คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF VIXX] Apple Blossom #ฟิคแอปเปิ้ลฮงบิน -END-

ดอกแอปเปิล (Apple Blossom) เป็นสัญลักษณ์แห่งความซึ้งในคุณค่า ถ้าได้รับดอกแอปเปิลจากผู้ใด แสดงว่าผู้ให้ต้องการบอกว่าผู้รับนั้น เป็นคนที่มีค่าสำหรับผู้ให้เสมอ ซึ่งอาจไม่ใช่คนที่เป็นคู่รักกันก็ได้

ยอดวิวรวม

511

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


511

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


14
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 มิ.ย. 60 / 14:37 น.
นิยาย [SF VIXX] Apple Blossom #ԤͻΧԹ -END- [SF VIXX] Apple Blossom #ฟิคแอปเปิ้ลฮงบิน -END- | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


Apple Blossom 
#ฟิคแอปเปิ้ลฮงบิน

ดอกแอปเปิล (Apple Blossom) เป็นสัญลักษณ์แห่งความซึ้งในคุณค่า 
ถ้าได้รับดอกแอปเปิลจากผู้ใด แสดงว่าผู้ให้ต้องการบอกว่าผู้รับนั้น 
เป็นคนที่มีค่าสำหรับผู้ให้เสมอ ซึ่งอาจไม่ใช่คนที่เป็นคู่รักกันก็ได้




กราบสามรอบแบบสวยๆ มาเปิดเรื่องใหม่อีกแล้ว -_-" (เรื่องเก่ายังไม่จบเลย)
มาคราวนี้ขอเป็นราบินนะเป็นSFเหมือนเดิม 
มาในตรีมมาเฟียฮ่องกง (หูยยย ตื่นเต้น)
ตรีมอลังอีกแล้ว จะรอดไหมเนี่ย 
หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นแนวพรีเรียสแต่โน้ววว จ้า
อ้าว? แล้วเอาดอกไม้มาทำไม? 
แน่นอนว่าไม่ได้เกี่ยวข้ออะไรใดกับดอกไม้เลย
นอกจากมันตรงกับวันเดือนเกิดของหลี่หงบิน
และเพราะเป็นแนวจีนจึงขอใช้ชื่อแบบจีนๆนะจ๊ะ
เมาท์มอยสนุกเลย ยังไงก็ขอฝาก
#ฟิคแอปเปิ้ลฮงบิน ด้วยนะคะ









SFเรื่องนี้เป็นแนวชxช รับไม่ได้กด [x]
R-17





What did we do last night 

I'm thinking your body






 
 



Contact me
© Apple Blossom | BY SweetPotato | OPEN 2017-05-20 | Theme from B E R L I N ❀ | Special Thank Domino label
b
e
r
l
i
n
?

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 มิ.ย. 60 / 14:37


Apple Blossom


“เงินน่ะจะจ่ายไหม” ชายตัวใหญ่ในชุดสูทสีดำสวมแว่นกันแดดใช้เท้าเขี่ยร่างที่นอนคุดคู้อยู่บนพื้น “อย่าให้พวกข้าใช้กำลังสิวะ!” เขารั้งร่างที่นอนอยู่ขึ้นมาแล้วซัดหมัดเข้าที่หน้าท้องอย่างแรง จนคนถูกชกตัวงอ

“อึก! ขอผลัดไปก่อนเงินผมยังไม่ออก” ชายคนที่ถูกซ้อมบอก

“เอ็งผลัดมากี่วันแล้ว”

ผลั่ก! ผลั่ก!

สองหมัดหนักถูกชกเข้าที่ท้องจนคนถูกชกกระอักเลือดออกมา

“พอเหอะพี่ เดี๋ยวแม่งตายห่านายฆ่าเราแน่” ลูกน้องอีกคนหนึ่งเอ่ยห้าม ชายตัวใหญ่ผลักร่างบอบช้ำลงกับพื้นอย่างไม่แยแส

“อึก!

“ถ้าพรุ่งนี้พวกกูไม่ได้เงินนะมึงเตรียมตัวตายได้เลย” ชายตัวใหญ่ชี้หน้าร่างที่นอนฟุบอยู่กับพื้น ก่อนที่จะเดินข้ามร่างนั้นไปขึ้นรถสีดำที่จอดรออยู่หน้าซอย

“จินหยวนจื่อ” ร่างสะบักสะบอมค่อยๆยันตัวเองลุกขึ้นนั่งพิงผนังกำแพง ในซอยตันที่มีแต่ลังไม้กับกลิ่นของสนิทเหล็กพึมพำชื่อมาเฟียเงินกู้รายหนึ่งในฮ่องกงที่พ่อเลี้ยงเขาไปกู้มาจากคาสิโน “แฮ่กๆ” เสียงหอบหายใจดังก้องไปทั้งซอย มือขาวมีแต่รอยแตกและเลือดจากการต่อสู้ หนักหน่อยก็คงจะเป็นช่วงลำตัวกับใบหน้านี่แหละที่ถูกรุมซ้อมจนเละไม่เป็นท่า

หลี่หงบิน ลูกชายเจ้าของร้านขายติ่มซำเล็กในแถวย่านจอร์แดนซึ่งเป็นตลาดนัดกลางคืน ตอนกลางวันหลี่หงบินจะต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยที่ได้ทุนของรัฐบาลตกเย็นก็ต้องรีบกลับมาเปิดร้านช่วยอาป๊า เขาอยู่กับอาป๊าสองคนซึ่งก็ไม่ใช่ป๊าแท้ๆ ส่วนอาม๊าก็เสียไปได้สองสามปีแล้วช่วงที่อาม๊าเสียอาป๊าติดการพนันมากจนเป็นหนี้หลายล้านดอลลาร์

ครืด

“อาหงบิน” อาป๊าที่นั่งดูทีวีรอลูกชายกลับบ้านแทบจะวิ่งมาพยุงตัวลูกชายที่ทรุดลงข้างๆประตูตั้งแต่เปิดเข้ามา “ใครทำอะไรลื้อ”

“พวกไอ้จินหยวนจื่อ” หลี่หงบินหอบหายใจพูดพร้อมกับกัดฟัน

“ไปนั่งก่อน ลุกไว้หรือเปล่า” อาป๊าช่วยพยุงร่างสะบักสะบอมไปนั่งที่โซฟาหน้าทีวีก่อนที่จะเดินเข้าไปในครัวที่มีมู่ลี่ทำจากลูกปัดสีๆกั้น “ก่อนน้ำก่อน วันนี้จะเปิดร้านไหวหรอ”

“อั๊วไหวป๊า พรุ่งนี้ต้องเอาเงินไปให้มันด้วย” คนเจ็บกระดกน้ำเข้าปากดื่มอึกใหญ่อย่างกระหาย “เดี๋ยวอั๊วไปเตรียมเปิดร้านดีกว่าใกล้เวลาแล้ว”

หลี่หงบินพยุงร่างกายที่บอบช้ำของตัวเองเดินไปที่หน้าบ้านเพื่อเอาผ้าบังหน้าร้านขึ้นพร้อมกับเอาซึงตั้งไปนึ่งติ่มซำ อาป๊ามองมาที่ลูกเลี้ยงของตนด้วยความเป็นห่วง เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กๆพอมาเป็นเจ็บตัวแบบนี้ก็อดที่จะสงสารไม่ได้ คนอายุมากกว่าได้แต่มองด้วยความเป็นห่วง

