The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 9 : ※ 6 ※ บราค่อนไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด แต่เกิดจาก...พรหมลิขิต?!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    6 เม.ย. 54







MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com


ในตอนนั้น...หากว่าสามารถย้อนเวลากลับไปได้




เราไม่น่าพบกันเลย




 

[ขอโทษที่ผมฆ่าคุณครับ]




.

.

.




นัยน์ตาสีฟ้านั้นกำลังจับจ้องไปยังดาบที่ถูกปักเอาไว้กลางห้อง...




ดาบเล่มงามที่มีลวดลายวิจิตรบรรจงสลักเอาไว้ที่ด้ามจับและตัวดาบสีเงินยวง  ยาวไปจรดสุดปลายของดาบ จากสายตาเขาคาดว่ามันน่าจะเป็นอักขระโบราณอะไรสักอย่างที่เนิ่นนานมาหลายล้านปี หรือไม่อาจจะเป็นเพียงลวดลายที่ประดับตกแต่งเอาไว้เฉยๆเพื่อความงดงามของดาบก็เป็นได้ ตัวดาบสีเงินของโลหะนั้นยามต้องแสงก็ทอประกายงดงามน่ามอง ใบมีดคมกริบที่ต่อให้เรียกเลือดจากศัตรูมากเพียงใดก็คงไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้กับดาบเล่มนี้เลยแม้แต่น้อย...




ทว่า...ดาบเล่มนี้กลับถูกเจ้าของทอดทิ้งมาถึงสองปี...




และ...ตลอดไป...




นัยน์ตาสีฟ้าจับจ้องดาบเล่มงามที่ปักเอาไว้กลางห้องอย่างนิ่งงัน ไม่มีความคิดที่ว่าจะหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย ผ่านไปครู่ใหญ่กับการจับจ้องไปยังดาบเล่มนั้น นัยน์ตาสีฟ้าก็ค่อยๆหรี่ลงอย่างครุ่นคิด มือที่ไม่เล็กไม่ใหญ่เนื่องจากว่ากำลังก้าวเข้าสู่วัยเด็กหนุ่มนั้นยกขึ้นมาเสยเรือนผมสีทองที่ถูกจัดทรงเอาไว้อย่างดูดีและเป็นระเบียบ




โอดีสซีอุสนั้นถอนหายใจออกมาเบาๆมองดาบเล่มนั้นเป็นครั้งสุดท้ายและก้าวถอยหลัง ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้หมุนตัวนั้นเสียงเรียกของใครบางคนก็ฉุดสติของเขาเสียก่อน...




ไม่คิดจะหยิบดาบไปด้วยหรือไง ดีสซีส์ เสียงหวานที่คุ้นหูนั้นเรียกให้นัยน์ตาสีฟ้าหันไปมองเจ้าของเสียงที่กำลังเดินมาด้วยท่วงท่าสง่างามแบบนักรบ ตัวตั้งตรงตามมาตราฐานอย่างถูกต้อง นัยน์ตาสีเขียวมรกตคู่งามและเรือนผมสีทองยาวสลวยที่ปล่อยให้ยาวจรดกลางหลัง ด้านซ้ายถักเป็นเปียอย่างเป็นระเบียบ




เฟรีน่า ไรเอล นาร์ซีซัส





ลูกสาวเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่นาร์ซีซัส...พี่สาวของเขา




...ดาบนั่น... ว่าพลางปรายตาไปมองดาบเล่มงาม ไม่คิดจะเอามันกลับไปด้วยหรือไง ฉันเห็นแกทิ้งดาบนั่นมาไว้นานแล้ว รีบหยิบๆดาบแล้วไปฝึกฝนซะบ้าง ยังไงเสียแกก็เป็นลูกชายของท่านพ่อ มันคงขายหน้าแย่ที่ลูกชายของแม่ทัพใหญ่ไม่จับดาบ เดี๋ยวคนเขาจะครหาไปว่านาร์ซีซัสไม่มีปัญญาเลี้ยงลูกชายให้เป็นนักรบ




เอ่ยออกมาอย่างยาวเหยียดทว่าคนถูกกล่าวนั้นเพียงคลี่ยิ้มออกมา ก่อนที่นัยน์ตาสีฟ้าสวยหลังกรอบแว่นจะปรายตามามองดาบเล่มงามและผันกลับไปมองหน้าของพี่สาว




...ผมไม่สามารถจับดาบได้อีกแล้ว คนอื่นก็รู้ พี่ก็รู้ ว่าพลางยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะโคลงหัวไปมา มือของผมได้รับบาดเจ็บเมื่อสองปีก่อนทำให้ไม่สามารถขยับมากได้เลยไม่สามารถจับดาบ...




แกไม่ได้บาดเจ็บ!!”




หญิงสาวเอ่ยออกมาเสียงห้วนแกมหงุดหงิด คำพูดต่อมาถูกกดน้ำเสียงให้ต่ำลงไปอีก




แกไม่ได้บาดเจ็บดิสซีส์ เพราะฉันคือพี่แกฉันถึงรู้...มือแกปกติ ทุกอย่างแกปกติ ท่านพ่อก็รู้แต่ท่านก็ไม่ได้บังคับแก เพราะท่านเคารพในการตัดสินใจของแก... น้ำเสียงของคนพูดค่อยๆต่ำลงเรื่อยๆผิดกับคนฟังที่รอยยิ้มนั้นยังคงระบายอยู่บนใบหน้าของเขา ...ตั้งแต่เมื่อสองปีก่อนฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่ทำให้แกเลิกจับดาบ แต่สาเหตุของมันคงไม่พ้นมาจากน้องชายดยุคอาโดนิสสินะ




คิ้วของเด็กชายเลิกขึ้นเล็กน้อยกับคำพูดของพี่สาว ทว่าก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมากมายนักจึงเลือกที่จะยิ้มและเอ่ยตอบไป ใช่ครับ สาเหตุที่ผมเลิกจับดาบก็มาจากบรีเอลน้อยนั่นแหละ...




แกเป็นอัศวินดีสซีส์ หญิงสาวเอ่ยเสียงเรียบก่อนจะเอ่ยต่อ สายเลือดนาร์ซีซัสคือสายเลือดของนักรบ พวกเราโตขึ้นมากับการฝึกฝนดาบ...จนเรียกได้ว่าดาบนั้นก็เหมือนกับแขนขาของเรา...นายทิ้งดาบก็ไม่ต่างจากทิ้งแขนขา...




ต้องการจะบอกอะไรอย่างงั้นหรอครับ




เลิกยุ่งกับบรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิสซะ...เด็กคนนั้นน่ะไม่มีค่าพอให้นายยุ่งเกี่ยวหรอกนะดีสซีส์





เงียบ...




มันคือความเงียบสงบที่คลองพื้นที่แห่งนี้ไปจนหมดสิ้น นัยน์ตาสีฟ้าหลังกรอบแว่นนั้นเป็นประกายนิ่งเฉยสบกับดวงตาของพี่สาวที่เป็นประกายนิ่งไม่แพ้กัน ก่อนที่เสียงของเด็กขายจะเอ่ยออกมาอย่างช้าๆพร้อมกับละสายตาออกไปจากพี่สาว





หน้าที่ของอัศวินคือปกป้องผู้คน... เขาเอ่ยออกมาอย่างเฉยๆก่อนที่จะค่อยๆสาวเท้าไปยังดาบที่ถูกปักอยู่กลางห้องแห่งนี้ ท่าเดินที่แลดูสง่างามแบบอัศวินที่เฟรีน่าไม่ได้เห็นมาตลอดสองปีนั้นกลับมาอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ห่างหายไปนาน...




