Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 32 : มายาที่ 30 ตัวแทนงานประลอง <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,348
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    2 ส.ค. 51

มายาที่ 30

ตัวแทนงานประลอง [1]

 

            ข่าวเรื่องที่มีนักฆ่าลอบเข้าไปสังหารฮิเอ็นถึงในพระราชวังหลวงเมืองเอราเดสแพร่กระจายไปทั่วมหานครอย่างรวดเร็ว ประชาชนต่างพากันตื่นกลัวและพากันกล่าวประณามการกระทำของโลกมืดกันอย่างบ้าคลั่ง กองกำลังรักษาความปลอดภัยของแต่ละเมืองทวีกำลังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ใบประกาศจับโทนินและผู้ร่วมทีมอีกสามคนปลิวว่อนให้ทั่วมหานคร

 

            หลังจากอนามันสั่งให้โลกมืดหยุดการเคลื่อนไหวชั่วคราว คนของโลกมืดก็พากันเงียบหาย ไม่มีคดีลอบสังหารใดๆ ไม่มีคดีลักพาตัวใดๆ ไม่มีแม้แต่เงาของคนโลกมืด ชีวิตประจำวันของแต่ละคนดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและสงบสุข

 

            กองกำลังทหารของแต่ละเมืองยังคงดำเนินการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามที่กำลังจะปะทุขึ้นอย่างขยันขันแข็ง

 

            กระแสการไหลของเวลาไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วดั่งสายน้ำ เวลาผ่านไปได้เกือบห้าเดือนเต็มๆแล้วนับตั้งแต่อนามันสั่งหยุดการเคลื่อนไหวของโลกมืด ไม่มีข่าวของโลกมืดผ่านหูเฟลมไปเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ใช่แค่เฟลมเท่านั้น แต่ทั้งนิก สองแฝด และบรรดานักข่าวโลกมืดทั้งหลายต่างก็ไม่ได้ข่าวอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

 

            แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทุกคนในโลกมืดปรารถนามาแสนนาน เวลาที่เฟลมและสองแฝดแสนจะชื่นชอบ เวลาแห่งความสงบสุข

 

            แต่การใช้ชีวิตในโรงเรียนก็ใช่ว่าจะสงบสุขอย่างที่เฟลมคิด ในเมื่อเฟลมยังต้องเรียนหนังสืออย่างหนัก ทำการบ้านที่มีอยู่กองพะเนิน และยังต้องฝึกพิเศษทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น ถ้ามีเวลาว่างก็ยังต้องมาคอยสอนเพื่อนๆที่ไม่ได้เข้าร่วมฝึกพิเศษให้หัดใช้พลังเวทย์อีก พูดได้คำเดียวว่าเหนื่อยอย่างสุดซึ้ง

 

            การเรียนการสอนที่เฟลมเคยคิดไว้ว่ามันแสนจะง่ายดายกลับไม่เป็นไปตามที่เฟลมคิดแล้วในตอนนี้ หลังจากที่นักเรียนปีหนึ่งเริ่มปรับตัวจนชินกับการเรียนการสอนแล้ว การเรียนแต่ละวิชาก็หนักขึ้นจนน่าตกใจ

 

            วิชาแรกคือวิชาคำนวณบัญชีชั้นสูง วิชาที่อาจารย์ไดมัน ราฟุนเป็นผู้สอน อาจารย์หนุ่มที่แสนจะไฟแรง เฟลมและสองแฝดมักจะคิดอยู่เสมอว่าอาจารย์ท่านนี้จะต้องไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน น่าจะเป็นเครื่องคิดเลขเคลื่อนที่เสียมากกว่า เพราะไม่ว่าเลขจะมากหลักขนาดไหน อาจารย์แกก็สามารถคิดคำนวณออกมาได้ในเวลาไม่ถึงสิบวินาที

 

            นั่นก็ยังพอรับได้ในระดับหนึ่ง แต่พี่แกเล่นสั่งการบ้านเลขเด็กทีละห้าร้อยข้อนี่สิที่เฟลมรับไม่ได้ เลขแต่ละข้อก็แสนจะยากแสนยาก ถ้าทำไม่เสร็จละก็ พี่แกจะเปลี่ยนจากอาจารย์หนุ่มไฟแรงเป็นซาตานหนุ่มทันที วิ่งรอบโรงเรียนห้าสิบรอบเป็นการลงโทษที่ทำการบ้านไม่เสร็จ คงไม่มีใครปรารถนาอยากจะทำอย่างแน่นอน

 

            วิชาต่อมาคือวิชากฎหมายมหานครของอาจารย์โจ แม็กเมล อาจารย์ผู้สูงวัยและเปี่ยมไปด้วยความรู้ความสามารถ และคาบเรียนนี้มันจะให้ความรู้สึกสนุกมากถ้าอาจารย์แกไม่สอนด้วยเสียงคล้ายจะเล่านิทานกล่อมเด็ก นักเรียนแต่ละคนต่างพากันสัปหงกอย่างไม่เกรงใจอาจารย์ท่าน จะมีก็แต่เปมินและลินนะเท่านั้นที่นั่งฟังเรื่องที่อาจารย์สอนอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

