ONE PIECE. - LOVELY TAXI METER.

ตอนที่ 19 : TAXI METER 17 : ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    14 มิ.ย. 60

     


      คุณจะเป็นคนสำคัญของผมเสมอ

      ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...

 


            เราทุกคนต้องเคยคิดสั้น มันอาจเป็นอารมณ์สั้นๆ ที่แทรกเข้ามาเวลาที่โลกของเราแหลกสลาย หรืออาจเตรียมการมาเป็นอย่างดี เตรียมพร้อมจะโบกมือลาให้กับโลกที่แสนเส็งเคร็งใบนี้...


            คนที่ทำให้เรารู้สึกไร้ค่านั้นอาจมาจากภายนอก บุคคลรอบข้าง หรือตัวเราเองที่อ่อนแอลง...


            คุณอาจจะโดนผู้ชายที่ตัวเองรู้สึกดีด้วย (นิดหน่อยเท่านั้น) ทิ้งเพราะคุณเลือกเงิน อาจจะโดนสังคมประณามเพราะคุณเห็นเงินสำคัญกว่าศักดิ์ศรี คนรอบตัวคุณที่จริงใจด้วยอาจจะนับคนได้ อาจจะไม่มีใครรักคุณเลย พวกเขาคอยแต่จะสับขาและหัวเราะเยาะเมื่อคุณล้มหัวทิ่ม


            สิ่งเหล่านี้อาจทำให้เราอ่อนแอ ไร้ที่พึ่งและเลือกความตายเป็นสิ่งสุดท้าย...


            และใช่...ฉันก็เป็นหนึ่งในเหยื่อแห่งความอยุติธรรมนี้ เพราะฉะนั้นฉันขอยุติความวุ่นวายทั้งหลายเหล่านี้แหละเลือกที่จะ...




 

            “พิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยน ขอบบาง ไซส์ใหญ่ 1 ถาด ขนมปังกระเทียมดับเบิ้ลชีส สปาเกตตี้คาโบนาร่าพิเศษเส้น และโปรโมชั่นเมื่อซื้อครบ 500 บาทเราแถมน้ำอัดลมให้หนึ่งขวดใหญ่ ขอให้มีความสุขกับพิซซ่าคอมปอมปอม 191 ถุ้ย!...จ่ายคืนฉันมาด้วยนะยะ!!


            “เออๆ ติดไว้ก่อนแล้วกัน ขอบคุณมากนะจ๊ะ ยัยตัวแสบ” ฉันรับถุงอาหารจากวีวี่ แล้วเดินลัลล้าเข้ามาในห้องคนไข้ราวกับตัวเองกำลังวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์

 

 


            “นี่น่ะหรอ สีหน้าของคนที่เป็นข่าวว่าท้องไม่มีพ่อ -_-” ยัยวีวี่เพื่อนรักคนเดียวของฉันในชีวิตนี้ ยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงโซฟาก็รีบคว้ารีโมตโทรทัศน์มาเปิดดูข่าวทันที


            “ก็อาหารโรงพยาบาลมันไม่อร่อยนี่  -3-” ตั้งแต่เกิดข่าวเมื่อวาน ฉันก็เอาแต่อยู่ในห้องนี้ไม่ได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ตัดขาดจากโลกภายนอกทุกทิศทาง แม้แต่โทรทัศน์ก็ไม่คิดจะดูเพราะมันยิ่งทำให้ฉันประสาทกินเข้าไปใหญ่


            “ถ้าฉันไม่มานอนอยู่เป็นเพื่อนแก ป่านนี้คงเน่าคาห้องนี้ไปแล้วแน่ๆ TOT” ยัยวีวี่ขี้โวยวายกลัวว่าฉันจะคิดสั้นเรื่องข่าว จนต้องหอบข้าวของมานอนเฝ้าฉันเป็นเพื่อน ถึงหล่อนจะปากร้ายและชอบกระจายข่าวจนฉันต้องเดือดร้อนหลายๆ ครั้ง แต่เธอก็เป็นเพื่อนคนเดียวที่ฉันมีเหลืออยู่


            “คิดสั้นบ้าบออะไร พิซซ่าต่างหากจะเยียวยาทุกสิ่ง”


ฉันกระโดดขึ้นเตียงคนไข้ แกะพิซซ่าและอย่างอื่นออกมาจัดเรียงบนเตียง เรื่องน้ำหนักเอาไว้ก่อนแล้วกันนะ เพราะคนสวยทำอะไรก็ไม่ผิด!


