The fairy tale ※ อลวน...เทพนิยายพันธุ์พิลึก!!

ตอนที่ 12 : ※ 9 ※ สักวัน...เมื่อคำนั้นเอ่ยออกไป (มาเป็นเพื่อนกับฉันนะ บรีเอล : โอดีสซีอุส)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4044
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    21 เม.ย. 54








MusicPlaylist
Music Playlist at MixPod.com





...เพราะมนุษย์คือสิ่งที่เห็นแก่ตัว...

ที่ต้องการจะมีชีวิตอยู่

...เพราะมนุษย์คือสิ่งที่เห็นแก่ตัว...

จึงยอมทิ้งชีวิตของตนเองเพื่อให้คนที่เรารักมีชีวิตอยู่

มันไม่ใช่การเสียสละเพื่อคนส่วนมาก

แต่คนส่วนมากที่ว่านั่นมีคนที่รักอยู่

...เขาจึงเสียสละอย่างไม่ลังเล...

 




เลือดเจิงนองไปทั่วพื้นเคล้าไปกับเสียงร้องไห้ของท่านหญิงราฟาแอล...




บริเวณใบหน้านั้นมีบาดแผลลึกจนน่าหวาดหวั่นบริเวณใกล้ๆดวงตา เรียกให้โอดีสซีอุสต้องกัดฟันของตนเองแน่น...มันไม่ได้ควักดวงตาออกมาเลยแต่มันตั้งใจที่จะทรมาณก่อน!!




ไอ้ชั่ว!!” ท่านหญิงกรีดร้องออกมาพร้อมกับเสียงสะอื้น ไอ้พวกชั่ว...อย่ามาแตะน้องชายฉันนะ




พลังเวทมากอะไรกัน? กับแค่คนที่รักเพียงคนเดียวเธอยังช่วยไม่ได้เลย...




อัจฉริยะทุกด้านอะไรกัน? กับแค่คนที่อยากปกป้องยังช่วยไม่ได้เลย




แท้จริงแล้วพวกเขาอาจจะไม่มีอะไรเลยสักอย่าง ดังที่สรรเสริญก็เป็นได้...




เล่นกับเด็กนี่น่าเบื่อชะมัด... เสียงของหัวหน้าเอ่ยออกมาก่อนที่จะบ่นพึมพำออกมาเสียงเบา มันไม่ร้องสักแอะ หน้านิ่งชิบเป๊ง อย่างกับตุ๊กตาน่ะ เสียงกรีดร้องก็ไม่มี เหอะ น่าเบื่อสิ้นดี...อย่างนี้ก็ไม่ต่างกับกรีดศพเล่นเลยด้วยซ้ำไป




ไอ้พวก...สารเลว!!” โอดีสซีอุสคำรามออกมาเบาๆตัวของเขานั้นทรุดกับพื้น กระทั่งแรงที่พยุงตัวลุกขึ้นมายังไม่มีเลยด้วยซ้ำไป นัยนาสีฟ้าประกายดุร้ายนั้นละออกมาจากใบหน้าของหัวหน้านักฆ่า ก่อนที่รอยยิ้มฝืดๆนั้นจะปรากฏขึ้นมายามเมื่อมองร่างที่นอนนิ่งอยู่ บรีเอล...ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ...




...




...เฮ้ยๆ นี่ฉันอุตส่าห์พูดสุภาพเรียกแกเลยนะ




...




...เพราะงั้นตอบหน่อยสิ




...




 ...เฮ้...ถ้าแกตื่นมาแล้วแหละก็ รอยยิ้มนั้นเริ่มที่จะมีน้ำตาไหลออกมาช้าๆ ฉันจะเลิกแกล้งแก ฉันจะเลิกทำตัวงี่เง่าใส่แก แกพูดอะไรฉันก็จะคิดว่าแกแค่ปากไม่ตรงกับใจเท่านั้นแหละน่า!!...




...




แล้วถ้าแกลืมตาตื่นขึ้นมา...ฉันจะทิ้งทุกอย่าง ทิ้งหมดเลยศักดิ์ศรีบ้าอะไรนั่น...ทิฐิบ้าบอ การมองคนสองประเภท...ฉันจะเห็นแก่ตัว จะไม่เป็นคนดีแบบที่แกบอก จะไม่เป็นคนโง่ด้วยแล้วฉันจะพูดมันออกไป...




...




ถ้าแกตื่นมาฉันจะพูดว่า...เรามาเป็นเพื่อนกันเถอะนะ...




...




ให้โอกาสฉันแล้ว...ตื่นขึ้นมาสิบรีเอล...



แกจะเรียกมันไปถึงเมื่อไหร่กันวะ หัวหน้านักฆ่าเอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิด โดนกรีดขนาดนั้นผู้ใหญ่ยังตายแล้วจะนับประสาอะไรกับเด็กกันล่ะ เหอะ น่ารำคาญจริง เฮ้ย พวกแกสามคนน่ะมาถ่างตาไอ้เด็กนี่สิ จะได้เตรียมควักลูกตามันเสียที



...บรีเอล...




ตายแล้วอย่างงั้นหรอ? ฮือ...ฮึก...ท่านพ่อขา ท่านแม่ขา หนะ หนูกลัว...กลัว...




งั้นปล่อยพวกเราสิ แกเอาไปทั้งชีวิตทั้งดวงตาไปแล้วนี่ ปล่อยพวกเราสิ!!”




นะ นัยน์ตาสีทองนั้นเป็นประกายสั่นระริกจับจ้องไปยังเบื้องหน้า...ทุกคนต่างเห็นแก่ตัวขอแค่ตัวเองมีชีวิตเท่านั้นก็พอ ใครจะเป็นยังไงก็ได้ ขอแค่ไม่เกี่ยวกับเรา...ขอเพียงเท่านั้น...



แต่...




