Eternal ย้อนเวลา พิชิตอนาคต

ตอนที่ 70 : ชายหนุ่มผู้แสนอ่อนโยน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 379 ครั้ง
    21 ธ.ค. 62


     วันศุกร์ที่ 21 กันยายน ค.ศ. 2655 ในห้องเรียนคลาสเบต้า ห้อง 1 สามสหายผู้แสนโด่งดังกำลังนั่งพูดคุยกันสามคนอยู่เสมอๆ

     "ธารา" หัวหน้ากิลด์รีไรท์ที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันนั้น ให้บรรยากาศแข็งแกร่ง หนักแน่น จนผมนับถือ

     "เฟย" เพื่อนของเขาเป็นคนร่าเริง ตลกขบขันและที่สำคัญเป็นมิตรเช่นเดียวกับเพื่อนอีกคนของพวกเขา "เซล"

     เขาคนนี้ เป็นคนสุภาพ นิสัยดีที่มีสาวๆชื่นชอบความเป็นสุภาพบุรุษของเขาอยู่เป็นจำนวนมากไม่ต่างกับสองสหายเลยแม้แต่น้อย

     ผมกับพวกเขาต่างกันราวฟ้ากับเหวเปรียบดั่งแสงและเงา ถ้าพวกเขาทั้งสามคือ แสงที่เจิดจ้าแล้วล่ะก็ผมก็คงเป็นเงาที่จืดจาง เลือนรางราวกับจะหายไปได้ทุกเมื่อ

     "สวัสดีครับ ผมชื่อ สมาน มิตรมนตรี นามสกุลของผมมีความหมายว่า "ผู้แนะนำมิตร" เป็นนามสกุลที่วิเศษไปเลยใช่ไหมล่ะครับ"

     พ่อแม่ของผมตั้งชื่อให้ว่า "สมาน" เพราะว่าผมเป็นเหมือนกับยาสมานแผลใจให้กับพวกเขามารักกันได้เหมือนเดิม

     แม่ของผมบอกเสมอว่า "ลูกน่ะ เป็นยาสมานแผลให้กับพ่อและแม่รักกันได้" ผมดีใจนะที่ได้รู้ว่าเพราะมีผมพวกเขาถึงรักกันเหมือนเดิมได้

     ในห้องเรียนถึงแม้ผมจะมีรูปร่างผอมแต่ไม่ได้ขี้ก้างนะครับ ผมสูงเกือบสองเมตร หน้าตาบ้านๆแบบคนไทยสายเลือดแท้ ไม่ได้ขี้เหร่แต่ก็ไม่ได้หล่อมากมายเทียบเท่ากับสามคนนั้น ผมยุ่งหยิกจนคล้ายทรงแอฟโฟร่สีดำปิดบังดวงตาสีน้ำตาลเอาไว้ ผิวสีเหลืองออกแทนหน่อยๆจากการทำงานดูแลโรงพฤกษาให้ขุนนางในเขตสี่ที่รับเขาเข้าทำงานเนื่องจากเป็นลูกเพียงคนเดียวของแม่ของเขาที่เป็นเพื่อนสนิทกันสมัยอดีต

     เจ้านายของเขามักจะเล่าเรื่องของแม่กับพ่อของเขา ตอนเป็นนักศึกษาสถาบันเอจิส "สาขาแพทย์"ให้ฟังอยู่บ่อยๆ

     ผมมีแขนยาวกว่าคนปกตินิดหน่อย แต่ไม่ได้ป่วยเป็นโรคอะไนะครับ ผมปกติดีทุกอย่าง

     รูปร่างผมไม่ได้ผอมสูงถึงขนาดโดนเข้าใจผิดว่าเป็นโรค "มาร์ฟานซินโดรม (Marfan Syndrome) หรอกนะครับ"

     ภายในห้องเรียน ตัวตนของผมก็เป็นแค่ชายร่างยักษ์ที่แสนจะจืดจาง ไม่มีเพื่อนคบแม้แต่คนเดียวในสถาบัน

     พอมีคนมาทักทายผม ผมก็ชอบยิ้มแหยๆใจนพวกเขาหนีหน้ากันไปหมด

     "จะให้ผมทำยังไงล่ะ เห็นผมตัวใหญ่อย่างงี้ แต่ผมขี้อายมากเลยนะ"

     "อ่ะ ก่อนที่จะนอกเรื่องไปมากกว่านี้ ผมขอเล่าย้อนหลังไปสักหน่อยนะครับ ขอโทษด้วยจริงๆ"

