[Fic EXO] Painkiller (KRISTAO,CHANBEAK,KAIDO)

ตอนที่ 49 : ✖ EP.46 ✖

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    17 พ.ค. 63

 

 



 
ในโลกนี้มีสัตว์อยู่เพียงสองชนิดที่เลี้ยงยังไงก็เลี้ยงไม่เชื่อง

หนึ่ง...อสรพิษ

                      สอง...มนุษย์








การอยู่เหนือลมมักจะได้เปรียบ และยิ่งสายตาที่มองเห็นชัดในความมืดด้วยแล้วต้องบอกว่ามากกว่าคำว่าได้เปรียบ...

กลางคืนกินกลางวันเข้าไปจนกลายเป็นความมืดที่แสนยาวนาน หมอกควันคลุมตัวหนาแน่นยิ่งขึ้นเพราะอากาศที่เย็นจะแทบจะกลายเป็นติดลบ

ผิดกับดวงตาสีเหลืองนวลที่เหมือนมีเปลวเพลิงใหลเวียนอยู่ในนัยตาของร่างที่สูงชะลูดแม้ว่ามันจะมองดูด้วยความเปล่าเหมือนอุโมงค์ที่หาปลายทางไม่เจอ ชานยอลกำลังมองสิ่งที่อยู่นอกกำแพงอย่างตั้งใจมากกว่าข้างในบ้านที่เหมือนกำลังเริ่มเปิดศึกสงครามขนาดใหญ่...ที่คงจะน้อยกว่าไอ้พวกที่กำลังกรูกันเข้ามาในเขตของเขาแบบไม่ได้ส่งการ์ดเชิญให้เป็นกิจลักษณะ

 

จงเว้นว่าง ละสายตา และหยุดความสนอกสนใจความอึกทึกครึกโครมที่รังสรรค์โดยมวยคู่ไหนซักคู่เอาไว้ข้างหลังก่อน

 

แม้ว่าไอ้ตัวใหญ่มันจะอยู่ข้างในเดินเล่นอยู่ในสุสานเตรียมหาพื้นที่ยัดตัวเองใส่ลงจำปาแล้วฝังลงดิน แต่ไอ้พวกที่กำลังตรงเข้ามามันก็ต้องคอยเฝ้าดูไว้อย่างอย่าให้คลาดสายตา


ที่นี่จะต้องพังพินาจ...ถ้าปล่อยให้มันเข้ามา...เย๊อะเกินไป

 

หรือว่ายังไงดีล่ะ?



 “มันมีเย๊อะกว่าที่คิด” จุนมยอนกวาดสายตามองการเคลื่อนไหวของพวกสี่ขา ไม่สามารถระบุจำนวนได้ว่าเท่าไหร่ แต่จุนมยอนคาดว่ามันคงไม่ใช่หลักสิบ “มันเคลื่อนไหวเร็วเกินไป”


“ถือว่าฟื้นฟูกองทัพกับทำการบ้านมาดี” ผู้อายุน้อยกว่าทำหน้าตาไม่หือไม่อือเอ่ยชมฝ่ายตรงข้ามให้พอเป็นมารยาท


ต้องยอมรับว่าพวกนั้นเคลื่อนไหวเร็วอย่างแทบไม่เห็นฝุ่นแถม ยังนึกเล่น ๆ เลยด้วยซ้ำว่าแทคฮยอนไปซ่องสุมพวกลิ่วล้อออกอุบายยังไงถึงได้มีเด็ก ๆ เป็นฝูงใหญ่ขนาดนั้น ขนาดว่าตายไปเกือบหมดวงจรอุบาท แต่ถ้าให้เดาแบบมั่ว ๆ หรือโง่ ๆ ทั้งชานยอลและจุนมยอนก็คงคิดว่าไอ้พวกที่เหลืออยู่ก็คงรีบผลิตลูกหลานให้ทันใช้งาน และแน่นอนว่ามันเป็นไปแทบไม่ได้นอกเสียจากมันกัดเหยื่อให้เป็นแบบเดียวกับมันมากกว่าเอามาเป็นอาหาร “แต่ก็ยังไกลจากที่นี่มากโข”


“แต่ถ้ามันเคลื่อนไหวได้เร็วอย่างลืมเหนื่อยแบบนี้ก็ถือว่าประมาทไม่ได้”


ซูโฮจ้องมองไปยังการเคลื่อนไหวที่เคลื่อนตัวมาเรื่อย ๆ ปกติของพวกไรแคนท์เคลื่อนไหวรวดเร็วจนแทบไม่ทิ้งร่อยรอยของพวกมันอยู่แล้ว แต่ก็อย่างนั้นแหละ ซูโฮและชานยอลทำได้แค่มองดูการเคลื่อนไหวของพวกมันเฉย ๆ ทำเหมือนกับไม่รู้ไม่เห็นถึงการมาของแขกสำคัญ


และการที่อยู่เหนือลมและมีหมอกหนาทึบมาคอยช่วยนั่นยิ่งทำให้พวกมันไม่สามารถรับรู้กลิ่นของเจ้าของบ้านได้ดีนัก..แต่ก็นั่นแหละ ก็ยังชะล่าใจมากไม่ได้


“แทคฮยอนมันรอเวลานี้จริง ๆ” ซูโฮว่าพรางแหงนมองท้องฟ้าสีดำที่มีดวงจันทร์ลอยประดับฟ้าดวงใหญ่อย่างเต็มดวง “รอให้ถึงคืนพระจันทร์เต็มดวง อ่า..ไม่สิต้องบอกว่าคืนพระจันทร์ทรงกรด”


