Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 69 : อาจจะเป็นความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,056
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 431 ครั้ง
    24 ธ.ค. 62


     "วันนี้ วันศุกร์ที่ 21 กันยายน ปี ค.ศ. 2655 เวลา 08.11 น. ฉันกำลังอยู่หลบอยู่หน้าทางเข้าสถาบันรอเป้าหมายปรากฎตามเวลาปกติของเขา"

     "เวลา 08.17 น. ธาราและเพื่อนทั้งสองโผล่มาช่วงเวลาใกล้เคียงกับปกติเหมือนที่พวกเขามาทุกวัน"

     "อ่ะ เหมือนเขาจะเริ่มรู้สึกตัวแล้ว ต้องรีบหลบก่อน" พูดจบ เด็กสาวผมสีน้ำตาลดำยาวประบ่ามัดรวบเป็นหางม้าต่ำสั้นๆก็วิ่งพลิ้วเข้าห้องก่อนที่เป้าหมายของเธอจะรู้ตัว

     "สวัสดีค่ะ ทุกคน ฉันมีชื่อว่า เรย์ ชื่อจริง เรกูลัส ปัทมชัยวิวัฒน์ พ่อแม่ตั้งให้โดยมีความหมายว่า "เจ้าชายที่ควรถูกยกย่องดั่งบัว" 
ฉันควรดีใจหรือเสียใจดีล่ะ ฉันเป็นผู้หญิงนี่นา แต่โดนตั้งชื่อให้ว่า "เจ้าชาย" พ่อแม่แท้ๆของฉันเบลอขนาดนี้เลยเหรอ คิดแล้วอยากจะร้องไห้"

     ถึงฉันจะพูดอย่างงี้ แต่ฉันก็ชอบชื่อนี้มาก อาจจะเพราะชื่อของฉันด้วยเลยทำให้ฉันมีนิสัยออกทอมบอยหน่อยๆ

     อาจจะดูเหมือนคุยแต่ฉันกล้าพูดได้เลยว่าฉันค่อนข้างหน้าตาดีเลยล่ะ ด้วยใบหน้ารูปไข่ ดวงตาเรียวเล็กสีอำพันและผิวขาวอมชมพูเนียนสวยที่บำรุงมาอย่างดีจากฝีมือป้าของเธอที่ต้องการให้เธอสมหญิงดูสวยงามอยู่เสมอเพื่อโปรโมทร้านถึงจะไม่ค่อยได้ผลกับลูกค้าเท่าไหร่ เพราะแทนที่ฉันจะใส่ชุดกระโปรงแบบผู้หญิงขึ้นกับกลายเป็นใส่ชุดสูท เครื่องแบบผู้ชายขึ้นมากกว่าซะอย่างงั้น

     ฉันก็เลยใส่เสื้อผ้าแบบทอมบอยที่มีกระโปรงทับกางเกงซับในขาสั้นเอาไว้ ตอนแรกเธอกะจะใส่ชุดนักศึกษาชายให้รู้แล้วรู้รอด

     แต่ทว่าป้าของเธอขอร้องเอาไว้ บอกว่า "เห็นแก่ป้าเถอะ เรย์ หลานเป็นผู้หญิงก็ทำตัวให้เป็นหน่อยเถอะนะ ป้าขอร้องล่ะ"

     จนเธอจำใจต้องใส่ชุดนักศึกษาหญิงไม่ผูกโบว์ เนคไท โดยด้านล่างใส่กางเกงซับในไว้ใต้กระโปรง 

     รูปร่างฉันดีจนพี่สาวนักกีฬาแถวบ้านยังชม แขนขากระชับเต่งตึงได้รูปจนป้าฉันยังเอ่ยชมไม่ขาดปากว่า "สวย" อยู่บ่อยๆจนฉันเขินก็เถอะ

     ฉันหน้าตาดีถึงขนาดโดนจัดให้เป็นสาวหล่ออันดับเจ็ดของสถาบันเลยนะ "สุดยอดเลยใช่ไหมล่ะ"