     ก่อนหน้านั้นช่วงหนึ่งเดือนก่อนการแข่งขันประจำปี มีการสอบวัดระดับความรู้นักศึกษา

     แล้วเนื่องจากผมเอาเวลาส่วนมากในสถาบันนี้มาศึกษาการแพทย์สาขาต่างๆทำให้ผมมีพื้นฐานวิชาแพทย์ดีกว่าคนปกติ

     ถึงแม้วิชาปกติผมจะได้คะแนนทั่วไปแต่วิชาเฉพาะที่ผมสมัครเรียนอย่าง "การแพทย์เบื้องต้นและสรีระวิทยา" 

     ผมกลับทำคะแนนได้เต็มจนพวกอาจารย์ต้องให้ผมสอบใหม่โดยมีอาจารย์สาขาการแพทย์มายืนคุมสอบผม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจาก
ก้มหัวทำตามอย่างว่าง่าย

     เมื่อสิ้นสุดการสอบซ้ำ ผมก็ขอตัวลาไปเช่ายืมหนังสือที่ห้องสมุดก็ได้พบกับเขา "ธารา เทพพิทักษ์"

     วันนี้ เขานั่งอ่านหนังสืออยู่คนเดียวอย่างเงียบขรึม ระหว่างอ่านก็ยิ้มแย้มสบายๆออกมา

     ผมมองเขาอ่านหนังสือแล้วรู้สึกว่าคนตรงหน้า "ชื่นชอบหนังสืออย่างงั้นเหรอ" แต่แล้วเขาก็พูดโพล่งขึ้นมา

     "นาย สมานไม่ใช่เหรอ สอบแก้เสร็จแล้วเหรอ" ตอนแรก ผมนึกว่าผมฟังผิดแต่เขา "ธารา" ก็พูดซ้ำประโยคเดิมให้ผมฟังอีก

     "สมาน นายสอบแก้เสร็จแล้วเหรอ" ผมอ้าปากค้างนิ่งไม่ไหวติ่งอยู่อย่างงั้น

     ธาราเงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะปิดหนังสือที่อ่านค้างไว้ เดินช้าๆมาหยุดตรงหน้าเขาสะบัดมือเรียกสติจนผมได้สติกล่าวกลับไปอย่างตะกุกตะกักว่า "อะ เออ ใช่แล้วละครับ มีอะไรเหรอครับ"

     ธาราทำหน้าฉงนกล่าวถามเขา "ไม่มีอะไรหรอกนะ ทักทาย เพื่อนร่วมห้องต้องมีอะไรด้วยเหรอไง"

     "กะ ก็จริงครับ" ผมตอบรับก่อนบรรยากาศจะนิ่งไปราวกับทั้งสองฝ่ายจนคำพูด ธาราหาวออกมาก่อนจะขอตัวไปนอน

     "ฮ้าวว ฉันไม่กวนนายแล้วกัน ฉันขอตัวไปนอนเตรียมตัวฝึกให้กับเฟยและเซลก่อนล่ะ โชคดี สมาน"

     ผมได้แต่ขานรับไปอย่างสุภาพว่า "ครับ" เท่านั้น หลังจากนั้นไม่รู้ทำไม ผมก็รู้สึกสนใจเขาขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

     ผมวิ่งไปดูหนังสือที่เขาวางทิ้งไว้บนโต๊ะ สิ่งที่ผมได้พบคือ "การฝังเข็มและการแพทย์จีนโบราณ"

     ผมรู้สึกเหมือนเขาจงใจอ่านมันเพื่อให้ผมสนใจตัวตนของเขามากขึ้น ซึ่งเหมือนเขาจะคิดถูกอย่างมากเสียด้วย

     หลังจากวันนั้นผมติดตามข่าวของเขาอย่างจริงจังจนแม่ของผมอดเป็นห่วงว่าผมจะกลายเป็น "ลูกสาว" แทนไม่ได้จนผมต้องบอกแม่ว่า

     "มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ แม่ ผมแค่ชื่นชมเขาเท่านั้นเอง" แต่แม่ผมก็ดูไม่ไว้ใจผมกลัวผมจะเบิกเนตรไปโลกใหม่

     บ้านของผมเป็นคลินิกแพทย์แผนโบราณที่แทบจะเจ๊งอยู่หร่อมหร่อ เพราะ การแพทย์แบบนี้ไม่ได้ช่วยอะไรมากไปกว่ารักษาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อและข้อต่อที่มีราคาถูกเท่านั้น