“แต่เหมือนจะลืมไปว่าตัวที่แข็งแกร่งกว่าไม่ได้มีแค่มัน” ชานยอลแสยะยิ้มร้ายอย่างขบขัน ก่อนจะชูแขนขึ้นกลางอากาศเมื่อสัตว์เลี้ยงตัวใหญ่แต่คงไม่เท่าแพมธ่อมบินโฉบกระพือปีกเปลวเพลิงมาหยุดตรงหน้า


“ถ้าอาซ้อไม่ลืมว่าตัวเองกลายร่างได้ไปแล้วน่ะนะ” ชานยอลพูดอย่างติดตลกก่อนจะยื่นมาไปหยิบจดหมายจากจงอยปากของสัตว์เลี้ยงแสนรัก ค่อย ๆ แกะครั่งที่ปิดประทับจดหมายออกอย่างไม่เร่งรีบ ไม่อยากทำลายความประณีตที่ญาติมิตรอุตส่าห์เขียนจดหมายและตีตราประทับมาให้พังเดี๋ยวจะกลายเป็นทำลายความตั้งใจคนส่ง

 

ก็แหม...จองแดฮยอนอุตส่าห์เขียนจดหมายมาให้เลยนะ

 

แต่พอได้เปิดอ่านเนื้อในของจดหมายอ่านไม่อย่างไม่ต้องจับใจความอะไร กระดาษที่เสียเวลาอ่านก็กลายลุกไปด้วยเปลวไฟเล็ก ๆ แล้วค่อยกลายเป็นขี้เถ้าไปโดยไม่มีข้อกังขา

 

ก็ถ้าในจดหมายที่อุตส่าห์เขียนมาจะบอกแค่ว่า “ฝากบอกแบคฮยอนด้วยว่าดายองงีคิดถึง”

 

“แบคฮยอนนี่มีเสน่ห์กับเด็กอายุห้าขวบจริง ๆ”


“ก็ถ้าดายองลองมาเห็นแบบที่ลอแรนซ์เจอก่อนแล้วอาจจะถอนคำพูด” ชานยอลทำเสียงเนือยตอบซูโฮที่เริ่มตีหน้านิ่วคิ้วขมวดพยักเพยิดหน้าให้เด็กตัวสูงมองตามตัวเอง


“มาพร้อมกับกลิ่นซากศพจริง ๆ ” ชานยอลส่ายหัวอย่างไม่ชอบใจนัก เคลื่อนตัวรวดเร็วมันก็เป็นเรื่องดีที่ชานยอลเอ่ยชมแต่ไอ้กลิ่นสาบหมาพวกนี้นี่บอกตามตรงว่าไม่ชอบเลยจริง ๆ


มันคงไม่ได้ไปกินซากศพจากที่ก่อนมาที่นี่หรอกนะ ไม่อย่างนั้นก็คงได้หวั่นใจกับคยองซูจริง ๆ ว่าจะผ่านการวัดสภาพจิตใจไปยังไง






แบคฮยอนไม่ชอบการทะเลาะวิวาท ซึ่งนั่นเป็นนิสัยของเจ้าตัวตั้งแต่ไหนแต่ไร หรือแม้แต่ตอนนี้ก็ตามที่คุณหมอที่เคยประจำการรักษามนุษย์และเหล่าฮันเตอร์กำลังประสบปัญหา


แบคฮยอนไม่ชอบการทะเลาะวิวาท และตอนนี้ก็ชักเริ่มจะไม่โปรดปรานกับอะไรที่ทำให้หงุดหงิดลูกตาและอารมณ์ที่เจ้าตัวเริ่มจะควบคุมเอาได้ไม่อยู่นัก


แค่เห็นผู้หญิงที่เขาเองก็ไม่ได้รู้จักมักจี่ที่กำลังฟาดงวงฟาดงาเอ็ดตะโรทำลายข้าวของจนไม่เหลือความเป็นกุลสตรีที่จ้องจิกตาใส่ตัวเองถึงแม้มันจะแค่เดี๋ยวเดียวแล้วเปลี่ยนมายิ้มฝืด ๆ ให้ แบคฮยอนก็แทบสติแตก


และก็เพราะแววตาคนเรามันไม่เคยโกหก และแบคฮยอนก็รู้ได้ว่าผู้หญิงอย่างจองซูยอนก็ไม่ได้คิดที่จะมาดีกับตัวเองนัก แบคฮยอนรู้สึกมันได้ตั้งแต่เห็นเธอครั้งแรก ไอ้วันที่เธอโผล่หัวเข้ามาให้เห็น ตอนที่แบคฮยอนเกือบที่จะกัดดายอง แถมกับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เธอเข้ามาในห้องนอนของตนด้วยอย่างถือวิสาสะ


และแน่นอนว่าแบคฮยอนก็ไม่ต่างกับจองซูยอน เขาไม่ชอบเธอ ไม่รู้สิว่าทำไมถึงมีความรู้สึกโกรธเกลียดอย่างแรงกล้าออกมาจากดวงตาอย่างไม่มิดชิดในการปกปิด เฉกเช่นเดียวกันกับที่เจสสิก้าก็ใช่สายตาที่ไม่ต่างกันนักถึงแม้จะเปลี่ยนสีหน้าแล้วก็เถอะ

 


“ไปซะตอนที่ผมยังดี ๆ อยู่” นี่อาจจะเป็นคำเตือนครั้งแรกของแบคฮยอน และมันเป็นครั้งแรกที่ใช้กับผู้หญิงตรงหน้าที่ปรี่ตรงเข้ามาหา


“จะทำอะไรฉันหรอแบคฮยอน ? โถ่! ไม่เอาน่า อย่าพูดกับฉันแบบนี้สิ ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรเธอเลยนะ”


 

โกหก!!


