ดั่งเพลิงพิศวาส (ตบจูบถึงพริกถึงขิง)

ตอนที่ 16 : บทที่ 4 (50%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    6 ก.ค. 62

กราบสวัสดีรีดเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน วันนี้ไรท์เตอร์มีนิยายดราม่าหน่วงๆ มาแนะนำจ้า ใจร้าย นิยายเรื่องนี้โคตรดราม่าสุดๆ ใครที่ชอบน้ำตาท่วมจอรับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ  

สามารถเข้าไปดาวน์โหลดตามลิงค์ด้านล่างนี้



บทที่ 4

พศินนับวันรอช่วงเวลาที่จะได้ครอบครองอลินดา แต่หญิงสาวไม่รู้สึกรู้สาและพยายามหลบหน้าอยู่ตลอด ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็พาเขามาที่บ้านเพื่อให้บิดากับมารดาเป็นกันชนไว้

คนหนึ่งตามต่อแยไม่ยอมห่าง แต่อีกคนที่ประกาศสงครามเย็นกับเธอนั้นเงียบหายเข้ากลีบเมฆ ทั้งสองพบกันครั้งสุดท้ายก็วันที่เขาพาลูกชายมาตรวจสุขภาพยังโรงพยาบาล และทิ้งทวนผลงานชิ้นโบว์แดงด้วยการชกหน้าพศินหนึ่งหมัด

สงสารหนูพอร์ตจังเลย มีพ่อเป็นมาเฟียแบบนั้น คงจะติดนิสัยห่ามๆ เถื่อนๆ ของพ่อมาแน่แม้จะไม่ชอบบรรณแต่หญิงสาวก็เอ็นดูเจ้าหนูพอร์ตเป็นอย่างมาก เด็กอะไรก็ไม่รู้ น่ารักแถมฉลาดอีกด้วย

ขณะที่อลินดายืนมองดาวนับล้านๆ เวงบนเวิ้งฟ้าไปพร้อมๆ กับคิดถึงพ่อลูกที่หายหน้าไปคู่นั้นอยู่ตรงระเบียงห้องนอน เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นเรียกภวังค์ของเธอกลับมา เท้าเรียวเล็กจึงเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดู เมื่อเห็นเบอร์ไม่คุ้นก็ขมวดคิ้วโก่งสวยเข้าหากันมุ่น

สวัสดีค่ะ

เสียงว่าที่เจ้าสาวทำไมดูเศร้าๆ แบบนั้นล่ะคุณหมอ”ประโยคกวนประสาทปนเย้ยหยันของคนปลายสายนั้น ทำเอาอลินดานิ่งไปเป็นครู่ ก่อนจะเอ่ยตอบ

คุณนี่เอง…”

หึหึวันนี้ดาวสวยนะ ที่เกาะบ้านผมดาวเต็มท้องฟ้าเลย แต่ที่บ้านคุณคงเห็นแค่นิดๆ หน่อยๆ เพราะมีบางอย่างบดบังจนไม่รู้ว่าสิ่งไหนผิดสิ่งไหนถูก

แม้จะเป็นคำพูดธรรมดา แต่ก็ทำให้อลินดารู้ดีว่าอย่างบอกไม่ถูก อุตส่าห์หายไปอยู่เกาะยังโทร.มากระแนะกระแหนเธออีก

คุณน่าจะเอาเวลาไปอยู่กับลูกมากกว่าจะมาประชดฉันนะคะ

เจ้าพอร์ตก็อยู่ข้างผมนี่แหละ มันไม่ยอมนอนเรียกหาแต่มะมะบรรณทำเสียงเลียนแบบหลานชาย ไม่ถึงอึดใจภาพของหนูน้อยก็ปราฎขึ้นบนจอโทรศัพท์ของอลินดา

แอ้มะมะเจ้าตัวกลมอยู่ในชุดนอนสีฟ้า นั่งยิ้มโชว์เหงือกสีชมพูข้างบรรณ มือป้อมๆ ตีแปะๆ หน้าจอโทรศัพท์ปากไม่ยอมหยุดทักทายถึงมะ

