บันทึกยุทธการสงครามต่างโลก

ตอนที่ 16 : ไอบีเรี่ยนเคลื่อนพล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    17 ต.ค. 57

ตอนที่16 ไอบีเรี่ยนเคลื่อนพล




4วันหลังจากการเดินทาง ชาวเหนือที่อพยพจากหมู่บ้านราราบิกก็เดินทางมาถึงป่าดำชายแดนของประเทศโรฮาน


ผู้อพยพจำนวนกว่า550000คนนั้นเป็นจำนวนที่ไอแซ๊คนั้นคาดการผิดไปอย่างมาก เพราะไอแซ๊คนั้น

ประเมินก่อนการเดินทางไปแดนเหนือว่าคงจะสามารถพาผู้คนมาได้น้อยกว่านี้10เท่า


ไอแซ๊คนั้นนั่งอยู่บนหลังม้าในสภาพอิดโรย ขอบตาทั้งคู่ของเขานั้นกลายเป็นสีเขียวคล้ำ ท่าทางดูอ่อนแรงสุดขีดจนแม้แต่ลมหนาวแรงๆก็อาจพัดเขาให้ปลิวตกจากหลังม้าได้


ต้นเหตุของอาการหมดเรี่ยวแรงนี้คือฟรีกก้าที่คอยคุ้มกันเขาอย่างถึงลูกถึงคนตลอด5วันที่ผ่านมา

ไอแซ๊คนั้นไม่ได้รังเกียจฟรีกก้า ตรงกันข้ามเขากลับเห็นฟรีกก้านั้นน่ารักขึ้นเรื่อยๆ


ฟรีกก้านั้นยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี พลางควบม้าอยู่ข้างๆไอแซ๊ค


“ท่านไอแซ๊คคะ ข้างหน้านั่นคือป่าดำใช่ไหมคะ”

ฟรีกก้านั้นมองป่ารกครึ้มที่อยู่ข้างล่างด้วยสายตาที่เปล่งประกาย


“อา ใช่ พอถึงที่ป่านั่นก็เท่ากับถึงโรฮานแล้วล่ะ”

ไอแซ๊คนั้นพูดเสียงอ่อยเหมือนคนป่วยที่เพิ่งจะออกมาจากโรงพยาบาล


ผู้อพยพทุกคนนั้นก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกันกับฟรีกก้า หลายคนนั้นร้องเพลงอย่างสนุกสนาน

เพราะว่าความฝันของพวกเขานั้นใกล้จะเป็นจริงแล้ว


ไอแซ๊คนั้นมองไปยังฟรีกก้าอย่างเป็นห่วง เพราะเมื่อวานนี้เธอได้แสดงเจตจำนงค์ที่จะขออยู่ที่

ป่าดำเพื่อติดต่อประสานงานกับชาวแดนเหนือ และไม่ติดตามไอแซ๊คกลับไปที่โวฟกราฟ


ไอแซ๊คนั้นพยายามเกลี้ยกล่อมฟรีกก้าอยู่นานแต่เธอนั้นก็ยังยืนกรานคำเดิม และเธอยังกำชับไอแซ๊ค

ให้มาหาเธอเดือนละครั้ง


ผู้อพยพนั้นเมื่อเดินทางมาถึงป่าดำ ก็เริ่มตั้งกระโจมเพื่อหยุดพักกัน วันพรุ่งนี้จึงจะเดินทางไปถึง

เดเนรอทหรือโวฟการ์ฟเพื่อจัดสรรอาชีพหรือที่ทำกินต่อไป


ไอแซ๊คนั้นหลังจากลงจากหลังม้าก็ได้พูดคุยกับเซาเซอร์ที่ตอนนี้เป็นหัวหน้าของหน่วยรบกินิว

และรับหน้าที่ดูแลป่าดำเป็นการชั่วคราวอยู่


“เซาเซอร์แจ้งข่าวการอพยพ และรายละเอียดให้กับรุด บอกไปด้วยว่าให้เตรียมเสบียงอาหาร

จำนวนมากรอไว้ และเตรียมเงินสนับสนุนให้ด้วย”


“ครับท่านผู้นำ”

“แล้วก็ฉันจะสับเปลี่ยนผู้นำกองทหารป่าดำ เพื่อให้นายกลับไปประจำตำแหน่งหัวหน้าหน่วย

รบกินิวตามเดิม”


“ผมทำอะไรผิดอย่างนั้นเหรอครับ!!”

เซาเซอร์ที่เข้าใจผิดคิดว่าตัวเองนั้นถูกปลดออกจากการรักษาป่าดำนั้นถึงกับคุกเข่าลง


“เปล่าแค่ปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมน่ะ เพราะหลังจากนี้คงจะไม่มีการสู้รบที่ป่าดำมาก

เหมือนเมื่อก่อนแล้วจึงอยากจะให้นายกับไปที่หน่วยเดิมจะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่น่ะ

ฉันหวังกับนายไว้มากนะเซาเซอร์”


ไอแซ๊คนั้นปลอบขวัญเซาเซอร์ด้วยคำชม


“เข้าใจแล้วครับท่านผู็นำ ผมจะไม่ทำให้ท่านผู้นำผิดหวังครับ!!”

เซาเซอร์นั้นรีบลุกขึ้นมาทำความเคารพด้วยความดีใจ


“ฟรีกก้า!!มานี่หน่อย”


ไอแซ๊คนั้นเรียกหาฟรีกก้าที่กำลังช่วยดูแลผู้อพยพอยู่ เมื่อเธอได้ยินเสียงร้องเรียกของไอแซ๊คนั้น

เธอก็ปลีกตัววิ่งมาหาอย่างรวดเร็ว


“มาแล้วค่ะท่านไอแซ๊ค”


ฟรีกก้าวิ่งมาค่อนข้างไกลจึงทำให้เธอเหนื่อยเล็กน้อย


“เซาเซอร์นี่คือฟรีกก้า เธอจะมารับช่วงต่อในการดูแลป่าดำ โดยที่มีโดมินิกเป็นผู้ช่วย

ฟรีกก้านี่คือเซาเซอร์หัวหน้าหน่วยรบกินิวที่ตอนนี้ทำให้ที่รักษาการหัวหน้ากองทหารป่าดำอยู่

แต่หลังจากนี้ผมจะให้ฟรีกก้ารับช่วงดูแลต่อ”


ไอแซ๊คแนะนำฟรีกก้าและเซาเซอร์ให้รู้จักกันเพื่อที่จะได้ประสานงานเพื่อโยกย้ายตำแหน่ง

ซึ่งเซาเซอร์นั้นถึงกับต้องเงยคอมองฟรีกก้าเลยทีเดียว


“ฟรีกก้า ซาวิเซวิชค่ะ ฝากตัวด้วยค่ะ”

ฟรีกก้านั้นโค้งให้กับเซาเซอร์


“ฉัน เซาเซอร์ โทเบียสวิลี่ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”

เซาเซอร์นั้นสูงถึง185เซนติเมตรแต่ก็ยังต้องแหงนหน้ามองฟรีกก้า


“เอาล่ะเซาเซอร์หลังจากนี้ก็เริ่มการส่งต่องานให้กับฟรีกก้าได้เลยนะ ในวันพรุ่งนี้ฉันจะเดินทางกลับ


โวฟกราฟ ถ้านายจัดการเรื่องงานที่นี่เสร็จแล้วก็ตามไปที่นั่นก็แล้วกัน”

ไอแซีคนั้นพูดพลางถูมือไล่ความหนาว


“รับทราบครับท่านผู้นำ”

เซาเซอร์นั้นเดินจากไปหลังจากฟังคำสั่งของไอแซ๊คจบ


“ฟรีกก้าตามฉันมา เรามีเรื่องต้องคุยกัน”

ไอแซ๊คนั้นหันไปมองฟรีกก้าแล้วพูดออกมา


“ค่ะ ท่านไอแซ๊ค”

ฟรีกก้านั้นก็เดินตามไอแซ๊คมาอย่างว่าง่าย



หลังจากที่ฟรีกก้าเดินตามไอแซ๊คกลับไปที่จระโจมที่พักของเขาที่ทหารเพิ่งจะเตรียมให้เสร็จ

ไอแซ๊คนั้นก็นั่งลงบนที่นอน แล้วบอกกับฟรีกก้าให้มานั่งด้วยกัน ฟรีกก้าจึงนั่งลงข้างๆไอแซ๊ค


