คัดลอกลิงก์เเล้ว

{OS} BangChan - ตั้ง ♡ ไม่ได้เผลอ

โดย jNewt

"ใครบอกนี่พูดจริง มองตาดิ ฉัน ชอบ นาย" จู่ๆก็โดนบอกชอบจากเพื่อนสนิmแบบนี้ ฮิมชานก็อึ้งไปเลยดิครับ.. ไอ่บ้ายงกุกนี่พูดอะไรคิดแล้วใช่มะ?

ยอดวิวรวม

350

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


350

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 มี.ค. 58 / 20:57 น.
นิยาย {OS} BangChan - ♡

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 มี.ค. 58 / 20:57


{OS} BangChan - ตั้ง ไม่ได้เผลอ

 

Couple : Yongguk x Himchan

Author : N3w.M

 

กริ๊งงงงงงง ~ กริ๊งงงงงงง ~

 

เสียงออดพักกลางวันดังขึ้นพร้อมๆกับนักเรียนกว่า 30 ชีวิตพากันวิ่งกรูออกจากห้องไปหาที่นั่งดีๆในโรงอาหารเพื่อทานข้าวกลางวัน ซึ่งผิดกับนักเรียนอีก 2 คนที่เหลือในห้องซึ่งก็คือ บัง ยงกุก และ คิม ฮิมชาน ที่นั่งอ่านการ์ตูนอย่างสบายใจโดยไม่คิดที่จะวิ่งตามเพื่อนไปแต่อย่างใด หลังจากที่เพื่อนวิ่งออกไปกันหมดแล้วยงกุกก็ค่อยๆเดินออกไปรอฮิมชานที่หน้าห้องเรียน

 

“ชานนน~ ไปกินข้าวที่ดาดฟ้ากัน” ร่างสูงตะโกนเรียกอีกคนด้วยเสียงอ่อนหวาน(?)จากประตูห้องเรียนที่กำลังนั่งอ่านการ์ตูนอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างของตัวเอง

 

“เออๆ มึงไปก่อนเลยเหงือกเดี๋ยวกูตามไป ขออ่านการ์ตูนให้จบก่อน แล้วอีกอย่างอย่าเรียกกูด้วยเสียงแบบนั้น ขนลุก! =_____=;

 

“เออๆๆ งั้นกูไปก่อนนะมึง ช้าหมดอดแดกนะเว้ยยยย” ว่าจบก็รีบวิ่งพาตัวเองไปรอที่ดาดฟ้าของอาคารเรียนทันที

 

เธออย่าเพิ่งโกรธ เรื่องเมื่อกี้ที่ฉันพูดไป

เป็นสิ่งที่ฉันตั้งใจ ไม่อยากเก็บเอาไว้นาน

จะยอมรับผิด ถ้าหากเธอรู้สึกรำคาญ

แต่ในวันนี้ต้องบอก แบบหน้าด้าน ๆ รักเธอ

 

ทั้งสองใช้เวลาเพียงไม่นานก็รับประทานทานอาหารกลางวันที่เตรียมมาเสร็จเรียบร้อย และตัดสินใจที่จะนั่งรับลมเย็นๆบนดาดฟ้ากันก่อนที่เสียงออดจะดังขึ้นเพื่อเริ่มเรียนชั่วโมงถัดไป

 

สายลมเย็นๆของฤดูหนาวพัดผ่านคนสองคนที่กำลังนั่งเหม่อมองท้องฟ้าก่อให้เกิดความเงียบเล็กๆที่อาจจะทำให้ใครหลายคนอึดอัดได้ไม่ยาก แต่สำหรับยงกุกแล้วกลับเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้พูดบางอย่างให้กับเพื่อนสนิทตัวขาวได้ฟัง

 

“เฮ้ยฮิมชาน! ฉันว่าฉันชอบนายว่ะ ” ท่ามกลางความเงียบบนดาดฟ้า จู่ๆยงกุกก็โพล่งขึ้นมาด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับหันไปจับมือฮิมชานที่กำลังนั่งรับลมสบายใจอยู่ข้างๆขึ้นมาแนบไว้ที่อก

 

“ฮะ!!! มึงว่าไงนะ”

 

“ฉันบอกว่า ฉันชอบนาย”

 

“เดี๋ยวๆๆ มึงล้อเล่นใช่มั๊ยเนี่ย ^ ^;;” ฮิมชานพูดพร้อมๆกับพยายามดึงมือของตนออกจากมือของอีกฝ่ายที่เกาะเหนียวแน่นยิ่งกว่ามือตุ๊กแกซะอีก