โอดีสซีอุส ลินคาโด นาร์ซีซัส...คืออัจฉริยะรอบด้าน คือความภาคภูมิใจของนาร์ซีซัส...




หยัดกายรับใข้ราชวงศ์ ปกป้องบ้านเมือง ช่วยเหลือผู้คนไม่ว่าจะยากดีมีจนแค่ไหน ฟาดฟันศัตรูเหล่าร้ายที่เป็นภัยต่อบ้านเมือง...




ว่าพลางหยุดลงอยู่เบื้องหน้าดาบที่ถูกปักเอาไว้กลางห้อง รอยยิ้มนิดๆค่อยปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กชายก่อนที่มือนั้นจะค่อยๆเกี่ยวเอาแว่นสายตาออกไป...




...ต่อให้เลือดหลั่งลินจนหมดสิ้น ลมหายใจขาดห้วงท้ายที่สุดแล้วก็ต้องยืนหยัดเพื่อบ้านเมือง...




ยามเมื่อสบกับดวงตาที่ปราศจากแว่นตานั้นทำเอาหญิงสาวต้องเม้มแน่นก่อนที่จะละสายตาออกไปจากเด็กชายเบื้องหน้าเธอที่กำลังคลี่ยิ้ม...




นัยน์ตาที่น่ากลัวไม่ต่างจากแม่ทัพใหญานาร์ซีซัส...




น้องชายคนนี้ของเธอไม่ได้สายตาสั้น..หญิงสาวรำพึงกับตนเองในใจ ตลอดเวลาสองปีที่ผ่านมานั้นเขาใส่แว่นสายตาเพียงเพื่อปกปิดนัยน์ตาที่คมกริบเป็นประกายดุร้ายคู่นั้น...นัยน์ตาที่เธอและน้องชายอีกสองคนไม่มี...




หญิงสาวเม้มปากแน่นก่อนที่จะสะกดกลั้นอารมร์ของตัวเอง...ยอมรับจริงๆว่าเธออิจฉาน้องชายของเธอ เด็กคนนี้เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ ท่านพ่อภูมิใจที่มีโอดีสซีอุส...ทำให้เธอริษยาคนตรงหน้าตลอดมา ยอมรับจริงๆว่าตลอดสองปีนั้นเธอแอบดีใจที่เด็กเบื้องหน้าไม่จับดาบเพราะบาดเจ็บ...เธอดีใจที่น้องเธอบาดเจ็บ...





ความคิดที่น่ารังเกียจพาลให้เฟรีน่านึกเกลียดตัวเอง...ว่าครั้งหนึ่งเธอดีใจที่รู้ว่าน้องบาดเจ็บ ทว่าเมื่อรู้ความจริงว่าแท้จริงน้องตัวเองนั้นไม่บาดเจ็บ แวบนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดพร้อมกับถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าเหตุใดกันเล่าที่น้องชายของเธอเลิกจับดาบ...




ทว่าทั้งๆที่โอดีสซีอุสเลิกจับดาบไปแล้วท่านพ่อก็ยังรัก...ก็ยังภูมิใจ...ภูมิใจกับมัน!





ทั้งๆที่เธอฝึกฝนมาโดยตลอด...ตลอดเวลาทว่าท่านพ่อกลับไม่เคยเลยที่จะชมเธอ เพียงสักนิดก็ยังดี มันไม่มีเลย ถ้อยคำชมนั้นมักจะถูกประเคนให้กับน้องชายคนเล็ก กระทั่งมันไม่จับดาบท่านพ่อก็ยังชมมัน หัวเราะให้มัน!




หน้าที่เหล่านั้นคือของอัศวิน... เสียงเรียบๆเอื่อยๆนั้นดังออกมาจากปากของเด็กชายยามเมื่อปราศจากแว่น ท่าทางที่เคยขี้เล่นยามเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้อื่นนั้นหายไปจนหมด นัยน์ตาสีฟ้านั้นค่อยๆสบกับพี่สาวของตน รอยยิ้มนิดๆจุดประกายขึ้นที่มุมปากของคนผมทอง...พร้อมกับความทรงจำบางอย่างที่กำลังเขย่าประสาทของเธอ...




ใช่...นี่แหละโอดีสซีอุส...




ตัวตนของโอดีสซีอุสเมื่อสองปีก่อนกำลังอยู่เบื้องหน้าเธออีกครั้ง...




อัศวินที่ดีต้องปกป้องผู้คน... มือนั้นสัมผัสเบาๆกับดาบที่ตนเองไม่ได้สัมผัสมานาน ความเย็นของโลหะผ่านเข้ามาในความรู้สึกของเด็กชาย ทว่า...หากคิดปกป้องคนเพียงคนเดียว...




 

...




ก็ไม่มีค่าพอที่จะถูกเรียกว่าอัศวิน





หมายความว่ายังไงดิสซีส์ หญิงสาวเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ




ก็อย่างที่ผมพูดไป... มือที่สัมผัสกับโลหะของดาบค่อยๆละออกมาอย่างช้าๆ ...ต่อให้มีคนตายมากมายตรงหน้าทว่าหากมันแลกเพียงชีวิตเดียวที่ผมต้องการปกป้อง...





ผมจะไม่ลังเลเลยที่จะทิ้งชีวิตมากมายนั่นไป





เพื่อเด็กหญิงผู้มีรอยยิ้มเลือนลางในความทรงจำคนนั้น




มุมปากของเฟรีน่ากระตุกเล็กน้อยขณะมองน้องชายที่ตอนนี้กลับมาสวมแว่นสายตาอีกครั้งหนึ่ง




หึ... เห็นแก่ตัวไม่เลวเลยนี่...




คนถูกหาว่าเห็นแก่ตัวเพียงยิ้มออกมาก่อนที่เสียงนุ่มนั้นจะเอ่ยออกไป...





.

.

.




ก็มนุษย์...เป็นสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวนี่ครับ









 

 

2 ปีก่อน




 

 

ชื่อของเขาคือ...โอดีสซีอุส ลินคาโต นาร์ซีซัส




เขาเป็นบุตรชายคนเล็กของแม่ทัพใหญ่แห่งอาซิโดเลีย มีพี่สาวอยู่หนึ่งคนและพี่ชายอยู่ทั้งหมดสองคน ตั้งแต่จำความได้ของเล่นชิ้นแรกที่เขาจับคือดาบไม้ เขาเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ในทุกๆด้านจนถูกเรียกขานว่าอัจฉริยะรอบด้านไม่ว่าจะทั้งฝีมือดาบกระทั่งสติปัญญาก็เกินกว่าเด็กในวัยเดียวกันไปไกลโข




ท่านพ่อและท่านแม่มักบอกเสมอว่าภูมิใจเพียงใดที่มีเขาเป็นลูก ท่านพี่ชอบบอกว่าแม้จะอิจฉาเขามากเพียงใดแต่ก็ดีใจที่มีเขาเป็นน้อง คนรอบข้างมักบอกเสมอว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะต้องเป็นใหญ่เป็นโตไม่แพ้พ่อของตนอย่างแน่นอน




สิ่งนั้นเองที่ทำให้เด็กชายนามโอดีสซีอุสดีใจ เขารู้สึกดีที่มีคนเคารพเขา มีคนรักเขา มีคนเอ็นดูเขา แน่แหละใครจะชอบให้มีคนเกลียดมากกว่ารักกันเล่า? ถ้ามีจริงคนๆนั้นก็คงไม่ปกติเท่าไหร่นัก