คุณหมอก็คิดถึงน้องพอร์ตเหมือนกันค่ะเธอยิ้มทักทาย เจ้าหนูได้ยินเสียงและเห็นภาพคุณหมอก็พยายามยื่นมือไปแย่งโทรศัพท์ แต่คนเป็นลุงไม่ยอม

แอ้เอาเอาเสือพอร์ตเริ่มส่งเสียงเอาแต่ใจ ยกมือป้อมๆ ขึ้นไปแย่งอีกครั้ง หากสายตายังคอยมองใบหน้าหวานๆ ของอลินดาอยู่ตลอด

“เฮ้ย...เอาอะไรวะ เอาหมอมาเป็นเมียพ่อ หรือจะเอาโทรศัพท์บรรณเบี่ยงมือหนีแล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งมาอุ้มหลานชายไปนั่งบนตักแกร่ง

เมียเมียเจ้าหลานชายก็ช่างเป็นใจรับลูกด้วยคำพูดสั้นๆ

นี่คุณบรรณ ลูกคุณยังเด็กอยู่นะ จะพูดอะไรก็ระวังหน่อยไม่ได้หรือไงคำพูดห่ามๆ ของบรรณเรียกเม็ดสีชมพูผุดขึ้นบนใบหน้าสวยทันที เจ้าพอร์ตเหมือนจะรู้ว่าคุณลุงโดนดุก็แหงนหน้าขึ้นมองอย่างถูกใจ มือป้อมเคาะเข้าที่โหนกแก้มสาก แล้วมองอลินดาพร้อมกับส่งเสียงอ้อแอ้เพื่อบอกให้รู้ว่าตนช่วยลงโทษคุณลุงให้แล้ว

เฮ้อไอ้เสือเห็นคนอื่นดีกว่าฉันแล้วเหรอ แบบนี้ต้องปล่อยให้อดน้ำนมเสียให้เข็ดบรรณขู่หลานชาย เจ้าหนูน้อยจึงส่งสายตาละห้อยให้คุณหมอสาว แล้วเอนตัวซุกอกกว้างเหมือนเอาใจ

หม่ำหม่ำเมื่อพูดถึงเรื่องกิน เสือพอร์ตน้อยก็ทำปากขมุบขมิบ บรรณหัวเราะร่วนก่อนจะก้มลงไปจูบหน้าผากบางนุ่มเบาๆ อลินดามองความอ่อนโยนของคนห่ามๆ แล้วอดยิ้มไม่ได้

ราตรีสวัสดิ์คุณหมอก่อนสิไอ้เสือ แล้วเจอกันเร็วๆ นี้นะครับชายหนุ่มหรี่ตามองคนปลายสาย สีหน้าอ่อนโยนเมื่อครู่นั้นเปลี่ยนไป อลินดาหัวใจกระตุกวูบกับประโยคทิ้งท้ายของเขา แต่ยังไม่ทันได้ถามรายละเอียดใดๆ สายก็ถูกตัดไปเสียก่อน

ตาบ้า คิดจะโทร.มาก็โทร คิดจะวางสายก็ตัดไปดื้อๆ สงสารตาหนูพอร์ตเสียจริงที่มีพ่ออารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ แบบนี้

เสียงหวานพึมพำอย่างอ่อนใจ นี่คงพาลูกขึ้นมากรุงเทพฯ อีกละสิหญิงสาวคิดถึงประโยคสุดท้ายของเขาก็เตรียมใจไว้ว่ายังไงเธอคงเครียดกับเขาอีกตามเคย

****************************

หลังจากกล่อมหลานชายตัวแสบจนหลับปุ๋ยด้วยนิทานแจ็คผู้ฆ้ายักษ์เรียบร้อยแล้ว บรรณก็เดินลงมายังห้องทำงานซึ่งอยู่ชั้นล่างของคฤหาสน์เพื่อจัดการงานที่ค้างคาเอาไว้ให้เสร็จ เจตต์นั่งรออยู่ในห้องรีบลุกขึ้นยืนทันที