            วิชาถัดมาเป็นวิชาการพยาบาลของไดอาน่า รัน วิชานี้ก็ไม่มีอะไรมากมายนัก แค่ทำแผลได้ก็ถือว่าสอบผ่าน แต่คนที่โชคร้ายที่สุดก็คงจะเป็นพวกนักเรียนที่ใช้พลังเวทย์รักษาหรือเวทย์มนต์ได้ เพราะอาจารย์แกมักจะจับตาเคี่ยวคนเหล่านี้เป็นพิเศษ เคี่ยวหนักจนถึงขนาดที่ว่าลินนะยังล้มฟุบมาแล้วหลายรอบ

 

            วิชาถัดมาคือวิชาแนะแนววิชาและอนาคตของดรีม อาจารย์สาวตัวเล็กน่ารัก วิชานี้เป็นวิชาที่ทุกคนมักจะรอคอย เพราะดรีมไม่ค่อยได้สอนอะไรอยู่แล้ว ส่วนมากจะปล่อยให้นักเรียนนั่งทำการบ้านเสียมากกว่า แถมบางครั้งยังช่วยนักเรียนทำการบ้านอีกต่างหาก

 

            วิชาต่อมาคือวิชาประวัติศาสตร์มหานครของเอซี โดเวล อาจารย์สาวแสนสวยผู้มีแว่นตาหนากรอบสีทองเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว วิชานี้เป็นวิชาที่สองแฝดและเพื่อนๆในห้องต่างเกรงกลัวเป็นพิเศษ ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากเรียนประวัติความเป็นมาของมหานคร แต่ที่ไม่อยากเรียนก็เพราะอาจารย์เอซีแกสุดจะโหดน่ะสิ

 

            ถึงรูปลักษณ์ภายนอกจะดูเหมือนนางฟ้าใจดี แต่ข้างในน่ะต่างกันราวกับฟ้ากับเหว ถ้ามีนักเรียนแม้แต่คนเดียวคุยกันในชั้น อาจารย์แกก็จะสั่งทำรายงานเรื่องมารยาทในห้องเรียนห้าสิบหน้าทันที ไม่ใช่สั่งทำแค่คนเดียว แต่สั่งทำทีทั้งห้อง ถ้ามีคนคุยเพิ่มก็สั่งเพิ่มเป็นร้อยหน้า ถ้าไม่ส่งก็สองร้อยหน้า เป็นวิชาที่น่ากลัวเกินบรรยาย

 

            วิชาถัดมาเป็นวิชาเมืองมิตรทั้งห้าของอาจารย์ริค อาจารย์หนุ่มผู้แสนสุภาพและผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มพิฆาต รอยยิ้มที่ทุกคนต่างเกรงกลัว ถึงแม้เสียงบรรยายของพี่แกจะนุ่มนวลชวนนอนขนาดไหน แต่ถ้าหลับในคาบของแก พี่แกจะสั่งทำรายงานห้าร้อยหน้าทันที ซึ่งทัสและนีออนเคยโดนมาแล้วเกือบสิบรอบ

 

            สองวิชาสุดท้ายคือวิชาที่เด็กปีหนึ่งทั้งสายชั้นต่างขนานนามให้ว่า วิชานรกส่งมาวิชานั้นจะเป็นวิชาอะไรไปไม่ได้ นอกเสียจากวิชาศาตราและอาวุธของเอียน และวิชากำลังกายของหลินซึ่งมาสอนแทนนิสย่า

 

            ทั้งสองมักจะเคี่ยวเหล่าตัวแทนทั้งสิบอย่างเมามันโดยไม่ดูว่านักเรียนเหนื่อยจนลิ้นห้อยขนาดไหน แต่การเคี่ยวในคาบและการฝึกพิเศษของทั้งคู่ก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจอยู่เหมือนกัน เพราะกาโอสามารถใช้ดาบได้อย่างคล่องแคล่ว เหมือนนายทัพใหญ่ยังไงยังงั้น ทั้งๆที่เพิ่งฝึกได้แค่ห้าเดือน

 

            เปมินเองก็เช่นกัน ถึงแม้จะไม่เคยจับดาบมาก่อน แต่พอเพื่อนๆและอาจารย์ช่วยกันสอน เปมินก็กลายเป็นนักดาบที่ดูสง่าได้อย่างรวดเร็ว

 

            ฝีมือของเฟลมและสองฝาแฝดก็รุดหน้าขึ้นมาก ความเร็วและความแรงในการเหวี่ยงดาบของเฟลมเพิ่มขึ้นมากจนน่าตกใจ สองแฝดเองก็เช่นกัน การรำดาบสั้นคู่พร้อมกันสี่เล่มไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ทั้งคู่สามารถรำได้อย่างคล่องแคล่วและสวยงาม เป็นนักดาบคู่ที่เก่งที่สุดในโรงเรียนแล้วตอนนี้

 

            หลังจากผ่านการฝึกพิเศษอย่างหนักและการเรียนมาอย่างโชกโชนได้ห้าเดือน วันเวลาก็ล่วงเลยเข้าสู่เดือนธันวาคม เดือนแห่งการเริ่มต้นฤดูหนาว และแล้ว เวลาที่เฟลมและนักเรียนทุกๆคนในโรงเรียนเกรงกลัวก็มาถึง เวลาแห่งการสอบปลายภาค !!!

 

……….