            “แล้วแกจะเอายังไงต่อ” ยัยวีวี่ที่ตอนแรกทำเป็นไม่สนใจ กลับลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงและหยิบพิซซ่าเข้าปากเนียนๆ โดยที่ฉันยังไม่ทันออกปากชวน...นังนี่  -_-     

 

            “ฉันจะทำอะไรได้วะ ตั้งโต๊ะแถลงข่าวไปก็เท่านั้น เดี๋ยวพอไม่เห็นท้องฉันป่องขึ้นมาสักที เรื่องมันก็ซาไปเองนั่นแหละ”


            “แต่ดูเหมือนคนที่เดือนร้อนจะไม่ได้มีแค่แกน่ะสิ”


            “ทำไมล่ะ ข่าวก็ออกโต้งๆ ตั้งแต่เมื่อวานว่าฉันเป็นซิงเกิ้ลมัมไม่ใช่เรอะ ละทำไม...” ฉันวางพิซซ่าลง กระเดือกน้ำลายช้าๆ และหันหน้าไปมองโทรทัศน์ที่เปิดค้างไว้


 

          และในตอนนี้ทางเราได้รวบรวมผู้ต้องสงสัยว่าจะเป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องกับไฮโซสาวน. นั่นคือ...

1.      ทราฟาลก้าร์ ลอว์

2.       ยูทัส คิด

            โดยทราฟาลก้าร์ ลอว์นั้นได้ออกเดทกับคุณน. อยู่เป็นระยะหนึ่งก่อนจะยุติลงเพื่อแต่งงานใหม่กับครอบครัวนักธุรกิจอาหารชั้นนำ ส่วนยูทัส คิดนั้นเป็นเพียงการสนทนาสั้นๆ ตามงานสังคมและสถานบันเทิงไม่กี่ครั้งเท่านั้น...หรือบางทีอาจจะมีบุคคลที่ 3 4 5...หรือไม่ อย่างไร ทางเราขอ...

 



          “โอ้พระเจ้า...”


          ปี๊บ!!! โครม!!!

             รีโมตโทรทัศน์ถูกเหวี่ยงใส่หน้าจอจนกระจกร้าวเป็นจุดเล็กๆ บนรูปภาพข่าวของยูทัส คิด ความแรงทำให้ถ่านในรีโมตกระจายลงพื้น ความเสียหายตรงหน้าไม่สร้างความวิตกให้เท่ากับความเสียหายในศักดิ์ศรีและการมีอยู่ของฉันเลยสักนิด


            นี่พวกมันคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงที่มั่วไปนอนกับใครก็ได้ล่ะสิ!! ไม่จริ๊ง ไม่จริงงง ยอมรับว่าบางทีถึงฉันจะหน้าเลือด คลั่งเงินแอบทำตัวเลวๆ ด้วยการ แอบจิ๊กโดนัทในร้านขนม แอบลองเครื่องสำอางฟรีแล้วไม่ซื้อตามบูทในห้าง แต่ก็ไม่ได้หน้ามืดตามัวฟาดเรียบไปทั่วนะโว้ยยย


            “ใจเย็นๆ ก่อนนามิ พวกนั้นกะเอาเราตายจริงๆ แย่ชะมัด...ว่าแต่ใครเป็นคนขายข่าวให้สื่อกัน”


            “แค่อยากได้เงินไม่เห็นต้องทำลายชีวิตคนอื่นขนาดนี้” ฉันเข้าใจว่าทุกอาชีพนั้นต้องเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ในโลกที่เงินขับเคลื่อนทุกสิ่ง ใครๆ ก็ต้องถีบตัวเองขึ้นไปทั้งนั้น แต่ครั้งนี้มันเกินไป...


            “บางที...ฉันว่าเราควรให้ลอว์ช่วยเราดีมั้ย พวกนั้นมีอิทธิพลมากกว่า บางทีพวกสื่ออาจจะหยุด...”


