Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 11 : Chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,613 ครั้ง
    12 เม.ย. 62


Chapter 10


ความพยายามของ เขา

มันมีค่าแค่ไหนสำหรับ เรา



 

            ฉันน่ะเป็นกวางนะ มีเขาแล้วก็มีกีบเท้า จมูกก็เป็นสีน้ำเงิน

            ผมนั่งอ๊องอยู่หน้าคอมมาพักใหญ่ๆเพราะอยากจะรู้ว่าเสียงช็อปเปอร์ในวันพีซเป็นแบบไหน มันเป็นเสียงแหลมเล็กหน่อยๆออกแนวขึ้นจมูกนิดๆ เหมือนเสียงซูเนโอะในโดราเอมอน เลยลองพูดดูบ้างว่ามันคล้ายกันจริงเหรอ

            ฉันน่ะเป็นกวางนะ มีเขาแล้วก็มีกีบเท้า จมูกก็เป็นสีน้ำเงิน…”

            “ฉันน่ะเป็นกวางนะ มีเขาแล้วก็มีกีบเท้า …”

            “ฉันน่ะเป็นกวางนะ

            ไม่ใช่แล้ว!

            ไม่เห็นเหมือนกันเลยสักนิด เสียงผมไม่ได้เหมือนช็อปเปอร์ เสียงผมไม่ได้ขึ้นจมูกแบบนั้น ไม่รู้ว่าเขาเอาส่วนไหนของสมองไปคิดว่ามันเหมือนเจ้ากวางหมวกชมพูนี่กัน

            ผมให้อาหารคุณชายก่อนจะเตรียมของเพื่อออกจากห้อง เปิดประตูห้องออกมาก็เจอกับถุงป๊อกกี้เช่นเคย พร้อมกับโพสต์อิทที่เขียนเป็นประโยคว่า

            วันนี้ที่โรงอาหารมีคอนเสิร์ตเล็กๆ

            กะพริบตาปริบๆมองข้อความบนนั้นแล้วอ่านช้าๆชัดๆอีกครั้ง วันนี้ที่โรงอาหารมีคอนเสิร์ตเล็กๆ?

แล้วไงต่อ? มนุษย์ข้างห้องชวนผมไปดูคอนเสิร์ตเล็กๆที่โรงอาหารเหรอ ผมพลิกโพสต์อิทซ้ายขวาอยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่มีส่วนไหนบอกนี่ว่าไปดูกับเขา หรือว่าจะไปเจอกัน

            เหมือนเขียนไปอย่างนั้นว่ามีคอนเสิร์ตนะ

            ผมเก็บโพสต์อิทลงกระเป๋าพร้อมกับความพิศวงงงงวย คิ้วขมวดกัน ในหัวมีแต่คำถามร้อยแปดพันอย่างที่หาคำตอบไม่ได้ การจะเดาการกระทำของสิ่งมีชีวิตข้างห้องนั้นยากกว่าการแก้โจทย์เคมี

            ดังนั้นผมจะพยายามไม่เก็บมันมาคิด

            นั่งรถแท็กซี่มาถึงมหาลัย กินแซนด์วิชง่ายๆจากเซเว่น หลังจากนั้นผมก็ตรงขึ้นไปยังห้องแล็บหมกตัวเรียนจนกระทั่งถึงเที่ยง นาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์บอกเวลาเที่ยงสิบนาที พร้อมกับการแจ้งเตือนไลน์จากพี่เบียร์

 

            Beer: วันนี้ไปโรงอาหารมั้ยน้องเดียว

            OnlyOne: ครับ?

            Beer: มีคอนเสิร์ตเล็กๆการกุศล

            Beer: เรี่ยไรเงินช่วยน้องหมาน้องแมว

            OnlyOne: …

            Beer: มีน้องหมามาโชว์ตัวด้วยนะ

            Beer: ไปมั้ย เราชอบหมานี่

           

            หมาแมวเหรอ

            ก็จริงอยู่ที่ผมชอบหมา ผมชอบสัตว์ทุกชนิดเลยด้วยซ้ำไป แต่ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร

พี่ก็อดที่บอกว่ามีคอนเสิร์ตเล็กๆที่โรงอาหาร

และพี่เบียร์ที่บอกว่าเป็นคอนเสิร์ตเล็กๆการกุศลเรี่ยไรเงินช่วยน้องหมาน้องแมว

อะไรจะประจวบเหมาะพอดีกันแบบนี้ พวกเขาสองคนกำลังคิดทำอะไรแผลงๆอยู่หรือเปล่านะ

สะบัดไล่ความคิดเหล่านั้นออกไปจากสมอง เลือกเดินไปที่ลิฟต์แล้วกดลิฟต์ลงไปยังโรงอาหารของคณะตัวเอง ซึ่งคอนเสิร์ตเล็กๆที่พี่ก็อดบอกน่ะ อ่านเอาก็รู้ว่าจัดที่โรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัย และมันค่อนข้างไกลจากตึกคณะของผม แถมวันนี้แดดร้อนเป็นบ้า ดังนั้นผมคงไม่ไป

            ไม่ไปแล้วไหงมายืนอยู่ตรงนี้ได้ล่ะเนี่ย

            ผมทิ้งศีรษะลงกับโต๊ะม้านั่งยาวภายใต้หลังคาของโรงอาหารกลาง มองไปยังกลุ่มคนที่จอแจกันอยู่ไกลๆออกไป เพราะไม่ค่อยชอบความวุ่นวายเท่าไรเลยมานั่งห่างขนาดนี้

            ที่มาน่ะ เพราะคำว่า น้องหมามาโชว์ตัวแค่นั้นเลย

            พี่เบียร์บอกเพิ่มหลังจากนั้นว่าเป็นน้องหมาจากเพจชื่อดังบนเฟสบุ๊ค หมาตัวยักษ์พันธุ์ไจแอนท์ อลาสกัน มาลามิวท์ นิสัยเงียบๆสุขุม หน้าตาเหมือนตุ๊กตา เพราะอยากเจอว่าจะตัวใหญ่ขนาดไหน ผมเลยมานั่งแอบมองเจ้าหมาขนปุยอยู่ที่ไกลๆ มองดูมันนั่งๆนอนๆอยู่ข้างๆเจ้าของ

            ตัวใหญ่มากเลยครับ ถ้ากอดแล้วต้องอุ่นมากแน่ๆ

นอกเหนือจากเจ้าหมาตัวโตแล้ว พื้นที่ลานกว้างตรงหน้าก็มีเครื่องดนตรีวางอยู่ คอนเสิร์ตเล็กๆที่นักร้อง มือกีต้าร์ มือเบส มือคีย์บอร์ดมากันครบหมดแล้ว เว้นก็แต่มือกลองที่ยังว่างอยู่ พวกเขาเริ่มเทสเสียงเครื่องดนตรีกันทีละอย่าง

            ชั่งใจว่าจะเข้าไปเล่นกับเจ้าขนฟูนั่นดีมั้ย คนออกันเยอะคงได้จับแค่ปลายขน แต่แค่ปลายขนก็น่าจะดีเพราะขนน่าจะนุ่มมากแน่ๆ วันๆขลุกแต่กับชาร์โคลที่ขนเตียนๆ

ยังไม่ทันได้คำตอบใครสักคนก็นั่งลงตรงกันข้าม พอเงยหน้าขึ้นไปมองก็แทบจะสะดุ้งตกเก้าอี้เมื่อเห็นว่าเป็นพี่ว่านที่เอาตัวมาแอบอยู่หลังเสา

            ไง

            “ดีครับ

            “มาดูไอ้ก็อดเหรอ

            “หา...ผมอ้าปากพะงาบๆอยู่พักใหญ่ๆจนพี่ว่านขมวดคิ้วใส่

            อ้าว ไอ้ก็อดไม่ได้บอกเหรอว่ามันเล่นกลอง

            ไม่

            ผมไม่รู้ เขาบอกแค่ว่ามีคอนเสิร์ตเล็กๆ และพี่เบียร์ก็ไม่ได้บอก

            ผมมาดูหมา

            “ห้ะกลายเป็นพี่ว่านที่ร้องออกมาด้วยความแปลกใจ

            มาดูหมา! ผมไม่ได้จะมาดูคุณก็อดซิลล่า!

            ผมก้มหน้าก้มตามองโต๊ะ เล่นนิ้วของตัวเองไปพลางๆระหว่างที่พี่ว่านกำลังตักน้ำแข็งไสเข้าปากแล้วเคี้ยวดังกรอบๆ ถ้าพี่ก็อดมาก็แย่น่ะสิ ถ้าเป็นแบบนั้นผมต้องรีบกลับ ผมเงยหน้าไปมองเจ้าของจมูกรั้นๆที่กำลังอร่อยอยู่กับน้ำแข็งไส ค่อยๆอ้าปากเรียกชื่อเขาแผ่วเบา

            พี่ว่าน…”

            “สรุปคือมาดูหมาหรือไอ้ก็อด

            “หมา

            “ก็อดเนอะ

            พี่จะคิดเองเออเองแบบนี้ไม่ได้

            ไม่เป็นไร ไม่เห็นหน้าหรอก

            เอ๋

            “คะครับ?”