 

            โถงประชุมรวมของนักเรียนชั้นปีหนึ่งโรงเรียนไดมอนเต็มไปด้วยนักเรียนร่วมสามสิบคน เฟลมและเหล่าเพื่อนซี้นั่งรวมกันอยู่ตรงหน้าเตาผิงไฟขนาดใหญ่ของโถงประชุม อากาศในเดือนนี้หนาวเสียเหลือเกิน หิมะเริ่มตกประปราย ลมหายใจที่พ่นออกมามักจะมีไอสีขาวขุ่นลอยตามออกมาด้วยเสมอ ลินนะหันกลับไปมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังด้านหลัง เวลาในตอนนี้เกือบจะหนึ่งทุ่มอยู่แล้ว

 

            ประตูไม้สีน้ำตาลบานใหญ่ของโถงประชุมรวมเปิดออกอย่างแช่มช้า ตามมาด้วยร่างของหลินและพี่เลี้ยงอีกสามคน จานา โอริ และเบลล์ หลินยิ้มน้อยๆให้นักเรียนทุกคนก่อนจะค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเป็นการทักทาย

 

            เด็กปีหนึ่งทั้งหมดลุกขึ้นยืนทำความเคารพตามมารยาทก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งอีกครั้งพลางถูมือทั้งสองข้างอย่างเอาเป็นเอาตาย อากาศหนาวช่างไม่เกรงใจใครเอาเสียเลย ถึงแม้จะอยู่ในห้องปิดและมีเตาผิงขนาดใหญ่ แต่ความหนาวก็ยังคงรุนแรงอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

 

            สวัสดียามค่ำนักเรียนทุกคน วันนี้ครูจะมาแจ้งเรื่องการสอบปลายภาคให้พวกเจ้าได้ทราบกัน หลินเอ่ยเริ่มเสียงเรียบ มีเสียงโอดครวญหลุดออกมาดั่งที่หลินคาดไว้ หลินหัวเราะน้อยๆก่อนจะยกมือขึ้นเพื่อขออนุญาตพูดต่อ

 

            การสอบปลายภาคจะถูกจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า นั่นก็คือวันที่สิบห้าของเดือนนี้ หลินเว้นช่วงไปนิดหนึ่ง

 

            เวลาสองอาทิตย์ที่เหลือเราจะไม่มีการเรียนการสอนกัน แต่จะให้พวกเจ้าได้หยุดพักและอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนมา โอริอธิบายเสริม นักเรียนหลายคนเริ่มยิ้มกันแก้มแทบปริ บางคนถึงขนาดร้องเฮออกมาเบาๆเมื่อได้ยินโอริบอกว่าจะไม่มีการเรียนการสอน

 

            อย่าเพิ่งดีใจกันไป ที่พวกข้าให้เวลาถึงสองอาทิตย์ในการอ่านหนังสือสอบน่ะ พวกเจ้าคงพอจะเดากันได้ใช่ไหมว่าข้อสอบจะยากแค่ไหน จานาเอ่ยเพิ่มเติมด้วยเสียงเฉยชา เฟลมและสองแฝดนึกสยองตามจานาอยู่ในใจ

 

            ให้เวลาถึงสองอาทิตย์ในการเตรียมตัวก่อนสอบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าข้อสอบคงจะยากแบบมหาโหด เฟลมกลืนน้ำลายเอื๊อก นึกอยากกลับไปหาอนามันใจจะขาด  แต่จะว่าไปแล้ว อนามันก็ไม่คิดจะสั่งให้เฟลมเริ่มทำภารกิจซักที ถ้าหากอนามันยังไม่สั่งให้ลงมือล่ะก็ เฟลมกลัวว่าบางทีเขาอาจจะไม่สามารถทำงานลอบสังหารองค์รัชทายาททั้ง5ได้อีกแล้ว ถ้าเป็นเมื่อก่อนเฟลมคงลงมือสังหารพวกของลินนะได้อย่างง่ายดายโดยไม่ลังเล แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกว่าฆ่าไม่ลง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร

 

            คิดไปคิดมาสมองก็เริ่มปวดตุ้บๆ เฟลมสะบัดศีรษะไปมาแรงๆเพื่อไล่ความคิดที่ชวนปวดหัวทั้งหลายทิ้ง แล้วเสียงของเบลล์ก็ช่วยดึงเฟลมกลับเข้าสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้ง

 

            วิชาที่พวกเจ้าจะสอบมีทั้งหมดเจ็ดวิชาด้วยกัน สอบภาคทฤษฎีสี่วิชา นั่นคือ กฎหมายมหานคร คำนวณบัญชีชั้นสูง ประวัติศาสตร์มหานคร และเมืองมิตรทั้งห้า แต่ละวิชาจะมีข้อสอบสองร้อยข้อ เบลล์เอ่ยเพิ่มเติม ดวงตาสีชมพูอ่อนฉายแววสะใจเล็กน้อยเมื่อเห็นน้องๆปีหนึ่งพากันอ้าปากค้าง หลินหลุดหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่ได้ จากนั้นจึงกลับมาตีหน้าเคร่งเครียดเหมือนเดิม

 

            สอบภาคปฏิบัติทั้งหมดสามวิชา ได้แก่ วิชาศาสตราและอาวุธ วิชากำลังกาย และการพยาบาล หลินกล่าวขึ้น นักเรียนต่างพากันกลืนน้ำลายดังเอื๊อกอย่างสยดสยอง

 