“อาป๊าไปนั่งดูทีวีเลยเดี๋ยวตรงนี้อั๊วจัดการเอง อาป๊าไม่ต้องห่วงนะ” พูดพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างให้แม้ว่าจะเจ็บแผลที่ปากก็ตาม อาป๊าพยักหน้าเพื่อให้คนเป็นลูกได้สบายใจก่อนที่จะเดินเลี้ยงไปนั่งดูทีวีในบ้าน

ร้านของบ้านหลี่หงบินไม่ใช่ร้านใหญ่หรือมีชื่อเสียงอะไรมากมายนักแต่ที่ขายได้ทุกวันนี้เพราะทำมาตั้งแต่อากงอาม่าเป็นคนว่ารากฐานมาลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนแถวๆนี้ ตอนนี้หกโมงเย็นแล้วถนนหน้าร้านคึกคักเหมือนทุกวัน ร่างสูงโปร่งเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่วันนี้ครึ้มกว่าปกติ แล้วก็ภาวนาขอให้ฝนอย่าตกเลย

ไกลออกมาจากถนนเส้นที่ผ่านหน้าบ้านของร่างโปร่งรถยนต์สีดำลดกระจกหลังลงฝั่งหนึ่งจอดอยู่ในมุมที่คนในรถสามารถมองเห็นคนในบ้านนั้นได้

“หลี่หงบิน” ร่างสูงในชุดสูทสวมแว่นกันแดดปิดบังใบหน้าเอ่ยขึ้นเบาๆ “กลับพรรคไปพวกแกทุกคนจะถูกลงโทษ!” ร่างสูงของผู้เป็นนายเอ่ยเสียงเฉียบขาดเมื่อเห็นว่าคนที่ตนเองมาเผฝ้าดูนั้นมีรอยฟกช้ำตามใบหน้า

“แต่มัน...”

“หุบปากแกซะ ฉันไม่อยากให้ฉันเอาตะกั่วกรอกปาก”

“ครับนาย”

ร่างสูงนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างจุดโฟกัสสายตารวมอยู่ที่ร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนขายของอยู่หน้าเตา แขนเรียวจับผ้าสีขาวที่คล้องคอขึ้นมาซับเหงื่อออกจากใบหน้า รอยยิ้มหวานที่ถูกแจกจ่ายให้กับคนที่มาซื้อของช่างตรึงตาเขาเหลือเกิน

“ออกรถ”

จินหยวนจื่อไม่คิดมาก่อนเลยว่าตัวเองจะมาถูกตาต้องใจคนแบบนั้น เขามีชีวิตที่แต่ละวันมีผู้หญิงมาเสนอตัวให้จนถึงที่แทบทุกวัน แต่มันก็แค่นั้นผ่านไปแล้วก็จบกัน แต่กับคนๆนี้

“หึ” ร่างสูงยกยิ้มอยู่มุมปากเมื่อนึกถึงคนตัวบางที่ยืนเหงื่อซกอยู่หน้าเตาขายของ ผิวขาวๆนั้นมัน... จินหยวนจื่อแลบลิ้นเลียริมฝีปากเมื่อคิดไปไกลถึงไหนต่อไหน

“ฉันอยากได้ตัวไอ้หมอนั่น” อยู่ๆร่างสูงก็พูดขึ้นมา “เอาตัวมาให้ฉันให้เร็วที่สุด” น้ำเสียงเรียบนิ่งสั่ง

“แต่ว่า...”

“พรุ่งนี้ฉันต้องได้ตัวหลี่หงบิน

 


 


แสงแดดสีทองอบอุ่นในตอนเช้าท้องฟ้าโปร่งไร้เมฆบัง หลี่หงบินรู้สึกว่าวันนั้นจะต้องเป็นวันที่ดีมากๆสำหรับเขาแน่ๆ ร่างโปร่งเดินสะพายเป้ขึ้นหลังเดินไปตามทางเท้า

“สวัสดีตอนเช้าครับเจ็ก!” ร่างโปร่งเอ่ยทักทายผู้คนที่เดินผ่านอย่างอารมณ์ดี

วันนี้เงินออกมีเงินไปใช้หนี้ไอ้พวกนั้นแล้ว ถึงจะใช้ไม่หมดในทีเดียวแต่ก็ทำให้เดือนนี้เขาไม่ต้องถูกพวกนั้นทำร้ายก็คุ้มแหละ มันจะวนมาลูปนี้เสมือโดนซ้อมสิ้นเดือนต้นเดือนจ่ายเงิน มันจะเป็นแบบนี้ตลอดนี่ก็ผ่านไปหกเดือนแล้วที่ต้องทำงานสายตัวแทบขาด มหาลัยก็เรียนไม่เป็นเวลาแต่โชคดีที่มีเรียนแค่ จันทร์ พุธ ศุกร์ ส่วนวันที่เหลือเขาก็ต้องวิ่งทำงานพาร์ทไทม์ เขาทำทุกที่ที่ให้ค่าตอบแทนดี ไม่ว่าจะร้านขายหนังสือ ร้านขายของแบรนด์เนม หรือแม้แต่ร้านอาหารริมทาง งานไหนที่ได้เงินหลี่หงบินจะทำทั้งหมด

วันนี้เป็นวันจันทร์เขาต้องไปทำงานที่ร้านกาแฟหลังเลิกเรียนตอนเที่ยง แต่ตอนนี้ต้องไปตั้งใจเรียนก่อน

“หงบิน! ทางนี้” เสียงเรียกดังขึ้นจากมุมหนึ่งใต้ต้นไม้ต้นใหญ่กลางสนามหญ้ากลางมหาวิทยาลัย ร่างโปร่งเพ็งมองไปอย่างใช้สายตา

หานเซียงเฮ่อ เพื่อนเอกเดียวกันกำลังยืนโบกไม้โบกมือกระโดดเหมือนคนบ้านั่นเพื่อนสนิทเขาเอง เจ้าหมอนั่นเป็นลูกชายร้านขายผักในตลาดนี่แหละได้ทุนเหมือนกันเคยเจอกันตอนสัมภาษณ์ด้วย ครั้งแรกที่เห็นหลี่หงบินรู้สึกไม่ชอบเอามากๆเพราะกลัวว่าไอ้หมอนี่จะมาแย่งทุนแต่พอผลออกมากลับได้ทันสองคนเลยทำให้หลี่หงบินมองหานเซียงเฮ่อดีขึ้น แต่ก็แอบเขม้นมาตลอดนั่นแหละ

ไม่มีใครชอบคนที่เรียนเก่งกว่าตัวเองหรอก

“ฉันเอาหนังสือประวัติศาสตร์มาให้นายน่ะ” หนังสือประวัติศาสตร์เล่นใหญ่ถูกยัดใส่มือร่างโปร่งทันทีที่เดินมาถึง

“ขอบใจ”

“แล้วนั่นหน้าไปโดนอะไรมา พวกไอ้หยวนจื่ออีกแล้วหรอ” หานเซียงเฮ่อชี้หน้าถามทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว ความจริงเรื่องนี้รู้กันแค่สองคนเพราะครั้งหนึ่งตอนที่หลี่หงบินกำลังลำบากเพราะถูกพวกนั้นตามทวงหนี้ก็ได้หานเซียงเฮ่อช่วยไว้ ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปแล้วล่ะ

“อือ”

“แล้วนี่เงินที่ทำงานยังไม่ออกหรอ เลยกำหนดมา3วันแล้วนี่”

“ออกวันนี้ พอดีที่ร้านมีปัญหา”

“ร้านมีปัญหา? แล้วไม่คิดว่าพนักงานเขาก็มีปัญหาต้องใช้เงินหรอวะ” หานเซียงเฮ่อพูดอย่างฉุนๆนี่เขาเห็นหลี่หงบินสภาพนี้มาสามวันติดแล้วนะ “เออ ช่างแม่งเหอะไปหาไรกินกัน”

