Godzilla Next Door #พี่เขาบุกโลกของผม (yaoi) END [ตีพิมพ์สนพ.เฮอร์มิท]

ตอนที่ 12 : Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58,004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8,283 ครั้ง
    19 เม.ย. 62


Chapter 11


มนุษย์เรามักจะมีการเปลี่ยนแปลง

ไม่ว่าจะร่างกาย หรือ ความรู้สึก

 

          ผมทิ้งตัวลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยล้า หันมองนาฬิกาที่บอกเวลาสองทุ่มกว่าๆ ยังไม่มีวี่แววว่าคนข้างห้องจะกลับมา บอลก็ชนะไปแล้ว กลองก็ตีไปแล้ว คราวนี้จะมีอะไรมาให้แปลกประหลาดใจอีกนะ

จากที่ได้เรียนรู้เรื่องราวของเขามาสักพัก พี่ก็อดนั้นเป็นเด็กกิจกรรมแบบสุดๆเลยล่ะครับ แถมนอกจากกิจกรรมส่วนตัวแล้ว ใครมาขอให้ช่วยก็เป็นอันตกลงหมด

            เรียกได้ว่าเป็นคนของสังคมที่แท้จริง

            เพราะไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร ผมเลยพยายามทำตัวไม่ให้ว่างเข้าไว้ พาตัวเองไปอาบน้ำสระผม นั่งพับผ้าที่เพิ่งซักเสร็จ เก็บข้าวของที่รกเลอะเทอะ เรียงหนังสือบนโต๊ะหนังสือให้เรียบร้อย

            แล้วก็ไปใช้เวลานั่งเล่นกับคุณชายอยู่พักใหญ่ๆ

            อร่อยมั้ยผมนอนเกาะขอบตู้ปลามองคุณชายที่กำลังกินผักบุ้งอ่อนอยู่อย่างเอร็ดอร่อย พอผมมานั่งคุยด้วยก็ใช้ตาจุดๆมองมานิ่งๆ มองมาได้สักพักก็หันกลับไปแทะผักบุ้งต่อ

            นั่งเล่นอยู่ได้แปปๆก็หันไปจับโทรศัพท์ แล้วก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่าพี่ว่านทักไลน์มา

 

            Wann: วันนี้ขอโทษด้วยนะ

            Wann: ไว้เดี๋ยวซื้อขนมไปฝาก

            OnlyOne: พี่ไม่ต้องซื้อมาก็ได้

            Wann: โดนัทเนอะ

            OnlyOne: อ่า

OnlyOne: ขอบคุณครับ

            Wann: มีคนเพิ่งทำงานเสร็จ แต่ไม่ยอมนั่งกินข้าวด้วย

            OnlyOne: หือ

            Wann: มันบอกมีนัดกินข้าวกับน้องข้างห้อง

            Wann: แบกข้าวกล่องกลับไปละ

            Wann: *ส่งรูป*

           

            ผมขมวดคิ้วดูรูปที่พี่ว่านส่งมาให้ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา แผ่นหลังกว้างๆของพี่ก็อดภายใต้ชุดนักศึกษา มือข้างขวาถือกล่องข้าว ถัดไปนั้นมีคุณชาร์โคลเดินตามกล่องข้าวจนเขาต้องยกขาไล่

            กับคนแล้วเขาดูจะเป็นที่รัก แต่กับหมานี่ดูจะเป็นคู่อริกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

            นั่งอมยิ้มอยู่กับรูปได้ไม่นานเสียงไขกุญแจก็ดังขึ้นข้างห้อง ตามด้วยเสียงปิดประตูเหมือนทุกวัน ผมรีบเปิดประตูกระจกออกแล้วไปทิ้งตัวนั่งลงบนหมอนเต่า มองท้องฟ้าในวันที่ไร้แสงดาว พร้อมที่จะคุยกับใครอีกคน วันนี้จะคุยเรื่องอะไรกันนะ จะได้รู้จักเขาเพิ่มหรือเปล่า คุณก็อดซิลล่าที่ใส่หน้ากากอุลตร้าแมนคนนั้น

            กริ๊ง

            เสียงกระดิ่งดังขึ้นที่ระเบียงข้างห้อง เหมือนกับว่าเขากำลังผูกมันกลับเข้าที่เดิม หลังจากนั้นเสียงทุ้มนุ่มของคุณก็อดซิลล่าก็ดังขึ้นมาแทนที่

            กินข้าวยังเต่าน้อย

            “กินแล้ว พี่ล่ะ

            “ไม่รอพี่! ใจดำ!”