     ถ้าสงสัยว่าทำไม ฉันถึงมาตามสืบเรื่องของพวกเขาทั้งสามละก็ฉันขอเล่าย้อนความไปสักนิดนึง

     แต่เดิมฉันก็สนใจข้อมูลของเขา "ธารา เทพพิทักษ์" มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่เรื่องของเขาดันมามีประเด็นจริงๆตั้งแต่เริ่มมีเรื่องกับ
ชไนเดอร์ เดอมัวร์ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหัวหน้าสมาคมเวทย์อัลเกรีย

     ต่อมาไม่นานก็เลื่อนระดับเป็นนักเวทย์ขั้นต้น เป็นเบต้าคนแรกที่อยู่ระดับนี้แถมยังเป็นสามัญชนอีกยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกว่า "สุดยอด" ไปเลย

     หลังจากนั้นผ่านไปอีกไม่กี่วันต่อมาก็มีข่าวใหญ่ไปทั่วว่าเขา "ธารา" ได้ส่งมอบอาร์ติแฟคระดับ B+ ให้กับท่านไรเซล รูค เดวาเรีย 
หัวหน้าหน่วยราชสีห์เพลิงคนปัจจุบันและผู้สืบทอดนาม "กาเวน" แห่งสภาโต๊ะกลม

     ถ้าแค่นั้นว่าสุดยอดแล้วยังมีเรื่องที่เขาพิชิตดันเจี้ยนมายาสงครามที่แม้แต่นักล่าระดับ B ยังทำไม่สำเร็จด้วยคนเพียงแค่สามคนที่สุดยอดยิ่งกว่าจนเป็นหัวข้อพูดคุยกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง

     อีกข่าวของเขาที่เป็นที่ฮือฮากันมากที่สุดในสถาบันของพวกเรา คือ "การประลองที่เหมือนการระบายอารมณ์ของเขา" 

     ในวันนั้นฉันที่ดูอยู่ยังอดหน้าซีด หวาดกลัวออกมาไม่ได้ สายตาของเขาราวกับเรืองแสงออกมาจนพวกเราที่เห็นยังหนาวสันหลัง

     นับภาษาอะไรกับคนที่สู้กับเขาในวันนั้นล่ะ บางคนนอนโรงพยาบาล บางคนแค่เพียงเขาเดินผ่านก็ตัวสั่นราวกับเจ้าเข้า

     พอจบข่าวนี้ พวกเขาก็เงียบหายไปก่อนรายชื่อกิลด์เบต้าของพวกเขาจะถูกส่งเข้าร่วมการแข่งขันด้วยชื่อ "รีไรท์"

     สำหรับฉันมันเป็นการแข่งขันประจำปีที่สะใจที่สุดเท่าที่เคยดูมาเลยล่ะ

     คำพูดของเขารุนแรง ตรงไปตรงมาจนฉันอดชื่นชมเขาไม่ได้แถมเขาก็หล่อใช้ได้ด้วย เอ้ย ไม่ใช่สิ

     เอาเป็นว่าการแข่งขันที่เขาประกาศเข้าร่วม พวกเขาทั้งสามชนะมันอย่างขาดลอย โดยเฉพาะเขา "ธารา"

     ยิ่งเหตุการณ์ที่เขาตะโกนต่อว่าผู้คนทั้งสนามเกี่ยวกับคุณธรรมที่ต่อมาทุกคนเรียกว่า "วาทะแห่งจิตสำนึก"

     ถ้อยคำในวันนั้นฉันกล้าพูดว่าเลยเป็นถ้อยคำที่ฉันประทับใจมากที่สุดในชีวิตเลยล่ะคะ

     "เอาล่ะ กลับเข้าเรื่องเลยดีกว่า ที่ฉันตามสืบเรื่องของพวกเขาทั้งสามก็เพราะโดนจ้างมาจากลูกค้าไม่ทราบชื่อที่จ่ายหนักเป็นพิเศษ"

     ฉันก็เลยต้องมาทำตัวลับๆล่อๆอยู่อย่างที่ทุกคนเห็นกัน ลูกค้ารายนี้สั่งให้เธอคอยจับตาดูสามสหายตอนช่วงเช้าและหาวิธีดักฟังการสนทนาส่วนมากของพวกเขาให้ได้