            “ตอนไปสำเพ็งซื้อของกัน มันได้ไอ้นั่นมา

            นิ้วเรียวๆของผู้ชายตัวเล็กตรงหน้าชี้ไปยังสถานที่จัดคอนเสิร์ตเรี่ยไรเงินช่วยน้องหมาน้องแมวขนาดเล็ก ผมหันตามนิ้วของพี่ว่านไป เจอเข้ากับบุคคลที่เดินถือไม้กลองเข้ามายังโรงอาหารพร้อมกับพี่เบียร์ที่เดินมาข้างๆ พี่ว่านส่งเสียงหัวเราะนิดๆ

            เสียงจอแจดังขึ้นจากฝูงชน พร้อมกับเสียงโห่ เสียงแซวและเสียงหัวเราะเป็นพักๆ

ไม่ใช่เพราะเขาหน้าตาดี ไม่ใช่เพราะเขาเป็นคนที่ใครๆก็รู้จัก

            แต่

            “อุลตร้าแมน…” ผมพึมพำเสียงแผ่ว ได้ยินเสียงเคี้ยวน้ำแข็งจากพี่ว่านตอบกลับมา

            ใช่ อุลตร้าแมนตาเป็นจุด หน้ากากสีเทาที่เด็กๆชอบซื้อใส่ตามงานวัดนั่นแหละ

แม้จะไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่นั่นแหละพี่ก็อด บุคคลที่สามารถทำอะไรแปลกๆโดยไม่สนใจว่าใครจะมองแบบไหน เจ้าของร่างกายสูงชะลูดผิวสีน้ำผึ้ง สวมเสื้อนักศึกษาสีขาวกับกางเกงสีดำรับกับขายาวๆพอดิบพอดี แขนเสื้อสองข้างถูกพับไว้ลวกๆ กลุ่มผมสีดำสนิทที่ดูยุ่งๆเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน ใบหน้าที่ถูกซ่อนไว้ใต้หน้ากากอุลตร้าแมนทำให้หลายๆคนส่งเสียงหัวเราะออกมา แต่สำหรับผมนั้น

อึ้งไปแล้ว ตกใจจนแทบจะหงายหลัง

            เขาคิดอะไรอยู่ถึงใส่หน้ากากแบบนั้น หรือเพราะเขารู้ว่าผมจะมาดู ถ้าแบบนั้นก็กลายเป็นว่าผมมาดักรอเขาน่ะสิ

            พี่ว่าน…”

            “ทำไม กลัวสัญญาพังเหรอ ไม่หรอก ก็แค่บังเอิญเจออ่ะ จริงมะ

            คนตัวเล็กส่งยิ้มมีเลศนัยกลับมาให้

            บังเอิญเหรอ ก็ใช่ เพราะผมไม่รู้ว่าพี่ก็อดจะมา

            ผมนั่งเกร็งอยู่บนม้านั่ง ริมฝีปากเริ่มเม้มแน่นจนเจ็บไปหมด ถึงพี่ว่านจะบอกว่ามันคือความบังเอิญก็เถอะ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพี่ก็อดเจอหน้าผม เขาจะเอะอะคิดไปเองหรือเปล่าว่าผมน่ะเป็นคนพังสัญญา ผมแทบจะยกเล็บขึ้นมากัดเพราะความเครียดที่ก่อตัวขึ้นทีเล็กทีละน้อย จนกระทั่งพี่เบียร์เดินเข้ามานั่งลงข้างๆผมแล้วตบบ่าผมเบาๆเป็นเชิงปลอบ ทำให้คลายอาการเกร็งลงนิดหน่อย ผมหันไปมองหน้าพี่เบียร์ด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ

            “นึกว่าจะไม่มาซะแล้ว

            “ผมแค่มาดูหมา

            “ก็พี่ให้เดียวมาดูหมาจริงๆ ไอ้ก็อดเป็นของแถมไง

            ฝ่ามือหนักๆของพี่เบียร์วางลงบนศีรษะของผมแล้วขยี้เบาๆ เขาหัวเราะเหมือนกับว่าหลอกผมสำเร็จ

            พี่เบียร์ พี่มันตัวร้าย!