            “ก็ผมหิวนี่นา

            “วันหลังรอด้วย รู้มั้ย

            “ครับ

            หิวจังเลยค้าบเขาบ่นพึมพำเหมือนตัวเองเป็นเด็กๆ

            หิวแล้วทำไมไม่นั่งกินที่ร้านเล่า จะแบกขึ้นมากินที่ห้องทำไมกัน

            หรือเพราะวันนั้นเคยพูดว่าชอบที่ได้กินข้าวกับผม

            “ทำไมพี่ถึงชอบกินข้าวกับผมผมเอ่ยปากถามออกไประหว่างที่ได้ยินพี่เขาแกะกล่องข้าว คนข้างห้องเงียบไปนิดหน่อย คิดไว้หลายคำตอบว่าเขาอาจจะตอบแนว ก็กินไปคุยไปสนุกดี หรือ พี่จะกินมูมมามยังไงก็ได้เดียวไม่เห็น

            กินข้าวคนเดียวมันเหงา

            ขี้โกหก

            “พี่เป็นคนขี้เหงา เป็นก็อดซิลล่าขี้เหง๋าพูดดีๆก็ไม่ได้ ต้องดัดเสียงให้ดูออดอ้อนอีกนะคนเรา

            เฮ้อ

            ถ้าพี่ว่านไม่ไลน์มาบอกเมื่อกี้ ก็คงเป็นเหตุผลที่พอฟังขึ้นอยู่หรอก แต่นี่ทั้งๆที่เพื่อนรายล้อม ยังจะแบกข้าวหนีคุณชาร์โคลขึ้นมากินบนห้อง ไอ้เหตุผลที่บอกกินข้าวคนเดียวมันเหงาน่ะ ใช้ไม่ได้

            แต่เพราะไม่อยากเซ้าซี้อะไรเขา ผมเลยเบี่ยงไปถามเรื่องอื่นแทน

            ได้กระดิ่งคืนมาแล้วเหรอ

            ใช่ พี่ไปทวงคืนมา

            “แล้วทำไมพี่ถึงซื้อให้ผมล่ะ เอาของผมไปให้พี่บิวก็ได้นี่

            “นั่นไอ้บิว นี่น้องเดียว ไอ้กับน้อง เห็นถึงความสำคัญหรือยัง  

            เรียกผู้หญิงไอ้ได้ยังไง

            “ถ้าเจอตัวจริงมัน ก็จะรู้ว่าทำไมถึงเรียกไอ้

            พอเขาพูดถึงเรื่องเจอตัวจริงแล้ว ผมก็ได้แต่นิ่งเงียบ ถึงแม้ว่าอยากขอบคุณเรื่องที่เขาลงทุนใส่หน้ากากอุลตร้าแมนเพราะไม่อยากให้ผมเห็นหน้าก็เถอะ แต่ถ้าบอกเรื่องที่ไปเจอเขามา คงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไร อาจจะต้องสาวความยาวยืดเป็นกิโล ดังนั้นเลือกที่จะเก็บเงียบไว้ดีกว่า รู้แค่ว่าประทับใจเรื่องที่เขาไปซื้อหน้ากากมาใส่ ประทับใจจนไม่อยากจะลืมเลย

            พี่ก็อด

            “หืม

            “ถ้าสมมติวันหนึ่งพี่ได้เจอตัวจริงผม พี่จะทำยังไง

            ถามนี่แสดงว่าอยากเจอพี่แล้วสิท่า หึหึหึ น้ำหยดลงหินทุกวัน หินยังบอกว่าอยากเจอพี่สุดหล่อจังเลยค่ะเขาหัวเราะในลำคอ เสียงน่าเกลียดจนอยากจะส่งคุณชายไปกัดเขาจริงๆ แถมสำนวนยังผิดเพี้ยนไปอีก ปวดหัวเลย