“ไม่เปลี่ยนใจจริงๆหรือ ฟรีกก้า”

ไอแซ๊คนั้นหันมากุมมือของฟรีกก้าเอาไว้


“ไม่หรอกค่ะท่านไอแซ๊ค ฟรีกก้าขออยู่ดูแลพวกพ้องที่กำลังจะอพยพตามมาที่นี่ดีกว่า”

ฟรีกก้านั้นมองตาไอแซ๊คแล้วตอบกลับอย่างแน่วแน่


“แต่ผมน่ะ อยากให้ฟรีกก้ากลับไปที่โวฟกราฟด้วยกันกับผมนะ”

ไอแซ๊คนั้นไม่ต้องการให้ฟรีกก้าอยู่ในที่ป่าดำเพราะว่าเป็นห่วง


“ฟรีกก้าเข้าใจค่ะ แต่ว่าฟรีกก้าทิ้งพวกพ้องชาวเหนือที่กำลังพยายามมาที่นี่ไปไม่ได้จริงๆ”

ฟรีกก้านั้นยังคงยืนกรานคำเดิม


ไอแซ๊คนั้นรู้ดีว่าคงจะไม่สามารถเกลี้ยกล่อมฟรีกก้าได้อีก เขาจึงได้แต่ทำใจเอาไว้ แล้วตัดสินใจว่า

จะมาหาเธอถ้าเขานั้นปลีกตัวมาได้


“ท่านไอแซ๊คคะ หลังจากวันพรุ่งนี้พวกเรา2คนคงจะไม่ได้เจอกันอีกนาน เพราะฉนั้น…….”

ฟรีกก้านั้นก้มหน้าลงอย่างเอียงอาย


ไอแซ๊คนั้นรู้ดีในความหมายของคำพูดนั้น เขาจึงไม่ยอมปล่อยเวลาให้ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์

เพื่อที่จะทำให้ฟรีกก้านั้นมีความสุข เพราะหลังจากนี้คงอีกนานกว่าจะได้เจอกันอีกครั้ง


ในคืนนั้นทั้งสองเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับความสุขแก่กันและกัน



………………………………………………………………


กลางดึกของคืนนั้น ฟรีกก้าที่นอนไม่หลับนั้น กำลังลังนอนดูหน้าของไอแซ๊คที่กำลังหลับไหล พลางลูบผมสีดำของเขาอย่างอ่อนโยน


เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ฟรีกก้านั้นสับสนในใจอย่างมาก เพราะว่าเธอต้องตัดสินใจที่จะไม่ยอมติดตาม

ไอแซ๊คกลับไปที่โวฟกราฟ แต่เลือกที่จะรั้งอยู่ที่ป่าดำแทน


จนถึงตอนนี้ ฟีกก้าก็ยังคงอาลัยอาวรณ์ต่อไอแซ๊คที่กำลังจะจากเธอไป แต่ฟรีกก้านั้นมีเหตุผลที่แท้จริงซึ่งไม่สามารถบอกต่อไอแซ๊คได้


-ท่านไอแซ๊คฟรีกก้าขอโทษนะคะ ที่ไม่ยอมทำตามที่ขอ

ทั้งๆที่ฟรีกก้าน่ะรักท่านไอแซ๊คจนหมดหัวใจ แต่ฟรีกก้านั้นไม่สามารถอยู่เคียงข้างท่าไอแซ๊คได้

ฟรีกก้าน่ะไม่อาจเป็นภรรยาของท่านไอแซ๊คได้หรอกค่ะ เพราะถ้าฟรีกก้าติดตามท่านไอแซ๊คไปในฐานะภรรยาท่านก็คงจะต้องลำบากใจแน่ๆ ฟรีกก้าน่ะเป็นแค่หญิงชาวป่าชาวดอยไม่เหมาะสมกับ

ท่านผู้นำแห่งโรฮานและราชาแห่งแดนเหนือหรอกค่ะ-


ฟรีกก้านั้นคิดในสิ่งที่เธอต้องการพูดที่สุด แต่เธอไม่กล้าเอ่ยมันออกมา


-ขอบพระคุณมากค่ะท่านไอแซ๊ค ที่กรุณาให้ความรักแก่ฟรีกก้า ขอบคุณจริงๆค่ะ-


ในค่ำคืนที่เงียบสงัด ฟรีกก้านั้นร้องให้จนน้ำตานองใบหน้าและยังคงจ้องมองไอแซ๊คชายที่เธอรักที่สุดจนกระทั่งราตรีผ่านพ้นไป


…………………………………………………………………


4 เดือนผ่านไป ณ เมืองหลวงเครอส ประเทศเครอส


ราชาเฟลโก้นั้นกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้องทำงาน ในมือของเขานั้นถือรายงานเกียวกับเศษฐกิจที่กำลังตกต่ำ และความเดือดร้อนชองเกษตรกรที่ไม่มีเมล็ดพันธ์เพียงพอต่อการเพาะปลูก นอกจากนี้ยังมีถนนหนทางที่ชำรุด คลองชลประทานที่ตื้นเขินต้องขุดลอก และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งคำขอเหล่านี้

ช่างสวนทางกับงบในท้องพระคลังที่ร่อยหรอลงจนแทบจะว่างเปล่า


หลังจากดื่มเหล้าที่วางบนโต๊ะทำงานเพื่อแก้กลุ้มแล้ว ราชาเฟลโก้นั้นก็วางรายงานลงบนโต๊ะที่เต็มไปด้วยรายงานและจดหมายร้องเรียนจำนวนมาก


แค่เวลาไม่กี่เดือนหลังจากการแยกตัวเป็นอิสระของประเทศโรฮาน เศษฐกิจของทั้งสองประเทศนั้นก็

พุ่งสวนทางกัน ประเทศเครอสนั้นพุ่งลง แต่โรฮานนั้นกลับพุ่งขึ้นจนหยุดไม่อยู่


การค้าระหว่างประเทศที่เคยทำการค้ากับบรรดาประเทศโพ้นทะเลนั้นก็หยุดชะงักลงหลังจาก

ที่ท่าเรืออาเลซุนด์ของโรฮานเปิดทำการ ทำให้ไม่มีเงินเข้าจากการส่งออก และยังไม่มีสินค้าที่นำเข้ามาอีกด้วย และเนื่องจากประเทศโรฮานนั้นที่กำลังรุดหน้าในทุกด้านอย่างรวดเร็วนั้นไม่มีทางเผาผีกับประเทศเครอสการติดต่อเพื่อทำการค้าใดๆนั้นจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้


ราชาเฟลโก้นั้นจำเป็นต้องรักษากำลังทหารเอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องใช้เงินในการบำรุงกองทัพ

เป็นจำนวนมากซึ่งสวนทางกับภาษีที่น้อยลงเรื่อยๆ กลายเป็นลูกโซ่แห่งการพังทลายอย่างช้าๆ


“ไอ้บัดซบนอสเฟอราตู เพราะแกคนเดียวฉันถึงต้องมานั่งทนทุกข์แแบบนี้!!”

ราชาเฟลโก้นั้นสบถออกมาพร้อมกับขว้างแก้วดหล้าไปกระทบผนัง


ในตอนนั้นเองเจ้าชายฟิลิปลูกชายเพียงคนเดียวของราชาเฟลโก้นั้นก็เดินเข้ามาในห้องทำงาน


“ท่านพ่อโมโหอะไรหรือครับ ถึงได้ตะโกนเสียงดังขนาดนี้”

ฟิลิปที่ตลอดหลายเดือนมานี้เก็บเนื้อเก็บตัวเรียบร้อยไม่ไปเจ๊าะแจ๊ะกับผู้หญิงนัน้พูดออกมา


“จะให้ข้าไม่โมโหได้อย่างไร เจ้าดูรายงานนี่สิฟิลิป”

ราชาเฟลโก้นั้นยื่นแผ่นกระดาษรายงานให้แก่เจ้าชายฟิลิป แล้วเจ้าชายฟิลิปนั้นก็อ่านทันที


“....... นี่มันแย่เลยนะนี่”

เจ้าชายฟิลิปนั้นอ่ารายงานแล้วก็ถึงกับหน้าถอดสี

“เงินในคลังก็ไม่มี ภาษีก็เก็บได้น้อย การค้าก็ไม่ได้เรื่องอีก”

ราชาเฟลโก้นั้นพูดพลางถอนหายใจออกมา


“ถ้าขึ้นระวางภาษีเพิ่มขึ้นอีกล่ะท่านพ่อ”


