Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 73 : เสน่ห์ปลายจวัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,537
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 335 ครั้ง
    21 ธ.ค. 62


     วันศุกร์ที่ 21 กันยายน ปี ค.ศ. 2655 เวลา 18.37 น.  ณ ร้านอาหารจีนแบบผสมผสานแห่งหนึ่งในย่านที่อยู่อาศัยเขตสาม ทิศตะวันตกเฉียงใต้

     "อาหมิง ไปส่งอาหารให้บ้านคุณวากัสหน่อย ลูก"

     "คะ ม๊า เดี่ยวหนูไปส่งให้ ว่าแต่ทำไมเป็นหนูส่งล่ะ ปกติเป็นพี่ใหญ่ส่งนี่นา"

     "ลูกค้า เขาเฉพาะเจาะจงลูกมาเลยนะ แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ ตระกูลวากัสก็เพื่อนของเด็กที่ชื่อ "ธารา" คนนั้นไม่ใช่เหรอ"

     "เขาชื่อ "เซล" ม๊า แล้วทางนั้นเขาได้ระบุอะไรเป็นพิเศษไว้นอกจากอาหารกับคนส่งเป็นหนูอีกไหมล่ะ"

     "ก็ไม่มีนะ เห็นทางเขาบอกมีเรื่องจะคุยกับลูกเป็นพิเศษด้วยนะ"

     "อะไรนะ ม๊า มีหนุ่มจะมาจีบหมิงเอ๋อร์ของป๊าเหรอ ป๊าไม่ยอมนะ"

     "คุณน่ะหุบปากแล้วทำอาหารต่อไปเลย ลูกสาวฉันมีหนุ่มหล่อมาจีบ แม่สนับสนุนเต็มที่"

     พูดจบ ม๊าของเธอก็ชูนิ้วโป้งเป็นกำลังใจให้เธอ ก่อนจะหันไปช่วยสามีของเธอทำอาหารต่อ 

     เธอหน้าแดงนิดหน่อยก่อนจะวิ่งไปตรวจเช็คความเรียบร้อยที่กระจก 

     ภาพสะท้อนเป็นหญิงสาวผิวสีแทนน้ำผึ้ง ใบหน้าเรียวสวย ดวงตาคมโตสีม่วงสว่าง ผมยาวเป็นลอนปล่อยถึงกลางหลังสีน้ำตาลประกายเทา
หุ่นทรงนาฬิกาทราย หน้าอกอวบอิ่ม เอวเล็กคอด สะโพกกลมกึงได้รูป

     "สวัสดีค่ะ ทุกคน ฉันมีชื่อว่า หยางหมิง ชื่อนามสกุลของฉันรวมกันจะหมายถึง "แสงตะวันอันสดใส" ชื่อของฉัน "หมิง" มีความหมายว่า "สว่างไสว" พ่อแม่ตั้งให้เพราะ อยากให้เป็นคนสดใส ร่าเริงและคิดแง่บวกเสมอ"

     ซึ่งดูเหมือนจะประสบความสำเร็จ บ้านของฉันทำธุรกิจร้านอาหารจีนแนวผสมผสาน

     เห็นฉันรูปร่างอย่างงี้ แต่กว่าจะได้มาลำบากมากเลยนะคะ ขอบอก ต้องคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างจริงจัง

     แถมยังต้องมาคำนวณแคลอรี่ แต่ฉันก็ภูมิใจกับความสำเร็จนี้มากเลยละ เพราะมันทำให้ฉันได้รับงานถ่ายแบบยังไงล่ะ

     ซึ่งช่วยเรื่องเงินของทางบ้านได้มากเลยล่ะ ถึงแม้จะไม่ได้ลำบากอะไรมากมายก็เถอะ แต่เหตุผลที่ฉันพยายามหาเงินเพิ่มนอกจากธุรกิจครอบครัวอย่างร้านอาหารและถ่ายแบบนิตยสาร

     ก็เพราะว่า น้องสาวของฉัน "หยางจู" พวกเราเรียกเธอว่า "จูเอ๋อร์" น้องสาวผู้น่าสงสารของฉัน น้องสาวผู้แสนดีของฉัน

     เธอป่วยด้วยโรคปริศนาที่ปัจจุบันยังไร้ทางรักษาได้แต่ประคับประครองอาการของเธอให้คงที่ ไม่ทรุดลงไปมากกว่านี้

     เธอเริ่มมาป่วยตั้งแต่ที่ทางบ้านเราเข้าดันเจี้ยนท่องเที่ยว "โรเดน" ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นดันเจี้ยนระดับ B- ไปแล้วจากการที่ไม่มีใครพิชิตมันลงได้จนถูกนับเป็นสถานที่อันตราย