            “ให้ฉันไปก้มหัวอีตาหน้าตายนั่นน่ะหรอ อย่าหวัง!!!” เชอะ! แค่คิดก็ขนลุกจะแย่อยู่แล้ว โดนเทยังไม่พอ จะให้แบกหน้ายับๆ ไปขอความช่วยเหลืออีกงั้นหรอ รับรองว่านอกจากจะโดนหัวเราะเยาะจนน้ำลายกระเด็นใส่คงไม่คิดยื่นมือเข้ามาช่วยแน่ๆ!! =^=


            “แล้วแกจะเอายังไง”


            “บอกพยาบาลว่าฉันต้องการหมอ”


            “อะ...อะไร จู่ๆ อาการก็กำเริบงั้นหรอ? O_O


            “เรียกมาเถอะน่า วีวี่!!


            “ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปหา...”


            “และแน่นอนว่าหมอคนไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ ทราฟาลก้า ลอว์!!!




           

 


            หกโมงเย็น...

          แชะ!!! แชะ!!! แชะ!!!

           


            วีวี่เดินลงจากเวทีหลังพาฉันที่นั่งอยู่บนรถเข็นไปที่แถลงข่าวได้สำเร็จ ไม่มีหมอ ไม่มีคนสนิทนั่งประกบข้าง ในห้องประชุมหนึ่งของโรงพยาบาล บนเวทีนี้มีเพียงแค่ฉันในชุดคนไข้ หน้าสด ผมไม่ได้สระ พร้อมสายสายน้ำเกลือยาวรุงรัง


            “ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้นะคะ ฉันทราบดีว่าตอนนี้ใครๆ ก็อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” ฉันเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ไมค์ รู้สึกว่าเสียงตัวเองสั่นนิดๆ


            “ฉันมารักษาตัวที่โรงพยาบาลนี้ เพราะก่อนหน้าฉันได้ไปรวมงานการกุศลของคุณนายโจล่า และเกิดอาการแพ้แอลกอฮอล์กะทันหัน ก็เลยต้องมาพักอยู่ที่นี่ ส่วนในคลิปที่มันถูกแพร่ออกไป ฉันไม่ทราบว่าใครเป็นคนปล่อย เพียงแต่...”


            “มีรายงานว่าคุณท้อง นั่นเป็นความจริงมั้ยคะ?!


            “ตอนนั้นฉันแค่ดื่มน้ำอัดลมและมันยังไม่สร่างดี ภาพมันก็เลยออกมาอย่างที่เห็น”


            “ถ้าคุณไม่เป็นอะไร แล้วทำไมถึงยังหลบอยู่ในโรงพยาบาลอยู่ล่ะครับ หรือว่ากำลังรออะไรอยู่กันแน่?”


            “ฉันขอถามกลับ คุณจะมีอารมณ์เดินห้างมั้ยคะ ถ้ารู้ตัวว่าเพิ่งไปฆ่าคนตายมา สู้เก็บตัวเงียบๆไว้ไม่ดีกว่าหรอคะ -_-


            “มีภาพคุณเดินออกมาจากคฤหาสน์ของทราฟาลก้า ลอว์ และนั่นเป็นเวลาเดียวกับที่อาการของคุณเริ่มแสดงออกมา พอจะยืนยันได้มั้ยคะ!


            “ไร้สาระ พวกคุณไปเอาข่าวนั่นมาจากไหน -_-


            “เพราะคุณรู้สึกโกรธที่ทราฟาลก้า ลอว์หักหน้าคุณด้วยการไปแต่งงานกับคนอื่นใช่มั้ยครับ เลยทำประชดด้วยการเข้าโรงพยาบาล?”


            “คุณนามิแอบรักคุณทราฟาลก้า ลอว์จนคิดสั้นถึงขึ้นกินยาฆ่าตัวตาย เป็นเรื่องจริงมั้ยคะ?”


            “มีคนเห็นกับยูทัส คิดที่ร็อค เฮฟเว่น พวกคุณมีความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่ครับ!


            “คุณนามิครับ!!


            “คุณนามิคะ!!!


            “ขอสอบถามหน่อยครับ!!