            เปล่า แค่ถามเฉยๆ

            “อย่างแรกที่อยากทำอ่ะเหรอ

            “ครับ

            “พาไปกินข้าว แล้วถ้าได้เจออีกก็จะพาไปกินขนม พาไปปั่นจักรยาน พาไปนั่งร้านกาแฟ ไปกินกาแฟอร่อยๆ หรือถ้าไม่อยากออกจากห้องก็จะซื้อขนมเข้าไปนั่งกินด้วยกัน นั่งดูหนัง อ่านหนังสือ นอนกลิ้งเล่น เล่นเกม โอ้ย มีอะไรให้ทำเยอะแยะ พี่ไปซื้อเพลย์สี่มานั่งเล่นกับเดียวก็ยังได้ ก็แหมเงินมันเหลือ

            ประโยคแรกๆก็น่ารักอยู่หรอก หลังๆเริ่มรำคาญแล้ว!

            แล้วถ้าไม่ได้เจอล่ะ

            “ก็นั่งคุยแบบนี้เรื่อยๆ เราอยากกินไรมั้ยล่ะ พี่จะซื้อให้

            “ไม่ต้องซื้อมาให้ก็ได้ เพราะปกติเวลาผมอยากกินอะไรก็ไปซื้อเองได้อยู่แล้ว

            “พี่ไม่ได้ถามว่าเราไปซื้อเองได้มั้ย พี่ถามว่าอยากกินอะไร จะซื้อให้ เอ๊ะ เรานี่ชอบคิดเองเออเอง

            คนคิดเองเออเองน่ะพี่ต่างหากเล่า

            ขอบคุณนะครับ ที่พยายามทำอะไรให้หลายๆอย่าง ไม่เคยมีใครทำให้ขนาดนี้เลยผมวางมือลงบนปกหนังสือแล้วลูบมันเบาๆเพราะไม่รู้จะหยิบจับอะไร

            ยิ่งได้รู้จักพี่ก็อด ยิ่งทำให้หลงทาง ตอนนี้ไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังเดินไปทางไหน

            รู้แค่ว่าอยากจะขอบคุณเขา ที่พยายามทำทุกอย่างนี่เพื่อผม

            ไม่เป็นไร พี่ทำเพราะอยากทำ ไม่ได้เหนื่อยยากอะไรเลย

            “แล้วพี่ล่ะ อยากได้อะไรมั้ยผมถามขึ้นระหว่างที่ได้ยินเสียงเขาขยำถุงพลาสติก พี่ก็อดส่งเสียงฮืมมาเบาๆ

            ไม่นะ ตอนนี้พี่ก็แฮปปี้ดี

            “ไม่สิ แบบพวกของขวัญอะไรแบบนั้นอ่ะ

            “จะมาซื้อให้พี่ทำไมล่ะ

            “ผมอยากตอบแทน พี่ซื้อป๊อกกี้ให้ผมทุกวันเลย แต่ผมยังไม่เคยให้อะไรพี่เลยนะ

            “พี่ก็ไม่ได้อยากได้อะไรนะ เราอ่ะ นั่งเฉยๆอยู่ในห้องก็พอ

            “หือ

            “ถ้าพี่อยากได้อะไรจะบอกเอง เราไม่ต้องขยับตัวเยอะ เป็นสาวเป็นนาง

            “พี่ก็อด!” ผมร้องเสียงเขียวใส่เขา ได้ยินเสียงหัวเราะกวนๆดังกลับมา ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้กวนประสาทเก่งแบบนี้กันนะ ยิ่งคุยกับเขาก็ยิ่งปวดหัว แต่ถึงจะปวดหัวก็ดันหุบยิ้มไม่ได้เลย

            นั่งคุยกันต่อได้สักพักผมก็หาวออกมา น้ำตาไหลจนต้องปาดมันออกนิดๆ

            ง่วงแล้วเหรอ

            “นิดนึง วันนี้ผมเดินเยอะด้วยเดินไปเดินกลับระหว่างตึกคณะกับโรงอาหารกลางของมหาวิทยาลัยเนี่ย บางทีก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน โดยเฉพาะกับคนไม่ค่อยออกกำลังกายอย่างผมแล้ว