     ซึ่งเธอก็ได้มันมาพอประมาณจนเธอคิดว่าเพียงพอ ก่อนจะติดต่อลูกค้าเพื่อส่งมอบข้อมูลพร้อมกับจ่ายเงินค่าข้อมูลให้กับเธอด้วย

     เรย์ตรวจเช็คภาพในกล้องถ่ายรูปของเธออยู่เงียบๆก่อนจะเก็บเข้าลิ้นชักโต๊ะเตรียมตัวเรียน

     หลังเลิกเรียน เธอพุ่งตัวออกจากสถาบันไปทำงานช่วยเหลือป้าของเธอที่สุขภาพไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าสมัยก่อน

     เธอวิ่งมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนจะหยิบบัตรออกมาสแตมป์ชื่อเข้าทำงานพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างคล่องแคล่ว

     เป็นชุดบริกรชาย ได้ยินไม่ผิดหรอกคะ บริกรชาย เจ้าของร้านบอกฉันว่า "เธอแต่งตัวหล่อเรียกลูกค้าดีกว่า แต่งสวยแล้วฝืนยิ้มหวานไล่ลูกค้าซะเปล่าๆ" ตอนแรกที่ฉันได้ยินถึงกับคิ้วกระตุกเลยล่ะคะ แต่ได้เงินเพิ่มฉันยอม

     เมื่องานเลิก เธอก็ขอตัวเดินทางไปที่จุดนัดพบกับลูกค้าที่อยู่เขตหนึ่งในย่านสลัมตรงเขตกักกันภัยอันตราย

     เขตที่หนึ่งนั้นถูกเรียกอีกชื่อว่า "เขตสงคราม" เป็นเขตอันตรายที่มีอัตราเสี่ยงมอนสเตอร์รั่วไหลของดันเจี้ยนสูง

     เนื่องจากไม่มีคนพิชิตดันเจี้ยนได้จนมันทรงพลังขึ้นเรื่อยๆจนยากจะควบคุมจึงได้ทำการเคลื่อนย้ายรอยแยกมาที่นี่

     ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เดินทางมาแต่ทุกทีเธอใช้มันแค่เป็นทางผ่านและทุกครั้งที่เดินผ่านก็ยังรู้สึกไม่ดีเหมือนทุกทีที่เดินทางมาที่นี่

     เขตที่หนึ่งนั้นเต็มไปด้วยเศษซากของตึก สิ่งปลูกสร้างต่างๆ ผู้คนในเขตนี้ส่วนมากเป็นคนธรรมดาไม่ก็พวกนอกกฎหมาย

     แน่นอนว่าเธอรู้ถึงความเสี่ยงนี้ดี แต่เธอต้องการเงินเพื่อช่วยเหลือป้าของเธอที่นับวันสุขภาพแย่ลงเรื่อยๆ

     เรย์เดินทางมาถึงจุดหมายก็พบกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าคน ยืนรออยู่ก่อนแล้วในตรอกแคบๆที่เป็นจุดนัดพบเพื่อส่งมอบข้อมูลให้ตามที่ลูกค้ากำหนดพร้อมเงินที่เพิ่มขึ้นมาอีกเท่าตัว ถ้ามาส่งให้ถึงที่

     คนทั้งห้ามีท่าทางไม่น่าไว้ใจออกมาจนเธอสังเกตได้แต่เธอไม่มีทางเลือกมากนัก เธอต้องการเงินจริงๆและตัวเลขเงินที่อีกฝ่ายจะส่งมอบให้เธอก็เยอะจนเธอยอมเสี่ยงได้

     เธอรวบรวมความกล้ากล่าวถามกลุ่มชายฉกรรจ์ตรงหน้าว่า "ใช่ คุณลูกค้าที่จ้างให้สืบข้อมูลของ "ธารา เทพพิทักษ์" หรือเปล่าคะ"