แต่ว่าแบบนี้มัน…” เท่ากับพังสัญญาหรือเปล่านะ

ไม่เป็นไร ไอ้ก็อดมันไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นเดียวหรอก มันแค่อยากให้มาดู ทั้งหมาและมันนั่นแหละ

ผมฟุบหน้าไปกับแขนสองข้างของตัวเอง สายตามองไปยังกลุ่มคนจอแจที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล ไม่ได้คาดหวังว่าจะเห็นผม แต่ดันคาดหวังว่าผมจะเห็นเขาแบบนั้นน่ะเหรอ เข้าใจยากอีกแล้วล่ะครับ

            นักดนตรีเช็คเสียงกันอยู่สักพัก ก่อนที่ฝูงชนจะเริ่มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีนักศึกษาจากหลายๆคณะมายืนออกันอยู่รอบๆ ทั้งเสียงจอแจและเสียงกีต้าร์คลอเบาๆ ผมที่ไม่ค่อยได้เจออะไรแบบนี้นั่งมองอยู่เงียบๆจากหลังเสาต้นใหญ่

            สวัสดีครับ พวกเรานักศึกษาปีสามปีสี่จากคณะวิศวะ วันนี้จะมาเล่นดนตรีเพื่อเรี่ยไรเงินไปช่วยน้องหมาน้องแมว หากใครสนใจใส่เงินให้ใส่ลงที่กล่องบนเก้าอี้ข้างๆได้เลยนะครับ หรือถ้าใครอยากมานั่งฟังดนตรีกินข้าวเพลินๆตอนเที่ยงแบบนี้ ก็ขอให้มีความสุขนะครับ

            พี่นักร้องพูดออกมาพร้อมกับเสียงปรบมือจากรอบๆทิศทาง ทั้งๆที่พยายามบังคับสายตาให้เบี่ยงไปมองหมา แต่สุดท้ายสายตาของผมนั้นก็จะกลับมาจับจ้องไปที่บุคคลคนเดียวหลังกลองชุดสีดำสนิท คนที่กำลังทำท่าตีกลองในอากาศอยู่เงียบๆ

            ที่ละสายตาไปไหนไม่ได้ เพราะหน้ากากอุลตร้าแมนนั่นแหละครับ

            อ่อ ส่วนถ้าใครสงสัยว่ามือกลองเป็นใคร ไม่ต้องสงสัยนะครับ รู้แค่ว่ามันไม่อยากเปิดเผยตัวตน

            “พูดก็พูดเห๊อะ ไม่ใช่ว่าเพราะสโมมาขอให้ก็อดมันมาเล่นเหรอถึงได้มายืนออกันแบบนี้พี่ว่านบ่น ผมหันไปมองหน้าเขาเล็กน้อยด้วยความไม่เข้าใจ

            จริงๆแล้วมือกลองไม่ใช่ไอ้ก็อดหรอก เป็นอีกคน แต่ดันแขนหัก

            เท่านั้นแหละ ผมก็ย้อนไปนึกถึงช่วงวันแรกๆที่ได้คุยกับสิ่งมีชีวิตข้างห้อง แล้วดันไปบังเอิญได้ยินบทสนทนาของนักศึกษาต่างคณะที่มากินข้าวที่โรงอาหารตึกอินเตอร์ในวันนั้น

ล่าสุดเห็นว่าเป็นพี่ก็อดมั้ง

          “ที่สูงๆป่ะแก เคยเจอตอนรับน้อง สูงมาก

          “เออ พี่เขาสูงเท่าไรวะ

          “ไม่รู้ว่ะ ร้อยแปดสิบกว่าๆมั้ง

          “แล้วสโมฯจะเอาตัวเขาไปทำไร

          “เห็นบอกจะให้ไปตีกลอง มือกลองคนเก่าแขนหัก

          ใช่เลย ใช่เขาจริงๆ ไอ้สูงร้อยแปดสิบกว่าๆนี่ก็ใช่ เพราะพี่ก็อดเป็นคนสูงมาก

            แสดงว่าไอ้เรื่องที่ชอบพูดว่าตัวเองหน้าตาดี แถมเป็นคนของสังคมเนี่ย น่าจะไม่โกหกซะแล้วล่ะ พี่ว่านก็คอนเฟิร์มมาขนาดนี้แล้วด้วย หลักฐานความเพื่อนเยอะก็ทนโท่

            พอมาได้ยินแบบนี้แล้ว ใจมันก็โหวงแบบแปลกๆ

            แวบหนึ่งมีความรู้สึกว่า ไม่อยากเจอหน้าเข้าไปใหญ่

            เราควรอย่างยิ่งที่จะเป็นเพียงแค่เพื่อนคุยริมระเบียง ผมตัดสินใจถูกแล้ว ถูกมาตลอดเลย