     สาเหตุที่ป่วยก็ไม่มีใครทราบ ขนาดแพทย์สวรรค์อย่างท่านไดแอนยังบอกว่า "จนปัญญา"

     เธอบอกได้แค่ว่ามันเป็นพิษชนิดหนึ่ง แต่ไม่รู้ส่วนผสม ไม่รู้ว่ามาจากมอนสเตอร์ตัวไหน

     พิษปริศนานั้นค่อยๆทำลายระบบร่างกายของน้องของฉันอย่างช้าๆ ปีแรกก็แค่กล้ามเนื้ออ่อนแรง

     ปีต่อมาก็แย่ลงไปอีก เดินอยู่ดีๆก็ไร้เรี่ยวแรงเอาดื้อ ไอค่อกแค่กอยู่เกือบตลอด

     เข้าปีที่สาม น้องของฉันก็ต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาลนับแต่นั้น

     น้องสาวของฉันตั้งแต่เธอป่วยก็ผ่านมาได้เจ็ดปี น้องสาวของฉันที่เคยแข็งแรง เดินเที่ยวเล่นด้วยกันกับฉันอยู่บ่อยๆ

     พอเข้าสู่ปีที่สี่ช่วงปลายปี เธอกลับไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อีกแล้ว พวกเราทุกคนที่ได้รับรู้ตอนแรกร้องไห้กันหมด

     ป๊ากับม๊านั้นร้องไห้ออกมาราวกับใจสลายไปกับน้องของฉันด้วยจนพี่ๆต้องเข้าไปช่วยปลอบป๊ากับม๊า

     ในวันนั้น ฉันได้แต่กอดปลอบน้องสาวของฉันที่ร้องไห้จนแทบขาดใจจนหลับไป

     นับแต่นั้น พวกเราทุกคนก็จะผลัดกันไปดูและอยู่เป็นเพื่อนน้องสาวของพวกเราที่เมื่อเห็นพวกเราก็จะยิ้มให้อยู่เสมอๆ

     พวกเราทุกคนได้แต่ฝืนยิ้มให้เธอเพื่อไม่ให้เธอเป็นทุกข์ไปมากกว่านี้

     สิ่งเดียวที่ทุกคนทำให้น้องสาวแสนรักของพวกเราได้ คือ อาหารและหาเงินประคองอาการเธอจนกว่าจะมีวิธีรักษา

     ซึ่งแน่นอนว่า "แทบ" จะไม่มีความหวังอยู่เลย พวกเรารู้แต่ก็ยังภาวนาให้มันยังมีเหลือให้เราบ้าง

     วิธีเดียวที่พวกเราคิดว่าเป็นไปได้มากที่สุด คือ "การจ้างคนไปสำรวจดันเจี้ยนโรเดน" ให้กับพวกเรา

     แต่ก็ไม่มีนักล่าคนไหนยอมรับงานด้วยความเสี่ยงมหาศาล บริษัทที่จัดทัวร์ท่องเที่ยวล่มละลาย โดนจับติดคุกหัวโตกันจนหมด

     พวกเราได้แต่พึ่งตัวเองในการหาเงินมาจ้างคนให้สำรวจดันเจี้ยนให้พวกเรา ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล

     แค่รายละเอียดงานเกี่ยวกับพิษ นักล่าเกินครึ่งก็คิดเงินเพิ่มเป็นสองเท่าในทันทีแล้ว ยังไม่นับเรื่องที่ต้องจับกลับมาทั้งหมดด้วยอีก ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นไปอีก

     ค่าจ้างที่ถูกที่สุดที่ทางบ้านเราเคยไปติดต่อมาได้ คือ "พันล้านเดล" ถ้ามีผู้เสียชีวิตครอบครัวฉันก็ต้องรับผิดชอบจ่ายค่าชดเชยให้ตามจำนวนคนตกคนละสิบล้านเดล

     บ้านของเราจึงทำงานกันหลายรูปแบบ พี่ชายคนโตเป็นผู้กำกับหนังแบบวิชวลที่ทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ที่บ้าน รายได้ดีมากเลยนะ ว่างๆก็จะคอยช่วยส่งอาหารให้อยู่เสมอ รักจูเอ๋อร์มากที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมดเลยล่ะ

     พี่สาวคนโตทำงานเป็นเกมเมอร์คะ แต่ละวันเธอก็จะลงมากินข้าวแล้วก็สวมวิชวลเฮดเข้าไปโลกของเกมเพื่อหาเงินกับกลุ่มเพื่อนๆรายได้ก็ไม่ได้แย่อะไรมากแต่ได้ทีก็เยอะประมาณหนึ่งเลยล่ะ เจ๋งเนอะ

     พี่ชายคนรองเป็นแพทย์พิเศษใช้สิทธิ์แพทย์ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายของจูเอ๋อร์เป็นอย่างมาก เป็นคนที่อยู่ดูแลจูเอ๋อร์เป็นประจำ