พวกคุณช่วยเสียใจกันหน่อยสิ เสียใจให้กับคนที่จากไปเพื่อพวกคุณน่ะ... เสียงเล็กๆนั่นสั่นเครือ เสียใจที่เขายอมสละตัวเองเพื่อพวกคุณน่ะ แค่นั้นไม่ได้หรอ จะเห็นแก่ตัวไปไหน...เห็นแก่ตัวมากเท่าไหร่จึงจะพอกันคะ...




...ถ้าหากนั่นคือรอยยิ้มสุดท้ายของคุณ




ฉันก็ปรารถนาที่จะไม่เห็นคุณยิ้มอีกเลยนะคะ...บรีเอล...




บรีเอล...อย่าทิ้งพี่ไปสิ...บรีเอล...




...




...ขอร้องแหละค่ะ




...




ให้โอกาสฉันก็ไม่ได้เลยหรือไงวะบรีเอล อย่าไปที่ที่ฉันไม่สามารถขอโอกาสจากแกได้สิ




...




อย่าไปที่ที่พี่สาวคนนี้มองคุณน้องขาไม่เห็นสิคะ




...




บรีเอล!!!!!!!!”




...มันจบแล้ว...

 




ท้ายที่สุดแล้ว...คนดีและคนที่โง่ที่สุด

คือคุณสินะครับ บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิส...

 




โอดีสซีอุส ลินคาโด นาร์ซีซัส...อัจฉริยะทุกด้าน




เขาแบ่งคนออกเป็นสองประเภทคือ ไร้ประโยชน์ กับ มีประโยชน์




แล้ว...บรีเอล อาร์ลันโด อาโดนิสคือคนประเภทไหนกันนะ?




ก่อนหน้านี้เขาตอบไม่ได้...ไม่สิมาตอนนี้ก็ยังตอบมันไม่ได้อยู่ดี...




รอยยิ้มเหยียดนั้นปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเด็กชายที่ทิ้งดาบไป ดวงตาดุร้ายนั้นเป็นประกายกร้าวทว่ามันก็เข้มแข็งกว่าใคร มุ่งมั่นกว่าใคร...อย่างที่เด็กคนหนึ่งจะสามารถทำได้




เพราะบรีเอลไม่ใช่คนไร้ประโยชน์หรือมีประโยชน์




แต่บรีเอล...คือเพื่อน...




กรีดร้องน่ารำคาญเป็นบ้า...เฮ้ย!! พวกแกทำให้ไอ้เด็กสองคนนี้มันเงียบหน่อยสิวะ!!” หันไปตะโกนสั่งลูกน้องของตนเองซึ่งพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินมาทางเขาและราฟาแอล นัยน์ตาสีทองนั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนที่เสียงสั่นระริกนั้นจะเอ่ยออกมาเบาๆ




มะ ไม่ อยะ อย่ามายุ่งกับ...




เสียงหัวเราะของพวกนักฆ่านั้นดังรอบกาย เรียกให้โอดีสซีอุสต้องดันท่านหญิงไปอยู่ข้างหลังตน เด็กหญิงสั่นระริกด้วยความกลัวขณะที่น้ำตานั้นไหลรินเงียบๆออกมาผ่านนัยน์ตาของตัวเธอเอง...





อย่ามาแตะเธอ... เด็กชายคำรามเสียงต่ำขณะที่กำลังปกป้องเด็กหญิงที่อยู่ด้านหลังตนเอง ดาบนั้นถูกยกขึ้นมาเรียกเสียงหัวเราะราวกับว่าพวกมันกำลังกลั่นแกล้งสัตว์เล็กอยู่ก็ไม่ปาน แรงฉุดเล็กๆนั้นเรียกน้ำตาให้ไหลรินออกมาจากนัยน์ตาสีฟ้าของโอดีสซีอุส





ที่ก่อนหน้านี้...ที่ก่อนหน้านี้เบื้องหลังของเขายังมีแรงฉุดเล็กๆของใครบางคนอยู่




ใครบางคนที่ตอนนี้นอนสงบให้พวกมันควักลูกตา...




อยะ อย่า...อย่ามายุ่ง...ดะ...ได้โปรด...





...









อย่ามายุ่งกับน้องชายสุดที่รักของฉันนะคะ!!!!!”









ท่านหญิงราฟาแอล อันนูชาโต อาโดนิส...




ท่านหญิงหื่นกามที่หลงผู้ชายไปทั่ว กรี๊ดกร๊าดทำตัวไม่น่าสมกับเป็นท่านหญิงเลยแม้แต่น้อย ท่านหญิงที่ใครต่างปรานามว่าโง่เง่าที่สุดเท่าที่เคยเจอมา ไร้สาระที่สุด...





แต่ท่านหญิงคนนั้น...






คือผู้หญิงที่วิ่งเอาตัวของตัวเองไปหยุดมีดไม่ให้ทำร้ายร่างของน้องชาย







เด็กหญิงกอดร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของน้องชายแน่น เสียงรอบข้างด่าระงมเธอต่อความโง่ของตัวเธอ...เธอที่วิ่งออกมาจากหลังของโอดีสซีอุส ไปดึงร่างของน้องชายนั้นมากอดแน่น จนผิวโดนมีดบาดเป็นทางยาวที่แขนขาวนั่น...




ในตอนที่วิ่งออกไปนั้น...เธอกลัวหรือเปล่า?




กลัวสิ กลัวมากเลย





กลัวว่ามีดจะบาดจนเลือดไหล กลัวนักฆ่าจะมาฆ่าเธอด้วย กลัว...





แต่ว่า...




ฉันกลัว...กลัวที่จะต้องทนมองน้องชายของตัวเอง...





นัยน์ตาสีทองนั้นฉายแววอบอุ่นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสถึงร่างกายอุ่นของน้องชาย...และลมหายใจที่แม้จะอ่อนจางมากเพียงใด แต่เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว...





