Flame นักรบเพลิงมายา (เปลวเพลิงมายา)

ตอนที่ 33 : มายาที่ 31 ตัวแทนงานประลอง [2] <= [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,258
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    3 ส.ค. 51

 

มายาที่ 31

ตัวแทนงานประลอง [2]

 

            อากาศยามเช้าต้นเดือนธันวาคมนั้นหนาวจนสุดจะทนจริงๆ หิมะสีขาวบริสุทธิ์เริ่มตกประปรายตั้งแต่เมื่อคืนวาน และเช้านี้ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกเสียด้วย ลมหายใจที่ถูกพ่นออกมากลายเป็นไอสีขาวขุ่นก่อนลอยวนหายไปในอากาศ ฟันของแต่ละคนกระทบกันดังกึกๆส่งเสียงชวนน่ารำคาญเป็นที่สุด

 

            เฟลมขยับเสื้อนอกตัวหนาสีเทาขุ่นของตนเองให้กระชับตัวมากขึ้น ฮู้ดหนาถูกยกขึ้นบังเส้นผมสีแดงเพลิงที่ตอนนี้เริ่มมีเกล็ดหิมะจับอยู่บ้างแล้ว เฟลมสะบัดเส้นผมไล่หิมะอย่างขอไปที ความหนาวกัดผิวของเฟลมจนเจ้าตัวเริ่มรู้สึกแสบนิดๆ และคงไม่ใช่แค่เฟลมคนเดียวที่เป็นแบบนั้น แต่คนอื่นก็คงเป็นเหมือนกัน เพราะหน้าตาของเพื่อนบางคนเริ่มซีดเซียวแล้ว

 

            หลินและเอียนที่อยู่ภายใต้เสื้อคลุมยาวตัวหนาโบกมือเรียกเหล่านักเรียนให้ไปรวมตัวกันที่ใต้อาคารเพื่อใช้ตัวอาคารนั้นในการกันลมหนาวและหิมะที่กำลังตกอยู่ เฟลมและเพื่อนๆรีบเดินเข้าไปสมทบในทันที บรรยากาศโดยรอบยังคงมืดสลัว แสงเริ่มอรุณของวันในฤดูหนาวนั้นมาช้ายิ่งนัก

 

            เหล่าตัวแทนทั้งห้าชั้นปีมายืนรอพวกเฟลมอยู่ก่อนแล้ว แต่ละคนต่างอยู่ภายใต้เสื้อคลุมตัวหนา ถุงมือหลากหลายสีสันถูกถูไปมาเพื่อบรรเทาความหนาวที่เล็ดลอดเข้าไปภายใน

 

            มากันครบแล้วสินะ หลินเอ่ยพลางกวักมือเรียกให้เหล่านักเรียนเดินเข้ามารวมกลุ่มกัน เฟลมถอนหายใจยาว ไอสีขาวขุ่นม้วนตัวลอยหายไปในอากาศ อากาศนั้นหนาวจนแทบคลั่ง

 

            เอาล่ะ ถ้ามากันครบแล้วก็ไปวิ่งวอร์มกันได้แล้วล่ะ หลินกล่าวออกคำสั่งเหมือนทุกเช้า ถึงแม้หลินจะบอกว่าวอร์ม แต่ความจริงแล้วมันก็เปรียบเหมือนการฝึกที่แสนโหดแต่เช้านั่นแหละ เล่นให้วิ่งรอบโรงเรียนสองรอบ แถมยังเป็นตอนเช้ามืดของหน้าหนาวอีก แค่คิดก็สยองแล้ว

 

            เหล่าตัวแทนส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่ายแต่ก็ยอมออกวิ่งแต่โดยดีเพราะรู้ว่าค้านยังไงก็ไม่มีประโยชน์ เฟลมและเพื่อนๆเริ่มออกวิ่งเหยาะๆเพราะไม่ต้องการให้เหนื่อยหอบแต่เช้า

 