     พี่สาวคนรองและพี่สาวสามทำงานพนักงานกิลด์นักล่า คอยหาคนรับงานจ้างของบ้านเราอยู่เสมอๆ

     ส่วนฉันช่วยงานที่บ้านกับถ่ายแบบ ทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็จะศึกษาการทำอาหารกับสมัครเรียนคอร์สทำอาหารอยู่เสมอๆ

     ทำให้ได้ใบประกาศเชฟระดับสี่ ซึ่งมากพอที่จะเปิดร้านอาหารระดับหนึ่งดาวได้อย่างถูกกฎหมายเลยล่ะ

     แน่นอนว่าพ่อและแม่ของฉันนั้นเป็นเชฟระดับเจ็ดแถมหลายสาขาอาหารด้วยแหละ

     ส่วนของฉันได้แค่เชฟระดับสี่ของอาหารจีนที่เห็นม๊ากับป๊าทำอยู่ทุกวันจนจำรสชาติได้

     "เอาล่ะ ก่อนจะนอกเรื่องไปมากกว่านี้ กลับเข้าเรื่องที่ฉันต้องไปส่งอาหารกันเลยดีกว่า"

     ฉันเดินทางหิ้วกล่องอาหารเหล็กตามแบบฉบับดั้งเดิมมาถึงหน้าร้าน "น้ำยาสารพัดวากัส" ที่ตอนนี้ปิดอยู่

     ตัวร้านเป็นบ้านไม้สไตล์ดั้งเดิมให้บรรยากาศลึกลับน่าค้นหา

     ฉันกดปุ่มหน้าจอสื่อสารทางหน้าร้านพร้อมกล่าวแจ้งส่งของว่า "สวัสดีค่ะ ฉันมาจากร้าน "หยาง จิน" มาส่งอาหารตามออเดอร์คะ" 

     รอได้สักพักก็มีหนุ่มแว่นผมทองรูปหล่อที่แสนสุภาพโผล่ขึ้นมาในจอพร้อมกล่าวอย่างเก้อเขินว่า

     "ครับ มาแล้วครับ ไม่ทราบว่าใช่ คุณหยางหมิงหรือเปล่าครับ"

     ฉันพยักหน้ารับอีกฝ่ายก็มีท่าทีโล่งอกออกมาก่อนจะกล่าวขอโทษเธอออกมา

      "ต้องขอโทษด้วยนะครับ ช่วยรอตรงนั้น แปปนึงนะครับ พอดีมีของจะให้คุณหยางหมิงด้วยพอดีเลยครับ"

     ก่อนหน้าจอจะปิดลง ฉันหยิบกระจกขึ้นมาตรวจเช็คตัวเองอย่างดีอีกครั้ง "ผมพร้อม หน้าพร้อม ไม่มีเหงื่อ กลิ่นตัวไม่มี โอเค"

     ไม่นานนัก ชายเจ้าของออเดอร์อาหารก็โผล่มา "เซล วากัส" เพื่อนของ "ธารา เทพพิทักษ์" ที่เป็นข่าวใหญ่ตลอดช่วงหนึ่งเดือนนี้

     พวกเขาสามคนไม่ใช่คนหน้าตีขี้เหร่อะไรด้วยเอาจริงๆถือว่าหล่อด้วยซ้ำไป โดยเฉพาะเซล

     มีแฟนคลับผู้หญิงเยอะที่สุดรองลงมาจากธาราเลยล่ะ อาจจะเพราะความเป็นสุภาพบุรุษของเขาด้วยก็ได้

     เซลมีสีหน้าลำบากใจนิดหน่อยก่อนจะกล่าวว่า "คุณหยางหมิง ที่ผมเรียกคุณมาวันนี้ เพราะกระดาษแผ่นนี้แหละครับ"

     พูดจบก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้เธอ ฉันส่งถาดอาหารให้เขาก่อนจะรับกระดาษมาอ่านอย่างตั้งใจ ในกระดาษเขียนว่า

     "ถึงคุณหยางหมิงแห่งร้านอาหารหยาง จิน พวกเรายินดีที่จะรับคุณเข้ากิลด์ของพวกเรา "รีไรท์" แต่พวกเราต้องการทดสอบอะไรคุณนิดหน่อย เนื่องจากว่าคุณเขียนแบบฟอร์มว่าเป็นเชฟอาหารจีนระดับสี่ พวกเราจึงอยากจะทดสอบฝีมือการทำอาหารของคุณเล็กน้อย หวังว่าคุณจะตอบรับ ถ้าคุณสนใจ วันพรุ่งนี้ให้มาเจอพวกเราได้ที่อาคารเรียนวิชาคหกรรม ชั้นสี่ ห้อง 417 เวลาสิบโมงเช้า จากธารา เทพพิทักษ์"

     ฉันเงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษด้วยใบหน้าตื่นเต้นยินดีแต่ก่อนที่ฉันจะได้ดีใจนั้น เซลก็ขัดเธอไว้ซะก่อนพร้อมจ่ายเงินค่าอาหารว่า

     "นี่ ค่าอาหารครับ ขอบคุณที่เอาส่งให้นะครับ คุณหยางหมิง ถ้าสนใจ พวกเราคงได้เจอกันในวันพรุ่งนี้ ขอตัวนะครับ"

     เซลก้มหัวขอบคุณเธอก่อนจะปิดประตู ยกอาหารทั้งหมดไปกินกับสมาชิกในบ้านของเขา

     หยางหมินยิ้มกว้างออกมา กระโดดโลดเต้นดีใจไปมาอยู่หน้าร้านจนโดนมองแปลกก่อนที่เธอจะก้มหัวขอโทษด้วยใบหน้าแดงก่ำกลับบ้าน

     เมื่อกลับมาถึงแม่และพี่สาวทั้งสามก็ซักไซร้เธออย่างหนักก็ได้ข้อสรุปว่า "น้องของพวกเธอโดนชวนเข้ากิลด์เฉยๆ"

     แม่และพี่ๆถึงกับทำปากจู๊ออกมาอย่างเซง คิดว่าจะได้เรื่องซุบซิบสนุกๆมาเม้าท์กันเล่นๆให้จูเอ๋อร์ฟังซะแล้ว

     ส่วนพ่อของเธอก็มีใบหน้าโล่งอกออกมา ก่อนจะชักชวนเธอให้มาซ้อมมือ ซึ่งหยางหมิงก็ไม่ปฏิเสธ

     วันต่อมา วันเสาร์ที่ 22 กันยายน ปี ค.ศ. 2655 เวลา 09.30 น. หน้าห้องคหกรรม ชั้นสี่ ห้อง 417

     ฉันกำลังหายใจเข้าออกเพื่อรวบรวมความกล้าก่อนจะเลื่อนประตูเปิดเข้าไปในห้อง

     สิ่งที่เห็นคือ "อาจารย์ลินดา" ผู้แสนใจดีและอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ ผู้เป็นที่ปรึกษากิลด์รีไรท์นั่งยานคางอยู่

     ลินดาเมื่อเห็นหยางหมิงก็กลายทักทายเธอด้วยน้ำเสียงร่าเริงเป็นกันเองว่า "อ้าว นักศึกษาหยางหมิง มาเร็วนะจ้ะเนี่ย ทั้งสามยังไม่มาเลย เห็นพวกเขาบอกจะไปซื้อของนิดหน่อยน่ะจ๊ะ นั่งรอก่อนได้นะ"

     หยางหมิงยกมือไว้ลินดาก่อนจะกล่าวตอบรับด้วยน้ำเสียงสุภาพ "ค่ะ อาจารย์ หนูขอนั่งรอเลยล่ะกันคะ"

     ทั้งสองไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากนั่งเปิดเลคเตอร์ดูเวลาจนเมื่อเวลาสิบโมงเป๊ะๆทั้งสามหนุ่มก็โผล่มาพร้อมกับกล่องใส่วัตถุดิบทำอาหารขนาดใหญ่สามกล่อง 

     เมื่อวางลงบนโต๊ะธาราก็กล่าวทักทายหยางหมิงอย่างเป็นมิตรว่า "ขอบคุณ คุณหยางหมิงด้วยนะครับที่มาตามคำขอ ไม่งั้นละก็พวกผมคงซื้อเจ้าพวกนี้มาฟรีๆแน่เลย" พูดจบก็เปิดกล่องทั้งสามออกเผยเป็นวัตถุดิบทำอาหาร ทั้งเนื้อออร์ค เนื้อแพะอสูร เนื้อวาฬเสือและอื่นๆ

     ทั้งหมดเป็นเนื้อมอนสเตอร์ในอบิสทั้งหมด แน่นอนว่าที่พูดมาทั้งหมดเป็นวัตถุดิบมีราคาและทำได้ยาก

     ส่วนมาก ขายในภัตตาคารระดับหกดาว เนื้อทุกอย่างในกล่องได้รับการประเมินด้านสุขอนามัยแล้วว่าปลอดภัย

     หยางหมิงที่ทำหน้างุงงงอยู่นั้นก็ได้ถูกคำพูดของธาราช่วยปลุกให้หายงงว่า "ผมเรียกคุณหยางหมิงมาวันนี้ก็เพื่อจะให้คุณช่วยทำอาหารจากเนื้อพวกนี้ให้พวกผมทานหน่อย แน่นอนว่าต้องอร่อยด้วยนะ ไม่งั้นก็ลืมไปได้เลย เรื่องที่ผมจะเอาคุณเข้ากิลด์"