            บุคคลที่เป็นข่าวในมหาลัย บุคคลที่เป็นคนของสังคม บุคคลที่ไม่ว่าจะก้าวไปทางไหนก็มีแต่คนรับรู้ มันต่างกับบุคคลไร้ตัวตนอย่างผมสิ้นเชิง

            ผมลุกขึ้นยืนเพื่อที่จะกลับตึกคณะ แต่โดนพี่เบียร์ตรึงมือไว้ก่อน ผมสบตากับพี่เบียร์เพียงแค่วิเดียวก่อนจะเสมองไปอีกทางด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน

            ไปไหนล่ะ จะกลับแล้วเหรอ

            “ครับ

            “ถ้าให้เดา คงคิดว่าไม่น่าจะรู้จักกับคนแบบนี้ใช่ป่ะพี่ว่านทักขึ้นมา แม้น้ำเสียงจะออกติดตลกแต่ก็ฟังดูจริงจัง

            ไม่…” เปล่า ผมไม่ได้คิดแบบนั้น ผมดีใจมากที่ได้รู้จักกับพี่ก็อด

            คนๆนั้นก็คิดแบบนี้คำพูดของเขา ทำให้ผมทิ้งตัวนั่งลงตามเดิมพลางมองใบหน้าที่ซึมลงไปของพี่ว่าน สีหน้าที่แสดงความรู้สึกออกมาชัดเจน แววตาที่เศร้าหมองลงไป

            ผมไม่ชอบมันเลย

            มันก็ถูกแล้วแหละที่จะโดนเกลียด คนของสังคมมันมีเพื่อนเยอะ มีเพื่อนเยอะแสดงว่าจะมีปัญหาตามมาเยอะ ก็ไม่แปลกหรอกที่เขาจะไม่ชอบ

            “มันไม่ใช่แบบนั้น

            “แล้วมันเป็นแบบไหนล่ะ

            ผมจะอธิบายให้พี่ฟังยังไงดี

            ถามว่ากับพี่ก็อดเป็นแบบไหนน่ะเหรอ

            ผมหันไปมองบุคคลที่กำลังเล่นกลองอยู่ตรงที่ไกลๆ มองหน้ากากอุลตร้าแมนบนหน้าเขากับตาเป็นจุดที่ดูจะยากต่อการตีกลอง แต่เขาก็ทำมันออกมาได้ดีเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ

            เหมือนคาดเดามาแล้วว่าผมจะต้องมาดูหมาและเห็นเขาไปพร้อมๆกัน ก็เลยไปซื้อหน้ากากมาใส่ ทั้งๆที่เขาไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย

            มัน...ทำให้พวกพี่...ต้องมาฝืนทำ...สิ่งที่ไม่ใช่ตัวเอง

            “แล้วทำไมถึงไม่คิดว่าบางคนก็อยากจะทำ เพราะอยากจะเข้าไปในโลกใบนั้นบ้าง

            หันไปมองพี่ว่านที่มองมาทางผมก่อนหน้านั้นแล้ว ผมเม้มริมฝีปากแน่น

            ในเมื่อคุยกันแล้วรู้สึกดี ทำไมต้องโยนความรู้สึกดีๆนั่นทิ้งไป

            “ว่านพี่เบียร์เริ่มขัดพี่ว่านเมื่อเห็นเขาใส่อารมณ์กับคำพูดเหล่านั้น คนตัวเล็กก้มหน้าลงไปมองน้ำแข็งไสบนโต๊ะแทน พลางเฉาะมันแรงๆจนกระเด็นกระดอนไปหมด

ขอโทษนะ ทำเสียบรรยากาศหมดเลย สุดท้ายพี่ว่านก็ลุกเดินหนีไป

            ความรู้สึกไม่ดีเกาะกุมในใจผม

            “พี่เบียร์…” ผมหันไปมองผู้ชายข้างตัวด้วยสีหน้ารู้สึกผิด ได้เป็นรอยยิ้มอบอุ่นส่งกลับมาอีกครั้ง

            ไม่เป็นไร อารมณ์ขึ้นๆลงๆปกติน่ะ แค่รู้สึกน้อยใจล่ะมั้ง

            “น้อยใจเหรอครับ

            “อือ ทั้งว่านและก็อดมันก็พยายามทำความเข้าใจคนๆนั้นแล้วล่ะ แต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งไป คนนึงเป็นเพื่อน คนนึงเป็นคนคุย เลยเจ็บกันทั้งคู่ พอว่านเห็นว่าก็อดดูจะแคร์เดียว ก็เลยกลัวว่าจะเกิดเรื่องเดิมๆอีก ถ้าเกิดขึ้นอีกครั้งล่ะก็ ก็อดมันคงไม่แคร์ใครแล้วล่ะ