            อ้อลืมบอกไป ใครมาถึงที่นีห้าสิบคนสุดท้ายต้องโดนทำโทษนะ เท่านั้นแหละ นักเรียนทั้งหกสิบคนก็วิ่งกันหน้าตั้งทันที ต่างคนต่างวิ่งกันอย่างสุดฝีเท้าเพราะไม่อยากโดนหลินและเอียนทำโทษอะไรแปลกๆแต่เช้าอย่างเช่นวิ่งรอบโรงเรียนห้าสิบรอบ

 

            วิ่งไปได้ซักพัก นักเรียนบางคนก็เริ่มหน้ามืดเหนื่อยหอบ อากาศที่หนาวจนติดลบทำให้ร่างกายนั้นฝืดไปหมด หายใจก็ไม่สะดวกอย่างที่ควรจะเป็น บางคนก็มีอาการหายใจไม่ทันจนต้องลงไปนั่งทรุดอยู่บนพื้น

 

            เฟลมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าปรกติเล็กน้อยเพื่อพยายามไล่กวดจานาและโอริที่อยู่หัวแถวให้ทัน สองแฝดตัวยุ่งวิ่งตามมาไม่ห่าง ลินนะ กาโอ ทัสและเปมิน ก็วิ่งตามมาแบบติดๆ

 

            เฟลมพยายามวิ่งให้เร็วขึ้นอีกเมื่อเห็นเส้นชัยอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก หลินและเอียนยืนรออยู่ที่เดิม นักเรียนทั้งหมดพร้อมใจกันเร่งฝีเท้า เฟลมเร่งความเร็วขึ้นอีก อีกนิดเดียวก็จะครบรอบแล้ว

 

            ที่ 1 จานาประกาศก้องพร้อมหอบหายใจถี่แรง โอริที่ตามเข้ามาตะโกนประกาศว่าตนได้ที่สอง

 

            ที่ 3 เฟลมว่าพลางชะลอฝีเท้าลง กาโอที่วิ่งตามมาติดๆได้ที่สี่ ที่ห้าเป็นของรุ่นพี่ปีหกที่ชื่อว่าวิน ที่หกเป็นของรีเวอร์รุ่นพี่ปีห้า ที่เจ็ดเป็นของคาลิฟที่อยู่ชั้นปีสี่ ที่แปดเป็นของลินนะ ที่เก้าเป็นของเปมิน และที่สิบเป็นของสองแฝดที่เข้าเส้นชัยพร้อมกันพอดิบพอดี นักเรียนที่เหลือทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างอ่อนแรง

 

            ดีมาก ถ้ารู้ว่าใช้มุกนี้แล้วพวกเจ้าจะวิ่งกันอย่างตั้งใจขนาดนี้ข้าก็ใช้ตั้งแต่วันแรกแล้ว หลินกล่าวเสียงติดตลก นักเรียนทั้งหกสิบคนตีหน้าเหวอ มุก? หมายความว่าไงเนี่ย

 

            ไม่ต้องงงกันหรอก ที่ข้าบอกว่าจะทำโทษน่ะข้าล้อเล่น ข้าเห็นพวกเข้าวิ่งกันแบบเหยาะแหยะแล้วมันหงุดหงิด ก็เลยต้องหลอกซะหน่อยว่าจะทำโทษ เอียนว่าพลางหัวเราะร่วน เฟลมถึงกับอยากจะฆ่าหั่นศพอาจารย์จอมกวนทั้งสองคนทันที นักเรียนที่เหลือส่งเสียงครางกันระงม โดนหลอกให้วิ่งแต่เช้าเลยให้ตายเถอะ!

 

            แต่พวกเจ้าก็ทำได้ดีมากนะ ต้องขอชมว่าเก่งจริงๆ เอียนกล่าวชม

 

            เอาล่ะ สิบคนที่มีชื่อเมื่อวานนี้ก้าวออกมาข้างหน้าหน่อยซิ สิ้นเสียงของหลิน เจ้าของชื่อทั้งสิบก็ก้าวออกไปด้านหน้า หลินกวาดตามองอย่างพิจารณา

 

            เจ้า เจ้า เจ้า และเจ้า ยืนอยู่ตรงนี้ ส่วนที่เหลือกลับไปนั่งที่ซะ เอียนว่าพลางชี้ไปที่ เฟลม วิน คาลิฟและรีเวอร์ นักเรียนที่เหลือเดินกลับไปนั่งที่ทั้งๆที่ยังงงๆอยู่