     หยางหมิงกลืนน้ำลายในลำคอก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวลว่า "แต่ฉันยังไม่เคยทำเนื้อพวกนี้เลยนะคะ จะให้ทำให้กินเลยนี่มัน"

     เธอยังไม่ทันพูดจบธารากลับพูดแทรกขึ้นมาซะก่อนว่า "ไม่ต้องห่วง คุณผิดพลาดได้จนกว่าจะถึงเย็นวันนี้เลย ขอแค่อาหารจานใดจานหนึ่งอร่อยได้ คุณก็ผ่านแล้วครับ คุณหยางหมิง"

     อาจารย์ลินดาทำท่าจะพูดอะไร ธาราก็ยกมือขึ้นมาห้ามไว้พร้อมกล่าวเสริมคำพูดของเขาไปอีกว่า

     "ผมรู้ว่ามันยากนะครับ คุณหยางหมิง แต่ถ้าคุณทำได้ ผมยินดีที่จะช่วยเหลือคุณเต็มที่เลยรวมถึงเรื่องน้องสาวของคุณด้วย"

     หยางหมิงหันไปมองหน้าธาราด้วยใบหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัดกล่าวถามเขาด้วยน้ำเสียงตระหนกว่า "คุณธารา รู้ได้ยังไงกันคะ"

     ธารายิ้มรับก่อนจะกล่าวคำพูดง่ายๆอย่าง "ไปสืบมานิดหน่อยน่ะครับ ว่าแต่จะเอายังไงล่ะครับ ผมคิดว่าผมเป็นโอกาสเดียวที่คุณมีในการช่วยเหลือน้องสาวที่สุขภาพเริ่มแย่ลงเรื่อยๆ จริงไหมล่ะครับ"

     หยางหมิงมีสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะพยักหน้ารับ เธอไม่พูดอะไรอีกนอกจากนำยางมารัดผมหางม้าสูง สวมผ้ากันเปื้อน หันไปทำอาหารอย่างตั้งอกตั้งใจ

     เธอเลือกเนื้อออร์คมาทำเนื่องจากเธอเคยกินมันมาบ้าง ทำให้รู้ว่าเนื้อออร์คมีความใกล้เคียงกับเนื้อหมูแต่มีความหนาแน่นกล้ามเนื้อมากกว่า กลิ่นรุนแรงมากกว่าเท่านั้นที่เหลือนั้นเรียกได้ว่าเหมือนหมูทุกประการ

     ทั้งรูปแบบลายกล้ามเนื้อ ลายไขมันและมวลไขมัน ขั้นตอนการทำของมันยุ่งยากกว่ามากเนื่องจากกลิ่นสาปเฉพาะตัวของออร์คนั้นรุนแรงมากจึงต้องทำเป็นอาหารที่มีรสจัดพร้อมกับขจัดกลิ่นเหม็นของมันออกไปให้มากที่สุดด้วยเช่นกัน

     หยางหมินเดินไปหยิบวัตถุดิบออกมาได้แก่ หัวหอมใหญ่ น้ำผึ้ง เกลือ น้ำมันหอย ซอส XO ของที่บ้าน ซีอิ้วขาว สาเก ซอสถั่วเหลือง 
พริกไทยดำ พริกหยวกหวานสามสีเขียวเหลืองแดง กระเทียม ขิง น้ำมันงา เหล้าจีน พริกแห้ง พริกชี้ฟ้าแดง น้ำพริกเผา เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ต้นหอม แห้วและที่ขาดไม่ได้ข้าวสวยร้อนๆ

     เธอเริ่มจากนำเนื้อออร์คมาทุบด้วยค้อนนวดเพื่อให้มันแผ่ออกมามากกว่าเดิม กรีดเนื้อจนเป็นตารางเล็กๆไม่ลึกมากนักแล้วตามด้วยโรยเกลือ พริกไทยดำ น้ำมันหอย ซีอิ้วขาวลงไปคลุกเคล้าให้เข้าพักไว้ก่อนจะหันไปซาวข้าวด้วยวิธีแบบญี่ปุ่น

     ล้างน้ำซ้ำไปซ้ำมาจนน้ำใส กรองน้ำออกให้หมด ก่อนจะยกหม้อดินแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นขึ้นมาเทข้าวลงไปก่อนจะเทน้ำให้อยู่ในระดับสองข้อนิ้วชี้แล้วรินสาเกตามลงไปนิดหน่อย พร้อมตั้งตัวจับเวลาปิดฝาต้มหุงไว้