            “เดินไปไหน

            “ไปดูหมาเพราะกำลังเหม่อมองออกไปยังไฟถนนสีส้มด้านล่าง เลยเผลอหลุดพูดออกไป ผมสะดุ้งเมื่อรู้สึกตัว ลุกลี้ลุกลนอยู่พักใหญ่ๆเมื่อพี่ก็อดไม่ตอบกลับมา

            อะเอ่อ

            “หมาตัวใหญ่ๆใช่ป่ะ น่ารักดีนะ แต่มันนิสัยไม่ดีว่ะ เห่าพี่ใหญ่เลย

            พี่ก็อดไม่ได้ถามเรื่องที่เจอเขามั้ย ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าผมจะอยู่ส่วนไหนของโรงอาหาร เขาไม่ถามอะไรเลยสักอย่างเหมือนกับที่พี่เบียร์บอกว่า เขาไม่สนด้วยซ้ำว่าจะได้เห็นผม เขาแค่อยากให้ผมไปดูก็แค่นั้น

            อ่า

            จู่ๆก็รู้สึกร้อนขึ้นมาเฉยเลย

            ผมซุกหน้ากับเข่าสองข้างของตัวเอง ส่งเสียงอู้อี้ออกไปถามเขา

            พี่ไม่ถูกกับหมาเหรอ     

            พี่ชอบหมานะ แต่หมาชอบวอแวกับพี่ว่ะ หรือมันอิจฉาที่พี่หล่อเกินหน้าเกินตา เฮ้อใช้ไม่ได้เลยไอ้พวกนี้

            โรคคิดไปเองนี่ เป็นโรคใหม่สินะครับ

            พี่ก็อด…”

            “หืม

            “ไม่ถามเหรอ ว่าผมเจอพี่มั้ย

            เสียงจากสิ่งมีชีวิตข้างห้องเงียบลงไป

            ไม่ถาม จริงๆแล้วอยากให้ไปดูหมานั่นแหละ ส่วนพี่นั้นเป็นของแถม

ผมแอบยิ้มนิดๆ ไม่รู้จะต้องขอบคุณเขาอีกกี่รอบถึงจะพอ มันเหมือนกับว่าเขาใส่ใจในเรื่องเล็กๆน้อยๆที่บางคนคิดว่ามันไร้สาระ แต่เขากลับเก็บเรื่องเล็กน้อยนั่นมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เหมือนกับว่าผู้ชายคนนี้ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะก้าวเข้ามาในโลกของผม และไม่เคยบังคับหรือทำให้มันรู้สึกอึดอัดเลยสักครั้ง

            เพราะแบบนี้ไง ถึงสบายใจที่ได้คุยกับพี่

            แล้วก็ไม่อยากเสียพี่ไปด้วย

ขอบคุณนะครับ ผมชอบนะ หน้ากากอุลตร้าแมน

            ครับ จริงๆซื้อมายกโหล ถ้าอยากได้จะยกให้หนึ่งอัน

            “หือ ทำไมพี่ซื้อเยอะจัง

            “ก็เอาไว้สลับใส่ เจ็ดวันเจ็ดแบบไรงี้

            “พี่จะใส่ทุกวันเลยเหรอ

            “ตอนนี้ก็ใส่อยู่นะ

            บ้าบอ!

            ไปนอนได้แล้วเสียงทุ้มๆดังขัดขึ้นมาระหว่างที่ผมกำลังคิดว่าตอนนี้เขากำลังใส่หน้ากากอุลตร้าแมนอยู่จริงๆเหรอ หรือพูดกวนตีนไปอย่างนั้น ซึ่งน่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่า 

            งั้นฝันดีนะครับ

            “ฝันดีครับ

            ผมปิดประตูกระจกลงพร้อมกระโดดขึ้นเตียง ซุกใบหน้ากับหมอนนิ่มๆอย่างมีความสุข

            อุลตร้าแมนเหรอ

งั้นวันนี้จะฝันถึงคุณอุลตร้าแมนนะ

           