     เรย์มองคนทั้งห้าด้วยสายตาในใจลอบวิตกออกมา "พวกเขาดูไม่น่าไว้ใจยังไงไม่รู้ ต้องระวังตัวไว้ให้มากซะแล้ว"

     ชายหัวหน้ากลุ่มที่ได้ยินก็โชว์เลคเตอร์ของเขาขึ้นมาก่อนจะกล่าวรับด้วยน้ำเสียงเป็นกันเองว่า "ใช่แล้ว แม่หนูนักข่าวคนสวย"

     เรย์ถอนหายใจออกมาก่อนจะก้มลงกดเลคเตอร์ ย้ายข้อมูลลงเมมโมรี่ชิปขนาดเล็กก่อนจะถอดออกจากเครื่องโยนให้ชายตรงหน้า

     ชายหัวหน้ากลุ่มรับเมมโมรี่ชิปมาตรวจดูข้อมูลก่อนจะกล่าวอย่างอารมณ์ดี "ข้อมูลน่าสนใจมาก มาตรวจเงินได้เลย แม่หนู"

     เธอเดินเข้าไปอย่างกล้าๆกลัว เปิดกระเป๋าเงินที่วางไว้บนถังขยะเหล็ก โดยคนที่เหลือหลีกทางให้เธอเข้าไปตรวจเช็คมันได้

     แต่ก่อนจะได้ทำอย่างงั้น เธอก็โดนล้อมเอาไว้จนเธอถึงกับกล่าวเสียงแข็งออกมาว่า "ฉันขอพื้นที่ส่วนตัวหน่อยได้ไหมคะ 
พอดีมันอึดอัดน่ะคะที่มีผู้ชายตัวสูงใหญ่อย่างกับนักกล้ามมาคอยยืนล้อม"

     ชายฉกรรจ์ทั้งห้าหัวเราะก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายว่า "แค่นี้ก็น่าจะรู้นี่นา ว่าพวกฉันจะทำอะไรเธอน่ะ ยัยหนู แกได้ยินข้อมูลพวกนี้เหมือนพวกฉันยังไงก็ต้องกำจัดแกไปด้วยนั้นแหละ"

     เรย์กลืนน้ำลายลงคอก่อนจะล้วงเอาสนับมือเหล็กแบบที่นักเลงสมัยก่อนชอบพกติดตัวไปไหนมาไหนมาใส่ไว้ในมือทั้งสองข้าง

     ชายนักเลงที่ล้อมอยู่ถึงกับผิวปากออกมาอย่างอารมณ์ดีกล่าวแทะโลมเธอว่า "แหมๆ เด็กผู้หญิงสมัยนี้ สวยหุ่นดีขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย สงสัยต้องจัดยัยเด็กนี่ให้หนักสักหน่อยแล้ว ว่างั้นไหม พวก"

     กลุ่มเพื่อนๆของเขาหัวเราะออกมาก่อนจะพุ่งตัวเขาหมายจะจับหญิงสาวตรงหน้าของพวกเขา

     เรย์ไม่พูดไม่จาหันกลับไปหยิบกระเป๋ามาโยนใส่ชายตรงหน้า ก้มหัวต่ำหลบแขนล่ำจากทางขวา เบี่ยงตัวไปด้านซ้ายด้วยการสืบเท้าขวาไปด้านหลังพร้อมซัดหมัดซ้ายใส่เต็มแรงจนจุกก่อนจะฟันศอกเข้าหัวจนชายตรงหน้าล้มลงก่อนจะกระโดดถอยหลังระวังภัย

     ชายทั้งสี่ที่เหลืออยู่ต่างเปลี่ยนสีหน้า ตอนแรกพวกเขานึกว่าจะจัดการเด็กตรงหน้าง่ายๆ ชายหัวหน้ากลุ่มพูดคุยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมว่า

     "สงสัย ฉันจะดูถูกเธอมากไปหน่อยนะ แม่หนู แต่เอาเถอะ ถ้าแค่ห้าคนไม่พอ" พูดยังไม่ทันจบ ชายตรงหน้าก็ดีดนิ้วดัง "เป๊าะ"