“อือๆ” หลี่หงบินพยักหน้าเดินกอดหนังสือตรงไปที่โรงอาหารของมหาวิทยลัย

วันนี้โรงอาหารคนเยอะจังแฮะปกติร้างแทบไม่มีคนเพราะส่วนใหญ่จะออกไปกินข้างนอกกัน มีแต่พวกเด็กทุนนี่แหละที่มาฝากท้องที่โรงอาหารเพราะราคาถูกส่วนเรื่องรสชาติก็อย่าพูดถึงมันเลย อร่อยหรือไม่คิดแค่ว่าอิ่มท้องไว้ก่อนเท่านั้นแหละ

“เขามีอะไรกัน” คนข้างๆก้มลงมากระซิบข้างๆหู

หลี่หงบินส่ายหน้า “ไม่รู้ ก็มาด้วยกันเนี่ย”

“เขาหล่อจังเลยว่าไหมเธอ” กลุ่มผู้หญิงที่เดินผ่านไปพูดเรื่องบางอย่างที่น่าจะเกี่ยวกับความผิดปกติในวันนี้พร้อมกับส่งมือถืออวดอะไรบางอย่างที่อยู่ในนั้น

“ฉันว่าเราไปดูกันดีกว่า” ว่าแล้วหานเซียงเฮ่อก็ลากแขนหลี่หงบินให้เดินตาม

พวกเขาเดินแหวกฝูงชนเข้ามาจนถืออยู่หน้าสุด หลี่หงบินอ้าปากค้างเกือบลืมหายใจเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า นี่วันบ้าอะไรเนี่ย!

“จินหยวนจื่อ”

“ไง หลี่หงบินไม่ได้เจอกันนานนะว่าไหม” ร่างสูงสวมแว่นกันแดดสีเดินยกยิ้มมุมปากแล้วถอดแว่นออกสาวๆที่ยืนมุมดูต่างสงเสียงกรี๊ดราวกับคนตรงหน้าเป็นดารา จินหยวนจื่อใช้สายตาเจ้าเล่ห์ไล่มองคนตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าและมาหยุดที่ร่างสูงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆทำหน้าตาไม่พอใจส่งมาให้เขา

“มาที่นี่ทำไม” หลี่หงบินถามด้วยน้ำเสียงปกติทั้งที่ใจเต้นแรงจนช็อกตายอยู่แล้ว

“ฉันว่านายคงไม่อยากให้ฉันพูดมันตรงนี้หรอก” จินหยวนจื่นลุกขึ้นเดินมาแทรกกลางระหว่างหานเซียงเฮ่อและยกแขนขึ้นโอบไหล่เล็กของหลี่หงบินไว้หลวมๆ “เราไปหาที่เงียบๆคุยกันดีกว่าไหม”

หมับ!

“เฮ้ย! ทำไมวะปล่อยเพื่อนกู!” หานเซียงเฮ่อที่เห็นจินหยวนจื่นยื่นหน้าไปใกล้หลี่หงบินก็เข้าไปกระชากทั้งสองคนออกจากกัน ลูกน้องของจินหยวนจื่อกำลังจะเข้ามาแต่เขาก็ห้ามไว้ก่อน

“ไม่เป็นไร”

“แต่ว่า...”

“บอกว่าไม่เป็นไรก็ไม่เป็นไรไงวะ!” จินหยวนจื่อตวาดทำเอาสาวๆที่ยืนชื่นชมความหล่อนั่นหน้าหดเหลือกันแค่สองนิ้วเอง “ฉันว่านายอย่ามายุ่งเรื่องนี้จะดีกว่า” จินหยวนจื่อหันมาพูดพร้อมกับใช้นิ้วจิ้มที่ไหล่ของหานเซียงเฮ่อเป็นการย้ำให้อีกคนรู้สถานะของตนเองว่าไม่ควรมายุ่งเรื่องนี้

“อย่าทำอะไรหานเซียงเฮ่อนะครับ ผมขอ” หลี่หงบินเห็นเพื่อนตัวเองกำลังลำบากก็รีบเข้าไปร้องขอทันที ทำไมกานเซียงเฮ่อถึงจะต้องมาเจ็บตัวเพราะเขาบ่อยๆด้วย

“นายก็ไปกับฉันสิ” จินหยวนจื่อยกแขนขึ้นโอบรอบไหล่เล็กๆ หลี่หงบินขัดขืนเล็กน้อยแต่ทำไมไอ้หมอนี่มันแรงเยอะจังวะ ฟ้าช่างไม่ยุติธรรมเลยทั้งที่เป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ทำไมเขาถึงอ่อนแอกว่าล่ะ

“ครับ” หลี่หงบินพยักหน้ารับ “หานเซียงเฮ่อ ฝากลาอาจารย์ด้วยนะ”

“อือ” หานเซียงเฮ่อรับปากแม้ว่าเขาอยากจะเข้าไปดึงหลี่หงบินออกมาจากไอ้บ้านั่นก็ตาม

จินหยวนจื่อไม่สนใจใครแล้วนอกจากคนข้างๆเขาเดินแหวกประชากรเพศหญิงออกมาไม่ได้สนใจพวกเธอสักนิด คนสวยๆน่ะมองแป๊ปๆก็เบื่อ คนน่ารักนี่สิยิ่งมองก็ยิ่งละลายตาไปไหนไม่ได้ ใบหน้าขาวของหลี่หงบินก็เป็นแบบนั้น หลี่หงบินรู้สึกอึดอัดมากที่ต้องอยู่ใกล้ๆจินหยวนจื่อแบบนี้ ไม่ชอบสายตาที่มองมาเหมือนจะจับเขากินเข้าไปทั้งตัวนั่นเลย

“เราจะไปไหนครับ”

“คุยธุระของเราไง” จินหยวนจื่อบอกเสียงเรียบนิ่ง โดยไม่ได้ละลายตาไปจากใบหน้าของคนที่นั่งเคียงข้างเลย “นายเป็นหนี้ฉันอยู่เท่าไหร่”

3 ล้านดอลลาร์”

“ความจริง 5 ล้านครับ” ชายสวมแว่นกันแดดสีดำที่ทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถเอ่ยขึ้น เขาคือคนที่ซ้อมหลี่หงบินเมื่อวาน

“อะไร! ไหนว่าเหลือแค่3ล้านแล้วไง” ร่างโปร่งโวยวาย นี่มันขูดรีดกันชัดๆเลย

“ไหนว่ามาซิ”

“เงินต้น3ล้านครับแต่ว่าดอกเบี้ย...” ชายคนนั้นเว้นจังหวะ

จินหยวนจื่อพยักหน้าเข้าใจ “รู้แล้ว” เขาบอกกับลูกน้อง “หลี่หงบิน นายต้องเข้าใจนะว่าเงินกู้น่ะมันมีดอกเบี้ย” น้ำเสียงสงสารจับใจนั่นมันช่างตอแหลเสียจริงๆหลี่หงบินคิด ก่อนที่จะหันไปเบ้ปากอีกทางเพื่อไม่ให้คนที่นั่งข้างๆเห็น

“ครับ แต่ความจริงคุณไม่ต้องมาทวงเองก็ได้เพราะวันนี้ผมกำลังจะเอาเงินเข้าไปให้”

