KNB | KUROKO NO BASKET - 華 - DIAMOND IN MY HEAD

ตอนที่ 1 : ♦ OO | it's all fate and chance

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,210
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 238 ครั้ง
    12 พ.ย. 63






O



- It's all fate and chance -






‘Just like how fate rings upon you the unfortunate bell.’












  กรุ๊งกริ๊ง ~

 

 

 

  เสียงกระดิ่งสีเงินดังขึ้นฉับพลันตามการขยับตัวของเธอ

 

  มันคือตอนนั้น ที่ ฮานะ จำเป็นต้องยืนทำหน้าฉงนระหว่างผู้คนเดินสวนกันไปมา ดูน่าขันยิ่งในสายตาคนอื่น

 

 

  เธอว่าเธอชนเข้ากับอะไรสักอย่าง เหมือนว่าเขาคนนั้นได้เผลอชะงักเล็กน้อยก่อนจะก้าวเดินต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ฮานะช่วยไม่ได้ที่จะทำหน้างงยกมือเกาหัวแกร่กๆ เพราะตอนที่หมุนตัวกลับมากะว่าจะเอ่ยขอโทษ เขาคนที่ว่านั้นกลับ… ไม่อยู่?

 

  โอเค เธอเข้าใจว่าวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก เหล่านักเรียนใหม่ส่วนใหญ่ต่างก็พากันแห่วุ่นพยายามหาชมรมใหม่ ไม่เว้นแม้แต่รุ่นพี่ที่ตระโกนโหวกเหวกอยู่รอบทิศด้วยน้ำเสียงชวนปวดหัว ชักชวนสมาชิกใหม่เข้าชมรมของตัวเองให้ได้ มันคือเช้าอันวุ่นวาย… แต่ว่าเขาคนที่เธอเดินชนเมื่อกี้กลับไม่มีวี่แววที่จะหาเจอ อย่างกับเขาล่องหนหายไปเสียอย่างนั้น

 

  เอ หรือว่าโรงเรียนนี้จะมีเรื่องเล่าลี้ลับกันล่ะ?

 

 

  “รุ่นน้องครับ สนใจชมรมดนตรีของพวกเราไหม”

 

 

  สอดส่องสายตามองหาได้ไม่นาน ใบสมัครชมรมใหม่เอี่ยมถูกยื่นมาตรงหน้า และคนที่มาปรากฏตัวใหม่ก็คือชายหนุ่มตัวสูงดูท่าแล้วคงเป็นรุ่นพี่ ฮานะแอบสำรวจคนตรงหน้าเร็วๆ ตามนิสัย โดยไม่ลืมที่จะสังเกตเห็นใบหูสองข้างของเขาที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง และรอยยิ้มกรุ่มกริ่มจากเพื่อนๆ ของเขาที่ยืนอยู่ด้านหลัง

 

  ฮานะขยับยิ้ม เธอปฏิเสธอย่างสุภาพ

 

 

  “ฉันไม่ค่อยถนัดด้านนี้เท่าไหร่ ขอโทษด้วยนะคะ”

 

 

  รุ่นพี่ตัวสูงดูเสียดาย ก่อนพยักหน้ายอมรับ ฮานะรีบปลีกตัวออกมาไม่วายได้ยินเสียงโฮ่แซวหยอกล้อคล้อยตามหลัง เด็กสาวพ่นลมหายใจเบาๆ หยุดยืนอยู่ใต้ต้นดอกซากุระที่บานสะพรั่ง กลีบสีชมพูหวานบางส่วนได้ติดอยู่กับเสื้อสเวตเตอร์สีดำที่เธอสวมใส่ ฮานะลากสายตามองตัวเองเล็กน้อย ไม่มีความใส่ใจที่จะจัดการกับมันแต่อย่างใด

 

  มันคือช่วงของฤดูใบไม้ผลิ ลมเอื่อยๆ พัดผ่านร่าง อากาศเย็นในช่วงเช้าวันนี้ทำให้เธอเลือกที่จะสวมถุงน่องสีดำแทนที่จะเป็นถุงเท้าข้อสั้น ฮานะจับเส้นผมบางส่วนทัดหูพร้อมส่งสายตาไปรอบๆ ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับแผนที่ตั้งชมรมแต่ละจุด เมื่อรู้ว่าสาเหตุคืออะไร เด็กสาวก็เริ่มนึกคาดโทษตัวเองที่เมื่อกี้ไม่ได้หยิบโบรชัวร์จัดอยู่หน้าโรงเรียนติดตัวมาด้วย ไม่งั้นคงไม่มาเดินหลงแบบนี้

 

 

  และสิ่งที่ดึงดูดความสนใจจากนัยน์ตาสีสวยก็คือคำๆ นึงที่ดูจะไม่พิเศษอะไร

 

 

  ‘บาสเกตบอล’

 

 

  อาจฟังดูไร้สาระ แต่เธอกลับรู้สึกแปลกๆ กับคำนั้น กลอกตานึกไปถึงกีฬาที่ว่า ก่อนที่ความคิดนั้นจะหายไปเมื่อฮานะคิดได้ว่าตนเองคงบ้าไปแล้วแน่ๆ

 

  ปฐมนิเทศที่จำเป็นต่อพวกปีหนึ่งกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า และเธอก็คิดว่าตัวเองควรจะออกเดินหาที่ตั้งของมันสักทีถ้าไม่อยากสายในวันแรก

 

 

  เรียวขาเตรียมก้าวเดิน หางตาเหลือบเห็นเส้นผมสีฟ้าอยู่ไวๆ แต่พอหันไป เธอกลับไม่พบเห็นอะไรเหมือนเดิม…

 

  ฮานะค่อยๆ ใช้มือลูบแขนที่ขนหนาวลุกพอง บางทีที่นี่อาจจะมีเรื่องราวลี้ลับจริงๆ ก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  เปิดเทอมวันแรกผ่านไปด้วยดีอย่างไม่ยากเย็นอะไร นอกซะจากต้องเดินว่อนหาห้องเรียนใหม่ หรือไม่ก็เผลอไปเข้าห้องน้ำแถวตึกปีสองเพราะความไม่รู้ของตนเอง— ฮานะสรุปได้ว่าวันแรกในโรงเรียนใหม่แห่งนี้ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร

 

 

  “… กลับบ้านดีๆ นะฮานะจัง!”