ที่จะบอกว่าน้องชายของเธอนั้นยังมีชีวิตอยู่...





มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัว...





ขอแค่ตนเองรอดเท่านั้น...





 ทำบ้าอะไรของแกวะ!!”





อื้อ!!”





มือหยาบของลูกน้องคนหนึ่งกระชากผมสีทองนั้นอย่างแรงจนร่างเล็กต้องปล่อยมือจากน้องชาย น้ำตาใสๆไหลรินอาบใบหน้าน่ารักของเด็กหญิง...





ที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม...




เรียกให้ดวงตาสีฟ้าของโอดีสซีอุสนั้นเบิกกว้างอย่างตกใจ




จะทำอะไร...จะทำอะไร...ราฟาแอล...




ดิฉันมีข้อเสนอค่ะ!!!” จู่ๆท่านหญิงราฟาแอลก็ตะโกนขึ้นมาอย่างรวดเร็วพร้อมน้ำตา ทว่านัยน์ตาสีทองนั้นเป็นประกายแน่วแน่ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างออกมาได้ มันเป็นข้อเสนอที่ดีแล้วคุณน่าจะสนใจนะคะ...




คุณปกป้องฉันมามากแล้วดังนั้น...




ขอให้พี่สาวคนนี้...ไอ้ปกป้องน้องชายบ้างเถอะนะคะ




ข้อเสนออะไรของแกยัยท่านหญิงพูดมาก คิ้วของหัวหน้ากลุ่มนั้นขมวดกันแน่น ดวงตาฉายแววรำคาญจับจ้องไปยังท่านหญิงเบื้องหน้าตนเองอย่างหงุดหงิดเป็นยิ่งนัก เงิน? ทอง? เหอะ ฉันไม่สนใจของแบบนั้นหรอกนะ




รอยยิ้มนั้นยังไม่คลายจากใบหน้าของท่านหญิงราฟาแอล ดวงตาสีทองนั้นเป็นประกายหมายมั่นอย่างที่ใครต่อใครต่างต้องละอายใจให้กับเด็กหญิงคนนี้..




มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัว...




ถ้าเป็น...อำนาจในการมองเห็นอนาคตล่ะคะท่านหญิงสูดลมหายใจเข้าปอดของตัวเองลึกก่อนที่เสียงนั้นจะเปล่งออกมาอย่างมั่นคง




ดิฉันท่านหญิงราฟาแอล อันนูชาโต อาโดนิส...เด็กหญิงที่มีเวทสูง...และ




ดิฉันคือเด็กที่มีอำนาจในการมองเห็นอนาคตค่ะ




ในวันที่ฉันได้รับทุกอย่าง คือวันที่น้องชายฉันสูญเสียทุกอย่าง




ขอเพียงคุณปล่อยคนในงานไป ดิฉันจะไปกับคุณ นัยน์ตาสีทองนั้นหันมาสบกับดวงตาสีฟ้าของโอดีสซีอุส ดิฉันมีพลังเวทสูงคุณคงไม่อยากต่อสู้สินะคะ เพราะถ้าดิฉันตายไปความสามารถนี้ก็คงจะหายไปเช่นกัน...




ราวกับ...ต้องการบอกเขาว่า...





ดิฉันเก่งใช่ไหมล่ะคะ?





และหัวเราะออกมา...




นัยน์ตาของหัวหน้ากลุ่มนั้นมีประกายละโมบทว่าเขาก็ต้องหรี่ตามองท่านหญิงผู้มีอำนาจแห่งการทำนายอย่างช้าๆ และเอ่ยถามนาง แล้วทำไมแกถึงไม่รู้ว่าฉันจะมาล่ะในเมื่อแกมีพลังในการอ่านอนาคตไม่ใช่หรือไง?




เพราะฉันยังไม่สามารถบังคับพลังนั้นได้เท่าไหร่นัก ท่านพี่มิคาเอลจึงสะกดพลังของฉันเอาไว้น่ะค่ะ ท่านหญิงเอ่ยออกมาเรียบๆ เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจใช่ไหมล่ะคะ? เพียงแค่คุณปล่อยพวกคนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมด





เพียงเท่านั้นฉันจะไปกับคุณอย่างไม่เกี่ยงงอนเลยค่ะ




หึ... รอยยิ้มเหยียดนั้นปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหยาบ อาโดนิสก็ฉลาดใช่เล่นนี่...ใช้ไอ้เด็กตาสองสีนั่นทำให้ใครต่อใครคิดว่าอำนาจการมองอนาคตอยู่ที่มัน แต่แท้จริงแล้วคนที่สามารถมองเห็นอนาคตได้คือแกสินะ




... นัยน์ตาสีทองนั้นฉายแววเจ็บปวดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่มันจะจางหายไป




ข้อเสนอนั่น... นัยน์ตานั้นฉายแววครุ่นคิดก่อนที่จะแสยะยิ้มออกมา ...ฉันตกลง เฮ้!! พวกแกน่ะ ไปหาอะไรมามัดท่านหญิงนี่หน่อยสิ อย่าให้มันบาดเจ็บมากนักแหละ เฮ้ย! แกน่ะไปเตรียม...




...พะ พวกเรารอดแล้วใช่ไหม...




ดะ ดีจัง ดีจังเลย...




ขอบคุณ!! ขอบคุณท่านหญิงราฟาแอล...




สรรพเสียงสรรเสริญนั้นเคล้าไปกับเสียงสั่งของหัวหน้านักฆ่า นัยน์ตาสีฟ้าไร้ประกายนั้นมองไปที่ท่านหญิงราฟาแอลที่กำลังยืนอยู่ รอยยิ้มนั้นยังไม่คลายออกมาจากใบหน้าของท่านหญิงราฟาแอล จวบจนกระทั่งมือนั้นถูกพันธนาการด้วยเชือกเวทมนตร์ หรือกระทั่งตอนที่ร่างเล็กๆนั้นถูกพวกกลุ่มนักฆ่าฉุดไป...