     เธอล้างผักทั้งหมด หยิบพริกหยวกมาหั่นหัวและท้ายออกจากกัน ใช้มีดกรีดเข้าไปในเนื้อพริกด้านหนึ่งแล้วหันมีดหั่นสไลด์ไปตามแกนพริกหยวกจนหมด แผ่มันออกซอยเป็นชิ้นๆโดยรักษารูปร่างของมันไว้จนครบสามสี

     เธอหั่นซอยขิงเป็นฝอยๆชิ้นเล็กๆก่อนจะเอาไปแช่น้ำพักไว้ก่อนจะทุบกระเทียมแกะเปลือกออกโขลกพอหยาบๆแยกไว้แล้วหันไปหั่นหอมหัวใหญ่เป็นซอยละเอียดนำมาโป๊ะไว้ด้านบนเนื้อที่พักไว้ก่อนหน้าคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกทีพร้อมกับเทน้ำผึ้งลงไปจนท่วมหมักค้างไว้หันไปเตรียมอย่างอื่นต่อ

     หยางหมิงวอร์มกระทะเทน้ำมันงาลงกระทะก่อนะเทเม็ดมะม่วงหิมพานต์ลงไปอุ่นให้ร้อนเพิ่มความกรอบกับกลิ่นไหม้แล้วตามด้วยพริกแห้งเอาไปคั่วน้ำมาจนหอมก่อนจะยกมาพักไว้

     ระหว่างรอเนื้อได้ที่เธอก็หันไปล้างต้นหอมก่อนจะเป็นท่อนๆพอดีคำ ก่อนจะหันไปหันหัวหอมใหญ่อีกชุดเป็นเต๋าพอดีคำ 

     เมื่อครบเวลาหมักเนื้อ เธอยกมันออกมาซับน้ำผึ้งออกด้วยกระดาษซับก่อนจะหันเป็นลูกเต๋า ตั้งกระทะเหล็กทรงจีนเทน้ำมันลงไปเจียวกระเทียมโขลกให้หอมแล้วตามด้วยแห้วรอจนแห้วเปลี่ยนสีเป็นสีทองสวยก่อนจะเทหอมหัวใหญ่ พริกชี้ฟ้าลงไป

     ผัดจนหัวหอมเปลี่ยนสีเป็นสีคาราเมลใสพักกระทะไว้ หยิบกระทะอีกอันมาผัดเนื้อให้ขึ้นสีสวยพอเริ่มสุกก็เทผัดจากอีกกระทะลงมาราดน้ำมันงาคลุกให้เข้ากันแล้วตามด้วยน้ำพริกเผา น้ำมันหอยเล็กน้อย ซีอิ้วขาว ซอส XO ซอสถั่วเหลืองอีกนิดหน่อย พริกไทยดำแล้วตามด้วยพริกหยวกทั้งหมดผัดให้เข้ากัน เทเหล้าจีนให้ไฟลุกปิดไฟแล้วเทใส่จานตกแต่งด้วยต้นหอมท่อน

     ทำเสร็จตัวตั้งเวลาก็ดัง หยางหมิงไม่รอช้าหาผ้าไปจับเปิดฝาหม้อออกปรากฎข้าวสีขาวเป็นประกายวาววับดูน่ากิน

     เธอตักใส่จานก่อนจะยกอาหารทั้งสองมาวางเสิร์ฟให้คนทั้งสี่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรนั้นเอง

     เฟยก็ชิงพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเข้มใบหน้าจริงจังว่า "หอม หอมจริงๆ เจ้านี่คือ"

     ธาราทำหน้าเบื่อหน่ายหันไปมองเพื่อนสนิทของเขาอย่างต่อว่าพลางพร้อมบ่นว่า "เล่นมุขแบบนี้ ไม่ดีมั้ง เฟย"

     "เอาน่า ขอเล่นนิดๆหน่อยน่า พวก" เฟยยิ้มติดตลกทำท่าเชื้อเชิญให้หยางหมินพูดต่อพลางพูดว่า "โทษทีครับ เชิญต่อได้เลย"

     หยางหมิงหัวเราะคิกก่อนจะกล่าวชื่อเมนูต่อว่า "ออร์คผัดเผ็ดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ซอส XO แบบเสฉวนเสิร์ฟคู่กับข้าวสาเกหวานคะ"

     ธาราไม่รอช้า หยิบตะเกียบขึ้นมาตักหมูกินก่อนเป็นอย่างแรก ทุกคนในห้องมองสังเกตใบหน้าของธาราอย่างลุ้นๆ

     หยางหมิงใบหน้าเคร่งเครียดดูจริงจังเป็นอย่างมาก ระหว่างดูธาราค่อยๆเคี้ยวอาหารของเธอที่เธอก็ไม่รู้ผลลัพธ์ที่แท้จริงของเนื้อ

     ในใจได้แต่ภาวนาให้มันออกมาดีตามที่ได้เรียนมาจากป๊ากับม๊าของเธอและผลความพากเพียรในการศึกษาการทำอาหารของเธอ