 

 

  แถมเพื่อนคนแรกที่เป็นคนอัธยาศัยดีไม่น้อย นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่เยี่ยมไปเลยต่างหาก

 

  มือเรียวขาวใช้โบกลาเพื่อนใหม่ทำให้กระดิ่งตามสร้อยข้อมือขยับส่งเสียงทุกการเคลื่อนไหว ฮานะยิ้มบางมอง โยชิดะ นานามิ เพื่อนสาวสุดร่าเริงจนลับตา ก่อนจะหันมาสนใจทางเดินตรงหน้าต่อ เป็นวันแรกที่ต้องกลับบ้านจากโรงเรียนด้วยเส้นทางที่ไม่คุ้นตาสักเท่าไหร่นัก

 

  อิงาราชิ ฮานะเพิ่งย้ายมาเมืองนี้เมื่อ 3 วันก่อน สัมภาระแค่กระเป๋าลากใบเดียวบรรจุเพียงเสื้อผ้ากับของใช้สำคัญ ไหล่ข้างซ้ายมีกระเป๋าสะพายตัวเก่ง ด้านขวากระเป๋าเป้ แล็ปท็อปอีกเครื่อง สุดท้ายคือโทรศัพท์มือถืออันขาดไม่ได้ ใครจะคิดล่ะว่าการต้องย้ายบ้านตามพี่ชายมาจะดูเรียบง่ายขนาดนี้

 

  เหตุผลก็ไม่ใช่อะไรยุ่งยากนัก เธอแค่เลือกเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่มันใกล้ตัวเมืองเยอะขึ้นเท่านั้น แปลว่าการสัญจรไปมาระหว่างบ้านจะต้องลำบากขึ้น แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะฮานะมีพี่ชายคนหนึ่งที่ศึกษาอยู่มหาวิทยาลัยอยู่ละแวกนี้เหมือนกัน เธอเลยตั้งใจมาอยู่กับพี่เขาจนกว่าจะเรียนจบ

 

 

  มันก็ไม่ใช่อะไรยุ่งยากเลยจริงๆ

 

 

  บ้านอิงาราชิที่ฮานะเคยอยู่นั้นเป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่น เป็นสถานที่สืบทอดต่อกันมารุ่นต่อรุ่น ลูกหลานในตระกูลแยกก็ได้เป็นสองฝั่งในด้านถนัด ทางคุณพ่อ ธุรกิจบริษัทต่างๆ นานา คือสิ่งที่อธิบายให้เห็นภาพของคุณอิงาราชิ เอางานเอาการ เป็นเจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอางและน้ำหอมแบรนด์ดัง และในตอนนี้พี่ชายของเธอเองก็ดูเหมือนจะสนใจทางนี้ไม่น้อย

 

  ฝ่ายคุณแม่นั้นก็เป็นเหมือนผู้มีพรสวรรค์ในด้านศิลปะ ฮานะชอบเสมอเมื่อเห็นลูกพี่ลูกน้องเล่นดนตรีในวันสังสรรค์ ให้ภาพวาดสวยงามเป็นของขวัญวันเกิด หรือไม่ก็โดนลากไปเล่นกีฬาโน่นนี่อยู่หลายครั้ง ถ้าเธอจำไม่ผิด เขาคนนั้นที่เป็นญาติห่างๆ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนักกีฬาที่มีชื่อเสียงอยู่ด้วย

 

 

  พวกเขาเก่งกันจนน่าอิจฉา และบางครั้งมันทำให้อิงาราชิ ฮานะคนนี้รู้สึกด้อยความสามารถไปเลย

 

 

  ฮานะก็คิดว่าเธอเป็นแค่เด็กธรรมดา ไม่ได้เก่งกาจในด้านไหนเป็นพิเศษ เรื่องเรียนก็พอได้ท็อป ชมรมยิงธนูที่เคยอยู่ก็เหมือนจะได้ยินคำชมจากปากอาจารย์และรุ่นพี่อยู่บ่อยคร้ัง แต่มันก็แค่นั้น เพราะสิ่งที่เธออยากทำจริงๆ— สิ่งที่เธอชื่นชอบนั้น… เธอกลับไม่รู้เลย

 

  ฮานะเลือกที่จะแวะร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดข้างทางเป็นอาหารเย็น หลังจากได้รับข้อความจากพี่ชายว่าวันนี้เขาจะกลับดึก การมาจากบ้านที่อนุรักษ์ความเป็น ‘ญี่ปุ่น’ แบบนี้ใช่ว่าชีวิตเธอจะมีกฎเคร่งอะไรมากนัก พ่อกับแม่ไม่เคยว่าอะไรถ้าเธอจะกลับดึก ขอแค่บอกให้ทราบล่วงหน้า จะไปเที่ยวหรือคบหากับใคร จะได้เกรดที่เท่าไหร่ พวกเขาก็ไม่เคยที่จะมีกฎห้ามน่ารำคาญอะไรเลย

 

