ดั่งเพลิงพิศวาส (ตบจูบถึงพริกถึงขิง)

ตอนที่ 17 : บทที่ 4 (70%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

กราบสวัสดีรีดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ไรท์เตอร์มีนิยายดราม่าหน่วงๆ มาแนะนำจ้า ใจร้าย นิยายเรื่องนี้โคตรดราม่าสุดๆ ใครที่ชอบน้ำตาท่วมจอรับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ  

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดตามลิงค์ด้านล่างนี้



บทที่ 4


วันนี้ที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ ถูกประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากหลายสีสัน มีทั้งดอกกุหลาบซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และดอกคาร์เนชันที่สั่งตรงมาจากเมืองนอกเพื่องานนี้โดยเฉพาะ พศินอยู่ในสูทสากลสีขาวเข้ารูป ใบหน้าหล่อเหลายิ้มแย้มรับแขกอยู่ที่ลานสนามหญ้า หากสายตากลับมองเข้าไปในห้องโถงเป็นระยะ

แม่ครับ เมื่อไหร่น้องดาจะลงมาสักทีชายหนุ่มเอนตัวไปถามมารดที่ยืนอยู่ข้างๆ คุณหญิงอมรรัตน์จึงคลี่ยิ้มให้กับความใจร้อนของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวน

ใจเย็นๆ สิลูก ยังไงวันนี้ลูกก็ต้องได้หมั้นกับน้องดาอย่างแน่นอนจ้ะ แม่คอนเฟิร์ม

แต่มันใกล้ฤกษ์แล้วนะแม่ งั้นผมขอตัวไปดูน้องดาก่อนนะครับพศินขยับกายไปได้เพียงสองก้าวก็ถูกมารดารั้งแขนเอาไว้ อะไรอีกล่ะแม่ ผมอยากให้แน่ใจว่าน้องดาอยู่ในห้องแต่งตัว

ถ้าคิดว่าน้องดาจะหนีงานหมั้นน่ะ เลิกคิดไปได้เลย เพราะน้องดาไม่กล้าทำให้พ่อแม่ขายหน้าเด็ดขาด ตระกูลนี้หน้าบางจะตาย เชื่อแม่สิ

มีอะไรกันเหรอคะคุณพี่คุณหญิงอัมพรเดินมาสอบถามเมื่อเห็นพศินกำลังจะเดินเข้าไปในคฤหาสน์ สองแม่ลูกจึงหันไปยิ้มให้เจ้าของเสียง

ตาพศินนะสิคุณหญิง ใจร้อนมากๆ อยากเห็นหน้าน้องดา นี่ถึงขนาดจะเข้าไปตามเองเลยนะคะคุณหญิงอมรรัตน์รีบตอบแทนบุตรชาย

หนุ่มๆ ก็แบบนี้ล่ะค่ะ ใจร้อน เดี๋ยวน้าไปดูให้เองนะคุณหญิงอัมพรยิ้มให้ว่าที่คู่หมั้นของลูกสาวตนอย่างเอ็นดู จากนั้นก็เดินเข้าไปข้างใน พศินอยากจะตามเข้าไปด้วย แต่ก็ทำได้เพียงแค่ยืนกุมมือตัวเองแทนเพื่อรอเวลา

เวลาผ่านไปราวๆ สิบกว่านาที ก็มีรถแลนด์โรเวอร์คันใหญ่ราคาแพงของใครบางคนแล่นเข้ามาจอดบริเวณลานน้ำพุ เจตต์ซึ่งเป็นลูกน้องคนสนิทรีบลงมาเปิดประตูให้ผู้เป็นนายทันที ร่างสูงสง่าในสูทสีบอร์นเทาก้าวลงมายืนข้างรถ สายตาคมเข้มเหลือบมองไปเห็นสองแม่ลูกที่กำลังยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ต้อนรับแขกอยู่หน้างานก็กระตุกยิ้มุมมปาก ก่อนจะเดินไปหา

ผมดีใจที่คุณบรรณมาร่วมงาน คุณจะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่จะได้เป็นเจ้าของน้องดาตัวจริงพศินตัดไม้ข่มนามและประกาศกร้าวอย่างผู้มีชัย เจ้าพ่อหนุ่มพยักหน้าช้าๆ ในใจนึกสมเพชเจ้าหมอนี่เป็นอย่างมาก

อะไรที่เป็นของเรา ยังไงมันก็เป็นของเราอยู่วันยังค่ำ อะไรที่มันไม่ใช่ ต่อให้ยื้อสุดแรงหรือเอื้อมสุดแขนก็ไม่มีทางได้มาครอบครองหรอกนะบรรณบอกเสียงเรียบ ขณะยืนกอดอกด้วยท่าทางสบายๆ แต่นาทีนี้ก็ขออวยพรให้สมหวังนะครับคุณหญิงแทนที่เจ้าพ่อหนุ่มจะอวยพรให้พศิน แต่กลับหันไปพูดกับคุณหญิงอมรรัตน์แทน

