Martial World - นิยาย Martial World : Dek-D.com - Writer
×

    Martial World

    โดย llsvlnw

    อ่านอย่างเดียว 309

    ผู้เข้าชมรวม

    1,976

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    12

    ผู้เข้าชมรวม


    1.97K

    ความคิดเห็น


    2

    คนติดตาม


    6
    หมวด :  ผจญภัย
    จำนวนตอน :  0 ตอน
    อัปเดตล่าสุด :  25 พ.ค. 60 / 21:57 น.

    อีบุ๊กจากนิยาย ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

    Martial World ตอนที่ 309 บุตรแห่งเพลิง

     

    “ถ้าหาก... อันใดหรือ?” หลินหมิงถามอย่างงงงวย

     

    “อืม… ไม่มีอะไร ลืมมันไปซะ” มู่เฉวี่ยนหยี่กล่าวอย่างร้อนรนพร้อมทั้งส่ายศีรษะ “เริ่มกันเถอะ”

     

    มู่เฉวี่ยนหยี่พยายามเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แต่หลินหมิงสังเกตเห็นแก้มของนางกลายเป็นสีชมพู ทำให้เขาประหลาดใจ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนมู่เฉวี่ยนหยี่จะไม่เต็มใจที่จะกล่าวตรงคำว่า ‘ถ้าหาก’ มันจะดีที่สุด หากเขาไม่ถามอันใดไปมากกว่านี้

     

    “นี่คือแผ่นหยกที่บันทึกขั้นแรกของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ก่อนอื่น ลองดูวิธีการบ่มเพาะ จากนั้นข้าจะช่วยเจ้าฝึก และค่อยให้เจ้าฝึกคนเดียว”

     

    มู่เฉวี่ยนหยี่เอาแผ่นหยกสีเพลิงออกมาจากแหวนมิติ การสร้างวิธีการบ่มเพาะลงไปในแผนหยกนั้นยากยิ่งนัก อย่างแรก ต้องประสบความสำเร็จในการบ่มเพาะอย่างสูง จึงจะสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ ความจริงแล้วที่มู่เฉวี่ยนหยี่สามารถพกแผ่นหยก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ที่สำคัญนี่ไปไหนมาไหนได้ก็เพราะสถานะของนางเป็นถึงนักบุญหญิงนั่นเอง

     

    หลินหมิงรับแผ่นหยกมาและโคจรพลังวิญญาณลงไป ทันใดนั้น หัวใจเขาก็สั่นสะท้าน นี่เป็นเคล็ดวิชาเก่าแก่ที่รวมเคล็ดบ่มเพาะและทักษะต่อสู้เข้าด้วยกัน แต่ทักษะลับอย่างแรกที่ทำให้หลินหมิงยินดีอย่างมากก็คือ วิชาการควบคุมเพลิงนั่นเอง!

     

    เมล็ดพันธุ์เทพทรราชนั้นแข็งแกร่งอย่างแท้จริง และมันสามารถดูดซับพลังเพลิงได้ และยังสามารถเติบโตขึ้นเรื่อยๆโดยการดูดซับปราณอัคคีอื่นๆ อย่างไรก็ตาม วิธีการจัดการกับพลังเพลิงนั้นเป็นสิ่งที่หลินหมิงต้องพยายามค้นหาด้วยตัวเอง

     

    ถึงแม้หลินหมิงจะมีศักยภาพที่ท้าทายสวรรค์ มันก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเรียนรู้วิธีการจัดการเพลิงด้วยตัวเอง แต่หากมีแรงบันดาลใจอย่างที่เขาเคยได้รับจากลูกปัดสายฟ้าเพลิงปีศาจ หลินหมิงก็จะสามารถสร้างวิชาของตนขึ้นมาได้ นั่นก็คือ พลิงสายฟ้าแห่งการทำลายล้างนั่นเอง แต่ทว่า วิธีการควบคุมเพลิงที่เขามีนั้นเป็นแบบผิวเผินและพื้นฐานที่สุดเท่านั้น ซึ่งเขามักจะใช้เปลวเพลิงเผาศัตรูโดยตรง