 

แล้วมือที่คว้าหมับที่แขนแล้วบีบเขาแน่นแบบนี้ล่ะ มันคืออะไร ?

 

“เอามือของคุณ...ออก...ไปแบคฮยอนเน้นย้ำที่ละคำพูด ดวงตาฉายแววอย่างไม่เป็นมิตรกับมือไม้ที่เริ่มสั่นและฝืนแรงบีบจากฝีมือหญิงสาวที่เหมือนคีมเหล็กและยิ้มหยันใส่


“ถ้าฉันไม่ปล่อย เด็กที่ถูกเปลี่ยนอย่างเธอจะทำอะไรฉันได้ แบคฮยอน” ซูยอนไม่ได้สนใจอารมณ์ของเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าเธอมาโขนัก เด็กแค่นี้จะสู้อะไรเธอได้กันล่ะ เธอรู้ว่าชานยอลไม่ปล่อยเธอไว้แน่ถ้าเธอทำอะไรให้เด็กนี่เป็นแผลแม้แต่เล็บข่วน แต่ที่นี่ไม่มีชานยอล ทำไมเธอต้องใส่ใจเพราะยังไงซะศักดิ์ของเธอก็คือคู่หมั้นของพี่ชายที่ชานยอลต้องเกรงใจอยู่บ้างนั่นแหละ


แต่ถ้าชานยอลเกรงใจ ก็คงไม่เล่นไม่เอาน้ำสีเลือดมากรอกปากให้เธอเข้าใจว่ามันเป็นเลือดคนตายหรอก


“แน่ใจใช่ไหมว่าจะไม่ปล่อย” น้ำเสียงข่มอารมณ์รอดผ่านไรฟันที่ขบกันแน่นถามให้แน่ใจอีกครั้ง แล้วแบคฮยอนก็แน่ใจโดยที่ไม่ต้องได้ยินเสียตอบจากหญิงสาวเมื่อเธอไม่ตอบแต่กลับจิกเล็บลงไปฝังเนื้อจนของเหลวสีเข้มไหลออกมาเปรอะแขนแล้วไหลหยดลงพื้น


 

โครม !!


มือของหญิงสาวถูกสะบัดให้หลุดออกจากคุณหมออย่างแรงก่อนที่เจ้าตัวจะรีบกระชากหลังคอเสื้อของซูยอนแล้วเหวี่ยงร่างของเธอไปชนกับต้นเสาของแรงที่มี แบคฮยอนสะบัดข้อมือที่โชกเลือกอย่างหัวเสียพอ ๆ กับซูยองที่พอพยุงตัวลุกขึ้นปัดผมเผ้ากระเซอะกระเซิงไม่เป็นทรง

 

“ก็บอกแล้วว่าให้ปล่อย”  แล้วแบคฮยอนบอกไว้ก่อนเลยว่าเขาแค่ป้องกันตัว ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าจองซูยอนเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ดวงหน้าหวานก้มมองแขนทั้งสองทั้งสองข้างที่ลอยพรุนจากเล็บของหญิงสาวที่จิกฝังเข้าเนื้อค่อย ๆ ผสานเนื้อกันเข้าที่จนไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน นัยตาของดวงตาคมไร้แววเปลี่ยนเป็นสีเหลืองนวลเหมือนผู้ที่เปลี่ยนชีวิตให้อย่างไม่ได้ร้องขอ เหมือนตอกย้ำว่าตัวเองไม่ใช่แบคฮยอนคนเดิมอีกต่อไป

ไม่ใช่แบคฮยอนที่เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่พี่แบคฮยอนของพวกเด็ก ๆ หรือแม้กระทั้งคุณหมอแบคฮยอนของผู้คนธรรมดากับพวกฮันเตอร์อีกต่อไป

 

 บยอนแบคฮยอนกลับกลายเป็นปิศาจที่ถูกบ่มเลี้ยงโดยปาร์คชานยอล

 

“..ฮึ!” เสียงสบทเล็ดรอดออกมากับรอยยิ้มที่ดูแคลน แบคฮยอนไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายอะไรอีกแล้ว มันย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อีก และถึงต่อให้ย้อนกลับไปได้แบคฮยอนก็ไม่ได้ชีวิตเดิมกลับคืนมา และมันก็ไม่ใช่เวลาที่ต้องมาคิดเรื่องนี้ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน

 

ช้าไปหนึ่งก้าว

 

คุณหมอผู้ถูกเปลี่ยนเงยหน้าขึ้นมองก็ต้องพบแต่ความว่างเปล่าเมื่อซูยอนไม่ได้อยู่ตรงที่ ๆ แบคฮยอนเหวี่ยงเธอกระเด็นไปกระแทกกับต้นเสาอีกต่อไป โถงกว้างกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะมีเหลืออยู่ก็เพียงไอเย็นคละคลุ้งจะกลายเป็นหมอกควันอ่อน ๆ เต็มไปทั่ว แบคฮยอนนิ่งอยู่กลับที่แต่สายตาสอดส่องไปทั่ว สัญชาตญาณที่เพิ่มเข้ามาเองมันบอกให้ระวังและรับรู้ว่าซูยอนไม่ได้หายไปไหนไกล และเธอเองก็ใกล้จนแบคฮยอนไม่ทันได้ระวังตัว

 

แควก! ฉึก!

เล็บคมกรีดข่วนเข้าที่แผ่นหลังฝั่งซ้ายของแบคฮยอนอย่างจงใจ เแต่ทว่าไร้ร่างระหงของผู้กระทำเมื่อแบคฮยอนหันกลับไปด้านหลังเมื่อถูกโจมตี และแบคฮยอนพลาดมันอีกครั้งเมื่อความเจ็บปวดเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สองและซ้ำกับที่เดิม

 

 

แควก! ฉึก!