ทว่าความคิดทุกอย่างก็ต้องพังทลายลงเมื่อตอนเขาอายุได้สิบเอ็ดปี...ในตอนนั้นเองที่เขา แอบได้ยินคนพูดลับหลังเขาด้วยความบังเอิญ...เขาไม่ใช่คนที่มีแต่คนรักอย่างที่เขาเข้าใจ กระทั่งพี่สาวหรือพี่ชายที่เขารักนั้นก็อิจฉาในตนเอง ไม่ได้รักเขาอย่างปากพูดเท่าไหร่นัก ลับหลังก็มักจะนินทาอยู่เสมอๆ




รอบข้างก็เช่นกัน...พวกที่สรรเสริญเยินยอในตัวเขา ลับหลังด่าเขาเป็นวรรคเป็นเวร ต่อหน้านั้นสุกใส ข้างในนั้นขุ่นมัว เบื้องหน้าคือรอยยิ้มบูชา เบื้องหลังสาปแช่งนินทาอย่างต้องการให้หายไป





นั่นทำให้เขาได้รับรู้ว่า...โลกนี้มันน่ารังเกียจมากเพียงใด




อย่าปลาบปลื้มกับคำเยินยอ อย่าดีใจกับคำสรรเสริญ




เพราะนั่นคือสิ่งลวง...




อย่าเชื่อใคร...นอกจากตนเอง...




เขาจะไม่เชื่อใครอีกต่อไป...









 

 

ท่านหญิงอาโดนิส?




ใช่แล้วแหละครับท่านโอดีสซีอุส ลูกน้องคนหนึ่งของเขากล่าวออกมาก่อนจะยิ้มอย่างประจบสอพลอ สองฝาแฝดตระกูลอาโดนิสเห็นว่าจะย้ายมาเรียนที่นี่วันนี้แหละครับ เรื่องนี้ข้าได้ข่าวมาจากแถวๆห้องที่พักครู




ใช่แล้วครับ ลูกน้องอีกคนหนึ่งรีบเสริมด้วยนัยน์ตาที่เป็นประกาย มีแต่เสียงลือว่าคนตระกูลอาโดนิสนั้นเป็นพวกที่มีใบหน้า งดงามมากเพียงใด ข้าแหละอยากจะเห็นหน้าตาของท่านหญิงอาโดนิสที่ใครต่อใครต่างพูดว่ามีแววจะตีเสมอกับท่านหญิงเฮเลนที่ถูกกล่าวขานว่างามที่สุดในแผ่นดินยิ่งนัก





คิ้วสีทองของโอดีสซีอุสขมวดกันเล็กน้อยกับคำพูดของสองลูกน้องตรงหน้าตน...ใบหน้างดงามคือเรื่องขึ้นชื่อของตระกูลอาโดนิสนั้นเป็นความจริง เขาเคยอ่านเจอในหนังสือและเคยพบดยุคมิคาเอลเพียงสองสามครั้งด้วย




งดงามน่ะ...เป็นความจริงที่เขาไม่ปฏิเสธ




แต่ว่านะ...อาโดนิสขึ้นชื่อในเรื่อง ผู้ชายหน้าตางดงามไม่ใช่หรือไง?





หวังว่าสองลูกน้องเขามันคงไม่ได้เบี่ยงเบนจนเขาอยากจะหยิบเอาดาบมาไล่ฟันมันทิ้งหรอกนะ?




แล้ว...ยังไง?





โธ่ ท่านโอดีสซีอุส ลูกน้องของเขาครางออกมา หญิงงามเชียวนะครับ น่าเป็นบุญตายิ่งนัก ก่อนหน้านี้ก็ไม่ค่อยมีใครได้พบกับอาโดนิสเท่าไหร่ด้วย ข้าเองก็อยากเห็นเหมือนกันที่เขากล่าวว่างดงามนั้นจะงามขนาดไหนกันแน่





เด็กผู้หญิง เสียงของโอดีสซีอุสเอ่ยแย้งออกมา ก็ยังเป็นเด็ก มีอะไรน่าดูกัน?




เพราะพวกเขาสองคนเป็นน้องของดยุคมิคาเอลที่อ่านอนาคตได้ยังไงล่ะครับ!!” ลูกน้องคนที่สองของเขารีบเอ่ยออกมา ไม่แน่นะครับว่าบางที สองฝาแฝดอาโดนิสอาจจะอ่านอนาคตได้เหมือนกับดยุคมิคาเอลก็เป็นได้นะครับ




ใช่ๆ





อ่านอนาคตอย่างงั้นหรอ? โอดีสซีอุสขมวดคิ้วเล็กน้อย





เรื่องความสามารถเรื่องการมองเห็นอนาคตของดยุคมิคาเอลนั้นเป็นสิ่งที่เลื่องลือไปไกลอย่างที่ใครไม่เคยได้ยินก็ยิ่งกว่าหลังเขา แถมความสามารถในการมองเห็นอนาคตนั้นแม่นราวกับมองเงาในกระจกของตัวเองก็ไม่ปาน ด้วยความสามารถและอัจฉริยะภาพด้านต่างๆนี้เองมิคาเอล อิลกราซเซโต อาโดนิสจึงขึ้นมาเป็นหนึ่งในสิบสามแห่งสภาขุนนางอาซิโดเลียที่อายุน้อยที่สุด





...และถ้าเกิดว่าฝาแฝดอาโดนิสนั้นสามารถมองเห็นอนาคตได้จริง ก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะกล่าวว่า ไร้สาระได้อีกต่อไป การมองเห็นอนาคตคือสิ่งที่แปลกและประหลาด ทว่าก็น่าสนใจมากเช่นเดียวกัน





รอยยิ้มนิดๆจุดประกายขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กชายผมทอง ก่อนที่เขาจะลุกจากเก้าอี้ที่ตนเองนั่งอยู่ มองสองลูกน้องที่ยิ้มอย่างประจบเต็มที่ก่อนจะเอ่ยสั่งให้นำทางตนไปหาสองฝาแฝดตระกูลอาโดนิส ซึ่งลูกน้องของเขานั้นรีบพยักหน้าและนำทางไปอย่างรวดเร็วด้วยความว่ากลัวท่านชายผู้นี้จะอารมณ์เสียและพาลไม่ไปดูหน้าตาของหญิงงามและแฝดน้องอาโดนิสให้ตนได้ชวดที่จะมองเสียก่อน





โอดีสซีอุส ลินคาโต นาร์ซีซัส อัจฉริยะรอบด้านที่ตอนนี้มีอายุเพียงสิบเอ็ดปี เจ้าของเรือนผมสีทองสวยที่ยาวระต้นคอ หน้าม้านั้นปัดแซกไปทางซ้าย ล้อมรอบใบหน้าที่มีส่วนน่ารักและหล่อเหลาเล็กน้อยบ่งบอกว่าหากโตไปเด็กน้อยคนนี้คงมีหน้าตาหล่อเหลาไม่แพ้พี่ชายทั้งสองของตนอย่างแน่นอน นัยน์ตาสีฟ้าครามนั้นคมกริบเป็นประกายดุร้ายอย่างผู้เป็นบิดาซึ่งเป็นแม่ทัพ น่าแปลกที่นัยน์ตาแบบนี้ทั้งพี่สาวและพี่ชายทั้งสองของตนนั้นต่างไม่มีเลย






นัยน์ตาที่คมกริบชนิดที่ว่าไม่มีใครกล้าพอจะสบกับดวงตาสีฟ้าสวยของเขา...