 

            พวกเจ้าทั้งสี่คนสอบผ่านขั้นแรก เฟลมตีหน้างงในสิ่งที่เอียนพูด สอบผ่านขั้นแรก อะไรล่ะนั่น

 

            พวกเจ้าทั้งสี่คนเป็นหนึ่งในสิบของคนที่วิ่งเข้ามาถึงสิบคนแรก แสดงว่าพลังกายของพวกเจ้าค่อนข้างดี ดังนั้นพวกเจ้าจึงเหมาะแก่การเป็นตัวแทนของโรงเรียน หลินกล่าวอธิบาย เฟลมพยักหน้าหงึกๆ

 

            เอาล่ะ เรามาเริ่มการประลองเพื่อคัดเลือกกันเลยดีกว่า คู่แรก วินกับรีเวอร์ หลินว่าพร้อมกับผลักเจ้าของนามทั้งสองให้ลงไปยืนอยู่กลางสนามกว้างที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะสีขาวโพลน เอียนขยับปากพึมพำบางสิ่ง กำแพงเวทย์มนต์รูปโดมปรากฏโฉมในทันที

 

            เริ่มได้ เอียนออกคำสั่งพร้อมกับโยนอาวุธของทั้งสองเข้าไปในโดมเวทย์มนต์ เมื่อทั้งสองได้รับอาวุธแล้ว ทั้งสองก็พุ่งเข้ากันอย่างรวดเร็ว

 

            รีเวอร์เป็นเด็กหนุ่มผู้มีร่างกายกำยำและสูงชะลูด เรือนผมสีทองและดวงตาสีเงินช่วยทำให้รีเวอร์ดูหนุ่มกว่าอายุจริงอยู่หลายเท่า เรียกได้ว่าเป็นรุ่นพี่ปีห้าที่แสนจะสง่างาม อาวุธคู่กายของรีเวอร์นั้นแปลกประหลาดกว่าคนอื่นมากนัก นักเรียนส่วนมากมักใช้ดาบเป็นอาวุธประจำตัว แต่รีเวอร์กลับใช้พลองแขน

 

            ส่วนคู่ต่อสู้ของรีเวอร์นั้นคือวิน ชายหนุ่มผู้เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่แทบจะล้นปรี่ เส้นผมสีขาวสะอาดและดวงตาสีชา เด็กปีหกซึ่งเฟลมคิดว่าน่าจะชนะรีเวอร์อย่างแน่นอนตั้งแต่ยังไม่เริ่มสู้ เพราะร่างกายของวินนั้นใหญ่โตอย่างเหลือเชื่อ ชนิดที่ว่าถ้าพี่แกโมโหขึ้นมาบ้านคงพังเป็นแถบๆ อาวุธประจำกายของวินก็ดูท่าว่าจะดีซะด้วย ขวานคู่เล่มโตที่ดูท่าจะหนักอึ้ง

 

            ทั้งสองพุ่งเข้าใส่กันด้วยความเร็วสูง ขวานคู่ปะทะกับพลองแขนสั่งเสียงดังลั่น วินกระโดดถอยฉากออกมาพร้อมกับวาดมือเป็นวงกลมในอากาศ บังเกิดดาบซึ่งสร้างจากสายลมสีเงินมันวับพุ่งเข้าใส่รีเวอร์อย่างรวดเร็ว รีเวอร์ตวัดมืออย่างร้อนรน สายฟ้านับสิบเส้นผ่าลงกลางสนาม กลิ่นเหม็นไหม้ลอยคละคลุ้งไปทั่ว

 

            วินกระโดดหลบสายฟ้าของรีเวอร์อย่างชำนาญพลางวิ่งอ้อมไปด้านหลังของรุ่นน้องคู่ต่อสู้ ขวานเล่มยักษ์ยกขึ้นสูง รีเวอร์หันหลังขวับพร้อมสะบัดมือเรียกสายฟ้า บังเกิดเสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่น ฝุ่นควันลอยฟุ้งทั่วสนามกว้าง เมื่อฝุ่นควันจางลง เฟลมก็เห็นวินยืนกุมไหล่ซ้ายที่มีเลือดอาบอยู่ ขวานเล่มยักษ์ทั้งสองเล่มถูกทิ้งลงบนพื้น ลมหายใจของวินสะดุดเล็กน้อย

