(exo) FRIDAY NIGHT - chanbaek

ตอนที่ 1 : EP 1 : 13th

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    19 มี.ค. 61










FRIDAY NIGHT
















 

เรื่องเล่าในโรงเรียน หลายคนอาจจะเจอมาไม่เหมือนกัน เพราะแต่ละที่ก็จะมีตำนานเรื่องเล่าขานต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับสิ่งที่ดีบ้าง หรือสิ่งไม่ดีบ้าง  แน่นอนว่ามันรวมถึงเหล่าเรื่องลี้ลับที่ไม่ว่ากี่รุ่นต่อกี่รุ่นก็สามารถนำมาเล่าต่อ ๆ กัน สร้างความหวาดกลัวให้เหล่าผู้รับฟัง


บางเรื่องถูกแต่งแต้มขึ้นมาบ้าง บางเรื่องก็เป็นเรื่องจริง


และสิ่งที่ผมจะมาเล่าในวันนี้ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันเป็นเรื่องเติมแต่งหรือว่าเรื่องจริง ดังนั้นไม่ว่าพวกคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตาม


แต่สำหรับผมแล้ว..

 

 

...

 

 

 



 

 

โรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บริเวณแถบชานเมือง ท่ามกลางบรรยากาศรายล้อมไปด้วยหุบเขาและอากาศเย็นชื้น ที่สำคัญโรงเรียนแห่งนี้ถือว่าเป็นโรงเรียนประจำชายล้วนที่ดีที่สุดติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ ลูกหลานของเหล่าเศรษฐีและคนดังก็จะถูกส่งตัวมาเรียนที่นี่

 

ด้วยความที่โรงเรียนแห่งนี้ถูกก่อตั้งมาเกือบ 120 ปี ความเก่าแก่และความเคร่งครัดในเรื่องกฎระเบียบนั้นยังเป็นที่เล่าลือกันมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะผ่านเข้ามาสู่ศตวรรษที่ 21 แล้วก็ตาม แต่ทว่าในความช้านานนั้น


 

มีเรื่องลี้ลับซ่อนอยู่

 


อาจจะดูเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปเพราะที่ไหน ๆ ต่างก็ต้องมีเรื่องนี้เข้ามาเกี่ยวพัน แต่ใครจะรู้ว่าความจริงแล้วเรื่องเล่าลือเหล่านั้นจะเป็นเรื่องเท็จจริงเพียงใด แน่นอนว่าคำพูดที่เล่าลือกันมานั้นอาจสร้างความคึกคะนองแก่เหล่าวัยรุ่นเลือดร้อนที่อยากลองดี อยากรู้ว่าสิ่งที่พูดกันมานั้นจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่

 

ทั้งเรื่องของ เงาหน้าประตูโรงเรียน เสียงเปิดลิ้นชักในห้องพักครู หรือว่า แสงไฟจากห้องโสตฯเก่าในเวลาเที่ยงคืน และยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องเล่าที่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องที่แต่ง แต่สำหรับโรงเรียนแห่งนี้แล้ว

 

เรื่องลี้ลับที่โด่งดังที่สุดก็คงจะเป็นเรื่องของคืนศุกร์ที่ 13

 

ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์แล้ว เลข 13 นั่นเป็นเลขแห่งความโชคร้าย เป็นวันอาถรรพ์ที่ทำการสิ่งใดแล้วก็จะไม่ประสบความสำเร็จ วันที่มีแต่เรื่องไม่ดี รวมถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น

 

ข่าวลือที่ว่ามีการฆาตกรรมในห้องอาบน้ำรวมบนตึกสาม ว่ากันว่าเกิดจากความบาดหมางของเพื่อนสนิทจนมีเกิดความรุนแรง อาวุธที่ใช้คือมีดสั้นขนาดพกพาถูกแทงซ้ำเข้าที่จุดเดิมของชายผู้โชคร้ายคนนั้นเสียชีวิตในห้องน้ำ เลือดสีแดงเจิ่งนองไปทั่วพื้นสร้างความสยดสยองแก่ผู้พบเห็น และที่ทำให้เรื่องนี้ยังเป็นที่เล่าลือต่อกันมาเพราะข่าวนั่นได้ถูกปกปิดไว้ แถมยังไม่ทราบตัวคนร้ายที่แท้จริง

 

แม้ว่าเรื่องเล่าในคืนนั้นจะผ่านมาแล้วหลายสิบปี แต่ความน่ากลัวและความพิศวงของมันก็ยังไม่หมดสิ้น ห้องน้ำชายตึกสามนั้นถูกปิดตายมาตั้งแต่เกิดเรื่อง แต่ทว่าช่วงปีหลัง ๆ ได้เปลี่ยนผู้อำนวยการใหม่และได้ทำการปรับเปลี่ยนตึกอาคารเรียนใหม่หมด รวมถึงห้องน้ำชายตึกสามก็ด้วย

 

ถึงแม้ว่าจะมีการปรับปรุงใหม่แล้ว แต่ยังมีความรู้สึกชวนขนลุกอยู่ไม่หาย คล้ายกับว่าภายในห้องน้ำเงียบงันแห่งนั้น ยังมีบางอย่างที่วนเวียนอยู่และไม่ได้ไปไหน ความรู้สึกเย็นวูบทุกครั้งเวลาเข้าไปด้านในมันทำให้ใครหลายคนต้องหวาดผวาอย่างบอกไม่ถูก ก็ไม่อยากจะเดานักหรอกว่าเป็นเพราะอะไร แต่นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว เรื่องแบบนั้นก็คงเป็นแค่เรื่องเล่า

 



“มึงเอาจริงหรอวะ”

 

เสียงของเพื่อนที่มาด้วยกันเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ตอนนี้ทั้งคู่กำลังยืนอยู่หน้าห้องน้ำที่อยู่ตามเรื่องเล่า แน่นอนว่าคนถูกถามหันไปมองเพื่อนตัวเองด้วยสายตาขุ่นเคืองเล็กน้อย เพราะตอนนี้สีหน้าของคนข้าง ๆ กำลังกรอกตาไปมาคล้ายกับระแวงอะไรบางอย่าง

 

“เออ คิดว่ากูพูดเล่นรึไง” ร่างสูงว่าก่อนจะหันหน้าไปมองประตูตรงหน้าอย่างหยั่งเชิง เขาว่ากันว่าในคืนศุกร์ที่ 13 นั่นจะเป็นคืนที่ห้องน้ำชายตึกสามน่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยมีมา มันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากนักและถือว่านี่เป็นโชคดีของเขาที่จะได้เข้ามาลองท้าทายเรื่องราวลี้ลับในที่แห่งนี้

 

ทั้งคู่เปิดประตูเดินเข้าไปในด้านใน ภาพที่เห็นตรงหน้าก็เป็นรูปแบบห้องอาบน้ำรวมปกติที่จะมีอ่างน้ำใหญ่อยู่ตรงกลาง ด้านข้างฝั่งซ้ายจะเป็นห้องส้วม และอีกฝั่งก็จะเป็นห้องอาบน้ำฝักบัว

 

ความเงียบและความเย็นยะเยือกภายในทำเอาชายหนุ่มอีกคนขนลุกขึ้นมาแปลก ๆ  ความเย็นที่ประทะเข้าผิวเนื้อมันทำให้เขารู้สึกหวิวใจอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาทั้งสองกรอกมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวงเพราะกลัวจะเจอกับสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ หากแต่ชายหนุ่มอีกคนยังคงยืนนิ่งมองภาตรงหน้าโดยด้วยความรู้สึกนิ่งเฉย

 

กวาดสายตามองรอบห้องน้ำที่ว่าอย่างไม่หวาดหวั่น ความเย็นและความมืดมันไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกกลัวเลยสักนิด ใจจริงเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนว่าที่นี่มันจะน่ากลัวแค่ไหน ขาทั้งสองข้างเดินก้าวเข้าไปด้านในก่อนที่เพื่อนอีกคนจะเดินตามเข้ามาติด ๆ

 

ทุกอย่างรอบตัวเงียบสนิท มีเพียงแค่ผิวน้ำที่เคลื่อนไหวไปมา แสงไฟริบหรี่จากด้านนอกและลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านเข้าจากช่องลมด้านบน จะว่าไปห้องน้ำก็เป็นพื้นที่ปิดชื้นอยู่ตลอดเวลา เพราะงั้นคงจะไม่แปลกถ้าจู่ ๆ ขนอ่อนท้ายทอยก็ลุกซู่เพราะลมเย็นเมื่อครู่

 

มันวูบวาบและผะแผ่วจนน่าขนพอง เขยิบเข้าชิดกายเพื่อนแล้วกอดแขนอีกฝ่ายไว้แน่นเพื่อบรรเทาความกลัวที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าอาการกลัวและการเกาะแกะของเขาจะทำให้ชายหนุ่มอีกคนรำคาญใจ

 

“เหี้ยอะไรของมึง”

 

“มึง..กูว่าเราออกไปเถอะ รู้สึกไม่ค่อยดีเลยหว่ะ” ขณะที่พูดไปก็กวาดสายตามองรอบ ๆ  ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าภายในห้องน้ำตึกสามตอนนี้มีแค่เขากับเพื่อนสองคน แต่ความรู้สึกมันบอกว่าพวกเขาไม่ได้อยู่กันตามลำพัง

 

ใช่.. พวกเขาไม่ได้อยู่ตามลำพัง

 


 

“มึงจะกลัวอะไรกันนักหนาวะ” อีกฝ่ายพูดอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะก้าวเดินเข้าไปด้านในสุดของห้องน้ำ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ลือกันว่ารุ่นพี่คนนั้นถูกแทงตายตรงนี้  เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองได้เดินมุ่งตรงไปยังทีแห่งนั้นแล้ว อีกคนกลับรู้สึกว่าสิ่งที่เพื่อนตัดสินใจทำนั่นมันไม่ถูกต้องนัก

 

“มึง อย่าเข้าไป—”

 

 

เอี๊ยด ...