ทว่านั่นก็ดี...เขายิ้มกับตัวเองในใจ...เขาก็ไม่ค่อยชอบจะสบตาหรือคุยกับใครที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เช่นกัน





สองคนตรงหน้าคือลูกชายของพวกขุนนางที่หวังจะเกาะอำนาจของนาร์ซีซัส มีอุปนิสัยที่ชอบประจบสอพลอชนิดน่าสะอีดสะเอียนไปเสียหน่อย แต่ก็เป็นพวกซื่อเสียจนน่ารำคาญแต่ก็ไม่ถึงกับน่ารังเกียจเท่าไหร่นัก ใช้งานง่ายดี





สำหรับโอดีสซีอุสแล้วเขาไม่ต้องการ ความไว้ใจเพราะเขามั่นใจว่ามันไม่มีอยู่จริง การที่เติบโตมาพร้อมกับคำสรรเสริญจอมปลอมนั่นหลอมรวมให้เขาไม่ไว้ใจใครและไม่คิดจะให้ใครมาไว้ใจตนเอง สมองของเขาแบ่งออกเป็นสองข้างคือ มีประโยชน์และ ไร้ประโยชน์





...เท่านั้นเอง





นั่นไงครับท่านโอดีสซีอุส สองแฝดตระกูลอาโดนิส เสียงตื่นเต้นของลูกน้องทำให้โอดีสซีอุสหลุดจากภวังค์ของตนเองก่อนที่เขาจะค่อยๆหันไปมองยังจุดที่ลูกน้องของตนชี้ไป





ตรงนั้น...มีพวกนักเรียนกำลังมุงอยู่ราวกับเห็นของแปลก ซึ่งมันก็แปลกจริงๆนั่นแหละ เสียงพูดคุยดังระงมชนิดที่สามารถเรียกให้คิ้วสวยของโอดีสซีอุสนั้นขมวดกันเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิด เขาเกลียดที่ที่คนเยอะๆและมีเสียงมาก...รำคาญด้วย






นี่น่ะหรออาโดนิส...หน้าตาดีชะมัดเลยว่ะ!”







แอร๊ยย ดูสิ เขามองมาทางนี้ด้วย น่ารักสุดๆไปเลย!!”





นั่นท่านหญิงราฟาแอลหรือเปล่านะ? หรือว่าท่านชายบรีเอล?





หนวกหู...





และ...





เงียบ!!!!!!!!!!”





เสียงคำราม เอ่อ ในที่นี้หมายถึงเสียงตะโกนของโอดีสซีอุสดังขึ้นมาจุดให้ที่นั้นเกิดความเงียบขึ้นมาในทันที สายตาของทุกคนนั้นมองไปที่เจ้าของเสียงตระโกนที่กำลังปลายนัยน์ตาสีฟ้าคมกริบของตนเองไปรอบๆอย่างช้าๆ เรียกให้ใครต่อใครต่างหลบสายตาคู่งามนั่น





ก็นะ...นัยน์ตาน่ากลัวขนาดนั้นใครมันจะไปกล้าสบกันเล่า!!





นัยน์ตาสีฟ้านั้นกรีดไปมองทุกคนอย่างช้าๆ บรรยากาศเงียบสงบราวกับไม่น่าเชื่อมาก่อนว่าเมื่อครู่เสียงดังปานอยู่ในตลาด ดวงตาที่เคลื่อนมองนั้นชะงักอยู่ที่เจ้าของใบหน้างดงามอย่างที่ตนเองไม่เคยเห็นมาก่อน





ร่างที่ตัวเล็กกว่าเขา หากมายืนเทียบกันคงเตี้ยกว่าสักประมาณหนึ่งฝ่ามือ เรือนผมสีน้ำตาลนั้นด้านหน้ายาวปะบ่าแต่ด้านหลังนั้นระต้นคอ ผิวขาวอมชมพูแบบคนสุขภาพดีอยู่ในชุดลำลองแบบสบายที่ชุดตัวนอกเป็นสีครีมเกือบจะขาว ตัวในนั้นเป็นคอเต่าสีเหลือง กางเกงขายาวสีขาวและรองเท้าผ้าใบสีขาว





ใบหน้า...เรียกให้เขาหยุดมองนี่ไม่เรียกว่าโคตรขี้เหร่ก็ต้องเรียกว่าโคตรดี และคนที่กำลังสบตากับเขาอยู่นี่อยู่ในจำพวกที่สองเสียด้วย จมูกที่โด่งเล็กน้อย ริมฝีปากที่เรียบราวกับเส้นตรงสีชมพูอ่อน ดวงตาที่กำลังสบกับเขาอยู่นั้นเป็นประกายเฉยชา เบื่อหน่าย ทว่าไม่หวาดกลัว...ดวงตาสีสวยประหลาด





ที่ข้างหนึ่งเป็นสีเขียว...อีกข้างเป็นสีแดง...





ดวงตาสองสีเหมือนกับดยุคมิคาเอล ทว่าต่างสีกันเท่านั้น...





วินาทีนั้นเขารู้สึก...ร้อนที่ใบหน้า จนต้องเบือนหน้าไปทางอื่นเสียเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยิ่งเมื่อนึกถึงดวงตาสองสีที่สบนั้นกับเจ้าของใบหน้างดงามนั้นก็ทำเอาเขายิ่งร้อนหนักกว่าเก่าเสียจนนึกว่าตัวเองเป็นไข้!





เขาเป็นอะไรไป? เด็กชายถามกับตัวเองในใจก่อนที่เขาจะค่อยๆพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองและหันมาสบตากับดวงตาสองสีที่ไม่ได้จับจ้องไปทางอื่น ประกายในแววตายังคงฉายแววเบื่อหน่ายอยู่เหมือนเดิม เท้าทั้งสองข้างของเด็กชายนั้นค่อยๆสาวมาหยุดอยู่ข้างหน้าคนตัวเล็กกว่าที่มองมาอย่างงงๆก่อนจะเลิกคิ้วสูงขึ้นเล็กน้อยเป็นเชิงแปลกใจเมื่อเห็นเขาก้มหัวลงราวกับกำลังทำความเคารพสุภาพสตรีอย่างที่บุรุษพึงกระทำ





เจ้าคงเป็นท่านหญิงราฟาแอล อันนูชาโต อาโดนิส มือนั้นยื่นไปข้างหน้าและฉวยเอามือเล็กเข้ามาจุมพิต ก่อนจะค่อยยืดตัวตรงและคลี่ยิ้มออกมาอย่างช้าๆ ตามแบบฉบับพิธีการทุกอย่างดั่งหนังสือที่อ่านมา ข้าท่านชายโอดีสซีอุส ลินคาโต นาร์ซีซัส ยินดีที่ได้พบกับท่านหญิงเป็นอย่างยิ่ง...





ใบหน้าของ ท่านหญิงราฟาแอลนั้นยังคงเย็นเหยียบอยู่ นัยน์ตาสองสีนั้นจับจ้องไปที่ใบหน้าของโอดีสซีอุส แววตานั้นฉายแววแบบที่เขาอ่านไม่ค่อยออกเท่าไหร่นัก ที่แน่ๆคงไม่ใช่ในแง่บวกอย่างแน่นอน หรือเขาทำผิดขั้นตอน?





บ้าน่า!! ความผิดพลาดกับอัจฉริยะรอบด้านไอคิวสูงอย่างเขาเนี่ยนะ? มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป!!