     

    แต่แผ่นหยกนี้ได้บันทึกวิธีการควบคุมเพลิงในระดับสูงไว้

     

    อย่างเช่น วิธีการสร้างโล่เพลิง เกราะเพลิง เชือกเพลิง การบีบอัดพลังเพลิง และเทคนิคอื่นๆอีกมากมาย นอกเหนือจากการควบคุมเพลิงโดยตรงแล้ว ยังมีวิธีพิเศษ เช่นการใช้เพลิงกับสมบัติเพื่อทำให้สมบัติมีพลังเพิ่มขึ้น และทักษะลับอื่นๆอีกมากมายที่หลินหมิงก็สนใจเช่นกัน

     

    เพียงแค่ส่วนของวิธีการควบคุมเพลิง ก็ทำให้หัวใจของหลินหมิงสั่นสะท้านแล้ว ไม่ต้องกล่าวถึง ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เลย

     

    ในขณะที่หลินหมิงจดจ่ออยู่กับการศึกษาจากแผนหยก มู่เฉวี่ยนหยี่ก็นั่งเข้าญาณฝึกฝนอยู่ข้างๆหลินหมิง นางในตอนนี้เต็มไปด้วยความรู้สึกอันแปลกประหลาด

     

    หากผู้ใดต้องการที่จะบ่มเพาะ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ หรือ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติเงามายาวิหควารี’ ให้ถึงระดับสูงสุด ผู้นั้นจะต้องมั่งคั่งอย่างมากและมีสายเลือดวิหคเพลิงหรือสายเลือดวิหควารีที่บริสุทธิ์อย่างมาก

     

    แต่เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์มีวิถีการถ่ายโอนสายเลือด ความจริงแล้วเป็นเพียงการนำสายเลือดมาจากวิหคเพลิงหรือวิหควารี และใช้วิชาลับใส่มันเข้าไปในร่างของคนผู้นั้น นอกจากนี้ หากสายเลือดวิหคเพลิงหรือวิหควารีที่เจือจางและอ่อนแอ ก็ไม่เพียงพอที่จะทำให้บริสุทธิ์ได้

     

    แต่มันก็มีข้อยกเว้น…

     

    การมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับคนจากเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีสายเลือดสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์ที่สุด และรับแก่นแท้พลังหยินของพวกนางมา ด้วยวิธีนี้ พวกเขาก็จะสามารถบ่มเพาะ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ หรือ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติเงามายาวิหควารี’ ได้จนถึงระดับสูงสุด

     

    แต่ที่เรียกว่า ‘พวกนาง’ ที่มีสายเลือดวิหคเพลิงหรือสายเลือดวิหควารีบริสุทธิ์มากก็คือนักบุญหญิงแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ กล่าวอีกอย่างก็คือ มันก็คือมู่เฉวี่ยนหยี่และน้องสาวของนาง มู่ปิงอวิ้น นั่นเอง

     

    สิ่งนี่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ เกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์จะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องความลับนี้เอาไว้ เพราะหากความลับรั่วไหลออกไป ก็เท่ากับรอหายนะเกิดขึ้นกับพวกเขาเท่านั้น ครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้วเคยมีชายเผ่าปีศาจที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุจำเพาะอัคคี เขาจับนักบุญหญิงแห่งเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์ไป และได้กระทำชำเราและได้ครอบครองแก่นพลังหยินของนาง เขาจึงสามารถฝึก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ เพราะเหตุนี้ หายนะจึงมาเยือนเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์

     

    นี่ก็คือ ‘ถ้าหาก’ ที่มู่เฉวี่ยนหยี่ไม่อาจกล่าวออกมาได้

     

    เมื่อเป็นเช่นนี้ ทั้งสองจึงฝึกการบ่มเพาะที่แสนน่าเบื่อต่อไป หลินหมิงหมกมุ่นอยู่กับ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ในขณะที่มู่เฉวี่ยนหยี่ก็เข้าญาณอย่างเงียบๆและดูดซับพลังเพลิงต้นกำเนิดต่อไป