  …และปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นบ้านที่สุขสันต์ โดยเฉพาะยามที่เธอกลับบ้านแล้วเจอกับเจ้าน้องชายแก้มกลมนั่งรอตาใส ข้างตัวเป็นเครื่องเล่นเจ้าตัวอยากให้เธอเข้าไปร่วมด้วย

 

  ใช่แล้ว ฮานะมีพี่ชายที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย และน้องชายสุดน่ารักน่าเอ็นดูที่มีอายุได้เพียง 4 ขวบ… นึกแล้วก็เหมือนจะเห็นรอยยิ้มฟันกระต่ายลอยมาแต่ไกล

 

 

  อิงาราชิ ก็คือครอบครัวที่อบอุ่นครอบครัวหนึ่ง

 

 

  “เลขที่ 77 ออเด้อพร้อมแล้วนะคะ”

 

 

  ฮานะดึงตัวเองออกจากความคิด เดินไปรับถาดอาหารจากพนักงานสาว และจังหวะที่จะเดินออกไป ปลายสายตาเธอดันเห็นเด็กหนุ่มร่างสูงผู้กำลังค้นหาอะไรสักอย่างในกระเป๋าเป้ตัวเองด้วยความร้อนรน

 

 

  “… ลืมไปได้ยังไงวะเนี่ย”

 

 

 สีส้มโทนร้อน และคลื่นเส้นบางอย่างที่พันกันยุ่งเหยิง…

 

 

  เขาพึมพำอย่างหัวเสีย เบื้องหน้านั้นคือถาดเบอร์เกอร์กองพูนสูง พนักงานร้านที่อยู่หลังเคาท์เตอร์ก็กำลังแสดงสีหน้าลำบากใจ เหตุเพราะเจ้าคนผมแดงนี่คงใช้เวลาหากระเป๋าสตางค์ตัวเองนานเป็นพิเศษ

 

  …เส้นสีพวกนี้มันกวนใจชะมัด ฮานะกลอกตามองราคาอาหารของนายผู้นี้จะต้องจ่าย รู้ตัวอีกที เธอก็พบว่าตัวเองได้ยื่นแบงค์เงินจากกระเป๋าตัวเองออกไปซะแล้ว

 

 

  “…เดี๋ยวฉันจ่ายให้เองค่ะ”

 

 

  ชายผมแดงเบิกตาโพลงตกใจ “ฮะ… เฮ้ ไม่ต้อง— ”

 

 

  กรุ๊งกริ๊ง~

 

 

  “ไม่เป็นไรค่ะ” ฮานะโบกมือ รับเงินทอนคืนกลับมา “ถือสะว่าเป็นทรีทจากคนแปลกหน้า”

 

 

 

 

  ย่อนตัวนั่งลงบนที่ว่างติดกับบานกระจกใส ฮานะเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างเงียบๆ ที่ร้านแห่งนี้ก็มีการเปิดเพลงคลอเบาๆ ทำนองสบายหูทำให้เธอไม่ต้องหาหูฟังขึ้นมาสวม นัยน์ตากลมโตเบนออกไปมองนอกกระจก ผู้คนสัญจรไปมาไม่ขาดสายทำให้มันดูแปลกตาไปเล็กน้อย ที่ที่เธอเคยอยู่นั้นเป็นเมืองสงบ เพราะอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองที่ต้องใช้เดินทางนานเป็นชั่วโมง

 

 

  จู่ๆ เก้าอี้ว่างด้านหน้าก็ถูกเลื่อนออก

 

 

  ฮานะเลื่อนสายตามองผู้โชคดีวันนี้ที่มีเธอเป็นคนจ่ายค่าอาหารให้ “กำลังทำอะไรน่ะคะ”

 

  ชายผมแดงคนเมื่อกี้ทรุดนั่งและเริ่มแกะห่อเบอร์เกอร์ เขาตอบเสียงไม่ทุกข์ร้อน “แล้วคิดว่าฉันทำอะไรอยู่ล่ะ กินข้าวสิ”

 

  “ฉันหมายถึงที่นี่ค่ะ— ที่โต๊ะของฉัน”

 

  “อ๋อ กำลังขอบใจเธอ”

 

  “ขอบใจฉัน?”

 

  “ที่จ่ายค่าอาหารให้” เขาเอ่ยต่อ “และเห็นว่าเธอนั่งคนเดียวคงเหงา ฉันเลยมานั่งเป็นเพื่อน”

 

  ฮานะเอนหลังพิงเก้าอี้ เอียงคอมอง “สำหรับฉัน นั่นมันเรียกว่ากำลังเวทนาค่ะ”

 

 

  “เข้าใจผิดแล้ว!”

 

 

  เขาตวัดดวงตาสีโกเมนนั่นมาจ้องเขม็ง ดูท่าจะเป็นคนใจร้อนน่าดู ฮานะแค่นหัวเราะเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ย “อิงาราชิ ฮานะค่ะ”

 

  “ฮะ?” สองตากะพริบปริบกับหัวข้อที่เปลี่ยนกระทันหัน

 

  “ทั้งหมด 2760 เยน มันไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ เลยสำหรับเด็กมอปลายยังไม่มีไบต์อย่างฉัน” ฮานะพูดเสียงราบเรียบราวกับคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ เธอชี้นิ้วไปที่เครื่องแบบของอีกฝ่ายสวมใส่ “และถ้าฉันจำไม่ผิด— เซย์ริน ใช่ไหมคะ?”