 

 

ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากเรียกเพื่อนตรงหน้า เสียงเสียดสีของสนิมเหล็กก็ดังเอื่อยเข้าหู มันดังชัดจนคนทั้งสองมองหน้ากัน

 

 

เอี๊ยด... ครั้งแรก


เอี๊ยด... ครั้งที่สอง

 

 

และ..

 

 

ซ่า.....

 

 

เสียงหยดน้ำจากฝักบัวทำเอาทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรู้สึกประหลาด มันดังมาจากห้องตรงบริเวณทางเข้า ชายหนุ่มที่ใจกล้าอยากจะลองดีก็ชะโงกหน้ามองผ่านเพื่อนก่อนจะเดินผ่านเพื่อนตัวเองไปยังที่ตรงนั้น

 

“เห้ย นั่นมึงจะไปไหน” เมื่อเห็นท่าทีไม่กลัวของเพื่อนจึงรีบเดินตามไปโดยที่ไม่ลืมหันไปสอดส่องด้านหลังว่าไม่ได้มีใครนอกจากเขาทั้งสอง

 

“กูจะไปดูไงว่าน้ำมันไหลมาจากห้องไหน” ชายหนุ่มว่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับเสียงเมื่อครู่มากนัก เสียงน้ำที่กระทบไหลลงพื้นมันทำให้เขาอยากจะรู้ว่าสิ่งที่เขาลือกันหน่ะมันมีจริงหรือไม่

 

“มึง ไม่เอาดิ อย่าไปดูเลย” เมื่อเดินก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่ได้หันไปสนใจเพื่อนที่เดินมาตามหลัง แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือเสียงน้ำไหลได้หยุดไปแล้ว

 

คิ้วหนาขดเข้าหากันอย่างแปลกใจ ทั้ง ๆ ที่ได้ยินเสียงน้ำไหลจากบริเวณนี้ แต่ทำไมห้องยังเปิดอ้าอยู่แถมก็ไม่ได้มีร่องรอยของหยาดน้ำเมื่อครู่

 

 

ตึง!

 

เสียงปิดประตูดังตึงเรียกความสนใจของชายหนุ่มให้หันกลับไปมองที่มาของเสียง ประตูห้องน้ำบานนั่นอ้าออกเล็กน้อยหลังจากที่กำเนิดเสียงดังสะท้อนไปทั่ว แต่ก็ต้องแปลกใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเพื่อนที่เคยยืนอยู่หลังเขาได้หายไปแล้ว ชายหนุ่มเบิกตากว้างแล้วตะโกนเรียกเพื่อนตัวเอง ทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่เพิ่งเดินตามหลังกันมาแท้ ๆ

 

“เชี่ยเอ้ย” สุดท้ายก็ต้องสบถออกมาอย่างหัวเสียเพราะไอ้เพื่อนตัวดีมันอาจจะวิ่งหนีออกไปด้านนอกแล้วก็ได้ พอนึกดังนั้นชายหนุ่มก็มองซ้ายขวาสำรวจห้องน้ำในตำนานอย่างพินิจ สุดท้ายแล้วก็ต้องละทิ้งความตั้งใจที่จะมาพบปะกับเรื่องลี้ลับแล้วเดินออกจากห้องน้ำแห่งนี้ไป

 

ขณะที่กำลังก้าวเท้า ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงแว่วดังออกมาเป็นระยะ คล้ายกับเสียงพูด แต่เขาไม่สามารถจับใจความได้ว่ามันคืออะไร ชายหนุ่มหันกลับไปมองห้องน้ำด้านในสุดอีกครั้งก่อนจะจ้องอยู่อย่างนั้นและพยายามเพ่งสมาธิไปกับเสียงนั่น

 

 

ด้วย..

 

 

ช่วย...ด้วย

 

 

ช่วยด้วย...

 

 

 

คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน มันคล้ายกับเสียงคนกำลังพูดขอความช่วยเหลือ หากแต่เสียงนั้นมันแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย ชายหนุ่มก็ยังคงได้ยินเสียงนั่นเป็นระยะ ๆ

 

ภายในห้องน้ำที่มีแค่เขาอยู่คนเดียว บรรยากาศวังเวงเริ่มก่อความกลัวให้เกิดขึ้น จากตอนแรกที่ไม่ได้เกรงกลัวอะไร แต่วูบหนึ่งกลับรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังกัดกินหัวใจเข้าไป ดวงตาทั้งสองกวาดมองรอบห้องน้ำหาที่มาของเสียงและดูท่าต้นเสียงจะมาจากห้องสุดท้ายที่อยู่ตรงนั้


กลั้นใจเก็บกักความกลัวแล้วเอาความอยากรู้เข้าสู้จนชนะ ขาทั้งสองค่อย ๆ เดินไปยังห้องสุดท้าย และทุกการย่างก้าว ลมเย็นเบา ๆ ก็จะพัดเป่าท้ายทอยให้เสียววูบเป็นระยะ

 

 

ช่วย.. ด้วย

 

 

เสียงนั่นมันช่างคุ้นหู เหมือนกับว่าเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่ความสงสัยก็ต้องถูกพับเก็บเมื่อตอนนี้ชายหนุ่มได้พาตัวเองมาถึงสามห้องสุดท้าย เป็นเสียงผู้ชายที่ดังขึ้นเรื่อยๆ สายตาทั้งคู่ก็กวาดมองไปรอบๆอย่างพินิจ ประตูห้องน้ำถูกปิดไว้พร้อมกันทั้งสามบาน เสียงนั่นยังคงแว่วออกมา แต่เขากลับไม่รู้เลยสักนิดว่า

 

มันดังออกมาจากห้องไหน

 

 

 

ช่วย ด้วย

 

 

อีกครั้งที่ชายหนุ่มได้ยินเสียง มันดังจนชัดเจนว่าอยู่ห้องรองสุดท้าย ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะผลักประตูให้เปิดออกกว้างส่งผลให้บานประตูกระแทกกับผนังเสียงดังลั่นก้องไปทั่ว หากแต่ดวงตาของชายหนุ่มต้องเบิกกว้างกับภาพที่เห็นตรงหน้า

 

“ช่วยด้วย.. ช่วยกูด้วย” ทันทีที่เห็นภาพตรงหน้าชายหนุ่มก็รีบถลาเข้าไปใกล้ เมื่อเจอกับเพื่อนที่หายไปเมื่อครู่นั่งกอดเข่าอยู่ตรงมุมห้องน้ำ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดสีเข้ม กลิ่นเหม็นคละคลุ้งทำเอารู้สึกอยากอาเจียนออกมา

 

“มึง เกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรมึง!” เขย่าไหล่เพื่อนตัวเองแล้วออกไปด้วยความตกใจ  ยิ่งเห็นสภาพของคนตรงหน้าแล้วเขาก็เริ่มรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

 

 

ไหล่หนากำลังสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว เสียงสะอื้นเบา ๆ และใบหน้าที่ซบอยู่ตรงหัวเข่า มือทั้งสองข้างของชายหนุ่มเปรอเปื้อนไปด้วยเลือดกลิ่นเหม็น และดูท่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามองเขา

 

 

“ใครทำอะไรมึง?” โพล่งถามออกไปพร้อมกับเขย่าร่างของเพื่อนตัวเอง เขาไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนที่หายไปเมื่อครู่ แต่จู่ ๆ ก็มานั่งกอดเข่าอยู่ในห้องน้ำแถมเนื้อตัวก็เหม็นคลุ้งไปทั่วห้อง

 

“ฮึก.. ฮือ....” ไม่มีคำตอบเล็ดลอดออกมา นอกจากหัวไหล่ที่ยังสั่นระริกและเสียงสะอื้นไห้ที่ยังไม่มีท่าว่าจะหยุด

 

ความเงียบภายในห้องน้ำทำให้เขาได้ยินเสียงหอบหายใจของตนและเสียงสะอื้นของคนตรงหน้าชัดเจน มันบีบคั้นความกลัวให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมปริปากพูดอะไร และตอนนี้เขารู้สึกหงุดหงิดใจจนต้องโพล่งถามความจริงไปอีกรอบ

 

“มึงอย่าเอาแต่ร้องไห้ บอกกูมาว่าใครทำมึง!”