 

“อึก!

 

แบคคฮยอนไม่ได้มองโลกในแง่ดีจนขนาดจะไม่รู้ว่าซูยอนตั้งใจโจมตีตัวเองซ้ำที่รอยและให้หนักกว่าเดิม แล้วร่างเล็กก็ปลิวกระเด็นอัดกับกำแพงอย่างจังเมื่อตัวเองยังไม่ทันตั้งตัวดีซูยอนก็โผล่ร่างขึ้นมาตรงหน้าเล่นงานอย่างจัง


“ฮึ!” เสียงหัวเราะฮือฮาค่อนคอดใส่มาจากเพียงอิ่มสวยของหญิงสาว มือเหมือนคีมเหล็กกุมบีบลำคอของคุณหมอติดชิดไว้ให้ลอยเหนือพื้นแล้วลากตัวของคุณหมอครูดลงมากับพื้นเหมือนกับที่ชานยอลได้ทำกับเธอเอาไว้


“สู้สิแบคฮยอน หมดแรงแล้วหรอ? ฮึ!


แบคฮยอนคงจะฝืนแรงสู้ขึ้นมาได้อยู่หรอกเมื่อซูยอนไม่เปิดโอกาสหรือช่องทางทางกายภาพให้แบคฮยอนขยับตัวได้ พยามยามดิ้นขลุกขลักใช้มือทั้งสองข้างฝืนแรงน้ำหนักที่ฝ่ายตรงข้ามโถมทับเข้าใส่ พอขาสองข้างพยามยามยกเตะยันร่างบางของหญิงสาวที่แรงมหาศาลกว่าผู้หญิงทั่วไปนั่งคร่อมล็อคตัวบีบคออยู่ก็ยกตัวของเขาขึ้นแล้วอัดย้ำลงไปกับพื้นปูนอย่างแรงจนมันเกิดรอยแตกเป็นทางยาวไปตามพื้นโถง ไม่พอเปล่ายังฟาดฝ่ามือเข้าที่ผิวแก้มจนหน้าหัน


“แกรู้ไหมว่าชานยอลก็ทำกับฉันแบบนี้แหละ” ซูยอนกล่าวเสียงเหี้ยม กดย้ำให้ร่างของแบคฮยอนติดกับพื้นไม่ให้ขยับกายไปไหนได้ ดวงหน้าหวานบิดเบ้เหยเกด้วยความเจ็บจุกที่ถูกท่านหญิงแห่งตระกูลจองเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียว


“เขากดย้ำฉันแบบที่ฉันทำกับแก แบบนี้” น้ำเสียงเย็นยะเยือกเอื้อนเอ่ยอย่างช้า ๆ กับนิ้วเรียวยาวที่ลูบไล้ตรงลำคอของคุณหมอเหมือนเล่นอยู่กับลูกหมาตัวเล็กที่นอนขดเกรงหมดแรงหายใจหอบเหนื่อย


“ไหนท่านลุงบอกไงว่าเด็กตัวน้อย ๆ อย่างอะไรนะ อ้อ! คุณหมอแบคฮยอนใช่ไหม? ฮึ ๆ แบคฮยอนไม่ใช่ใครที่จะทำอะไรได้” ซูยอนพูดพร้อมแจกรอยยิ้มหวานแต่ลำตัวยังคงคร่อมร่างของดวงหน้าหวานไว้ มือเรียวอีกข้างกดหน้าอกให้หลังติดพื้นขยับตัวไม่ได้ ทำไมเขาจะทำไม่ได้ ก็ทำอยู่นี่ไง


“เราไม่ได้มีเรื่องราวต่อกันท่านหญิงซูยอน” แบคฮยอนกล่าวอย่างนิ่งเหนื่อย พยายามฝืนแรงให้ซูยอนกระเด็นไปไกล ๆ แต่ก็ไม่สำเร็จ แรงของซูยอนมีมากกว่า


“ฉันก็ไม่อยากจะมีเรื่องราวกับแกหรอกแบคฮยอน”


แบคฮยอนจ้องเจสสิก้าด้วยสายตาหยาบกระด้าง และไม่เชื่อแต่คำพูดของเธอสักคำที่ออกมาจากปากของหญิงสาว


“อย่ามองฉันด้วยสายตาอย่างนั้นสิ....ชานยอลไม่สอนหรอว่าไม่ควรจองหองกับผู้ใหญ่ ตอนยังเป็นมนุษย์อยู่ฉันยังเห็นแกยังเป็นเด็กซื่อ ๆ โง่ ๆ ให้น้องชายของคู่หมั้นของฉันปั่นหัวหลอกอยู่เลย”


“แล้วชานยอลไม่เคยบอกหรอว่าอย่ายุ่งกับผม”


ถึงจะฉุกใจคิดเรื่องที่หล่อนพูดเหมือนเคยเห็นเคยเจอร่างโปร่งมาก่อนแต่ก็ไม่ใส่ใจถ้าหญิงสาวเจ้าไม่ต่อประโยคหลังจนให้แบคฮยอนสวนตอบ และแม้จะเพาะบ่มความกรุ่นโกรธเอาไว้เพื่อรอให้ผละออกจากสภาพกึ่งล่อแหลมให้ได้ก่อนแบคฮยอนก็ไม่เคยเปลี่ยนสรรพนามระหว่างเสวนากับเธอ


 “เขาฆ่าคุณแน่ถ้าผมเป็นอะไรไป”


“ไปกอบโกยความมั่นใจเหล่านั้นมาจากไหนกันล่ะพ่อหนุ่ม?”


