คัดลอกลิงก์เเล้ว

Hallucination [GrindelwaldxDumbledore] #GGAD

โดย CHOLIN

ความเบื่อหน่ายเป็นสหายเพียงคนเดียวของเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ในที่คุมขังแห่งนี้ หรืออาจจะไม่ใช่? “เกลเลิร์-” เสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้น ชัดเจนกว่าคราแรก “นายเป็นแค่ภาพหลอน เงียบเสียที”

ยอดวิวรวม

2,645

ยอดวิวเดือนนี้

42

ยอดวิวรวม


2,645

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


100
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  18 พ.ย. 61 / 23:25 น.
นิยาย Hallucination [GrindelwaldxDumbledore] #GGAD Hallucination [GrindelwaldxDumbledore] #GGAD | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
การดู FB2 ทำให้เราโดดลงเรือในทันที....

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 พ.ย. 61 / 23:25



Pairing : Gellert Grindelwald/ Albus Dumbledore

Warning: SPOILER ALERT! Fantastic beasts the crimes of Grindelwald


**รีไรต์เล็กน้อย มีรวมฟิคสั้นคู่นี้แล้วใน RAW พอดีมีแพลนจะแต่งฟิคสั้นคู่นี้อีกหลายเรื่องค่ะ (จิ้ม)

***********************************************************

 

เบื่อ

 

ช่วงหลังมานี้มีเรื่องที่ทำให้เขาหงุดหงิดใจหลายเรื่องเหลือเกิน

 

ห้องสี่เหลี่ยมแคบมืดทึม

เก้าอี้พันธนาการ

เสียงโหยหวนจากนักโทษห้องขังอื่น

ผู้คุมที่ถูกเปลี่ยนตัวก่อนจะเกลี้ยกล่อมได้สำเร็จ

ออบสคูรัสที่หลุดรอดไปจากกำมือ

พวกมือปราบมาร

นิวท์ สคามันเดอร์…..

 

ประกายแสงเล็กๆ ปรากฏที่ปลายหางตา จี้เงินที่แกะสลักด้วยลวดลายชดช้อยสะท้อนแสงไฟ หยาดสีชาดสองหยดไหลวนอยู่ใจกลางจี้

 

เกลเลิร์ตกดมุมปากลงอย่างไม่ชอบใจ

 

การนึกถึงอดีตก็ด้วย……

 

ความเบื่อหน่ายเป็นสหายเพียงคนเดียวของเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ในที่คุมขังแห่งนี้

 

เกลเลิร์-

 

หรืออาจจะไม่ใช่?

 

หุบปากกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า อาจเพราะเขาแทบไม่ได้เอ่ยปากพูดเลยนับตั้งแต่ผู้คุมคนสุดท้ายถูกเปลี่ยนตัวไป นั่นก็ราวๆ สัปดาห์ได้แล้ว

 

การอยู่ตัวคนเดียวในสภาพที่ทำอะไรไม่ได้มักทำให้เขาฟุ้งซ่าน ได้แต่หวังว่าผู้คุมคนใหม่จะมาในเร็วๆ นี้ และเขาจะได้ออกไปจากคุกโกโรโกโสนี่เสียที

 

ก่อนที่ภาพของคนที่มุมห้องขังจะชัดเจนมากไปกว่านี้…..

 

เกลเลิร์ต นายจะไม่มองฉันจริงๆ หรือเสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้น ชัดเจนกว่าคราแรก

นายเป็นแค่ภาพหลอน เงียบเสียที

แต่ฉันเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของนาย ในที่นี้ร่างพร่าเลือนราวหมอกควันสาวเท้าเข้ามาอย่างไร้เสียง เกลเลิร์ตยังคงก้มหน้า พยายามไม่มองปลายรองเท้าหนังคู่ที่เขาจำได้ดีจนเกินไป ยิ่งเขานึกถึงมันมากเท่าไร ร่างตรงหน้ายิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น

นายจำรองเท้าคู่โปรดของฉันได้เสียงนั้นสูงขึ้นเล็กน้อย และแฝงไว้ด้วยความยินดีเบาบาง อัลบัสมักเก็บอารมณ์ไว้ใต้ท่าทีสุขุมเสมอ ไม่เคยแสดงออกมากนัก