“เท่าไหร่ล่ะ” จินหยวนจื่อไม่ได้ถามเพื่อที่จะดูถูก แต่เขาถามเพราะอยากรู้ว่าการที่อีกคนทำงานสายตัวแทบขาดนั้นมันได้คุ้มค่าเหนื่อยหรือเปล่าก็เท่านั้น แต่หลี่หงบินไม่ได้คิดแบบนั้นเขาคิดว่าอีกคนกำลังประเมินตัวเองอยู่ต่างหาก

หลี่หงบินเม้นปากคิดถึงเงินที่ตัวเองจะได้ “4000ดอลลาร์” ร่างโปร่งพรูลมหายใจออกมา เขาตอบมันไปแล้ว

จินหยวนจื่อขมวดคิ้วทันที ทำงานเหนื่อยแทบได้ได้แค่สี่พัน แล้วยังแบ่งมาใช้หนี้เขาแล้วแบบนี้ค่ากินอยู่ในแต่ละเดือนจะพอใช้หรอ

“สนใจมาทำงานกับฉันไหม” ร่างสูงถาม หลี่หงบินหันไปมองด้วยตาเป็นประกาย จินหยวนจื่อยิ้มขำคนอะไรแค่ได้ยินเรื่องงานก็ทำตามวาวขนาดนี้

“อือๆ” หลี่หงบินพยักหน้า ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอะไรเขาจะทำ “งานอะไรครับ”

“งานบริการทั่วๆไปน่ะ”

 

“สนใจครับ คุณจะจ้างผมเท่าไหร่” หลี่หงบินถามทันที แม้ว่างานมันน่าสนใจแต่ถ้าค่าตอบแทนไม่คุ้มก็ไม้อยากทำหรอกนะ

“...” จินหยวนจื่อไม่ตอบแต่ยกมือขึ้นมาชูสามนิ้วแทน

3000

300” จินหยวนจื่อบอกเสียงเรียบ หลี่หงบินหน้าหงิกพร้อมกับอ้าปากหวอ สามร้อยเนี่ยนะคนบ้าอะไรเขี้ยวชะมัดเลย! “ผมทำร้านกาแฟยังได้มากกว่าที่คุณจ้างอีก” เขาไม่ได้อวดว่าหาเงินเก่งแต่มันเรื่องจริงเขาได้เดือนละพันดอลลาร์ฮ่องกงเชียวนะ แต่นี่อะไรสามร้อยซื้อข้าวกินไม่กี่วันก็หมดแล้ว

“แล้วจะทำไหม”

“ไม่” หลี่หงบินยืนยันเสียงแข็งเรื่องอะไรจะทำแบบนี้ก็ต่างจากเหนื่อยฟรีเลยน่ะสิ “ถ้าคุณมีงานที่ค่าตอบแทรสูงกว่านี้ผมจะทำ”

“...” จินหยวนจื่อเลิกคิ้วสูง คิ้วขมวดเข้าหากันอย่างคนใช้ความคิดในเมื่อเขาอยากได้ตัวหลี่หงบินทำไม่เขาไม่ลองเสนออะไรแบบนี้ไปล่ะ เขาอาจจะถูกมองว่าเป็นไอ้แก่บ้ากามแต่เพื่อที่จะให้ได้ตัวคนๆนี้จะลองเสี่ยงก็แล้วกัน

“ว่าไงครับ มีไหม”

“นอนกับฉันสิ”

“คุณจะบ้าหรือไง!” หลี่หงบินโวยวายเสียงดังอยากจะกระโดดออกนอกรถก็ตอนนี้แหละ “ผมเป็นผู้ชายคุณก็ผู้ชาย ผมไม่พิศวาสคุณหรอกนะ”

“แสนวอน” จินหยวนจื่อพูดขึ้น หลี่หงบินขมวดคิ้วเข้ารีบเอามือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดเข้าแอปฯเทียบอัตราแลกเปลี่ยนกดจำนวนเงินที่อีกฝ่ายเสนอมาทันที

696.XX

หลี่หงบินกำมือถือในมือแน่นจนแทบเครื่องมันจะยับคามือ ตัวเขามีค่าแค่หกร้อยหกร้อยกว่าดอลฯเองหรอ  จะดูถูกกันเกินไปแล้วจินหยวนจื่อ

“ว่ายังไง”

“มันดูถูกกันเกินไปนะจินหยวนจื่อ” หลี่หงบินหันไปพูดกับอีกฝ่ายเสียงแข็ง สายตาแข็งกระด้างนั้นจินหยวนจื่อเห็นมันอย่างชัดเจน “ถ้าผมมีค่าแค่เศษเงินของคุณก็เลิกยุ่งกับผมซะ”

“แล้วเท่าไหร่ถึงจะพอ”

หลี่หงบินเม้มปากเข้าหากันแน่น เขาก้มลงจิ้มๆเลขลงในโทรศัพท์อีกครั้งก่อนที่รอยยิ้มจะระบายออกมาผ่านริมฝีปากสีพีช “ล้านวอน” ว่าแล้วก็โยนมือถือของตัวเองลงบนตักของคนข้างๆ

จินหยวนจื่อหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องบางขึ้นมาดูพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก แค่ไม่กี่พันดอลลาร์ทำไม่จะให้ว่าที่ภรรยาในอนาคตใช้ไม่ได้

“ว่ายังไงจินหยวนจื่อ” หลี่หงบินเร่งเอาคำตอบ

ร่างสูงยกยิ้มอย่างถูกใจ “ได้สิ เงินแค่นี้จนหน้าแข้งฉันไม่ร่วงหรอก” จินหยวนจื่อยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเบาๆข้างหูของคนข้างๆ ลมหายใจร้อนเป่าลงบนต้นขอจนรู้สึกขนลุก แต่หลี่หงบินก็เก็บอาการได้ดี “เริ่มงานพรุ่งงนี้ ฉันจะให้คนไปย้ายของที่บ้านนายมาไว้ที่บ้านฉัน”

“แล้วอาป๊า?”

“ไม่ต้องห่วงฉันให้นานมาเยี่ยมได้ตลอดถ้าอยากมา” จินหยวนจื่อบอก หลี่หงบินดูคลายกังวลลงเล็กน้อยแต่ก็ไม้ทั้งหมด นี่เขาจะต้องมาเสียงพรหมจรรย์ประตูหลังให้กับไอ้หมอจริงๆหรอเนี่ย

“แต่ตอนนี้ผมต้องไปเรียนนะครับ”

“หืม?” จินหยวนจื่อยกนาฬิกาบนข้อมือขึ้นมาดู แล้วเลิกคิ้วสูง “เล่นมาครึ่งชั่วโมงแล้วนี่ ไม่ต้องเข้าเรียนหรอก อิ่งฉินไปที่ร้านเลย” จินหยวนจื่อไม่ได้สนใจคนข้างๆด้วยซ้ำ แต่สั่งคนขับรถให้ขับไปที่คาสิโนของตนเองทั้งที่ตอนนี้ยังเช้าอยู่

“นี่คุณ!” หลี่หงบินโวยวาย เมื่อไม่ได้ตามทีต้องการใบหน้าสวยหงอง้ำอย่างขัดใจ แต่จินหยวนจื่อไม่ได้สนใจสีหน้าขัดใจนั้นเลยนอกเสียจากมองแล้วเพลินตาดีจริงๆ “จอดรถให้ผมลงเดี๋ยวนี้เลยนะ!