พร้อมกับคำพูด...ที่แสนอ่อนโยน...




.

.

.

ช่วยดูแลบรีเอล ต่อจากฉันทีนะคะ









 

ท้ายที่สุดแล้ว...เธอเคยห่วงตัวเองบ้างหรือเปล่าราฟาแอล?




โง่ที่สุด...ฝาแฝดอาโดนิสนั่นเป็นคนที่โง่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา...




อย่ามาทิ้งทุกอย่างเอาไว้กับฉันแล้วหนีไปสิราฟาแอล... เด็กชายเอ่ยออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆพยุงร่างกายอย่างช้าๆ พลังกายอาจไม่เหลือแต่พลังใจที่อยากปกป้องนั้น เขามั่นใจว่า...มันจะต้องไม่น้อยไปกว่าความรู้สึกตอนนี้อย่างแน่นอน




ปล่อยเพื่อนของฉันนะเว้ย!!!!!!!!!!!!”




ตะโกนออกมา...และล้มลงอย่างน่าสมเพชท่ามกลางสรรพเสียงมากมายที่ตนเองไม่อยากฟัง...




พระเจ้า...ได้โปรด...




ลูกไม่เคยเชื่อในพระองค์...แต่ว่าตอนนี้...




ช่วย...ช่วยพวกโง่สองคนนี้ที...




ได้โปรด...












ไอ้พวกสารเลว ปล่อยน้องฉันเดี๋ยวนี้นะเว้ยยยยยยยยยยย!!!!!!!!”









ในตอนนั้นเสียงทุ้มของใครบางคนได้ดังขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวังของเด็กชาย...




ใครคนนั้นคือผู้ชายที่มีใบหน้าเย็นชาอยู่เสมอกำลังหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ...ใครคนนั้นคือผู้ชายที่มักจะมีสีหน้านิ่งเฉยและมักจะใส่หน้ากากครึ่งหน้า และใครคนนั้นที่ว่า...




คือพี่ชายที่รักน้องของตนเองมากที่สุดเช่นเดียวกัน...





มิคาเอล อิลกราซเซโต อาโดนิส





ปัดโธ่เอ๊ย! แกจะส่งเสียงเพื่อให้มันเห็นเราทำไมวะ? เสียงทุ้มดังออกมาอย่างติดจะเบื่อหน่ายทว่ามีประกายรักสนุกอยู่อย่างเต็มเปี่ยม...





ดยุคนาร์ซีซัส ลูกชายท่านนั่งขาแบ๊ะเลือดไหลอยู่...ดยุคชิซิฟัสที่เพิ่งมาถึงนั้นเอ่ยออกมาอย่างติดจะเหนื่อยใจ





ไอ้พวกสารเลว แกอย่าอยู่เลย!!!!!!!!!”




ว่าแต่คนอื่น...เมิงก็พอกันแหละ...




ท่านพ่อ... นัยน์ตาสีฟ้านั้นเบิกกว้างด้วยความตกใจจับจ้องไปยังสิบสามดยุคที่ปรากฏตัวออกมา โดยไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ ชายหนุ่มเจ้าของหน้ากากครึ่งหน้านั้นกระโจนเข้าหาฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็วขณะที่ทางนั้นกำลังตกใจ




ดาบเล่มใหญ่ปรากฏขึ้นบนมือของชายหนุ่มเรียกให้สติที่หายไปของกลุ่มนักฆ่านั้นกลับมาอย่างรวดเร็ว ดาบนั้นถูกยกขึ้นกันดาบของชายหนุ่มพร้อมกันนั้นก็รีบสวนกลับไป ทว่าฝีมือของมิคาเอลไม่ได้ห่วยแตกแบบทหารชั้นปลายแถว เขาคืออัจฉริยะคนหนึ่งที่ใครๆต่างก็ต้องยอมรับ




ไม่รู้ว่าคาดการณ์ได้ล่วงหน้าหรือไม่ กลุ่มนักฆ่าที่ก่อนหน้านี้คิดจะใช้ทุกคนในงานเป็นตัวประกันก็ไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้พวกตนได้รวมกลุ่มเตรียมจะหนีพร้อมกับนำตัวท่านหญิงราฟาแอลไป เป็นอันว่านอกจากท่านหญิงราฟาแอลแล้วนั้นก็ไม่มีตัวประกันคนอื่นๆ ครั้นจะใช้ท่านหญิงเป็นตัวประกัน ทางฝ่ายดยุคก็รู้แน่ว่าพวกตนไม่กล้าทำอะไรท่านหญิงผู้มีพลังแห่งการทำนาย




แม้ว่ากลุ่มนักฆ่าจะมีมากกว่า ทว่ากลุ่มดยุคนั่นใช่ว่าจะห่วย อย่างน้อยมีแม่ทัพใหญ่มาอยู่ในกลุ่มจะแพ้ก็เกินไปแล้ว!! เพียงครู่เดียวชัยชนะก็ตกมาอยู่กับกลุ่มสิบสามดยุค ทว่าเขายังจำได้ดีก่อนที่จะจัดการนั้นมีนักฆ่าคนหนึ่งคิดใช้ท่านหญิงเป็นตัวประกันจริงๆ มีดนั้นเอามาจ่อคอของราฟาแอลและเอ่ยขู่ออกมา...




ถอยไปนะเว้ยไม่งั้น...ไม่งั้น...ฉันจะฆ่านางนี่แน่!!”




ทว่าคนเป็นพี่ชาย (ที่รักน้องมากแต่ไม่กล้าแสดงออก) พอเห็นน้องสาวมีเลือดไหลออกมาจากบริเวณที่มีดโดน...