“นี่ก็ขึ้นจนสุดขีดแล้ว แค่นี้ประชาชนก็แทบจะไม่มีกินกันอยู่แล้วนะ แถมช่วงหลังๆมานี่ก็เริ่มมีคนหลบ


หนีไปยังประเทศโรฮานอีกต่างหาก”

ราชาเฟลโก้นั้นถึงกับท้อแท้เพราะหาทางออกไม่ได้


เจ้าชายฟิลิปนั้นในความจริงแล้วก็ไม่ได้สนใจประชาชนเท่าไหร่นัก แต่ที่เขากำลังเป็นห่วงก็คือ

ฐานอำนาจของราชาเฟลโก้ที่กำลังสั่นคลอนเพราะปัญหาปากท้องของประชาชน ซึ่งนั่นหมายถึง

อำนาจที่เขาจะได้รับสืบทอดมาก็จะง่อนแง่นตามไปด้วย


หลังจากที่แพ้สงครามต่อไอแซ๊คและถูกทำร้ายร่างกายจนกลายเป็นคนพิการไปนั้น เจ้าชายฟิลิปก็ผูกใจเจ็บ แค้นไอแซ๊คมาตลอดแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ในตอนนี้เขานั้นคิดแผนอะไรดีๆออกแล้ว


“ท่านพ่อ ปัญหาของพวกเราในตอนนี้มีต้นเหตุมาจากอะไร”

เจ้าชายฟิลิปนั้นถามราชาเฟลโก้พลางยิ้มอย่างชั่วร้าย


“จะอะไรซะอีก ก็ไอ้สารเลวนอสเฟอราตูไง มันชิงดินแดนไปสร้างประเทศไม่พอ แถมยังกรรโชกเงินไป

อีก แล้วมันยังทำลายเศษฐกิจเราซะย่อยยับ ถ้าไม่มีมันซักคนเครอสคงไม่เป็นแบบนี้หรอก!!”

ราชาเฟลโก้นั้นทุบโต๊ะเสียงดังปังเพื่อระบายความเจ็บแค้นในอก


“ถ้าอย่างนั้นเราก็จัดการต้นตอของปัญหาก็หมดเรื่องนี่ท่านพ่อ”


“ทำไม่ได้ พ่อเคยคิดอยากจะยกพลถล่มมันให้ราบตั้งหลายครั้ง แต่กำลังพลของเราในตอนนี้

สู้พวกมันไม่ได้แน่ๆ”


เจ้าชายฟิลิปนั้นยืนตัวตรงแล้ววางกระดาษรายงานลงบนโต๊ะ


“ใช่แล้วท่านพ่อ ถ้าลำพังพวกเรานั้นทำไม่ได้แน่”

ฟิลิปนั้นพูดอมพะนำให้ราชาเฟลโก้นั้นร้อนใจเล่น


“เจ้าหมายความว่าอะไร เลิกเยิ่นเย้อแล้วบอกข้ามาซะ”

ราชาเฟลโก้นั้นไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะคุยช้าๆได้จึงเร่งฟิลิปให้พูดออกมา


“ไอบีเรียนกับเครเทียไงล่ะท่านพ่อ แค่พวกเรายินยอมเซ็นสัญญาว่าใครที่สามารถตีชิงโรฮานไปได้

ก็ยกให้ไปเลยแค่นั้นเอง”


“เจ้าคิดอะไรอยู่ โรฮานน่ะเคยเป็นของข้า ข้าไม่มีวันยกให้เครเทียหรือไอบีเรี่ยนแน่”

ราชาเฟลโก้นั้นถึงกับลุกขึ้นมาเพราะตกใจกับสิ่งที่องค์ชายฟิลิปพูดออกมา


“แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยโฮานให้ทำลายเศษฐกิจของเราอย่างช้าๆนะท่านพ่อ แถมถ้าทำแบบนี้ก็ยังสามารถกลายเป็นพันธมิตรที่สามารถทำการค้าขายกันได้อีกด้วย”

เจ้าชายฟิลิปนั้นแจงผลรับที่น่าสนใจออกมา


“มันก็จริง เครเทียน่ะมีความแค้นกับเจ้าปีศาจนอสเฟอราตูอยู่แล้ว คงจะเจรจาได้ไม่ยากนัก แต่กับไอบีเรี่ยนนี่สิ จะเจรจาได้อย่างไร”


ราชาเฟลโก้นั้นยังคงมีชนักติดหลังเรื่องที่ป้ายความผิดให้กับ แองเจริก้า ฟาลม่าเจ้าหญิงแห่งไอบีเรี่ยน ภรรยาของรุด ว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารราชาอูริชผู้ล่วงลับจึงไม่กล้าที่จะเจรจาใดๆกับประเทศไอบีเรี่ยน


“เรื่ององค์หญิงแองเจริก้าน่ะ ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วง ผมมีวิธีที่จะทำให้ไอบีเรี่ยนน่ะรีบยกทัพมาถล่ม

โรฮานแบบด่วนจี๋เลยล่ะ”


เจ้าชายฟิลิปนั้นยิ้มอย่างมั่นใจ


………………………………………………………………………


ผ่านมา1สัปดาห์ เมืองคาราวิญ่า เมืองหลวงของประเทศไอบีเรี่ยน


ไอบีเรี่ยนนั้นเป็นประเทศทางตอนใต้ของประเทศเครอส มีอาณาเขตกว้างขวางและประชากรจำนวนมาก ซึ่งการเดินเรือค้าขาย และการประมงนั้นคืออาชีพหลักของประชาชนที่นี่


ราชาของไอบีเรี่ยน นั้นมีชื่อว่า เฟอนันโด ฟาลม่า พระองค์นั้นมีอายุ 46 ปีแต่ภายนอกนั้นยังคงดูเหมือนชายฉกรรย์ที่มีอายุ30ต้นๆ พระองค์นั้นมีรูปร่างสูงโปร่ง และมีใบหน้าที่ดุดัน


ราชาเฟอนานโด้นั้นเพิ่งจะได้รับจดหมายที่ส่งมาจากประเทศเครอส ที่จริงแล้วเขานั้นอยากจะฉีกมันทิ้งเสียด้วยซ้ำเพราะว่าราชาอูริชนั้นทำให้ลูกสาวของเขาอาเรนั้นต้องตกระกำลำบาก และไปแต่งงาน

กับขุนนางโรฮาน ถึงอาเรนั้นจะส่งจดหมายมาแจ้งเรื่องราวทั้งหมดแก่เขาแล้ว ราชาเฟอนานโดนั้น

ก็ไม่สามารถยกทัพไปบุกเครอสให้หายแค้นได้ เพราะว่าไอบีเรื่ยนนั้นยังมีศึกติดพันกับเครเทียอยู่


แต่ราชาเฟอนานโดนั้นก็มีเหตุผลพอที่จะอ่านจดหมายฉบับนี้ก่อนที่จะฉีกมันทิ้งในภายหลัง เพราะพระองค์นั้นเป็นผู้ที่ใช้เหตุผลในการบริหารบ้านเมือง ไม่ใช่นำอารมณ์มาเป็นที่ตั้ง ไอบีเรี่ยนนั้นจึง

เป็นประเทศที่แข็งแกร่งเพราะข้อดีจุดนี้ของราชาเฟอนานโด้เอง


ราชาเฟอนานโด้นั้นแกะจดหมายที่ประทับตราครั่งของประเทศเครอส แล้วอ่านทันที


…………………………………………………………..


