ONE PIECE. - LOVELY TAXI METER.

ตอนที่ 20 : TAXI METER 18 : ปล่อยเกาะ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 533
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    31 มี.ค. 62




เส้นบางๆ ที่กั้นระหว่างเรา 

คือหลายร้อยไมล์ของคำว่าเป็นไปไม่ได้


 


ตอนเด็กๆ ฉันมักคิดว่าเจ้าหญิงที่ถูกกักขังไว้ในปราสาทสูงลิบ ห้อมล้อมไปด้วยมังกรไฟดุร้าย รอคอยเจ้าชายขี่ม้าขาวมาช่วยวันแล้ววันเล่านั้นมันดูโง่งี่เง่าสิ้นดี... เพราะเจ้าหญิงไม่คิดจะช่วยเหลือตัวเองหรือแม้แต่จะหาทางหนีด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองเอาซะเลย แถมวันๆ เอาแต่เฝ้าฝันว่าเจ้าชายจะมาช่วย หมดเวลาทั้งวันไปกับการนั่งหวีผมยาวสลวยสวยเกร๋ ร้องเพลงกับนกน้อยตัวจิ๋วและสัตว์โลกผู้น่ารัก 


จนกระทั่งวันนี้แหละ...ที่ฉันเริ่มจะเข้าใจแล้วว่าไมนิทานพวกนั้นถึงได้เขียนออกมาแบบนี้....


ฉันยืนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่ผนังด้านหนึ่งทำจากกระจกใสทั้งด้านสามารถมองเห็นภายนอกได้อย่างชัดเจน จนแทบจะร้องเพลงกับเหล่านกน้อย หิ่งห้อย แมลงวัน ฯลฯ มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ไม่รู้สึกหดหู่เวลาที่กวาดตาไปรอบๆ ห้องซึ่งตกแต่งด้วยสีโทนมืด และเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุคสีดำสนิท ตรงข้ามกับโทนสีอบอุ่นสไตล์พรินเซสที่ฉันชื่นชอบ ดูไม่ต่างจากห้องนอนสไตล์โกธิคในปราสาทผีสิงเท่าไหร่นัก แม้ตัวอาคารนี้จะมีความสูงถึงตึก 5 ชั้น และกระจกกั้นเสียงที่ไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้เลย 


            “ชินกับสถานที่ใหม่รึยัง ว่าที่เจ้าสาวของฉัน J


            อ้อ และยังมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้อง ใช้สำหรับสื่อสารกับผู้คนจากภายนอก และเจ้าของเสียงยียวนพร้อมใบหน้าชวนขนหัวลุกก็ไม่ใช่ใครที่ไหน...


            “ใครบอกว่าฉันจะแต่งงานกับนาย” ฉันสะบัดหน้าหนีคนที่ลักพาตัวฉันมาไว้ที่นี่ ทำให้รอยยิ้มกว้างเหมือนซาตานประสาทกลับนั่นหุบลงทันที

 

            “ใจร้ายจังนะ ฉันแค่อยากจะทำดีกับเธอแค่นั้นเอง =^=” ยูทัส คิดเบ้ปาก


            “นายขังฉันไว้ที่นี่ทำไม!!


“บนหัวเตียงมีปุ่มเรียกคนรับใช้ได้ทุกเมื่อที่เธอต้องการ ระบบรักษาความปลอดภัยก็ดีเยี่ยม ห้องที่เธออยู่ก็กว้างระดับโรงแรมเจ็ดดาว แถมยังมีกระจกมองเห็นทิวทัศน์ได้สุดลูกหูลูกตา...นี่ไม่เรียกว่าขังสักหน่อย”


            “ฉันไม่ได้ท้อง นายเข้าใจผิดแล้ว!


            “ฉันรู้ J


            “วะ...ว่าไงนะ!


            “ไม่ว่าเธอจะพูดจนปากเปียกปากแฉะ ก็ไม่มีใครสนใจเธออยู่ดี สู้หนีไปให้ไกลจนกว่าเรื่องจะซามันไม่ดีกว่าหรอ”


            “นาย...หมายถึง...”