 

            รีเวอร์วิ่งพุ่งเข้าใส่วินพลางยิ้มอย่างคนมีชัย ที่พลองแขนทั้งสองข้างมีประจุไฟฟ้าวิ่งวนไปมาส่งเสียงน่ากลัว

 

            วินก้าวถอยหลังสองสามก้าวก่อนจะขยับปากร่ายเวทย์เร็วปรื๋อ เกิดมีดสายลมนับสิบเล่มลอยคว้างอยู่รอบกาย วินสะบัดมือขวาที่ชุ่มไปด้วยเลือดอย่างหงุดหงิด มีดสายลมทั้งหมดพุ่งเข้าใส่รีเวอร์ในทันที

 

            รีเวอร์ชะงักกึกพร้อมร่ายเวทย์เร็วรัว สายฟ้าพุ่งออกมาปะทะกับมีดสายลมของวินอย่างจัง ฝุ่นควันลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ พื้นดินสั่นไหวเล็กน้อย

 

            เสียงอาวุธโลหะปะทะกันดังขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งๆที่ฝุ่นควันยังไม่จางหาย เสียงร่ายเวทย์และเสียงพลังเวทย์ปะทะกันดังสนั่นเป็นบริเวณกว้าง เมื่อฝุ่นควันจางลง ร่างของทั้งคู่ก็ปรากฏสู่สายตา

 

            ร่างของรีเวอร์นั้นเต็มไปด้วยรอยแผลที่ถูกของมีคมบาด เลือดสีแดงสดเปื้อนเสื้อผ้าเป็นหย่อมๆ ส่วนร่างของวินนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากร่างของรีเวอร์เท่าไหร่นัก ทั่วทั้งร่างของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำและรอยไหม้เนื่องจากโดนตีด้วยพลองแขนที่มีไฟฟ้าวิ่งวนอยู่ของรีเวอร์ ทั้งสองหายใจหอบระรัว

 

            วินเริ่มรู้สึกว่าร่างของตนมันชาจนขยับแทบไม่ได้ ความเสียหายจากสายฟ้าของรีเวอร์ร้ายแรงกว่าที่วินคิดไว้มาก รีเวอร์ที่ดูเหมือนจะรู้ว่าวินขยับไม่ไหวถีบเท้าพุ่งเข้าไปหาวิน พลองแขนทั้งสองข้างเล็งที่ลำคอกว้างของชายหนุ่มรุ่นพี่

 

            วินยกมือขึ้นกันพลองแขน สายฟ้าแล่นเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดทำให้วินแทบทรุด แต่เจ้าตัวก็กัดฟันกวาดขาเป็นแนวยาว รีเวอร์เสียหลักล้มลงอย่างง่ายดาย วินสะบัดพลองแขนทิ้งพร้อมเตะเข้าที่ท้องของรีเวอร์อย่างแรง เด็กหนุ่มถึงกับกระเด็นครูดไปกับพื้น

 

            มีดสายลม กระหน่ำซัด!” วินร่ายเวทย์เรียกมีดสายลม เมื่อชายหนุ่มสะบัดมือ มีดสายลมก็พุ่งเข้าหารีเวอร์ที่นอนกองอยู่ที่พื้นอย่างรวดเร็ว รีเวอร์หลับตาแน่นพร้อมรับความเจ็บปวด

 

            พอได้แล้ว สิ้นเสียงของเอียน โดมเวทย์มนต์ก็แตกออก มีดสายลมของวินมลายหายไป รีเวอร์ลืมตาขึ้นพร้อมถอนหายใจโล่งอก

 

            วินชนะ หลินประกาศ วินหันกลับมาค้อมกายให้อาจารย์ทั้งสองตามมารยาท รีเวอร์ยันกายลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินโซเซเข้ามาภายในอาคาร ตัวแทนที่เหลือปรบมือแสดงความดีใจให้กับวินและปลอบใจรีเวอร์ ลินนะและเบลล์วิ่งเข้าไปทำการรักษาทั้งคู่ทันที