     

    มู่เฉวี่ยนหยี่คาดว่าด้วยความเร็วในการเรียนรู้ราวกับสัตว์ประหลาดของหลินหมิงแล้ว เขาอาจจะใช้เวลาน้อยกว่าครึ่งชั่วโมงในการจดจำและทำความเข้าใจส่วนเล็กๆของ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ แต่น่าเสียดายที่หลินหมิงมีข้อกำจัดที่ความสามารถในการผสานธาตุจำเพาะอัคคี ซึ่งไม่ว่าเขาจะมีความเข้าใจสูงเพียงใดก็ไร้ประโยชน์

     

    ‘ช่างน่าเสียดายยิ่ง… ข้าหวังว่าเขาจะไม่ยอมแพ้ต่อ ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ หรอกนะ มันคงจะดีหาก…’ มู่เฉวี่ยนหยี่หวังว่าหลินหมิงจะสามารถฝึก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ได้ในระดับสูงสุด หากเป็นเช่นนั้น เขาก็จะกลายเป็นศิษย์ของเกาะฟีนิกซ์ศักดิ์สิทธิ์อย่างแท้จริง

     

    แต่มันคงเป็นไปไม่ได้

     

    แต่ถ้า...

     

    เมื่อคิดถึงเช่นนี้ มู่เฉวี่ยนหยี่ก็แก้มแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ถึงแม้นางจะเคยมีประสบการณ์แปลกๆและไม่ชัดเจนบางอย่างกับหลินหมิงมาบ้าง แต่นางก็ไม่เคยคิดกับหลินหมิงอย่างนั้นเลย เพราะในสายตาของนางแล้ว หลินหมิงยังเด็กเกินไป

     

    มู่เฉวี่ยนหยี่อายุ 27 ปีแล้ว และหลินหมิงอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น สำหรับเหล่าผู้ที่มีระดับการบ่มเพาะขั้นหลอมรวมแก่นแท้นั้น อายุห่างกัน 11 ปีก็ไม่มีความหมายอันใด แต่สำหรับมู่เฉวี่ยนหยี่แล้ว หลินหมิงในตอนนี้เป็นเพียงแค่เด็กธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

     

    ไม่เพียงแค่นั้น แต่มู่เฉวี่ยนหยี่ไม่เคยคิดว่านางจะมีความสัมพันธ์แฉกเช่นชายหญิงกับผู้ใด นอกจากนี้การรักษาพรหมจารีและแก่นแท้พลังหยินเอาไว้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะของนางอย่างมาก

     

    บางทีอาจเป็นเพราะว่าห้องนี้ร้อนเกินไป หรือไม่นางก็นั่งนานเกินไป เพราะตอนนี้นางรู้สึกอึดอัดเป็นอย่างยิ่ง นางจึงไปอาบน้ำ มู่เฉวี่ยนหยี่เป็นหญิงสาวที่รักความสะอาด การอาบน้ำทุกวันจึงกลายเป็นกิจวัตรประจําวันของนางแล้ว

     

    นางชำเลืองมองไปยังหลินหมิง เขาหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาจากแผนหยกอย่างสิ้นเชิง เช่นนั้นมู่เฉวี่ยนหยี่จึงจากไปอย่างเงียบๆ...

     

    ………………

     

     

    “นักสู้ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้โดยตรง… พวกเขาจำต้องรวบรวมพลังเพลิงต้นกำเนิดให้สามารถควบคุมเพลิงโดยใช้ปราณแท้ของตน และควบคุมเพลิงผ่านพลังทั้งสองนี้...”