            ***

            ถึงจะบอกว่าไม่อยากได้อะไรก็เถอะ

            สุดท้ายผมก็อยากซื้ออะไรสักอย่างเป็นของขวัญให้เขา

            เพราะไม่รู้จะออกไปเดินซื้อของที่ไหน ก็เลยเลือกซื้อจากแอปเอา นั่งหาอยู่เป็นชั่วโมงๆก็ไม่รู้ว่าจะซื้ออะไรให้ดี  พลางนึกไปถึงกระดิ่งลมที่เขาซื้อมาให้แล้วก็รู้สึกว่า

            รสนิยมของพี่ก็อดนั้นดีกว่าผมมากโข ถ้าผมเลือกซื้อของขวัญให้ใครสักคน คงไม่พ้นหนังสือ

            จะว่าไปเขาดูจะชอบวันพีซนี่นา

            ผมเสิร์ชหาชื่อ ฟิกเกอร์วันพีซ ก่อนจะนั่งไล่ๆดู โมเดลลูฟี่ที่พอเห็นราคาแล้วก็ต้องกลืนน้ำลาย นั่นค่าข้าวคุณชายได้เป็นเดือนเลยนะนั่น ดังนั้นจึงยอมแพ้ ผมไล่หาของสะสมอย่างอื่นที่คิดว่าผู้ชายอย่างพี่ก็อดน่าจะชอบ แล้วก็เจอะเข้ากับพวงกุญแจลูฟี่อันเล็กๆที่ราคากำลังน่ารัก

            ใช่เลย อันนี้แหละ

            ผมกดสั่งแบบไม่ต้องคิด จ่ายเงินผ่านแอปเสร็จสรรพก็เตรียมที่จะออกไปเรียน

นาฬิกาบนหน้าจอโทรศัพท์บอกเวลาแปดโมงครึ่ง วันนี้ผมไม่ต้องรีบเท่าไร เป็นวันแรกเลยที่ออกจากห้องสายกว่าปกติเพราะอาจารย์เลื่อนคลาสไปตอนเก้าโมง ผมเคาะกระดองล่ำลาคุณชายเหมือนทุกๆวัน เตรียมของใส่กระเป๋า เช็คสภาพความเรียบร้อยของตัวเองในกระจกแล้วเปิดประตูห้องออกไป

            ป๊อกกี้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือมีถุงกระดาษใบใหญ่ที่ใส่ของไว้ด้านใน พร้อมทั้งโพสต์อิทสีชมพู

            หน้ากากเจ้าแม่อุลตร้าบอกว่าวันนี้จะโชคดี

            ผมหยิบหน้ากากเจ้าแม่อุลตร้าออกมาจากถุง ยืนมองหน้ากากตาจุดอยู่นิ่งๆก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อที่จะเอาหน้ากากพลาสติกที่มียางรัดไปเก็บ แต่ก่อนจะเอาไปเก็บ ก็ไปยืนอยู่หน้ากระจกแล้วลองทาบหน้ากากลงบนใบหน้าของตัวเอง พอมองสภาพตัวเองในกระจกผ่านตาจุดๆแล้วก็ขำออกมา

งั้นที่บอกว่าซื้อมายกโหลไม่ซ้ำแบบเนี่ย แสดงว่าพูดจริงๆ

            หน้ากากถูกเก็บไว้อย่างดีบนชั้นวางหนังสือ ผมปิดประตูห้องลงแล้วเดินผ่านห้องข้างๆพร้อมรอยยิ้มเหมือนทุกวัน เดินตรงไปที่ลิฟต์แล้วกดลงไปชั้นล่าง ก่อนจะเจอะเข้ากับพี่ว่านและพี่เบียร์ที่ยืนซื้อเกาเหลาอยู่หน้าหอ

            อ้าว เดียว

            พี่ว่านโบกมือให้ผมอย่างร่าเริง พักนี้เจอกับทั้งสองคนบ่อยยิ่งกว่าอะไร ผมยกมือไหว้พี่ๆแล้วเดินเข้าไปหา วันนี้ทั้งสองคนสวมเสื้อช็อปของคณะวิศวะทั้งคู่ทำให้ดูแปลกตาไปนิดหน่อย