            ใช้เวลาสองอาทิตย์ที่เหลือให้คุ้มค่าล่ะ แล้วอย่าลืมฝึกฝนร่างกายด้วยล่ะ หลินกล่าวก่อนจะแจกรอยยิ้มให้นักเรียนสาว แต่ตอนนี้นักเรียนสาวนั้นไม่มีอารมณ์จะกรี๊ดกร๊าดแล้ว เพราะอีกสองอาทิตย์เวลาแห่งความตายก็จะมาเยือนแล้ว

 

            อ้อ ลืมบอกไป พวกเจ้าต้องทำคะแนนให้ได้อย่างต่ำวิชาละร้อยห้าสิบคะแนนถึงจะถือว่าสอบผ่าน ถ้าต่ำกว่านั้นก็ตก ส่วนภาคปฏิบัติก็ต้องแล้วแต่อาจารย์แต่ละท่านจะพิจารณา ถ้านักเรียนคนใดตกเกินสามวิชา นักเรียนคนนั้นจะโดนไล่ออกทันที หลินพูดด้วยเสียงขี้เล่น แต่ไม่มีนักเรียนคนไหนคิดจะเล่นด้วยเลยซักคน ต่างคนต่างนั่งกันหน้าซีด

 

            แล้วก็นะ ถ้ามีวิชาไหนคะแนนต่ำกว่าร้อยแม้แต่วิชาเดียว พวกเจ้าก็ไม่ได้เรียนต่อเหมือนกัน จานากล่าวเสริมพลางกวาดดวงตาสีเงินไปทางนีออนและนีโอสองแฝดจอมแสบ

 

            แล้วก็อย่าคิดว่าใช้พลังเวทย์ในการโกงข้อสอบแล้วจะไม่มีคนรู้นะ ถึงจะมีอาจารย์จอมเวทย์แค่สี่คนในโรงเรียน แต่อย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตา จานากล่าวขู่สองแฝดด้วยเสียงเย็นยะเยือกเพราะจานารู้ดีว่าทั้งสองมีพลังเวทย์สายลม พลังเวทย์ที่สามารถใช้ในการโกงข้อสอบได้อย่างสบายๆ สองแฝดพยักหน้ารับด้วยหน้าตาเหยเก

 

            ถ้ายังงั้นวันนี้เราแยกย้ายได้ ประธานนักเรียนทั้งห้าคนไปพบข้าที่ห้องประชุมเล็กที่โถงกลางโรงเรียนด้วยนะ หลินกล่าวก่อนจะเดินหายออกไปจากโถงประชุมรวม พลันห้องทั้งห้องก็ดังกระหึ่มด้วยเสียงคุย หัวข้อสนทนาก็อย่างที่รู้ๆกันอยู่ การสอบปลายภาคมหาโหดนั่นเอง

 

            ไปกันเหอะ เดี๋ยวอาจารย์จะรอนาน กาโอกล่าวเร่งเฟลมและประธานนักเรียนที่เหลือ ทั้งหมดพยักหน้ารับ แล้วร่างของทั้งห้าคนก็หายไปจากโถงประชุมอย่างเงียบๆ

 

..........

 

            ห้องประชุมเล็กที่โถงกลางโรงเรียนไดมอนนั้นไม่เด่นสะดุดตาเอาเสียเลย ถึงแม้จะเคยมาหลายครั้งแล้ว แต่เฟลมก็ยังจำไม่ได้ซักทีว่ามันอยู่ตรงไหนกันแน่ กาโอกวักมือเรียกเฟลมและเพื่อนๆที่เดินตามหลังให้เดินเข้ามาหาตน ดวงตาสีเขียวสดมองไปทางประตูไม้บานโทรมๆที่สีของมันนั้นแทบจะกลืนเข้าไปกับสีของกำแพงด้านข้าง

 

            เฟลมยกมือขึ้นเคาะประตูอย่างมีมารยาท เมื่อได้ยินเสียงตอบรับมาจากภายใน เฟลมก็ผลักประตูให้เปิดออก

 

            ภายในห้องนั้นมีประธานนักเรียนตั้งแต่ปีสองถึงปีหกนั่งรออยู่ก่อนแล้ว แถมยังมีเหล่าอาจารย์ทั้งหมดของโรงเรียนไดมอนอีกต่างหาก อลันที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะผงกหัวรับการทำความเคารพของพวกเฟลมน้อยๆ จากนั้นจึงผายมือไปยังเก้าอี้ห้าตัวที่ยังเหลือว่างข้างโต๊ะ พวกของเฟลมเดินตรงไปนั่งลงอย่างรวดเร็ว

 

            เมื่อทั้งหมดนั่งลง อลันก็ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ดวงตาสีอเมธิสต์กวาดมองไปยังทุกๆคนอย่างพิจารณา

 

            สวัสดียามค่ำทุกคน หัวข้อที่ข้าจะทำการประชุมในวันนี้ก็คือเรื่องของตัวแทนทั้งห้าคนของโรงเรียนไดมอน อลันกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ เหล่าประธานนักเรียนปีสองถึงปีหกพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ แต่พวกเฟลมกลับขมวดคิ้วมุ่นอย่างสงสัย

 

            พวกเจ้าคงรู้กันอยู่แล้วว่าทุกๆวันที่ 24 ธันวาคมของทุกปี ทางมหานครจะจัดงานเทศกาลที่แสนจะยิ่งใหญ่ ซึ่งนั่นก็คืองานเทศกาลดอกไม้ไฟ อลันกล่าวอธิบายเสริม พวกของลินนะพยักหน้าแล้วร้องอ๋อในทันที แต่เฟลมและนีออนก็ยังคงไม่เข้าใจสิ่งที่อลันพูดอยู่ดี ทั้งคู่นั่งจ้องหน้ากันตาแป๋วอย่างงงๆ

