คำว่าแม่ผิดหวังในตัวลูกมากมันพอที่จะบรรยายสิ่งที่ฉันคิดจะทำได้นะ

แล้วไงต่อดีล่ะ จะทิ้งฉันเหรอ ? ก็เอาสิ เอาเลยเถอะ ฉันไม่ใช่เป็นเด็กที่พวกท่านคิดว่าไม่เคยโต ไม่เคยดูแลตัวเองได้ ไม่เคยสร้างความภาคภูมิใจอะไรให้ ไม่เคยคิดอะไรได้ด้วยตัวเอง ที่เป็นแบบนั้นเพราะพวกท่านไม่เคยมองฉัน ท่านกำลังมองใครที่สะท้อนในตัวตาคู่นี้ ? ให้ลูกรักคนนี้ตอบให้ไหม ?

 

ตัวท่านเองไง

 

ทีนี้พ่อแม่เองเคยทำแบบนี้ไหมคะ ? วางแผนชีวิตที่ไม่มีพ่อแม่อีกต่อไป แผนชีวิตหลังจากถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมกับเงินเก็บ ไม่เคยเหรอคะ ? น่าเสียดายที่ฉันคิดถึงมันอยู่ตลอด น่าเสียดายที่มันถูกมันโยนไปพร้อมกับความรู้สึกนึกคิดเสียตั้งนานสองนาน แล้ว ตอนนี้มันอยู่ที่ไหนนะ

ใช่ ใช่ มันยังอยู่กับความรู้สึกของฉัน ขวากหนานและอุปสรรคที่พันรัดตัวฉันไม่ยอมปล่อย

อย่าคิดว่าจะมีอะไรที่มาหยุดฉันได้ อย่าคิดว่ามีอะไรที่ฉันทำไม่ได้บ้างทั้งที่ไม่เคยมองฉันให้เต็มตา เพราะคงต้องขอแสดงความเสียใจด้วยเพราะว่าฉันทำได้ ถ้าเปรียบเรื่องที่แม่คิดว่าลูกคนนี้ทำไม่ได้เป็นการฆาตกรป่านนี้ครอบครัวนี้ตระกูลนี้คงร้างเหี้ยนไปหมดแล้วล่ะค่ะ

                        ยังคิดว่าฉันเข้าสู่วัยต่อต้านงั้นเหรอคะ ? โธ่เอ๋ย งั้นลองมองฉันให้ดีสินะ มองให้ทะลุหน้ากากแสนหน้าเข้ามาให้ถึงตัวตนจริง ๆ ของลูกเลว ๆ คนนี้ และได้โปรดหากท่านสิ้นหวังในตัวฉันจริง ๆ ได้โปรดอย่าเอาความคาดหวังมาวางบนบ่าของฉันอีกเลยค่ะ เพราะฉันพังแล้ว พังมานานแล้ว จนตอนนี้ต่อให้ยกเครื่องใหม่ทั้งหมดฉันก็ไม่มีวันกลับไปเหมือนเดิม เพราะลูกคุณอาจได้ตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง

 

_________________________________________________________________________________________________________

ขอบคุณที่ทุกท่านได้ผ่านเข้ามาอ่านนะคะ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ

ผลงานอื่นๆ ของ Gaoth

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 30 มกราคม 2560 / 23:36
    โอโห้ อ่านจบแล้วถึงกับปรบมือเลย เรื่องสั้นดีๆแบบนี้ TT 
    #1
    0