 

“ใครบอกนี่พูดจริง มองตาดิ ฉัน ชอบ นาย”

 

ขออภัยสักครั้ง ถ้าคำว่ารักจะทำให้เธอระคาย

ถ้าไม่อยากได้ยินไม่คิดอะไร ก็ปล่อยมันไปตามลม

 

“อะ..เอ่อ” และด้วยน้ำเสียงมั่นคงและสายตาจริงจังแบบนั้น ร่างบางเลยเกิดอาการพูดไม่ออกขึ้นมาทันที ไม่คิดเลยว่าเพื่อนสนิทที่วิ่งไล่เตะตูดกันตั้งแต่จำความได้จะมาพูดแบบนี้ อีกทั้งสรรพนามที่เคยใช้แบบภาษาพ่อขุนกลับกลายเป็นคำสรรพนามเพราะๆที่ฟังแล้วรู้สึกขนลุกอีก..

 

ตึก~ตัก

 

ตึก~ตักๆ

 

ตึก~ตักๆๆ

 

ว่าแต่...ทำไมหัวใจของเขาต้องเต้นแรงขึ้นๆอย่างนี้ด้วยล่ะ ?

 

“แต่นายไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ขอให้คิดซะว่าเมื่อกี๊ฉันไม่ได้พูดอะไรไปก็แล้วกันหรือไม่ก็ลืมๆไปเลยก็ได้ เพราะฉันสบายใจที่ได้บอกนายแม้นายจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยก็ตาม : )

 

ที่บอกว่ารักเธอ ไม่ได้เผลอพูดไป

ออกจากปากคำนั้นฉันตั้งใจ

คำว่ารัก ที่ฉันพูดไป ก็ขอให้เธอรับฟัง

แต่หากไม่มีใจ ก็ไม่เป็นไร แค่ฉันนั้นได้บอกเธอ

ก็ก่อนหมดลมหายใจขอให้ได้บอก ให้เธอได้ยินคำนั้นสักที
 

“...” ฮิมชานได้แต่นิ่งเงียบฟังสิ่งที่เพื่อนสนิท(คิดไม่ซื่อ)พูดออกมา

 

กริ๊งงงงงงง ~ กริ๊งงงงงงง ~

 

“ได้เวลาเรียนละ รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวเข้าสายอาจารย์จะว่าเอา”

 

“อะ...เอ่อ...อื้ม (- -)(_ _)”

 

ไม่พูดเปล่ากลับคว้าเอามือบางๆของอีกคนให้ออกวิ่งตามด้วย ซึ่งฮิมชานก็ไม่ขัดขืนเพียงแค่พยักหน้าเออออตามไป

 

ถ้าเธอได้ฟัง แล้วเธอยังไม่รู้สึกอะไร

ก็ปล่อยให้รักลอยไป ยังไงฉันก็รักเธอ

 

          เมื่อถึงหน้าประตูห้องเรียนแทนที่ยงกุกจะเปิดประตูเข้าไปเลย กลับหันมาหาคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนที่จะก้มลงไปกระซิบบางอย่างซึ่งทำให้ฮิมชานอึ้งเล็กน้อยพร้อมกับหน้าที่เริ่มขึ้นสีหน่อยๆ

 

          “ไม่ว่านายจะรู้สึกยังไงก็ตาม แต่จำไว้ยังไง ฉัน ก็ ชอบ นาย!

 

กล่าวเน้นย้ำทีละคำในตอนท้ายก่อนจะเปิดประตูห้องเรียน เดินผ่านหน้าอาจารย์ที่กำลังจะเริ่มสอนเข้าไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองที่อยู่หลังห้อง

         

ขออภัยอีกครั้ง ถ้าคำว่ารักจะทำให้เธอระคาย

ถ้าไม่อยากได้ยินไม่คิดอะไร ก็ปล่อยมันไปตามลม
 

          มึงบอกว่าไม่ต้องคิดมากๆ แต่ว่าแต่ละประโยคที่มึงพูดออกมาเนี่ย จะไม่ให้กูคิดมากได้ยังไงวะเฮ้ยยย!’ ฮิมชานได้แต่บ่นกับตัวเองในใจ ในหัวคิดถึงแต่เรื่องเมื่อตอนพักกลางวันจนไม่เป็นอันเรียน ยิ่งตอนที่คิดถึงประโยค