 


แสงแฟลชวูบวาบชวนให้คิดถึงชีวิตครั้งที่ยังเป็นที่ยอมรับของสังคม ใครๆ ก็อยากรู้ว่าฉันกำลังทำอะไร  ใช้ลิปสติกสีอะไร กระเป๋าจากคอลเลคชั่นไหน เดทกับผู้ชายคนที่เท่าไหร่ ฟังดูแล้วกลายเป็นที่ต้องการของสังคม หากแต่ในคราวนี้คนพวกนั้นไม่ได้ต้องการอยากรู้สิ่งที่ประดับอยู่บนตัวฉัน


            พวกเขาแค่ต้องการ สร้างอะไรที่มันขายได้ และทำให้ความคิดของคนอื่นๆ คล้อยตามสิ่งที่พวกเขาขายออกไป ยิ่งขายได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งน่าสนุก ยิ่งท้าทายมากขึ้นเท่านั้น หารู้ไม่ว่าอาจไม่มีความจริงอยู่เลย


และต่อให้ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด ต่อให้ฉันพูดอะไรไป พวกเขาก็คงไม่สนใจอยู่ดี


            ฉันต้องทำยังไงนะ...ปากก็ดันมาแข็งทื่อ นึกอะไรก็ไม่ออก แสงแฟลชทำตาพร่ามองอะไรไม่เห็นหมด


            ถ้าวิ่งหนีไปตอนนี้จะยังทันมั้ยนะ ...โง่น่า ดันลงทุนแกล้งนั่งรถเข็น แกล้งติดสินบนให้หมอต่อสายน้ำเกลือให้ดูน่าสงสารแบบนี้จะหนียังไงได้เล่า TOT



            หวอออออ หวออออ!!

            ซู่ววววววววว!!!


            จู่ๆ สัญญาณไฟไหม้ก็ร้องขึ้น ทำให้สปริงเกอร์ปล่อยน้ำลงมาจากเพดานอย่างรวดเร็ว เราทุกคนในห้องโวยวายเพราะไม่ทันตั้งตัว พวกนักข่าววงแตกกระจายกำลังหายไปอย่างรวดเร็วเพราะน้ำจะทำให้กล้องและแล็ปท็อปสูญเสียข้อมูลที่สำคัญไปได้


            เหลือเพียงแค่ฉันที่ยังยืนงงท่ามกลางสายน้ำที่ตกลงมาจากด้านบน


            “อะ...อะไรกันเนี่ยยยยย =[]=



            ปึก...


            ทันใดนั้นฉันก็รู้สึกว่าไม่มีน้ำตกใส่หัวอีกแล้ว แต่กลับมีเงามืดๆ ทาบลงบนตัวฉันแทน พอเงยหน้าขึ้นก็พบว่ามีร่วมคันใหญ่กางอยู่ด้านบน และ...


            เจ้าของร่มที่มีใบหน้าเปียกปอนไปด้วยหยดน้ำ เพราะเสียสละพื้นที่ร่มมาให้ฉัน คิ้วของเขาหมวดปมแน่น ริมฝีปากเหยียดตรงไร้ความรู้สึก เส้นผมสีดำและเคราลู่แนบกับใบหน้า ดวงตาสีนิลที่ดูหงุดหงิดเป็นพิเศษ ...พิเศษจนน่าหมั่นไส้...


            “ไม่มีคนไข้สติดีที่ไหนมายืนให้ตัวเปียกทั้งที่ยังนั่งรถเข็น ต่อสายน้ำเกลือแบบนี้หรอกนะ -_-


            “ฉันไม่ได้ขอให้นายมาช่วย”


            “ไม่เป็นไร พอดีเป็นคนใจกว้าง -_-


            “นั่นไม่ใช่คำชมโว้ยยยย” ฉันสะบัดหน้าหนีลอว์ แต่หมอนั่นก็ยังไม่ดึงร่มกลับไปกางให้ตัวเอง


            “คุณสบายดีนะ”


            “...อะ...อะไรของนาย”


            “ก็นี่เป็นครั้งแรกที่เราเพิ่งจะได้คุยกัน...แบบดีๆ”


            “...”


            “คุณเอาแต่หนีผม”


            “ฉันสบายดีและสบายใจได้ ฉันไม่ได้ท้องกับนายหรือใครทั้งนั้น บอกไว้เผื่อว่าเมียนายจะประสาทกินเพราะฉันอีก”


            “ดีดี้หรืออาเหม็ดสบายดีมั้ย...” ลอว์ถามถึงถุงแป้งที่พวกเราใช้เล่นเกมส์พ่อแม่ลูกตอนที่ไปทะเลเพื่อชิงรางวัล 10 ล้านเบรี


            “ฉันทิ้งไปตั้งนานแล้ว ราขึ้นจนดูไม่ได้เลยแหละ ของแบบนั้นเก็บไว้ก็ไม่มีประโยชน์” ฉันโกหก