 

 

  เด็กหนุ่มพยายามย่อยข้อมูลที่เธอร่ายมาทีละชิ้นส่วน จ้องใบหน้าอีกฝ่ายอย่าวประหลาดใจ ดีที่เขาพอจะฟังจำนวนเงินและชื่อเซย์รินออก ก็พอจะเดาได้ว่าเธอหมายถึงอะไร

 

  เขากระแอมไอ “ชื่อคางามิ ไทกะ อยู่ห้อง 1-B… ถ้าจะมาทวง ก็มาที่ห้องพรุ่งนี้ละกัน”

 

  “ปีหนึ่ง?” คางามิมองดวงตากลมโตเฉดสีแดงสวยที่สะท้อนความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิดหลังจากที่เขาพูดเสร็จ เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามตอบกลับ “ฉันคิดว่า— เอ่อ นายดูตัวสูงมาก ไม่เหมือน… ”

 

  “ฉันชอบเล่นกีฬา” คางามิยักไหล่ เคยชินกับปฏิกิริยาเช่นนี้ส่วนใหญ่จากคนแปลกหน้า “และก็ชอบเล่นบาสฯ ด้วย”

 

  “บาสเกตบอลเหรอ? ถึงว่า…” ฮานะหลุบสายตาลงมองถาดอาหารของตนอย่างใช้ความคิด

 

  ดูเหมือนว่ากีฬานี้ส่วนสูงผู้เล่นจะมีความสำคัญอย่างมาก ข้อดีตามมาหลายอย่าง ฮานะพยายามเค้นข้อมูลที่ญาติของเธอเคยอธิบายมาให้ฟัง แต่ก็โดนขัดเมื่ออีกฝ่ายตั้งคำถามขึ้นมา

 

 

  “แล้วเธอล่ะ ไม่มีชมรมที่ชอบอยู่หรือไง”

 

 

  ฮานะชะงัก เม้มริมฝีปาก

  “ฉัน…” เด็กสาวส่ายหัวเบาๆ “ไม่มีหรอก ชมรมที่ชอบน่ะ”

 

 

  เดิมทีถ้ามันจำเป็น ฮานะก็คิดว่าจะกลับไปยิงธนูด้านถนัดเหมือนเดิม แต่พอเมื่อเช้านี้ เธอก็ได้รู้ว่าที่เซย์รินแห่งนี้นักเรียนทุกคนไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าชมรมไหนก็ได้ มันแล้วแต่ความชอบ และก็มีจำนวนคนไม่น้อยเลยเลือกที่จะกลับบ้าน

 

 

  “พอดีเลย มาที่ชมรมฉันสิ!”

 

 

  เสียงตบโต๊ะดังปังทำให้เด็กสาวสะดุ้ง ละสายตามาจ้องมองดวงตาสีโกเมนที่ประกายแววมุ่งมั่น พอเจ้าตัวรู้ว่าทำให้เธอตกใจก็กล่าวขอโทษลวกๆ แล้วพูดต่อ “บาสฯ น่ะ น่าสนใจนะ”

 

 

  คำพูดเหมือนเด็กน้อยนั้นทำให้ฮานะนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะรู้สึกเอ็นดูเสียไม่ได้

 

 

  “เพราะงั้นเลิกเรียนพรุ่งนี้ก็แวะมาที่โรงยิมสิ ฉันจะได้โอกาสคืนเงินค่าวันนี้ให้เลย”

 

 

  พอสิ้นประโยคนั้น เด็กสาวผู้ถูกชักชวนก็ได้เพียงแต่คลี่ยิ้มอย่างอ่อนใจ

 

  บางอย่างรอบตัวหมอนี่จะเป็นสีโทนร้อนเสมอ แววตามุ่งมั่นนั่น ฮานะยกมือเท้าคางข้างหนึ่งพร้อมมุมปากยกเป็นรอยยิ้ม

 

 

  เจอเด็กยักษ์ญี่ปุ่นเข้าหรอกเหรอเนี่ย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  “ฉันกลับเองได้นะ เผื่อนายไม่รู้?”

 

  “ยัยบ้า บ้านฉันก็ไปทางนี้ต่างหาก”

 

 

  ฮานะไม่ค่อยมั่นใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในอาหารเย็นมื้อนั้น แต่ความสัมพันธ์ของเธอกับนายหัวแดงนี่มันขยับขึ้นมาจนใช้คำว่า ‘ยัย’ กับ ‘บ้า’ ได้เชียวเหรอ

 

 

  “อ่อ ก็นึกว่าอยากทำตัวเป็นสุภาพบุรุษอะไรแบบนี้”

 

  คางามิทำเสียงขึ้นจมูก “เฮอะ กับคนอย่างเธอแล้วไม่จำเป็นหรอก”

 

 

  โอ้ นั่นสมควรจะแปลว่าอะไรดีนะ?

 

  ฮานะลองคิดทบทวนมารยาทพื้นฐานที่คุณแม่คนสวยคอยตักเตือนหลังทุกสามมื้ออาหาร และมั่นใจว่าเธอก็ไม่ได้ทำอะไรที่มันบิดพริ้วไปจากคำสั่งสอนเลยแม้แต่นิด แต่ดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของเธอกับนายนี่ออกดูจะเกินความคาดหวังไปหน่อย

 

 

  เธอจะทำเป็นเมินเฉยต่อประโยคเมื่อกี้ละกัน

 

 

  ทางกลับบ้านของพวกเธอต้องเดินผ่านสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง และที่นั่นก็มีสนามเล่นบาสเกตบอล กีฬาโปรดของคนหัวแดงข้างๆ อยู่ติดกันด้วย ฮานะหยุดยืนกระทันหัน แล้วจ้องเข้าไปในสนาม

 

 

 

  “แล้วบาสเกตบอลที่นายว่าเนี่ย มันสนุกแค่ไหนกันล่ะ”

 