พวกแก...ทำร้ายน้องชายสุดที่รักของฉันแล้วยังกล้าทำอะไรน้องสาวสุดที่รักของฉันอีกหรอวะ!!!!!”




(ด้วยความสัตย์จริง...พวกกรูสาบานว่าจะไม่แกล้งน้องของมัน : สิบสองดยุค)




ขอไม่กล่าวถึงบทสรุปของนักฆ่าคนนั้นแล้วกัน...













 

 

หลังจากวันนั้น...ผ่านมาสามวันเขาก็ยังไม่ได้พบบรีเอล




ระหว่างนั้นท่านพ่อก็ได้เล่าให้ฟังเกี่ยวกับเรื่องในวันนั้นว่าตอนนั้นรู้สึกว่ากำลังประชุมอยู่ ทว่าจู่ๆดยุคมิคาเอลก็ลุกขึ้นมาพร้อมกันนั้นก็บอกคร่าวๆว่ามีเรื่องใหญ่และวิ่งออกไป ทำเอาสิบสองดยุคที่เหลืออยู่วิ่งออกไปแทบไม่ทัน และพอไปถึง...พี่แกก็ตะโกนไปแล้วนั่นแหละ




คงเป็นอำนาจในการมองเห็นอนาคตของดยุคอาโดนิส ท่านพ่อพูดออกมาอย่างขมวดคิ้วเล็กน้อย เรื่องข้อจำกัดการมองเห็นอนาคตนั้นพ่อก็ไม่รู้หรอกนะ แต่รู้สึกว่าถ้าเป็นเรื่องใหญ่เมื่อไหร่ดยุคอาโดนิสก็จะเห็นอนาคตละมั้ง?




...เรื่องน้องมันใหญ่กว่าเรื่องแคว้นชัวร์




เขามั่นใจทว่าก็ไม่คิดที่จะเอ่ยมันออกมา ระหว่างนั้นก็บอกไปว่าพวกนักฆ่านั้นโดนจับเป็นไปอยู่คุกหลวง ส่วนเรื่องการได้รับโทษนั้นตอนแรกดยุคอาโดนิสนั้นเรียกร้องอยากเอามันไปทำโทษเองใจจะขาด (ซึ่งพ่อเขาเองก็อยู่ข้างนี้เช่นกัน) ทว่าสิบขุนนางที่เหลือกับกษัตริย์เกิดสงสารนักฆ่าเหล่านั้นขึ้นมาจึงเลือกที่จะให้อยู่คุกหลวง...




และการทรมานเป็นหน้าที่ของเจ้าชายรัชทายาทอันดับที่สองไป




เขาเคยได้ยินมาว่าเจ้าชายรัชทายาทอันดับที่สองเป็นพวก...เอ่อ...ชอบสะสมของมีคมและโปรดปรานการทรมานมากที่สุด ชนิดที่เรียกได้ว่าโรคจิต ไม่รู้ว่าระหว่างดยุคมิคาเอลกับเจ้าชายรัชทายาทอันดับ 2 นี่ ไปอยู่กับใครน่ากลัวกว่ากัน...




ซึ่งพอเขาถามพ่อไปนั้น ท่านพ่อก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างสง่างามและตอบว่า...




ถ้าเป็นเรื่องสองฝาแฝดอาโดนิสแล้วแหละก็ ดยุคอาโดนิสน่ากลัวที่สุดลูกรัก




“…”





หลังจากนั้นพอล่วงเลยเข้าสู่หนึ่งอาทิตย์เขาก็ได้ฤกษ์ไปหาบรีเอล อันที่จริงทางฝ่ายอาโดนิสนั้นแทบไม่อยากให้ใครพบน้องชายตัวเองเลยด้วยซ้ำ สังเกตุจากหน้าตาเย็นชา สายตาที่บอกไปนัยๆว่า ไสหัวไปไกลๆ น้องชายฉันต้องการพักผ่อนนั่นน่ะนะ




และต้องขอบคุณหนังหน้าที่ทนทานของพ่อเขาที่จะมาให้ได้ โดนสายตาไล่เสียขนาดนั้นก็ไม่สนลูกเดียวพาเขาบุกมาคฤหาสน์บอกว่าอยากเยี่ยมบรีเอลกับราฟาแอลหน้าตาเฉย แม้ว่าคนตรงหน้าจะถึงขั้นเอ่ยปากไล่ก็ตามที




เอาเป็นว่าท้ายที่สุดเขาก็ได้เยี่ยมบรีเอลแหละนะ...




ส่วนราฟาแอลที่เจ็บน้อยกว่านั้นหลังจากรักษาหายเรียบร้อยนั้นเจ้าตัวก็รีบวิ่งไปเที่ยวเล่นต่อข้างนอกอย่างรวดเร็ว จากปากคำของสาวใช้เห็นบอกว่าไปเดินเล่นแถวๆโฮสคลับเพื่อเปิดหูเปิดตาดูอาหารตาแต่ไม่เข้าไปใช้บริการ...





โอดีสซีอุสสูดลมหายใจเข้าลึกๆขณะที่ตอนนี้อยู่หน้าประตูห้องของเด็กชาย เขาค่อยๆเคาะประตูเบาและเปิดมันอย่างช้าๆเนื่องจากกลัวว่าหากคนที่อยู่เบื้องหลังประตูนั้นหลับพักผ่อนอยู่อาจจะตื่นเอา





พอเปิดประตูนั้นก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นตานั้นกำลังหลับปุ๋ยอยู่ในห้อง บาทแผลต่างๆนั้นเริ่มหายไปมากแล้วจากที่พบกันมานั่นทำให้เขาโล่งอกจริงๆ โอดีสซีอุสเดินเข้ามาในห้องอย่างช้าๆก่อนที่จะค่อยๆปิดประตูอย่างเบามือ




สายตาสีฟ้านั้นกวาดมองไปรอบห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายเน้นโทนสีขาวสะอาดตา ไม่ค่อยมีข้าวของเท่าไหร่นักทั้งๆที่ห้องก็กว้างมากแท้ๆ สิ่งที่พอจะนับเป็นชิ้นเป็นอันอาจจะเป็นสมุดปกสีน้ำตาลอ่อนเล่มเล็กที่วางเอาไว้ข้างเตียงของเด็กชาย





เขาค่อยๆเดินไปนั่งที่ข้างเตียงก่อนจะหยิบเอาไดอารี่เล่มนั้นมาเปิดดูเล่นอย่างเบื่อหน่าย ถึงแม้...เอ่อ...มันจะเสียมารยาทมากก็ตามทีเถอะ...