            “ฉันมีบ้านพักตากอากาศอยู่หลายหลังที่ฮาวาย เธอจะต้องไปอยู่ที่นั่นจนกว่าข่าวจะเงียบ ขืนเธอยังอยู่ที่เมืองนี้และพยายามออกมาแก้ข่าวทุกวันเช้าเย็น มันก็ไม่มีทางที่คนในเมืองจะลืม”


            “นี่นายคิดจะช่วยฉันหรอ ไม่จริงมั้ง!


            เออว่ะ! ทำไมฉันไม่คิดหนีไปอยู่ที่อื่นแบบนี้บ้างนะ มัวแต่คิดจะตีกับพวกสื่อตลอดเวลา เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง ถ้าคิดให้เร็วกว่านี้ฉันคงหนีไปนอนจิบไวน์ขาว ว่ายน้ำกับปลาโลมาที่สุดขอบโลกนานแล้ว! T^T


            “เพื่อความสบายใจของครอบครัวๆ หนึ่ง ฉันก็ยินดีจะทำ”


            อะไรนะ....หมอนั่นพูดว่าครอบครัวงั้นหรอ?


            “การมีอยู่ของเธอทำให้ไอ้ลอว์มันเอาแน่เอานอนไม่ได้ จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ ที่พวกเธอสองคนยังติดต่อกันอยู่”


            “มะ...มันก็แค่ความบังเอิญ ฉันกับหมอนั่นไม่ได้มีอะไรสักหน่อย เราตัดขาดกันไปแล้ว!


            “งั้นเธอก็จะใช้ความเห็นแก่ตัวอยู่ที่นี่ เพื่อทำลายครอบครัวของหมอนั่นงั้นสิ!


            ฉันหุบปาก หน้าชา พูดอะไรไม่ออก ที่คิดพูดมันก็ถูก...ต่อให้เราไม่ได้ตั้งใจจะเจอหน้ากัน ก็กลายเป็นว่าฉันต้องเผชิญหน้ากับหมอนั่นทุกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไหนจะสถานะของหมอนั่นที่แต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ถ้าฉันยังอยู่ต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก


            ...มันก็ไม่ต่างไปจากผู้หญิงหน้าเลือดคนหนึ่งที่มีข่าวว่ายุ่งกับสามีคนอื่นไม่เว้นวันอยู่ดี


            “ฉันทำเพื่อบอนนี่ ฉันอยากเห็นยัยนั่นมีความสุขกับคนที่ตัวเองรัก และไม่ต้องคิดมากเรื่องแบบนี้อีกแล้ว”


            “...”


            “ถ้าเธอจะหายไปเพื่อลอว์ ฉันก็อยากจะขอบคุณ”


            “ก็ได้...แต่...” ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพูดออกไปหลังจากตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว


            “เอ๋?”


            “นายต้องมีค่าพักร้อนให้ฉัน และต้องทำหนังสือลาพักร้อนยาวไปยังบริษัทท่าเรือของฉันเพื่อไม่ให้เกิดข่าวลือว่าฉันละทิ้งการงาน ฉันจะอยู่จนกว่าจะพอใจ จะเป็นปีๆ หรือตลอดชีวิตก็ได้ แค่ไม่ต้องเจอหน้าหมอนั่นแค่นั้นก็พอใจแล้วใช่มั้ย”


            “รับรองว่าเธอต้องชอบมันแน่ๆ”


            “นายเนี่ยทำเรื่องดีๆ กับคนอื่นก็เป็นเหมือนกันนะ”


            “ฉันต้องไปทำธุระต่อ แล้วเราจะคุยเรื่องนี้อีกทีตอนหัวค่ำ ระหว่างนี้เธอยังมีเวลาเปลี่ยนใจนะนามิ”


            “ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ฉันตัดสินใจแล้ว” ฉันยิ้มและกดรีโมทปิดหน้าจอมอนิเตอร์นั่น ก่อนจะเดินไปล้มตัวลงบนเตียงขนาดใหญ่กลางห้อง โทรศัพท์ที่พกติดตัวมาด้วย โชว์หน้าจอว่างเปล่าเพราะไร้สัญญาณโทรศัพท์ ป่านนี้วีวี่จะเป็นยังไงบ้างนะ... ยัยนั่นคงอกแตกตายตามหาฉันให้วุ่นไปหมด ทุกคนคงจะสมน้ำหน้าและโล่งอกที่ฉันได้หายไปจากเมืองนี้เร็วๆ สักที...