คนของเราซื้อหุ้นรายย่อยมาได้แล้วครับนาย ทั้งหมดกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์โดยที่นายพศินและคุณหญิงอมรรัตน์ยังไม่ระแคะระคายเลยด้วยซ้ำเจตต์วางเอกสารการซื้อขายหุ้นลงตรงหน้าผู้เป็นนาย บรรณไม่ได้เปิดดูเพราะเชื่อมือคนสนิท

ดี ค่อยๆ ไปทีละนิด ปล่อยให้พวกมันหลงระเริงกับความสุขไปก่อน จากนั้นฉันจะเอาความทุกข์ไปส่งให้พวกมันถึงที่เองเจ้าพ่อหนุ่มกดเสียงต่ำในตอนท้าย แววตาคมแข็งกร้าวน่ากลัวดั่งไฟบรรลัยกัลป์

ท่านรัฐมนตรีประภาสส่งการ์ดเชิญมาให้นายไปร่วมงานหมั้นระหว่างพศินกับคุณหมออลินดาด้วยครับ

ทำตามแผน ฉันจะไปนั่งดูพวกมันชักดิ้นชักงอในงานมุมปากหยักได้รูปเหยียดยิ้มจนเป็นเส้นโค้ง เจตต์เองก็โกรธแค้นไม่ต่างจากเจ้านาย หากการที่ต้องยืมมือคนอื่นมาแก้แค้นสองแม่ลูกคู่นั้น เขาเองก็ไม่เห็นด้วย แต่เชื่อว่าบรรณคงมีเหตุผลมากพอ เพราะเท่าที่ติดตามรับใช้มาหลายปี ผู้เป็นนายไม่เคยทำร้ายคนบริสุทธิ์เลยสักครั้ง ขนาดไอ้สมศักดิ์คนงานซึ่งมีความผิดร้ายแรงโทษฐานยักยอกเงินยังแค่โดนไล่ออก ส่วนลูกเมียก็ยังคงให้ทำงานที่เกาะต่อไปเหมือนเดิม

มีอะไรจะถามไหม?” บรรณมองคนสนิทที่ยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะ เจตต์ถอนหายใจเบาๆ ไม่แน่ใจว่าหากพูดในสิ่งที่คิดออกไปแล้วจะโดนเตะตอนดึกหรือเปล่า

คุณหมออลินดา เธออาจจะไม่รู้เรื่องนี้ด้วยนะครับนาย

แกก็พลอยเป็นไปอีกคนเหรอเนี่ย เจ้าพอร์ตก็ทีหนึ่ง คราวนี้เป็นลูกน้องคนสนิทของฉันเอง พวกแกนี้มันยังไงกันวะ เห็นหน้าอ่อนๆ ยิ้มหวานๆ ก็เชื่อว่าเขาดีทำผิดไม่ได้ ถ้าไม่เพราะเธอ...ไอ้พศินมันจะทำยัยพัดได้ขนาดนี้เหรอพูดถึงเรื่องนี้ทีไร ตะกอนในใจของบรรณก็ลอยขึ้นมาแน่นอกทุกที

ไม่ใช่นะครับนาย ผมพูดไปตามที่เห็นเท่านั้นเอง ส่วนคุณหนูพอร์ตก็คงอยากจะมีแม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ เพราะนายไม่มีอกอุ่นๆ นุ่มๆ ให้ซบพูดเสร็จเจตต์ก็ต้องรีบเปิดประตูออกไปโดยไม่เอ่ยลา เพราะกลัวจะโดนบาทาอนุมานคุบฝุ่นของผู้เป็นนาย

“ไอ้เจตต์! พูดยังกับแกเคยมีลูกมีเมียนักนิ บรรณตะโกนด่าตามหลังลูกน้องคนสนิทอย่างหงุดหงิด เพราะความแค้นที่มีต่อสองแม่ลูกสารเลวคู่นั้นมันหยั่งรากฝังลึกจนเกินจะให้อภัยไปแล้ว ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต ความตายก็ต้องชดใช้ด้วยความตาย มันถึงจะสาสม!

  


ผลงานเรื่องอื่นๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

10 ความคิดเห็น