 

“... ฮืออ” จังหวะที่ชายหนุ่มจะอ้าปากถามอีกรอบ คนตรงหน้าก็ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมกับดวงตาที่เปื้อนด้วยน้ำตาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเข้มคล้ายกับเลือด แววตาวูบไหวไปชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว

 

“กูถามว่าใครทำมึง--”

 

 

 

 

 

“มึงไง!!!!!!!”

 

 

 

 




 

“เหี้ย!!!!!” เสียงสบถดังลั่นออกมาพร้อมกันหลังจากเสียงที่ดังกระแทกสมาธิของทุกคนให้แตกกระเจิงกันไปคนละทิศ แต่ทว่าคนเล่าเรื่องกลับนั่งยกยิ้มอย่างพอใจเมื่อแผนการที่เขาวางแผนไว้ดันสำเร็จขึ้นมา ไม่คิดว่าจะมีใครนั่งตั้งใจฟังเรื่องที่เขาเล่าจนไม่มีสติขนาดนี้

 

“ไอ้พวกกากเอ้ย ขวัญอ่อนกันจังนะพวกมึง” โดคยองซูพูดพร้อมกับแค่นหัวเราะ เพื่อนร่วมชั้นเกือบยี่สิบคนที่มานั่งรวมหัวกันฟังเขาเล่าเรื่องสยองขวัญในโรงเรียน ในบรรยากาศมืดค่ำและวันนี้คือวันศุกร์ที่ 13

 

แน่นอนว่าท็อปปิคที่ฮอตที่สุดก็คงเป็นเรื่องห้องน้ำตึกสาม

 

ตึกที่พวกเขาอาศัยอยู่เนี่ยแหละ

 

....


 

“แหมไอ้สัด ก็มึงเล่นหรี่เสียงแล้วก็พูดโพล่งตอนท้าย ตามึงก็แทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว ไม่ให้ตกใจก็บ้าละ” เพื่อนอีกคนว่าพลางใช้มือลูบอกไปมาเพื่อเรียกขวัญที่กระเจิงให้กลับเข้าที่ ตะกี้ก็เล่นเอาเกือบหัวใจวายไปค่อนห้อง ไอ้คยองซูมันร้ายจริง ๆ

 

“กากสัด ไปนอนได้ละ นิทานจบแล้ว ฝันดีเด็ก ๆ” ชายหนุ่มตาโตว่าก่อนจะผละลุกออกจากวงสนทนาไปยังเตียงของตน เสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมห้องยังดังแซ่ไปเรื่อยโดยที่ยังไม่พ้นประเด็นเรื่องเล่าเมื่อครู่ และแยกย้ายไปนอนที่ใครที่มันเพราะตอนนี้ก็เรียกได้ว่าดึกพอสมควรแล้วสำหรับโรงเรียนประจำแห่งนี้

 

ขณะที่คยองซูกำลังจะล้มตัวลงนอน แรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้เขาต้องหันไปมอง เห็นเพื่อนตัวเองกำลังทำสีหน้ากระอักกระอวนอยู่ใกล้ ๆ

 

“อะไร”

 

“มึงจะนอนแล้วหรอ” บยอนแบคฮยอนถามเพื่อนสนิทด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก ดวงตาเรียวกวาดมองซ้ายขวาอย่างหวาด ๆ

 

“เออดิ มึงก็ไปนอนไป ดึกละ”

 

“เดี๋ยวดิ” แบคฮยอนว่าพร้อมกับค่อย ๆ กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง “กูยังไม่อาบน้ำเลย”

 

“...”

 

“ไปเป็นเพื่อนกูหน่อย”

 

“...”

 

ประโยคเมื่อครู่ของแบคฮยอนทำเอาคยองซูชะงักนิ่งเล็กน้อย ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าแบคฮยอนมาชวนให้ไปเป็นเพื่อนเพราะอะไร ก็ไอ้ตัวเล็กตาชั้นเดียวนี่มันกลัวผีซะยิ่งกว่าอะไรอีก สงสัยเมื่อครู่มันคงแอบมาฟังตอนที่เขาเล่า ทั้ง ๆ ที่ปากบอกจะอ่านหนังสือ แต่หูมันต้องทำงานอยู่แน่ๆ

 

“ก็ไปอาบดิ” คยองซูบอกปัดอย่างไม่ใส่ใจ ใช่ว่าจะแกล้งเพื่อนหรอกนะ แต่พอหัวลงหมอนแล้วความง่วงก็จู่โจมทันที

 

“ไปเป็นเพื่อนกูหน่อยนะ มึงก็รู้ว่ากูกลัวผี” ปากเล็กเบะออกอย่างงอแงเมื่อเห็นว่าเพื่อนตาโปนไม่สนใจ

 

“วันอื่น ๆ มึงยังอาบคนเดียวได้ ทำไมวันนี้กูต้องพามึงไปอาบ” ใช่ คยองซูพูดไม่ผิดหรอกที่เมื่อวันอื่น ๆ แบคฮยอนสามารถไปอาบน้ำที่ห้องอาบน้ำรวมได้คนเดียว

 

“ไอ้เหี้ย ก็วันนี้มึงเล่าเรื่องผีในห้องน้ำ ไม่ให้กูกลัวรึไง”

 

“แล้วจะกลัวทำไม มึงก็อย่าเอามาคิดเองเป็นตุเป็นตะดิ ผีเผอห่าที่ไหนไม่มีหรอก”

 

“ก็รู้ว่าไม่มี แต่กูกลัวได้ไหมเล่า” อีกฝ่ายว่าพร้อมกับฟาดมือลงบนแขนของเพื่อนอย่างขุ่นเคือง มีอย่างที่ไหนมาปล่อยระเบิดเล่าเรื่องผีในห้องน้ำทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขายังไม่อาบน้ำ

 

โดคยองซู มึงมันแย่!

 

“เพ้อเจ้อ ไปรีบไปอาบได้แล้ว ถ้าไม่อาบกูจะไล่มึงออกไปนอนหน้าห้องแน่” พูดจบก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวทันที แบคฮยอนมองท่าทีของเพื่อนด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ในใจก็แอบกลัวว่าเรื่องที่เพื่อนเล่าจะเป็นเรื่องจริง

 

แต่มันก็แค่เรื่องเล่าเท่านั้นแหละน่า..

 

 

 

 

สุดท้ายก็กระฟัดกระเฟียดใส่เพื่อนแล้วพาตัวเองเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่สุดทางเดิน ระหว่างทางก็มีเพื่อนร่วมชั้นคนอื่น ๆ เดินสวนกันบ้างพอให้อุ่นใจ อย่างน้อยเวลาเกือบสี่ทุ่มก็ยังมีคนเดินอยู่

 

ชายตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำรวมที่เปิดไฟสว่างแค่ส่วนด้านหน้า ส่วนด้านหลังถูกปิดไว้เพราะมันดึกแล้ว แสงสว่างมันก็มีมากพอที่จะทำให้เขาเห็นได้ทั่วว่าตรงไหนเป็นอะไรบ้าง

 

อ่างน้ำขนาดไม่ใหญ่มากตั้งอยู่ตรงกลางและมีห้องอาบน้ำซ้าย ห้องส้วมขวา แถมยังมีเสียงก๊อกน้ำไหลและเสียงฮัมเพลงไปเรื่อยพอให้รู้ว่ายังมีคนอยู่ แต่ทว่าก็ไม่ได้อุ่นใจมากนักเพราะดันนึกถึงเรื่องเล่าของที่นี่

 

ยอมรับว่าเป็นกลัวผีมาตั้งแต่ไหนแต่ไร โคตรไม่ชอบความมืดและทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเรื่องลี้ลับ เพิ่งจะเข้ามาเรียนม.4ที่นี่ได้แค่เทอมเดียวก็มีเพื่อนสนิทอย่างคยองซูที่โคตรชอบเรื่องผีเป็นชีวิตจิตใจ ต่างกับเขาที่กลัวผีเข้าไส้ ไม่รู้ว่ากลายเป็นเพื่อนสนิทกันได้ยังไง

 