            และหมอนั่น...ก็คงจะดีใจเหมือนกัน


            “ให้มันเป็นแบบนี้แหละ ดีที่สุดแล้ว”

 

 




            ปึก...


            “เรียบร้อยแล้วรึยัง?”

           “ยิ่งกว่าเรียบร้อย ยัยนั่นตกลงโดยไม่ได้คิดอะไรเลยด้วยซ้ำ”

 

            เอ๊ะ...นั่นมันเสียงอะไรน่ะ? -_-;


            ฉันเงยหน้าขึ้นจากเตียงแล้วลุกไปตามเสียงที่ดังขึ้นในห้อง มั่นใจว่ามันไม่ได้มาจากด้านนอกนี้แน่ๆ...

            “ช่างเป็นผู้หญิงที่โง่จริงๆ”


            เสียงนั่นดังมาจากจอมอนิเตอร์ที่ฉันเพิ่งจะปิดไป แม้จะมองไม่เห็นว่าเจ้าของเสียงเป็นใคร และมันก็อู้อี้เหมือนกำลังเคลื่อนที่ไปไหนสักแห่ง แต่ความทรงจำของฉันไม่ได้แย่ถึงขนาดแยกไม่ออกว่ามันมาจากใคร...


            ดูเหมือนคิดจะลืมปิดลำโพงจากฝั่งตัวเอง!!


            “ฉันรู้ๆ ยัยนั่นนะโง่มาก แค่เอาเงินมาล่อก็รีบตัดสินใจไม่คิดหน้าคิดหลังอะไรแล้ว”


            “นายจะส่งหล่อนไปที่ฮาวายจริงๆ น่ะหรอ”




              สะ...เสียงนี้!!!

            จิเวลลี่ บอนนี่!!!


[50%]

 


ทราฟาลการ์ ลอว์นั่งกดปุ่มเปิดปิดกระจกรถอย่างใจลอย สายตาจ้องมองลานจอดเครื่องบินส่วนตัวที่อยู่ห่างออกไปไม่มาก เมื่อจู่ๆ บอนนี่ หญิงสาวซึ่งปัจจุบันคือภรรยาของเขาบอกให้มารับที่สนามบินเพราะเรื่องอะไรสักอย่าง ทั้งที่ยัยนั่นไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะกับการนั่งรถไร้คนขับส่วนตัวเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหนูลิ้นเทพเจ้าแห่งวงการอาหารที่หาตัวจับได้ยากแบบนี้ด้วยแล้ว


รถลิมูซีนสีดำปลาบโฉบเข้ามาจอดข้างๆ รถของลอว์ เขาลงจากรถเพราะรู้ดีว่าคนในรถคือใคร ผมสีแดงเพลิงของคิดและรอยยิ้มยียวนยังคงกวนใจลอว์ไม่น้อย แต่เขายังคงเก็บอารมณ์ไว้ภายใต้ใบหน้าตายสนิท


“สวัสดีคุณหมอ”


“ฉันรู้ว่าแกจะทำอะไร รีบๆ พูดมาให้จบ” ลอว์ถอนหายใจพรืดและมองนาฬิกาเพราะเขามีนัดผ่าตัดใหญ่ตอนสองทุ่ม


“โว้ ฉันรู้ว่าแกหงุดหงิด กับสิ่งที่ฉันทำ”


               ภาพนามิถูกเฮลิคอปเตอร์โฉบตัวไปจากห้องประชุมของโรงพยาบาล ทำให้ลอว์หงุดหงิดใจไม่อยู่กับเนื้อตัวมากเป็นที่สุด เขาอยากใช้อำนาจที่มีทั้งหมดพาเธอกลับมา ค้นหาเธอให้ทั่วว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน เป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่ใช่มายืนรอรับภรรยาตัวเองอย่างใจเย็นแบบนี้


               ใช่...