 

            คู่ต่อไป เฟลมกับคาลิฟแล้วเฟลมกับคาลิฟก็โดนหลินจับโยนลงไปอยู่กลางสนามอย่างรวดเร็ว เอียนสะบัดมือเรียกโดมเวทย์มนต์ก่อนจะโยนอาวุธของทั้งคู่ตามเข้าไป เฟลมตีหน้าเหยเกเมื่อเห็นอาวุธที่เอียนส่งมาให้ ของคาลิฟเป็นดาบอัศวินเล่มโต ส่วนของเฟลมเป็นแค่มีดสั้นคู่ แล้วจะสู้ได้ไหมล่ะเนี่ย

 

            เริ่มได้ ไม่ทันให้เฟลมได้ตั้งตัว คาลิฟพุ่งเข้าหาเฟลมอย่างรวดเร็วพร้อมกับเสียงสัญญาณเริ่ม ดาบอัศวินเล่มยักษ์กวาดลงอย่างรวดเร็ว เฟลมก้มตัวหลบพลางกระโดดถอยฉาก คาลิฟส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอเหมือนไม่พอใจที่เฟลมหลบได้ก่อนจะพุ่งเข้าใส่เฟลมอีกครั้ง เฟลมกำมีดสั้นในมือแน่น

 

            ความเร็วของคาลิฟทำให้เฟลมถึงกับเหงื่อตก ทั้งๆที่ตัวก็ออกจะใหญ่แถมยังแบกดาบอัศวินเล่มเบ้อเร่ออีก แต่เจ้าตัวกลับวิ่งและเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว ถึงเฟลมจะหลบได้ แต่ก็หลบได้แบบฉิวเฉียดแทบทุกครั้ง

 

            ตราตรึง ศัตรูข้า!” คาลิฟร่ายเวทย์เสียงดัง พื้นดินที่เท้าของเฟลมม้วนตัวรัดข้อเท้าของเฟลมไว้อย่างแน่นหนา ข้อมือทั้งสองข้างก็มีดินตรึงไว้เช่นกัน มีดสั้นในมือของเฟลมหล่นลงกับพื้น เฟลมยิ้มแหย

 

            เสร็จข้าล่ะ ดาบของคาลิฟตวัดลงอย่างรวดเร็ว เพื่อนๆที่ยืนดูอยู่ข้างใต้อาคารหลับตาปี๋ นึกในใจว่าถึงเฟลมจะหนีเก่งแค่ไหนแต่ครั้งนี้เฟลมก็ไม่รอดแน่

 

            ปกปักษ์ เฟลมร่ายเวทย์แผ่วเบา เกิดกำแพงเวทย์มนต์สีแดงเพลิงขึ้นเบื้องหน้า ดาบของคาลิฟปะทะกำแพงเวทย์มนต์ส่งเสียงดังสนั่นแสบหู เฟลมอาศัยจังหวะที่คาลิฟเผลอร่ายมนต์ซ้ำทันที

 

            ฝนเพลิง สิ้นเสียงของเฟลม กระสุนเพลิงจำนวนนับไม่ถ้วนก็ตกลงมาจากฟ้าราวห่าฝน คาลิฟกระโดดถอยหลังโดยอัตโนมัติ เฟลมรวบรวมกำลังทั้งหมดกระชากแขนขาให้หลุดออกจากการพันธนาการ บนมือทั้งสองข้างปรากฏเปลวเพลิงลุกโชนพร้อมโจมตี

 

            ไป!” เฟลมว่าพร้อมสะบัดมือ กระสุนเพลิงนับสิบลูกพุ่งตรงใส่ชายหนุ่มรุ่นพี่ด้วยความเร็วสูง คาลิฟยกดาบอัศวินเล่มยักษ์ขึ้นกัน แต่มันก็ดูไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่นักเมื่อดาบเล่มยักษ์ของคาลิฟถูกเปลวเพลิงหลอมจนละลายจำสภาพเดิมแทบไม่ได้ คาลิฟทิ้งดาบลงกับพื้นทันที