ถึงราชา เฟอนานโด้ ฟาลม่า ที่ 7


           ข้าพเจ้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งเกี่ยวกับความเข้าใจผิดที่นำมาสู่ความบาดหมาง

ของประเทศเครอสกับไอบีเรี่ยน เนื่องจากมีคนที่พยายามบ่อนทำลายความสัมพันธ์อันดีที่เราทั้ง

สองประเทศนั้นมีให้กันตลอดมา ผู้ที่อยู่เบิ้องหลังเหตุการณ์นี้ คือ รุด คอเนเรียส อดีตขุนนางแห่ง

เครอสเอง ที่ต้องการใส่ร้ายป้ายสีให้พวกเรานั้นบาดหมางกัน และยังจับตัวองค์หญิง แองเจริก้า ฟาลม่า ไปเพื่อบังคับให้เธอนั้นแต่งงานด้วย ซึ่งสายลับของเรานั้นรายงานมาว่าเธอนั้นต้องอยู่อย่างระทมทุกข์ที่โรฮานไม่ผิดกับนักโทษเลยสักนิด  เพราะ รุด คอเนเรียส นั้นในอดีตเคยเป็นโจรร้าย นอกจากนั้นสหายของมันยังเป็นราชาแห่งโรฮานในขณะนี้อีกด้วย ซึ่งนั่นทำให้เห็นว่านี่คือการจัดฉาก

อันแนบเนียนเพื่อที่จะให้พวกเราทั้งสองประเทศนั้นรบกันเอง โดยที่ผู้รับผลประโยชน์ที่แท้จริงนั้น

คือประเทศโรฮาานเอง

          


            ฃ้าพเจ้านั้นจึงใคร่ขอความร่วมมือ ให้ท่านราชาเฟอนานโดนั้นโปรดช่วยส่งกองทัพมา

เพื่อกำราบ รุด คอเนเรียส ผู้ชั่วช้าโสมม และ ไอแซ๊ค อาร์เนเซ่น ผู้อยู่เบื้องหลังที่น่าชิงชัง เพื่อทำการช่วยเหลือ องค์หญิงแองเจริก้ากลับคืนมาจากเงื้อมมือโจรกบฏ และนอกจากนี้ ประเทศเครอสนั้นยินดี

ที่จะยกดินแดนของประเทศโรฮานให้ครึ่งหนึ่งหากสงครามครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะ


                                                                       ขอแสดงความนับถืออย่างสูง

                                                                               เฟลโก้ เครอส

                                                                           ราชาคนที่11แห่งเครอส


…………………………………………………………………...




ทันทีที่ราชาเฟอนานโดนั้นอ่านจดหมายฉบับนี้จบ เขานั้นก็ถึงกับมือสั่นด้วยความโกรธ


“โอ แองเจริก้าผู้น่าสงสาร ลูกสาวข้านั้นต้องตกอยู่ในเงื้อมมือโจรถ่อยอย่างนั้นหรือ แสดงว่าจดหมายที่ลูกส่งมานั้นเป็นเรื่องโกหกเพราะถูกไอ้โจรนั่นบังคับสินะ”


ราชาเฟอนานโด้นั้นตกหลุมพลางของเจ้าชายฟิลิปเข้าอย่างจัง ถ้าไม่ใช่เพราะอาเรนั้นหาคู่ครองที่เหมาะสมที่ไอบีเรี่ยนไม่ได้ เขานั้นก็คงไม่ส่งลูกสาวสุดที่รักให้เดินทางไปหาคู่ที่เครอสแล้ว

และราชาเฟอร์นานโด้นั้นรักลูกๆของเขาเป็นอย่างมาก โดยเฉาะอาเรที่เป็นลูกสาวคนโตด้วยแล้ว

ยิ่งเขานั้นเจอกลอุบายนี้เข้าไป เขาก็หลงเชื่อไปในทันที


“จัดเตรียมกองทัพ!!ใช้ทหารประจำการ 300000 คน!! ชายแดนเครเทียนั้นเหลือไว้100000คนก็พอ

ข้าจะบุกขยี้โรฮานให้ราบเป็นหน้ากลอง”


ราชาเฟอนานโด้ตะโกนสั่งการขุนนางภายในวังหลวง และไม่มีใครตั้งคำถามกับพระองค์

เนื่องจากไม่ว่าเรื่องใดราชาเฟอนานโด้นั้นก็จะตรึกตรองไว้อย่างถี่ถ้วนเสมอ จึงไม่มีขุนนางคนไหนกล้าทัดทานพระองค์แม้แต่ครั้งเดียว


5วันหลังจากนั้นกองทัพขนาดมหึมา300000คนที่พร้อมรบสุดขีดก็เดินทัพออกจากไอบีเรี่ยน


………………………………………………………………


ในขณะเดียวกัน ณ ประเทศโรฮาน เมืองหลวงเวสทรอน


ไอแซ๊ค อาร์เนเซ่น นั้นมาตรวจงานก่อสร้างที่แล้วเสร็จไปกว่า80เปอร์เซนต์ เหลือเพียงอาคารของทางการอีกไม่กี่แห่งกับท่อระบายน้ำที่ยังสร้างไม่เสร็จ และปราสาทเวสทรอนที่ยังตกแต่งไม่เรียบร้อยเท่านั้น


ในการเดินทางมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้่ไอแซ๊คนั้นพามาเยด้ามาด้วย เพราะว่าทีน่าที่มักจะติดตามมาเป็น

ประจำนั้นป่วยไม่สบายมา2อาทิตย์แล้ว


ในตอนที่ทีน่าป่วยไอแซ๊คนั้นร้อนใจมาก จึงให้แพทย์มาตรวจถึง5คน และแพทย์ทั้ง5นั้น

ก็ลงความเห็นว่าทีน่านั้นไม่ได้ป่วย แต่ที่น่ากำลังตั้งครรภ์อ่อนๆและมีอาการแพ้ท้องเท่านั้นเอง


ไอแซ๊คนั้นดีใจมากที่เขานั้นกำลังจะได้เป็นพ่อคน ทำให้เขานั้นไม่ยอมห่างทีน่าเลยเพื่อที่จะได้คอยดูแลทีน่าตลอดเวลา จนในที่สุดเหล่าภรรยาของไอแซ๊คนั้นก็ทนไม่ไหว จึงรวมตัวกันขับไล่ไอแซ๊ค

ให้มาทำงานที่คั่งค้างไว้ แล้วส่งมาเยด้าคอยตามติด เพื่อให้แน่ใจว่าไอแซ๊คนั้นไม่หนีงานกลับมาดูแลทีน่าต่อ


งานพัฒนาที่ดินและการอุตสาหกรรมนั้นรุดหน้าไปอย่างมาก เพราะว่ามีบุคลากรและแรงงานมาจาก

แดนเหนือเป็นจำนวนมาก ทำให้ทุกๆแห่งหนในโรฮานนั้นเต็มไปด้วยทุ่งข้าวสาลี ทุ่งหญ้ากสิกรรมที่มี

วัวและแพะเต็มไปหมด นอกจากนั้นโรงงานอุตสาหกรรมยังมีงานสั่งซื้อเข้ามาจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ประเทศโรฮานในตอนนี้นั้นจึงได้ดุลการค้าจำนวนมหาศาลในการส่งออกสินค้าทางการเกษตร และ งานอุตสาหกรรม


ชาวเหนือที่อพยพมานั้นต่างทำไร่ทำสวนอย่างยิ้มแย้มแจ่มใสภายใต้อากาศอันสดชื่นของฤดูใบไม้ผลิ ทุกคนนั้นเมื่อเห็นไอแซ๊คที่แต่งชุดดำเป็นเอกลักษณ์ควบม้าผ่านมานั้น ก็ทำความเคารพเขาอย่างนอบน้อม ไอแซ๊คเองก็โบกมือให้แล้วยิ้มตอบไปยังชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง


ตลอดทางที่ไอแซ๊คนั้นควบม้าผ่านไป ไม่มีชาวบ้านคนไหนเลยที่จะไม่ทำความเคารพเขา แต่ความ

เคารพนี้ไม่ได้มาจากพลังอำนาจ หรือยศฐาอันสูงส่ง แต่มาจากความรักของประชาชนชาวโรฮาน

ที่เทิดทูลเคารพรักผู้นำของพวกเขาอย่างสุดหัวใจ


ไอแซ๊คนั้นกำลังควบม้ากลับไปที่โวฟการ์ฟโดยที่มีมาเยด้านั้นตามมาไม่ห่าง แต่ในตอนที่กำลังเดินทางอยู่ มาเยด้านั้นกลับหยุดม้าลงดื้อๆ


“มีอะไรเหรอมาเยด้า ทำไมถึงหยุดม้าเสียล่ะ”

ไอแซ๊คนั้นหยุดม้าลงแต่ก็ล้ำหน้าม้าของมาเยด้าไปไกลพอดูจึงต้องควบม้ากลับมา


“ชู่ว……”

มาเยด้านั้นส่งสัญญาญให้ไอแซ๊คเงียบเสียงลงแล้วชี้ไปที่กวางตัวใหญ่ที่กำลังเดินอยู่ในป่า พลางยกคันธนูทดแรงที่แขวนไว้ข้างอานม้า และจับลูกธนูมาสองดอกมาพาดกับคันศรเพื่อเตรียมยิง