            “ผมไม่ได้อยากเลิกคุยกับพี่ก็อด…” ก็แค่ไม่อยากเจอหน้าเขาเท่านั้นเอง

            ทุกอย่างมันก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป ไปฝืนไม่ได้หรอกจริงมั้ย

            ผมพยักหน้าหงึกหงัก

            พี่ไม่เคยโทษคนที่จากไปหรอก เขาก็มีเหตุผลของเขา แล้วก็ไม่เคยโทษก็อดกับว่านด้วย ว่าเป็นสาเหตุให้เขาไป กับเดียวเองก็เหมือนกัน

            ก้มหน้านิ่งรอฟังคำสอนจากพี่ชายตัวสูงตรงหน้า ความใจเย็นของพี่เบียร์นั้นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลกซะอีก

            พี่แค่อยากบอกให้เรารู้ว่า ก็อดมันกำลังพยายามอยู่นะ

            “…”

            “มันอยากรู้จักเดียว อยากเข้าใจเดียว เพราะแบบนั้น อย่าทิ้งมันเลยนะ

            พี่เบียร์พูดจบก็แตะบ่าผมก่อนจะวิ่งออกไปหาพี่ว่านที่ไม่รู้หายตัวไปไหนแล้ว ทิ้งให้ผมนั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

            จากจะมาดูหมาเฉยๆ ไหงกลายเป็นแบบนี้ได้ล่ะเนี่ย

            สิ่งที่พี่เบียร์พูดทำให้ผมคิดอะไรได้หลายอย่าง ผมรู้ว่าตัวเองนั้นมีโลกส่วนตัวของตัวเองที่ไม่ว่าใครก็ตามก็พังเข้ามาไม่ได้ มันเป็นเซฟโซนที่ผมไม่เคยก้าวขาออกมาเลย เพราะมีความสุขที่จะได้อยู่ในนั้น โลกใบเล็กๆของผมที่ถูกสร้างขึ้นมา

            แต่เมื่อวันหนึ่งมีคนพยายามจะบุกเข้าไป มันย่อมเป็นเรื่องปกติที่จะสร้างเกราะป้องกันตัวเองเอาไว้ และเกราะป้องกันตัวเองของผมก็คือสัญญาเพื่อนคุยก่อนนอน

            เพราะกลัวว่าจะผิดหวังจากเขา เลยทำให้ผมปิดกั้นตัวเอง ทั้งๆที่พี่ก็อดเองก็พยายามที่จะทำความเข้าใจผมมาตลอด และก็ยังทำอยู่ในทุกวันนี้ รวมถึงตอนนี้

            แม้ลึกๆมันจะมีแวบหนึ่งที่คิดขึ้นมาว่าผมไม่เหมาะกับพี่ก็อดเลย ผมไม่เหมาะกับคนที่เป็นคนของสังคม ไม่เหมาะกับความวุ่นวายเหล่านั้น โดยลืมนึกถึงว่าบุคคลของสังคมคนนั้น กำลังพยายามออกห่างจากสังคม เพื่อทำความเข้าใจในตัวผม

            เสียงเพลงเงียบลงไปหลังจากบรรเลงมาได้หนึ่งชั่วโมงเต็มๆ นักศึกษาเริ่มทยอยหายไปกันทีละส่วน ผมนั่งมองพี่ก็อดที่เดินหายไปเข้าห้องน้ำ ก่อนจะเห็นช่องว่างที่สามารถเข้าไปเล่นกับหมาตัวโตได้

            เรื่องพี่ก็อดไว้ก่อนแล้วกัน เพราะคุณขนฟูตัวใหญ่นั่นดึงดูดความสนใจของผมไปหมดแล้ว

            ผมรีบตรงเข้าไปยังเจ้าหมาขนฟูตัวโตที่เป็นอิสระจากฝูงคน วางมือลงบนหัวของมันแล้วขยี้เบาๆ จมูกแฉะๆนั่นดมกลิ่นผมฟุดฟิด พอเข้าไปนั่งดูใกล้ๆแบบนี้แล้ว หมาตัวใหญ่กว่าผมที่นั่งตรงหน้าอีก

            ชื่อ...อะไรเหรอครับเอ่ยปากถามคุณเจ้าของที่กำลังวุ่นวายอยู่กับการจัดพัดลมให้เจ้าหมาขี้ร้อน