แม้จะวิตกกับประโยคโต้ตอบของแบคฮยอนแต่เธอก็ยังไม่แพ้ใช้ประโยคเย้ยหยันที่เหนือกว่าเข้าข่ม โดยความคิดที่ว่ายังไงเสียเธอก็ยังมีตำแหน่งคู่หมั้นของคริสพ่วงถ้าย แม้ว่าตอนนี้มันจะลิบหรี่ไปแล้วก็เถอะ


ใครใช้ให้พูดถึงชานยอลให้แบคฮยอนได้ยินตอนนี้กันล่ะ แล้วยิ่งเป็นซูยอนที่บุ่มบ่ามเข้าไปในห้องตอนเขากำลังเคลียร์ปัญหาชีวิตกันอยู่ จากที่จะรู้เรื่องแล้วแท้ ๆ กลายเพิ่มความหงุดหงิดให้กับคุณหมอแบคฮยอนที่อามรมณ์แปรปรวณเข้าไปใหญ่


“ก็ขนาดคู่หมั้นของตัวเองเขายังฆ่าได้..กับคนอื่นจะเหลือให้อยู่บนโลกหรอครับ” แบคฮยอนพูดต่ออย่างตั้งใจยั่วโมโหและมันยิ่งได้ผลเข้าไปใหญ่ที่ไม่ได้พูดเปล่าแต่กลับจิกหน้าจิกตาแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวแหลมทั้งสี่ซี่


 

แบบนี้เรียกว่าเป็นการกอบโกยความมั่นใจหรือเปล่าล่ะ?


 

“หุบปากซะไอ้เด็กบ้า!


 

ฝ่ามือเรียวง้างขึ้นกลางอากาศฟาดลงที่แก้มของแบคฮยอนอีกครั้งจนได้กลิ่นคาวเลือดที่คงจะมาจากปากอิ่มของเด็กจองหอง


“ฉันไม่อยากจะฆ่าแกหรอกนะแบคฮยอน ถ้าเพื่อนของฉันไม่ตายเพราะโดนคู่หมั้นจับย่างสดเพราะแกคือต้นเหตุ มันไม่มีอะไรเลยนอกจากการแก้แค้นให้กับเพื่อนคนเดียวที่ฉันมี!


 

ทั้งเพื่อน.....และที่รัก


 

เธอจะไม่กลับมาที่นี่อีกครั้งแน่ถ้าแบคฮยอนตายไปตั้งแต่ตกหน้าผาไปครานั้น เพราะยังไงเธอก็คิดเสียว่าแทยอนตายก็ไปแล้ว ส่วนชานยอลก็เหมือนกับสร้างตาบาปให้ติดตัวเองเพราะความรักที่เกินจะเสียแบคฮยอนยอมทำลายเสียเองดีกว่าให้ใครมาทำร้าย ไม่ได้ตายตามความปรารถนา


 

คิดว่าจองซูยอนกลับมาทวงสิทธิของการเป็นของรักของอู๋อี้ฟานอย่างนั้นสิ?


คิดผิดถนัด!

 

เรื่องของจื่อเทามันก็แค่ผลพลอยได้ที่คุยตกลงกับแทคฮยอนเอาไว้ ยืมมือของคริสฆ่าเด็กนั่นเสียจะด้วยวิธีไหนก็ตาม แต่คิดว่าแทคฮยอนมันน่าไว้ใจได้แค่ไหนล่ะ ? เธอรู้ตั้งแต่เห็นสายตาคริสมองจื่อเทาในคราวแรกที่เธอพาเข้ามาแล้วว่าเจ้าตัวรู้ตั้งแต่แรกว่าจื่อเทาไม่ใช่แค่เด็กมนุษย์ธรรมดา เธอสาบานได้เลยว่าได้ปริปากบอกอี้ฟานสักคำว่าจื่อเทาคือเลือดเนื้อศัตรูที่แฝงเข้ามาแค่เธอโกหกว่าจื่อเทาคือเด็กที่หลงเข้ามาในป่าถามอะไรก็บอกว่าจำไม่ได้ จะจับดูดเลือดกินก็เวทนาเกินจะฆ่าลง มันคือคำโกหกที่แสนจะย้อนแย้งและไม่มีความเป็นไปได้ที่คริสจะเชื่อ แต่เจ้าของปราสาทคนโตก็ทำเป็นเชื่อเสียสนิทใจ


แล้วทำไมจองซูยองจะไม่รู้ว่าสายตาของอู๋อี้ฟานมองฮวางจื่อเทาเป็นแบบไหน มันคือสายตาที่คู่หมั้นของเธอไม่ได้ใช้มองเหยื่ออาหาร ศัตรู หรือมองอะไรที่เป็นทั่วไป เธอจึงลองปล่อยให้อี้ฟานใกล้ชิดกับเด็กเลือดผสมที่โดนแทคฮยอนหลอกปั่นหัวเล่น ซูยอนปล่อยโอกาสให้ทั้งสองอยู่ใกล้กัน ให้เป็นไปตามกลไกของมันเป็นไปเรื่อย ๆ ให้ทั้งสองตกหลุมรักกันไปเอง ก่อนที่ละครฉากสุดท้ายที่เธอจัดฉากขึ้น เหมือนวัดใจกันไปว่าคริสจะทำยังไงกับคนที่ฆ่าของรักอย่างเธอ ถ้าคริสฆ่าจื่อเทาทันทีมันก็เท่ากับบรรลุความต้องการของแทคฮยอน แต่ถ้าไม่ก็แสดงว่าสิ่งที่เธอเห็นมันเป็นจริงว่าคู่หมั้นของเธอรักเด็กเลือดผสมนั่นจริง ๆ จนฆ่าไม่ลง และแน่นอนว่ามันคืออย่างหลัง