ทั้งมาเยด้าและไอแซ๊คนั้นต่างนิ่งเงียบเพื่อไม่ทำให้กวางตัวนั้นรู้สึกตัว แล้วทันใดนั้นมาเยด้าก็ปล่อยลูกธนูทั้งสองออก ลูกธนู2ดอกที่ถูกยิงจากคันธนูทดแรงจมหายเข้าไปบริเวณช่วงหลังขา

หน้าของกวางตัวนั้น ซึ่งนั่นเป็นตำแหน่งหัวใจของสัตว์ที่เดิน4เท้า จึงทำให้กวางตัวนั้นล้มลง

และสิ้นใจตายในทันที


“ไม่เลวนี่นามาเยด้า ขนาดสายของธนูทดแรงแข็งขนาดนี้ยังยิงลูกธนูทีเดียว2ดอกได้”

ไอแซ๊คนั้นพูดพลางยื่นมือข้างหนึ่งไปลูบแก้มของมาเยด้าอย่างแผ่วเบา


“แค่โชคดีเท่านั้นล่ะค่ะ เพราะในตอนซ้อมน่ะยังยิงไม่ค่อยเข้าเป้าเลย”

มาเยด้านั้นก็ยิ้มอย่างพอใจที่สามีสุดที่รักนั้นชม


“เก่งมากเลยล่ะ แต่อืม...จะเอายังไงกับกวางตัวนี้ดีน้า”

ไอแซ๊คนั้นคิดถึงวิธีที่จะนำกวางตัวใหญ่นี้กลับไปโรฮาน


“เนื้อกวางนั้นดีต่อสุขภาพค่ะ มาเยด้ากะว่าจะเอาไปทำอาหารให้คุณทีน่าทานน่ะค่ะ”

มาเยด้านั้นอธิบายเหตุผลที่จู่ๆก็มาล่ากวางให้ไอแซ๊คฟัง


-ทั้งใจดีแล้วก็น่ารักตลอดเลยน้ามาเยด้าเนี่ย-

ไอแซ๊คนั้นคิดไปพลางหยิกแก้มของมาเยด้า


“อ๊า…..มาเยด้าทำอะไรผิดรึเปล่าค้า”

มาเยด้านั้นโดนหยิกแก้มจึงเข้าใจผิดคิดว่าไอแซ๊คโกรธ


“เปล่าซักหน่อย ผมจะโกรธภรรยาที่น่ารักของผมอย่างมาเยด้าได้ยังไง”

ไอแซ๊คนั้นเลิกหยิกแก้มแล้วหันมาลูบเรือนผมสีน้ำเงินเข้มของมาเยด้าแทน มาเยด้านั้นก็อายที่

ไอแซ๊คจู่ๆก็พูดชมจนหน้าของเธอนั้นแดงขึ้นมา


“กลับกันเถอะ ถ้าชักช้าเดี๋ยวจะมืดค่ำลงซะก่อน ถึงจะพ้นหน้าหนาวมาแล้ว แต่อากาศก็ยังเย็นอยู่

ถ้ามืดแล้วจะยิ่งเย็๋นขึ้นไปอีก”

ไอแซ๊คนั้นลุกขึ้นมาแล้วลากกวางไปยังม้าของเขาแล้วยกขึ้นพาดกับหลังม้าทันที จากนั้นเขาก็ใช้เชือกมัดกวางตัวนั้นติดกับอานม้าอย่างแน่นหนา


“กวางตัวนี้หนักน่าดู พวกเราคงต้องขี่ม้าตัวเดียวกันแล้วล่ะมาเยด้า”

“ค่ะท่านไอแซ๊ค”


มาเยด้านั้นยืนรอให้ไอแซ๊คนั้นขึ้นม้าของตนไปก่อนแล้วตั้งใจว่าจะไปนั่งซ้อนท้ายของไอแซ๊ค

แต่ในตอนนั้นไอแซ๊คกลับคว้าจับมือของมาเยด้าแล้วดึงให้เธอมานั่งข้างหน้าของเขา


ไอแซ๊คนั้นกระชับสายบังเหียนแล้วหันไปมองดูบังเหียนของม้าอีกตัวที่บรรทุกกวางอยู่เพื่อสำรวจ

ความเรียบร้อย แล้วจำกระตุกสายบังเหียนเพื่อให้ม้าออกตัววิ่ง


มาเยด้าที่อยู่ในอ้อมอกของไอแซ๊คนั้นกำลังหลับตายิ้มอย่างมีความสุข เพราะเมื่อก่อนนี้ชีวิตของเธอนั้นได้แต่วนเวียนอยู่ในสงครามแบบไม่มีวันจบสิ้น แต่ในตอนนี้เธอนั้นได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข

กับชายที่เธอรักยิ่ง ทำให้มาเยด้านั้นแทบจะรู้สึกว่าชีวิตในคอนนี้นั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน และเธอนั้น

ก็เกรงกลัวเป็นอย่างมากหากจะต้องสูญเสียมันไป


“ท่านไอแซ๊คคะ”

“มีอะไรหรือมาเยด้า”

“ถ้ามาเยด้าตั้งท้อง ท่านไอแซ๊คจะเอ็นดูเหมือนท่านทีน่าหรือเปล่าคะ”

มาเยด้านั้นเงยหน้าถามไอแซ๊ค


ไอแซ๊คนั้นถึงกับนิ่งอึ้งไป เพราะในช่วงหลังมานี้เขานั้นเอาใจใส่แต่ทีน่าที่กำลังท้องอยู่ จนไม่ได้ใส่

ใจมาเยด้าและชาล็อตเท่าที่ควร ถึงมาเยด้านั้นไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่เขานั้นก็รู้สึดได้ในน้ำเสียงของเธอจนฉุกคิดขี้นมา


“มาเยด้าน่ะเป็นผู้หญิงที่ผมรัก เป็นภรรยาของผม มันไม่เกี่ยวหรอกว่ามาเยด้าจะมีลูกให้ผมหรือไม่

แต่ผมน่ะก็ยังรักมาเยด้าอยู่ดี ตลอดไป”


ไอแซ๊คนั้นรู้สึกผิดเมื่อคิดย้อนกลับไป เขานั้นรู้แล้วว่าสิ่งสำคัญของเขานั้นไม่ได้มีเพียง1เดียว


มาเยด้านั้นก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ในอ้อมกอดของไอแซ๊คเธอนั้นไม่ต้องการสิ่งใดอีก เพียงเท่านี้

เธอก็พอใจมากแล้ว



………………………………………………………


ไอแซ๊คนั้นกลับมาถึงโวฟกราฟที่คึกครื้นเหมือนเคย จำนวนของประชาชนที่นี่นั้นมากกว่าเดิมถึง

เท่าตัวเพราะการอพยพมาของชาวเหนือ และบางส่วนนั้นเป็นผู้อพยพที่หนีความแร้นแค้นมาจากประเทศเครอส


ไอแซ๊คนั้นยังคงขี่ม้าโดยที่มีมาเยด้านั้นนั่งอยู่ข้างหน้า มาเยด้านั้นอายจนหน้าแดงแต่ไอแซ๊คนั้น

ก็ไม่ยอมให้เธอหลบไปนั่งข้างหลัง


ในเสียงของการทักทายและทำความเคารพจากเหล่าชาวบ้านนั้น หากเป็นผู้ที่อาศัยอยู่เดิม จะเรียกไอแซ๊คว่าท่านผู้นำ แต่กับชาวเหนือที่อพยพเข้ามาจะเรียกไอแซ๊คว่าองค์ราชา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไอแซ๊คนั้นยังไม่ปราบดาภิเศกตั้งตนเป็นราชาแต่อย่างใด แต่ก็มีเสียงเรียกร้องมาอย่างหนาหูจากประชนชาวโรฮานที่อยากให้ไอแซ๊คนั้นครองบัลลังค์แต่โดยเร็ว


“ท่านผู้นำ สายันต์สวัสครับ”

ชายวัยกลางคนๆหนึ่งที่กำลังจัดผักสดอยู่ที่หน้าร้านแผงลอยทักทายไอแซ๊ค


“สวัสดีลุงยาส ค้าขายเป็นอย่างไรบ้าง”

ไอแซ๊คนั้นจำลุงยาสที่ขายผักสดอยู่ใกล้ๆกับประตูปราสาทโวฟกราฟได้ดีจึงทักทายกลับ


“โอ้ย..วันนี้ขายดีครับ ก็ท่านหญิงชาล็อตน่ะเหมาผักลุงไปซะเยอะเลย”