 

            ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทั้งคู่จะไม่รู้จักงานเทศกาลที่แสนจะโด่งดังของมหานคร เพราะวันๆก็เอาแต่ฝึกวิชาหรือไม่ก็ลอบสังหาร ไม่เคยมีปีไหนที่จะได้หยุดพัก จะมีก็แต่ปีนี้เท่านั้นแหละ

 

            ทุกๆปี เทศกาลนี้จะมีมีงานใหญ่ที่เป็นสีสันของเทศกาลอยู่งานหนึ่ง นั่นก็คืองานประลองฝีมือ อลันกล่าวต่ออย่างช้าๆ เฟลมและนีออนเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาหน่อยๆแล้ว สิ่งที่อลันต้องการก็คือส่งนักเรียนเข้าร่วมงานประลองนั่นน่ะเอง

 

            ทางมหานครบอกว่าทางโรงเรียนเราสามารถส่งตัวแทนไปได้หนึ่งทีม สามารถมีสมาชิกได้เพียงห้าคนเท่านั้น อลันกล่าวต่ออย่างช้าๆและใจเย็น เริ่มมีเสียงคุยดังแทรกขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็เงียบหายไปเมื่อถูกสายตาดุๆของหลินจ้องมอง

 

            ข้าจึงอยากจะขอตัวแทนซักห้าคนเพื่อเข้าร่วมในกิจกรรมนี้ กล่าวจบ หลินก็ยกมือขึ้นทันที อลันพยักหน้าอนุญาตให้หลินพูด

 

            ข้าขอเสนอ จานา โอริ และกาโอ หลินกล่าวเรียบๆ อาจารย์หลายท่านพยักหน้าเห็นด้วย ในขณะที่กาโอนั่งอ้าปากค้างด้วยความงงงวย กะว่าวันงานเทศกาลจะไปเดินเที่ยวกับเปมินซะหน่อย ไหงต้องมาเข้าร่วมการแข่งขันแบบนี้ด้วยล่ะ

 

            มีใครไม่เห็นด้วยไหม อลันกล่าวถาม ไม่มีเสียงคัดค้านใดๆทั้งสิ้น อลันเผยรอยยิ้มอย่างพอใจ

 

            แล้วอีกสองคนล่ะ เมื่อได้ยินดังนั้น เหล่าประธานแต่ละชั้นปีก็พยายามแข่งยกมือกันอย่างสุดชีวิตเพื่อเสนอชื่อเพื่อนของตน บางคนก็เสนอชื่อของตนเอง จะมีก็แต่เฟลมและนีออนก็เท่านั้นที่ยังงงกันไม่เสร็จซักที

 

            ลินนะ งานเทศกาลดอกไม้ไฟคืออะไรเหรอ เฟลมหันไปถามลินนะที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยเสียงเบาคล้ายเสียงกระซิบ นีออนพยักหน้าเห็นด้วยกับเฟลม ลินนะจึงหลุดขำออกมาน้อยๆ เป็นถึงนักฆ่าที่เก่งกาจ แต่ดันไม่รู้จักงานเทศกาลขึ้นชื่อของมหานครเสียนี่

 

            ลินนะหันกลับไปมองเหล่าคณาจารย์ เมื่อเห็นว่าทุกคนถกเถียงกันเรื่องตัวแทนที่เหลืออีกสองคนไม่เสร็จซักที ลินนะจึงตัดสินใจเล่าเรื่องงานเทศกาลให้เฟลมและนีออนฟัง

 

            งานนี้น่ะเป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวันที่มหานครชนะสงครามเมื่อสิบห้าปีก่อนน่ะ จัดขึ้นทุกๆปีที่บริเวณวงแหวนกลางเมืองเอราเดส ลินนะอธิบาย เฟลมและนีออนพยักหน้ารับหงึกๆ

 

            งานเทศกาลนี้น่ะยิ่งใหญ่มากเลยนะ พ่อค้าแม่ค้าในแต่ละเมืองจะนำของที่มีชื่อเสียงของเมืองตนมาขายกันในงาน และในงานก็จะมีงานประลองฝีมือด้วย งานประลองฝีมือนี้น่ะจัดขึ้นเพื่อเฟ้นหานักสู้ที่มีฝีมือดี ใครที่ชนะเลิศการประลองจะได้รับการขนานนามว่านักสู้อันดับที่ 1 ของมหานครเชียวนะ ทัสยื่นหน้าเข้ามาอธิบายเพิ่มเติมด้วยเสียงที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอารมณ์ดี

 

            เรื่องแค่นี้ก็ไม่รู้ เป็นนักข่าวภาษาอะไรกัน เท่านั้นแหละ เฟลมก็รู้ในทันทีว่าเจ้าทัสมันไปอารมณ์ดีมาจากไหน ที่แท้ก็อารมณ์ดีเพราะจะได้แกล้งนีออนนั่นเอง นีออนกำหมัดและยกขึ้นสูงเตรียมพุ่งเข้าใส่ทันที

 