แต่ยังไงเสีย ซูยอนก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรอยู่แล้วในเมื่อเธอได้สิ่งที่เธอต้องการคือการจากไปจากที่แห่งนี้และจากสถานะคนรักที่ทั้งเธอและอู๋ฟานต่างจำใจเพราะคำว่าความเหมาะสมมันค้ำอยู่ในคอของพวกอาวุโส ตามจริงอู๋อี้ฟานควรจะขอบคุณเธอเสียด้วยซ้ำไปที่เธอทำแบบนี้ หลังจากนั้นมันก็เรื่องของคริสเองว่าจะสะสางให้เธอยังไง ส่วนแทคฮยอนจะถูกคริสตามฆ่ายังไงก็เรื่องของไอ้ไลแคนท์นั่นเถอะ เพราะถือเสียว่าหมดผลประโยชน์ร่วมกันแล้ว

 

สัจจะมันไม่มีในหมู่โจร เช่นเดียวกับพันธมิตรชั่วคราวที่หวังผลประโยชน์

 

 

เล็บยาวแหลมกดไปที่ลำคอระหงอย่างค่อย ๆ ผ่านเส้นเลือดใหญ่ให้องเหลวในร่างกายไหลออกมาส่งกลิ่นไปทั่วจนร่างแบคฮยอนดิ้นอย่างทุลนทุลาย มันเจ็บยิ่งกว่าตอนที่โดนชานยอลกัดเสียยิ่งกว่าอะไรอีก!

 

“อื้อ!!!

 

“เอาล่ะหมดเวลาพูดคุยกันแล้วบยอนแบคฮยอน ไปตายได้แล้ว!!”  น้ำเสียงเกรี้ยวกราดแผดดังพร้อมง้างมือที่มีเล็บแหลมคมขึ้นกลางอากาศหมายจะใช้มักตัดคอขอคุณหมอให้ขาดกระเด็น แต่ในตอนนั้นเองที่ร่างของเธอถูกกระชากคอหลังเสื้อก่อนที่ร่างของเธอจะโดนเหวี่ยงไปชนกับกำแพงอีกครั้งด้วยฝีมือของ

 

ฮวางจื่อเทา

 

“จะนอนเล่นอีกนานไหมแบคฮยอน ลุกสิ!



เด็กหน้าเหวี่ยงบอกสั่งคุณหมอที่นอนหมดสภาพคล้ายซากศพให้ลุกขึ้นอย่างหงุดหงิด ก็ยืนมองดูอยู่นานแล้วแหละ แต่ก็น่าจะนานไม่เท่าผู้ฝึกปรือตามติดคุณหมอยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ยืนกอดอกมองดูอยู่จุดอับสายตา ไม่หือไม่อือ ยืนมองอย่างเฉย ๆ แล้วก็เฉยจริง ๆ

 

“แล้วทำไมต้องมาหงุดหงิดด้วยล่ะ!

 

จะตายอยู่แล้วยังจะมีหน้ามาขึ้นเสียงใส่อีก เดี๋ยวพ่อก็กัดให้คอขาด! นี่อย่าว่ามีไอ้ผีดิบหูกางเป็นแบล็คหนุนหลังก็ใช่ว่าจะกลัวนะ!

 

เพราะแบล็คของหวงจื่อเทาน่ะเหนือกว่าหลายขุม!

 

“ก็ขอโทษด้วยแล้วกันที่ขึ้นเสียง แต่พอดีว่าเห็นแล้วมันอดไม่ได้”

 

เคยเห็นจื่อเทาทำหน้าทำตากวนประสาทใส่ใครบ้างไหม ? ถ้าหากว่ายังก็คงจะได้เห็นตอนนี้กับแบคฮยอนนั่นแหละ ก็เล่นจะสู้ก็สู้ไม่สุดมายืนเป็นเป้านิ่งให้เขาทำเล่นทั้ง ๆ ที่ตอนแรกผลักเขาเสียกระเด็นหัวแทบโขกกับกำแพงให้คอเกือบหัก แล้วลำพังจะให้ยืนมองอย่างที่ไอ้สองพี่น้องฝีดิบพอดีได้มีหวังว่าท่านผู้หญิงจองซูยอนคงจะได้ส่งบยอนแบคฮยอนไปเกิดใหม่

 

ส่วนซูยอนที่บอกว่าเธอได้กระเด็นไปติดกับกำแพงอีกครั้งเพราะเผลอพลาดท่าให้กับเด็กเลือดผสม แรงปะทะนั้นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกเจ็บมากถึงขั้นล้มลงไปนอนแล้วถ่มเลือดที่กบปากทิ้งเพียงแค่ยกมือขึ้นแนบอก

 

“หวงจื่อเทา!!!

 

“วิ่งแบคฮยอน วิ่ง!!