  “หือ สนุกก็คือสนุกไง จะให้ฉันเปรียบเทียบกับอะไร” คางามิหยิบลูกบอลติดมือขึ้นมาหมุนบนนิ้วเล่น

 

  “หากฉันไปฝึกมาแล้วจะเอาชนะนายได้ไหม”

 

  คนผมแดงยกยิ้มที่มุมปาก “นั่นยังเร็วไปสิบปีนะ รุกกี้ (rookie)”

 

  “นายก็รุกกี้” ฮานะไหวไหล่ เดินเข้าไปในสนาม “และฉันเชื่อว่ารุ่นพี่ที่ชมรมนั้นมีคนมีประสบการณ์มากกว่านายเยอะ”

 

  คางามิเลิกคิ้ว แต่ก็ยอมตามเข้ามาโดยไม่ขัดอะไร “ที่จริงโค้ชของพวกเราก็มีความสามารถที่น่าตกใจอยู่นะ”

 

  “อือฮึ?”

 

  “เป็นรุ่นพี่ผู้หญิงปีสอง เชื่อไหมว่าเธอคนนั้นสามารถบอกสมรรถภาพร่างกายของนักกีฬาด้วยการมองแค่ปราดเดียว”

 

  “นั่น…” ฮานะกระพริบตาอย่างคาดไม่ถึง สนใจในความสามารถนั่นไม่น้อย “ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าอะไรคืออะไรอยู่นะ ถึงจะเป็นแค่รุ่นพี่ปีสองก็เถอะ”

 

  “และก็มีเด็กใหม่คนหนึ่ง ที่ฉันจับทางหมอนั่นไม่ได้”

 

  “พวกนายควรจะเป็นเพื่อนกัน คางามิ ไม่ใช่พยายามไปจับผิดเขา”

 

  “มันคือการเซนส์ ความประทับใจแรก!” เขาแยกเขี้ยว ยึดลูกบอลที่ฮานะครองอยู่กลับมาที่มือตน “หมอนั่นน่ะ จู่ๆ ก็โผล่มาแล้วทำให้คนอื่นๆ แตกตื่นกันใหญ่ และพวกรุ่นพี่ในทีมยังดูตื่นเต้นเรื่องที่เขาเป็นหนึ่งในทีมรุ่นปฏิหาริย์ด้วย”

 

 

  “รุ่นปฏิหาริย์?” ฮานะเอียงคอ

 

 

  “จะอะไรก็ช่าง”

 

 

  คางามิเริ่มเดาะบอลลงกับพื้นสองสามครั้งโดยมีฮานะยืนมองอยู่ข้างๆ แขนตั้งสองข้างตั้งฉากเตรียมชู้ต แต่เพราะสายตาดันไปเห็นใครอีกคนที่คาดไม่ถึงอยู่ใต้แป้น ทำให้บอลกระเด็นโดนขอบห่วงก่อนจะตกไปอยู่ในมือเขา

 

 

  “นี่นาย… มาแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

 

 

 คางามิเอ่ยน้ำเสียงเบื่อหน่าย ฮานะมองอีกคนที่มาปรากฏตัวเงียบๆ ความรู้สึกจืดชืด ราบเรียบ สีฟ้าอ่อนปนเทา คลื่นเกือบเป็นเส้นตรง เป็นสิ่งที่เธอได้จากชายหนุ่มจืดจางคนนั้น

 

  นี่เหรอคนที่คางามิหมายถึง?

 

 

  “สวัสดีครับ” เขาผงกหัวทักทาย

 

 

  “ทำอะไรน่ะ” คางามิยกมือเท้าเอว

 

 

  “แล้วพวกคุณล่ะ ทำอะไรอยู่เหรอครับ” ชายหนุ่มผมสีฟ้าส่งลูกบอลมาคืน ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเธอ “คุโรโกะ เท็ตสึยะครับ”

 

 

  แน่นอนว่าฮานะไม่มีปัญหาในการทำความรู้จักกับคนใหม่ๆ แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าวันนี้เธอเจอหลายคนที่อารมณ์หลายขั้วกันจริงๆ

 

 

  “อิงาราชิ ฮานะ” กรุ๊งกริ๊ง~ “ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนของคางามินะ” ฮานะระบายยิ้มกว้าง รู้สึกได้ว่าคนข้างๆ จะหัวเสียกับคำว่า ‘เพื่อน’ นั้นไม่น้อยก็เถอะ

 

 

  ริมฝีปากของคุโรโกะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ฮานะหันไปยิ้มแป้นใส่คางามิผู้กำลังทำตาขวาง ทั้งสองคนเป็นเหมือนบุคคลที่ไม่น่าจะมาอยู่ด้วยกันได้ แต่พอมาเห็นแบบนี้แล้ว เขาก็จำเป็นต้องกลับความคิดใหม่

 

 

  “ฉันน่ะ อยู่อเมริกาจนถึงมอสอง” คางามิเริ่มเรียบๆ หลังจากที่แพ้สงครามจ้องตากับฮานะไป และเบนความสนใจไปที่คุโรโกะ “เเค่พอกลับมาที่นี่ก็เล่นเอาตกใจหมดเลย เพราะระดับมันตำ่เกินไป… ที่ฉันต้องการน่ะไม่ใช่บาสที่เล่นกันอย่างสนุกสนาน ฉันอยากเล่นบาสฯ ที่ต้องทุ่มเทและตัดสินพลังกันมากกว่านี้”

 

 

  เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับตน ฮานะจึงเลือกที่จะฟังอย่างเงียบๆ ก้มหน้าลงเตะฝุ่นบนพื้นยาง โอ๊ะ ดูสิ เจอเหรียญด้วยละ

 

 

  นัยน์ตาคมสีโกเมนหรี่ลง จ้องไปที่คุโรโกะอย่างเจาะจง

 