     ทั้งที่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น แพทย์แผนจีนมีอะไรลึกซึ้งมากกว่านั้น ทั้งการฝังเข็ม กดจุดชีพจรในร่างที่ให้ผลต่างกันไปตามแต่ละจุดแถมยังมีตัวยาสมุนไพรแบบต่างๆทั้งทา ประคบ กินและดื่ม พวกมันรักษาได้อย่างอ่อนโยนและเห็นผล

     ถึงแม้จะไร้ค่าเมื่อเทียบกับการแพทย์สมัยใหม่ที่รักษาในทันทีจนหาย แต่ราคาก็แพงมากจึงทำให้พวกเขาสองแม่ลูกยังพอประคับประครองธุรกิจครอบครัวของพ่อของผมเอาไว้ได้

     ครอบครัวของผมเหลือเพียงแต่แม่เท่านั้น พ่อและพี่ชายของผมเสียชีวิตจากเหตุอุบัติเหตุแก๊สระเบิดในเขตที่สองเมื่อสามปีก่อน

     แม่ของผมสุขภาพย่ำแย่ลงจากความเศร้าเสียใจที่เสียคนรักและลูกชายคนโตอย่างพี่ชายผมไป

     วิชาแพทย์แผนโบราณที่ผมศึกษาและสนใจมากเป็นพิเศษนั้นเป็นเหมือนความทรงจำดีๆระหว่างพวกเขาทั้งสองที่เสียชีวิตไป

     พ่อและพี่ชายของผมมักกล่าวชมเชยในความเฉลียวฉลาดของผมจนผมยิ้มแก้มปริ ศึกษามันอย่างสนุกสนาน

     แม่ของผมเข้มแข็งมากแม้จะสูญเสียมากขนาดนี้ก็ยังอ่อนโยนกับเขาเสมอ กล่าวชื่นชมเขาและไม่เคยจะร้องไห้ให้เขาเห็นแม้แต่ครั้งเดียว

     ผมเลยไม่อยากให้แม่ลำบากอะไรไปมากกว่านี้ ทุกครั้งที่มีคนมาหาเรื่องเขาจะปล่อยให้อีกฝ่ายอัดเขาอย่างอดทนอดกลั้น 
ไม่สู้ตอบโต้แม้แต่น้อยเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องใหญ่

     ทุกครั้งที่เขามีเรื่องแม่ของเขาก็ทำเพียงหาอะไรมาประคบทำแผลให้เขาอย่างอ่อนโยน นัยน์ตาเอ้อไปด้วยน้ำตาแต่ไม่ร้องออกมา

     เพราะลูกชายของเธอก็ไม่ได้ร้องไห้หรือแสดงความเจ็บปวดออกมา เธอก็ทำได้แต่อดทนยอมรับการตัดสินใจของลูกชาย

     เธอรู้ว่าลูกชายของเธอเป็นเด็กดี เขาที่เห็นหมาจรจัดล้มป่วยก็มักจะเอาอาหารและยาไปให้มันจนมันหายดียอมให้ลูบจับอย่างสนิทสนม

     เธอภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้มาก เธอที่เป็นแม่จึงต้องเข้มแข็งไม่ให้ลูกชายของเธอเป็นห่วงไปมากกว่านี้

     ทุกครั้งที่เจอกัน ธาราจะทักทายถามสารทุกข์สุขดิบของผมอย่างสบายๆโดยผมก็แต่ตอบกลับไปด้วยท่าทางตะกุกตะกักทุกครั้งไป

     ผมยิ้มแหยๆอย่างเขินอายทุกครั้งที่เขาทักทายผม แต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจอะไรกับบอกเขาว่า "นายควรแก้นิสัยการยิ้มของนายนะ สมาน"

     ผมเลยลองถามแม่ของผมดูว่าผมยิ้มแปลกๆหรือเปล่า สิ่งที่ได้ยินกลับมา คือ "ลูกยิ้มแหยแปลกๆอย่างที่เพื่อนคนนั้นของลูกบอกจริงๆจ้ะ"

     ผมถึงกับกระอักเลือดในใจออกมา ปรับปรุงแก้ไขนิสัยการยิ้มแปลกๆของผมตามคำแนะนำของธาราและแม่ของเขา

     ตอนการแข่งขันประจำปี ผมได้เห็นถึงความสุดยอดของพวกเขาทั้งสามอย่างชัดเจนเต็มสองตา

     โดยเฉพาะ "ธารา" เขาช่างเข้มแข็ง องอาจ ผ่าเผยและอย่างอ่อนโยนเป็นอย่างมาก สำหรับผม เขาน่าชื่นชมเป็นอย่างมาก