     เมื่อเขาเคี้ยวเสร็จ ธาราก็ยิ้มออกมาก่อนจะกล่าวต้อนรับเธอว่า "ยินดีด้วย คุณหยางหมิง คุณผ่านแล้วล่ะ อาจารย์กับพวกนายลองกินดูสิ อร่อยนะ" ไม่พูดเปล่า ตักเนื้อออร์คผัดเผ็ดมาราดข้าวกินต่ออย่างเอร็ดอร่อย

     จนทั้งสามคนที่เห็นต่างก็ทำตามพลางกล่าวชื่นชมสมาชิกสาวคนใหม่ไม่ขาดปาก

     เฟยกินไปชมไป "โห ตอนเห็นภาพครั้งแรกนึกว่าเป็นแกลปกติที่ไหนได้ ดันเป็นแกลแบบไวฟุสายทำอาหารเก่งด้วย คะแนนสูงนะครับเนี่ย คุณหยางหมิง ปกติคงมีคนจีบเพียบเลยสินะครับเนี่ย"

     "เสียมารยาทน่า เฟย ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะครับ คุณหยางหมิง"

     "อื้อๆ อร่อยจริงๆ ครูขออีกจานได้ไหมจ้ะเนี่ย"

     "ผมว่าอาจารย์พอก่อนดีกว่านะครับ พักนี้ แก้มเริ่มเยอะแล้วนะครับอาจารย์ เป็นพวกประเภทเครียดแล้วกินสินะครับ"

     "หุบปากไปเลยยะ ตาตัวแสบ ครูอ้วนขึ้นก็เพราะเธอนั้นแหละ จบการหาสมาชิกเลี้ยงบุฟเฟ่ต์ครูด้วย" พูดจบ ลินดาก็ส่งสายตาค้อนมาให้เขาอย่างน่ารักน่าชัง

     ธาราได้แต่ทำหน้าปุเลี่ยนกล่าวด้วยรอยยิ้มจางๆว่า "ครับๆ ไว้จะเลี้ยงพร้อมกับต้อนรับสมาชิกใหม่ในวันที่ 27 แล้วกันครับ" พูดจบก็หันมาทางไปหยางหมิงที่ยืนแข็งค้างอยู่ก่อนจะกล่าวต่อว่า "เอานี่ คุณหยางหมิง"

     หยางหมิงรับมาพร้อมบอกว่า "ทุกคนเรียกฉันว่า "หมิงเอ๋อร์ ไม่ก็ "หมิง" เถอะคะ" พูดจบก็คลี่กระดาษออกปรากฎข้อความดังนี้

     "วันที่ 27 กันยายน มาเจอกันที่อาคารฝึกฝน ห้องฝึกซ้อมที่ 117 เวลา 15.30 น. พวกเราจะรอต้อนรับเธออย่างดี กิลด์รีไรท์"

     ธารายิ้มรับคำก่อนจะยื่นมือมาจับกับเธอ "งั้นเธอก็ไม่ต้องสุภาพกับพวกเราหรอก หมิง แล้วก็ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้ง"

     "ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันคะ ธารา" ฉันยิ้มรับอย่างยินดี โดยไม่ได้รู้เลยว่าวันที่ 27 จะเจอกับอะไรบ้าง

**************************************************************************************************************

แกลสาวผิวแทนน้ำผึ้งสายไวฟุ ผู้ทำอาหารเป็น หุ่นนางแบบสุดเซ็กส์ซี่ แล้วยังเป็นพี่สาวผู้แสนรักน้อง (โผล่มาแล้ว!!!)

ภาพประกอบ "หยางหมิง"



หยางหมิง ก็คงประมาณนี้ ผมสีน้ำตาลประกายเทา ดวงตาสีม่วงสว่าง
ลองไปเสิร์ชหาดูเอานะ ว่าสีผมเป็นยังไง