     ไม่นานนักก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์ท่าทางตัณหากลับเดินออกมาเกือบยี่สิบคน เรย์เหงื่อออกอย่างวิตกในใจร่ำร้อง

     "ฉันไม่น่ารับงานบ้าๆแบบนี้เลย เพราะความโลภแท้ๆ ถ้ารอดไปได้สาบานเลย จะไม่ทำงานแบบนี้อีกแล้ว"

     เรย์ที่เห็นคนจำนวนมากขนาดนี้ มองเธออย่างแทะโลมก็รู้สึกแย่จนอยากอาเจียน ใบหน้าสวยเคร่งเครียดขึ้นมาอย่างหนัก

     "โห่ๆ หัวหน้าหาเด็กสาวสวยขนาดนี้มาได้เลยวะ พวกเรา ต้องจัดยัยเด็กนี่ให้ขึ้นสวรรค์แล้วล่ะวะ"

     "แหม แค่เห็นรูปร่างก็แจ่มแล้ว ยัยนี่ หลังจากเราเล่นจนพอใจก็เอาไปขายน่าจะได้ราคาดีอยู่นะ"

     "เคี้ยกๆ สาวทอมบอยแบบนี้ สเป็คกูเลยวะ ขอจัดให้หนักเอาให้จำของๆฉันได้เลยดีกว่าวะ"

     หัวหน้าชายกลุ่มนี้ก็ตะโกนออกมาอย่างสนุกสนาน "เอาล่ะ พวกแกไปจับยัยทอมบอยนั้นมาให้กูข่มขืนสิ กูจะจัดยัยเด็กนี่ให้กลายเป็นของเล่นของพวกเราเลย"

     เรย์อดจะตัวสั่นกลัวออกมาไม่ได้เมื่อได้ยินคำพูดของชายตรงหน้า ใบหน้าซีดเผือดในใจได้แต่ภาวนาให้มีคนเข้ามาช่วย

     แต่ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้งหมดจะพุ่งเข้ามารุมล้อมจับเธอนั้นก็มีเสียงปริศนาดังขึ้นจากความว่างเปล่าก้องไปทั่วตรอกเล็กๆว่า

     "เฮ้ย เฟย เซล เมื่อกี้ ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมวะ ที่ไอ้พวกกุ๊ยสวะตรงหน้ามันบอกจะข่มขืนยัยช่างเผือกนี่น่ะ"

     "นายได้ยินไม่ผิดหรอกนะ ธาร แต่เรียกคนที่เพิ่งเจอว่า "ยัยช่างเผือก" ฉันว่าก็เกินไปหน่อยนะ"

     "เฮ้อ นายแมร่งสุภาพบุรุษเกินไปต่างหากล่ะ เซล ยัยนี่ เอาข้อมูลพวกเรามาขายให้กุ๊ยบัดซบแบบนี้เลยนะเว้ย ดีนะ เจ้าธารมันรู้ตัวน่ะ"

     "ฉันเห็นด้วยกับเฟยนะ เซล นายแมร่งสุภาพบุรุษเกินไปวะ ระวังไว้เหอะ ในอนาคตจะเสียเปรียบแฟนตัวเองนะเว้ย"

     "ช่างฉันเหอะน่า พวกนายแมร่งก็ตรงไปว้อย"

     "ฉันว่าเลิกล้อเล่นเถอะ ธาร ก่อนที่เจ้าพวกนี้จะงงไปมากกว่านี้ว่าพวกเราพูดกันตรงไหน"

     "นั้นสินะ" พูดจบ ธาราโผล่ขึ้นมาจากว่างเปล่า เหนือหัวของคนทั้งหมดราวกับอัศวินรัตติกาลในหนังที่พระเอกชอบใส่ชุดคอสตูมค้างคาวออกปราบปรามผู้ร้ายบ่อยๆ

     ธาราไม่สนใจคนรอบข้างทักเรย์คุยราวกับบรรยากาศตรงหน้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรว่า "เฮ้ ยัยช่างเผือก เธอชื่อ เรกูลัส ปัทมชัยวิวัฒน์ สินะ ฉันเรียกเธอว่า "เรย์" คงได้สินะ"