            “คุณโกหก” ...ชิ!! ทำไมฉลาดแบบนี้วะ =[]=


            “โอ๊ยยยย เลิกมายุ่งกับฉันทีเถอะ นายมีชีวิตใหม่ของนายแค่นี้ก็ดีพอแล้ว ส่วนไอ้ข่าวพวกนี้เดี๋ยวมันก็ซาๆ ไปเองนั่นแหละ”


            “ข่าวพวกนั้นผมเห็นมาบ้างแล้วล่ะ ว่าแต่ทำไมยูทัส คิดถึงเข้ามาเอี่ยวด้วย”


            “ก็ไม่ทำไมทั้งนั้น คนแวดวงสังคมเดียวกัน ก็ต้องรู้จักกันบ้างสิ” ฉันตอบปัดเพราะไม่รู้ว่าจะยืนโง่อยู่ตรงนี้อีกนานแค่ไหน แต่ก็ถูกลอว์ดึงแชนไว้ได้ทัน


            “แต่ถ้าคุณยังไม่แน่ใจ โรงพยาบาลมีแผนกสูติ...”


            “นี่นายก็เอากับเขาด้วยหรอเนี่ย!!” ฉันขึ้นเสียง ทั้งที่มันเป็นประโยคธรรมดาๆ แต่ทำไมถึงรู้สึกโกรธจนอยากจะอัดหน้าใครบางคนขึ้นมาซะงั้น หรือเพราะ...แม้แต่เขาก็ยังไม่ไว้ใจฉัน


            “ผมแค่พูดในฐานะหมอคนหนึ่ง...”


            “ฉันจะเป็นยังไงมันก็เรื่องของฉัน นายไม่ได้อยู่ในจุดที่จะมาแส่เรื่องของคนอื่น โดยเฉพาะในตอนที่...” ตอนที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันเลย


            “...”


            “ขอร้องล่ะ นายช่วย...กลับไปใช้ชีวิตในโลกของนายให้ปกติที่สุด หรือทำเหมือนฉันไม่เคยมีตัวตนบนโลกนี้เลยก็ได้” ฉันยกมือขึ้นผลักร่มที่กำบังหัวตัวเองออก แล้วถอยหลังออกจากลอว์สองสามก้าว หมอนั่นแค่จ้องหน้าฉันนิ่งๆ ดูไม่มีความเสียใจแม้แต่น้อย ช่วยสำนึกกับสิ่งที่ทำลงไปบ้างไม่ได้เลยหรอ


            แล้วทำไมฉันถึงอยากให้หมอนั่นรู้สึกบ้างล่ะ...


            “น่าเสียดายนะ...ผมไม่ได้ไม่เชื่อใจคุณ” เขาแค่นหัวเราะแล้วหุบร่ม แม้น้ำจากสปริงเกอร์จะยังไม่หยุดไหลออกมาก็ตาม ระบบควบคุมโรงพยาบาลนี้มันห่วยชะมัด!


            “...”


            “ผมคิดแค่ว่าในเมื่อผมเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่อาจทำให้คุณเป็นข่าว ผมอาจช่วยคุณได้”


            “อย่ามาตลกน่า ฉันกับนายไม่เคยมีอะไรกันสักหน่อย แล้วนายจะมาช่วยฉันทำไม” ฉันยืนยันรอบที่ล้าน ทั้งลอว์และฉันเองก็รู้ดีถึงความจริงข้อนั้น เราอาจจะเคยนอนเตียงเดียวกันแต่มันไม่มีอะไรเกินเลยไปกว่านั้นแน่ๆ


            “ใช่ มันก็แค่ความคิดโง่ๆ ของผู้ชายคนหนึ่งที่หวังดีกับคุณ”


            “...”

           

            ลอว์เดินออกจากห้องไป สปริงเกอร์หยุดทำงาน พื้นห้องเอ่อนองไปด้วยน้ำ ชุดของฉันเปียกสภาพดูไม่ได้ ห้องประชุมกว้างๆ กลายเป็นห้องที่แคบจนน่าอึดอัดไปเลยเมื่อได้รู้ว่า...


            “นายต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ นายมันตัวปลอม นายไม่มีวันพูดคำนั้นออกมา เฮอะ! คิดจะพูดคำคมทิ้งท้ายให้ฉันใจเต้นงั้นหรอ ไม่มีทางซะล่ะ! =^=” ฉันพูดกับตัวเองเหมือนคนบ้า


            ตึกตัก...ตึกตัก...