**************************************************************************************************************
เอาล่ะ สรุปหน้าที่สมาชิกทั้งสี่ที่โผล่มากันก่อน
เผื่อรีดเดอร์ทุกท่านที่อยากจะให้ลูกรักเข้าแจมจะได้ไม่ทับหน้าที่กัน
1. เรย์ หน่วยสืบค้นข้อมูล
2. สมาน แพทย์ประจำกลุ่ม
3. เอริค พิษก่อกวน พลลอบจู่โจม
4. หยางหมิง (หมิง/หมิงเอ๋อร์) กุ๊กประจำกลุ่ม
**************************************************************************************************************
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 335 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #550 SupErDraG (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 09:07
    ฉันจะเป็นราชาโจรสลัดให้ได้เลย
    #550
    0
  2. #549 omegaa (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2562 / 06:42
    แกงค์นี้เข้าแล้วออกไม่ได้ โดนฝึกกันเละแน่นอน
    #549
    1
    • #549-1 NessZero(จากตอนที่ 73)
      29 ธันวาคม 2562 / 07:46
      จากทรง ถ้าจะโดนฝึก หนักแน่ๆ จริงๆ
      #549-1
  3. #547 Fikusa (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 17:20
    หอมจริงๆ!!
    #547
    4
    • #547-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 73)
      20 ธันวาคม 2562 / 18:17
      นี่ คือ
      #547-1
    • #547-3 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 73)
      20 ธันวาคม 2562 / 18:38
      หมายถึงนี่เหรอ
      #547-3
  4. #545 Xailice (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2562 / 06:53
    รอมินซูต่อไป :D
    #545
    0
  5. #543 king of emprie (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 21:41
    ยอดกุ๊กจริง เอาซะ ก่อนหน้านี้โหดจริงจังไปเลย5555
    #543
    1
    • #543-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 73)
      21 ธันวาคม 2562 / 00:25
      บอกแล้ว ว่าตอนนี้จะกลายเป็นนิยายทำอาหาร
      #543-1
  6. #541 miss Iu (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 20:40
    เวิ่นเว้อไปหน่อยนะคะช่วงนี้บอกตรงๆไถๆอย่างแทบไม่อ่านเลยตอนนึงมาซักสามคนก็ได้แนะนำยืดยาวเกินไปน้ำเยอะ
    #541
    1
    • #541-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 73)
      19 ธันวาคม 2562 / 21:11
      ช่วงนี้ น้ำเยอะหน่อยแหละครับ เพราะต้องให้เหตุผลตัวละครที่หนักแน่นพอทนการฝึกได้

      ของเฟยกับเซลยังมีเหตุผลเรื่องไม่อยากเป็นตัวถ่วงธารากับรู้ว่าธาราหวังดีอยู่แล้วด้วย

      เลยทำตามได้ แต่คนอื่น ผมไม่คิดว่าเหตุผลแบบอยากเข้าร่วมมันดูหนักแน่นพอจะทนฝึกตามธาราได้หรอกครับ

      ก็เลยต้องเกริ่นประวัติพวกเขาเยอะหน่อย ให้เห็นเบื้องลึกเบื้องหลังไปเลย เพราะไรท์ไม่อยากมาเล่าเรื่องของพวกเขาย้อนหลังอีกน่ะครับ
      #541-1
  7. #540 TepExtar10 (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 20:26
    ขอรูปคาแรคเตอร์ตัวละครด้วยดิครับ😊
    #540
    2
    • #540-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 73)
      19 ธันวาคม 2562 / 20:27
      เดียวไรท์หารูปมาแปะตามตัวละครละกันนะ
      #540-1
    • #540-2 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 73)
      19 ธันวาคม 2562 / 22:20
      ใส่ให้แล้วนะ
      #540-2
  8. #536 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 19:15
    รออ่านนะคะ
    #536
    0
  9. #535 @!^*^DemoN^*^!@ (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 19:12
    อีก กี่ตอนครับถึงจะเข้าเนื้อเรื่องต่อ
    #535
    3
    • #535-2 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 73)
      19 ธันวาคม 2562 / 19:20
      อีกสักพักแหละครับ ช่วงนี้เกริ่นตัวละครเพื่อนร่วมทีมก่อนครับ

      ผมต้องการให้พวกเขาทั้งหมด มีเหตุผลชัดเจนในการกระทำของตัวเองน่ะครับ

      จะให้มาโดนลากไปฝึกระดับเฟยกับเซล โดยที่ไม่มีจุดมุ่งหมายชัดเจนไม่ได้หรอกครับ

      เพราะ เฟยกับเซลมีเหตุผลในการฝึก คือ ไม่อยากเป็นตัวถ่วงธารากับรับรู้ความหวังดีของธาราอยู่แล้ว
      #535-2
    • #535-3 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 73)
      19 ธันวาคม 2562 / 19:28
      จะว่ายังไงดีละครับ ผมอยากจะแนะนำไปแบบไม่ต้องมาย้อนความตัวละครเท่าไหร่น่ะครับ

      ถ้าจะย้อน ผมอยากจะย้อนเล่าแค่เรื่องของธาราน่ะครับ เพราะเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของเรื่องน่ะครับ

      เพราะฉะนั้นเลยอยากเกริ่นตัวะลรทั้งหมดไปทีละคนตามวันเวลาไปที่ค่อยๆคืบหน้าไปเรื่อยๆน่ะครับ

      ไม่ค่อยอยากจะย้อนความให้นับวันเวลายากไปด้วยน่ะครับ
      #535-3
  10. #534 TanNo123456 (จากตอนที่ 73)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 18:54
    รอต่อปายย~
    #534
    0