     ชายหัวหน้ากลุ่มตะโกนเข้าใส่ธาราอย่างกับไม่รู้ตัวตนของเด็กชายตรงหน้าจนธารายังรู้สึกแปลกใจว่า 

     "เฮ้ย ไอ้หนูแกเป็นใคร กูไม่สนหรอกนะ แต่ถ้าไม่อยากตาย ไปให้พ้นซะ ไม่งั้นอย่าหาว่ากูไม่เตือนนะเว้ย ไอ้เด็กเวร"

     ธาราเมื่อได้ยินก็แกล้งทำท่ากลัวออกมาก่อนจะปลดปล่อยจิตสังหารเข้าใส่จนชายทั้งหมดตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ธาราล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบกระดาษยันต์ออกมาปาใส่เท้าของชายฉกรรจ์ที่อยู่ใกล้เรย์มากที่สุดสามคนก่อนจะเปลี่ยนกระดาษยันต์ด้วยพลังอักขระเป็นเชือกมานา

     ธารากระโดดหย่อนตัวลงมาเหยียบพื้นยกร่างชายทั้งสามขึ้นสูงจนเท้าชี้ฟ้าหัวทิ่มพื้น หันไปมองเรย์ด้วยสายตาเบื่อหน่ายเอ่ยถามว่า

     "ขอถามเธอหน่อยนะ เรย์ เธอทำทั้งหมดเพื่ออะไร ถ้าเธอบอกเหตุผลที่ดีให้ฉันฟังไม่ได้ ฉันจะจับเธอยัดคุกไปด้วยกันกับไอ้พวกนี้เลย"

     เรย์กลืนน้ำลายก่อนจะรวบรวมสติกล่าวตอบด้วยเสียงมั่นคงอย่างมั่นใจว่า "ฉันทำเพื่อเงิน ฉันต้องการเงินมาใช้"

     ธารามีสีหน้าแปลกใจออกมาก่อนจะหัวเราะยิ้มๆจนเด็กสาวหน้าแดงออกมาหน่อยๆด้วยความเขินอาย

     ธาราหัวเราะเบาๆก่อนจะพูดออกด้วยน้ำเสียงขบขันแต่ถ้อยคำไม่ขำไปด้วยว่า "ทำไมล่ะ เธอต้องการเงินไปทำอะไรล่ะ"

     "ฉันต้องการเงินเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระคุณป้าของฉันที่เลี้ยงดูฉันอย่างลูกแท้ๆ ป้าของฉันลำบากมามากพอแล้ว ท่านสุขภาพแย่ลงจนฉันรู้สึกเป็นห่วงถึงได้ทำแบบนี้ยังไงล่ะ"

     ธาราหัวเราะเสียงดังก่อนจะกล่าวเสียงเย็นอย่างแผ่วเบาให้ได้ยินไปทั่วบริเวณ "เอาล่ะ พวกแก ฉันจะให้โอกาสพวกแกยอมมอบตัว 
ไม่งั้นก็เตรียมใจเละไว้ได้เลย เซล แจ้งตำรวจที"

     "แจ้งไปแล้วละ อีกสิบนาทีก็คงมาถึง" เซลเดินออกมาจากสุดปลายตรอกด้านหลังของเรย์

     ชายฉกรรจ์เมื่อได้ยินต่างรีบวิ่งไปหนีแยกย้ายกันไปอีกทิศทางที่ไม่มีใครอยู่ก่อนจะมีเสียงดัง "ตู้มม" จนชายร่างอ้วนท้วมในกลุ่มปลิวกระเด็นออกมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่นก่อนที่เฟยจะเดินออกมาจากสุดปลายตรอกอีกด้านที่กลุ่มชายฉกรรจ์พยายามวิ่งหนีกันไป

     "จะไปไหนล่ะ ไอ้พวกกุ๊ย เมื่อกี้บอกจะฆ่าเพื่อนฉันไม่ใช่เหรอวะ ตอนนี้ วิ่งหนีเหรอ ถึงจะเป็นไปไม่ได้ก็เหอะ ใช่ไหม ธาร"