     เรื่องราวของผู้เสียชีวิตทั้งสิบนั้นทั้งน่าเศร้า น่าเห็นใจและน่าจดจำ ผมและแม่ไปวางดอกไม้ให้กับพวกเขาเหล่านั้นด้วย

     ปัจจุบัน บ้านผมมีหมาสองตัวและแมวอยู่หนึ่งตัว พวกมันทั้งหมดเคยเป็นสัตว์จรจัดที่ใกล้ตายกันหมด

     ผมเห็นแล้วอดสงสารไม่ได้จึงให้อาหารและยามันอย่างสม่ำเสมอจนสุดท้ายก็ขอร้องแม่ของเขารับเลี้ยงพวกมัน

     ซึ่งแม่ของผมก็ไม่ได้ว่าอะไรกับยินดีรับเลี้ยงพวกมันด้วยใบหน้าอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง

     "เอาล่ะ มาเข้าเรื่องของวันนี้กันดีกว่าครับ วันนี้เป็นหนึ่งวันที่ผมจะไม่มีทางลืมไปทั้งชีวิตเลยล่ะครับ" 

     ตอนเย็นวันหลังจากเดินทางกลับบ้าน หน้าคลินิกของครอบครัวของผมเละเทะไม่มีชิ้นดี ผู้คนมุงดูกันเต็มไป

     ผมรีบวิ่งฝ่าฝูงชนเข้าไปดูก็ได้พบกับแม่ของเขาที่ล้มลงนั่งอยู่บนพื้น โดยมีนักเลงร่างโตสามคนยืนตะโกนด่าแม่เขาอยู่

     สมานวิ่งไปยืนบังแม่ของเขาตะโกนถามพวกนักเลงทั้งสามตรงหน้าว่า "อย่าทำแม่ผมนะ พวกคุณจะทำอะไรก็มาทำที่ผมนี่"

     นักเลงมีท่าทางหงุดหงิดก็เตะใส่ท้องของเขาจนสมานล้มลงก้นกระแทกพื้น แม่ของเขาทำท่าจะมาบังตัวลูกของเธอ

     แต่สมานยกมือขึ้นมาบังเธอแทนก่อนจะพูดเสียงอู้อี้ว่า "พวกคุณทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ถ้าจะให้พวกเราย้ายออก พวกเราก็บอกซ้ำไปซ้ำมาแล้วว่าไม่ยอมแถมค่าเช่าเราก็จ่ายไม่เคยขาด จะทำแบบนี้ไปทำไมกัน"

     นักเลงหัวหน้ากลุ่มพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงรำคาญว่า "เฮ้อ ไอ้หนู เจ้าของที่ดินเขากว้านขอคืนที่ดินตั้งนานแล้ว ก็มีแต่บ้านแกเนี่ยแหละ ที่ไม่ยอมย้ายไปสักที คนเราก็ต้องกินต้องใช้นะเว้ย เจ้าหนู คุณเจ้าของที่ดิน เขาจะเอาที่ไปทำห้างสรรพสินค้า แกคิดว่าแค่เศษเงินที่บ้านแกจ่ายในแต่ละเดือนมันจะไปพอเหรอวะ แกเอาไงเล่านั้นไปหาที่ใหม่อยู่เถอะ บ้านแกก็ค้างค่าที่มานานแล้วนะเว้ย ลูกเจ้าของที่ดิน เขารำคาญตระกูลแกเต็มทนแล้วเลยใช้ให้ฉันมาทวงหนี้กับไล่พวกแกสองแม่ลูกออกไปเนี่ย"

     ผู้คนทั้งหมดกระซิบกระซาบกัน มีบางคนตะโกนด่าพวกนักเลงแต่เมื่อโดนจ้องมองมากเขา พวกเขาเหล่านั้นก็เงียบไป

     สมานฝืนความเจ็บปวดลุกขึ้นมา กางแขนทั้งสองข้างมาบดบังร่างแม่ของเขากล่าวอย่างฉะฉานเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นเต็มไปด้วยความ
กล้าหาญ สายตาเด็ดเดี่ยวไม่ยอมแพ้ถึงแม้ตัวจะสั่นแต่ผู้คนก็ยังอดชื่นชมความกตัญญูของเขาไม่ได้

     "ถึงอย่างงั้น พวกคุณก็ไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายแม่ของผม ถ้าจะทำก็มาลงที่ผม อย่าทำแม่ผม อัดผมจนกว่าจะพอใจเลย ยังไงพวกเราก็จะไม่ย้ายออกไปหรอก บ้านหลังนี้คือ บ้านของตระกูลผมต่อให้ต้องตายก็จะขอปกป้องมันไว้"