ตอนนี้นายเป็นอาจารย์อยู่ที่ฮอกวอตส์ ไม่ได้อยู่ที่นี่เขากัดฟันพูด พยายามนึกถึงแผนการ คำเกลี้ยกล่อม อะไรก็ได้ที่ไม่ทำให้เขาไม่ต้องจดจ่อกับน้ำเสียงคุ้นหูนั่น

ผิดแล้ว เกลเลิร์ต ดัมเบิลดอร์ต่างหาก ที่อยู่ที่ฮอกวอตส์ แต่ฉัน-อัลบัส-อยู่ที่นี่...กับนาย....

เฮอะ! พวกนายก็เป็นคนคนเดียวกันเขาตอบเสียงห้วน ไม่ไยดีหางเสียงที่สั่นเล็กน้อย เปลือกตาปิดลง คล้ายจะหนีจากภาพตรงหน้า

 

หนีจากความจริงที่ค่อยๆ ก่อร่างในใจอีกครา

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นายต้องการเชื่อไม่ใช่หรือ เพราะเหตุนั้นจึงได้สร้างฉันขึ้นมาเสียงนั้นอ่อนลง เหมือนในฤดูร้อนเมื่อหลายปีก่อนยามอีกฝ่ายปลอบประโลมเขาเมื่อมีสิ่งใดไม่ได้ดั่งใจ

ฉันไม่เคยต้องการนายไม่อีกแล้วจี้เงินเย็นเฉียบบนอกเสื้อ คล้ายเกล็ดน้ำแข็ง กัดใจจนเป็นแผลเหวอะ

แต่ฉันก็ยังไม่หายไป...

นั่นเพราะ...ฉันกำลังฟุ้งซ่าน

หัวแข็งเสียจริง เกลเลิร์ต

ประโยคนี้ราวค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางหลัง เขาเคยได้ยินมันนับครั้งไม่ถ้วน ความรู้สึกโหยหารุนแรงเอ่อล้นขึ้นมาพร้อมๆ กับภาพรอยยิ้มบางของเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีในวันวาน

เกลเลิร์ตทำผิดพลาดโดยการเงยหน้าขึ้น การมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าที่ชัดเจนอย่างน่าหวาดหวั่นทำให้ชาวาบตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

โอ้ มีคนใหม่กำลังมา ฉันอวยพรให้คราวนี้นายทำสำเร็จนะ…..”

 

....ฉันจะได้หายไปเสียที

 

เสียงนั้นเศร้าเหลือเกิน

 

ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยถามความหมายของถ้อยคำ เสียงฝีเท้าก็ดังใกล้เข้ามา เกลเลิร์ตปรับสีหน้าและท่าทางให้กลับมาเป็นปกติ แม้หัวใจยังเต้นรัวเร็วกระทบจี้เงินบนอกซ้าย

 

สวัสดี

 

เสียงทุ้มเรียบเรื่อยดังออกมาจากบานประตูเหล็ก สงบนิ่งและแฝงอำนาจเจือจาง คล้ายว่าคนพูดไม่ได้รับรู้ถึงสภาพแวดล้อมอันทรหดรอบตัวเอาเสียเลย

 

ผู้คุมหนุ่มเงียบ เหลือบมองผ่านช่องบนประตู ก่อนเลื่อนปิดฉับ

 

ทว่าภาพของนักโทษอุกฉกรรจ์ยังคงติดตา

 

กรินเดลวัลด์สวมเสื้อคลุมมอซอ เส้นผมสีซีดเป็นกระเซิงปรกใบหน้าผอมตอบ แขนและขาล่ามด้วยโซ่อาบมนตร์สะกดพลังเวท

กระนั้นใบหน้าและดวงตาต่างสีก็ยังราบเรียบดุจผิวน้ำ เขานั่งบนเก้าอี้พันธนาการด้วยท่าทีของราชาที่ประทับบนบัลลังก์

พวกเขาคงไม่ได้ห้ามเธอพูดใช่ไหม?”