 

            หนอยแก!” คาลิฟกัดฟันกรอดพุ่งเข้าไปเตะเฟลม เฟลมยกแขนขึ้นกัน เมื่อขาของคาลิฟต้องกับแขนของเฟลม เจ้าตัวก็สะดุ้งจนต้องร้องเสียงหลง

 

            เหวอ ร้อนๆๆ คาลิฟเซถอยกลับมา ที่ขาเกิดรอยแผลไฟลวกรอยใหญ่ เฟลมขยับยิ้มอย่างผู้มีชัย คาลิฟถลึงตามองเฟลมอย่างมีน้ำโห

 

            คาลิฟสะบัดมือพลางร่ายเวทย์อย่างเร็วปรื๋อ ปรากฏหอกดินจำนวนมากแทงขึ้นมาจากพื้นดินที่ใต้ฝ่าเท้าของเฟลม เฟลมก้าวถอยฉากอย่างใจเย็นพร้อมกับวาดมือเป็นวงกลมกลางอากาศ หอกดินปะทะกับกำแพงเวทย์มนต์เพลิงของเฟลมก่อนจะมอดไหม้หายไปอย่างรวดเร็ว เฟลมขยับยิ้มกวนโมโหให้คาลิฟ

 

            มีฝีมือแค่นี้เองเหรอ

 

            ปึด !!!

 

            เส้นอารมณ์ของคาลิฟขาดผึงลงในทันที เด็กหนุ่มแยกเขี้ยวกว้างถีบเท้าทะยานเข้าหาเฟลม หมัดทั้งสองข้างกำแน่นด้วยความโมโห เฟลมเอี้ยวตัวหลบการโจมตีของคาลิฟได้อย่างง่ายดาย และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่สันมือของเฟลมกระแทกลงที่ท้ายทอยของคาลิฟอย่างแม่นยำ

 

            สติของคาลิฟนั้นเลือนรางลง สมองไม่สั่งการใดๆทั้งสิ้น ความรู้สึกทั้งหลายทั้งปวงด้านชา ร่างกายไม่สามารถขยับได้ดั่งใจชอบ ร่างกายกำยำของคาลิฟร่วงหล่นลงไปนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น แล้วสติทั้งหมดก็ดับวูบ

 

            เมื่อการประลองจบลง ทั่วทั้งสนามก็เงียบกริบ ต่างคนต่างก็ตกตะลึงในฝีมือของเฟลมที่ต้องเรียกว่าเก่งจนน่ากลัว เพราะถึงแม้จะถูกไล่ต้อนในตอนแรกแต่เฟลมก็ไม่โดนโจมตีเลยซักครั้ง แถมตอนหลังยังไล่ต้อนคาลิฟเสียจนเจ้าตัวสู้ไม่ได้อีก เป็นเด็กปีหนึ่งที่เก่งจนน่ากลัวจริงๆ

 

            กาโอและลินนะเห็นท่าไม่ดีจึงรีบปรบมือเพื่อเบนความสนใจ เมื่อได้ยินเสียงปรบมือนำ ทุกคนก็ปรบมือตาม เฟลมหันมาโค้งกายขอบคุณตามมารยาท เอียนปลดโดมเวทย์มนต์ลงพร้อมกับวิ่งเข้าไปดูอาการคาลิฟอย่างรวดเร็ว หลินวิ่งตามไปติดๆ

 

            ไม่ต้องห่วงหรอกขอรับ ข้าฟาดไม่แรง อีกซักสิบนาทีก็ฟื้นแล้วล่ะ เฟลมกล่าวกับเอียนก่อนจะเดินเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆที่รอแสดงความดีใจอยู่ด้านใต้อาคาร เอียนและหลินมองเฟลมอย่างพิจารณา ความเก่งกาจของเฟลมทำให้ทั้งคู่อดสงสัยไม่ได้ว่าเฟลมไม่ใช่เด็กธรรมดา แต่เป็นเด็กที่ถูกฝึกมาเพื่อต่อสู้โดยเฉพาะ

 