ทว่า...เขาคิดว่านะ บางทีเขาอาจจะคิดถูกก็ได้ที่เปิดสมุดเล่มเล็กนั่นึ้นมา เพราะเพียงแค่อ่านเขาก็อดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มกว้าง...ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่สุด...




ไอ้คนปากแข็ง!!”













 

งือ...




เสียงครางเบาๆดังขึ้นอย่างงัวเงียจากคนที่ก่อนหน้านี้เคยหลับอยู่ ผมสีน้ำตาลยุ่งเล็กน้อยก่อนที่มือเล็กๆจะค่อยยกขึ้นมาขยี้ตาของตัวเอง ทว่าก่อนที่มือนั้นจะมาถึงดวงตาหมายจะขยี้เพื่อให้ตื่นเต็มตานั้นมันกับสัมผัสกับอะไรอุ่นๆเสียก่อนเรียกให้คนที่นอนอยู่ก่อนหน้านี้นั้นต้องลืมตาอย่างหงุดหงิดใจ...




สิ่งที่เห็นเป็นอย่างแรกคือขนตาสีทองกับเปลือกตาที่ปกปิดนัยน์ตาสีฟ้าคู่ดุร้ายนั่น...




สิ่งต่อมาที่รับรู้คือ...กุถูกมันกอด...




และสิ่งต่อมาที่กระทำคือ...




อ๊ากกกกกกกก!!!” เสียงร้องโหยหวนดังมาจากปากของเด็กชายที่ตื่นเต็มตาก่อนที่นัยน์ตานั้นจะเป็นประกายหงุดหงิดมองไปที่ใบหน้าของไอ้คนที่ตื่นมาแล้วมัน... ทำบ้าอะไรของแกวะ




ถีบ




ใช่!! มันถีบเขาเต็มๆเลย!!




ใบหน้านั้นเบ้ลงอย่างหงุดหงิดก่อนที่คนที่โดนถีบตกเตียงนั้นจะค่อยๆพยุงตัวเองขึ้นมยืนอย่างช้าๆ และสาวเท้าไปนั่งยังเก้าอี้ข้างเตียง บ่นงึมงำๆทำนองว่าแค่เตียงแค่เนี้ยทำมาหวงไปได้!!




มาทำไม?




มาเยี่ยม!”




ของเยี่ยมล่ะ?




ไอ้...!!




โอดีสซีอุสชักเหงื่อตกคิดกับตัวเองในใจอย่างหงุดหงิดขณะที่กำลังมองไอ้หน้าตายซากตรงหน้าตนเองที่กำลังทวงของเยี่ยมอย่างหน้าด้านๆ ไม่มีอายเลยสักกะติ๊ดเดียว




ไม่ได้เอามา




งั้นก็กลับไปสิ




ไอ้...เด็กผี!!!




เขาเม้มปากแน่นกับคำไล่ซึ่งๆหน้าของไอ้คนตรงหน้าที่มองมาอย่างเฉยชาก่อนจะหาววอดๆ ทำท่าจะไปนอนอีกรอบเสียจนเขาต้องหงุดหงิด ตายเถอะมันจะคิดบ้างไหมวะว่ากว่าเขาจะมาเยี่ยมมันได้นะมันยากแค่ไหนกัน? นึกว่าพี่ชายมันยอมให้มาเยี่ยมมันง่ายๆหรือไงกัน?!!




ไม่คิดจะพูดอะไรกับฉันเลยหรือไง




อือ ไม่คิด มันเอ่ยตอบมาตรงๆ ชนิดที่ว่าเหมือนโดนชก...ไม่เอาน่าคิดในแง่บวกสิ มันก็แค่ปากไม่ตรงกับใจเท่านั้นแหละเว้ย เอาน่า...แค่...ปาก...ไม่...ตรง...กับ...ใจ




ใช่ มันแค่ซึนเดเระเท่านั้นแหละ!!




แต่ฉันอยากพูดกับนาย เด็กชายกล่าวออกมาก่อนที่จะมองคนตรงหน้าที่เลิกคิ้วขึ้นสูงเล็กน้อย





ว่ามาสิ





...ฉันโกรธนายมากบรีเอล ที่นายทำบ้าๆแบบนั้น

นายบอกกับฉันว่าอย่าเอาชีวิตไปทิ้ง แต่ทำไมตอนนั้นนายไม่ดิ้นรนวะ!! นายไม่รู้หรือไง...ว่าทั้งฉัน...ทั้งราฟาแอล...ห่วงนายมากขนาดไหน ท้ายเสียงนั้นเอ่ยออกมาอย่างอ่อนลงขณะที่กำลังสบตากับคนตรงหน้าที่มองเขานิ่งอย่างไม่ไปไหน ดวงตานั้นเป็นประกายเรียบเฉยก่อนที่เสียงเล็กๆจะเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา...





ฉันสนใจความรู้สึกของพวกนาย





แล้วทำไมแกถึงทำแบบนั้นวะ!”





แต่ฉันสนใจความรู้สึกของตัวเองมากกว่า





...