ขอบคุณค่ะ เราเจอกันสองครั้งแต่ไม่ได้คุยกันเลยนะคะ ยินดีที่ได้รู้จักประธานมัณตะธาราอย่างเป็นทางการหญิงสูงวัยยื่นมือไปรอข้างหน้า บรรณเหยียดยิ้มแล้วจับมือตามมารยาท ได้ข่าวว่าคุณบรรณเป็นทายาท เพียงคนเดียวของตระกูล คงจะยุ่งน่าดูเลย

หึจริงๆ ผมมีน้องสาวอยู่คนหนึ่ง แต่เธอเสียชีวิตเพราะคนเลวๆ เพียงไม่กี่คนประโยคท้ายบรรณเน้นเสียงแล้วชำเลืองมองพศินซึ่งยืนทำหน้าเครียดๆ อยู่ไม่ไกล

เสียใจด้วยนะคะ คนสมัยนี้ก็ใจร้ายเหลือเกิน มีข่าวฆ่าฟันกันไม่เว้นแต่ละวันคุณหญิงเอ่ยถามเพื่อต้องการให้มั่นใจว่าสิ่งที่บุตรชายบอกเป็นเรื่องจริง

ใช่ครับน่ากลัวมาก แต่ผมคงไม่ปล่อยให้อยู่เสวยสุขนานแน่นอนหรอกครับ ฆ่าพวกนี้มันง่ายเหมือนดีดนิ้ว แต่ทำยังไงจะให้พวกมันตายทั้งเป็น นี่สิถึงเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผมบรรณทิ้งท้ายคำพูดอันสุดสะพรึงไว้เท่านั้น แล้วก็เดินไปหารัฐมนตรีประภาส โดยมีสายตาของสองแม่ลูกมองตามด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นไม่น้อย คนเป็นแม่นั้นคิดหาทางแก้ไขในขณะที่ลูกชายอย่างพศินกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ เพราะรู้จักบรรณตามคำบอกเล่าของพัดชาว่าร้ายยิ่งกว่าพายุ มีทั้งอิทธิพล มีทั้งอำนาจ ตามแต่ใจจะบัญชา

ขณะที่หน้าคฤหาสน์กำลังเชือดเฉือนกันด้วยวาจาและสายตา ภายในห้องแต่งตัว ร่างบอบบางในชุดไทยจักรีสีเปลือกไข่ยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกด้วยใบหน้าหม่นเศร้าพร้อมกับถอนหายใจออกมายาวๆ หากเป็นไปได้อลินดาอยากให้เวลาเดินช้าๆ เพื่อที่เธอจะได้ยืดเวลาชีวิตของตัวเองให้นานที่สุด แต่ก็เป็นไปไม่ได้เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้เธอก็จะมีแหวนหมั้นใส่เข้ามาในนิ้วนางข้างซ้ายแล้ว

ก๊อกก๊อก

แม่เข้าไปได้หรือเปล่าน้องดา

เสียงมารดาทำให้อลินดาหลุดออกจากภวังค์ความคิด ก่อนจะตั้งสติและปรับอารมณ์ให้สู่สภาวะปกติ

เชิญค่ะคุณแม่อลินดาบอกหลังจากเปิดประตูให้มารดาเดินเข้ามา คุณหญิงอัมพรจับมือเรียวสวยของบุตรสาวมาด้านหน้า

แม่รู้ว่าน้องดาไม่เต็มใจที่จะหมั้นเท่าไหร่นัก แต่แม่อยากขอโอกาสให้พี่เขาได้พิสูจน์ตัวเองก่อนนะจ๊ะ ถ้าช่วงที่รองานแต่ง ทุกอย่างเหมือนไปไม่รอดหรือปรับจูนกันไม่ได้จริงๆ แม่กับพ่อก็ไม่บังคับจ้ะคุณหญิงอัมพรใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นแนบแก้มนวล อลินดาโผเข้ากอดมารดาอย่างคนต้องการกำลังใจ

ขอบคุณค่ะคุณแม่ที่เข้าใจ ดาจะพยายามทำให้ดีที่สุด แต่จะไปถึงวันที่คุณพ่อกับคุณแม่คาดหวังหรือเปล่านั้น ดาเองก็บอกไม่ได้นะคะหญิงสาวแบ่งรับแบ่งสู้ ก่อนจะเอนตัวออกจากอกอุ่นของคนเป็นแม่ คุณหญิงอัมพรแม้จะสงสารบุตรสาวจับใจ แต่เพราะได้รับปากฝ่ายโน้นไว้แล้วจึงไม่อาจถอนคำพูดได้