            เอียนอุ้มร่างที่ยังไม่ได้สติของคาลิฟเข้าไปใต้อาคารเพื่อหลบหิมะที่ยังตกประปราย หลินปรบมือเรียกความสนใจจากนักเรียนทั้งหกสิบคน

 

            เอาล่ะ เอาล่ะ หันมาฟังทางนี้หน่อยเจ้าพวกลูกลิงทั้งหลาย หลินเอ่ยเสียงดัง นักเรียนทั้งหมดหันไปหาหลินทันที

 

            ทีนี้เราก็ได้ตัวแทนสองคนสุดท้ายของโรงเรียนที่จะเข้าร่วมงานประลองที่จะมีขึ้นในวันเทศกาลดอกไม้ไฟแล้วนะ ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าตัวแทนทั้งห้าคนก็มี จานา โอริ กาโอ วินและเฟลม หลินเอ่ยเว้นช่วง เจ้าของชื่อทั้งห้าคนพยักหน้ารับน้อยๆ

 

            ดังนั้นคนที่ไม่ได้เป็นตัวแทนจึงไม่จำเป็นต้องมาฝึกซ้อมแล้วเพราะไม่จำเป็นต้องลงแข่ง จงใช้เวลาว่างที่เหลืออีกสองอาทิตย์ให้คุ้มค่าเถอะนะ สิ่งที่หลินเอ่ยทำให้เฟลมสะดุ้งเฮือก นึกสงสัยว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ตัดสินใจมาเป็นตัวแทนของโรงเรียนในการประลอง

 

            ส่วนตัวแทนทั้งห้า พวกเจ้าต้องมาฝึกที่นี่ทุกวันตั้งแต่เวลาแปดโมงเช้าถึงเที่ยง ไม่มีข้อแม้เด็ดขาดเข้าใจไหม เฟลมถึงกับส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลยให้ตายเถอะ

 

            เอาล่ะ วันนี้แยกย้ายได้ ข้าอยากกลับไปนอนต่อแล้ว อากาศหนาวๆแบบนี้น่านอนชะมัดเลย ว่าแล้วหลินกับเอียนก็เดินหายไป ทำเอาเด็กๆร้องครางอย่างอารมณ์เสีย เรียกมาให้วิ่งรอบโรงเรียนตอนเช้าแล้วก็ปล่อยไป เรียกมาทำไมล่ะเนี่ย

 

            เฮ่อ หาเรื่องใส่ตัวแท้ๆเลย เฟลมบ่นอุบอิบ กาโอหลุดหัวเราะออกมานิด

 

            เอาน่า ถือว่ามารับเคราะห์เป็นเพื่อนข้าก็แล้วกัน กาโอตบไหล่เฟลมเพื่อปลอบเจ้าเพื่อนหนุ่ม เฟลมกรอกตาขึ้นฟ้าด้วยความเซ็งอย่างสุดซึ้ง

 

..........

 

            คาห์ เสียงของอนามันดังขึ้นอย่างแผ่วเบาในห้องทำงานที่มืดสลัว ประตูไม้บานหนาส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเมื่อชายชราเจ้าของนามคาห์ผลักมันให้เปิดออก อนามันหันหลังกลับมามองหน้าบุคคลที่ตนเรียกหา ดวงตาสีเทาขุ่นมองอนามันอย่างเคารพ เส้นผมสีเทาปนขาวยาวยุ่งเหยิงแลดูน่าขัน ชายชราก้มหัวทำความเคารพอนามันอย่างนอบน้อม

 

            มิดไนท์ที่แอบซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดของห้องจ้องคาห์อย่างไม่วางตา หูทั้งสองข้างตั้งขึ้นเพื่อคอยเงี่ยฟังสิ่งที่อนามันและคาห์กำลังจะคุยกัน

 

            มาสเตอร์เรียกหาข้า มีอะไรหรือขอรับ เสียงของคาห์นั้นแหบแห้งจนฟังแทบไม่ได้ศัพท์

 

            อาวุธที่ข้าสั่งเสร็จหรือยัง อนามันเอ่ยถามช่างตีอาวุธประจำตัว คาห์ส่ายศีรษะน้อยๆอย่างเกรงใจ