ความรู้สึกที่บอกว่าอยากให้พวกนายมีชีวิตอยู่ต่อไป





เห็นแก่ตัวชะมัด... แม้จะพูดแบบนั้นแต่โอดีสซีอุสก็ยิ้มออกมา นายมันเห็นแก่ตัวจริงๆบรีเอล






อือ เพราะมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่เห็นแก่ตัวนี่ เด็กชายเอ่ยออกมาเสียงเรียบ





ในเมื่อแกเห็นแก่ตัวไปแล้ว... เสียงนั้นค่อยๆเอ่ยออกมาเสียงแผ่ว คราวนี้ขอฉันเห็นแก่ตัวบ้างนะบรีเอล





นัยน์ตาสองสีนั้นมองอีกฝ่ายเล็กน้อยเป็นเชิงแปลกใจว่ามีอะไรทว่าก่อนที่จะได้เอ่ยปากถามนั้น ร่างที่เคยนั่งอยู่บนเก้าอี้จู่ๆก็นั่งไปคุกเข่าบนพื้นพร้อมกับก้มหน้าราวกับกำลังเอ่ยคำสาบานที่จะภักดีต่อกษัตริย์...




ทว่า...เขาไม่ใช่กษัตริย์...




จนกว่าเลือดจะหลั่งรินย้อมหมดทั่วแผ่นดิน

จนกว่าลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะห่างหาย

จนกว่าแขนทั้งสองข้างไม่อาจถือดาบเพื่อเจ้า

จนกว่าร่างนี้ยับเยินเสียจนไม่อาจเป็นโล่ให้กับเจ้าได้...

 

ข้าสัญญาว่าจะไม่ทรยศเจ้า

 




ความภักดีที่มอบให้นี้ ไม่มีทางที่จะมอบให้กับกษัตริย์ เจ้าหญิงหรือเจ้าชาย



แต่เป็นนายเท่านั้น...นายเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ฉันจะกล่าวสาบานออกมา...



นัยน์ตาสองสีนั้นเบิกกว้างเล็กน้อยมองคนตรงหน้าและ...




อายไหมนั่น




...โคตร
















 

 

 

 

สมุดไดอารี่ของเขานั้น...




หากว่าเปิดข้างในจะมีภาพวาดชุ่ยๆของใครบางคนวาดเอาไว้อยู่ข้างๆภาพของเด็กชายผมสีทองที่ตอนนี้กำลังชี้นิ้วท่าทางด่ากรากคนถือกล้อง




โดยใต้ภาพนั้นเขียนเอาไว้...




ฉันอยาก...เป็นเพื่อนกับนาย

 



และหากมองลงมาอีก...จะเห็นลายมือสวยๆของใครบางคนที่เขียนเอาไว้...




 

.

.

.

ไอ้งี่เง่าขี้อายเขียนใส่ไดอารี่เหมือนผู้หญิง!

ถ้ามัวแต่เขียนแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะเป็นเพื่อนกันได้วะ?

แต่พอแกมาอ่านแกคงไม่ได้พูดคำนั้นแล้วแหละบรีเอล...

.

.

.






มาเป็นเพื่อนกับฉันนะ บรีเอล




ใบหน้าของโอดีสซีอุสนั้นแดงก่ำราวกับเขาต้องใช้ความกล้าอย่างมหาศาลที่จะพูดคำดังกล่าวออกมา เรียกให้คิ้วสีน้ำตาลเลิกขึ้นสูง...





อือ...




.

.

.

 

 

เพราะฉันจะพูดมันออกไปเอง












xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

จบแล้ว!! ภาคย้อนอดีตมันจบแล้วววววววววว!!
รู้แล้วชิมิ! ว่าแท้จริงแล้วโอเขาไม่ได้เป้นบราค่อนมาแต่กำเนิด (แต่เกิดมาจากพรหมลิขิต) น่ะ!! 

ฮา มีคนบอกว่าชอบโอตอนก่อนมาพบกับบรีเอลมาก น้องโอเขาเท่เหลือหลาย
หลังพบ รักแท้กับบรีเอลแล้วนั้นก็ทำให้น้องโอเขาเปลี่ยนไป
เขาว่าความรักเปลี่ยนคนได้ แต่นี่ความบราค่อนมันเปลี่ยนอัศวินอนาคตไกลชัดๆ
ตอนต่อไปเป็นเก็บรายละเอียดของภาคย้อนอดีตเล็กน้อยก็จะกลับเข้ามาสู่เนื้อเรื่องอีกครั้งแล้วนะคะ!
(อันที่จริงๆไปๆมาๆ เราว่าย้อนอดีตมันยังหาสาระได้มากกว่าเนื้อเรื่องหลักอีกนะ!)

ขอบคุณที่ติดตาม + คอมเม้นท์ให้กำลังใจ (หรือขู่ฆ่า?) ตลอดนะคะ

Linea-Lucifer

ป.ล. ใครบอกว่าเรื่องนี้ขาดซิสค่อน!
มิคาเอลนี่เกิดมามีกรรมโคตรๆ มีน้องเป็นฝาแฝดเลยกลายเป็นทั้งซิสค่อนและบราค่อนในคนเดียวกัน
ในที่นี้คนแต่งก็ขอไว้อาลัยให้กับเฮียมิคของเราก็แล้วกันนะคะ!