     นักเลงทั้งสามที่ถือไม้อยู่ทำท่าเงื้อจะฟาดเขาจนผู้คนต่างตะโกนบอกให้เขาหลบ แม่ของเขาจะวิ่งเข้ามาบังร่างลูกชาย

     แต่ก่อนที่ไม้จะฟาดนั้นก็มีเสียงปริศนาดังขึ้นเป็นเสียงที่คุ้นเคย เพราะ ตลอดเวลาหนึ่งเดือนก่อนการแข่งขันประจำปีเขาได้พูดคุยกับเจ้าของเสียจนจดจำมันได้

     "หยุดก่อนดีกว่านะ คุณเจ้าหนี้ทั้งสาม" เสียงนั้นราวกับระฆังหยุดการกระทำทั้งหมด ผู้คนต่างหันซ้ายหันขวามองหาเจ้าของเสียง

     ตรงหน้าของเขา "ธารา" ก็โผล่ขึ้นมาราวกับภาพมายาจนนักเลงทั้งสามสะดุ้งตกใจถอยไปด้านหลังด้วยใบหน้าซีดเผือด

     ธารามีท่าทีฉงนกล่าวถามนักเลงทั้งสามไปว่า "เฮ้ เจ้าหนี้ นายบอกว่าเพื่อนของฉันคนนี้เป็นหนี้เจ้านายแกใช่ไหม"

     นักเลงทั้งสามรีบเปลี่ยนท่าทีกล่าวขานรับอย่างสุภาพราวกับทหารเจอนายพล "ครับ เพื่อนของคุณธารา ติดหนี้เจ้านายพวกผมอยู่ครับ"

     "เท่าไหร่" นั้นคือคำตอบและคำถามของธารา ก่อนที่หัวหน้านักเลงจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนอย่างถือดีว่า

     "เพื่อนเธอติดหนี้ค่าที่อยู่ 10 ล้าน ถ้าจะซื้อขาดก็ต้องจ่ายให้พวกเราทั้งหมด 30 ล้าน มีเงินไหมล่ะ เจ้า" ก่อนที่ชายตรงหน้าจะได้พูดต่อ

     ธาราก็พูดประโยคที่ทำให้คนทั้งหมดอ้าปากค้างอย่างอึ้งๆไม่เว้นแม้แต่ผมกับแม่ว่า "ถูกจังวะ ก็นึกว่าจะซัก 50 - 100 ล้านเดลซะอีก"

     ธารามองคนทั้งสามก่อนจะชี้ไปที่นักเลงถือไม้ที่ทำท่าจะฟาดผมว่า "แกน่ะ โทรติดต่อเจ้านายแกให้ฉันหน่อย"

     "คะ ครับ" นักเลงทั้งสามสะดุ้งตัวโยนกล่าวขานรับก่อนจะโทรติดต่อเจ้านายของตน เมื่อติดต่อได้ก็ยืนเลคเตอร์ให้ธาราคุย

     "คุณเจ้าของที่ดินใช่ไหมครับ ผม "ธารา เทพพิทักษ์" เพื่อนของลูกหนี้ของคุณตระกูลมิตรมนตรี คุณส่งคนมาทวงหนี้พวกเขาแถมกำลังจะฟาดทำร้ายร่างกายพวกเขาอีก คุณรู้หรือเปล่าว่ามันผิดกฎหมายขนาดไหนน่ะ"

     ธาราคุยผ่านเลคเตอร์ด้วยน้ำเสียงสนุกสนาน ใบหน้ายิ้มแย้มกล่าวเรื่องกฎหมายให้ฟังจนนักเลงทั้งสามหน้าซีดออกมา

     "แม่ของเพื่อนผม เขาบาดเจ็บฟกช้ำนิดหน่อยแล้วเพื่อนผมโดนเตะจนจุก เพราะลูกน้องที่คุณจ้างมาทำงานไม่ใช่เหรอครับ"

     "อะไรนะ คุณจะบอกให้ผมผ่อนผันให้คุณ เพราะ พวกเขาติดหนี้คุณเหรอ เฮ้ยๆ ตลกนะเนี่ย เจ้าหนี้มีสิทธิ์อะไรทำร้ายลูกหนี้วะ ตลก"

     "ผมแจ้งเรื่องนี้ให้ทางการ คุณจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้พวกเขาอย่างต่ำก็สองล้านเดลเลยนะ แถมโดนจำคุกด้วย"