 

ใครบอกนี่พูดจริง มองตาดิ ฉัน ชอบ นาย

 

ก็ยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะทุกที เอ๊ะ? หรือว่าเขาจะชอบมันด้วยเหมือนกันล่ะเนี่ย!?! O///O

 

ตึก~ตัก

 

ตึก~ตักๆ

 

ตึก~ตักๆๆ

 

ยิ่งคิดใจก็ยิ่งเต้นแรง ฮิมชานคิดย้อนกลับไปถึงเรื่องราวต่างๆที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเอง

 

ทุกๆวันวาเลนไทน์เขามักรู้สึกหงุดหงิดใจที่มีผู้หญิงจำนวนมากล้อมหน้าล้อมหลังยงกุกเพื่อขอถ่ายรูปบ้างล่ะ ให้ดอกไม้บ้างล่ะ ช็อกโกแลตบ้างล่ะ ซึ่งไอ่เพื่อนตัวดีก็เต็มใจยิ้มเหงือกบานทำตามที่ผู้หญิงพวกนั้นทุกอย่างจนเพลินนนนนนนนนน ลืมนัดหลังเลิกเรียนกับเขาไป

 

แล้วก็วันที่ร่างสูงบอกว่าได้คบกับรุ่นน้องคนหนึ่ง เรื่องนั้นทำให้เขาเสียใจมากจนเกือบร้องไห้และไม่พูดกับร่างสูงเลยทั้งอาทิตย์ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงเป็นแบบนั้นเลยได้แต่บอกตัวเองว่าแค่รู้สึกหวงเพื่อนมากไปก็แค่นั้น แต่สุดท้ายยงกุกก็เลิกกับรุ่นน้องคนนั้นด้วยเหตุผลที่ว่า

 

ไม่อยากเห็นคนตัวขาวบางคนนั่งเป็นกระต่ายหงอย พูดคำตอบคำแบบนี้ต่อไปก็แค่นั้น

 

ซึ่งนั้นทำให้เขายิ้มกว้างที่สุดเป็นครั้งแรกในรอบเดือนทันที

 

          ถึงตอนนี้ฮิมชานก็รู้ใจตัวเองแล้วล่ะว่าจริงๆคิดยังไงกับยงกุก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอยากแกล้งอีกคนจริงๆที่จู่ๆก็พูดอะไรแบบนั้นโดยไม่ให้เขาตั้งตัวซักนิด ฮิมชานหยิบโทรศัพท์ออกมาพิมพ์ข้อความถึงยงกุกแม้ว่าจะนั่งห่างกันเพียงสองโต๊ะเท่านั้น

 

ครืดดดดด~ ครืดดดดด~

 

เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนส่งข้อความมา ทำให้ยงกุกที่กำลังเรียนอยู่ต้องหยุดเพื่อที่จะนำโทรศัพท์ขึ้นมาดูว่าใครส่งอะไรมาให้ตน แต่ชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอกลับทำให้เขาทำหน้างงๆก่อนจะเปิดข้อความอ่านทันที

 

หลังเลิกเรียน เจอกันที่ดาดฟ้า

 

อ่านจบก็หันไปหาเจ้าตัวการทันที เห็นคนตัวขาวที่ทำมือโอเคส่งให้แล้วหันกลับไปสนใจหนังสือบนโต๊ะและสิ่งที่อาจารย์สอนต่อไป

 

          ทันทีที่ออดเลิกเรียนดังขึ้นฮิมชานก็รีบเก็บของเข้ากระเป๋าทันที แล้วรีบออกวิ่งไปให้ถึงดาดฟ้าก่อนที่ยงกุกจะมาถึง เพราะกลัวว่าถ้าไปช้ากว่าอาจจะไม่มีเวลาทำใจ(?)ก็เป็นได้

 

          “ฮะ...แฮ่กๆๆ เหนื่อยชะมัด”

 

“เหนื่อยแล้ววิ่งทำไมล่ะ”

 

“มะ...มึง เอ้ย! นาย นายมาตั้งแต่เมื่อไหร่ =[]= ” ร่างบางเกิดอาการอึ้งเมื่อเห็นอีกคนที่ตนเป็นคนนัดให้มาหากำลังนั่งพิงขอบรั้วดาดฟ้าอ่านการ์ตูนอย่างสบายใจ ฮิมชานว่าเขาเก็บของเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วนะแล้วก็มั่นใจด้วยว่าออกมาคนแรก ไหงยงกุกกลับโผล่มาถึงนี่ก่อนได้วะ หรือว่ามันหายตัวมา?