            ลาเต้ครับ

            “ลาเต้ผมขยี้เจ้าขนฟูแล้วสวมกอดมัน ให้ความรู้สึกเหมือนได้กอดตุ๊กตาหมีตัวใหญ่เลย

            จู่ๆคุณลาเต้ที่นั่งเงียบมาตลอดก็เห่าออกมาเสียงดัง ทำท่าเหมือนจะวิ่งเข้าใส่อะไรสักอย่างที่อยู่หลังผม คุณเจ้าของรีบดึงคุณลาเต้เอาไว้ส่วนผมนั้นค่อยๆหันหลังไปมองว่าคุณลาเต้เห่าอะไรอยู่ นกเหรอ พอเห็นว่าเป็นใครก็รีบหันขวับกลับไปมองคุณลาเต้ด้วยความตกใจ

            หน้ากากอุลตร้าแมนตาจุดกำลังยืนค้ำหัวผมอยู่ด้านหลัง พร้อมส่งเสียงดุคุณลาเต้

            ไม่เห่าสิครับน้อง พี่รู้ตัวดีว่าพี่หล่อ ไม่ต้องอิจฉา

            วอทกับหมาก็ยังไม่เว้นเหรอครับ

            “ไอ้ก็อด! มาช่วยเก็บของสิวะ!”

            “ครับพี่!”

            ผมเผลอหลุดขำออกมาเบาๆ

            หมาไม่ได้เห่าเพราะพี่หล่อสักหน่อย มันเห่าเพราะพี่ใส่หน้ากากอุลตร้าแมนต่างหากเล่า

            แถมเมื่อกี้นั้นกลิ่นน้ำหอมของเขา กลิ่นที่มักจะลอยมาตามลมบนระเบียงชั้นสิบ มันเด่นชัดอยู่ในความทรงจำของผม มันเป็นกลิ่นที่ให้ความรู้สึกสดชื่นเหมือนคนเพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆตลอดเวลา

            ความสูงของเขา ยังเด่นชัดอยู่ในสมองของผม

            แขนขายาวๆที่มีเสน่ห์ ยังเป็นสิ่งที่ตราตรึงอยู่ในสายตาของผม

            และสิ่งที่จะตราตรึงอยู่ในความทรงจำของผมตั้งแต่วันนี้ ก็คงจะเป็น

            หน้ากากอุลตร้าแมนตาจุด

            มันเป็นสิ่งสำคัญที่ผมจะไม่มีวันลืมเลยว่า

            ผู้ชายที่มีเพื่อนเป็นโหลอย่างคุณก็อดซิลล่าขี้โวยวายนั้น

            กำลังพยายามอย่างยิ่งที่จะบุกเข้ามาในโลกของผม

            นั่นสินะ บางทีพี่ว่านคงพูดถูก เพราะถ้ายังรู้สึกผูกพันกับเขามากขึ้นทุกวันๆแบบนี้ต่อไปล่ะก็ ถ้าถึงวันหนึ่งที่สัญญาเพื่อนคุยก่อนนอนของเราพังลง ถ้าถึงวันนั้น ต่อให้พี่ก็อดเป็นมนุษย์ที่มีเพื่อนเยอะที่สุดในโลก หรือกลายเป็นดาราดัง ผมก็จะยังคงคุยกับเขาต่อไป

            เพราะมิตรทั่วไปน่ะ หาได้ง่าย แต่มิตรที่เข้าใจเราน่ะ หาได้ยาก

            คนแบบพี่ก็อดน่ะ มีคนเดียวเท่านั้นแหละครับ        


 