            น่าน่า อย่าทะเลาะกันเลยนะ ลินนะกล่าวห้ามศึก นีออนจึงยอมลดหมัดลงแต่โดยดี ทัสเห็นดังนั้นก็หัวเราะเสียยกใหญ่ แต่พอหันไปสบเข้ากับดวงตาสีแดงเพลิงของเฟลมที่กำลังบ่งบอกว่าอารมณ์เริ่มคุกรุ่น ทัสจึงหุบปากฉับกลืนคำหัวเราะลงท้องทันที

 

            แล้วทำไมมันถึงเรียกว่างานเทศกาลดอกไม้ไฟล่ะ ไม่เห็นมีดอกไม้ไฟเลย เฟลมเอ่ยพาซื่อ

 

            มีสิ เขาจะจุดดอกไม้ไฟในเวลาหกโมงตรง จุดต่อเนื่องไปจนถึงเที่ยงคืนเลยนะ เค้าว่ากันว่าถ้าอยู่ดูดอกไม้ไฟตั้งแต่ลูกแรกจนถึงลูกสุดท้ายนะ ปีหน้า คนๆนั้นจะโชคดีตลอดทั้งปีเลยล่ะ ลินนะกล่าวตอบ เฟลมพยักหน้าเข้าใจ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยคิดอยากเที่ยวงานเทศกาลเลยซักครั้ง แต่พอได้ยินลินนะเล่าแบบนี้ก็น่าเที่ยวดีเหมือนกันแฮะ

 

            ตกลงตามนี้นะ เสียงกล่าวสรุปของหลินทำให้เฟลม สองแฝดและลินนะหันหน้ากลับมานั่งฟังอาจารย์เหมือนเดิม อาจารย์และเหล่าประธานนักเรียนต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยกับข้อสรุปที่ได้ออกมา แต่เฟลมไม่ได้ตั้งใจฟังการประชุมเลยไม่รู้ว่าเขาสรุปอะไรกัน แต่ที่รู้ๆคือไม่มีชื่อเขาอยู่ในทีมของตัวแทนแน่ เพราะเขาไม่ได้ถูกเสนอชื่อจากเพื่อนร่วมชั้นอย่างแน่นอน คงไม่มีใครอยากตายโดยการทำอะไรไม่บอกกล่าวเขาก่อนเป็นแน่

 

            ตกลงว่าทั้งสิบคนนี้เราจะมาคัดกันให้เหลือสองนะ หลินกล่าวก่อนจะไล่รายชื่อทั้งสิบคนที่มีอยู่บนกระดาษในมือให้ทั้งห้องฟัง

 

            เทมส์ รอย ธิม ซาดิน รีเวอร์ วิน เอเวล กามอส คาลิฟ และเฟลม เฟลมถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินชื่อของตนเองปิดท้ายรายการ เฟลมกวาดดวงตาสีแดงเพลิงของตนมองไปทางเพื่อนร่วมชั้นทั้งสี่อย่างคาดคั้น นึกสงสัยว่าใครบังอาจอยากลองดีกับเขานัก แต่ทั้งสี่ก็พากันส่ายหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

            ข้าเสนอชื่อเจ้าเอง รานิน อลันกล่าวกระซิบกับเฟลม เฟลมรู้สึกหงุดหงิดทันที เขาไม่ชอบให้อลันเรียกเขาแบบนี้เลย และเขาก็ไม่ชอบให้อลันเสนอชื่อของเขาตามใจชอบอีกด้วย

 

            แล้วเราจะคัดกันยังไงล่ะขอรับอาจารย์หลิน เด็กปีสามคนหนึ่งเอ่ยถามขึ้น ตามมาด้วยเสียงสนับสนุนอีกหลายสิบเสียง หลินยิ้มน้อยๆอย่างมีเลศนัย ซึ่งเฟลมรู้สึกไม่ถูกกับรอยยิ้มแบบนี้เอาเสียเลย

 

            ก็คงต้องมีการประลองกันซักหน่อย เท่านั้นแหละ เฟลมก็ต้องยกมือขึ้นกุมขมับทันที นึกสงสัยอยู่แล้วว่าต้องมีเรื่องชวนปวดหัวเกิดขึ้น แต่ไม่นึกว่าจะชวนปวดหัวขนาดนี้ เฟลมไม่ได้กลัวการประลอง แต่เขาขี้เกียจมากกว่า ลองขอยอมแพ้ถอนตัวตอนนี้ดีไหมนะ

 

            แล้วอย่าได้ขอยอมแพ้เชียวล่ะรานิน อลันเอ่ยเตือนเฟลมราวกับว่าเขารู้ว่าเฟลมกำลังจะขอยอมแพ้ เฟลมนึกสงสัยว่าทำไมเขาต้องฟังคำสั่งของอลันด้วย แต่แล้วก็เปลี่ยนใจเป็นยอมฟังเสียแต่โดยดี เพราะสายตาของอลันดูคาดหวังบางอย่างจากเขามาก

 

            แล้วจะประลองกันวันไหนขอรับอาจารย์ เด็กคนเดิมถามขึ้นอีกครั้ง

 

            ก็คงเป็นพรุ่งนี้ ตอนฝึกพิเศษช่วงเช้า หลินกล่าวตอบ นักเรียนทั้งหมดหันขวับไปทางหลินทันทีราวถูกดีด

 

            จะสอบแล้วยังต้องฝึกพิเศษด้วยเหรอขอรับ!” หลายๆคนประสานเสียงถาม แล้วคำตอบที่ได้รับก็ทำเอาหลายคนหน้าซีด