 

เป็นเพียงคำสั่งแรกในสมองเท่านั้นที่เด็กเลือดผสมจะนึกออกทันทีที่ซูยอนกรีดร้องอย่างเสียสติแล้วกระโจนตัวมาทางเด็กหนุ่มทั้งสอง แต่ก็อย่างนั้นแหละ แบคฮยอนถึงจะมีแรงมหาศาลแค่ไหนในตอนนี้ แต่ก็ขัดกับคำสั่งของหมาป่าอย่างคนสั่งจนต้องฉุดแขนคุณหมอให้วิ่งไปตามทางกับตน

อยากจะสบทใส่แบคฮยอนให้หายหงุดหงิดแต่ทำไปก็เสียน้ำลายเปล่า กำลังตัวเองก็มีแต่ไม่ยอมสู้หรือจะมาหมดแรงก็ชั่งหมดแรงสู้ได้ถูกจังหวะเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าชานยอลบ่มเลี้ยงแบคฮยอนยังไง อารมณ์และพละกำลังถึงไม่อยู่กับร่องกับรอยแบบนี้


“หลบอยู่ในนี้ก่อน” จื่อเทาดันคุณหมอที่ตัวเองลากมาด้วยเข้าไปหลบในห้องอาบน้ำห้องสุดท้ายที่มีไว้ให้พวกทหารใช้ ปิดประตูทุกบานที่เปิดออกไม่ให้มีห้องว่างเหลือไว้ก่อนจะดันตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องเดียวที่ตัวเองดันแบคฮยอนให้เข้าไปซ่อนตัว


จื่อเทาไม่ค่อยชอบที่จะมาเล่นเกมวิ่งไล่จับหรือซ่อนแอบโดยที่ตนเองเหมือนตกอยู่ในสภาวะของผู้ถูกล่านัก


“ไม่ต้องถามนะว่าซูยอนจะตามมาไหม”


“ผลักซะ..”


“ชู่วว เงียบ!


หัวทิ่มขนาดนั่น ประโยคที่คุณหมอพูดไม่จบเพราะจื่อเทาสั่งให้เงียบ เจ้าตัวเลยต้องฟุบปากอย่าง..เฉียบพลัน


อากาศโดยรอบช่างเย็นเฉียบ และเงียบเชียบ ได้ยินก็เพียงแต่เสียงหยดน้ำที่หล่นลงจากก๊อกน้ำที่ปิดไม่ค่อยสนิท เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของสองเด็กหนุ่ม และถ้าหัวใจพวกเขายังเต้น ก็คงจะยินเสียงตึกตักที่ออกข้างซ้ายไปด้วย


เงียบเกินไป...และนานเกินไป



และถ้าว่ากันด้วยเรื่องของการได้ยินตามสัญชาตญาณของนักล่า ....จื่อเทามักจะได้เปรียบเสมอ เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบลงพื้นค่อย ๆ  ลอดผ่านความเงียบเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ จนเสียงรองเท้ามาหยุดอยู่ในห้องเดียวกันที่เด็กหนุ่มทั้งสองใช้เป็นแหล่งซ่อนแอบพร้อมกับไอความเย็นที่กำลังแพร่กระจายทั่วทุกพื้นอณูห้อง 

แบคฮยอนใช้สายตาลอดมองพื้นที่เปียกน้ำผ่านทางช่องพื้นระหว่างประตู กวาดมองดูอย่างช้า ๆ เพราะน้ำก็เหมือนกระจกเงาที่สะท้อนให้เห็นของการมีอยู่ของอีกคน 

“ไม่มี” 

เสียงเบาเหมือนกระซิบใช้พูดกับตัวเอง เพราะเห็นแต่ความว่างเปล่าโดยไร้เงาของหญิงสาวที่ตามล่าเขาอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

“มันจะมีได้ยังไงแบคฮยอน” 

จื่อเทาตอบกลับอย่างชั่งใจมาสักพัก เพราะถ้าจำไม่ผิดเหมือนว่าจะเคยได้ยินยงกุกฮยองเคยพูดให้ฟังว่า มีอยู่สิ่งหนึ่งที่พวกไรแคนท์มีมากกว่าพวกแวมไพร์หรือผีห่าซาตานตนไหน ๆ อยู่อย่างหนึ่ง 


‘เงา’


“แวมไพร์น่ะ....มันไม่มีเงาเป็นของตัวเองหรอกแบคฮยอน”


และจื่อเทาก็ยิ่งมั่นใจเข้าไปอีกว่าตัวของหญิงสาวผู้เกรี้ยวกราดไม่ได้ยืนรอเชือดคุณหมอที่เลือดในกายไม่ปกติอยู่หน้าห้องน้ำแน่ ๆ แต่เธอต้องอยู่ที่ไหนซักที่...ภายในห้องนี้นี่แหละ


แปะ...


แปะ...


อะไรบางอย่างหยดลงมาจากที่สูง หยดลงสู่แก้มของแวมไพร์หมาด ๆ ไม่ใช่หยดน้ำแต่สัมผัสของมันเหนียวหนืดกว่านั้น กลิ่นคาวนี้ทั้งแวมไพร์และไรแคนท์เลือดผสมต่างคุ้นชินมันเป็นอย่างดีจนทำให้คุณหมอฉุกใจแหงนหน้าขึ้นมองบนเพดานสูง


หญิงสาวที่อยู่ในท่าห้อยหัวลงมาจากเพดานสูงแสยมยิ้มเยือกเย็นกับเลือดที่ไหลออกจากปากอิ่มตั้งใจให้มันหยดลงมาที่ใบหน้าของแบคฮยอน 


หวี๊ดดดดดดดด



TBC.