ขณะที่กำลังคิดถึงขั้นตอนอยู่นั้นจู่ๆมือเล็กๆของ ท่านหญิงราฟาแอลก็ยกขึ้นมากุมมือของเขา เรียกให้ร่างสูงต้องสะดุ้งเฮือกกับสัมผัสอุ่มๆของมือเล็กๆนี่ ใบหน้านั้นแดงก่ำร้อนวาบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นัยน์ตาคู่คมดุนั้นค่อยๆปรายตามามองใบหน้างดงามนั่นอย่างช้าๆ







สรรพเสียงรอบด้านนั้นเอ่ยแซวเสียยกใหญ่ทว่ามันก็ไม่เข้าหูของโอดีสซีอุสเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้ถ้าเกิดว่าหัวใจเขาออกมาเต้นมูนวอล์กได้แล้วแหละก็ เขาคงไม่แปลกใจเลยด้วยซ้ำ!






แต่ก่อนที่จะคิดอะไรมากกว่านั้น มือที่กุมอยู่นั้นก็เปลี่ยนมาเป็นฉุด ย้ำ ฉุด!! กระชากมือของเขาและวางแหมะที่ตรงจุดที่เป็น...หน้าอก!






เฮ้ยยยยยยยยย!!!!!






งานนี้ท่านชายโอดีสซีอุสหวอออกก็งานนี้แหละ สรรพเสียงรอบด้านเงียบงันแต่ละคนอ้าปากค้างกับความใจกล้า (?) ของ ท่านหญิงราฟาแอลที่ฉวยเอามือของโอดีสซีอุสไปวางไว้ตรงหน้าอกของตนเอง ใบหน้าของท่านชายผู้น่ากลัวแดงกว่าเก่าเสียจนน่าหวาดหวั่นว่าอาจจะตายในเร็ววันนี้






ให้แต่...อาโดนิสเขาสอนท่านหญิงแบบนี้หรือไงกัน??







ใจกล้าเกินไปไหม!!






หรือว่าแบบนี้เขาเรียกว่าอ่อยน่ะ??!!




ฉันเป็นผู้...





ท่านหญิง ท่านทำบ้าอะไร!!!!” โอดีสซีอุสตะโกนออกมาอย่างรวดเร็วก่อนจะดึงมือของตนเองกลับ ทว่าไม่ออกแรงมากนักเนื่องจากกลัวจะทำให้อีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บ ใบหน้านั้นแดงก่ำยิ่งเมื่อนึกถึงสัมผัสที่มือนั้นยิ่งทวีความแดงให้ใบหน้าหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว!






ให้ตายเถอะ! ท่านหญิงราฟาแอลจะขยันให้เขาหัวใจวายตายใช่ไหมเนี่ย?






แค่เห็นหน้าเขาก็ใจเต้นแทบบ้าแล้ว ยิ่งมาโดนทำ แบบนี้เขาก็แทบอยากจะตาย!!





ท่านเป็นผู้หญิงนะท่านหญิงราฟาแอล เขาพยายามสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ ตอนนี้แม้กระทั่งจะมองใบหน้าของท่านหญิงตรงหน้าเขายังไม่กล้าทำเลยด้วยซ้ำไป ถ้าหากว่าท่านทำแบบนี้กับคนอื่น ท่านรู้ไหมว่ามันจะไม่ได้จบที่แค่พูดตักเตือนเหมือนกับผมน่ะ!”







ใช่! มันไม่ได้หยุดแค่ตักเตือนแบบนี้อย่างแน่นอน...เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะมองเด็กหญิงตรงหน้า...ผู้ชายน่ะไม่ว่ายังไงลองโดนแบบนี้แล้วมันไม่จบแค่ตักเตือนแต่เกินเลยกว่านั้นไปไกลโขชนิดว่ากู่ไม่กลับน่ะสิ






แต่ดูเหมือนว่าท่านหญิงตรงหน้าจะไม่ปลื้มใจเท่าไหร่นัก คิ้วนั้นขมวดราวกับต้องการอธิบายบางอย่างอยู่ ปากเล็กๆนั้นเม้มแน่นก่อนที่เสียงเล็กๆนั้นจะเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ







...ฉันเป็นผู้ช...





แอร๊ยย บรีเอลน้อยน้องรักกกก อยู่นี่เองหรอกหรอพี่ตามหาตั้งนาน ฮือ!! พี่ขอโทษน้องจริงๆที่มัวแต่แอบสะกดรอยตามรุ่นพี่ผู้ชายหน้าตาหล่อโฮกฮากชวนลากเข้าห้องคนนั้นไป แอร๊ยย แต่แหมน้องรัก พี่ไม่อยากจะบอกหน้าตานี่หล่อชวนสยิวหัวใจ อี๊แอร๊ยมาก แอร๊ยยย ซี๊ดดดดดดดด






เสียงใสๆของใครบางคนดังขึ้นก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะพุ่งเข้าไปกอด ท่านหญิงราฟาแอลอย่างรวดเร็ว ใบหน้านั้นเหมือนกับ ท่านหญิงราฟาแอลราวกับแกะ ทว่าต่างกันตรงที่เค้าหน้าบางส่วนนั้นที่บ่งบอกนิสัยว่าเป็นคนสดใสร่าเริง เรือนผมสีทองอ่อนยาวสลวยหยิกหยักศกทิ้งตัวถึงกลางหลัง นัยน์ตาสีทองคู่สวยเป็นประกายสดใส อาภรณ์ที่ใส่นั้นประดับด้วยลูกไม้สีขาวอย่างน่ารักน่าชัง...





...ขยะแขยง... ท่านหญิงราฟาแอลเอ่ยออกมาก่อนที่จะผลักใบหน้าที่เหมือนกับตัวเองออกไปอย่างช้าๆ






แอร๊ยย น้องอ่า ชอบทำตัวซึนจริงๆชอบให้พี่กอดใช่ม้า เด็กหญิงเอ่ยออกมาอย่างอ่อนใจกับความปากไม่ตรงกับใจของ ท่านหญิงราฟาแอล’ “ว่าแต่...อุ๊ยตาย ว๊ายกรี๊ด ใครกันเนี่ยทำไมดูหน้าตาหล่อเหลาเสียปานนี้ แอร๊ย หัวใจของราฟาแอลคนนี้หวั่นไหวไปกับพ่อหนุ่มรูปงามผู้นี้ไปหมดแล้ว อะอร๊างงงงง






ชัด...ชัดเลย...





ตอนนี้ความเงียบคือสิ่งที่ตอบทุกอย่างได้เป็นอย่างดี ใบหน้าที่แดงก่ำของโอดีสซีอุสพลันซีดลงเรื่อยๆเป็นลำดับๆ ยิ่งเมื่อคิดว่าเมื่อครู่...





เผลอใจเต้นกับ...





บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส ท่านหญิงราฟาแอลหรือแท้จริงแล้วฝาแฝดคนน้องนามว่าบรีเอลเอ่ยออกมาก่อนที่นัยน์ตาสองสีที่ก่อนหน้านี้เขาเคยหวั่นไหวนั้นก็เลื่อนมาสบกับนัยน์ตาสีฟ้าของเขาอย่างช้าๆ ...ฝาแฝดชายคนน้อง





ใช่...เมื่อครู่เขาเผลอใจเต้นกับผู้ชายน่ะสิ!!





ให้ตายเถอะ!! เขาที่ไม่ว่าจะเจอผู้หญิงคนไหนก็ไม่เผลอหวั่นไหว





ดันใจเต้นครั้งแรกกับผู้ชายเนี่ยนะ!!