เปล่า

ดีจริง อย่างน้อยมาดามพิกเคอรีก็ยังคงส่งเพื่อนมาคลายเหงาให้ฉัน

ผมเป็นพัศดี-

เสียงโซ่ครูดพื้นดังขึ้นสั้นๆ บ่งบอกว่าคนข้างในมีการขยับตัวเล็กน้อย ชายหนุ่มยืดตัวตรงในทันที มือที่กำไม้กายสิทธิ์เกร็งขึ้น

“-ส่วนฉันเป็นนักโทษ นั่นเป็นบทบาทของเราตอนนี้ ใช่ไหม? ”

 

ยังเริ่มต้นได้ดีเหมือนเคยนะอัลบัสเอ่ยชม แต่เสียงนั้นเบาลงไปมากทีเดียว

 

ดีแล้ว กรินเดลวัลด์คิด เขาต้องจดจ่อกับผู้คุมคนใหม่ให้มากกว่านี้

 

เสียงข้างนอกเงียบไปครู่หนึ่ง คนในห้องขังถอนหายใจออกมาเสียงแผ่วเมื่อได้จังหวะ

 

เหมือนอย่างที่โลกเวทมนตร์มอบบทพ่อมดผู้ชั่วร้ายให้ฉัน คนส่วนใหญ่ที่สาปแช่งพวกเราไม่เคยรู้เลยว่า ฉัน และเพื่อนผู้วิเศษของเรากำลังทำอะไร หรือทำไปเพื่อใคร

คุณพยายามเปิดเผยเรื่องของเรากับพวกโนแมจ คุณฆ่าพวกเขา และยังฆ่าพวกเรา!!

ใช่ นั่นเป็นอาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดของฉันเสียงที่เคยราบเรียบอ่อนลง ราวกับเคลือบไว้ด้วยความรู้สึกผิด

 

นาย...รู้สึกผิดจริงๆ หรือ เกลเลิร์-

 

เบากว่านี้

 

ไม่ควรมีผู้วิเศษต้องหลั่งเลือด พวกเรา ฉัน และ เธอ ต่างมีคุณค่าเกินกว่าจะมาต่อสู้กันเอง

 

ถ้าเพียงนายเห็นคุณค่าของชีวิตจริงอย่างที่นายว่า เราสองค-

 

เบาลงกว่านี้อีก

 

แต่ใช่ว่าโนแมจจะด้อยไปกว่าเรา พวกเขาเพียงแค่มีความสามารถในด้านอื่นเขาไม่ปล่อยให้เสียงนั้นพูดจบ เขาไม่อยากให้เสียงนั้นพูดจบ

แล้ว....คุณฆ่าทำไม?”

การฆาตกรรมไม่เคยอยู่ในแผนของฉัน แต่อย่างที่รู้กัน ฉันคิดเห็นต่างจากคนส่วนใหญ่ ความเห็นต่างก่อให้เกิดความขัดแย้ง และความขัดแย้งก็นำไปสู่การปะทะอันน่าเศร้าสลดทั้งหลายนั่น พวกเขาเชื่อว่าเราไม่ควรเปิดเผยตัว-

 

ฆา...กรร..ม..

 

หายไปเสีย

 

นั่นก็เพื่อรักษาความสงบสุขของโลก!

ความสงบสุขงั้นหรือ หึ! พ่อมดแม่มดส่วนใหญ่อาจเรียกการอยู่ร่วมกันแบบหลบๆ ซ่อนๆ นี่ว่าความสงบสุข

แต่เธอไม่เคยสงสัยเลยหรือ พ่อหนุ่ม ไม่เคยสงสัยเลยสักเสี้ยววินาทีหนึ่งในชีวิตเลยหรือว่า ทำไมทำไม พวกเรา ถึงเป็นฝ่ายต้องหลบซ่อน ทั้งที่เราก็มีเกียรติและศักดิ์ศรี เธอตอบคำถามฉันได้ไหมว่าทำไมสภามาคูซ่าที่เธอแสนจะภาคภูมิถึงต้องมาแอบใช้ตึกร่วมกับโนแมจ ขณะที่ทำเนียบขาวตั้งเฉิดฉายอยู่กลางวอชิงตัน ดี.ซี.