            ดีครับ

            “ตื่นเช้าทุกวันเลยนะพี่เบียร์ส่งยิ้มมาให้ ในมือของเขามีถุงของกินเต็มไปหมด

            ซื้อไป ให้พี่ก็อดเหรอครับ

            “หือ ก็กินด้วยกันนี่แหละ วันนี้ไอ้ก็อดมันตื่นเช้า จะซื้อไปกินที่คณะ

            “พี่ก็อดตื่นเช้าเหรอน้ำเสียงของผมที่ถามออกไป มีความสงสัยถูกส่งผ่านไปด้วย พี่เบียร์กับพี่ว่านมองผมนิ่งๆเล็กน้อย ก่อนทั้งสองคนจะนึกอะไรขึ้นได้

            เฮ้ย!”

            “ไอ้เบียร์ เห็นนาฬิกากูป่ะวะ

            เสียงทุ้มๆที่ดังขึ้นด้านหลังนั้นเป็นคำตอบชัดเจนว่าพี่ก็อดตื่นเช้าจริงๆ ผมเบิกตากว้างมองหน้าพี่เบียร์ที่โบกไม้โบกมือใส่คนด้านหลังผมอย่างลุกลี้ลุกลน พี่ว่านรีบปราดเข้าไปหาเพื่อนของเขาที่กำลังเดินตรงมาทางนี้ ส่วนพี่เบียร์รีบกระเถิบมากันตัวผมเอาไว้เหมือนเป็นเรื่องต้องห้ามในการเจอกันของเราสองคน

            เวรกรรม อยู่มาตั้งเดือนกว่าๆไม่ยักจะเจอกันเลยสักวัน

            จู่ๆอยากจะเจอก็ลงมาเจอกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ

            เลิ่กลั่กกันทั้งหมดนี่แหละ

            ทำไรกัน

            “อ้อเปล่า มึงจะกินอะไรอีกป่ะ หมูปิ้งมั้ย ป่ะๆ หมูปิ้งกัน

            ไม่แดก ไม่อยาก อยากแดกเกาเหลา

            “เกาเหลาเหี้ยไรตอนนี้ ที่คณะไม่มีชามให้นะ

            “กูแดกในถุงได้

            “ไอ้ก็อดดด!”

            น้ำเสียงของพี่ว่านนั้นห้ามเพื่อนของเขาไม่ได้เลย ผมที่ยืนหันหลังอยู่ได้ยินเสียงฝีเท้าของพี่ก็อดเดินมาใกล้ๆ สักพักเขาก็เอ่ยปากสั่งเกาเหลากับคุณลุง

            หมูล้วนนะเฮีย ขอหมูเยอะๆ ตำลึงไม่ต้องเยอะนะ กินแล้วมันพันคอ

            สั่งเสร็จคนขี้สงสัยก็หันมาวอแวกับพี่เบียร์ มือสองข้างของผมกำกระเป๋าผ้าข้างตัวแน่น เหงื่อออกเต็มฝ่ามือไปหมด ในสมองคิดหาทางหนีสารพัด จะเดินเนียนๆออกไปดี หรือจะวิ่งออกไปขึ้นแท็กซี่ตอนนี้ดี

            ทำไรวะ แล้วข้างหลังนั่นใคร ฮันแน่ ฮุบเด็กไม่ยอมบอก

            “เออเด็ก เด็กข้างห้องมึงอ่ะ

            “หะ?”