“เอายังไงครับนาย” อิ่งฉินคนขับรถและเป็นมือขวาของจินหยวนจื่อถามอย่างลังเล

“ไม่ต้องจอด ถ้าจะลงก็ให้กระโดดลงไปสิ”

หลี่หงบินตวัดสายตามองคนข้างๆอย่างไม่พอใจ ได้!ถ้าอยากให้โดดลงบนกลางถนนก็ได้เดี๋ยวจะโดดลงไปให้ดู หลี่หงบินขยับมือจับที่เปิดประตูเตรียมจะเปิดออกทั้งที่รถยังแล่นด้วยความเร็ว แต่ที่เร็วกว่ารถคงจะเป็นจินหยวนจื่อที่เห็นการกระทำสิ้นคิดของหลี่หงบินจึงได้รีบรั้งตัวร่างโปร่งเข้ามากอดไว้ หลี่หงบินดิ้นขลุกขลักขัดขืน แต่มีหรือที่คนอย่างจินหยวนจื่อจะทำตาม

“ปล่อยผมนะ! ก็คุณบอกเองว่าถ้าจะลงให้กระโดดลงไปนี่!

“นายจะบ้าบิ่นเกินไปแล้วนะหงบิน!” จินหยวนจื่อตวาดกลับอย่างโมโห เกิดมาไม่เคยไม่เคยเห็นคนดื้อและก็รั้นขนาดนี้มาก่อนเลย “อยากตายหรือไงกระโดดลงไปให้รถชนหรอ”

“...” ร่างโปร่งถูกผลักออก หลี่หงบินก้มหน้าเม้มปากไม่เถียงสักคำ จินหยวนจื่อยกมือขึ้นเสยผมขึ้นอย่างเครียดๆ ตากลมโตเหลือบมองร่างสูงที่นั่งข้างๆ

ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วย ตัวเองไม่ได้เป็นคนโดดนี่

หลี่หงบินคิดในใจ ร่างโปร่งที่นั่งเงียบค่อยๆขยับตัวไปชิดประตูรถแต่จินหยวนจื่อก็คว้าเอวเอาไว้ก่อน “จะทำอะไรอีกห๊ะ! อยากตายมากใช่ไหมหงบิน”

อีกแล้วเรียกชื่อกันห้วนๆอีกแล้ว

หลี่หงบินเม้มปากไมพูดตอบยอมนั่งนิ่งๆไม่ซนแล้วก็ได้ แต่ว่าเขาไม่ได้กลัวไอ้หมอนี่นะแค่ไม่ชอบคนเสียงดังเฉยๆ ร่างสูงโปร่งนั่งมองถนนผ่านกระจกรถโดยที่มีมือของจินหยวนจื่อโอบเอวอยู่อย่างหลวมๆ แค่ขยับเปลี่ยนตามเพราะเมื่อยนิดหน่อยก็จะถูกสายตาดุๆนั่นมองมาตลอด

“ถึงแล้วอยากจะลงก็ลงไป” จินหยวนจื่อปล่อยให้อีกคนเป็นอิสระ หลี่หงบินไม่รอช้าเปิดประตูลงไปยืนมองตึกสีขาวหลังใหญ่ด้านหน้าเขียนว่า V Bar

“พาผมมาที่นี่ทำไม”

“ที่ทำงานใหม่นาย เข้าไปดูสิ” จินหยวนจื่อลงมายืนข้างรถที่อยู่อีกฝั่ง ตอนนี้จึงมีรถหรูสีดำคั่นระหว่างทั้งสองคน

หลี่หงบินเงยหน้าขึ้นมองความอลังการของบาร์แห่งนี้ ที่นี่สินะที่พ่อของเขาเอาเงินมาผลาญช่วงสองสามปีที่ผ่านมา หลี่หงบินรู้สึกมือชื้นขึ้นมาเมื่อจะต้องเข้ามาเหยียบสถานทีแบบนี้ขาเรียวก้าวเดินไปข้างหน้าจินหยวนจื่อก็พยักพเยิดให้ลูกน้องเดินตามไป ไม่ได้คิดที่จะทอะไรแค่จะให้ไปอารักษ์ขาเท่านั้นแหละ

ทางเดินเป็นโถงยาวตกแต่งสไตล์จีนมีผ้าม่านสีแดงและแผ่นไม้แกะสลักให้อารมณ์เหมือนอยู่ในเดินอยู่ในตำหนักไหนสักตำหนักในวังมังกรเลย หลี่หงบินดูตื่นตามตื่นใจกับสถานที่พึ่งมาเห็นมากๆ ไปสีส้มสลัวทำให้เวียนหัวนิดหน่อยเมื่อมันตัดกับผ้าม่านสีแดงโปรงแสงที่ห้อยประดับตามทางเดิน ประตูไม้บานใหญ่มีชายสวมชุดดำสองคนยืนอารักษ์ขาอยู่ หลี่หงบินไม่กล้าแม้แต่จะเดินเข้าไปใกล้

“เปิดประตู” อิ่งฉินที่เดินตามหลังมาสั่ง ชายเฝ้าประตูทั้งสองคนมองหน้ากันและมองไปที่หงบิน เมื่อเห็นลูกพี่ใหญ่นอบน้อมกับร่างสูงโปร่งไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าคงเป็นคนสำคัญมากแน่ๆ

ประตูบานใหญ่เปิดออกเผยห้องที่มือสนิทภายในมีแต่โต๊ะกับเก้าอี้ที่ถูกจัดไว้อย่างดี เพียงแค่ย่างกายเข้าไปไฟหลายดวงก็ติดขึ้นทันทีหลี่หงบินรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกมุถูกที่บ้านจะต้องเดินไปเปิดที่สวิตซ์ไฟถึงจะติด แต่ที่นี่แค่เท้าเหยียบพื้นไฟก็ติดแล้ว จินหยวนจื่อที่เดินตามหลังอย่างห่างๆยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองอีกคนเดินไปตามทางเรื่อยๆ ด้วยยิ้มมุมปาก

 




หลี่หงบินเดินลงไปที่ชั้นใต้ดิน สุดทางบันไดมีคนเฝ้าประตูอีกแล้ว มือเรียวสั่นระริกยามที่ยื่นออกไปแตะลงบนราวจับประตู เสียงเอะอะดังลอดออกมาให้ได้ยินเบา หลี่หงบินสูดลมหายใจเข้าลึกๆและผลักเข้าไปด้านใน

ภาพของผู้คนนับร้อยชีวิตที่กำลังถูกมอมเมาด้วยอบายมุขทั้งสุรานารีการพนันคาสิโนแบบครบวงจรถูกซ้อนไว้อย่างดีภายใต้เบื้องหน้าที่เป็นคลับหรูกลางเกาะฮ่องกงดึงดูดนักท่องเที่ยวและผีพนันจากทั่วทุกสารทิศ หลี่หงบินไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็นตรงหน้าราวกับว่าตนได้หลุดเข้ามายังอีกโลกหนึ่งที่ตนไม่รู้จัก เงินสดจำนวนหลายร้อยล้านหมุนเวียนเข้าและออกจากคนนั้นไม่หาคนนี้ บางคนกอบโกยได้มหาศาลบางคนหมดตัวจนไม่เหมือนแม้อะไร

“เป็นยัง” ร่างสูงของจินหยวนจื่อยืนซ้อนอยู่ที่ข้างหลัง มือใหญ่วางลงบนบ่าเล็กๆของคนตรงหน้า

“...” หลี่หงบินไม่มีคำตอบให้เขากำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งความคิด “นี่คือที่ทำงานของผมหรอ” หลี่หงบินครางเบาๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาต้องมาทำงานทีนี่จริงๆหรอ ไอ้ที่บอกว่า นอนกับฉัน น่ะมันหมายความว่ายังไงแล้วพาเขามาที่นี่ทำไม หรือว่าความจริงแล้วเขาต้องนอนกับคนพวกนี้เหมือนพวกผู้หญิงในนี้หรือ หลี่หงบินรู้สึกกลัวขึ้นมาจับใจเมื่อรับรู้ว่าความจริงมันโหดร้ายแบบนี้

จินหยวนจื่อไม่ได้พูดอะไรนอกจากยืนมองร่างบางตรงหน้าเงียบๆ หงบินของเขาคงกำลังใช้ความคิดอย่างหนักอยู่แน่ๆ

“ผมต้องทำที่นี่หรอ” หลี่หงบินถามเสียงดังขึ้น

“หืม?” จินหยวนจื่อเลิกคิ้วสูงความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัวทันทีที่เห็นใบหน้าที่ซีดลงของอีกคน “อืม ก็ทดลองนอนกับฉันก่อนไงถ้าลีลาดีเดี๋ยวส่งลงมารับแขก” จินหยวนจื่อกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูหลี่หงบินอย่างจงใจ

“แล้วถ้า...ผมไม่ทำ”

“นายต้องทำเพราะฉันโอนเงินตามที่นายขอเข้าบัญชีให้นายแล้ว”

“คุณ!