 

  “ได้ยินมาว่ามีพวกเก่งๆที่เรียกว่ารุ่นปฏิหาริย์อยู่ปีเดียวกับฉันสินะ นายก็เคยอยู่ในทีมนั้นใช่ไหม? ฉันพอจะรู้ถึงระดับความเก่งของคู่แข่งนะ ถ้าฝีมือดีจะมีกลิ่นพิเศษเฉพาะตัว” คางามิส่งบอลกลับให้คุโรโกะ “แต่นาย มันแปลกประหลาด ถ้ากระจอกก็น่าจะมีกลิ่นกระจอกๆ โชยออกมา เเต่นายไม่มีกลิ่นอะไรเลย ไม่มีกลิ่นของความแข็งแกร่ง”

 

 

  …เอาเเล้วสิ ฮานะกระพริบตา มองเส้นสายสีส้มอมแดงที่เริ่มก่อตัวเป็นคลื่นใหญ่

 

 

  “ขอฉันทดสอบดูหน่อย ว่านาย— รุ่นปฏิหาริย์ที่ว่าจะมีฝีมือสักเเค่ไหน” ชายหนุ่มผมเเดงยกยิ้ม จ้องไปอีกคนที่อยู่ใต้แป้นนั่นอย่างท้าทาย

 

 

  “บังเอิญจังเลยนะครับ”

 

 

  เอ๊ะ?

 

  ฮานะละสายตาไปมองอีกคนที่ยืนใต้แป้นอย่างแปลกใจ นี่คิดจะบ้าจี้ไปกับเจ้าเด็กยักษ์นี่จริงจัง?

 

 

  “ผมก็กำลังอยากเล่นกับคุณอยู่พอดีเลย… หนึ่งต่อหนึ่ง”

 

 

  “หึ… เริ่มกันเลย” คางามิหันไปหาฮานะที่ทำหน้าเหมือนเด็กน้อยหลงทาง “เธอเองก็หลบไปซะ ถ้าไม่อยากโดนลูกหลง”

 

 

  ฮานะพยักหน้าอย่างมึนๆ เดินไปที่ขอบสนาม มองออร่าทั้งสองขั้วอย่างคิดหนัก… 

 

  นี่เธอพาตัวเองมาเจอกับอะไรกันเนี่ย?

 

 

 

 

 

 

 

 

  ผู้ชนะเกมหนึ่งต่อหนึ่งครั้งนี้คือ คางามิ

 

  ส่วนสกอร์นั้น เธอลืมไปแล้ว

 

  ฮานะไม่คิดว่าการที่จะต้องเก็บคะแนนจากผู้ชนะแค่ฝ่ายเดียวน่ะจะมีความสำคัญเท่าไหร่ ในเมื่อคนที่ถือว่าเป็นหนึ่งในรุ่นปฏิหาริย์คนนั้น เขาดูเหมือนจะไม่ค่อย… เก่ง? เท่าไหร่เลยนะ

 

  (ถึงจุดนี้ฮานะก็อยากจะก้มหัวเอ่ยขอโทษคุโรโกะจากใจจริง เธอพยายามหาคำมาอธิบายความสามารถของเขาแล้วจริงๆ นะ)

 

  แต่สิ่งที่ขัดใจฮานะมาตลอดคือ ความจืดจางของเขา— ออร่าบางเบาที่เหมือนกับตอนเมื่อเช้า เป็นสิ่งที่มองข้ามไปได้ง่ายดาย แน่นอนว่าครั้งนี้เธอจะไม่ทำพลาดเป็นครั้งที่สอง… และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาคือคนที่เธอเดินชนเมื่อเช้า และทำให้เธอยืนมึนอยู่คนเดียวแน่ๆ

 

 

  ฮานะจะไม่ลืมสีและเส้นสายที่แปลกประหลาดอันนี้เด็ดขาด

 

 

  “นี่มันไม่ตลกเลยนะแก!” คางามิท่าจะหมดความอดทน

 

 

  นัยน์ตากลมโตสีสวยมองตามคุโรโกะที่วิ่งไปเก็บลูกบอลที่ถูกกระดอนไปไกล โดนเขาทำคะแนนเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้

 

 

  “ฟังที่ฉันพูดหรือเปล่าเนี่ย? นี่เเกประเมินตัวเองไว้สูงขนาดไหนถึงคิดว่าจะเอาชนะฉันได้?! กล้ามากนะที่มาท้าฉันเเข่งเเบบนี้!”

 

  “ไม่หรอก” คุโรโกะตอบกลับนิ่งๆ “คนที่เก่งกว่าก็ต้องเป็นคางามิคุงอยู่เเล้วล่ะครับ ผมรู้มาตั้งเเต่ก่อนเเข่งเเล้ว”

 

  หนุ่มผมเเดงอารมณ์ร้อนกระชากคอเสื้อของอีกคนขึ้นมาอย่างหาเรื่อง เรียกเสียงถอนหายใจจากฮานะทันที “นี่เเกอยากมีเรื่องหรือยังไง ต้องการอะไรกันเเน่ฮะ— ?!”

 

 

  คางามิเผลอปล่อยมือจากเสื้อคุโรโกะทันทีเมื่อความเจ็บแล่นปรี๊ดเข้าที่ศรีษะ เจ้าตัวหันไปแว๊กใส่ฮานะที่ยังทำหน้านิ่ง

 

 

  “ทำบ้าอะไรน่ะฮานะ?!”

 

  “ลดความบ้าของนายน่ะสิ” เจ้าของผมสีดำขลับกอดอก “ไม่เห็นต้องทำตัวเหมือนแยงกี้เลยนี่น่า”

 

  “ว่าไงนะ?!”