อ่ะ ส่วนดิฉันราฟาแอล อันนูชาโต อาโดนิส ฝาแฝดคนพี่ค่ะ ท่านหญิงราฟาแอล ตัวจริงกล่าวออกมาก่อนจะฉีกยิ้ม...และเออ เช็ดน้ำลาย






เก็บอาการหน่อยราล์ฟ





ก็แหมบรีเอลอ่า แบบว่า บรีเอลไม่เข้าใจพี่หรอก ไม่เข้าใจพี่หรอก แอร๊ยย พ่อหนุ่มตาสีฟ้า เหตุใดจึงหล่อเหลาเสียปานนี้ ซี๊ดดด แอร๊ยยยยยย






...ก็ไม่อยากเข้าใจเหมือนกันนั่นแหละ





เด็กชายนัยน์ตาสองสีนั้นเอ่ยออกมากับตัวเองในใจก่อนที่จะเลื่อนไปสบกับนัยน์ตาสีฟ้าที่มองตนเองอยู่ ใบหน้านั้นเย็นเหยียบตามนิสัยของตนเองมองคนหน้าซีดตรงหน้าที่นัยน์ตาสีฟ้านั้นเริ่มมีประกายดุร้ายขึ้นตามลำดับด้วยความ...แค้น?





แต่...ช่างหัวมันแล้วกัน







คิดล้อเล่นกับฉันหรือไง... เสียงนั้นคำรามต่ำเสียจนน่ากลัว ไอสังหารที่ปล่อยออกมาก็ไม่น่าเชื่อว่าจะมาจากเด็กชายวัยสิบเอ็ดปี เรียกให้คนที่อยู่แถวนี้ต้องรีบหลบตามองพื้นอย่างรวดเร็ว จะว่าไปตั้งแต่ที่เขาเห็นผู้ชายที่ชื่อว่าโอดีสซีอุสปรากฏก็ไม่เห็นมีใครกล้าที่จะสบตากับผู้ชายคนนี้เลยสักคนเดียว...






แต่...ช่างมันเถอะ





นัยน์ตาสองสีนั้นมองอย่างเย็นเหยียบปนเฉยชาก่อนที่ร่างเล็กๆนั้นจะหันหลัง เตรียมจะดึงพี่สาวกลับบ้าน เนื่องจากวันนี้มาลงทะเบียนอะไรเรียบร้อยเป็นอันเสร็จแล้ว กว่าจะเริ่มเรียนก็พรุ่งนี้ อีกอย่างถ้ากลับบ้านช้าเดี๋ยวพี่ชายก็ดุเสียเปล่าๆ






ทว่าความคิดนั้นต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อรู้สึกได้ถึงมือของใครบางคนที่กำรอบข้อมือตัวเองแน่นและแรงกระชากให้หันมาสบตาดุร้ายของเจ้าของมือที่ใบหน้านั้นน่ากลัวเลยทีเดียว






...ฉันถามว่า... เสียงนั้นหายไปก่อนจะกลายมาเป็นคำราม คิดจะล้อเล่นกับฉันหรือไง บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส!!”





นัยน์ตาสองสีนั้นเบิกกว้างเล็กน้อย...





กล่องเสียงดีมาก ตะโกนอย่างไม่หยุดหายใจแถมยังเรียกชื่อเรียกยาวบัดซบไปไหนของเขาต่ออีกต่างหาก!!





(เกี่ยว???!!!!!!!)





ตอบออกมาสิวะ!!”





แอร๊ยย เขย่าแรงๆค่ะ อะอร๊างง ฉันอยากโดนคนหล่อเหลาหน้าตาดีเขย่าแบบนั้นบ้างจังเลย นึกถึงฉากประมาณว่าพระเอกจับได้ว่านางเอกซุกกิ๊กไว้เลยเขย่าและพูดว่าทำไมเธอถึงทำแบบนี้ ตอบฉันมาสิ แอร๊ยยยย





คุณพี่ครับ...ได้ข่าวว่ามันไม่เกี่ยว...





คิ้วของบรีเอลขมวดกันเล็กน้อยก่อนที่เสียงเล็กๆจะเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ พอดีกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่เลยไม่ได้ฟัง






เสียงของฉันมันไม่มีค่าพอให้นายสนใจหรือไง?!!”





เสียงนี่...เอาไปขายได้ด้วยอย่างงั้นหรอ






คิ้วขมวดกันเล็กน้อยพยายามคิดว่ามีที่ไหนคล้ายเสียงคนได้บ้าง...ก็ไม่มีนะ





เออ...ไม่มีค่าพอจะให้สนใจ






อีกอย่างเขาก็ชอบเสียงตัวเองแบบนี้อยู่แล้ว จะสนใจเอาเสียงแบบอื่นมาใส่ทำไมกันนะ? พี่ชายก็ชอบสอนบ่อยๆว่าให้พอใจในสิ่งที่ตนเองมีด้วย





นัยน์ตาสองสีมองใบหน้าของชายนัยน์ตาสีฟ้าที่ตอนนี้แดงก่ำชนิดน่าหวาดหวั่นแต่ว่า...




ช่างมันเถอะ...ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเขาสักหน่อย




นายอยากตายหรือยังไง บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส!!” เสียงนั้นกล่าวต่ำยิ่งขึ้นก่อนที่รอยยิ้มโหดร้ายนั้นจะจุดประกายขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กชายวัยสิบเอ็ดปี นัยน์ตาสีฟ้านั้นฉายแววกร้าว ...คิดว่าตัวเองเก่งนักหรือไงถึงกล้าพูดแบบนี้ออกมาได้ บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส!!”




ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณแห่งนี้ทุกคนต่างเงียบกริบ สายตาจับจ้องไปที่ท่านชายทั้งสองอย่างตื่นเต้นเล็กน้อย คิ้วของบรีเอลขมวดกันอย่างช้าๆ




ไม่เหนื่อยหรือไงนะ...เรียกชื่อเต็ม ชื่อกลาง นามสกุลเขาติดกันแบบนี้...





(เกี่ยวไหมนั่น..)





อีกอย่างเก่งหรือเปล่าทำไมถึงกล้าพูดแบบนั้นอย่างงั้นหรอ? ก็แค่...คิดอะไรออกมาก็พูดเท่านั้นเอง งั้น เอิ่ม...





ฉันไม่ได้เก่งหรอก... เสียงเล็กๆกล่าวออกมาอย่างช้าๆด้วยน้ำเสียงที่นิ่งตามนิสัยของตนเอง มือที่กุมแน่นเมื่อครู่ค่อยๆผ่อนแรงอย่างช้าๆ ก่อนที่รอยยิ้มเหยียดหยามนั้นจะจุดประกายขึ้นมาบนใบหน้าของโอดีสซีอุส...





พวกเก่งแต่ปากสินะ...






สองฝาแฝดอาโดนิสอะไรกัน มีดีอย่าเดียวก็แค่หน้าตาเท่านั้นแหละนะ ฝีมือหรืออำนาจการมองเห็นก็ไม่เห็นมีเหมือนกับดยุคมิคาเอลเลยแม้แต่น้อย เรียกได้ว่ามาเที่ยวนี้ทั้งเสียเวลา เสียอารมณ์ด้วย...




...ฉันไม่ได้เก่ง บรีเอลทวนออกมาพร้อมกับโครงหัว






...