“เห….ชาล็อตน่ะหรือ”

“ครับ ทั้งแครอท ทั้งมันฝรั่ง มะเขือเทศสด แล้วก็หัวหอมใหญ่ กับพริกหวานอีกเพียบเลยล่ะครับ”

“..........แย่แล้วล่ะสิ”


ไอแซ๊คนั้นรีบขี่ม้าเข้าไปในตัวปราสาทอย่างเร่งด่วนเพราะเขานั้นสังหรณ์ใจไม่ดี และทิ้งลุงยาสที่งงเป็นไก่ตาแตกไว้อย่างนั้น


ไอแซ๊คนั้นเมื่อเข้ามาในเขตปราสาทเขาก็กระโดลงจากม้า และอุ้มมาเยด้าลงมาอย่างรวดเร็ว

แล้วก็รีบวิ่งเข้าไปในปราสาททันที


“ไม่อยู่….ชาล็อตกับทีน่าอยู่ไหน”

ไอแซ๊คนั้นทำท่าลุกลี้ลุกลนมองหาชาล็อต มาเยด้าเองก็ตกใจเพราะไม่รู้ว่าทำไมไอแซ๊คนั้นจู่ๆถึงมี

ท่าทีเคร่งเครียดขึ้นมา


“หืม….กลิ่นนี้มัน ไม่นะชาล็อต!!”

ไอแซ๊คนั้นวิ่งตรงไปยังห้องครัวทันที เพราะเขาได้กลิ่นอาหารที่โชยมา ไอแซ๊คนั้นวิ่งมาจนถึงห้องครัว

จากนั้นเขาก็ผลักประตูเข้าไปอย่างเร่งรีบ ทันใดนั้น!!


“ม่ายยยยยยยยยย พริกหยวกจริงๆด้วย!!”

ไอแซ๊คนั้นเห็นหม้อซุปผักรวมที่ชาล็อตกับทีน่านั้นกำลังช่วยกันปรุงอยู่ ข้างในนั้นมีพริกหวานที่

ไอแซ๊คนั้นต่อให้ตายก็ไม่ยอมกินลอยตุ๊บป่องอยู่เต็มไปหมด


ภรรยาทั้ง3คนของไอแซ๊คนั้นถึงกับอึ้งเพราะไอแซ๊คในตอนนี้นั้นแสดงอาการที่พวกเธอนั้นไม่เคยเห็นมาก่อน เขาเอามือทั้ง2ปิดหน้าเหมือนกับเจอสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในโลก


“ท่านไอแซ๊คเป็นอะไรรึเปล่าคะ”

ทีน่าที่หน้าท้องเริ่มนูนออกมานิดๆนั้นถามไอแซ๊คด้วยความเป็นห่วง


“พริกหยวก………”

ไอแซ๊คนั้นยังคงปิดหน้าอยู่แล้วพูดออกมาเบาๆ


“เอ๋…..”

ภรรยาของเขาทั้ง2คนนั้นก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่


“ผมน่ะเกลียดพริกหยวกกับกบที่สุด”

ไอแซ๊คนั้นบอกจุดอ่อนที่น่าตกตะลึงออกมาให้เหล่าภรรยาของเขาฟัง


“เจ้านี่น่ะเหรอคะ”

ทีน่านั้นเอามือล้วงเข้าไปในถังแล้วจับกบตัวบะเอ้กออกมาโชว์ไอแซ๊ค


“เหวอ กบ!!”

ไอแซ๊คนั้นยืนหน้าซีดอยู่กับที่เพราะกลัวจนขยับไม่ได้


“คุณริต้าเขาบอกมาน่ะค่ะว่าเนื้อกบน่ะดีต่อสุขภาพของคนท้อง เธอก็เลยไปซื้อมาให้น่ะค่ะ”

ชาล็อตนั้นอธิบายให้ไอแซ๊คที่ตอนนี้กำลังขยับไปข้างหลังช้าๆ


ทีน่านั้นไม่เคยเห็นไอแซ๊คทำท่าทางน่ารักแบบนี้มาก่อน เธอนั้นเลยอยากจะลองแกล้งดู

ทีน่านั้นเดินเข้าไปหาไอแซ๊ค 1 ก้าว


ไอแซ๊คนั้นก็ถอยหนีทีน่า 1 ก้าว


พอทีน่าเดินหน้าไปอีกก้าว ไอแซ๊คนั้นก็ถอยออกไปอีก1ก้าว


“หึๆๆๆ ทีน่าผมน่ะไม่กลัวกบหรอกนะ สมัยเด็กน่ะผมอาจจะกลัว แต่ตอนนี้น่ะ…..เฮ้ย!!”

ไอแซ๊คนั้นกำลังข่มใจไม่ให้กลัว แต่ทีน่านั้นถือกบด้วยสองมือแล้ววิ่งเข้าหาไอแซ๊คทันที

แล้วไอแซ๊คนั้นก็เปิดแน่บออกไปจากห้องครัว


“ฮะๆๆๆๆ ไม่นึกเลยว่าท่านไอแซ๊คสามีผู้เก่งกาจของพวกเราจะกลัวกบ กับไม่กินพริกหยวกน่ะ”

ทีน่านั้นหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเพราะว่าเธอนั้นแกลังไอแซ๊คได้


“นั่นสิคะ ฮิๆๆๆ ไม่น่าเชื่อ ไอแซ๊ค อาร์เนเซ่น ผู้นำแห่งโรฮานกลัวกบ…..”

ชาล็อตนั้นขำจนปวดท้อง


“..........อย่าทำอย่างนี้สิคะท่านทีน่า ท่านไอแซ๊คนั้นกลัวจริงๆนะคะ…”

มาเยด้านั้นกลั้นหัวเราะสุดชีวิตแล้วเตือนทีน่า


“เอ่อแต่ว่า ถ้าอย่างนั้นอาหารที่ทำเอาไว้วันนี้ท่านไอแซ๊คก็กินไม่ได้เลยสิคะ”

ชาล็อตนั้นพูดแบบนึกได้


“...................................”


แล้วทั้งสามคนก็ยืนนิ่งแบบไร้คำพูด ทีน่านั้นมองดูเจ้ากบที่อยู่ในมือแบบรู้สึกผิดทันที


…………………………………………………


ที่โต๊ะอาหาร ไอแซ๊คนั้นกำลังนั่งหน้ามุ่ยใช้มีดและส้อมหั่นสเต๊กเนื้อกวางที่มาเยด้าล่ามาได้ อาหารของเขานั้นมีเพียงเสต๊ก1ชิ้นกับขนมปังอีก1ก้อน และชีสนมแกะ แต่เหล่าภรรยาของเขานั้น นอกจากสเต๊กเนื้อกวางแล้ว ก็ยังมีซุปผักไว้ทานแก้เลี่ยน กับกบทอดน้ำมันอยู่อีกต่างหาก


ไอแซ๊คนั้นได้แต่มองภรรยาที่รักทานอาหารกันอย่างมีความสุข โดยที่ต้องทนนั่งมองกบทอด และต้องนั่งทนดมกลิ่นของพริกหยวกอย่างระทมใจ


“ท่านไอแซ๊คตะ ทีน่าขอโทษนะคะ ที่น่าไม่รู้มาก่อนจริงๆว่าท่านไอแซ๊คไม่ชอบกบ”

ทีน่าที่แกล้งไอแซ๊คจนหนำใจแล้ว จึงมาปลอบไอแซ๊คที่หลัง


“ชาล็อตก็ผิดด้วยค่ะที่ทำซุปผักที่ใส่พริกหยวกที่ท่านไอแซ๊คไม่ชอบ ชาล็อตขอโทษนะคะ”

ชาล็อตนั้นเสียใจมากที่อาหารที่ตนทำนั้นเป็นสิ่งที่สามีไม่ชอบ


“ไม่เป็นไรหรอก แต่รู้แล้วก็อย่าบอกใครล่ะ”

ไอแซ๊คนั้นปากบอกว่าไม่เป็นไรก็ในใจนั้นยังคงงอนทีน่าและชาล็อตอยู่

“วันนี้ผมจะนอนคนเดียวนะ”

ไอแซ๊คนั้นออกบทลงโทษขั้นรุนแรง


“เอ๋...มาเยด้าไม่เกี่ยวนะคะ”

มาเยด้าออกตัวก่อนเพื่อน


“นั่นสินะ มาเยด้าไม่เกี่ยวข้องด้วยนี่นา งั้นคืนนี้ผมก็ไปนอนห้องมาเยด้าแล้วกัน”

“ชาล็อตขอโทษค่า!! จะไม่ทำอีกแล้วค่า!! ยกโทษให้ชาล็อตเถอะค่า!!”