 

            ยังขอรับ ขออภัยอย่างยิ่ง คาห์กล่าวขอโทษ อนามันผงกหัวรับอย่างไม่คิดอะไร

 

            อีกนานไหม

 

            ไม่นานขอรับ คาดว่าน่าจะเสร็จก่อนคืนวันเพ็ญแน่นอน คาห์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งแต่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ อนามันพยักหน้ารับพอใจ

 

            หากมีอะไรขาดเหลือก็บอกข้านะ คาห์ผงกหัวรับคำของอนามันอย่างนอบน้อม อนามันโบกมือคล้ายบอกให้คาห์ไปได้แล้ว คาห์ค้อมกายลงทำความเคารพผู้นำโลกมืดก่อนร่างของชายชราจะค่อยๆเดินหายลับออกไปจากห้อง อนามันหลับตาลงเพื่อผ่อนคลาย มิดไนท์อาศัยจังหวะนั้นลอบตามชายชราไปอย่างเงียบๆ

 

            คฤหาสน์บลูเบลล์นั้นเงียบสงบจนน่ากลัว อนามันลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้า ดวงตาสีเทาขุ่นของอนามันแปรเปลี่ยนไปเป็นสีดำสนิท อนามันขยับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

 

            รอข้าอีกหน่อยนะลูซิเฟอร์ ไม่นานหรอก เราจะได้พบกันอีกครั้ง เสียงของอนามันแผ่วเบาจนจางหายไปกับสายลม

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,947 ความคิดเห็น

  1. #1934 นามิ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2557 / 09:08
    ขอให้ สนพ.เปลี่ยนใจพิมพ์เล่ม 2 ต่อทีนะ -3-
    #1,934
    0
  2. #1827 I'm sone M.Seo >O< (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 มีนาคม 2555 / 21:59
    กรี้ด!!!!!!! เฟลมมมม >///<
    ไรเตอรืเค้าจะเอาเล่มสองอ่า T^T
    #1,827
    0
  3. #1790 วายุทมิฬ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2554 / 16:53
    นานแล้วที่ไม่ได้อ่านเรื่องนี้อะนะ+5555555555
    #1,790
    0
  4. #1764 FLAME (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2554 / 18:01
    โครตอ้ะ= = อาวุธต่างกันมากกกกกกกก

    เฟลมยังชนะได้ เก่งค่อดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #1,764
    0
  5. #1721 lnwcool (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 เมษายน 2554 / 19:03
    ง่า...มีดสั้นกับดาบช่างจับคู่ได้ดีจริงๆ=_=
    #1,721
    0
  6. #1632 RacIngBoyZ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2553 / 20:14
    พลองแขนนี่ เป็น กระบองทอนฟา ใช่ป่าว อ่า?
    #1,632
    0
  7. #1524 Devil girl (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2552 / 20:12
    จาเอาเล่ม 2 อ่ะ จะตามให้ครับ แงแง
    #1,524
    0
  8. #1338 maneala (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2552 / 13:20
    เล่ม2จะออกเมี่อไหร่ค่ะรอมาเป็นปีแล้ว*0*
    #1,338
    0
  9. #1257 (-3-) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2552 / 16:09
    มันส์มากเยยแหละ

    รอเล่ม 2 อยู่นะ ^-^/
    #1,257
    0
  10. #1194 #-# (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 09:12
    ขอโทษ ลงรูปผิด
    #1,194
    0
  11. #1193 #-# (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 09:11
    เล่ม2ออกเมื่อไหร่บอกหน่อยครับ
    #1,193
    0
  12. #1192 #-# (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 20 เมษายน 2552 / 09:10
    เล่ม2ออกเมื่อไหร่บอกหน่อยครับ
    #1,192
    0
  13. #757 curse (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 / 12:10
    อยากอ่านเล่มสองเหมือนกัน
    #757
    0
  14. #736 PLOY (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2551 / 16:11
    รอเล่ม 2 อยู่น้าาาา เมื่อไหร่จะออกซักที



    รอนานมากไม่กลัวคนอ่านเก้อเหรอออออ
    #736
    0