               ความรุ่มร้อนในอกนั่นไม่ได้รับการปลดปล่อย เพราะในที่สุดแล้วตัวเขารู้ดีว่ามันเป็นฝีมือของใครและเพื่ออะไร ขืนบ้าบิ่นทำอะไรแบบไม่คิดให้ดีๆ และรวบตัวยัยนั่นกลับมา ก็ไม่รู้ว่าผลที่ตามมาจะเป็นยังไง


               “แกจำตอนเราเด็กๆ ได้มั้ย ที่ฉันกับบอนนี่ชอบไปเล่นบ้านแกบ่อยๆ เพราะพ่อเราคุยธุรกิจด้วยกัน” คิดพิงหลังกับรถลิมูซีนของตัวเองและหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบ


               “ถามทำไม”


               “ฉันชอบเอาตุ๊กตาของบอนนี่ไปซ่อน แต่สุดท้ายพวกเราสามคนก็ต้องไปหาด้วยกันเพราะฉันจำไม่ได้ว่าเอาไปซ่อนที่ไหน “สุดท้ายมันก็ดึกมากจนฉันกับบอนนี่ต้องกลับ แต่ในที่สุดแกก็หาจนเอามาคืนให้ยัยนั่นได้”


               “เออ แกมันไอ้เด็กชั่ว”


               “ไม่แปลกใจว่าทำไมยัยนั่นถึงได้เลือกแก...เพราะไม่ว่าของมันจะหายไปไหน ทราฟาลก้าร์ ลอว์ก็จะตามไปหาจนเจอให้ได้ในที่สุด”


               “คิด แกอยากจะสื่ออะไร” ลอว์เริ่มหงุดหงิด เวลาของเขาคือชีวิตคนไข้ทั้งชีวิต


               “แล้วทำไมคราวนี้แกไม่หาคนที่แกต้องการอยากจะเจอ ทำไมถึงไม่เดือดร้อนเหมือนที่ผ่านๆ มา”


               “...”


               “หรือว่าไม่ได้รู้สึกอะไรมากขนาดนั้น?


               เปล่า...

               เพราะรู้สึกมากต่างหากล่ะ แต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายัยนั่นรู้สึกยังไง ไม่เคยแม้แต่จะบอกความในใจออกมาให้รับรู้ ก็จริงอยู่...ในตอนที่เราทั้งคู่แกล้งทำเป็นคู่หมั้นหลอกคนทั้งเมืองมันอาจจะกำกวมไปหมดจนเผลอคิดเข้าข้างตัวเองว่าใจเราทั้งคู่อาจจะตรงกัน


               แต่ในเมื่อต่างคนต่างกลับไปใช้ชีวิตในโลกของตัวเองตามที่ใจต้องการ


               ลอว์ได้กลับมาเจอบอนนี่ผู้ซึ่งเคยเป็นโลกทั้งใบของเขา นามิได้กอบกู้ธุรกิจครอบครัวโดยไม่ต้องแกล้งหมั้นกับใครอีก สำหรับเขาเธอดูมีความสุขกับสิ่งตรงหน้า และขืนเขาเข้าไปยุ่มย่ามอย่างไม่คิดให้ดี คนที่จะต้องโดนสังคมรุมทึ้งก็คงไม่พ้นนามิอยู่ดี


               ภาพผู้หญิงตัวผอมเล็กไว้ผมสีส้มยาวสลวย ใบหน้าสวยราวกับรูปปั้นแกะสลักเทพีโรมัน คนที่ชอบตกใจ โวยวายไปกับทุกสิ่ง เห็นเงินเป็นสิ่งที่สำคัญแบบนั้น ถึงภายนอกจะดูแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ภายในเธอคือเด็กสาวที่นั่งร้องไห้อยู่ในมุมมืดตลอดมา ไม่มีเหตุผลที่จะต้องลากเธอเข้ามาวุ่นวายกับเมืองสกปรกนี้อีก


               ให้มันเป็นแบบนี้คงดีที่สุดแล้ว...