            ไม่มีทาง...

           



            ปัง!

          ฟู่ววววววววว


            ให้ตายซี่...วันนี้มันวันอะไรกัน เกิดเสียงไม่น่ามงคลตลอดเลยแฮะ สงสัยจบเรื่องนี้ฉันคงต้องเจียดเงินไปทำบุญกรวดน้ำชุดใหญ่ให้ครบ 18 วัดไปเลยเพราะ 9 วัดไม่น่าจะพอ...


            ฉันหันไปและพบว่าหน้าต่างห้องประชุมถูกเปิดจากข้างนอก ลมและเสียงใบพัดทำให้ผ้าม่านปลิวว่อนไม่ติดขอบหน้าต่าง


            ดะ...เดี๋ยวเสียงใบพัดหรอ -_-;


            จู่ๆ ก็มีชายชุดดำปิดหน้าห่อตาซะเหมือนโจรก่อการร้ายโรยตัวลงมาจากด้านบน พวกนั้นปรี่เข้ามาปิดปากและรวบตัวฉันขึ้น ไม่ทันให้ฉันได้ร้องขอความช่วยเหลือจากใคร


            เพราะห้องประชุมนี้เป็นพื้นที่ส่วนตัวของโรงพยาบาลจึงจะมีน้อยคนที่เดินผ่านไปมามากกว่าตึกผู้ป่วย พวกมันอุ้มฉันขึ้นบันไดลิงที่ห้อยลงมาจากเฮลิคอปเตอร์สีดำสนิท และโยนฉันเข้าไปในห้องผู้โดยสาร ที่มีใครบางคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว...


            รอยยิ้มที่น่าขยะแขยงและสีผมเปลวเพลิงชวนขนหัวลุกนั่น...


            “ฉันอ่านข่าวแล้ว ไม่ต้องกลัวหรอกนะ เดี๋ยวฉันจะรับเป็นพ่อของเด็กในท้องให้เอง J


            “ยูทัส คิด!!

           



            ใครก็ได้บริจาคเครื่องตรวจครรภ์ให้ฉันที เอามาสัก 200 อัน...จะได้บอกให้คนทั้งโลกได้รู้ว่า 

             ตรู-ไม่-ได้-ท้อง-โว้ยยยยยยยยย!!













TALK WITH WRITER

            กลับมาหาทุกคนแล้วจย้าาาา เป็นอะไรที่นานมากๆ 

ขอกราบอภัยนักอ่านทุกคนจริงๆ น้า เค้าเพิ่งจะได้พักเนี่ยแหละจ้า  

สัญญาว่าจะต่อให้จบภายในเดือนก.ค.นี้แน่นวลลลลล 

ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะคะ ซึ้งใจจจจ T^T

O W E N TM.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

306 ความคิดเห็น

  1. #304 -ymmij (@-ymmij) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 กันยายน 2562 / 15:38
    โอ้ยนามิผู้น่าสงสาร
    #304
    0
  2. #280 คุณนายคิม * (@thanchapor) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 19:26
    5555555555
    #280
    0
  3. #215 กะปุกกะปุย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 16:23
    5555555 ว่าแต่คิดหวังดีหรือหวังร้ายนะ
    #215
    0
  4. #214 มามิ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 01:35
    มาต่อเร็วๆนร้าา
    #214
    0
  5. #212 merry (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 07:22
    เย่~~~รอมานานน
    #212
    0
  6. #211 prewmine33 (@prewmine33) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 16:27
    รับน๊าาา~ //โยนที่ตรวจครรภ์
    #211
    0
  7. #210 ♚GIZIBE♚ (@crazy_21) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 09:35
    อยากโยนเครื่องตรวจครรภ์ให้ 555555
    #210
    0
  8. #209 OKAN (@okaza005) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 15:49
    ย้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
    #209
    0
  9. #208 BNRB (@lookmeesecret) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 23:40
    เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆไรต์กลับมาแล้วววววววว >< ดีใจที่สุดดดดดดดดดดดด เรื่องยิ่งไปกันใหญ่แล้ว นามิท้องงง งงไปหมดดแล้วคิกมาเกี่ยวไรด้วยยยยย แถมยังมาจับนามิไปอีกกก นามิจะเจอกับอะไรบ้าง
    #208
    0