            “น้องเดียว

            เฮ้ยพี่ก็อดร้องเสียงหลงออกมา จากเลิ่กลั่กกันอยู่สามคน กลายเป็นเพิ่มมาอีกคน เราทั้งสี่คนยืนเลิ่กลั่กกันอยู่สักพัก ก็มีคุณชาร์โคลเข้ามาร่วมวงจนทำให้บรรยากาศกระอักกระอ่วนคลายตัวลงไป คุณชาร์โคลเดินมากระดิกหางใส่ผม ทำตาแป๋วอ้อนวอนขอของกินจนผมอดที่จะนั่งยองๆลงไปเกาหัวเจ้าหมาขี้อ้อนไม่ได้

            เดียว

            น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ผมจำได้แม่นพึมพำออกมา แต่ผมกลับได้ยินชัดเต็มสองรูหู เป็นครั้งที่สองที่เราบังเอิญเจอกัน โดยครั้งนี้พี่ก็อดเป็นฝ่ายเห็นผมบ้างแล้ว

            ความบังเอิญไม่ได้อยู่ในกฎสามข้อของเพื่อนคุยก่อนนอน และครั้งนี้เราก็ไม่ได้เห็นหน้ากัน

            ดังนั้น สัญญายังคงดำเนินต่อไป

            ผมมองเงาสีดำๆของพี่เบียร์ที่ยืนค้ำหัวตัวเองอยู่ ก่อนเงานั่นจะห่างออกไปเล็กน้อย แทนที่ด้วยเงาของใครอีกคนเข้ามาแทนที่ ฝ่ามือใหญ่ๆที่แสนอบอุ่นสัมผัสลงบนกลุ่มผมของผมแล้วขยี้เบาๆ

            สัมผัสที่ทำให้สะดุ้งด้วยความตกใจ ตัวแข็งเป็นก้อนหินขยับไปไหนไม่ได้เลย

            นอกจากสัมผัสจากฝ่ามือแล้ว ผมได้กลิ่นน้ำหอมที่วิ่งมาแตะจมูก บ่งบอกว่าเจ้าของฝ่ามือนั้นไม่ใช่พี่เบียร์ แต่เป็นสิ่งมีชีวิตข้างห้องที่กำลังขยี้หัวผมอยู่

            มือของพี่ก็อด

            “อย่าลืมกินข้าวนะ ตั้งใจเรียนด้วย แล้วเจอกันตอนสองทุ่ม

            ฝ่ามืออบอุ่นนั่นละออกไป เหลือทิ้งไว้เพียงไออุ่นของสัมผัสจากสิ่งมีชีวิตข้างห้อง รวมไปถึงหัวใจที่เต้นรัวขึ้นมาในอก น่าจะเป็นเพราะอาการตื่นเต้นที่จู่ๆก็ได้เจอกับเขา

พี่จะหันหลังให้ ให้เวลาเดินหนีไป หนึ่ง สอง สาม สี่ ...

            ผมหยัดตัวขึ้นยืน กระชับกระเป๋าผ้าข้างตัวแล้วรีบเดินดุ่มๆไปขึ้นรถแท็กซี่ พอขึ้นไปนั่งบนรถแท็กซี่แล้วก็จับหัวของตัวเอง ที่ก่อนหน้านี้มีใครคนหนึ่งวางฝ่ามือลงมา

            ต่างจากฝ่ามือของพี่เบียร์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนพี่น้อง เหมือนคุณพ่อ

สัมผัสของพี่ก็อดนั้น มันมากกว่านั้น มันเป็นสัมผัสที่บ่งบอกอะไรบางอย่างลึกๆแต่ก็อธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก รู้แค่ว่ามันเป็นสัมผัสที่ให้ความรู้สึกดีเกินคาด ทั้งๆที่ไม่เคยคาดหวังกับมันเลยสักนิด

            มันไม่ใช่สัมผัสที่ให้ความรู้สึกของคุณพ่อ และไม่ใช่สัมผัสที่ให้ความรู้สึกเหมือนพี่ชาย

            แต่เป็นสัมผัสที่ให้ความรู้สึกว่า

            เขาเป็นคนสำคัญ ที่อยากจะเก็บไว้ข้างตัวนานๆ

            นานพอที่จะได้รับสัมผัสจากฝ่ามือคู่นั้นอีกครั้ง

            เพราะครั้งเดียวนั้นมันไม่พอเลยจริงๆ 




// ❤️❤️


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8.283K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11,269 ความคิดเห็น