               “ฉันรู้ว่าแกเป็นคนเอานามิไป อยากจะทำอะไรก็ทำ ฉันจะไม่ตามหายัยนั่นอีกแล้ว”


               “โว้ว เย็นชาจังเลยนะ คุณหมอ”


               เสียงเรียกเข้ามือถือทำให้ลอว์ไม่ตอบคิด มันเป็นข้อความจากบอนนี่บอกว่ากำลังจะมาถึงในอีกไม่ช้านี้ ลอว์บอกลาคิดสั้นๆ และขับรถออกไปด้วยความเร็วสูงโดยไม่ได้เอะใจเลยว่า...


               “นี่คือคำขอสุดท้ายของเธอ ได้ยินแล้วใช่มั้ย” คิดยันตัวขึ้นมาจากการพิงรถ และหันไปหากระจกติดฟิล์มทึบแสง ด้านหลังกระจกเป็นหญิงสาวสวมแว่นกันแดดปิดใบหน้าไปกว่าครึ่ง แต่เส้นผมสีส้มสดยังคงโดดเด่นเป็นชีวิตชีวาไม่เสื่อมคลายแม้ใบหน้าของเธอจะราบเรียบก็ตาม


               “อืม”


               “เธอนี่มันตลกจริงๆ ในวินาทีสุดท้ายก็ยังอยากได้คำยืนยันจากคนที่ไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่นิด”


               “หุบปากน่า... ฉันไม่สนใจหรอก คนหน้าตายแบบนั้นน่ะ”


               “...”


               “ไม่มีวัน”


               คิดหันหลังไปพิงรถอีกครั้ง ก่อนจะหยิบผ้าเช็ดหน้าจากในสูทหย่อนผ่านช่องเล็กๆ ระหว่างกระจกรถที่ถูกเปิดออก มันตกลงบนตักของนามิพอดิบพอดี


               “ยังพอมีเวลากว่าเครื่องจะออก ฉันจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน”


               “เฮอะ ฉันไม่ใช่พวกรักการดราม่าน้ำตาแตกอะไรขนาดนั้น มันก็แค่...”


               มันก็แค่เรื่องราวที่ผ่านมาทั้งหมดนั้นกำลงจะจบลงแล้ว จบแบบที่จะไม่มีวันได้เจอกันอีก วินาทีที่แล้วนามิรู้สึกว่าเธอยังคงมีหวังแม้จะเป็นเพียงเสี้ยวนาทีสั้นๆ ที่เธอได้มองเห็นเขาผ่านฟิล์มทึบแสงซึ่งกั้นทั้งสองคนเอาไว้บางๆ แต่ห่างไกลกันเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เธอหวังจะให้เขาสังเกตเห็นเธอ กระชากเธอลงจากรถ หนีไปในที่ๆ จะไม่มีใครหาเจอหรือเขียนข่าวพาดพิงเสียๆ หายๆ อีกต่อไป


               แต่หลังจากได้ยินคำพูดที่พยายามจะตัดขาดเธอออกไป โดยไม่คิดจะตามหาอะไรอีกนั้น มันชัดเจนแล้วว่าวินาทีนี้ มีแค่เธอที่รู้สึกไปเอง แอบคิดเข้าข้างไปเองว่าเขาคงชอบเธออยู่บ้าง แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่...


               “คิด”


               “ว่าไง”


               “ฉันอยากไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด”


               “...”


               “ชักอยากรู้แล้วว่าทะเลฮาวายจะสวยขนาดไหน ตื่นเต้นจัง... >O<


               คิดยิ้มมุมปากอย่างเศร้าๆ ให้กับประโยคนั้นที่เจ้าของคำพูดพยายามทำตัวให้เป็นปกติมากที่สุด ทั้งที่ในน้ำเสียงสดใสนั้นสั่นเครือเต็มไปด้วยความเสียใจ



               เขาคิดมาตลอดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนหน้าเงินไร้หัวใจ แต่ตอนนี้ เขาคิดผิด




[100%]