 

กรินเดลวัลด์จิกเล็บลงไปในอุ้งมือที่สั่นระริก หอบหายใจน้อยๆ ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นจดจ้องมาจากมุมห้องขัง มันยังคงอำนาจทะลุทะลวงจิตใจได้ดั่งเดิมแม้จะเป็นเพียงภาพหลอนก็ตาม

 

เขาจะไขว้เขวไม่ได้ นี่คือช่วงเวลาสำคัญ

 

เสียงโซ่ครูดพื้นดังขึ้นอีกครา ทว่ามันไม่ได้ทำให้พ่อมดหนุ่มตื่นกลัวเหมือนทีแรก ตรงกันข้าม มือที่เคยกำไม้กายสิทธิ์ผล็อยลงข้างตัวช้าๆ

ถ้อยคำเหล่านั้นได้กวนจิตใจที่เคยใสสะอาดด้วยอุดมการณ์แห่งความถูกต้องให้ข้นคลั่กไปด้วยตะกอนแห่งความเคลือบแคลงเสียแล้ว

ที่จริงแล้ว เจตนารมณ์ของฉันนั้นแสนจะเรียบง่าย ให้พวกเราชาวผู้วิเศษได้ก้าวออกจากเงามืด

 

นาย..เคย...พูดแบ..นั้น...กับ..ฉั-น้ำเสียงขาดห้วงเจือด้วยความเศร้าล้ำลึก แต่กรินเดลวัลด์เลือกจะไม่ใส่ใจ เหมือนที่เกลเลิร์ตก็เคยเลือกที่จะไม่ใส่ใจ

 

แต่ถ้าคุณทำอย่างนั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกโนแมจ?” ชายหนุ่มที่อีกฟากของประตูถามด้วยเสียงแผ่วเบาและอ่อนแรง ราวกับกำลังหวาดกลัว หรือเพียงสงสัยใคร่รู้

พวกเขาก็จะได้รับรู้การมีอยู่ของพวกเรา รับรู้ฐานะที่แท้จริงของตนเองเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลคล้ายผ้าไหม ขัดกับดวงตาที่เปล่งประกายเข้มข้นหลังบานประตูเหล็ก

ฐานะหมายความว่าอะไร?”

เธอคงเห็น ว่าถ้าเทียบกับโนแมจแล้ว พวกเรามีประชากรที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ทั้งที่เป็นมนุษย์เหมือนกัน ทว่าสิทธิ์ในการครอบครองอำนาจเวทมนตร์กลับตกแก่คนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น กลุ่มคนที่แสนพิเศษ เช่น เธอ กับ ฉัน

นั่นไม่ใช่หลักฐานหรอกหรือว่า ผู้วิเศษมีหน้าที่ใช้พลังอำนาจที่เหนือกว่านั้น เพื่อปกปักษ์ เพื่อชี้นำ เพื่อปกครองผู้ที่อ่อนแอกว่า

 

“..ปก..ปักษ์...

 

อัลบัสควรจะหายไปได้แล้ว เขามีเรื่องให้จดจ่อแล้วนี่

 

สิ่งที่พวกเราทำอยู่ไม่ต่างอะไรกับการฝืนลิขิตธรรมชาติ เราไม่ไยดีสิทธิ์ที่เราพึงมี ละเลยต่อหน้าที่ ทอดทิ้งเพื่อนร่วมโลกให้เคว้งคว้างดุจลูกแกะหลงทาง

จะไม่ดีกว่าหรือ หากเราชี้นำพวกเขาไปในทางที่ถูกที่ควร จะไม่ดีกว่าหรือ หากเราสามารถจัดระเบียบโลกใบนี้ จะไม่ดีกว่าหรือ หากเราทำให้มันสงบสุขอย่างแท้จริงได้

แต่คนอื่นๆ ดูจะไม่คิดอย่างนั้น...ตอนนี้ผู้คุมหนุ่มยืนประจันหน้ากับประตูเหล็ก ดวงตาเหม่อมองไปเบื้องหน้า ราวกับจะมองทะลุเข้าไปยังคนที่อยู่เบื้องหลังที่คุมขัง