// พระเอกเรื่องนี้ค่าตัวแพงค่ะ เล่น the mask singer กับน้อง

เจอกันแล้วว แต่จะเห็นหน้ากันเมื่อไรน๊า

ขอบคุณทุกคนที่รักและเอ็นดูน้องเดียวนะคะ ขอบคุณมากๆเลย 

รักนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.613K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11233 mnrฯ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:01
    แงงงงง ชอบ
    #11,233
    0
  2. #11187 feelsmiley (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 19:42
    พ่อไมโครเวฟบอยยยยยย
    #11,187
    0
  3. #11180 JINXASIN (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2563 / 07:12
    พี่เบียร์คือสุดยอดไลฟ์โค้ช
    #11,180
    0
  4. #11086 slpxbear (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 12:57
    จะไปหาผชแบบพี่ก็อดพี่เบียร์ได้จากไหนคะ อบอุ่นกว่าไมโครเวฟอีกกแงง
    #11,086
    0
  5. #11085 slpxbear (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 12:57
    จะไปหาผชแบบพี่ก็อดพี่เบียร์ได้จากไหนคะ อบอุ่นกว่าไมโครเวฟอีกกแงง
    #11,085
    0
  6. #11058 1 9 9 $ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 18:21
    หนูรักพี่ก็อดค่ะ! ฮืออออออ พี่ก็อดแสนดีม้ากกกกกก พยายามทำทุกอย่างที่จะไม่ผิดสัญญา ;-; (เอ็นดูความใส่หน้ากากอุลตราแมน 😶)
    #11,058
    0
  7. #11046 Torii_sp (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 17:03
    ต่างก็มีความหลังฝังใจกันทั้งคู่อะเนาะ ละยิ่งน้องเป็น introvert ยิ่งปิดกั้นตัวเองไปอีก เราเข้าใจดี T T
    #11,046
    0
  8. #11038 snowwy pcy 61 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 22:27
    แง มีเสน่ห์มาก TT
    #11,038
    0
  9. #10948 pommys (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 07:01
    คนอย่างพี่ก็อดหายากนะ
    #10,948
    0
  10. #10908 มิลึ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 16:28
    เราเองก็ไปเสิร์ชเสียงช้อปเปอร์มาเหมือนกัน...5555555555
    #10,908
    0
  11. #10882 DoublePNP (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 23:54
    หลงรักความพยายามของพี่ก็อด
    #10,882
    0
  12. #10730 Jinjoo.K (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:52
    ให้เวลาเป็นตัวช่วยเนอะ 2 คนนี้ต่างกันมากกกกกกกกก แต่เราก็เริ่มเห็นควมมพยายามและพัฒนาการจากน้องในทางที่ดีนะ สู้เว้ยพี่ก็อด
    #10,730
    0
  13. #10723 Earn0624 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 23:05
    รักพี่ก็อดจังเลยอะ
    #10,723
    0
  14. #10687 IiIingg (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 18:20
    พี่ก้อดดดด น่ารัก น่ารักไปหมด
    #10,687
    0
  15. #10661 nananama (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 00:40

    อืม พูดไม่เว้นช่องว่างให้คิดเล๊ย🤔🤐😓 สนุกค่าชอบบบ
    #10,661
    0
  16. #10638 goi_iog (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 15:06
    สงสารพี่ว่าน พี่ดูมีอะไรในใจมากเลย ก้าวข้ามมันไปให้ได้นะพี่นะ
    #10,638
    0
  17. #10626 คืนอำมหิต (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 15:48

    พยายามเข้านะค่ะ
    #10,626
    0
  18. #10602 Wafuii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:59
    ค่อยๆพยายามกันทั้งคู่แหละนะ
    #10,602
    0
  19. #10572 baekbow (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:50
    เพราะความที่โลกของเขามันต่างกันมาก จะให้เข้าใจกันง่ายๆก็คงเป็นไปไม่ได้ ให้เวลาเป็นตัวช่วยไปละกันเนอะ แค่อย่าปิดกั้นก็พอ เบียร์นี่ก็น่ารักมากเลยนะ ฟิลพี่ชายมาก บางมุมที่น้องคิด เบียร์ก็สามารถชี้ให้น้องเห็นอีกมุมนึงได้ มันเป็นไปไม่ได้หรอก ที่สัญญานี้มันจะคงอยู่ตลอดไป ไม่ว่ามันจะพังเพราะกฎข้อไหน มันก็ต้องพังในสักวันอยู่ดี และเราก็คิดว่าน้องจะเป็นคนพังมันเองด้วย
    #10,572
    0
  20. #10541 sunsansun2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มกราคม 2563 / 21:08
    มองมุมนี้รู้สึกว่าพี่ก็อดพยายามมากจริงๆนะ แต่น้องเดียวก็พยายามเหมือนกัน
    #10,541
    0
  21. #10508 RRREYKIII (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 16:38
    จะบอกหมาว่าไม่ต้องดีใจน้องมีพี่หล่อกว่าแบบนี้อ่อพี่555555
    #10,508
    0
  22. #10452 meowten_0227 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 15:29
    จ่ะพี่รู้แล้วว่าหล่อมากกก 55555
    #10,452
    0
  23. #10341 SRKM2E (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2562 / 09:33
    -ต้าววว แม้แต่หมายังไม่เว้น
    #10,341
    0
  24. #10242 kimleehyun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 16:35
    ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่กลับมีอะไร
    #10,242
    0
  25. #10061 ojay2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 09:08
    น่ารักกกกกก
    #10,061
    0