ชาล็อตนั้นรู้สึกผิดอย่างแรง และขอโทษไอแซ๊คด้วยท่าทีที่น่าสงสาร


“ก็ได้ ถ้าอย่างนั้นผมไปนอนที่ห้องผมก็ได้ แต่ทีน่า….”

“ทีน่าเข้าใจค่ะ รอให้เจ้าหนูนี่ออกมาวิ่งเล่นก่อนก็ได้ค่ะ”

ตั้งแต่ที่ทีน่าตั้งท้อง เธอนั้นก็แยกห้องไปนอนคนเดียวมาตลอด


“น่าอิจฉาจังเลยนะคะทีน่า ฉันเองก็อยากจะมีเจ้าตัวน้อยของท่านไอแซ๊คบ้างเหมือนกัน”

ชาล็อตนั้นลูบหน้าท้องของตนเอง เธอนั้นคิดว่าไม่มีอะไรที่จะมีความสุขยิ่งไปกว่าการได้คลอดลูกของไอแซ๊คที่เธอรักยิ่งสิ่งใด


“มาเยด้าเองก็ด้วยค่ะ”

มาเยด้านั้นก็คิดเช่นเดียวกันกับชาล้อต


“นั่นมัน….ก็ดีนะ แต่เอ่อ…”

ไอแซ๊คนั้นรู้ดีว่าภาระในการผลิตทายาทนั้น คือความรับผิดชอบของเขา และในตอนนี้แรงกดดันจาก

ภรรยาของเขาทั้ง2คนนั้นเข้าขั้นมาคุ


“อะไรหรือคะท่านไอแซ๊ค”

มาเยด้านั้นแกล้งถาม แต่สายตาของเธอนั้นส่องประกายปิ๊งๆเหมือนจะขออะไรบางอย่าง


“มะ..ไม่มีอะไร กินข้าวกันก่อนเถอะเดี๋ยวจะเย็นหมด”

ไอแซ๊คนั้นรีบกินตุนพลังเอาไว้สำหรับภาระกิจที่ไม่อาจปฏิเสธได้ในคืนนี้


…………………………………………………….



กลางค่ำคืนของคืนนั้น ไอแซ๊คนั้นหายใจหอบอย่างหนักหน่วง เหงื่อของเขานั้นไหลออกมาทั่วร่าง

แต่นี่ไม่ใช่จากการทำงานหนักแต่อย่างใด แต่หากมาจากบทรักอันรุนแรงที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสมและความรักอันเปี่ยมล้น ที่เพิ่งจะจบลงไป


ไอแซ๊คนั้นนอนกอดมาเยด้าที่เปลือยเปล่า เธอนั้นยิ้มออกมาด้วยความสุขและหอมแก้มของไอแซ๊คเบาๆ ข้างๆของไอแซ๊คนั้นชาล็อตก็นอนหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย และเธอก็อยู่ในสภาพที่ไม่ใส่อะไรเลยเช่นเดียวกันกับมาเยด้า


“ท่านไอแซ๊คคะ มาเยด้ามีความสุขที่สุดเลย”

มาเยด้าพูดพลางเอาศรีษะมุดเข้าไปซบกับหน้าอกของไอแซ๊ค


“ผมก็เหมือนกัน”


ไอแซ๊คนั้นพูดพอจบ เขาก็จูบไปที่เรือนผมของมาเยด้าอย่างทะนุถนอม


“ท่านไอแซ๊คคะ มาเยด้ามีเรื่องอยากจะขอ”

“เรื่องอะไรหรือมาเยด้า”


มาเยด้านั้นพลิกตัวออกจากอ้อมอกของไอแซ๊คและลุกขึ้นนั่ง


“ถ้าไม่เป็นการรบกวนเกินไป มาเยด้าน่ะอยากจะขอ….”

“ขออะไรเหรอ มาเยด้ายังไม่บอกผมเลยนะ”

ไอแซ๊คนั้นรู้ดีถึงเรื่องที่มาเยด้าจะร้องขอ แต่เขานั้นแกลังเซ่อทำเป็นไม่รู้


มาเยด้านั้นไม่ได้พูดอะไร แต่เธอนั้นยื่นหน้าเข้าไปใช้ฟันขบที่ลำคอของไอแซ๊คแทนคำตอบ


“ท่าไอแซ๊คอยู่เฉยๆก็ได้ค่ะ”


มาเยด้านั้นพลิกตัวขึ้นเหนือไอแซ๊ค แล้วพูดออกมา และราตรีนี้ก็คงงจะไม่จบลงง่ายๆ



…………………...18+ ขออภัยที่ไม่เขียน…………………………………..



ตอนรุ่งเช้า มาเยด้านั้นตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าไอแซ๊คและชาล็อตนั้นไม่อยู่ที่เตียงแล้ว


เธอมองดูผ้าปูที่นอนที่ยับยู่ยี่ และร่างกายที่เปลือยเปล่าของตัวเองแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะนั่นเป็นหลักฐานของบทรักที่เธอกับไอแซ๊คนั้นบรรเลงด้วยกันเมื่อคืนนี้


มาเยด้านั้นสวมใส่เสื้อผ้า และหวีสางผมเผ้าที่ยุ่งเหยิง เมื่อตรวจดูจนแน่ใจว่าแต่งตัวเรียบร้อยดีแล้ว

มาเยด้านั้นก็เปิดประตูห้องออกไป เพื่อที่จะเริ่มกิจวัตรประจำวัน


ในตอนที่มาเยด้านั้นเดินผ่านห้องทำงานของไอแซ๊ค มาเยด้านั้นก็เห็นไอแซ๊คนั่งอยู่บนเก้าอี้ในห้อง

เธอจึงเดินเข้าไปหา


“อรุณสวัสค่ะท่านไอแซ๊ค”

“อรุณสวัสมาเยด้า”


มาเยด้าเมื่อกล่าวอรุณสวัสเสร็จเธอก็พบว่าบรรยากาศในห้องนั้นผิดปรกติ ไอแซ๊คนั้นไม่ได้อยู่เพียงลำพังคนเดียว เพราะว่าลุดวิกที่ทำหน้าที่หัวหน้าฝ่ายข่าวกรองนั้นก็ยืนอยู่ในห้องด้วย


“อรุณสวัสค่ะลุดวิก”

มาเยด้านั้นรู้สึกแปลกๆที่ลุดวิกนั้นมาหาไอแซ๊คเช้าขนาดนี้


“มีเรื่องอะไรกันหรือคะ คุณลุดวิกนั้นถึงมาหาแต่เช้าเชียว”


มาเยด้านั้นถามออกมา เธอนั้นยิ่งสงสัยเข้าไปอีก เพราะไอแซ๊คกับลุดวิกนั้นพากันเงียบ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่งไอแซ๊คนั้นก็ตอบไขข้อข้องใจให้กับมาเยด้า


“เมื่อวานนี้ กองทัพไอบีเรี่ยนจำนวน300000นาย ยกทัพข้ามเขตแดนเครอสมา เพื่อที่จะบุกโจมตีโรฮาน อีกประมาณ2-3วันจะยกทัพมาถึงที่นี่”


ไอแซ๊คนั้นมีสีหน้าที่เคร่งเครียดและเป็นกังวลอย่างมากในตอนนี้


“ไอบีเรี่ยน!!ทำไมกัน ทำไมกองทัพไอบีเรี่ยนถึงได้บุกข้ามชายแดนเครอสมา”


มาเยด้านั้นตกใจกับข่าวนี้เป็นอย่างมาก เพราะเธอนั้นคิดว่าอาเรที่เป็นภรรยาของรุด และมีศักดิ์เป็นเจ้าหญิงของไอบีเรี่ยน จะทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศนั้นแน่นแฟ้น ไม่ใช่เป็นการยกทัพมาโจมตีกันแบบนี้


“จากข่าวที่ได้มาจากหน่วยรบกินิวที่่แฝงตัวหาข่าวอยู่ที่เครอส ระบุว่าเครอสนั้นเปิดชายแดนให้กองทัพไอบีเรี่ยนบุกเข้ามาครับ นอกจากนั้นกองทัพของเครอสนั้นก็ยกมาร่วมทัพด้วยอีก100000นาย