ตอนนี้ พวกเขาอาจยังไม่เข้าใจ ในทุกๆ การเปลี่ยนแปลงต้องมีผู้เสียสละเสมอ ทุกการกระทำของเราจะได้รับการสดุดีในภายภาคหน้า ชื่อของเราจะถูกจารึกลงในประวัติศาสตร์ ในฐานะผู้เปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ ในฐานะวีรบุรุษ

ทุกอย่างที่ฉันทำลงไป ก็-

 

“-เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่/เพื่อประโยชน์สุขของคนส่วนใหญ่

 

ทำไมถ้อยคำนี้ถึงดังก้องขึ้นมาได้ หรือเพราะมันเป็นความทรงจำที่แจ่มชัดที่สุดกันหนอ

 

และแม้ฉันจะถูกขังอยู่ที่นี่ แต่เหล่าสหายผู้มีเกียรติก็จะสานต่อเจตนารมณ์ของเราต่อไป

โดยไม่มีคุณงั้นหรือ

ใช่ โดยไม่มีฉัน อาจจะทุลักทุเลไปบ้าง แต่พวกเขาจะทำสำเร็จในที่สุด

คุณรู้ได้ยังไง?”

อา นี่เป็นความลับ แต่ฉันเป็นผู้พยากรณ์

ผู้พยากรณ์! ไม่มีทาง?! พวกเขาไม่เคยบอกผมมาก่อน-ประโยคหลังแผ่วลงราวกระซิบกับตัวเอง

เธอคิดว่าฉันหาครีเดนซ์ แบร์โบนพบได้อย่างไรกันล่ะ?”

พวกเขาอาจไม่รู้ หรือถ้ารู้พิกเคอรีก็คงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องบอกความจริงข้อนี้กับเธอปลายเสียงเจือด้วยความเห็นใจอย่างพอเหมาะ ไม่มากเกินให้รู้สึกว่าตนน่าสมเพช ทว่าก็ไม่น้อยเกินจนเป็นการดูแคลน ผู้คุมหนุ่มกำหมัดแน่น ถ้อยคำนั้นชี้ให้เห็นถึงความสำคัญอันน้อยนิดที่เขามีต่อมาคูซ่า

งั้นคุณ….ก็เห็นอนาคตจริงๆ หรือ

ฉันมองเห็น….โลกที่สงบสุข โลกที่ผู้วิเศษไม่ต้องหลบซ่อน โลกที่เป็น-อย่างที่มันควรจะเป็น ที่จริงแล้ว...

 

นาย...ไม่เคย...เห็น...มัน….เลย..

 

ที่จริงแล้ว….” กรินเดลวัลด์กัดฟัน ข่มเสียงไม่ให้สั่น

 

ฉันสามารถเห็นแม้แต่อนาคตของเธอได้ พ่อหนุ่ม

คุณพูดจริงหรือ!!

เปิดช่องนั่นสิ ขอฉันมองหน้าเธอให้ชัดๆ หน่อยแม้เสียงนั้นเจือด้วยชัยชนะเหนือบางสิ่ง ทว่าพ่อมดหนุ่มก็หาสังเกตไม่ มือที่สั่นน้อยๆ เลื่อนช่องบนบานประตูเหล็ก นัยน์ตามองเข้าไปข้างใน

 

กรินเดลวัลด์เงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาต่างสีจ้องราวกับมองทะลุเข้าไปได้ถึงแก่นวิญญาณ เขาเอียงคอน้อยๆ คล้ายงูสำรวจเหยื่อในขดรัด

 

การได้เห็นสิ่งมีชีวิตอื่นช่วยให้อัลบัสพร่าเลือนไปอีกโขทีเดียว

 

ฉันเห็นชายหนุ่มผู้เก่งกาจ เธอมีความสามารถ ทว่าไม่อาจเจิดจรัส

พวกเขาไม่เห็นคุณค่าในตัวเธอ ช่างน่าเสียดายนัก แต่ฉันเห็นบางสิ่งเสียงทุ้มแหบพร่าราวเจือด้วยมนตร์สะกด

อะไร! คุณเห็นอะไร!