 

“จะมาตอนไหนก็ไม่สำคัญหรอกน่า ว่าแต่นัดฉันมามีอะไรล่ะหรือว่าจะเป็นเรื่องเมื่อตอนกลางวัน”

 

“ก็เออไง คนบ้าไรวะพูดๆๆๆ อยู่คนเดียวไม่ให้คนอื่นพูดเลยซักนิด นี่เลยกะจะมาขอให้นายพูดแบบเมื่อตอนกลางวันอีกรอบแล้วให้ฉันได้ตอบบ้างอ่ะ ได้ไหมล่ะ?” พูดไปก็ยู่ปากบ่นอุบอิบอไรอีกก็ไม่รู้ทำให้ยงกุกขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ แต่เมื่อเจอสายตาคมกริบนั้นหันมามองเหมือนงอนๆเท่านั้นแหละ...

 

“เออๆๆ พูดก็ได้ๆ” ร่างสูงเออออว่าตามทันที

 

ที่บอกว่ารักเธอ ไม่ได้เผลอพูดไป

ออกจากปากคำนั้นฉันตั้งใจ

คำว่ารัก ที่ฉันพูดไป ก็ขอให้เธอรับฟัง

แต่หากไม่มีใจ ก็ไม่เป็นไร แค่ฉันนั้นได้บอกเธอ

ก็ก่อนหมดลมหายใจขอให้ได้บอก ให้เธอได้ยินว่ารักสักที

 

ร่างสูงทิ้งการ์ตูนในมือแล้วเดินมาหาร่างบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูดาดฟ้า ก่อนจะเอื้อมมือไปกุมมือของร่างบางเอาไว้ ฮิมชานให้แค่พูดแต่เขาขอจับมือหน่อยแล้วกันนะ : )

 

“ฮิมชาน ฉันชอบนาย”

 

“อะ...อื้อ” ฮิมชานได้แต่พยักหน้าเขินๆ เพราะตอนนี้ยงกุกเอาแต่จ้องใบหน้าเขาอย่างไม่วางตา

 

“ฉันบอกว่า ฉันชอบนาย!!!

 

“โอ้ยยย!? เบาๆหน่อยได้ไหมล่ะ” บ่นๆไปตามเรื่องราวแต่ก็รอฟังประโยคถัดไปอยู่ดี

 

“ที่ฉันบอกว่าชอบนาย ฉันพูดจริงๆ”

 

 “เออ...จริงดิ”

 

“จริงอย่างแน่นอนเลยล่ะ แต่นายไม่ต้องคิดมากหรอกนะ ขอให้คิดซะว่าเมื่อกี๊ฉันไม่ได้พูดอะไรไปก็แล้วกันหรือไม่ก็ลืมๆไปเลยก็ได้...” เงียบไปเพื่อนึกถึงประโยคถัดไปแต่ก็ได้ยินเสียงแผ่วๆมาจากคนตรงหน้า

 

“ฉันไม่มีทางลืมหรอกน่า เพราะยังไงฉันก็คิดเหมือนนาย”

 

“ฮะ? เมื่อกี๊ว่าอะไรนะ”

 

“เอาน่าๆ เดี๋ยวนายก็รู้ พูดต่อเลยๆ”

 

“เออๆ ฉันสบายใจที่ได้บอกนายแม้นายจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลยก็ตะ...”

 

“นายคิดผิดแล้วล่ะ”

 

“หืออ?” ยงกุกมองอีกคนอย่างสงสัยก่อนจะพบกับรอยยิ้มกว้างที่เหมือนจะทำให้ตาพร่าไปบนใบหน้าขาวพร้อมกับแก้มแดงๆที่ได้แต่ฝันว่าจะก้มลงไปสัมผัสสักครั้ง

 

“อือ... ตอนนี้ฉันรู้ใจตัวเองแล้ว ฉันเองก็ชอบนายเหมือนกัน”แต่เพราะเมื่อกี๊ตาพร่าสมองเบลอเพราะรอยยิ้มหวานนั้นทำให้เขาไม่ทันได้ฟังสิ่งที่ฮิมชานพูด

 

“เดี๋ยวๆๆ เมื่อกี๊ว่าไงนะ เอาใหม่ดังๆดิ๊”

 

“ฉันบอกว่า ฉัน ก็ ชอบ นาย เหมือน กัน โว้ยยย!พูดจบก็หันหน้าหนีไปอีกทางทันที ไม่พร้อมจะมองหน้ามันตอนนี้เลยจริง ตอนนี้ใจฮิมชานเต้นแรงมากจนเหมือนจะตายเลยล่ะ

 

“นะ... นายพูดจริงเหรอ?”