     "ไม่เอาน่า คุณคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน รวยแล้วทำตัวแบบนี้ได้ยังไง เจอกันที่สถานีตำรวจดีกว่ามั้ง ทางผมหลักฐานพร้อมมูลนะแถมยังมีพยานบุคคลเพียบ ลูกน้องคุณเมื่อกี้จะเอาไม้ฟาดพวกเขาสองแม่ลูกด้วยนะ"

     "ว่าแต่ลูกน้องแกพูดก่อนหน้านี้ว่าคุณกว้านขอคืนที่ดินใช่ไหม ใช้การไล่ที่แบบนี้หรือเปล่า ถ้าใช่นี่ ผมบอกเลยว่าสนุกเลยนะ"

     "หือ ให้เลิกแล้วต่อกัน แล้วจะลดหนี้ให้เพื่อนของผมเหลือครึ่งเดียว น้อยไปๆ ผมฟ้องคุณให้สืบสาวเรื่องนี้ เผลอๆคุณล้มละลายเลยนะ"

     "โห่ ยกเลิกหนี้ให้พร้อมจ่ายค่าชดเชยให้ อ้าว แล้วไหน กรรมสิทธิ์ที่ดินล่ะ เฮ้ย"

     "อะไรนะ ให้ได้แค่นี้เองเหรอ ไปคุยกันที่สถานีดีกว่ามั้งอย่างงี้ เดียวผมไปลากครอบครัวผู้เสียหายหลายๆคนไปฟ้องคุณเลยดีกว่า"

     "เข้าใจแล้วงั้นเหรอครับ แหมๆ ในที่สุดก็มีจิตสำนึกบ้างนะครับ ได้ๆเอาเลขบัญชีของคุณมาแล้ว อย่าให้ผมเห็นว่าคุณส่งคนมาไล่ที่พวกเขาสองแม่ลูกอีกล่ะ ไม่งั้นเตรียมตัวล้มละลายได้เลย ขอบคุณครับ"

     ธาราวางสายก่อนจะโยนเลคเตอร์คืนให้กับนักเลงพร้อมตวาดไล่นักเลงทั้งสามไปว่า "เอาไปให้พ้นซะ"

     นักเลงทั้งสามมีท่าทีลังเลแต่ก็มีเสียงมือถือดังขึ้น หัวหน้ากลุ่มรับสายก่อนจะวิ่งถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

     ธาราหันมามองสมานก่อนจะกล่าวถามอาการบาดเจ็บว่า "เป็นอะไรมากไหม สมาน"

     สมานทำหน้าไม่ถูก เขาไม่คิดว่าจะถูกคนตรงหน้าช่วยไว้ เขากล่าวอย่างตะกุกตะกักว่า "มะ ไม่เป็นไรครับ"

     "ฉันเรียกนายว่า "สมาน" แต่นายกับไม่เคยเรียกชื่อฉันสักครั้งแถมยังพูดสุภาพด้วยตลอดอีก ฉันอุตสาห์เรียกนายว่า "เพื่อน" เลยนะเนี่ย"

     "เอ่อ เอิ่ม ขอโทษครับ" สมานมีท่าทีจ่อยลงก่อนจะเป็นแม่ของเขาเดินออกกล่าวขอบคุณธาราอย่างมีมารยาท

     "ขอบคุณ หนูธารา มากเลยนะจ้ะที่ช่วยป้ากับลูกไว้" ธาราหันหน้ารับยิ้มๆก่อนกล่าวต่อว่า

     "ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ผมช่วย เพราะ ผมต้องการอะไรตอบแทนจากลูกชายคุณป้าน่ะครับ" พูดจบก็หันกลับมากล่าวประวัติของสมานคร่าวๆที่ตัวสมานเขียนส่งไปว่า

     "สมาน มิตรมนตรี ชื่อเล่น "สมาน" อายุ 15 ปี เกิด 19 ตุลาคม ใช้เวทธาตุ ไม้ น้ำ และแสง ระดับ D- ทั้งหมด"

     "ระดับพลังเวทมนตร์ คือ "ระดับผู้ใช้เวทย์ขั้นกลาง" ทำงานพิเศษเป็นคนสวนดูแลโรงพฤกษาของดยุคนิโคไล"

     "มีผลการเรียนปานกลางค่อนไปทางดี สมาชิกครอบครัวเหลือแค่แม่เพียงคนเดียว มีสัตว์เลี้ยงสามตัว หมาสอง แมวหนึ่ง"

     "นายจะเขียนเรื่องสัตว์เลี้ยงมาทำไมกัน ฉันละไม่เข้าใจ เอาเถอะช่างมัน วิชาเฉพาะอย่างวิชา "การแพทย์เบื้องต้นและสรีระมนุษย์"