  1. #11255 Saltan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2564 / 14:03
    งุ้ยยยมันละมุนอบอุ่นมากค่ะพี่ก็อดด
    #11,255
    0
  2. #11250 Chanun🥓 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 เมษายน 2564 / 21:27
    น่ารักมาก
    #11,250
    0
  3. #11234 mnrฯ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 00:07
    น่ารักจัง ที่สุดของความใส่ใจเลย
    #11,234
    0
  4. #11216 Hamavari19 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 มกราคม 2564 / 17:55
    เอ็นดูการเลิ่กลัก4คน+หมา1ตัว555555
    #11,216
    0
  5. #11188 feelsmiley (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 มกราคม 2564 / 20:57
    กรี๊ดดดดด ลูกเรากำลังตกหลุมรัก กรี๊ดดดดด งื้อออ คุณไรท์ ทำไมมันนุ่มนวล มันละมุน มันอบอุ่นขนาดนี้ เอ็นดูอ่ะ แล้วก็แฝงไปด้วยมุกตลกๆ ขำขำด้วยอ่ะ คุณไรท์ขอบคุณนะคะ เมดมายเดย์เรามากๆ จริงๆ เรื่องนี้ รัก ❤️
    #11,188
    0
  6. #11181 miewhjl (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 09:54
    ชอบตอนเลิ่กลั่กรวม555
    #11,181
    0
  7. #11141 LUKKADE31 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 / 21:15
    บ้าเอ๊ย หุบยิ้มไม่ได้เลย วงวารจังหวะเลิ่กลั่กสี่หน่อหนักมาก555555
    #11,141
    0
  8. #11088 slpxbear (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 17:27
    ถ้าเจอกันน้องเค้าจะหัวใจวายมั้ยคะ555555
    #11,088
    0
  9. #11087 slpxbear (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2563 / 17:27
    ถ้าเจอกันน้องเค้าจะหัวใจวายมั้ยคะ555555
    #11,087
    0
  10. #11059 1 9 9 $ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2563 / 21:02
    น้องเดียวนี่ชอบพี่ก็อดไปยังนะ ใจเต้นแรงให้พี่เขาไปแล้ว แถมยังเป็นคนสำคัญอีก ><
    #11,059
    0
  11. #11047 Torii_sp (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 กันยายน 2563 / 19:07
    อบอุ่นจังเลยพี่ก็อดดดด
    #11,047
    0
  12. #11044 pinkyyyy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 17:56
    งื้อออออออ เขินนนนนอ่าาาาาาา
    #11,044
    0
  13. #11024 MaBaYu (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 15:39
    ขำแต่เขินมากกว่าโอ้ยยย พรหมลิขิตอะแหละเนอะ
    #11,024
    0
  14. #10949 pommys (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 18:15
    รู้สึกมากกว่านี้
    #10,949
    0
  15. #10918 LarosePeachh (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 01:47
    แงงงงง
    #10,918
    0
  16. #10910 tripleM (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 21:18
    งุ้ยยย เริ่มใกล้กันมากขึ้นแล้วว
    #10,910
    0
  17. #10901 Xakas (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2563 / 20:53
    5555555ขำความเลิ่กลั่กกันหมด55555555
    #10,901
    0
  18. #10889 Strawberrybunny (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 11:38
    เเงงง น่ารักกกก
    #10,889
    0
  19. #10883 DoublePNP (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:09
    เขยิบมาใกล้กันอีกนิดแล้วว
    #10,883
    0
  20. #10874 anp25 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 23:20
    ขำความเลิ่กลั่ก
    #10,874
    0
  21. #10862 sugarraeks (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 00:18
    เลิ่กลั่กกันโดยมิได้นัดหมายขำอ่าาา
    #10,862
    0
  22. #10834 thongda (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 22:56
    5555555
    #10,834
    0
  23. #10815 Come here!! (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 19:43
    กูขรรมความเลิ่กลั่ก โถ่เอ้ยพ่อโถ่เอ้ยพ่อคุ้นนนน😂😂
    #10,815
    0
  24. #10767 P_Chan and Me_Kung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 17:13
    เลิ่กลั่กคูณ4แบบคิดภาพออก555555
    #10,767
    0
  25. #10757 Sunnn. (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 11:17
    ความเลิ่กลั่กทั้งสี่555
    #10,757
    0