 

            แน่นอน แถมจะฝึกมากกว่าเดิมด้วยเพราะไม่มีการเรียนการสอนแล้ว หลินตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม เท่านั้นแหละ เฟลมก็นึกอยากจะเอามีดเชือดคอตัวเองให้ตายลงเสียตรงนี้เลย อะไรมันจะโหดปานนั้น นี่คงกะไม่ให้เด็กได้พักเลยมั้งเนี่ย

 

            ตกลงตามนี้นะ พรุ่งนี้เจอกันที่เดิมนะ แยกย้ายได้ เมื่อหลินกล่าวจบ ต่างคนต่างก็ลุกขึ้นพลางค้อมกายให้เหล่าอาจารย์ที่นั่งอยู่อย่างนอบน้อม

 

..........

 

            คฤหาสน์ตระกูลบลูเบลล์ยังคงมืดสลัวเหมือนอย่างเคย เสียงย่ำฝีเท้าอย่างสม่ำเสมอดังขึ้นเบาๆ ทางเดินลงไปยังห้องสมุดใต้ดินนั้นมีกลิ่นเหม็นอับชื้น แสงเทียนที่ไหววูบอยู่บนเชิงเทียนในมือของอนามันเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ให้ความสว่างอยู่ในตอนนี้ มิดไนท์ย่องตามอนามันไปอย่างระมัดระวัง

 

            เมื่อมาถึงหน้าประตูทางเข้าห้องสมุดลับใต้ดิน อนามันก็ยกมือซ้ายขึ้นและออกแรงผลักอย่างเต็มกำลัง เส้นเลือดที่ปูดโปนช่วยบอกให้มิดไนท์รู้ได้อย่างดีว่าประตูบานนี้หนักมากแค่ไหน ประตูสีดำสนิทที่มีแต่กลิ่นสนิมส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดราวกับเป็นการประท้วงไม่ให้อนามันเปิดมันออก แต่แล้วในที่สุดประตูเหล็กสีดำบานใหญ่ก็ถูกผลักให้เปิดออกกว้าง

 

            ภายในห้องสมุดใต้ดินมีกลิ่นเหม็นอับเหลือขนาด แม้แต่อนามันที่คุ้นชินกับการอยู่ในที่เหม็นอับยังต้องย่นจมูกอย่างรำคาญใจ กลิ่นมันช่างเหม็นเสียจริง อนามันเดินไปตามชั้นหนังสือ มือขวาลากยาวไปตามหนังสือที่ตั้งอยู่บนชั้นวางช้าๆ แสงเทียบไหววูบไปมาราวภาพมายา

 

            แล้วมือที่มีแต่รอยย่นของอนามันก็ไปหยุดอยู่ที่หนังสือปกสีดำเล่มหนึ่ง มันมีขนาดไม่ใหญ่มาก อนามันยื่นเชิงเทียนไปส่องที่หนังสือ ปรากฏตัวอักษรสีเทาทึมทึบที่เขียนว่า ศาสตร์แห่งการคืนชีพ

 

            มิดไนท์ขมวดคิ้วมุ่น มิดไนท์รู้สึกคุ้นชื่อหนังสืออย่างแปลกๆ ราวกับว่ามันเคยรู้จักหนังสือเล่มนี้มาก่อน อนามันคงจะรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่แผ่วเบาของมิดไนท์แล้ว ดวงตาสีเทาขุ่นถึงได้กวาดมองไปทั่วห้องอย่างระมัดระวัง

 

            มิดไนท์ค่อยๆย่องถอยหลังไปหลบยังชั้นหนังสือที่อยู่ในมุมมืด มันกลั้นหายใจ เมื่ออนามันจับความรู้สึกอะไรไม่ได้อีก เขาก็เลิกให้ความสนใจกับสิ่งบุกรุก เขาหันกลับไปสนใจหนังสือที่อยู่ในมือแทน

 

            เจอแล้ว!” อนามันประกาศอย่างมีชัยเมื่อใช้ความพยายามในการเปิดหน้าหนังสืออยู่ซักพัก อนามันล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่ดูมอมแมมของตน ในมือมีเศษกระดาษที่แสนจะยับยู่ยี่ อนามันเลื่อนเศษกระดาษในมือให้เข้าใกล้กับหนังสือที่ตนเองถืออยู่ ดวงตาสีเทาขุ่นกวาดมองอย่างรอบคอบ

 

            ในที่สุดข้าก็เจอซักทีอนามันกล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง ห้าเดือนที่ผ่านมา มิดไนท์ได้ทำการจับตามองอนามันอยู่ตลอดเวลา อนามันเอาแต่นั่งอ่านหนังสือกองโตบนโต๊ะอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งบางครั้งก็ไม่ได้ลุกไปไหนเลยเป็นวันสองวัน จินขอเข้ามาในห้องอนามันยังไม่อนุญาตเลย

 

            เมื่ออนามันหลับ มิดไนท์จึงย่องเข้าไปดูสิ่งที่อนามันกำลังอ่าน และมิดไนท์ก็พบว่าอนามันกำลังพยายามแกะภาษาปีศาจโบราณ ภาษาที่มิดไนท์สามารถอ่านได้อย่างคล่องแคล่ว เพราะมิดไนท์เป็นปีศาจที่อยู่มาถึงห้าร้อยปีแล้ว ภาษาโบราณจึงไม่ค่อยยากที่จะอ่านซักเท่าไหร่