แต่ก่อนที่จะเสียเวลาไปกันมากกว่านี้ แบคฮยอนเลยตัดสินใจอาบน้ำด้านนอกแทนที่จะเลือกอาบภายในห้อง ก็บอกแล้วว่ากลัวผี แถมเวลานี้ก็ดึกมากแล้วจะไปอยู่ในที่แบบนั้นเขาก็กลัวเหลือเกินว่าจะเจอสิ่งไม่พึงประสงค์

 

อย่างน้อยการอาบน้ำกลางห้องแบบนี้ก็ถือว่าเป็นทางออกที่ดีถ้าหากว่าต้องเจอกับ ‘สุกี้น้ำ’ เข้าเพราะประตูทางออกก็อยู่ด้านหลังนี่เอง

 

วางข้าวของเครื่องใช้ลงบนขอบอ่านก่อนจะถอดเสื้อยืดออก เหลือไว้แค่กางเกงบ๊อกเซอร์ที่จะใส่อาบเพราะกลัวคนเข้ามาเห็น ขันน้ำที่พกมาด้วยถูกตักน้ำแล้วราดใส่ตัวอย่างรวดเร็วทันที

 

แต่จังหวะที่ขันที่สามกำลังจะตักราดตัวเองนั้น ขันน้ำกลับหลุดร่วงออกมาจากมือกระทบลงพื้นจนเกิดเสียงดังลั่นห้องอาบน้ำ

 

แบคฮยอนสะดุ้งอย่างตกใจ ที่ซุ่มซ่ามไม่เข้าเรื่อง เสียงของขันพลาสติกกระแทกกับพื้นมันดังก้องอยู่ในใจหัวใจแทบจะหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เวลานี้ไม่ว่าเสียงอะไรเขาก็กลัวทั้งนั้นแหละ และระหว่างที่ก้มลงไปเก็บขันแบคฮยอนก็ต้องหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง

 

 

เอี๊ยด...

 

 

เอี๊ยด...

 

 

เสียงเอี๊ยดอ๊าดของอะไรบางอย่างทำเอาแบคฮยอนขนลุกซู่ หลับตาปี๋ข่มความกลัวไม่ให้พลุ่งพล่าน มือเรียวรีบคว้าขันของตัวเองมาไว้ในมือพร้อมกับลุกพรวดขึ้นมาเพื่อใช้สายตากวาดมองรอบห้องน้ำว่าเมื่อครู่คือเสียงอะไร

 

“เชี่ย!!” จังหวะที่ลุกขึ้นมาก็ดันผงะถอยหลังเมื่อเห็นร่างสูงของใครบางคนที่กำลังยืนมองหน้าเขาอยู่

 

“ไอ้สัดเฉิน! กูก็นึกว่าใคร” แบคฮยอนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือเพื่อนร่วมห้อง คิมจงแดหรือเฉิน กำลังยืนถือขันทำหน้าเหวอมองเขาอยู่ แถมบนบ่าก็ยังมีผ้าขนหนูสีเหลืองแก่พาดบ่า

 

“อะไรมึง กลัวผีจนขี้ขึ้นสมองรึไง”

 

“ห่า เล่นมาไม่ให้สุ่มให้เสียงกูก็ตกใจดิวะ” พอยิ่งพูดเพื่อนตรงหน้าก็หัวเราะร่วนที่เห็นท่าทีหวาดกลัวของอีกฝ่าย

 

“เออ ๆ กูขอโทษ แล้วไมมึงมาอาบดึกจังวะ”

 

“อ่านหนังสือเพลินหน่ะ”

 

“เออขยันชิบหาย รีบอาบไป กูไม่กวนละ ว่าแต่มึงนี่กลัวผีจริง ๆ สินะ” เฉินพูดแซวเพื่อนตรงหน้าพอหอมปากหอมคอก่อนจะเดินไปยังประตูหน้าห้องน้ำ

 

“จะไปไหนก็ไปเลยสัด” ด้วยความลืมตัวจึงเอ่ยปากโพล่งไล่เพื่อนให้ไปไกล ๆ

 

“ไปละโว้ย” เฉินว่าพร้อมกับยกถุงผ้าขึ้นพาดไหล่ แต่ก่อนที่จะก้าวพ้นขอบประตูไป ชายหนุ่มก็ชะโงกหน้าเข้ามาด้านใน

 

“เออมึง”

 

“อะไร”

 

“เคยได้ยินเรื่องเล่าห้องน้ำตึกสามไหมวะ”

 

“...”

 

“ในเรื่องไม่ได้บอกใช่ป่ะวะว่าอยู่ชั้นไหน”

 

“...”

 

“แต่กูว่ามันต้องเป็นชั้นนี้แน่ ๆ”

 

“...”

 

“ระวังตัวด้วยล่ะ” พูดจบก็ก้มหน้าต่ำช้อนตามองแล้วหัวเราะในลำคอ เฟดหน้าตัวเองให้พ้นประตูก่อนที่จะโดนขวดแชมพูของแบคฮยอนเขวี้ยงใส่หน้า

 

“ไอ้เหี้ยเฉิน ไอ้ปากหมา!” กราดด่าเพื่อนร่วมห้องทันทีหลังจากที่มันพูดจาไม่เข้าท่า พอร่างของเพื่อนหายออกไป แบคฮยอนก็กลับมาอยู่ในบรรยากาศเงียบงันอีกครั้ง ลมเย็นพัดกระทบกับผิวเนื้อเมื่อครู่ทำเอาขนอ่อนที่แขนและท้ายทอยลุกซู่พร้อมเพรียงกัน

 

 

‘เรื่องเล่าห้องน้ำตึกสาม’

 

‘กูว่ามันต้องเป็นที่นี่แน่ ๆ’

 

 

คำพูดของเฉินยังคงหลอกหลอนอยู่ในโสตประสาทของแบคฮยอน ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายที่ต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ได้ต่างอะไรจากเรื่องเล่ามากนัก และแน่นอนว่าตอนนี้แบคฮยอนก็กลัวจนแทบจะทำอะไรไม่ถูก

 

น้ำที่เพิ่งตักราดได้สองขันมันไม่ได้ทำให้ตัวเขาเปียกทั้งตัวแน่ ๆ ใช้ขันควักน้ำมาราดตัวเองอีกสองครั้งด้วยความเร็วแล้วบีบครีมอาบน้ำชโลมกายทันที

 

 

ฟึบ ๆ ฟึบ ๆ

 

 

แต่ไม่ทันที่จะได้ตักน้ำขึ้นมาล้างตัว ไฟด้านบนก็กระพริบติด ๆ ดับ ๆ ทำเอาหัวใจของเขาแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ให้ตายเหอะ จะมากระพริบเสียอะไรตอนนี้วะ ตอนนี้จิตใจไม่ได้อยู่เนื้อกับตัวมากนักเพราะบรรยากาศที่เป็นอยู่ตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากหนังผีเลยสักนิด

 

 

ซ่า....

 

 

จู่ ๆ ก็มีเสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบลงพื้น ทำเอาแบคฮยอนเริ่มหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง มือเล็กสั่นเทาด้วยความกลัวและพยายามที่จะไม่คิดถึงสิ่งที่เพื่อนเคยพูดก่อนหน้านี้ แต่ทว่าคำพูดเหล่านั้นมันยังคงวนเวียนอยู่ในหัว รวมถึงสถานที่ที่เกิดเหตุนั้นดันอยู่ตรงหน้าพอดิบพอดี

 

 

ห้องน้ำห้องสุดท้าย..

 

 

ความมืดยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องแต่มันก็ไม่ได้ทึบมากพอที่จะมองไม่เห็นว่าที่ตรงนั้นคืออะไร และถ้าเขาไม่ได้ตาฝาด เขาก็ไม่อยากจะคิดไปเองเท่าไหร่นักว่าประตูห้องน้ำบานสุดท้ายมันค่อย ๆ อ้าออกช้า ๆ

 

....

 

เหี้ยแล้วไงมึง

 

 

จังหวะนั้นสติก็แทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เพราะว่าเป็นคนกลัวผีมากจึงทำให้เกิดอาการตกใจได้ง่ายกว่าปกติ หัวใจเต้นแรงโครมครามและสัมผัสได้ถึงเม็ดเหงื่อที่ไหลซึมตามขมับ กะอีแค่ประตูบานสุดท้ายมันอ้าออกเองทั้ง ๆ ที่ไม่มีลม ไม่มีคน มีเหตุผลอื่นไหมถ้าแบคฮยอนจะคิดว่านั่นไม่ใช่ฝีมือของ...

 

 

ผ--

 

 

ตึง!!

 

 

“เฮือก!!”

 

เสียงประตูกระแทกดังตึงทำเอาแบคฮยอนสะดุ้งตัวโหยง ตื่นตระหนกจนความคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เวลานี้ใครตั้งสติได้เขาจะยอมกราบเท้าเลยเอ้า!