“...” จินหยวนจื่อไม่ได้สะทกสะท้านกับคำตะคอกเมื่อกี้สักนิด แถมยังยิ้มเจ้าเล่ห์ไล่สายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่บนลงล่างอย่างจงใจยั่วโมโห

คนอะไรยิ่งหงุดหงิดยิ่งน่ารัก

“ไปดูทดลองงานกันฉันดีกว่า” ว่าแล้วก็คล้องเอาเอวของอีกคนติดมือกลับขึ้นมาที่บ้านบน

“ปล่อยผมนะ!” หลี่หงบินโวยวายขัดขืนไม่ยอมเดินตามไปอย่างง่ายๆ “นี่!! ผมไม่ทำงานกับคุณแล้วนะ!” หลี่หงบินโวยวายขัดขืนแหกปากร้องไปตลอดทางนั่นแหละ จินหยวนจื่อต้องใช้กำลังมากถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับการลากผู้หญิงสักคนขึ้นห้อง ก็คนนี้ทั้งร้ายทั้งพยศขนาดนี้ คงต้องปราบพยศกันทั้งคืนแน่ๆ




[ C U T ]

@SweetPotatoSP

ไปอ่านกันเถอะนะ กราบบบ

อ่านแล้วห้ามเตะไรท์นะคะ 55




จินหยวนจื่อทอดสายตามองร่างของหลี่หงบินที่ไม่ได้สติ ตามผิวเนื้อมีแต่รอยแดงและรอยตีตราจากเขา จินหยวนจื่อสำนึกได้ว่าครั้งนี้เขาคงรุนแรงไปมากจริงๆ ตอนนี้สี่โมงเย็นแล้วนิ้วยาวเกลี่ยเม็ดน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบา ริมฝีปากอุ่นร้อนประทับจูบลงบนหน้าผากของคนไม่ได้สติแผ่วเบา

“ขอโทษ หลี่หงบินของฉัน”


จินหยวนจื่อจัดการสวมเสื้อผ้าลวกๆให้กับร่างบางที่นอนสลบไม่รู้เรื่องก่อนที่จะโทรบอกให้อิ่งฉินที่เฝ้าอยู่ด้านนอกเปิดประตู วงแขนแกร่งช้อนร่างของคนไม่ได้สติขึ้นแนบอกเกินไปที่ประตู

“ให้แม่บ้านมาทำความสะอาดด้วย” จินหยวนจื่อบอกเสียงเรียบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านในแม้ว่าห้องจะเก็บเสียงแต่ถ้ามายืนเฝ้าที่หน้าห้องแบบนี้คงได้ยินเสียงลอดออกไปบ้างและจินหยวนจื่อไม่ใช่คนหน้าบางกับเรื่องแบบนี้

“แล้วหลี่หงบิน?”

“ฉันจะพาไปคอนโด” จินหยวนจื่อบอก ดวงตาคมหลุบมองใบหน้าขาวซีดที่นอนซบอกตัวเองอยู่ “พรุ่งนี้นัดเชอเซี่ยหยาน มาดูอาการหงบินด้วย”

“ครับนาย”

นานแล้วที่ไม่ได้เห็นจินหยวนจื่อดูแลใครแบบนี้อิ่งฉินได้แต่คิดว่าคนๆคงจะเป็นคนที่สำคัญกับนายตนมากจริงๆถึงได้ให้นัดหมอประจำบ้านมาดูอาการ

“อื้อ” หลี่หงบินพลิกกายด้วยความปวดเมื่อยเมื่อเวลาผ่านไป ตอนนี้จินหยวนจื่อพวกอีกคนมาอยู่ที่คอนโดชั้นสี่สิบห้าที่เขาซื้อไว้ทั้งชั้น

ตอนนี้เวลาประมาณสามทุ่มแล้ว จินหยวนจื่อเอาแต่นั่งมองร่างบางที่นอนคุดคู้ในผ้าห่ม ร่องรอยความโหดร้ายยังคงปรากฏให้เห็นตามผิวเนื้อขาว จินหยวนจื่อเดินเข้าไปดึงผ้าห่มคลุมให้จนถึงใต้คาง สายตาอ่อนโยนที่น้อยคนจะได้เห็นถูกมอบให้ร่างสูงโปร่งที่หลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง

“อย่าไม่สบายนะ” จินหยวนจื่ออังมือกับหน้าผากเนียน พึมพำเมื่ออุณหภูมิร่างกายของหลี่หงบินสูงขึ้นนิดหน่อย

ร่างสูงของเจ้าของห้องยืนมองคนหลับอยู่พักใหญ่กว่าจะออกไป จินหยวนจื่อทรุดกายลงนั่งประสานมือไว้บนหน้าตักดวงตาเรียวแสดงความสับสนออกมาอย่างไม่ปิดบัง ครั้งแรกที่บอกว่าอยากได้ตัวก็แค่อยากจะได้มานอนด้วยก็เท่านั้นแหละไม่ได้คิดที่จะสานต่อมาจนถึงขั้นนี้ แต่เพราะอะไรก็ไม่รู้ทำให้เขอยากจะดูแลคนๆนี้ขึ้นมา

จินหยวนจื่อหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องที่ใช้ประจำขึ้นมากดโอนเงินออนไลน์เข้าบัญชีของหลี่หงบินจำนวนมากเงินจำนวนมากพอที่หลี่หงบินสามารถเอามาใช้หนี้เขาได้ถึงสามครั้ง  แม้ว่าเงินจะใช้แทนคำขอโทษไม่ได้แต่จินหยวนจื่ออยากให้ อยากให้หลี่หงบินมีชีวิตที่สบายกว่านี้

ในขณะเดียวกันร่างสูงโปร่งที่แอบยืนจับขอบประตูมองร่างสูงที่นั่งอยู่โซฟาด้วยความอยากรู้ โทรศัพท์ในมือที่ถือไว้สั้นพร้อมกับข้อความแสดงเงินโอนเข้าหลายสิบล้าน คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที

จินหยวนจื่อเป็นคนโอน

หลี่หงบินมองจินหยวนจื่อด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า เงินจำนวนมากไม่ได้ทำให้เขามองจินหยวนจื่อในแง่ดีขึ้น เงินมันแทนคำของโทษกับความรู้สึกที่เสียไม่ได้หรอก

ระหว่างที่หลี่หงบินกำลังจะโอนเงินทั้งหมดกลับไปจินหยวนจื่อก็หันมาเจอเข้าพอดี “หงบิน ฟื้นแล้วหรอ” จินหยวนจื่อลุกขึ้นเดินเข้าไปหา แต่หลี่หงบินก็ถอยออกห่าง

“อย่ามาแตะตัวผม” น้ำเสียงแหบแห้งตอบอย่างลนลาน

“ฉันขอโทษ”

“ผม...” หลี่หงบินก้มหน้าไม่กล้าแม้แต่จะสบตากับจินหยวนจื่อ “ผมไปได้หรือยัง” ถามด้วยเสียงแผ่วเบา ทั้งที่ยืนแทบจะยืนไม่อยู่จนต้องเกาะขอบประตูแต่หลี่หงบินก็ไม่อยากอยู่ที่นี่

ไม่อยากเห็นหน้าผู้ชายคนนี้

“นอนพักซักคืนเถอะ” จินหยวนขื่อบอกด้วยความเป็นห่วง

“...”