แต่นายมันอ่อนต่างหาก





ใช่ แค่พูดเองนี่ พูดไม่ได้ก็อ่อน...เอ๊ อย่างนี้สินะ





ว่าแต่ทำไมเงียบจัง? แล้วทำไมไอ้ตาฟ้านี่ต้องสั่นอย่างกับจะเรียกวิญญาณเจ้าพ่อมาเข้าทรงอย่างงั้นแหละ คิ้วของบรีเอลเลิกขึ้นเล็กน้อยขณะที่มองไปยังใบหน้าของเด็กชายยิ่งได้ยินคำพูดต่อมาของคนหัวทองตรงหน้า




ไอ้หน้าตุ๊ด!!!!!”





บรีเอลขมวดคิ้วทันทีกับคำพูดของอีกฝ่าย หน้าตุ๊ดอย่างงั้นหรอ?






นาย...ว่าพี่ฉันทำไม?





ห๊า??!!





เกี่ยวอะไรกับคุณพี่ค๊าคุณน้อง!!!




ดูเหมือนว่านั่นจะไม่ใช่สิ่งเดียวที่ท่านหญิงคิดแม้กระทั่งคนด่าก็เบิกตากว้างอย่างงงๆ ได้ข่าวว่ากรูว่าเมิงนะ เมิงโยนให้พี่เมิงเฉยเลยได้ไงวะ?





ส่วนคุณพี่สาวนั้นได้แต่งงค่ะ งง!! เกี่ยวอะไรกับกุวะคะคุณน้อง?





เอ๊ เดี๋ยวนะคะ สุดหล่อนี้บอกว่าไอ้หน้าตุ๊ด...





หน้าตุ๊ด...





หน้า!!





แอร๊ยยย!! นี่แกบังอาจว่าใบหน้าอันสุดแสนจะสวยเริ่ด ไฮโซเหมือนของดิฉันว่าตุ๊ดอย่างงั้นหรอคะ!!!” ท่านหญิงราฟาแอลพลันตรัสรู้ในคำด่าเหมือนที่น้องชายตนเองรู้ ด่าพ่อ ด่าแม่ ด่าพี่ ด่าน้องได้ แต่ด่าใบหน้าอันสุดแสนจะไฮโซของกุมิได้ค่ะ ก๊าซซซซซซซ!!!





โอดีสซีอุสแบบว่า โอ้วชิท!! มันอะไรกันวะครับ!!!





บรีเอลขมวดคิ้วก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบา...




นิสัยแย่จริงๆ





กุว่า (คุณ) เมิงน่ะไม่มีสิทธิ์ด่ากุเลยนะวะครับ!!!!!

 

 

xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx100%xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

จบแล้วนะเคอะกับตอนนี้ซึ่งเป็นภาคย้อนอดีตนั่นเอง XD//


การพบเจอกันแบบดาษๆ เสียแต่ไม่ดาษเพราะบุคคลมันไม่ปกติ
วังวนแห่งความซวยเริ่มบังเกิด
หากย้อนเวลากลับไปได้...
จะคบกับพวกมันดีไหมวะ?

โอดีสซีอุส ลินคาโต นาร์ซีซัส

เพลงตอนนี้เป็น OP เรื่อง Madoka นะครับ!

交わした約束忘れないよ
Kawashita yakusoku wasurenai yo
ฉันจะไม่มีวันลืมสัญญาที่มีให้กันมา
目を閉じた確かめる
Me o toji tashikameru
จะหลังตาแล้วทบทวนมันอีกครั้ง
押し寄せた闇 振り払って進むよ
Oshiyoseta yami   furiharatte susumu yo
ฝ่าฝันความมืดมิดเพื่อจะได้ก้าวเดินต่อไป

 

いつになったらなくした未来を
Itsu ni nattara nakushita mirai o
อนาคตที่เคยสูญเสียไป
私ここでまた見ることできるの?
Watashi koko de mata miru koto dekiru no?
ฉันจะได้พบมันอีกครั้งในตอนนี้มั้ย ?

 

溢れ出した不安の影を何度でも裂いて
Afuredashita fuan no kage o nando de mo saite
แต่เงาแห่งความโศกเศร้ากลับเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ
この世界歩んでこう
Kono sekai ayundekou
ตราบใดที่โลกนี้ยังหมุนอยู่

 

とめどなく刻まれた時は今始まり告げ
Tomedonaku kizamareta   toki wa ima hajimari tsuge
ช่วงเวลาอันไร้ที่สิ้นสุด ในเวลานี้มันพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
変わらない思いをのせ
Kawaranai omoi o nose
เพราะความรู้สึกนี้ไม่เคยเปลี่ยน
閉ざされた扉開けよう
Tozasareta tobira akeyou
เปิดประตูที่เคยปิดอยู่นั้นซะ

 

目覚めた心は走りだした未来を描くため
Mezameta kokoro wa hashiridashita mirai o egaku tame
หัวใจที่ลืมตาตื่นขึ้น ได้วิ่งออกไป เพื่ออนาคตที่ได้วาดไว้
難しい道で立ち止まっても
Muzukashii michi de tachidomatte mo
แม้มันจะเป็นทางที่ยากลำบากสักเพียงไหนก็ตาม
空はきれいな青さでいつも待っててくれる
Sora wa kirei na aosa de itsumo mattete kureru
แต่ท้องฟ้าสีครามอันแสนสวยงามจะยังคงรออยู่
だから怖くない
Dakara kowakunai
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวหรอก
もう何があっても挫けない
Mou nani ga atte mo kujikenai
ไม่ว่าจะพบอะไร ก็จะไม่ท้อ

 

振り返れば仲間がいて
Furikaereba nakama ga ite
เมื่อมองกลับก็ได้พบกับเพื่อนๆ
気がつけば優しく包まれてた
Ki ga tsukeba yasashiku tsutsumareteta
และสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนที่มีให้กัน

 

何もかもが歪んだ世界で
Nani mo kamo ga yuganda sekai de
ในโลกใบนี้มันมีอะไรบ้าง
唯一信じれるここが救いだった
Yuiitsu shinjireru koko ga sukui datta
และนี่เป็นเพียงที่เดียวที่ฉันยังคงเชื่อ

 

喜びも悲しみもわけあえば強まる思い
Yorokobi mo kanashimi mo wakeaeba tsuyomaru omoi
ความรู้สึกที่มีทั้งความสุขและความทุกข์
この声が届くのなら
Kono koe ga todoku no nara
อยากเสียงนี้ส่งไปถึงเธอ
きっと奇跡はおこせるだろう
Kitto kiseki wa okoseru darou
แน่นอนว่ามันจะต้องเกิดปาฏิหาริย์ขึ้นได้

 

交わした約束忘れないよ
Kawashita yakusoku wasurenai yo
ฉันจะไม่มีวันลืมสัญญาที่มีให้กันมา
目を閉じた確かめる
Me o toji tashikameru
จะหลังตาแล้วทบทวนมันอีกครั้ง
押し寄せた闇 振り払って進むよ
Oshiyoseta yami   furiharatte susumu yo
ฝ่าฝันความมืดมิดเพื่อจะได้ก้าวเดินต่อไป

 

どんなに大きな壁があっても
Donna ni ooki na kabe ga atte mo
ไม่ว่าข้างหน่จะมีกำแพงสูงใหญ่กั้นอยู่
越えて見せるからきっと
Koete miseru kara kitto
ก็จะต้องข้ามผ่านมันไป
明日信じて祈って
Ashita shinjite inotte
เพียงแค่เชื่อมั่นในวันพรุ่งนี้

 

壊れた世界で彷徨って私は
Kowareta sekai de samayotte watashi wa
ฉันที่ท่องไปในโลกใบนี้ที่ถูกทำลาย
引き寄せられるように辿り着いた
Hikiyoserareru you ni tadoritsuita
แต่ก็ต้องไปถึงยังทีที่วาดฝันเอาไว้ได้