     

    ในขณะที่หลินหมิงกำลังคิด เขาก็ได้ผสานมือทั้งสองเข้าด้วยกันและแบมือออกช้าๆและปรากฏงูเพลิงขนาดเล็กขึ้นบนฝ่ามือของเขา ในขณะที่เขาได้โคจรปราณแท้ตามคำอธิบายที่บันทึกไว้ใน ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ งูเพลิงที่ปรากฏบนฝ่ามือของหลินหมิงก็เริ่มมีขนาดสมส่วนขึ้น ยาวขึ้น หนาแน่นมากขึ้น จนในที่สุดมันก็เหมือนกับงูที่มีชีวิตจริงๆเลยทีเดียว

     

    ภายใต้อำนาจของเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่ง เป็นธรรมดาที่พลังเพลิงต้นกำเนิดอันดุร้ายจะกลายเป็นว่าง่าย หลินหมิงสามารถนวดและย้ายมันไปรอบๆได้ราวกับลูกบอลแป้ง

     

    “อีกแค่นิดเดียว...”

     

    หลินหมิงยังคงโคจรปราณแท้ภายในร่างต่อไป ในที่สุด งูเพลิง 2 ตัวก็ปรากฏออกมาบนฝ่ามือของเขา และกลายเป็นโซ่เพลิงสีแดงเชื่อมต่อกัน

     

    ต่อมาไม่นาน มันก็เชื่อมต่อกันอย่างแน่นหนา และโซ่ดูมั่นคงเป็นอย่างมาก มองดูแล้วแทบจะแยกโซ่เหล็กร้อนและโซ่เพลิงของเขาไม่ออกเลยทีเดียว!

     

    “ข้าทำได้!”

     

    หลินหมิงนั้นดีใจอย่างมาก เขาได้ดึงหอกอ่อนปราณคลั่งออกมาจากแหวนมิติ และควบคุมให้โซ่เพลิงพันไปทั่วหอก ทันใดนั้น หอกอ่อนปราณคลั่งก็กลายเป็นหอกโซ่เพลิง!

     

    “พุ่งออกไปเลย!”

     

    หลินหมิงใช้พลังของเขาขว้างหอกอ่อนปราณคลั่งหนัก 1200 จิ่นออกไป หอกพุ่งออกไปดั่งลูกศรและโซ่เพลิงก็รัดแน่นขึ้นทันที

     

    ปัง!

     

    เมื่อหอกอ่อนปราณคลั่งปะทะเข้ากับรูปแบบค่ายกลป้องกันของกำแพงคฤหาสน์ถ้ำที่ จนเกิดเสียงดังปังและมีประกายแสงปรากฏออกมา

     

    รูปแบบค่ายกลที่บรรพบุรุษจื่อเยี่ยนได้วางไว้ที่คฤหาสน์ไม่ใช่สิ่งที่หลินหมิงจะสามารถทำให้เกิดความเสียหายได้อย่างแน่นอน

     

    ในตอนนั้นเอง มู่เฉวี่ยนหยี่ที่อาบน้ำเสร็จได้กลับมาที่ห้อง ในขณะที่ก้าวเข้ามา นางเห็นกับตาของตัวเองว่าโซ่เพลิงบนหอกของหลินหมิงนั้นแทบจะไม่ต่างจากโซ่จริงเลย มู่เฉวี่ยนหยี่จึงตกตะลึงจนดวงตาเบิกกว้าง หากนางไม่ได้รู้สึกถึงพลังเพลิงต้นกำเนิดมหาศาลที่แผ่ออกมาจากโซ่เพลิงนี้ นางคงจะนึกว่านี้เป็นโซ่ของจริงไปแล้ว

     

    “เจ้า… เจ้าเรียนรู้การสร้างโซ่เพลิงได้แล้วเช่นนั้นหรือ?

     

    มู่เฉวี่ยนหยี่รู้สึกว่ามันยากที่จะเชื่อได้ยิ่งนัก การสร้างโซ่เพลิงนั้นยากเย็นยิ่งกว่าการสร้างโล่เพลิงหรือเกราะเพลิงเสียอีก แม้แต่มู่เฉวี่ยนหยี่เองก็ต้องใช้เวลาทั้งวันในการเรียนรู้มัน แต่หลินหมิงกลับทำมันได้เพียงแค่ชั่วเวลาที่นางอาบน้ำเสร็จอย่างนั้นหรือ?

     

    เหตุใดจึงรวดเร็วถึงเพียงนี้!?!?