 

  “ผมอยากจะเห็นความเเข็งเเกร่งของคางามิคุงด้วยตาของตัวเองต่างหากล่ะครับ” เด็กหนุ่มหน้านิ่งขัดเข้ากลางสงครามเล็กๆ ของสองคนนั่น เขายกลูกบอลขึ้นมาระดับสายตา “เอ่อ… คือ”

 

  “พอเถอะ ฉันไม่สนใจคนอ่อนหัดหรอก…” คางามิถอนหายใจ เดินกลับไปที่ม้านั่งผ่านตัวฮานะไป “สุดท้ายขอเตือนไว้อย่างหนึ่งนะ” เขาหยิบเสื้อกักคุรันของตนขึ้นมาพาดบ่าเป็นสัญญาณบอกว่าจะกลับ ก่อนจะมองกลับไปที่คุโรโกะ “นายน่ะ เลิกเล่นบาสฯ ไปซะดีกว่า ไม่ว่าจะพยายามหรือพูดอะไรให้ฟังดูดีเเค่ไหน ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนวงการนี้ต้องมีพรสวรรค์… นายไม่มี พรสวรรค์ในการเล่นบาส”

 

 

  “เสียมารยาทน่า คางามิ” ฮานะป้องปากตกใจ รีบไปพูดกับคุโรโกะ “ลืมคำพูดเมื่อกี้ไปเลยนะ คุโรโกะ”

 

  “ไม่เอาหรอกครับ”

 

  “เอ๋?”    

 

  เเต่คนๆ นั้นกลับปฏิเสธด้วยรอยยิ้มบางที่ส่งมาให้เธอ “อย่างเเรกคือ ผมน่ะชอบบาส… อีกอย่างก็คือ คนเรามีความคิดต่างกัน ผมไม่สนใจหรอกครับ ว่าใครจะเก่งหรือว่าอ่อน

 

  คางามิเลิกคิ้วสงสัย

 

  “ผมไม่เหมือนกับคุณ…” เขาเดินไปที่ม้านั่ง โดยมีเด็กสาวเดินตามไม่ห่างด้วยความงุนงง “เพราะผมน่ะ เป็นเงา”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  “อย่าใส่ใจคำพูดของคางามิเลย”

 

  ท้องฟ้าเหนือศรีษะถูกย้อมเป็นสีดำพาดด้วยสีนำ้เงินเข้ม มีสะอองสีขาวของดวงดาวปนอยู่ประปราย อีกไม่นานพี่ชายของเธอคงส่งข้อความมาหาถามไถ่ว่าเธอได้กลับบ้านหรือยัง เพียงแต่ฮานะรู้สึกว่าตัวเองยังกลับไม่ได้— ยังกลับไม่ได้หลังจากที่เห็นเส้นสีฟ้าอ่อนจืดจางอันนั้นวูบไหวไปตามคำพูดของคางามิ

 

 

  ถึงจะเพียงเสี้ยววิ แต่เธอก็สังเกตเห็นมัน

 

 

  “ฉันหวังว่านายจะทำตามสิ่งที่นายชอบต่อไปนะ จะคอยเชียร์เสมอหากนายต้องการ” เธอส่งรอยยิ้มกว้างจริงใจ สองแก้มนิ่มดันขึ้นจนดวงตาหรี่ลงเป็นเส้นขีด คุโรโกะมองใบหน้านั่นอย่างนิ่งๆ ก่อนจะหลุบตาลงไปที่ลูกบอลที่เธอคนนั้นถือไว้

 

 

  “คุณอิงาราชิ เข้าชมรมไหนหรือยังครับ”

 

 

  “เอ๊ะ” ฮานะกระกระชับลูกบอลของคางามิที่เจ้าตัวลืมไว้หลวมๆ “…ยังหรอก”

 

 

  “งั้นเหรอครับ”

 

 

  เธอมองใบหน้าเรียบนิ่งของคุโรโกะ ทั้งสองคนเริ่มเดินกลับบ้านอย่างช้าๆ

 

 

  “จะเรียกฮานะก็ได้นะ” ฮานะเสนอ “เจ้าคางามินั่นก็เรียกซะเหมือนฉันเป็นเพื่อนซี้ยังไงยังงั้น”

 

 

  คุโรโกะยิ้มขำเล็กน้อย (แบบเล็กน้อยจริงๆ คนอื่นคงไม่สังเกต แต่ฮานะพอจะเห็นเส้นสายสีเหลืองปะปนอยู่รอบตัวเขา) เขามองไปข้างหน้า

 

 

  “งั้นคุณฮานะ… ไม่ลองมาเข้าชมรมบาสเกตบอลพวกเราเหรอครับ”

 

  “ชมรมบาสฯ? แต่พวกนายมีแค่ทีมผู้ชายไม่ใช่เหรอ”

 

  “ใช่ แต่ผมหมายถึงตำแหน่งเมเนเจอร์ทีมน่ะครับ” เขาเสริม สายตามองตามร้านค้าข้างทาง “ผมคิดว่าเสือตัวนั้นคงต้องการคนหัดเลี้ยงให้เชื่อง ไม่งั้นผมคงรู้สึกแย่ต่อพวกรุ่นพี่ในทีมไม่น้อย”

 

 

  เอ… 

 

  ฮานะหยุดฝีเท้าตัวเองตามสัญญานไฟที่เปลี่ยนเป็นสีแดง คิ้วเรียวขมวดแน่น สีหน้าคิดหนัก

 

 

  “จะกลับไปคิดก็ได้นะครับ”

 

  คุโรโกะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ก่อนจะผงกหัวให้ เตรียมตัวแยกไปอีกทาง

 

 

  “งั้นราตรีสวัสดิ์นะครับ คุณฮานะ”

 

 

  เส้นสายสีฟ้าอ่อนดูอบอุ่นที่โอบล้อมรอบตัวเมื่อกี้ผละห่างออกไป ฮานะส่งมือเสยผมหน้าม้าตนขึ้น พ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด

 

 

  สีเหลืองคือสีของความคาดหวัง ฮานะหักคิ้วขมวดอีกครั้ง

 

 

 แบบนี้คนคิดปฏิเสธอย่างเธอก็ลำบากน่ะสิ

















tbc.