 

สิ่งแรกที่คิดคือเขาต้องรีบออกไปจากห้องน้ำแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงน้ำไหล เสียงประตู ไฟกระพริบ หรือบรรยากาศเย็น ๆ ภายในนี้ก็ไม่ได้ทำให้หายกลัวแถมยังทำให้เขากลัวมากกว่าเดิม ถึงจะล้างตัวไม่สะอาดดีแต่แบคฮยอนก็ยอมเลือกจะเอาชีวิตรอดให้ออกไปจากตรงนี้ได้ก่อน

 

กวาดเอาของที่วางอยู่ขอบอ่างอย่างเร่งรีบจนไม่ทันระวัง ขวดแชมพูหล่นลงอ่างน้ำและแบคฮยอนก็ไม่รีรอที่จะคว้ามันไว้ แต่ทว่าฟองสบู่ที่เขาล้างไม่สะอาดก็เล่นงานเข้าให้ พื้นเปียกที่มีส่วนผสมของสบู่ทำเอาปลายเท้าที่กำลังเขย่งเอื้อมหยิบขวดแชมพูพลาดลื่นตกลงไปในอ่างจนน้ำกระจายออกเป็นวงกว้าง

 

“แค่ก.. !!!” เพราะว่าไม่ทันตั้งตัว น้ำในอ่างก็เข้าปากเข้าจมูกจนสำลักระรอกใหญ่ แถมยังรู้สึกกลัวจนทำอะไรไม่ถูก ทั้ง ๆ ที่อ่างน้ำก็ไม่ได้ลึกมาก แต่ทำไมปลายเท้าของแบคฮยอนกลับไม่สามารถเหยียบพื้นอ่างได้ ไม่ว่าจะตีขากวาดมือไปทางไหนเขาก็พบแค่ความว่างเปล่าและมีแค่ความเย็นของสายน้ำเท่านั้น

 

สองขาพยายามตะเกียกตะกายดันตัวเองให้ขึ้นเหนือผิวน้ำ ความกลัวเริ่มกัดกินหัวใจทำเอาเขาอยากจะร้องไห้ขึ้นมาดื้อ ๆ แบคฮยอนลืมตาขึ้นมามองและภาพตรงหน้าก็ทำเอาริมฝีปากอ้ากว้างพร้อมกับปล่อยอากาศที่มีทั้งหมดไป

 

ตรงหน้าของเขา..

 

มันคือใบหน้าของคน..

 

 

 

ชิบหาย!

 

แบคฮยอนหลับตาแน่นกลั้นหายใจที่เริ่มหมดลงเรื่อย ๆ ชายหนุ่มปัดมือซ้ายขวาถีบดันตัวเองให้ขึ้นเหนือน้ำ และยิ่งตะเกียกตะกายเท่าไหร่เขาก็เริ่มรู้สึกว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่มีที่สิ้นสุด มันว่างเปล่าไปหมด คล้ายกับว่าตัวเขาเองได้ตกลงไปในแม่น้ำใหญ่ จนเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางสอดเข้าใต้แขนแล้วดึงร่างของเขาให้ลอยหวือขึ้นเหนือน้ำ

 

“แค่ก ๆๆๆ” เมื่อศีรษะโผล่พ้นน้ำแบคฮยอนไอสำลักระรอกใหญ่เพราะกลืนน้ำเข้าไปเยอะพอสมควร คว้ามือเกาะขอบอ่างแล้วหอบอากาศหายใจเข้าปอด ยกมือลูบน้ำออกจากหน้าตัวเองที่เกือบหวิดตายใต้น้ำ เมื่อครู่เหมือนมีคนมาช่วยดึงเขาให้ขึ้นจากน้ำ

 

“ข--” กำลังจะเอ่ยขอบคุณคนที่เข้ามาช่วยชีวิต แต่ทว่าทุกอย่างก็ต้องหยุดชะงักเมื่อแบคฮยอนเริ่มสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง ทั้งที่ตอนจมลงไปในน้ำปลายเท้าเขาไม่สามารถเหยียบถึงพื้นได้ แต่ตอนนี้เข่าทั้งสองข้างกำลังตั้งชันอยู่ที่พื้นอ่าง ระดับน้ำก็ปริ่มอยู่แค่อก

 

แถมตอนนี้ตรงหน้าของเขากลับไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ยืนอยู่สักคน ทั้ง ๆ ที่เมื่อครู่เขารู้สึกได้ว่ามีคนช่วยเขาขึ้นมาจากใต้น้ำ ความว่างเปล่าและบรรยากาศในห้องน้ำทำเอาชายหนุ่มขนลุกซู่ทันที ความหนาวเย็นของน้ำก็ไม่ได้ทำให้ร่างกายเขาสั่นสะท้านเท่ากับเหตุการณ์ต่อจากนี้

 

 

แอ๊ดดด.....

 

 

เสียงฝืดของบานพับประตูทำเอาแบคฮยอนค่อย ๆ หันไปมองช้า ๆ ภาพที่เขาเห็นคือประตูบานเดิมค่อย ๆ อ้าออก และถ้าเขาไม่ได้คิดไปเองแบคฮยอนก็รู้สึกเห็นเงาสูงใหญ่ที่โผล่ออกมาจากประตู

 

สิ่งที่เกิดขึ้นมันบีบคั้นหัวใจของแบคฮยอนจนแทบหายใจไม่ทัน ร่างบางรีบลุกขึ้นมาจากอ่างแล้วแล้วก้าวข้ามขอบอ่างอย่างเร่งรีบ จำใจต้องละทิ้งสิ่งของทุกอย่างแล้วพาตัวเองออกไปจากที่นี่

 

ทำไมต้องเป็นเขาด้วย!

 

จิตใจเริ่มอยู่ไม่สุขเมื่อรู้สึกรังสีที่แผ่ซ่านเข้ามา มันเย็นยะเยือกจนแบคฮยอนอยากจะร้องไห้ออกมา สองขาพาตัวเองวิ่งไปยังหน้าประตูแต่เพราะรีบเกินไปจนพลาดสะดุดล้มลงไปกองกับพื้น และกระเสือกกระสนจะพาร่างของตัวเองไปให้พ้นจากที่แห่งนี้ จู่ ๆ ขนอ่อนตรงท้ายทอยก็ลุกซู่..

 

 

แปะ ...

 

แปะ ...

 

แปะ ...

 

...

 

เสียงกระทบคล้ายกับเสียงเท้าเดินย่ำพื้นเปียกเป็นจังหวะเนิบ ๆ เสียงมันดังก้องอยู่ในโสตประสาท รู้ทั้งรู้ว่าเสียงนั่นคือเสียงอะไร ชายหนุ่มหอบหายใจหนักก่อนจะค่อยหันไปมองด้านหลังช้า ๆ  ดวงตาสั่นไหวเมื่อภาพตรงหน้าคือเท้าคนที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ

 

แบคฮยอนใช้ความกล้าทั้งหมดที่มีค่อย ๆ ไล่สายตามองขึ้นบนอย่างหวาดผวา ท่อนขาที่เกาะพราวไปด้วยน้ำ กางเกงเนื้อบางแนบลู่ไปกับน่องขา ตอนนั้นก็เหมือนหัวใจจะหลุดกระเด็นออกมาเมื่อเงยหน้าขึ้นไปจนสุด สิ่งที่เห็นคือร่างสูงของใครบางคนที่มีผ้าเช็ดตัวคลุมศีรษะปล่อยทิ้งจนปิดบังหน้าตา ในจังหวะที่สติเหลือน้อยนิดจึงทำได้แค่อ้าปากแล้วแหกร้องออกมา

 

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!!” แบคฮยอนแหกปากร้องลั่นห้องน้ำด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นคนหรือผี แต่วินาทีนี้เขากลัวจนจับขั้วหัวใจ อยากจะรีบออกไปจากตรงนี้ แต่แขนขากลับแข็งทื่อขยับไปไหนไม่ได้

 

“อย่าเข้ามานะ! ผมกลัวแล้ว อ้ากกกก กลัวแล้ว!!” แบคฮยอนหวีดร้องไม่เป็นภาษาทั้งยังยกมือขึ้นมาบังตัวเองเอาไว้อย่างหวาดกลัว เสียงเดินย่ำก็เข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนเขาแทบบ้า ขอบตาเริ่มร้อนผ่าวจนน้ำใสเอ่อคลอตรงเบ้าตา

 

“ฮืออ อย่าเข้ามานะ กลัวแล้ว อย่าเข้ามา!!” สุดท้ายก็ร้องไห้ออกมาเพราะความกลัว สาบานได้ว่าชีวิตนี้แบคฮยอนไม่เคยเห็นผีมาก่อน ถึงจะอยู่กับคยองซูมากไปแต่เขาก็ไม่คิดว่าเรื่องเล่าที่เพื่อนเล่ามานั้นจะทำให้ภาพในจินตนาการของเขาออกมาเป็นรูปเป็นร่างเสมือนจริงขนาดนี้ ถดถอยหนี ยกมือปัดเป็นพัลวันกลัวว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะพุ่งเข้าใกล้

 

ทันใดนั้นก็มีสัมผัสเย็นเชียบแตะลงที่ข้อมือของเขา ชายหนุ่มหวีดร้องหนักกว่าเดิมพร้อมกับน้ำใสที่พรั่งพรูออกมาจากดวงตา ทั้งกลัวทั้งผวาแต่ก็ไม่สามารถคุมสติตัวเองให้รีบออกไปจากที่นี่ได้

 

 

“...มึง”

 

 

“อย่าเข้ามานะ อย่า!!! ออกไป ผมกลัวแล้ว!!” เสียงแหลมเล็กหวีดร้องหนักกว่าเดิมเพราะเมื่อครู่เขาได้ยินเสียงของใครบางคน มันดังเหมือนกระซิบอยู่ข้างหู และตอนนี้เขาก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงลืมตาดูว่าตรงหน้าคืออะไร

 

เพราะถ้ามันเป็นแบบที่เขาคิด

 

แบคฮยอนต้องเป็นศพที่สองในห้องน้ำแห่งนี้แน่ ๆ




 

 

“มึง!!!!!!!”