     

    ความสามารถในการผสานกับพลังเพลิงต้นกำเนิดของหลินหมิงด้อยกว่านางมิใช่หรือ!

     

    “อืม...” หลินหมิงพยักหน้า เมื่อเห็นท่าทางตกใจของมู่เฉวี่ยนหยี่เช่นนี้ เขาจึงคิดว่าเขาอาจจะทำอะไรที่ไม่ธรรมดาและน่าทึ่ง แต่เขาก็ทำเช่นนี้บ่อยพอสมควร ฉะนั้นเขาจึงไม่คิดว่ามันสำคัญอะไรหากเขาทำมันอีกสักหน่อย

     

    ความจริงแล้ว โซ่เพลิงเป็นประกาศิตแห่งปราณแท้ คล้ายกับประกาศิตแห่งสายฟ้าที่พลังงานบีบอัดจนเกิดเป็นรูปร่างขึ้นมา หลินหมิงรู้ว่าเขาสามารถควบคุมพลังเพลิงต้นกำเนิดได้อย่างง่ายดายโดยเมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่ง เมล็ดพันธุ์เทพทรราชคลั่งนี้สามารถที่จะสะกดข่มจิตวิญญาณสายฟ้าระดับปฐพีของมังกรวารีสีม่วงสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ได้ เช่นนั้นแล้วการควบคุมเพลิงต้นกำเนิดระดับนี้จึงเป็นเพียงเรื่องตลกสำหรับเขาเท่านั้น

     

    มู่เฉวี่ยนหยี่ถึงกับพูดไม่ออก นางได้ตรวจสอบระดับความสามารถในการผสานกับพลังต้นกำเนิดของหลินหมิงด้วยตนเอง นางคิดว่าหลินหมิงจะต้องเจอกับอุปสรรคมากมายในการฝึก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ นางไม่เคยคิดเลยว่าในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง หลินหมิงก็จะสามารถใช้โซ่เพลิงได้แล้ว...

     

    สวรรค์!

     

    สัตว์ประหลาดอะไรกันนี่!

     

    ความเร็วในการเรียนรู้ที่ผิดปกตินี้คงไม่อาจใช้สามัญสำนึกทั่วไปตัดสินได้ มู่เฉวี่ยนหยี่สามารถระบุได้เพียงว่าความสามารถในการควบคุมเพลิงของหลินหมิงนั้น เป็นเพราะการรับรู้ที่น่าสะพรึงกลัวของเขาเท่านั้น นอกจากนั้น เทคนิคการควบคุมเพลิงยังเป็นทักษะอย่างหนึ่ง และมันก็ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของแต่ละคนว่าจะเข้าใจมันเพียงใด

     

    เมื่อมู่เฉวี่ยนหยี่คิดได้แบบนี้ นางก็ขจัดความสงสัยในหัวใจของนาง แต่ต่อมาก็เกิดเรื่องน่าตกใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ปากของนางบิดเบี้ยวครั้งแล้วครั้งเล่า

     

    ครึ่งชั่วโมงต่อมา เพลิงในมือของหลินหมิงก็กลายเป็นโล่เพลิงสีแดงฉาน

     

    จากนั้น ครึ่งชั่วโมงต่อมา เกราะเพลิงสีแดงฉานก็ปรากฏทั่วร่างของหลินหมิง

     

    อีก 1 ชั่วโมงต่อมา หลินหมิงได้แปรสภาพบอลเพลิงให้กลายเป็นชุดอักษรรูนอันแสนลึกลับ และประทับมันลงไปบนหอกอ่อนปราณคลั่ง เปลี่ยนหอกสีเงินให้เป็นสีแดงเงางาม

     


     

    ………….