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





จบบทนำยาวๆค่ะ จะตัดก็รู้สึกยังไงอยู่ 

เรียกเราโจก็ได้ ยังเป็นมือใหม่อยู่เลย ช่วยติช่วยแนะนำกันด้วยนะคะ ^^

สำหรับคนอ่านทุกคนที่หลงเข้ามา แฟนฟิคเรื่องนี้จะดำเนินตามอนิเมะซะส่วนใหญ่ และโจได้แรงบันดาลใจจากเรื่อง Love Hoop ค่ะ จะมีบางส่วนที่คล้าย แต่เนื้อเรื่องหลักไม่เหมือนกันแน่นอน

 

ฮานะ ออริเรื่องนี้นางเป็นคนสบายๆ ไม่ยุ่งยาก ลากไปไหนก็ไป และขี้กวนนิดตามประสา ส่วนความสามารถนั้น... อ่านไปเรื่อยๆก็แล้วกันเนอะ

 

ขอโทษที่ต้องให้รอ และขอบคุณทุกเฟบนะคะ ขนาดเรายังไม่ได้เอามาลงแท้ๆ บางคนที่เข้ามาอ่านอาจจะไม่ถูกใจเนื้อเรื่อง ไม่เป็นไรค่ะ โจก็แต่งตามใจตัวเองเหมือนกัน แฮร่

ให้กำลังใจคนเขียนกันด้วยนะคะ! <3



S
N
A
P
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 238 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #72 FujiOtome (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 19:00

    คืออ่านแล้วเราชอบค่ะ เนื้อ(เรื่อง)ดีค่ะ ชอบ!
    #72
    1
    • #72-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      22 ธันวาคม 2563 / 15:13
      ดีใจที่ชอบค่า~ <3
      #72-1
  2. #68 knunkim (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 19:33
    แต่งดีอะ.. แถมยังไม่หลุดนิสัยเดิมของตัวละครอีก.. ชอบๆๆ.. น่าติดตามค่ะ
    #68
    1
    • #68-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      22 ธันวาคม 2563 / 15:12
      ขอบคุณนะคะ ขอให้ติดตามไปเรื่อยๆ น้า <3
      #68-1
  3. #11 GhostFariy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 07:10

    รออยู่น๊าาา
    #11
    0
  4. #10 one outs (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2562 / 01:07

    รออออออออ

    #10
    0
  5. #9 Scenebeam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 21:02

    ชอบมากเลยล่ะ ภาษาการเขียนสวยมาก!

    #9
    1
    • #9-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      2 กันยายน 2562 / 14:09
      ดีใจมากเลยนะคะที่ชอบ จะพยายามเคลียร์งานแล้วมาอัพค่ะ!
      #9-1
  6. #8 __macre (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 17:51
    รอนะคะๆๆๆๆๆ
    #8
    1
    • #8-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      27 สิงหาคม 2562 / 06:24
      จะรีบมาต่อค่ะ!
      #8-1
  7. #7 pain drug (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 00:21

    แม่~~หนูชอบมาก ความตื้นตันนี้ ดีมากจริมๆ .ปาดน้ำตา
    #7
    1
    • #7-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      19 สิงหาคม 2562 / 20:04
      แงง ถ้าชอบเราก็ดีใจนะ .ปาดน้ำตาด้วย
      #7-1
  8. #6 Doryoku_Pikachuu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 07:33

    รอติดตามนะคะ
    #6
    1
    • #6-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      16 สิงหาคม 2562 / 10:22
      ขอบคุณนะคะ! ^^
      #6-1
  9. #5 B u l e b e l l (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 04:38
    ชอบนางเอกมากกกกกก รอติดตามเลยนะคะ
    #5
    1
    • #5-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      13 สิงหาคม 2562 / 10:37
      ขอบคุณมากเลยนะคะ!
      #5-1
  10. #4 JustAEcho (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 20:11
    น้องสัมผัสตัวตนกะอารมณ์ของคนเป็นสีได้หรอเนี่ยย รู้สึกชอบมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกสบายๆตามฮานะจังยังไงไม่รู้ ชอบมากเลยย ติดตามค่ะ
    #4
    1
    • #4-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      12 สิงหาคม 2562 / 23:33
      ขอบคุณมากเลยนะคะ รีดชอบเราเองก็ดีใจ TT
      #4-1
  11. #3 Linfa191 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 09:12
    นางเอกมีพลังพิเศษหรือเปล่านิ?
    #3
    1
    • #3-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      12 สิงหาคม 2562 / 12:42
      ขนาดนี้แล้ว จะว่าไม่มีก็ไม่ได้เนอะ ฮาา <3
      #3-1
  12. #2 Ploy Parita (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 09:02

    ชอบมากๆๆๆ
    #2
    1
    • #2-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      12 สิงหาคม 2562 / 12:41
      ขอบคุณนะคะ <3
      #2-1
  13. #1 JUNE_0009 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 23:55

    ชอบมว๊ากกก
    #1
    1
    • #1-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 1)
      12 สิงหาคม 2562 / 06:02
      ดีใจที่ชอบนะคะ <3
      #1-1