 



เสียงดังลั่นเรียกสติของแบคฮยอนให้กระเจิงออกไปคนละทิศ ดวงตาเบิกโพล่งมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเห็นว่าเป็นใบหน้าซีดเผือดที่มีหยดน้ำเกราะพราวอยู่

 

“อ๊ากกกกกกกกก-- อื้อ!!!” คนตัวเล็กแหกปากร้องลั่นเมื่อเห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือใครสักคนที่เขาไม่รู้จัก แต่ไม่ทันไรฝ่ามือใหญ่ก็ตะครุบปากเขาไม่ให้ร้องลั่นไปมากกว่านี้

 

“แหกปากเรียกพ่อมึงมารึไงห้ะ เบา ๆ ดิ”ชายหนุ่มอีกคนพูดพร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ แบคฮยอนดิ้นพล่านและหลับตาแน่นเพราะกลัวไปหมด “เห่ย เลิกดิ้นดิ กูเหนื่อยแล้วนะ”

 

“อื้ออออออ อัวแอ้วว อัวแอ้ว อืออออ” ทั้ง ๆ ที่หลับตาแต่น้ำตาก็ยังไหลอาบแก้ม ไหล่เล็กสั่นเทาอย่างรุนแรงรวมถึงมือทั้งสองข้างที่กอดตัวเองไว้แน่น

 

“หยุดร้อง มึงตกใจอะไรห้ะ กูเป็นคน ไม่ใช่ผี” ชายหนุ่มตรงพยายามพูดกล่อมอีกฝ่ายเพื่อให้หยุดร้องไห้ ถ้ายังแหกปากลั่นไม่เลิกแบบนี้ยามใต้ตึกต้องขึ้นมาดูแน่ๆ  

 

“อ่มอัวแอ้วว อ่อยอ้มมม” และดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะไม่ทำให้คนตัวเล็กได้สติ เขาจึงต้องใช้ฝ่ามืออีกข้างเขย่าใหญ่อีกคนเบา ๆ

 

“ลืมตาขึ้นมาเดี๋ยวนี้”

 

ส่ายหัว

 

“ถ้ามึงไม่ลืมตากูจะปล่อยให้ผีหลอกมึงคนเดียวที่นี่”

 

!!!!

 



พอได้ยินแบบนั้นแบคฮยอนจึงลืมตาขึ้นมาทันที ใบหน้าซีดของคนตรงหน้ายังคงทำให้เขาหวาดกลัว เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปแล้วชายหนุ่มค่อย ๆ คลายมือออกจากใบหน้าเล็ก

 

ความเงียบคืบคลานเข้ามา แบคฮยอนมองพินิจใบหน้าของคนตรงหน้ารวมถึงนึกย้อนเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่กลัวจนหัวหดแต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกสับสนแทน ว่าสิ่งที่ตรงหน้าคือคนหรือผีกันแน่

 

“คน?” ปากเล็กอ้าพร้อมกับเปล่งเสียงเบาออกมา

 

“เออดิ มึงคิดว่ากูเป็นผีหรอ” และประโยคของคนตรงหน้าทำเอาแบคฮยอนเอื้อมมือไปหยิกแก้มคนตรงหน้าอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้องลั่นแถมยังมองเขาด้วยสายตาเชิงถามว่า มึงหยิกกูทำไม

 

“คนจริง ๆ หรอ”


“ผีมั้ง หยิกกูแรงซะขนาดนี้” คำตอบของชายหนุ่มทำเอาคนตัวเล็กมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ปล่อยตัวเองให้นั่งนิ่งกับพื้นหลังจากคิดไปเองคนเดียวตั้งนาน นี่เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่

 

“แล้วนี่มึงเป็นเหี้ยอะไร จู่ ๆ ก็โดดลงไปในอ่างน้ำแถมทำเหมือนจะจม อยากตายที่ตื้นหรอ?” อีกฝ่ายถามด้วยความสงสัย หากแต่คนสงสัยเองก็คงเป็นแบคฮยอนมากกว่าที่อีกฝ่ายรู้ได้ไงว่าเขาตกลงไปในอ่าง แต่เขาเองก็ไม่ได้โง่เกินกว่าจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

 

“ลงไปช่วย?”

 

“เออดิ ตอนแรกกูก็ไม่ช่วยหรอกเพราะคิดว่าน้ำตื้นขนาดนั้นยังไงมึงก็ไม่ตาย” ชายหนุ่มนิ่งไปครู่หนึ่ง “แต่พอเห็นว่ามึงนิ่งไปแล้วแถมยังไม่โผล่ขึ้นมาจากน้ำกูก็เลยลากขึ้นมา มันคงไม่ดีถ้าจะมีใครตายในเวลาแบบนี้”

 

คำพูดของคนตรงหน้าทำเอาแบคฮยอนอ้าปากชะงักนิ่ง อยากจะพูดค้านออกไปว่าเขาไม่อยากตายน้ำตื้น แต่เพราะว่าเหยียบพื้นไม่ถึงต่างหาก และไม่ว่าเหตุผลไหนมันก็คงฟังไม่ขึ้นทั้งนั้น เพราะมันยากเกินกว่าจะเชื่อได้

 

“แต่.. แต่พอขึ้นมา.. ทำไมผมไม่เห็นนาย...” ปากเล็กอ้าพะงาบ ๆ และพยายามถามในสิ่งที่สงสัยออกมา

 

“จะเห็นได้ไง ก็กูกลับเข้าห้องน้ำไปเอาของมาเนี่ย” เขาพูดพร้อมกับชูถุงผ้าใบเล็กขึ้นมา “พอเดินออกมามึงก็วิ่งหนีแล้วแหกปากลั่นอย่างกับเห็นผี ไหวไหมห้ะ?”

 

“...............” คล้ายกับโดนค้อนยักษ์ทุบหัวดังปัก ยิ่งเห็นแววตาของคนตรงหน้าแล้วแบคฮยอนก็ยิ่งมั่นใจว่าสิ่งที่ได้ยินคือความจริง แถมทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เป็นเพราะเขาคิดเองเออเองทั้งหมดอย่างนั้นหรอ

 

“แล้วนี่มึงจะนั่งอีกนานไหม ลุกขึ้นมาได้แล้ว” ชายหนุ่มว่าพร้อมกับยืดตัวลุกขึ้นยืนจนเต็มความสูง แบคฮยอนเองก็เลิ่กลั่กมองอีกฝ่ายก่อนจะยอมลุกขึ้นตาม รู้สึกอับอายอย่างบอกไม่ถูกที่แหกปากร้องเพราะคิดว่าคนตรงหน้าเป็นผี

 

“เดี๋ยว! จะไปไหน”แบคฮยอนร้องถามออกมาทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักคนตรงหน้า เพราะเขาเห็นว่าผู้ชายคนนั้นกำลังจะเดินออกจากห้องน้ำ เหตุการณ์ก่อนหน้าก็ย้อนเข้ามาจนเขาไม่อยากอยู่คนเดียว

 

“กลับห้องดิวะ มึงก็กลับได้ละ”

 

 

“รอด้วยดิ” คนตัวเล็กว่าก่อนจะรีบกวาดเอาของตัวเองขึ้นมากอดไว้อย่างรวดเร็วก่อนจะวิ่งพรวดออกจากห้องน้ำไปทันที เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังทำท่าตื่นกลัวไม่เลิก ร่างสูงจึงหัวเราะออกมาเบา ๆ

 