TALK WITH WRITER

ตอนนี้กรีดหัวใจสุดๆ เลยยยย ใกล้จะจบแล้วนะคะทุกคน 

ฮืออ  มาเอาใจช่วยคู่นี้กันเร้วววว 

ปล. ขอโทษที่มาอัพช้านะคะ แง ไรต์เปลี่ยนคอมใหม่เลยต้องมาอ่านทบทวน

เนื้อเรื่องใหม่เพื่อแต่งต่อค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ จะทำให้ดีที่สุดค่ะ เย้ \ ( ^ O ^) /



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

307 ความคิดเห็น

  1. #305 -ymmij (@-ymmij) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 15:42
    มีคนอยู่ข้างนามิบ้างมั้ยเนี่ย!
    #305
    0
  2. #288 paerwlovely255 (@paerwlovely255) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 15:47

    ชอกมา มาต่าเร็วๆๆนะ

    #288
    0
  3. #287 nok (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 00:23

    มาต่อเร็วน๊าสงสารนามิมากคุณหมอปากก็แข็ง

    #287
    0
  4. #284 Pampam_Per (@Pampam_Per) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 04:42
    บีบคั้นอารมณ์ฝุดๆ (;_;) แต่งดีมากค่ะ
    #284
    0
  5. #283 diamonside (@diamonside) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 19:23
    สงสารนามิ เจ้าลอว์ นาย!!!

    //ไรท์มาแล้วว ฮืออ เราดีใจจ
    #283
    0
  6. #281 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 21:26
    นามิๆๆๆๆๆ สู้ต่อไปนะหล่อนนนน
    #281
    0
  7. #261 Auronie. (@nic_ha_da) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 01:45
    ดีใจที่ไรท์กลับมาอัพแล้ว ยังรออยู่เสมอเลยนะคะ TT
    #261
    0
  8. #258 Pampam_Per (@Pampam_Per) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 มกราคม 2562 / 22:22

    งื้อออ สนุกมากค่าา รีบมาอัพต่อนะคะ สู้ๆ

    #258
    0
  9. #253 diamonside (@diamonside) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 02:20
    นังนี่มันร้ายย สู้ๆน้าา
    #253
    0
  10. #234 nurifiew (@nufiew) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 13:03

    รอไรท์อัพอยู่นะคะ

    #234
    0
  11. #231 jan00025 (@jan00025) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 04:23
    รออยู่น้ะคะไรท์ ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ
    #231
    0
  12. #228 แพรส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 10:01
    เมือไรจะมาอัพ...
    #228
    0
  13. #227 ดามา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2560 / 10:00
    มาอัพต่อนะชอบมากเลย.....
    #227
    0
  14. #226 Lingz Lingz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 11:03
    เอ่ะ! โนววว รอค่ะ!!!
    #226
    0
  15. #225 Lingz Lingz (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 11:03
    เอ่ะ! โนววว รอค่ะ!!!
    #225
    0
  16. #224 torao-d-water (@torao-d-water) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 17:55
    อัพต่อเถอะพรีสสสส มันค้างงงงง
    #224
    0
  17. #222 กะปุกกะปุย (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 20:27
    ตายแน่นามิ ลอว์รีบมาช่วยด่วน!!!!
    #222
    0
  18. #221 มามิ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2560 / 00:06
    มาอัพต่อเถอะ พลีสสสสส
    #221
    0
  19. #220 ♚GIZIBE♚ (@crazy_21) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 22:43
    มาอัพต่อเดี๋ยวนี้!!!
    #220
    0
  20. #219 tktakaru (@tktakaru) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 23:49
    รีบมาอัพอีกนะค่ะรอๆๆๆๆๆอยู่นะะะะะ
    #219
    0
  21. #218 oTartaruSo (@A-D_C) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 23:06
    รอคอยเธอมาแสนนาน~ ในที่สุดไรท์ก็มา
    หมอจะรู้ไหมนี่ว่าบอนนี่กับคิดรวมหัวกันเนี่ย
    นามิเอ๋ยเธอนี่ซวยจริงๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กรกฎาคม 2560 / 23:06
    #218
    0