ทำให้การบุกในครั้งนี้นั้นมีกองทัพผสมที่มีจำนวนถึง400000นายครับ”


ลุดวิกนั้นบอกข้อมูลของข้าศึกในครั้งนี้แก่มาเยด้า เล่นเอามาเยด้านั้นถึงกับนิ่งเงียบไป


ความฝันอันแสนสั้นของเธอนั้นพังทลายลงอย่างรวดเร็ว ไฟสงครามนั้นได้ฉุดเธอมาสู่โลกแห่ง

ความเป็นจริงอันโหดร้ายอีกครั้งหนึ่ง


จบตอนที่16






 


























 





























































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

3,297 ความคิดเห็น

  1. #2280 Knight of Shadow (@knightmoon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 21:59
    กะแล้วมันแม่งๆ ลุยกันแหลกล่ะทีนี้-..-
    #2280
    0
  2. #1697 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 19:52
    เห้ยๆๆๆ แต่ส่งเรอาไปเป็นทุต ก็หยุด3แสนได้แล้ว อีก แสน ค่อยเล่นมันให้ยับบ
    #1697
    0
  3. #287 manima (@seriallicense) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2557 / 22:18
    เมืองยังไม่เสร็จสมบูรณ์เลยเหลืออีกนิดก็ตั้งตัวไปแล้ว ไรเตอร์อกล้งพระเอกส่งทัพมาบุกซะงั้น ใจร้าย
    #287
    0
  4. #162 Mr.Blackystar[Blackcat] (@ballloat) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 18:00
    ..................

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 ตุลาคม 2557 / 18:12
    #162
    0
  5. #155 black22 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 10:21
    แผนต่อจากนั้นก็ให้อาเรเป็นทัพหน้าไปถามว่าเหตุใคพระบิดาจึงยกทัพมาโจมตีสวามีของลูกด้วย จากนั้นก็อธิบายความจริงให้ราชาไอบีเรี่ยนฟัง โดยใให้สงบศึกไว้ก่อนแล้วนัดเจรจากันก่อนตัดสินใจทำศึก ทางหนึ่งก็เตรียมทหารไว้รับมือพวเเครอสหลังการเจรจาสำเร็จหรือมันตุกติก พอไอบีเรี่ยนถอนตัวไปแล้วก็ยดขยี้ทหารของเครอสทั้ง 1 แสน แจกแจงความผิดของราชสเฟลโก้ออกไปเพื่อบ่อนทำลายความเชื่อมั่นภายในแล้วให้ทหารที่ไม่ต่องการสู้ยอมแพ้แล้วปล่อยกลับไปหาครอบครัวส่วนพวกที่ไม่ยอมก็กำจัดให้หมด เท่านี้พแทัพยกกลับเครอสไปราชาเฟลโก้ก็จะสูญเสียความเชื่อมั่นจากประชาชนและทหารแล้วล่มสล่ายในที่สุดจากนั้นโรฮานก็เข้าไปผนวกจัดการดูแลไว้รับมือเครเทียต่อไป
    #155
    0
  6. #153 black22 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 10:03
    อยากรู้จังคราวนี้ไอแซ๊คจะใช้กลศึกแบบไหนปราบพวกที่บุกมาครั้งนี้ คงเป็นใช้แผนเขียนปาะกาศความผิดของราชาเฟลโก้ไปทั่วแผ่าดินว่าวางแผนลอบปลงพระชนน์ราชาอูริชบิดาของตน จากนั้นก็ใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือชาวไอบีเรียนที่บงการโดยอาเรทำให้พวกตนติดร่างแหพาอาเรหนีออกมาจากนั้นก็แยกตัวอิสระเพื่อความอยู่รอด อีกอย่างที่อาเรตกลงใจแต่งกับรุดเพราะผ่านการทดสอบฝีมือตามเงื่อนไขของอาเรโดยที่เช้อพระวงศ์คนอื่นด้อยสามารถ มาครั้งนี้วางแผนเสี้ยมให้ไอบีเรี่ยนเข้าใจผิดๆช่วยศัตรูของลุกสาว ให้ไตร่ตรองดีๆจะเห็นความจริงเอง
    #153
    0
  7. #152 Dexsar (@dexsar) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 09:00
    ต่อไวๆนะครับ
    #152
    0
  8. #150 naru-S (@narusaka) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2557 / 02:55
    ว่าไปโลกนี้มันเอะอะ อะไรก็ยกทัพไปบุกชาวบ้านเค้าเรื่อยเลยนะครับแถมฝ่ายที่บุกยังประมาณว่า คนเยอะชนะชัวร์ตลอดด้วยแปลกนะ เห็นฝั่งโรฮานเก็บชัยไปแบบชิลๆ ถึงสองรอบแล้วถ้าไอบีเรียนยังประมาทอีก ผมว่าครองโลกไปเลยเถอะครับ



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 ตุลาคม 2557 / 03:00
    #150
    0
  9. #149 幸男。 (@yukio-omine) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 21:03
    ขอบคุณครับ

    จะรออ่านต่อนะครับ
    #149
    0
  10. #146 เงาตามหลอน (@oymfoyp00) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 16:39
    ผมก็ไม่อยากพูดนะครับแต่ราชาไอบีเรี่ยนในฐานะราชาและผู้ปกครองนั้นล้มเหลวโดยแท้จริง และเป็นคนที่โง่เง่าที่สุดในบรรดาราชาไม่น่าเชื่อว่าจะอยู่มาถึงทุกวันนี้ได้  เชื่อจดหมายแผ่นเดียวกับลมปากของใครก็ไม่รู้ที่เป็นประเทศที่เกือบจะประหารลูกสาวตัวเอง แต่ดันไม่ยอมเชื่อลูกสาวตัวเอง ไม่คิดให้ถี่ถ้วนก็ให้บุกเลย แทนที่จะไปหาความเท็จจริงๆหรือเจรจาก่อน ถึงบอกว่าโกรธจนไม่มีสติก็เหอะๆแต่เรื่องแบบนี้ต้องสมควรใจเย็นคิดให้ถี่ถ้วน ไม่คิดเลยหรือไงว่าถ้าลูกสาวมันเต็มใจจะอยู่จริงๆไม่เท่ากับทำลายสิ่งที่ลูกสาวมันรัก เป็นราชาที่โง่เง่าครับสรุปแล้วสละตำแหน่งไปเถอะ ไม่อยากเชื่อจริงๆว่ามันจะอยู่รอดมาได้เห้อ
    เหมือนไรเตอร์ต้องการจะเขียนให้ลุดไปปกครองเป็นราชาแทนราชาองค์นี้ยังไงๆอยู่ เพราะดูแล้วมันต้องรู้ความจริงแน่นอน ไอแซ็คคงไม่โง่หรอก ดูเหมือนว่าจะให้ราชาองนี้ออกตำแหน่งและรุคขึ้นแทนละมั้ง ต่อไปก็จะไปเป็นประเทศลูกของโรฮาน เมื่อยามโรฮานเป็นประเทศจักรพรรดิ์แล้ว



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 17 ตุลาคม 2557 / 16:44
    #146
    0
  11. #145 mirasugi (@mirasugi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 16:14
    ไหนบอกเหตุผลเหนืออารมณ์ไงล่ะเฮ้ยยยยยไม่ถึง10บรรทัดโดนอารมณ์คุมไปล่ะ คุณป๋าถ้าอยากรู้ว่าอาเรเป็นยังไง ก็มาเยี่ยมเเล้วเอาทหารมาอารักขาสัก2พันเด้ หรือไม่ก็เนียนหาคนไปสืบข่าวเอาก็ได้ ป๋านะป๋า

    ปล.เครอสมีเเววดับอย่างเห็นได้ชัด
    #145
    0
  12. #144 naru-S (@narusaka) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 15:16
    ใช้แผนถล่มไม่ได้นะแบบนี้ ต้องใช้สายส่งข้อความจากอาเรไปหา คุณป๋าไอบีเรียน แล้วรวมมือกันตีตลบทัพเครอส ยึดประเทศมาหารสองกันคุ้มกว่าเยอะ
    #144
    0
  13. วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 14:57
    ถล่มมันเลยไอเเซ็คคนตอนนี้มีมากกว่าเเล้วนี่ ต่อปืนใหญ่ไปถล่มมันเลย ล้างบางให้หมด ไอบีเรียนมันโง่ก็ถล่มไปด้วยเลย เอาเป็นเมืองขึ้นเลยคร้าบบบบบ
    #142
    0