     "ได้คะแนนเต็มทุกครั้ง สมกับที่เป็นตระกูลแพทย์เลยนะ ถึงจะเป็นแพทย์แผนโบราณที่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมแล้วก็เถอะ"

      สมานรวบรวมความกล้าขึ้นมาถามธาราอย่างเกรงอกเกรงใจว่า "เอิ่ม ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ คุณธารา"

     ธารามองเขาก่อนจะพยักหน้าให้ สมานก็ไม่รอช้าถามคำถามที่เขาสงสัยไปว่า "คุณธาราคุยอะไรกับคุณเจ้าของที่ดินเหรอครับ"

     ธาราทำท่าราวกับเพิ่งคิดออกกล่าวติดตลกออกมาราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรแต่คนทั้งบริเวณที่ได้ยินแม้กระทั่งผมและแม่ถึงกับอ้าปากค้างยานจนถึงพื้นเมื่อได้ยินว่า "อ่อ ฉันกล่าวข่มขู่เจ้าของที่ดินเรื่องนี้น่ะ เขาก็เลยลดหนี้ทางบ้านของนายให้จนหมดแล้วบอกจะไม่ทำอีกก่อนที่ฉันจะจ่ายเงินค่าที่ดินบ้านนายให้ด้วยเงิน 30 ล้านพร้อมกำชับให้มาบำรุงรักษาบ้านนายให้กลับเป็นปกติภายในวันนี้ด้วยน่ะ"

     สมานตาถลนพูดออกอย่างร้อนรนว่า "สะ สะ สามสิบล้านเดลเนี่ยนะ เอ๋ นายไปเอาเงินมาจากไหนเยอะแยะกัน"

     "เรื่องนั้นใช่เรื่องสำคัญไหมล่ะนั่น เอาเป็นว่าตอนนี้ นายติดหนี้ฉันแทน แล้วฉันก็ไม่ต้องการเงินด้วย"

     ธาราพูดยังไม่ทันจบก็ชี้มาที่ผมราวกับบอกว่าสิ่งที่เขาต้องการคือ "ฉันต้องการนาย สมาน มิตรมนตรี มาเข้ากิลด์ของฉันซะ"

     "นายไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธหรอกนะ เพราะฉะนั้นเอานี่ไป" พูดจบก็โยนกระดาษแผ่นหนึ่งให้ผมก่อนจะเดินจากไปทิ้งผมกับแม่ที่ยังงุงงนไม่หายเอาไว้ด้านหลัง

     ผมหยิบจับกระดาษขึ้นมาอ่านด้วยใบหน้าเอ๋อๆ โดยมีแม่ของเขามายืนอ่านอยู่ข้างๆด้วยใบหน้าไม่ต่างกัน

     "วันที่ 27 กันยายน มาเจอฉันที่อาคารฝึกฝน  ห้องฝึกซ้อมที่ 117 เวลา 15.30 น. อย่ามาสายล่ะ พ่อลูกหนี้คนแรก"

     และนั้นคือ การชักชวนผมเข้ากิลด์ของเขา "รีไรท์" ที่ผมจะไม่มีวันลืมมันไปชั่วชีวิตเลยล่ะครับ 

**************************************************************************************************************

ภาพประกอบ "สมาน"



อารมณ์ประมาณนี้ ผมสีดำ ตาสีน้ำตาล ผิวสีเหลืองแทนหน่อยๆ

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนต่อไป ใครดีน้า ยังประกาศรับตัวละครอยู่นะครับ ถ้าจะส่งตัวละคร ให้ไปส่งที่ตอน 62 ไม่ก็ 67 เน้อ ไรท์รออ่านอยู่นะ

ขอตัวละครที่ดูมีประโยชน์ด้านต่างๆกันก็ดีนะครับ ตอนนี้ มีสองคนละ สองหน้าที่

เรย์หน่วยสืบค้นข้อมูล สมานเป็นแพทย์ประจำกิลด์
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 379 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