 

“เออสิ จริงซะยิ่งกว่าจริงซะอีก”

 

“งั้นเราก็ใจตรงกันแต่แรกน่ะสิ งั้นพูดให้ฉันฟังอีกทีได้มั๊ย ^^

 

“ไม่! ของดะ.. อุ๊บ!?” ยังไม่ทันที่ฮิมชานจะเอ่ยจบประโยคดี ร่างสูงก็จับหน้าอีกคนหันมาก้มตัวลงไปประกบริมฝีปากด้วยทันที ถึงจะตกใจในตอนแรกแต่ฮิมชานก็ยอมรับสัมผัสอ่อนโยนนั้นอย่างว่าง่าย มือบางเอื้อมไปโอบรอบคอคนตรงหน้าเอาไว้เพราะขาที่เริ่มจะอ่อนแรงส่วนยงกุกเองก็โอบเอวฮิมชานไว้อย่างรู้งาน ผละออกมาเพื่อจะมองอีกคนก่อนจะยิ้มอย่างพอใจในใบหน้าแดงๆของคนในอ้อมกอด

 

ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันอีกครั้ง จากสัมผัสที่อ่อนโยนกลายเป็นสัมผัสที่เร่าร้อนและลึกซึ้ง ลิ้นร้อนลากไปแตะที่ริมฝีปากบางนั้นเป็นการขออนุญาตก่อนที่อีกคนจะเผยอปากตอบรับ ลิ้นร้อนถูกส่งเข้าไปหาความหวานพร้อมๆกับไล่หยอกล้อกับลิ้นเล็ก แต่เพราะว่านี่เป็นจูบแรกจึงทำให้ฮิมชานได้แต่ส่งลิ้นตอบสนองไปอย่างเงอะงะแต่ถึงอย่างนั้นมันก็น่าดีใจมากแล้วสำหรับยงกุก

 

“อะ...อื้อ อื้อ”

 

และก็เป็นยงกุกเองที่จำต้องถอนริมฝีปากออกมาเพราะอีกคนกำลังจะหมดอากาศหายใจ ถึงแม้ว่าจะถอนจูบออกมาแล้วก็ยังคงเอาหน้าผากของตนแตะกับอีกคนไว้ทำให้ระยะห่างของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนเท่านั้น

 

ฉันรักเธอ ไม่ได้เผลอพูดไป ฉันรักเธอ ไม่ได้เผลอพูดไป

 

บังยงกุกรักคิมฮิมชานนะครับ

 

“อื้อ... คิมฮิมชานก็รักบังยงกุกเหมือนกัน”

 

ถึงแม้จะไม่มีใครเอ่ยขอเป็นแฟนใคร แต่เชื่อเถอะว่าหลังจากนี้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะต้องเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นกว่านี้แน่นอน : )


 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องแรกที่เอาลงเด็กดีค่ะ เหนื่อยใช่เล่น 555555555555
ช่วงนี้ก็รอบอพ.ด้วยใจแน่วแน่ มีเวลาว่างจนมานั้งแต่งฟิคเล่น
#เหรอ
จริงๆเรื่องนี้แต่งไว้นานแล้วเอามาแปลงเป็นบังชานอีกทีพร้อมกับเปลี่ยนไรอีกนิดหน่อย
เพราะตอนนั้นที่แต่งเรื่องนี้ไว้ก็ปีที่แล้วๆนู่นแหละค่ะ 55555555
อ้อ! เรียกเราว่า นิวท์ นะคะ อายุ 17 เรียกพี่เรียกน้องตามสบาย
เอ็นจอยรีดดิ้งค่ะ อย่าลืมเม้นกันน้าาาา :3





 

ผลงานอื่นๆ ของ jNewt

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 มีนาคม 2558 / 22:32
    ฟิน ~~~~

    ชอบยงกุกแบบนี้ 

    แอบเขินตลอดฮิมชาลมาพูดความในใจ -///-

    ♡♡ชอบ
    #1
    0