ถ้านิสัยเข้ากันไม่ได้ แม่จะไม่ทนเห็นลูกของแม่ตกนรกทั้งเป็นแน่นอนจ้ะ แม่สัญญาสองมือของนางยกขึ้นประคองดวงหน้างามแล้วหอมแก้มปลั่งเบาๆ อย่างแสนรัก ไปจ้ะลงไปพร้อมแม่

ดาขออยู่คนเดียวอีกสักพักนะคะ เดี๋ยวจะตามลงไป...

แม้อยากจะพาบุตรสาวลงไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากใกล้ฤกษ์หมั้นแล้ว แต่เมื่อเห็นความหม่นหมองปรากฏอยู่ในดวงตากลมโตของบุตรสาว คนเป็นแม่ก็ไม่อาจขัดใจได้

อย่าให้เลยฤกษ์นะจ๊ะคุณหญิงอัมพรบีบมือเรียวเบาๆ อลินดาโผเข้ากอดมารดาอีกครั้งอย่างไม่สบายใจ เพราะหลังจากงานหมั้นผ่านพ้นไป ชีวิตครึ่งหนึ่งของเธอคงจะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน คุณหญิงอัมพรลูบแผ่นหลังบางแล้วเดินออกจากห้อง

เมื่อได้อยู่คนเดียว อลินดาก็เดินไปยืนหน้ากระจกเพื่อเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง แต่ประตูก็ถูกเคาะเบาๆ คิ้วโก่งสวยจึงยกขึ้นด้วยความแปลกใจเพราะคิดว่าเป็นมารดากลับมา

ค่ะแม่ร่างระหงเดินไปเปิดประตู แต่คนที่เคาะกลับเป็นผู้หญิงรูปร่างสูงโปร่งสองคนแต่งตัวด้วยชุดฟอร์มของทีมออแกไนซ์ อลินดาจึงเอ่ยถามทันที มีอะไรหรือเปล่าคะ

คุณหญิงอัมพรให้มาตามคุณอลินดาค่ะหนึ่งในสองสาวบอกเสียงหวาน แม้จะสงสัยอยู่บ้างเพราะมารดาเพิ่งจากไปเมื่อสักครู่นี้ แต่อลินดาไม่อยากให้มีปัญหาจึงพยักหน้าแล้วเดินตามออกไป พอมาถึงชั้นล่างสองสาวก็เข้ามาประกบข้างและมองหน้ากัน ก่อนที่อีกคนจะหยิบบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ

คุณอลินดาคะ

คะ…” อลินดาหันหน้ามาหาคนเรียก แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อมีผ้าเช็ดหน้าสีขาวพุ่งมาเข้าโป๊ะยังบริเวณกึ่งจมูกกึ่งปากอย่างรวดเร็วชนิดที่เธอยังไม่ทันตั้งตัว ฮื้มฮื้มหญิงสาวพยายามส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ และพยายามตั้งสติเพื่อหาทางรอด แต่ก็สู้ฤทธิ์ยาสลบไม่ไหว ไม่นานสติสัมปชัญญะก็หลุดลอย บิดปลิว และค่อยๆ ดับวูบลง จากนั้นสองสาวจึงช่วยกันพาร่างของคุณหมอคนสวยออกไปทางประตูหลัง

ได้ตัวเป้าหมายมาแล้วหนึ่งในสองสาวเรียกชายฉกรรจ์สามคนที่กำลังยืนรออยู่ข้างรถให้มาช่วย เห็นตัวเล็กๆ แต่หนักเป็นบ้าเลยสาวอีกคนบ่นขณะที่ชายฉกรรจ์อุ้มอลินดาไปที่กระบะท้ายซึ่งมีเข่งผักสองสามอันตั้งอยู่ จากนั้นก็คลุมร่างด้วยผ้าใบสีดำ

เอาเถอะน่า หนักแล้วได้ตัง คุ้มไหมล่ะชายที่เป็นโชเฟอร์ขับรถส่งเงินให้สองสาวคนละปึก รีบออกจากงานไปซะ ก่อนจะถูกจับได้บอกเสร็จชายฉกรรจ์ทั้งสามคนก็พากันขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่สองสาวก็รีบเผ่นตามเช่นกัน


  


ผลงานเรื่องอื่นๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

10 ความคิดเห็น

  1. #3 Phonyanee_Bam (@Phonyanee_Bam) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2562 / 01:14
    มาต่อเร็วๆนะคะ
    #3
    0