เธอไม่สงสัยหรือ พ่อหนุ่ม ว่าทำไมฉันถึงบอกอะไรกับเธอมากมายขนาดนี้

พวกเขาบอกว่าคุณโน้มน้าวผู้คุมให้เป็นพวกคุณ บอกว่าคุณตั้งใจจะแหกคุก

 

เขา..ช่าง….น่า..สงสา..

 

ฉันได้เอ่ยปากให้เธอเข้าร่วมกับฉันสักคำหรือ? ไม่เลย แม้แต่สองคนก่อนหน้านี้ฉันก็ไม่เคย ฉันเพียงเล่าสิ่งที่ฉันทำให้พวกเขาฟัง สิ่งที่ฉันเชื่อ ถ้าพวกเขาหรือเธอจะเชื่อฉัน นั่นก็เพราะเราคิดเห็นตรงกัน ไม่ใช่เพราะการล่อลวง แต่....ความลับที่ว่าฉันเป็นผู้พยากรณ์ มีเพียงเธอคนแรกที่รู้

 

นาย...โก..หก...

 

ก็เพื่อให้เจ้าหนุ่มนี่รู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญน่ะซี่

 

ทำไม

การที่เรามาเจอกัน ณ ที่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือโชคชะตา ฉันเห็นภาพเธอ! ไม่ใช่ในฐานะผู้คุม หรือหัวหน้าสำนักงานที่ต่ำต้อยที่สุดของมาคูซ่า แต่ในฐานะพ่อมดหนุ่มผู้รุ่งโรจน์ ที่กล้าหาญพอจะเป็นคนก้าวออกมาเปลี่ยนแปลงโลก

กล้าหาญ...รุ่งโรจน์...ผมน่ะหรือ?”

ใช่! อย่าให้สิ่งที่พวกเขามองเธอกำหนดสิ่งที่เธอสามารถเป็นได้ซี่ เธอมีศักยภาพ มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้า มีศรัทธาในอุดมการณ์ เธอจะเป็นหนึ่งในมือดีที่สุดของเราได้ อะเบอร์นาธี

คุณรู้จักผมได้ยังไง?”

ฉันเคยเจอเธอในฐานะของเพอร์ซิวาล เกรฟส์ แน่ล่ะว่าฉันจำคนที่โดดเด่นเช่นเธอได้

เธอสามารถเป็นได้มากกว่านี้ เธอเลือกได้ เธอจะไม่ต้องอยู่ในเงามืดอีกต่อไป

ผม….”

 

ผมต้องทำยังไง

 

กรินเดลวัลด์แสยะยิ้ม อัลบัสยกยิ้มแสนเศร้า

 

ขณะที่อะเบอร์นาธีไขกุญแจด้วยมืออันสั่นเทา ร่างอันพร่าเลือนซึ่งกำลังจะสลายไปกระซิบ

ไปเถิด เกลเลิร์ต ลืมอดีตเช่นฉันไปเสีย จงไปเผชิญหน้ากับ-

นักโทษผู้กำลังจะเป็นอิสระขยับปากอย่างไร้เสียง

 

ดัมเบิลดอร์/ดัมเบิลดอร์

 

เกลเลิร์ตหันไปมองภาพของอัลบัสวัยสิบแปดปีสลายไปพร้อมกับแสงที่สาดส่องเข้ามายังห้องขัง เขาหลับตาลง คล้ายจะประทับภาพนั้นไว้ในความทรงจำ ในโลกของความเป็นจริงอันแสนหฤโหด มีเพียงดัมเบิลดอร์ที่พร้อมต่อต้านเขาด้วยทุกสิ่งที่มีเท่านั้น

 

END


***********************************************************

โมเม้นต์ชวนจิ้น+อยากเห็นด้านคนขายประกันของป๋ามากกว่านี้=ฟิค

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ CHOLIN

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 Hazel_nut (@hazel-nut) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 00:32
    ในทุกห้วงคำนึงก็คิดถึงอ่ะเนอะ หน่วงๆ หนึบๆ แต่แต่งดีมากค่ะ ชอบๆ
    #2
    0
  2. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 10:02

    แต่งดีมากเลยค่ะ ปวดใจตรงที่เกลพูดว่า หายไปเสีย เบาลงกว่านี้ ฮืออออ

    #1
    0