719 ความคิดเห็น

  1. #539 Fikusa (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2562 / 19:44
    ยาวๆไปเลย
    #539
    0
  2. #475 Crown Wizard (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 18:53
    นานๆมาทีก็โอเคนะครับ แต่ถ้าแบบนี้ 10 คนติดนี่ไม่ไหว เรื่อวมันจะไม่เดินเอา แถมตัวละครบทยังน้อย ไม่อิน
    #475
    1
    • #475-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 70)
      17 ธันวาคม 2562 / 19:12
      ไม่รู้สิครับ ผมเกริ่นเรื่องราวตัวละคร เพราะจะให้พวกเขาโผล่ยาวๆจับจากนี้ไปเลยด้วย ไม่ใช่ตัวละครแบบใช้แล้วทิ้งนะครับ
      ทุกคนก็มีเรื่องราวของตัวเอง ผมอยากจะให้เห็นเหตุผลที่เข้าร่วมกับธาราแบบค่อนข้างชัดเจนน่ะครับ
      #475-1
  3. #473 Xailice (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 16:33
    เห็นทีของผมจะ เป็นหนอนหนังสือขั้นรุนแรง5555
    #473
    3
    • #473-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 70)
      17 ธันวาคม 2562 / 16:35
      เคยดูหรืออ่าน "หนูไมน์ หรือ หนอนหนังสือยึดอำนาจ" ไหมละครับ

      ผมจะทำให้ลูกสาวคุณคล้ายแบบนั้นเลยแหละ 5555+ แต่ไม่บ้าจนปัญญาอ่อนนะ

      เพราะ ถ้าขนาดนั้น พี่ชายคงเพลียจิตน่าดูชมเกินไป
      #473-1
  4. #472 omegaa (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 16:25
    หึ่ยย ยังรับตัวละครอยู่ ตามอ่านไม่ทันนึกว่าส่งไม่ได้แล้ว เดี๋ยวเขียนส่งไนท์บ้าง
    #472
    1
    • #472-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 70)
      17 ธันวาคม 2562 / 16:39
      รออ่านอยู่น้าาา
      #472-1
  5. #471 Ning6653 (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 15:41
    รีบมาต่อจ้า. อยากอ่านแล้ว
    #471
    0
  6. #470 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 14:33
    รออ่านนะคะ
    #470
    0
  7. #469 king of emprie (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 14:29
    เล่นใหญ่เป็นพระเอก (เออ มันเป็นพระเอกนี่หว่า 55555)
    #469
    0
  8. #468 I love Pride online (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 14:17
    555555 555555 555555 555555 เยี่ยมเลยครับบย ไอหมานลูกพ่อ ให้มันได้อย่างงี้ ตรงใจมากเลยครับ ตอนซ้อมโดนยำแน่เลยลูกหมานนนนนน 555555
    #468
    4
    • #468-2 I love Pride online(จากตอนที่ 70)
      17 ธันวาคม 2562 / 14:24
      555555 อยากให้ลูกเป็น สมุนจอมมาร มันก็ต้องโดนอะไรแบบนั้นแหละ 555555​
      #468-2
    • #468-3 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 70)
      17 ธันวาคม 2562 / 15:34
      ว่าแต่บุคลิกสมานตรงตามที่คิดไหมครับ ผมคิดตามที่เขียนมาให้นะ

      น่าจะอารมณ์ประมาณนี้นะ สมานเนี่ย ผมคิดถูกป่ะครับ คุณ ILPO
      #468-3
  9. #467 Zanzar (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 14:06
    รู้คือของตัวเองไม่ออกแน่เพราะเล่นใหญ่555///กีตอนอะกว่าจะไปลงดันตีคนอีก
    #467
    2
    • #467-1 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 70)
      17 ธันวาคม 2562 / 14:07
      เกือบยี่สิบตอนเลยละครับ พอดี ธาราต้องซ้อมเพื่อนใหม่ก่อน
      #467-1
    • #467-2 Zanzar(จากตอนที่ 70)
      18 ธันวาคม 2562 / 13:04
      โหดร้ายถึงกับซ้อมเพือน5555
      #467-2
  10. #466 NessZero (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 13:55
    ถ้าเสนอตัวละครเพิ่มเติมตอนนี้ยังทั้นไม รอบก่อนรู้สึกเสนอไป ข้อมูลมันกวงๆ หรือไรท์ปิดรับไปละ
    #466
    3
    • #466-2 NessZero(จากตอนที่ 70)
      18 ธันวาคม 2562 / 13:03
      ครับผม จะสงนักแสดงเข้าแคสแน่ๆ
      #466-2
    • #466-3 [∑]LDerwise(จากตอนที่ 70)
      18 ธันวาคม 2562 / 13:05
      ขอสมเหตุสมผลหน่อยนะครับ ไม่เอาเวอร์นะ ไรท์เขียนกำชับในถามตอบแล้วนะ ว่าพระเอกเป็นคนเดียวที่ย้อนมาได้
      #466-3
  11. #465 จอมพลMaus (จากตอนที่ 70)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 13:48
    ได้ลูกหนี้คนแรกจะมีคนต่อไปหารือป่าว
    #465
    0