“ฉันขอร้อง นอนพักก่อนพรุ่งนี้ถ้านายอยากจะไป...” จินหยวนจื่อเว้นจังหวะไป เขาไม่อยากพูดคำๆนี้ออกมาเลย เขาไม่อยากให้หลี่หงบินออกไปจากห้องนี้ เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์มันจบแค่วันนี้ ร่างสูงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ถ้านายอยากจะไปก็ค่อยไป หนี้ทั้งหมดฉันยกให้”

“คุณ...” หลี่หงบินไม่รู้จะพูดยังไง เขารู้สึกดีใจที่หนี้ทั้งหมดกลายเป็นสูญแต่เขาก็ต้องสูญเสียไปไม่น้อยเหมือนกันถ้าเลือกได้เขาก็ไม่อยากจะพบกับจินหยวนจื่ออีก

“ส่วนเงินที่พึ่งโอนให้” จินหยวนจื่อมองไปที่มือถือในมือของหลี่หงบิน “ไม่ต้องคืนหรอกถือว่าฉันให้ มันอาจจะแทนคำขอโทษไม่ได้ แต่ให้รู้ไว้ว่านานไม่ได้มีค่าแค่ แสนวอนหรือล้านวอนที่ฉันดีราคา แต่มันมากกว่านั้นและต่อให้ฉันมีเงินมากแค่ไหนมันก็ซื้อนายมาเป็นของฉันไม่ได้”

“หยวนจื่อ” ชื่อห้วนถูกเอ่ยออกมาจากริมฝีปากบาง หลี่หงบินเม้มปากเข้าหากัน น้ำใสคลอยอยู่ที่หน่วยตาทั้งสองข้าง จินหยวนจื่อยิ้มบางๆสายตาอ่อนโยนที่หลี่หงบินไม่เคยเห็นตอนนี้กำลังจ้องมาใบหน้าของเขา

“เดินไหวไหมฉันช่วย” จินหยวนจื่อบอกเข้าเข้าไปช้อนร่างของหลี่หงบินขึ้นในท่าเจ้าสาวก่อนที่จะพาไปยังเตียงกว้าง “นายนอนในนี้เดี๋ยวฉันไปนอนที่โซฟาข้างนอก” จินหยวนจื่อบอกเอห่มผ้าให้กับอีกคนเรียบร้อยแล้ว

หมับ!

“นอนด้วยกันเถอะครับ โซฟามันแคบคงนอนไม่สบาย” มือเล็กจับรั้งข้อมือของจินหยวนจื่อไว้

“ได้หรอ”

“อือ”

 

เช้า

หลี่หงบินตื่นขึ้นมาก่อนที่จินหยวนจื่อจะตื่นเข้าจัดการกับตัวเองเรียบร้อยและออกไปจากที่นั่นทันที เวลาผ่านไปนานกว่าจินหยวนจื่อจะตื่น แขนแกร่งวาดจะกอดคนข้างกายแต่ก็ต้องพบกับความว่างเปล่า ที่นอนว่างข้างกายทำให้จินหยวนจื่อลุกขึ้นนั่ง กลิ่นหอมจากตัวของหลี่หงบินยังคงติดอยู่กับที่นอนเดาได้ไม่ยากว่าหลี่หงบินคงกลับไปแต่เช้าแล้ว ร่างสูงถอนหายใจก่อนที่จะโทรไปยกเลิกนักคุณหมอ ซึ่งก็โดนบ่นมาตามเคย

เวลาผ่านไปหลายวันจินหยวนจื่อใช้ชีวิตปกติในขณะเดียวกันหลี่หงบินก็ใช้ชีวิตอย่างปกติสุขดี ทั้งสองคนไม่ได้พบหน้ากันเลยตั้งแต่เรื่องคราวนั้น จนเวลาผ่านไปต่างคนต่างลืมเรื่องราวในตอนนั้นไปแล้วจะมีก็เพียงแค่จินหยวนจื่อคนเดียวที่ยังนึกมันอยู่เป็นบางครั้ง

เวลาผ่านไปเกือบสองปีที่ชีวิตจินหยวนจื่อมีมีคนชื่อหลี่หงบิน วันนี้เป็นวันที่เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน รถยนต์สีดำจอดเทียบที่หน้าบ้านที่เป็นร้านขายติ่มซำของหลี่หงบิน

“หงบินอยู่ไหม” จินหยวนจื่อถามกับพนักงานในร้านด้วยความสุภาพ เขามองร้านที่ปรับปรุงใหม่จนหรูหราและคนที่เข้าไปก็มีแต่พวกมีเงินทั้งนั้น ที่นี่คงเป็นภัตตาคารชื่อดังย่านนี้แน่ๆ

“เดี๋ยวดิฉันไปตามให้นะคะ”

จินหยวนจื่อยืนชื่นชมร้านอยู่สักพักคนที่เขาต้องการพบก็มาพอดี

“จินหยวนจื่อ” น้ำเสียงคุ้นหูที่ฟังกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อเอ่ยเรียกชื่อของเขาขึ้นมา จินหยวนจื่อมองไปที่ร่างสูงโปร่งและมาหยุดสายตาอยู่ที่เด็กคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆกับหลี่หงบิน เด็กคนนี้หน้าตาคุ้นๆจัง

“ลูกชายนายหรอ”

“อือ”

“นายแต่งงานแล้ว” จินหยวนจื่อถาม

“เปล่า” หลี่หงบินปฏิเสธ “คุณมาที่นี่มีธุระอะไร”

“คิดถึงน่ะ เลยแวะมาหา แล้วก็เอาดอกไม้นี่มาให้” ดอกแอปเปิ้ลสีชมพูสวยจัดช่ออย่างดีถูกส่งให้ร่างสูงโปร่ง “หงบิน จะเป็นไปได้ไหมถ้าฉันอยากจะขอให้นายกลับไปอยู่กับฉัน”

หลี่หงบินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “อย่าเลยครับ” รอยยิ้มบางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลี่หงบิน “มันผ่านมาตั้ง2ปีแล้วคุณไม่ควรจมอยู่กับอดีต”

“แต่ว่า...”