     


     

     

    ในตอนนี้มู่เฉวี่ยนหยี่ได้แข็งค้างไปเรียบร้อยแล้ว

     

    นางไม่รู้ว่าจะแสดงท่าทางออกมาเช่นไรดี แต่ในตอนนี้นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหลินหมิงจึงสามารถเข้าใจถึงรูปแบบค่ายกลโบราณได้ทั้งๆที่อายุเพียง 16 ปี และสามารถสร้างทฤษฎีเกี่ยวกับมันได้ ทำให้แม้แต่ผู้ที่ไม่อาจเอาแน่เอานอนได้อย่างบรรพบุรุษจื่อเยี่ยนกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

     

    การรับรู้ของหลินหมิงนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรจะมีเสียด้วยซ้ำ

     

    นางเคยคิดว่านางจะให้หลินหมิงดูแผ่นหยกแผ่นแรกก่อน จากนั้นก็ช่วยให้เขาเข้าสำนักของนางโดยตรง และทำให้เส้นทางการบ่มเพาะของเขาราบลื่น แต่ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าความคิดของนางเป็นเพียงเรื่องตลกเท่านั้น

     

    อย่างไรก็ตาม มู่เฉวี่ยนหยี่ไม่รู้ว่าความอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

     

    2 วันต่อมา เมื่อหลินหมิงเริ่มฝึก ‘เคล็ดบ่มเพาะบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ต้องห้ามวิหคเพลิง’ ความเร็วในการฝึกฝนของเขาทำให้มู่เฉวี่ยนหยี่ต้องฉงนอย่างหนักอีกครั้ง

     

    ในขณะที่หลินหมิงกำลังเข้าญาณอยู่นั้น ก็เกิดวังวนพลังต้นกำเนิดที่หนาแน่นหมุนรอบตัวเขา และพลังเพลิงต้นกำเนิดบริสุทธิ์ที่อยู่โดยรอบก็ถูกวังวนนั้นดูดเข้ามา ราวกับปลาวาฬยักษ์ที่กำลังดูดน้ำทะเลเข้าไป!

     

    พลังเพลิงต้นกำเนิดมหาศาลได้เข้าไปในร่างของหลินหมิง โดยไม่รั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย ราวกับว่าร่างกายของหลินหมิงเป็นดั่งขวดที่ไร้ก้น เมื่อมีบางสิ่งเข้าไป มันก็จะไม่ออกมาอีกเลย ไม่ว่าพลังเพลิงต้นกำเนิดจะมีมากเพียงไร เขาก็สามารถดูดซับมันได้หมด

     

    อัตราการดูดซับพลังเพลิงต้นกำเนิดด้วยความรวดเร็วที่น่ากลัวถึงเพียงนี้ทำให้มู่เฉวี่ยนหยี่ตกใจ เมื่อเป็นเช่นนี้ ความสามารถในการผสานกับพลังเพลิงต้นกำเนิดของเขาจะต่ำกว่าระดับ 6 ได้อย่างไรกัน?

     

    ‘มีบางอย่างไม่ถูกต้อง เทคนิคในการควบคุมเพลิงนั้นส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความเร็วในการเรียนรู้ส่วนบุคคล หากมีความเข้าใจสูง เช่นนั้นการฝึกฝนอย่างรวดเร็วก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ทว่า เคล็ดบ่มเพาะนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานกับพลังเพลิงต้นกำเนิด หากความสามารถในการผสานไม่สูงพอ เช่นนั้นมันก็จะไร้ประโยชน์ต่อให้มีการรับรู้ได้น่าทึ่งเพียงไรก็ตาม! แต่ความเร็วในการบ่มเพาะของหลินหมิงในตอนนี้กลับ...’

     

    มู่เฉวี่ยนหยี่ตื่นตระหนก ความเร็วในการบ่มเพาะของหลินหมิงนั้นแหกกฎของโลกแล้ว ราวกับบุตรแห่งเพลิงในตำนานที่เกิดมาจากเถ้าถ่านของไฟนรก นักสู้ทั่วไปต้องใช้ปราณแท้ในการควบคุมเพลิง แต่บุตรแห่งเพลิงสามารถทำให้เพลิงยอมจำนนต่อเขาและสามารถใช้เพลิงได้ดั่งใจ

    นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    คำนิยม Top

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    คำนิยมล่าสุด

    ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

    ความคิดเห็น