“ท่าทางจะประสาท แล้วนึกไงออกมาอาบดึกขนาดนี้ห้ะ” ชายหนุ่มถามอย่างสงสัย

“ผมลืมอ่ะ เออว่าแต่.. นาย...” แบคฮยอนรู้สึกกระอักกระอวนเล็กน้อยเมื่อไม่สามารถใช้คำแทนได้ เพราะเขาไม่เคยเห็นหน้าอีกฝ่าย ถ้าให้เดาก็คงเป็นรุ่นพี่เพราะตัวสูงชะลูดจนหัวของเขาเลยไหล่คนตรงหน้าไปนิดหน่อย

 

“กูอยู่ม.6 และถ้าให้เดามึงคงเป็นเด็กม.4สินะ”  คนเป็นรุ่นน้องพยักหน้ารับซึ่งคนเป็นพี่เองก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรต่อนอกจากเดินไปตามทางระเบียง เมื่อเห็นแบบนั้นแบคฮยอนก็รีบเดินตามชิดอีกฝ่ายทันที

 

“อะไรของมึงเนี่ย” เอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยที่คนตัวเล็กเดินเบียด

 

“โทษทีพี่ ผมกลัวอ่ะ” พูดเสร็จก็ก้มหน้างุดไม่กล้ามองหน้าอีกฝ่าย ตอนนี้เขาไม่สนหรอกว่ารุ่นพี่คนนี้จะนึกรำคาญเขามากแค่ไหน ขอแค่มีคนเดินด้วยก็พอแล้ว

 

“พี่ชื่ออะไรอ่ะ” หลังจากที่เดินเงียบไปสักพัก แบคฮยอนก็เอ่ยถามขึ้นมา ซึ่งคนถูกถามก็หันมามอง

 

“ถามทำไม”

 

“ผมอยากรู้อ่ะ อ่า.. ผมจะขอบคุณที่ด้วยที่ช่วยผมขึ้นมาจากอ่างน้ำ” รู้สึกอับอายเล็กน้อยเมื่อนึกถึงระดับน้ำที่ปริ่มแค่ตรงอก พอพูดแบบนั้นแล้วอีกฝ่ายก็หัวเราะออกมา

 

“ช่วยมึงจากการฆ่าตัวตายในน้ำตื้นอ่ะนะ? ไม่ต้องขอบคุณกูหรอก” คนตัวสูงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เขาไม่ถือสาหรอกถ้ารุ่นน้องจะฆ่าตัวตาย แต่วิธีการมันดูสิ้นคิดไปนิดก็เท่านั้น “กูชื่อชานยอล แล้วมึงล่ะ”

 

“อ่า.. ผมชื่อแบคฮยอนครับ” บอกชื่อตัวเองออกไปก่อนจะก้มหน้าพึมพำท่องชื่อคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ให้ขึ้นใจ “ขอบคุณพี่มาก ๆ นะครับที่ช่วยผม”

 

“เออ ไม่เป็นไร”ชานยอลกว่าก่อนจะยกยิ้ม เดินไปตามทางที่เงียบสงบเพราะในเวลานี้คงไม่มีนักเรียนคนไหนออกมาเพ่นพ่านยกเว้นรุ่นน้องข้างกาย

 

ขณะที่คนตัวเล็กกำลังเดินนึกถึงเรื่องบางอย่างที่ยังคงค้างคาใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไปเอาแต่เดินเงียบ จู่ ๆ รุ่นพี่ชานยอลก็หยุดเดินไปดื้อ ๆ แล้วหันมามองเขา

 

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับพี่” แบคฮยอนถามด้วยน้ำเสียงอึกอัก เพราะสายตาของคนตัวสูงทำเอาคนตัวเล็กเกิดความสงสัย

 

“จะว่าไป... มึงเดินออกมาแบบนี้ ไม่รอเพื่อนมึงหรอ

 

 

!!!!!!!

 

เพื่อน?

 

 

“ห..เห่ยพี่ ผมไม่ตลกนะ” แบคฮยอนมองรุ่นพี่ด้วยความรู้สึกกลัวนิด ๆ ที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมา สีหน้าและน้ำเสียงจริงจังทำเอาคนตัวเล็กเริ่มกรอกตามองซ้ายขวาอย่างหวาดกลัว “พี่ชานยอล...”

 

เสียงเรียกชื่อเบา ๆ ของรุ่นน้องทำเอาเจ้าของชื่อที่กำลังตีหน้านิ่งถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทางตื่นกลัวของรุ่นน้อง

 

“กูหยอกเล่นหรอกหน่า นี่ก็กลัวจังวุ้ย” ชานยอลแค่นหัวเราะเมื่อแกล้งรุ่นร้องสำเร็จ ส่วนคนโดนแกล้งก็เหมือนถูกผลักลงเหวแต่ก็ยังมีเชือกสลิงดึงเขากลับไปที่เดิม

 

“โธ่พี่ มันใช่เรื่องน่าล้อเล่นไหม ผมกลัวจริงนะ” คนตัวเล็กเบะปากทำท่าจะร้องไห้อีกรอบ สาบานว่ากลัวจริงไม่ได้กลัวเล่นๆ

 

“เพ้อเจ้อหว่ะ” รุ่นพี่กลั้วหัวเราะมองสภาพอนาถของรุ่นน้อง ผ้าเช็ดตัวสีฟ้าอ่อนถูกคลุมห่อร่างกายอันน้อยนิดไว้ “แล้วนี่มึงอยู่ห้องไหน ให้กูเดินไปส่งไหม”

 

ไม่ต้องรอคำตอบนาน คนตัวเล็กก็พยักหน้ารัวยอมรับคำชวนของอีกฝ่ายทันที เวลานี้ไม่ต้องไปนึกเกรงใจหรอก เพราะไม่งั้นเขาต้องประสาทหลอนว่าเจอผีหลอกอีกแน่ ๆ จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปยังห้องพักของรุ่นน้องซึ่งระหว่างทางก็เดินคุยกันบ้าง

 

จนเมื่อถึงหน้าห้องแล้ว แบคฮยอนจึงโค้งลาขอบคุณรุ่นพี่ใจดีที่ช่วยชีวิตไว้แถมยังเดินมาส่งอีกต่างหาก ชานยอลบอกว่าไม่เป็นไรเพราะยังไงก็รุ่นน้องในโรงเรียน ได้ยินแบบนั้นแล้วก็รู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก

 

ถึงรุ่นพี่ชานยอลจะพูดจาหยาบคายไปหน่อย แต่สำหรับนิสัยแล้วถือว่าเป็นรุ่นพี่ที่ดีคนหนึ่งเลยทีเดียว

 

“คราวหน้าจะไปอาบน้ำก็ชวนเพื่อนมึงไปด้วย อย่าไปคนเดียวดึก ๆ แบบนี้อีก เข้าใจไหม” ชานยอลพูดบอกรุ่นน้องและคนฟังก็พยักหน้ารับ

 

“ครับ ขอบคุณพี่มากนะ”

 

“เออ งั้นกูไปละ” ชายหนุ่มว่าก่อนจะเดินหันหลังกลับไปยังห้องของตนบ้าง เมื่อแบคฮนอนเห็นว่าแผ่นหลังของรุ่นพี่หายลับไปแล้ว ตัวเองก็รีบเปิดประตูห้องเข้าไปด้านในแต่ก็ต้องผงะถอยหลังเมื่อเจอกับใครบางคนยืนอยู่ตรงประตู

 

“ไอ้คยอง! ทำเชี่ยอะไรของมึงเนี่ย” แบคฮยอนเอ็ดร้องออกมาเสียงเบาเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าคือโดคยองซูเพื่อนสนิทของเขา แถมตอนนี้มันยังทำหน้าตาเรียบเฉยอย่างบอกไม่ถูก

 

 

“แบคฮยอน...” เสียงเรียกของเพื่อนตาโปนทำเอาร่างบางเลิกคิ้วมอง “ตะกี้มึงมากับใคร”

 

พอคยองซูถามจบ คิ้วเรียวก็ขดเข้าหากันอย่างสงสัย ทำไมจู่ ๆ คยองซูถึงถามออกมา “รุ่นพี่ อยู่ม.6อ่ะ”

 

“หรอ..” คยองซูพูดพร้อมกับใช้สายตาไล่มองเพื่อน “แล้วนี่.. มึงอาบน้ำแล้วหรอ”

 

“เออดิ ถามเหี้ยอะไรของมึงเนี่ย พอเลย ไม่ต้องมาคุยกับกูเลยนะ วันนี้กูเกือบตายเพราะมึงไม่ยอมไปเป็นเพื่อนกู ดีนะรุ่นพี่เขาไปช่วยกูไว้ ไม่งั้นกูต้องตายแน่ ๆ” แบคฮยอนว่าก่อนจะเดินไปเอาของไปเก็บไว้ในชั้นของตัวเอง ส่วนคยองซูเองก็ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม แต่ไม่นานก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเพื่อนตัวเล็ก

 

“ที่บอกว่าเกือบตาย มึงหมายถึงอะไร” คยองซูเอ่ยถามด้วยความสงสัย

 

“กูโดนผีหลอกไง!” แบคฮยอนว่าพร้อมกับกวาดตามองซ้ายขวา “อย่าให้กูเล่าเลย ขนลุกไม่หาย” พูดไปด้วยพร้อมกับถอดกางเกงที่เปียกชื้นโยนใส่ตะกร้ากะว่าพรุ่งนี้ค่อยซัก คว้ากางเกงบ๊อกเซอร์ขึ้นมาสวมก่อนจะตามด้วยเสื้อยืดตัวโคร่งพร้อมนอน

 

“..............” โดคยองซูยืนเงียบมองเพื่อนตัวเองด้วยสายตาเรียบเฉย จนเมื่อแบคฮยอนหันมามองแล้วลากคอเข้าไปนอนลงที่เตียง ก่อนที่เจ้าตัวจะล้มตัวนอนลงบนเตียงข้างกัน แบคฮยอนดึงผ้าห่มมาคลุมถึงอกพร้อมกับหลับตาพริ้มไปแล้ว

 

เหลือแค่คยองซูและความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่าง

 

.....