 

目覚めた心は走りだした未来を描くため
Mezameta kokoro wa hashiridashita mirai o egaku tame
หัวใจที่ลืมตาตื่นขึ้น ได้วิ่งออกไป เพื่ออนาคตที่ได้วาดไว้
難しい道で立ち止まっても
Muzukashii michi de tachidomatte mo
แม้มันจะเป็นทางที่ยากลำบากสักเพียงไหนก็ตาม
空はきれいな青さでいつも待っててくれる
Sora wa kirei na aosa de itsumo mattete kureru
แต่ท้องฟ้าสีครามอันแสนสวยงามจะยังคงรออยู่
だから怖くない
Dakara kowakunai
เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวหรอก
もう何があっても挫けない
Mou nani ga atte mo kujikenai
ไม่ว่าจะพบอะไร ก็จะไม่ท้อ


ずっと明日待った
Zutto ashita matta
เพราะวันพรุ่งนี้ยังคงมีอยู่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #3236 `kany@nk๐96 (@kanekochin96) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 เมษายน 2557 / 20:02
    กรี๊ดดดดด โอดีสซีอุสตอนยังไม่บ้า(?)ก็เท่ไม่หยอกนะคะเนี่ย
    #3236
    0
  2. #2942 Rin Scarlet (@rin-scarlet) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มกราคม 2556 / 12:58
    สนุกมากเลยอ่ะ ว่าแต่ราฟาแอลสวยเหมือนกุมิ ? 5555.
    #2942
    0
  3. #2834 *.Saeneine Sonata.* (@diarypeem) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2555 / 12:17
    อรั๊ง!
    โอดีสซีอุสเท่ห์มากค่ะ!

    แต่บรีเอลยังร้ายบริสุทธิ์เช่นเคย...ไม่ใช่สิ แต่เด็กเลย!

    ส่วนราฟาเอล..เจ้ขราโผล่มาเพื่อไม่ให้เครียดสินะ? ;  ;
    (ชอบเจ้มากมาย XD)
    #2834
    0
  4. #2717 Canaries (@kideri) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 14:49
    55555+ โยนให้พี่ซะงั้น
    #2717
    0
  5. #2086 ✖ L o √ e ღ Ohm ✖ (@iluvfran) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 มีนาคม 2555 / 06:22

    โอดิสซีอย่างเห่ยอ่ 5555

    #2086
    0
  6. #1972 kami125 (@kami125) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 16:30
    เอิ่ม...หน้าพวกเมิงทั้งสองก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ= =;

    บรีเอลสนใจเรื่องนี้มั้งเซ่!!!!(ทุบโต๊ะ)>>>(แล้วมันเกียวไร?)

    #1972
    0
  7. #1929 honeypan (@honeypan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 07:22
    เราอยากให้บรีเอลได้กับดีสซีส์จริงๆ ว้ายวายยยยยยยยยยยยยยยย>.<
    #1929
    0
  8. #1512 II Pierrot Demy II (@black-fantasy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 11:12

    เป็นการเจอกันที่น่าประทับใจจริ๊ง จริง

    #1512
    0
  9. #1345 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 / 21:55

    ฮามากอะ

    #1345
    0
  10. #1305 Dark_JOKER (@nonoyoko) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 / 13:45
    ชอบมาโดกะมากมายอะ
    เป็นการเจอกันที่แบบไร้สาระสุดๆ
    แต่เป็นเราคงคิดว่าบีเอลเป็นผู้หญิงจริงน่ะล่ะ
    กรี๊ดดดดด><
    #1305
    0
  11. #1276 หลงทาง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2554 / 14:20
    เวลามันเปลี่ยนนิสัยคนได้จริงๆ - -;
    #1276
    0
  12. #1213 l bloodybear (@l-lin) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 / 22:56
     โอดีสตอนเด็กเท่ชะมัด
    แต่ราฟาเอลรั่วชะมัด
    #1213
    0
  13. #907 ท่านapollo (@apollo89541) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2554 / 10:13
    เบืองหลังกับ......เบืองหน้าของโอดิสช่างเเตกต่าง
    #907
    0
  14. #891 ~+*MiNd_Za*+~ (@ploymind) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2554 / 20:10
    นั่งฮาอย่างเดียว

    นี่สินะ กาลเวลาทำให้คนเปลี่่ยน
    #891
    0
  15. #792 e_noo@beamnoi (@enoobeam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2554 / 15:35
    ฮามากเรยค่ะ
    #792
    0
  16. #711 ศาลส้ม (@ramon14) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2554 / 19:14
     ฮาจัง
    #711
    0
  17. #689 L!tch-----* (@bobolove) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2554 / 01:13
    ทำไมตอนโอดิสซีอุสตอนมาดแมนมันยังฮากลิ้งได้อีกเล่า
    (เพราะมีราฟาเอลน่ะสิ ถามได้)
    บรีเอลก็ซึนแต่เด็กเลย อ๊ายยย น่ารักอ้าาาาาา
    #689
    0
  18. #583 Vanessa (@nakiro_wa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2554 / 10:41
    มีปมหลังสินะ โอดีสซีอุส -.-
    แต่ยังไงก็สู้บรีเอลน้อยไม่ได้หลอก ! (เรื่องอ่ะนะ /ถูกตบเกรียน(?))
    #583
    0
  19. #506 dlky (@plky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2554 / 14:24
    อุวะฮ่าๆๆๆ
    โอพาลง่ะ บรีเอลน้อยก้อพูดซะไม่กล้าเลี้ยว
    ไรเตอร์เค้าเจ๋งจิงๆฮ่ะท่านผู้ช้มมมม
    #506
    0
  20. #468 princess-lone (@gray-chan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2554 / 15:03
    ทำไมไม่เท่เหมือนเมื่ออดีตนะ ปัจจุบันช่าง... =________=
    #468
    0
  21. #280 jane123 (@areerat-41936) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 11:08

    ฮาแตก!

    นิสัยราฟาแอลนี่มันมีมาตั้งแต่เกิดเลยซินะ =_=

    สงสารโอดีสซีอุส...

    ไม่น่ามาเจอสองคนนี้เล้ย~

    #280
    0
  22. #154 parkraerim (@parkraerim) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2554 / 23:53
    ฮาชนิดแทบตกเก้าอี้

    โดนด่าไม่รู้ตัวแถมโยนให้เค้าอีก

    คนด่าก็หน้าหงายเลยไง

    คนถูกโยนก็วีนแหลกเสียจริงๆ

    นี่มันอะไรกันวะเนี่ย
    #154
    0
  23. #140 E.Y.ร้าย เดียงสา (@dreamlovely) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 เมษายน 2554 / 00:50
    ชอบค่ะ+++++++
    #140
    0
  24. วันที่ 8 เมษายน 2554 / 22:10

    -v- อ่านไปก็ฮาไปค่ะไรเตอร์ ปวดท้องเลย

    เอิ่ม โอดิส นี่แกถึงขั้นกล้าตวาดใส่บริเอลน้อยเลยเชียวเหรอเนี่ย อื้อหืม

    ก่อนกับหลังผีบราค่อนเข้าสิงเนี่ยต่างกันจนไม่เห็นแม้แต่เค้าเลยนะเนี่ย

    #129
    0
  25. วันที่ 7 เมษายน 2554 / 12:49
    555+อยากบอกว่าถึงยังไม่รั่วมากนะแต่เล่นเอาขำได้โล่เลย
    ปล.บรีเอลอย่างแจ่มมากๆ
    #128
    0