“คุณกลับไปเถอะครับ” เอ่ยปากไล่อย่างไม่ใยดี

หลี่หงบินนึกน้อยใจถ้าจะมาตามกลับไปทำไมต้องปล่อยเวลาให้ล่วงเลยมาถึง2ปีทำไมถึงปล่อยให้เขาลำบากเลี้ยงลูกมาคนเดียว หลี่หงบินไม่รู้ตัวมาก่อนเลยว่าร่างหายตัวเองพิเศษกว่าผู้ชายคนอื่นๆ หลังจากวันนั้นสองเดือนเขามีอาการอาเจียนอย่างหนักกินอะไรก็ไม่ได้ ดีที่ได้หานเซียงเฮ่อพาไปหาหมอเลยทำให้รู้ว่าเขาตั้งท้องกับลูกของจินหยวนจื่อเสียแล้ว หลี่หงบินจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับต่อไปจินหยวนจื่อต้องไม่รู้เรื่องลูก

หลี่หงบินแกล้งว่าตัวเองลืมเรื่องทุกอย่างที่ความเป็นจริงเขาดูแลเอาใจใส่เลือดเนื้อเชื้อไขของจินหยวนจื่ออย่างดี เขารักเด็กคนนี้

ผ่านไปสามเดือนหลังจากถูกปฏิเสธจินหยวนจื่อทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หลี่หงบินกลับไป เขาอยู่อย่างไม่มีความสุขเลยมาตลอด2ปีและเรื่องที่ทำให้เขาไม่สบายใจมากที่สุดในระยะเวลาสามเดือนนี้คงเป็นเรื่องลูกของเขากับหลี่หงบิน ถึงว่าทำไมเด็กคนนี้หน้าคุ้นๆเพราะหน้าของเด็กคนนั้นแทบจะถอดพิมพ์มาจากเขา ทำไมเขาไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนถ้าเขารู้เขาจะไม่ปล่อยให้ลูกกับเมียเขาต้องลำบากแน่

“หงบินอยู่ไหม”

“คุณมาที่นี่อีกทำไมคุณจินหยวนจื่อ” จินหยวนจื่อยังถามไม่ทันจบดี หลี่หงบินก็พูดแทรกขึ้นมา จินหยวนจื่อดีจะแต่แปลกใจมากที่วันนี้เจอตัวหลี่หงบินได้ง่ายๆ “กลับไปซะ”

“ฉันมีเรื่องจะคุย” จินหยวนจื่อพูดขึ้นไม่ยอมกลับไปตามคำเอ่ยไล่ของอีกคน เขาขยับเข้ามาใกล้ๆก่อนที่จะกระซิบเบาๆ “เรื่องลูกของเขา” เหมือนโดนควักหัวใจออกมาหลี่หงบินนิ่งงันเหมือนคนหัวใจหยุดเต้น

“...”

“ทำไมไม่บอกฉันเรื่องนี้”

“ไป...ไปคุยกันที่ห้องนะครับ” หลี่หงบินบอก เขาไม่อยากให้คนอื่นๆรู้เรื่องนี้ไปมากกว่านี้ จินหยวนจื่อพยักหน้าแล้วเดินตามหลังหลี่หงบินไปในห้องทำงานของเจ้าตัว

“ลูกชื่ออะไร”

“ผมขอร้องอย่ามายุ่งกับเราเลย คุณควรจะใช้ชีวิตของคุณในขณะที่ผมก็ให้ชีวิตของผม” หลี่หงบินพูดอย่างไม่มีเยื่อใย

“นายไม่เข้าใจความหมายของดอกแอปเปิ้ลหรอ”

“ไม่ และผมก็ไม่อยากเข้าใจ”

แม้ปากจะบอกแบบนั้นแต่หลี่หงบินรู้อยู่เต็มอกความหมายของดอกไม้นั่น มันไม่ใช่การขอคืนดีหรือการขอโทษ แต่มันคือการบอกให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่ามีค่าสำหรับคนให้มากแค่ไหน หลี่หงบินรู้ดี

“ขอร้องล่ะ ให้ฉันได้ชดเชยเวลาที่ไม่ได้ดูแลนายกับลูก”

“เงินหลายสิบล้านที่คุณให้มันมากพอจนคุณไม่ต้องชดเชยอะไรแล้วจินหยวนจื่อ”

“แล้วความรักล่ะ”

“ผมกับลูกไม่ได้ขาดความรัก” หลี่หงบิบบอกด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงในขณะที่หัวใจตอนนี้อ่อนแอเหลือเกิน

“แต่ฉันต้องการ” จินหยวนจื่อบอกน้ำเสียงสั่น “ฉันต้องการนายกับลูกนะหงบิน”

“...”

“ได้โปรดให้ฉันได้เป็นพ่อของลูกนาย” หยาดน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตาคมอย่างห้ามไม่อยู่ “ได้โปรด” ร่างสูงทรุดลงนั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของหลี่หงบิน

“อย่าทำแบบนี้” เป็นหลี่หงบินเองที่เสียงสั่นขึ้นมาเสียดื้อๆ “อย่า”

“ให้ฉันได้ไถ่โทษกับสิ่งได้ทำไม่ดีกับนาย” จินหยวนจื่อบอกตอนนี้เขาหมดคราบของมาเฟียผู้หญิงใหญ่ มีเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องการจะดูและลูกกับเมียของเขาเท่านั้น “ได้โปรด”

“...”

“...”

นานหลายนาทีที่ไม่มีใครพูดกันมีเพียงเสียงสะอื้นของทั้งสองคนที่ดังอยู่ในห้อง

“พี่” น้ำเสียงเสียงหวานเอ่ยขึ้น สรรพนามที่เปลี่ยนไปทำให้จินหยวนจื่อเงยหน้าขึ้นไปมอง หลี่หงบินยืนร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม ริมฝีปากบางเม้นเข้าหากันแน่น “มีคนผม...ว่าผมมีค่ามาก กว่าแสนวอนล้านวอน หรือต่อให้มีเงินมากขนาดไหนก็ซื้อผมมาเป็นของเขาไม่ได้”

“...” จินหยวนจื่อตั้งใจฟังทุกประโยคที่เอ่ยออกมา เขาจำได้คำพวกนี้เขาเคยพูด

“แต่วันนี้เขาทำให้ผมเห็น ว่าต่อให้เขาไม่มีเงินมากองเขาก็ซื้อหัวใจผมได้ด้วยหัวใจที่มั่นคงของเขา” หลี่หงบินบอกทั้งน้ำตา ก่อนที่จะย่อตัวลงไปนั่งเสมอกันจินหยวนจื่อที่คุกเข่าอยู่

พอมาคิดๆดูสองปีที่ผ่านมาถ้าจินหยวนจื่อคิดที่จะมีคนอื่นคงมีไปนานแล้ว คงไม่กลับมาตามตื้อตัวเองแบบนี้ ซ้ำยังตามสืบจนรู้เรื่องลูก พอมาหาจินหยวนจื่อก็ไม่เหลือคราบของมาเฟียอีกแล้วมีแต่ผู้ชายธรรมดาที่มาร้องขอความรักกับเขาก็เท่านั้น

“หงบิน”

“...” มือน้อยๆยื่นไปเช็ดน้ำตาออกจากร่างสูง “ต่อจากนี้ไปเรามาเลี้ยงด้วยกันนะครับ”

“ขอบคุณนะหงบิน ขอบคุณ” จินหยวนจื่อโผล่เข้ากอดคนตรงหน้าด้วยความดีใจ

หลี่หงบินไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นยังไงรู้แต่เพียงว่าเขาจะทำทุกๆวันที่มีกันและกันให้เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ และมีความสุขในทุกๆวัน

 

 

 

 

 

 




 

 

จบแล้วจ้า จบแบบหักมุมสุด 55

ปล.อย่าลืม #ฟิคแอปเปิ้ลฮงบิน นะคะ


ผลงานอื่นๆ ของ แทคฮยองจี

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Zwerriss (@namwanwn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 06:07
    หยวนจื่อดูท่าทางถูกใจหงบินมากเลยนะแหมๆ

    ขอบคุณนะคะ รอค่าาา
    #2
    0
  2. วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 16:11
    รอจย้าา
    #1
    0