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

3,390 ความคิดเห็น

  1. #3362 melon (@pedpilin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 เมษายน 2559 / 11:19
    นี่ขอเป็นเพื่อนหรือขอเป็นเป็นแฟนจ้ะ
    #3362
    0
  2. #3353 ΣaѓŁ♟ILLUA (@aillTY) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 มีนาคม 2559 / 00:13
    ซึ้งมากกกกกก ฮือ เสียสละตัวเองเพื่อคนอื่น ลรีเอลน้อยๆทำเค้าร้องไห้นะคะ
    #3353
    0
  3. #3137 Dream fairy (@star03) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 มกราคม 2557 / 19:39
    เกือบร้องไห้แล้วนะ อีกนิดนึง! ถ้ามันไม่เจอ



    เรื่องน้องสำคัญกว่าเรื่องแคว้น



    แหม บ่อน้ำตาเกือบแตกถ้าไม่เจอ คุณพี่แสนซึน
    #3137
    0
  4. #2720 Canaries (@kideri) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2555 / 15:23
    TT ซึ้ง
    #2720
    0
  5. #2402 animeluver (@luvlygooddie) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2555 / 12:10
     "อายไหมนั่น"

     "โครต"

    น่าร้ากกกกกกกก

     "น้องมาก่อนแคว้นสินะ"

    ดยุคมิคาเอลน่าร้ากกกกกกกกกกกก
    #2402
    0
  6. #2398 gifspy007mtr-0 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2555 / 09:15
    สนุกคะชอบมิคาเอลมากอะ

    บทจะเย็นชาก็เย็นชามากบทจะรักน้องก็รักแบบสุดๆอ่า
    #2398
    0
  7. #2214 abcdefghijklimno (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 เมษายน 2555 / 10:56
    สนุกมากๆเลยครับ 555+ ตลกเนือยๆครับ 555+ ชอบที่บรีเอลปากไม่ตรงกับใจ ^^
    #2214
    0
  8. #2140 B3stFriend 'Smile :) (@kuraiimoon) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2555 / 23:07
    บ้านนี้ซึนทั้งบ้านสินะ . . .
    ประทับใจมากค่ะไรเตอร์ TT'' //ปาดน้ำตา
    (เมื่อกี้ยังหัวเราะอยู่เลยนี่นา = =)

    ปล. ทำไมโอดีสซีอุสถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้ =[]='' อัศวินจะเปลี่ยนเป็นบราค่อนได้จริงๆหรือ ',.'

    #2140
    0
  9. #2091 ✖ L o √ e ღ Ohm ✖ (@iluvfran) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 มีนาคม 2555 / 16:42
    เริ่ม รัก โอมากขึ้นแล้วอ่ะ > <'
    #2091
    0
  10. #1982 kami125 (@kami125) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มีนาคม 2555 / 11:41
    เป็นเรื่องแรกที่อ่านแล้วรุ้สึกน้ำตาจะไหล เมพขิงขั้นเทพอะT^Tb(ปาดน้ำตา)
    #1982
    0
  11. #1932 honeypan (@honeypan) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 08:08
     ประทับใจมากกกกกกกกกกก บราโว่!


    โอดีสฯเท่ห์มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


    อั๊ยย่ะ! ได้กันเหอะคู่นี้!*ท่านมิคกระโดดถีบ*
    #1932
    0
  12. #1879 ❖LittleHat❖ {R E D - K I N G} (@kirari1234) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2555 / 17:17
    กลับมาตอนนี้อีกครั้ง สงสัยว่าถ้าราฟาแอลโดนจับไปจริงๆ จะเกิดอะไรขึ้น (แบบ...หลายปีผ่านมากลายเป็นพวกศัตรูอะไรแบบนั้น =w=)
    #1879
    0
  13. #1875 ...ฟิ้ว~ (/=__=)/ (@minidark) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:59
    ...แอร๊ย ชอขคำสาบานมว้ากเลยล่ะค่า♥
    #1875
    0
  14. #1860 bks (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 31 มกราคม 2555 / 00:04
    ซึ้งมากค่าาาาาา>
    #1860
    0
  15. #1673 kapook mook (@bookachook) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2554 / 21:05
     โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ~~~~~~
    ซึ้งเหลือหลาย
    #1673
    0
  16. #1515 II Pierrot Demy II (@black-fantasy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2554 / 11:47
    ร้องไห้ค่ะ!
    เฮียมิตเห็นน้องชาย-น้องสาวสำคัญที่สุด
    #1515
    0
  17. #1481 Mεσ' (- -)' (@30901) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 15:08
    พูดไม่ออกกันเลยทีเดียว!!
    #1481
    0
  18. วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 12:09
     มันเปลี่ยนไปชนิดผลิกหน้าดิน(ทั้งโลก)
    #1476
    0
  19. #1426 la~la~* (@lovelyeye) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 / 21:29
     ซึ้งอะ...กระซิกๆ

    มิตรภาพของ 2 คนนี้ช่างน่ารักจริงๆเลยนะคะ

    พี่หญิงก็น่ารักเหมือนกัน ^^
    #1426
    0
  20. #1349 s.tiger (@jennyblue) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 / 23:11
    ดีจังเป็นมิตรภาพที่อบอุ่นดีอะ
    #1349
    0
  21. #1308 Dark_JOKER (@nonoyoko) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 / 14:48

    โอสสสสส ขอเป็นเพื่อนน่ารักไปไหมคะ
    โอดีสโคตรแมนอ่า ทำไมปัจจุบัน
    มันกลายเป็นบราค่อนไปได้ล่ะ
    หรือมันเสียสติ 5555

    #1308
    0
  22. #1300 หลงทาง (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 / 11:15
    เอิ่ม โอดีส ทำไมแกเปลี่ยนไปได้ขนาดเน้้
    #1300
    0
  23. #1252 woozyyy (@woozyyy) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2554 / 09:48
    ตีพิมพ์เมื่อไหร่จะซื้อแน่ สุดยอดไปเลยน้าา
    #1252
    0
  24. #1216 l bloodybear (@l-lin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 / 23:53
     ชอบคำว่า อายไหมนั่นมากกกกกกก
    ถ้าเปิดโพลโหวตคำพูดโดนใจจะจิ้มอย่างไม่ลังเลเลย
    #1216
    0
  25. #1215 l bloodybear (@l-lin) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 / 23:52
     ชอบคำว่า อายไหมนั่นมากกกกกกก
    ถ้าเปิดโพลโหวตคำพูดโดนใจจะจิ้มอย่างไม่ลังเลเลย
    #1215
    0