ปาร์ค...ชาน...ยอล..มึงจะทำอะไรกับน้องมึ๊งงง!!! เรากลับมาแล้วนะ หายไปกี่ปีนะ.. ยังไงก็อย่าลืมฝากการสกรีมที่-> #พคล

และ รีบอ่านจกในนี้นะคะ เพราะเราจะเอาเนื้อหาทั้งหมดพร้อมรีไรท์ไปลงใน RAW
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,934 ความคิดเห็น

  1. #1900 pianoizme (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 01:54
    คริสเทากลับมาแล้ว แอดล่ะกลับมาได้รึยังงงงง รออยู่นะคะ
    #1,900
    0
  2. #1898 abdg (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 21:48
    นี้คือนั่งรออ่านอยู่62ล่ะนะครับ.ยิ้มหวาน😊
    #1,898
    0
  3. #1895 ASLosecontrol (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 01:09
    แอดค่ะ มาต่อเถอะนะ หนูรอเล่มรวมอยู่นะค่ะพี่ ได้โปรดดดดดดดดดดดดด กลับมาาาาาาาาาาาาาาสาาาาาาาาาา
    #1,895
    0
  4. #1891 arysn_ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 18:17
    ต่อเถอะพลีสสสสสสสสสส
    #1,891
    0
  5. #1883 Nsidl (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2559 / 12:12
    รอนะคะะ
    #1,883
    0
  6. #1882 ahyuna (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 08:13
    รอคะรอ สำหรับไรท์นานแค่ไหนเราก็รอด้เสมอ เพียงแค่ไรท์ัพต่อเราก็จะรอต่อไปปปปป
    #1,882
    0
  7. #1881 Friendly-xoxo (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 23:43
    ไรต์จ้าาาาาา เก๊ารอไรต์มาอัพต่ออยู่น้าาาาาาาาาา
    #1,881
    0
  8. #1880 เปา (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 17:18
    ไรท์จ๋าาา รออัพอยู่นาจาาาา รัก
    #1,880
    0
  9. #1879 pangpangpapiko (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 00:14
    ฮืออ ไรต์ หนูคิดถึงไรต์มากกก หนูนึกว่าไรต์จะไม่แต่งแล้ววว รอต่อค่ะ ขอบคุณที่กลับมาอัพนะคะไรต์ ????
    #1,879
    0
  10. #1878 myumbella (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2559 / 17:15
    เราเพิ่งเห็นว่าไรท์เตอร์อัพฟิค!!!!! รอต่อนะคะ ขอบคุณที่กลับมาอัพค่ะ ^^
    #1,878
    0
  11. #1877 Vashpurl (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2559 / 08:04
    คิดเถิงงงงงงงงงง
    #1,877
    0
  12. #1876 Nsidl (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 23:35
    ในที่สุด ก็กลับมา เป็นกำลังใจให้นะ. สู้ๆ
    #1,876
    0
  13. #1875 jjjj. (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2559 / 09:40
    คิดถึงมากกก ได้เวลาย้อนอ่านค่ะ ฮือ
    #1,875
    0
  14. #1874 patty-brw (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2559 / 16:29
    เย้ ปิดซอยฉลองเลยในที่สุไรต์เตอร์ก็กลับมาน้ำตาจะไหล
    #1,874
    0
  15. #1873 แม่เทา (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 17:36
    ชอบเรื่องนี้แบบสุดๆไปเลย ยกทั้งใจให้คนเขียน ขอบคุณน๊า ชอบคริสเทามาก อย่าลืมมาต่อให้ไวๆน๊าาาาาา จะรอ
    #1,873
    0
  16. #1872 แม่เทา (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 17:36
    ชอบเรื่องนี้แบบสุดๆไปเลย ยกทั้งใจให้คนเขียน ขอบคุณน๊า ชอบคริสเทามาก อย่าลืมมาต่อให้ไวๆน๊าาาาาา จะรอ
    #1,872
    0
  17. #1868 ฟ้า น่ะเออ (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 20:49
    มาอัพเถอะน้าาาาาา รอนานแย้ว<(
    #1,868
    0
  18. #1866 Mer'benz (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 02:35
    ไรท์เตอร์มาอัพเถอะน้าาา เค้ารอนานแล้ววววววว
    #1,866
    0
  19. #1865 Mer'benz (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 13 กันยายน 2558 / 02:34
    ไรท์เตอร์มาอัพเถอะน้าาา เค้ารอนานแล้ววววววว
    #1,865
    0
  20. #1863 noname (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 18:31
    อ้ากกก สนุกมากอ่ะ วันนี้นั่งอ่านทั้งวันตั้งแต่ตอนแรกเลย

    ยอมรับว่าไม่ได้แสดงความคิดเห็นเลย ขอโทษนะไรท์

    แต่สนุกมากอ่ะ บอกตรง ปกติไม่ค่อยอ่านแนวแบบนี้เท่าไหร่

    แต่เรื่องนี้อ่านแล้วชอบมากอ่ะ อยากได้ไว้ในครอบครองเลย

    สู้ ๆ นะไรท์ เป็นกำลังใจให้คร้าบบบบ
    #1,863
    0
  21. #1862 Nattaya Yodnam (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 11:48
    รอมานานมากกก อาซ้อออกโรงเเล้ว ดีใจ ฆ่าเจสสิก้าซะเลย
    #1,862
    0
  22. #1861 นายน้อยแพนด้า (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 20:42
    รออยู่น้าาา มาเร็วซี่~ ป.ล.สู้ๆนะไรท์ อยากเห็นน้องเทาบู๊~
    #1,861
    0
  23. #1860 ngampisut (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 12:52
    อาซ้อมาแล้วววว

    เหมือนท่านหญิงจะโดคสะใภ้ทั้งสองรุมนะคะ

    ที่แน่ๆ อาซ้อร้ายกว่าหลายเท่าเลยล่ะ

    ท่านหญิงไม่น่ารอดอ่าค่ะ

    คความจริงหายไปแล้วก็ไม่น่ากลับมาอีกเลนะคะ รนหาที่ตายจริงๆ
    #1,860
    0
  24. #1859 poppylove@888 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 07:42
    นึกว่าคนที่มาช่วยคือพี่ปาร์ค แต่แล้วคือหนูจื่อ แล้วพี่ปาร์คอยู่ไหน?
    #1,859
    0
  25. #1858 poppylove@888 (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2558 / 07:45
    พี่ปาร์คจะทำไรอ่ะ
    #1,858
    0