 

            และตัวอักษรที่อนามันกำลังพยายามแกะอยู่นั้นก็ดูจะไม่ค่อยน่าส่งเสริมซักเท่าไหร่ อนามันกำลังแกะคาถาการปลุกชีพปีศาจที่ถูกปิดผนึก

 

            มิดไนท์ตวัดหางเบาๆ บังเกิดกระแสลมที่แสนจะอ่อนโยน กระแสลมนั้นต้องที่หนังสืออย่างแผ่วเบา แผ่วเบาขนาดที่อนามันยังไม่รู้สึก เมื่อสายลมลอยกลับมาปะทะกับหน้าของมิดไนท์ มิดไนท์ก็รู้ทันทีว่าอนามันกำลังอ่านอะไร

 

            อนามันกำลังอ่านเวทย์บูชาเครื่องสังเวยแก่เทพปีศาจ มิดไนท์พองขนอย่างห้ามไม่อยู่ เวทย์นั่นเป็นเวทย์ต้องห้าม ผู้ใดที่ใช้จะต้องเสียอายุขัยไปครึ่งหนึ่งของชีวิตที่เหลือ ดีไม่ดี ผู้ใช้อาจตายทันทีหลังใช้ก็ได้ และถ้าผู้ปลุกชีพตาย ก็จะไม่มีใครสามารถบังคับมารที่ถูกปลุกขึ้นมาได้อีก แต่ถึงไม่ตาย มิดไนท์ก็ไม่ต้องการให้อนามันปลุกชีพปีศาจอยู่ดี

 

            เมื่ออนามันทบทวนดูจนเรียบร้อยแล้วว่าสิ่งที่อยู่ในเศษกระดาษและสิ่งที่อยู่ในหนังสือนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน อนามันก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง เขาขยำกระดาษในมือทิ้งอย่างไม่ไยดี ประตูเหล็กสีดำถูกดึงให้ปิดลง แล้วแสงสว่างจะหายไปจากห้องพร้อมกับร่างของอนามัน

 

            มิดไนท์กระโดดออกมาจากที่ซ่อนตัว ความมืดไม่ใช่อุปสรรคสำหรับมิดไนท์เลยแม้แต่น้อย ดวงตาสีทองอร่ามช่วยทำให้มิดไนท์มองเห็นในความมืดได้ดีเท่าตอนกลางวัน มิดไนท์ใช้เท้าเขี่ยเศษกระดาษให้คลี่ออก แล้วดวงตาสีทองก็เบิกกว้างอย่างตกใจ

 

             เจ้าคิดจะปลุกชีพลูซิเฟอร์จริงๆด้วยสินะอนามัน มิดไนท์กัดฟันอย่างเคียดแค้น สายลมพัดกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งตามอารมณ์ที่คุกรุ่นของผู้ใช้ ร่างของมิดไนท์เลือนหายไปอย่างเงียบกริบ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1915 。◕‿◕。 Iris_Jung &# (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 12 มีนาคม 2556 / 22:36
    อยากให้เล่ม 2 ลงมากๆเลยค่ะ ถ้าเล่น 2 ลง จะเข้าไปซื้อเลย ตอนนี้อ่านเล่ม 1 จบแล้ว คนเขียนสุดยอดมากๆเลยค่ะ
    #1,915
    0
  2. #1903 ลีโอไนดัส (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2555 / 19:58
    เล่มสองงงงงงงงง
    #1,903
    0
  3. #1826 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 มีนาคม 2555 / 21:46
    ข้าพเจ้าอยากได้เล่มสองมากเลยขอรับ T^T
    #1,826
    0
  4. #1749 Aloveen (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 16 เมษายน 2554 / 11:32
    อยากให้ออกเป็นเล่มเร็ว อ่านในเน็ตมันไม่สนุก อยากจะสะสมครับ
    #1,749
    0
  5. #1720 lnwcool (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 18:53
    ่า...เราอ่านแล้วสนุกและก็ลึกลับดีจัง-..-
    #1,720
    0
  6. #1538 คลื่อนฝัน..วันรัก (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2552 / 11:39
    เมื่อไรจะมีเล่ม2
    #1,538
    0
  7. #1521 BicoUe_Darkness (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2552 / 13:45
    ว้าว

    หนุกจัง

    อนามันนี่เลวสมใจมากค่ะ



    อยากให้รวมเล่มเร็วๆๆอ่ะ

    สู้ๆๆค่ะ
    #1,521
    0
  8. #1452 badboy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2552 / 17:03
    อยากไห้ออกเล่มต่อๆไปเร็วนะครับ
    #1,452
    0
  9. #1267 ทายาทแห่งรัตติกาล (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2552 / 16:53
    มันส์มากกกกกก -w-v

    เมื่อใดจะออกเล่ม 2 สักที

    ข้าพเจ้านั้นรอมานานแสนนานแว้วววว ToT
    #1,267
    0
  10. #1237 กวาง (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 เมษายน 2552 / 09:57
    555 เราอ่านเล่ม1แล้วสนุกมากๆเลย
    #1,237
    0
  11. #1191 #-# (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 08:50
    ท่าทางเฟลมจะซวยนะครับ
    #1,191
    0
  12. #994 เกลียดอนามันน (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 7 มีนาคม 2552 / 21:24
    ชั่วจัง
    #994
    0