     ธารายิ้มกว้างออกราวกับจอมมาร เขียนอักษรรูน ปลดปล่อยอำนาจอักขระส่องแสงสีเขียวไปทั่วบริเวณกดทับกลุ่มชายฉกรรจ์จนขยับไม่ได้แล้วเดินไปยืนตรงหน้าของชายหัวหน้ากลุ่ม ก้มหัวลงมองชายตรงหน้าพร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบว่า 

     "สวัสดี คุณกุ๊ย โทษทีนะ ที่เข้ามาขัดความสนุกของพวกแก พอดี พวกฉันสนใจยัยนี่เข้าน่ะ หวังว่าแกคงปล่อยให้ฉันเอายัยนี่ไปได้นะ 
ไม่งั้นก็เตรียมใจไว้ได้เลยว่าฉันจะอัดพวกแกให้ปางตาย ข้อหามาหาเรื่องว่าที่สมาชิกกิลด์ของฉัน"

     "เอ๊ะ ว่าที่สมาชิก หมะ หมายความว่า" ก่อนที่เธอจะได้พูดต่อ ธาราก็พูดประโยคที่เธออยากได้ยินมากที่สุดเท่าที่เธอเคยคิดว่าอยากได้ยินว่า

     "เรกูลัส ปัทมชัยวิวัฒน์ ไม่สิ เรย์ ฉันต้องการให้มาเธอเข้ากิลด์ของพวกเรา "รีไรท์" เธอจะว่ายังไงล่ะ"

     ไม่ต้องคิดอะไร คำตอบของเธอก็มีเพียงแค่อย่างเดียว ตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอส่งเอกสารในวันนั้น 

     "ยินดีค่ะ ไม่สิ ได้โปรดรับฉันเข้ากิลด์ด้วยคะ"

     ธารายิ้มรับออกมาอย่างสบายใจก่อนจะโยนกระดาษแผ่นหนึ่งให้เธอพร้อมกล่าวกำชับเธอให้รีบหลบหนีออกจากที่นี่ซะก่อนจะหายไปเหลือไว้เพียงความว่างเปล่าในตรอกซอยแคบๆที่เกือบกลายเป็นฝันร้ายของหญิงสาวไปซะแล้ว

     เรย์กลับกำลังยืนยิ้ม หน้าแดงออกมาอย่างเขินอาย ในใจดีใจจนแทบจะบินได้ สองมือนุ่มจับกระดาษแผ่นที่ธาราโยนไว้ให้พับเก็บใส่กระเป๋าอย่างทะนุถนอมก่อนจะหันไปหยิบกระเป๋าเงินวิ่งหนีออกจากซอย เดินทางกลับบ้านไปด้วยรอยยิ้ม

     ก่อนกลับเธอก็ไม่ลืมเอาเงินทั้งหมดโอนเข้าธนาคารแล้วหาถังบริจาคโยนกระเป๋าเข้าเครื่องรับบริจาคไป

     เมื่อมาถึงบ้าน ป้าของเธอก็มาต้อนรับเธอพร้อมสังเกตใบหน้าหลานสาวบุญธรรมของเธอก่อนจะเอามือมาแตะหัวกล่าวถามเธออย่างเป็นห่วงว่า "หลานหน้าแดงมากเลยนะ เป็นอะไรไหมจ้ะเนี่ย ตัวร้อนด้วย"

     เรย์ปฏิเสธไปก่อนจะวิ่งขึ้นห้อง ทิ้งตัวลงนอนด้วยใบหน้าแดงก่ำในใจอดคิดถึงเรื่องราวในวันนี้อย่างมีความสุข

     โดยไม่ได้เอะใจเลยว่าทั้งสามแอบติดตามเธอมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะ มัวแต่ประทับใจกับการพบเจอกันในครั้งนี้ที่ราวกับการ์ตูนโชโจวตาหวานที่เธอชื่นชอบ เธอล้วงกระดาษออกมาอ่านอย่างมีความสุข

     "วันที่ 27 กันยายน มาเจอฉันที่อาคารฝึกฝน ห้องซ้อมหมายเลขที่ 117 เวลา 15.30 น."