 

คยองซูไม่รู้จะอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ยังไง พอนึกถึงสิ่งที่เพื่อนพูดเมื่อครู่ก็ยิ่งรู้สึกประหลาดใจมากกว่าเดิม ใจจริงเขารู้ว่าแบคฮยอนกลัวผีมากแค่ไหนและเขาก็ไม่ได้ใจร้ายถึงกับจะทิ้งให้เพื่อนไปอาบน้ำคนเดียว แต่เพราะอยากแกล้งมันที่มัวแต่โอ้เอ้ไม่ยอมให้ลอกการบ้าน

 

แต่ไม่รู้เพราะอะไรร้อยวันพันปีแบคฮยอนไม่เคยเดินไปอาบน้ำคนเดียว ทั้งที่ปกติแล้วมันจะต้องรบเร้าคนอื่นให้ไปเป็นเพื่อน พอเห็นว่าแบคฮยอนออกไปนานเกินไป เขาจึงตั้งใจจะออกไปดูว่าอีกฝ่ายเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง

 

จนเมื่อเดินผ่านพ้นมุมบันไดไป เขาก็ได้ยินเสียงพูดคุ้นหูและก็ต้องมั่นใจมากกว่าเดิมเมื่อเสียงนั่นเป็นเสียงของแบคฮยอน เห็นว่าเพื่อนของตนกำลังยืนพูดกับใครบางคนอยู่แถมยังทำหน้าตาเหมือนกลัวผีอยู่กลาย ๆ คยองซูจึงเดินก้าวขึ้นบันไดไปกะจะเรียกเพื่อนแต่ก็ต้องชะงักนิ่ง

 

....

 

แบคฮยอนยังคงพูดบ้าง เว้นระยะบ้างคล้ายกับรอคำตอบจากใครบางคน แต่ทว่าคยองซูกลับไม่ได้ยินเสียงตอบกลับนอกเสียงจากความว่างเปล่ารอบตัวแบคฮยอน

 

 

มันคุยกับใคร...

 

 

นี่เป็นคำถามแรกที่คยองซูนึกขึ้นมาได้ แต่ก็ต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเพื่อนตัวเองกำลังเดินลงบันไดมา และไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้คยองซูรีบเดินกลับห้องตัวเองให้เร็วที่สุด และตอนนี้เขาก็กำลังนอนมองแผ่นหลังของเพื่อนอยู่บนเตียงข้าง ๆ

 

คยองซูไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนที่ถึงกับเอ่ยปากกว่าเกือบตาย มันทำให้หนุ่มตาโปนมีคำถามมากมายเต็มหัวไปหมด แต่คำถามเหล่านั้นก็ต้องถูกเก็บไว้เพราะแบคฮยอนหลับไปแล้ว

 

ถ้าเกิดว่าสิ่งที่แบคฮยอนเจอเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมาย คยองซูเองก็อยากจะโกรธตัวเองเหมือนกันที่ทิ้งเพื่อนไปคนเดียว แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมาอย่างปลอดภัยพร้อมกับอะไรบางอย่างที่ติดตัวมาด้วย

 

บอกตามตรงว่าชีวิตนี้ไม่เคยกลัวผีมาก่อน แต่ก็ต้องมาขนลุกเพราะคำบอกกล่าวของเพื่อนตัวเล็กเรียกคนที่เดินคุยกันระหว่างทางว่า

 

 

รุ่นพี่

 

 

ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองเห็นแบคฮยอนเดินมา..

 

 

คนเดียว

 

.

.

.

.

 

 

 

 

 









แฮ่
คิดถึงมั้ยจ๊ะ?

#ฟิคคืนศุกร์







TF:)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

173 ความคิดเห็น

  1. #173 B__pcy64 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 00:17
    ผีชานยอลนุกะกัวนะคะ
    #173
    0
  2. #136 Sasieee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 23:19
    อ่านตอน5ทุ่มอ่ะ ฮืออ
    #136
    0
  3. #130 ssan2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 22:44
    ตกใจตอนเลื่อนลงมาท้ายนี่แหละ 555
    #130
    0
  4. #98 little daffodil (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 16:54
    พีคมาก น่ากลัวแบบโคตรหลอน นี่ถ้าเป็นคยองซูก็นอนไม่หลับเน่อ
    #98
    0
  5. #93 janebunjira_43 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 18:55
    ทั้งอ่านทั้งขนลุกไปหมด หลอนสุดๆ
    #93
    0
  6. #80 valve-ben (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 11:10
    เลื่อนๆมาตกใจหน้าคยองจ้าาาา
    #80
    0
  7. #43 Peach9 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 15:40
    งื้อออออออออออหลอนอ่ะ
    #43
    0
  8. #35 aunaunmtyj (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 01:35
    โอ้ยใจเต้น มาอ่านตอนกลางคืนอีก
    #35
    0
  9. #27 boombana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 09:28
    รอออนะะะพ
    #27
    0
  10. #23 ชยอลนะจ้ะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 21:44
    หลอนไปอีกก
    #23
    0
  11. #22 Primchidap (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 15:22
    ฮอลลลล ต้องย้อนกลับไปอ่านหใม่แร้ววว
    #22
    0
  12. #21 chef_04 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:58
    ชานยอลเป็นผีหรา ลุ้นง่ะ สงสัยต้องเข้าไปอ่านในคลังฝัน ..
    #21
    0
  13. #20 Sunshineshy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:07
    ไร้เต้อไม่ทิ้งเรื่องเนนนนน้ ฮือ
    #20
    0
  14. #19 Narisara Ank (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2560 / 00:01
    นี่ย้อนกลับไปอ่านในคลังฝันอีกรอบเพราะว่ายังคาใจมากๆๆๆๆถึงมากที่สุด

    จากที่เราเดาในความคิดเราคือเป็นไปได้สองอย่างคือหนึ่ง ชานยอลไม่ได้เป็นผีแต่เป็นคนชวนเพื่อนไป ไปกับเพื่อนอีกคนแล้วเพื่อนคนนั้นโชคร้ายโดนผีฆ่าตาย แล้วกลายเป็นเพื่อนตายแทนแต่ชานยอลไม่ตายไรงี้

    กับสองคือชานยอลกับเพื่อนตายในห้องน้ำชั้นนั้น ในใจเราเชียร์ให้ชานยอลยังไม่ตายแต่ต้องยอมรับว่าความเป็นไปได้มันน้อยมากกกก แต่คือประเด็นที่หนึ่งที่เราเดาขึ้นจากการคิดว่าชานยอลยังไม่ตายมันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผล

    เราไม่แน่ใจและเดาไม่ออกจริงๆว่าร่างสูงที่ชวนเพื่อนไปลองดีในห้องน้ำนั่นใคร(เพราะไรท์ให้คีย์เวิร์ดมาแค่นี้TT)

    มันค้างคาจริงๆนะ อ่านไปแล้วแบบขนลุกจริงๆอะ แล้วเราอ่านตอนกลางคืนตลอด ไม่กล้าออกไปอ่านนอกห้องเลย ต้องหลบเข้ามุมห่มผ้าอ่านตลอด

    คือพอไรท์กลับมาอัพมันยิ่งทำให้เรารู้สึกค้างคาขึ้นมาอีกรอบ วอนอย่าทำร้ายจิตใจให้ทรมานกันไปมากกว่านี้เลยค่ะ TwT

    สุดท้ายนี้เราจะปักหลักรอตอนจบที่แท้จริงและเคลียร์แบบสุดๆนะคะ นานแค่ไหนเราก็จะรอ เราพิมพ์ไม่พอใจตรงไหนขอโทษด้วยน้า สาบานว่ามาจากอินและชอบทั้งนั้น รักนะคระ
    #19
    0