     ก่อนจะกรี้ดกร้าดใส่หมอนอย่างมีความสุขอยู่ในห้องนอนของเธออย่างสนุกสนานจนป้าของเธออดเป็นห่วงหลานสาวของเธอออกมาไม่ได้ในใจก็คิดว่า "ยัยหลานสาว วันนี้เป็นบ้าอะไรของมันกันนะ ยัยตัวแสบเนี่ย"

************************************************************************************************************

ภาพประกอบ "เรย์"



เปลี่ยนสีผมเป็นสีน้ำตาลดำกับตาสีอำพัน เรย์ก็คงจะอารมณ์ประมาณนี้

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เอาล่ะ เปิดฉากเริ่มการรวบรวมสมาชิกอย่างเป็นทางการ เข้าสู่บทสองของชั้นปีที่หนี่งอย่างเป็นทางการ "สร้างกองกำลัง"

ตอนแรกไรท์ว่าจะเล่นมุข "I am batman" แล้วแต่กลัวลิขสิทธิ์เลยล่ะไว้ดีกว่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 431 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #537 Fikusa (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 19:30
    พวกประโยคฮิตกลัวติดลิขสิทธิ์นี่แค่เปลี่ยนคำนิดหน่อยก็ได้ ความฮาทวีคูณ
    #537
    0
  2. #462 KIZUkinada (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 22:20
    ต้องเจอฉากรวมคนแบบ อักกี่คนอ่ะ ดองอ่านทีเดียวเดียวหนูค้าง
    #462
    0
  3. #461 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 21:09
    รออ่านนะคะ
    #461
    0
  4. #460 stepjazmetalbeat (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 19:44

    หราาาา

    #460
    0
  5. #456 miss Iu (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 17:36
    เดี๋ยวๆทำไมอารมณ์มันเปลี่ยนไวจัง5555
    #456
    1
    • #456-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 69)
      16 ธันวาคม 2562 / 17:37
      ไม่เอาไม่พูดสิครับ ไหลไปตามบรรยากาศเร็ว
      #456-1
  6. #455 king of emprie (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 17:24

    สุดยอดเลย ขนาดของคนอื่น ผมยังรู้สึกสุดยอด จะรอดูของตัวเองบ้าง555 ว่าเป็นไง
    #455
    0
  7. #454 I love Pride online (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 17:21
    อยากเห็นลูกชายกับลูกสาวตีวเองแล้วเนี่ยยยยยยยยยยย ไรท์เอามันไปปู้ยี่ปู้ยำได้เต็มที่เลยนะครับ 555555​ แต่ขอบทเท่ๆให้ทั้งคู่บ้างก็พอใจละ
    #454
    1
    • #454-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 69)
      16 ธันวาคม 2562 / 17:22
      งั้นก็เตรียมใจนะครับ ฮึบ เพราะการเจอกัน บทละครเลย เรียกว่าตอนของแต่ละคนเลย
      #454-1
  8. #453 Blacktown1119 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 17:06

    *เช็คกำดาว* สะ สุดยอดเลยค่ะ งือออออ ตอนเปิดเรื่องมาเห็นชื่อลูกสาวตัวเอง ก็จะชักดิ้นชักงอตายแล้วค่ะ*กรีดร้อง* ขอบคุณค่า>:๐
    #453
    3
    • #453-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 69)
      16 ธันวาคม 2562 / 17:20
      ดีใจที่ชอบครับ ประมาณโอเคเนอะ การเจอกันกับธารา
      #453-1
  9. #452 saicafe (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 16:41
    รออ่ารตอนต่อไปละเนี้ย
    #452
    0
  10. #451 [∑]LDerwise (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 16:36
    รอคนคิดคาแรคเตอร์ได้อ่านอยู่เหมือนกันนะ เจ้าตัวจะว่ายังไงกันนะ ลูกสาวแบบนี้ สไตล์ไรท์
    #451
    0
  11. #450 Ikaruga (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2562 / 16:34

    ชอบอะ
    มาต่อเร็วไวนะ
    #450
    0