[FIC/SF EXO Krisyeol,kaiun.lulay] SF series project

ตอนที่ 86 : [HEAVEN,PARADISE,ECSTACY,OR LOVE] :: krisyeol kaihun :: CH 29 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ส.ค. 56







กลับมาแล้วค่ะที่รักทุกๆคน krisyeol's love , Olyve, mepanda55, krisyeol, chanchan123 และคนอื่นๆอีกมากมาย ขอโทดจริงๆนะคะที่รักที่มาลงช้า มัวแต่ปล้ำกับ the truth of exo อยู่นานเลย ไม่ได้เอามาลงซะที ขอโทษนะคะ เพราะthe truthนี้มันยากจริงๆ คือมันดูไม่มีอะไรนะ แต่พี่ต้องดูโมเม้นต์เยอะมาก ดูทุกวัน ยิ่งตอนต่อๆไปจะยิ่งเรียลกว่านี้บอกได้เลยคะ เพราะว่าทุกโมเม้นต์พี่ใส่หมด เรื่องสนุกจริงแน่นอน เหมือนอ่านแฟค 555
ต้องขอบคุณหนู "chanchan123"มากๆนางมาทวง น่ารักที่สุด ติดตามทุกเรื่องเม้นทุกตอน ขอบคุณนะคะ รักน้าาา






















29








          

           ทำไมพอร้องจบ ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นของคริสก็เลือนหายไป ชานยอลกำลังมองหา มองขึ้นไปบนเวที ไม่พบใครไม่เจอใคร ไม่ได้ยินแม้กระทั้งเสียงของชายหนุ่มที่เอ่ยบางอย่างบนเวที   ทำไมคนถึงได้มากมายขนาดนี้ เสียงกรี๊ดของผู้หญิงพวกนั้นดังมาก และคนก็เยอะมากจนชานยอลหาคริสไม่เจอ

 

 

        ขาเรียวพยายามจะสาวเดินตามหาคริส แม้จะอยู่ท่ามกลางฝูงชน ถึงแม้สถานที่จะไม่ได้ใหญ่มากขนาดจะเดินไม่ทั่ว แต่ทำไมชานยอลรู้สึกว่าตัวเองเดินออกมาไกลเหลือเกิน

 

 

          คุณลู่หานไปไหนแล้ว  นี้เราเดินมาไกลมาขนาดนี้เลยหรอ

 

 

 

 

          หมับ!!! 

 

 

 

                 “อ๊ะ……..คริส” ร่างบางสะดุ้งเมื่อโดนสัมผัสเข้าที่หัวไหล่มน จนเผลอคิดไปว่าเป็นคนรักของตนเอง คนสวยทำหน้าฉงน พยายามต่อเพื่อชะโงกมองหาหน้าคนรัก ที่ตอนนี้ไม่อยู่ในสายตา แถมเสียงกรีดร้องของพวกผู้หญิงพวกนั้นที่มาดูคริสเล่นกีตาร์ก็ทำให้ชานยอลแอบน้อยใจอยู่ไม่น้อย

 

 

                “ไม่ใช่คริสหนิ” เสียงพึมพำของร่างบางตรงหน้าทำให้คนมาใหม่เห็นดวงหน้า

 

 

                “ไง จ๊ะคนสวย  บร๊ะ...มาเดินอะไร คนเดียว....ไปจิบชเวฟกับพี่หน่อยไหม” ใบหน้าคร้านแดดติดจะเหี่ยวย่นแสยะยิ้มน่ากลัว ดูท่าทางจะเมามายพอควรแล้วด้วย กำลังคว้าต้นแขนบางไว้แน่น   แต่คนที่ไม่คุ้นแปลกหน้าและสัมผัสหยาบดลนแบบนั้นกำลังทำให้คนหน้าสวยขยะแขยงพยายามกระเสือกกระสนให้แขนของตนหลุดออกจากการเกาะกุม

 

 

 

                  “ปล่อยนะ คุณเป็นใคร...ปล่อยชานยอลนะ”

 

 

 

                 “โอ๊ะ ชื่อชานยอลหรอจ๊ะ แหม่ น่ารักจัง...ป่ะ เราไปนั่งจิบชะเวพกันที่โต๊ะพี่ดีกว่า เพื่อนๆพี่ก็เพียบเลยนะ” ร่างสูงกว่าเขาซักประมาณสองสามเซ็นพยายามเชิญชวน หว่านล้อม แถมยังเอาแขนที่มีขนดกๆนั่นมาโอบที่เอวอีก  พอกันทีเรื่องแบบนี้ นอกจากสถานที่จะหน้ากลัวแล้ว คริสก็ยังไม่ได้เจอตัวอีก แทบอยากจะร้องไห้ ชานยอลอยากกลับบ้าน

 

 

                “ปล่อยนะฮะ....ปล่อยชานยอลเดี๋ยวนี้นะ” ร่างบางก็เบี่ยงตัวหลบเท่าที่จะทำได้แต่ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะมีแรงมากกว่าเขาหลายเท่า เพราะทั้งดิ้นก็ไม่ยอมปล่อย ซ้ำร้าย...ยิ่งดิ้นผู้ชายคนนี้ก็ยิ่งโอบรัดตัวเขาแน่นขึ้นกว่าเดิม  ร้องให้ใครช่วยก็ดูจะไม่เป็นผลอีกด้วย ทั้งเสียงเพลงที่ดังจนเสียงตัวเองยังไม่สามารถได้ยิน ไหนจะอารมณ์ของแต่ละคนที่ล่องลอยไปกลับบรรยากาศภายในสถานบันเทิงแห่งนี้ จนไม่ทันสังเกตเขาด้วยซ้ำกระมัง  

 

 

                 พี่คริสอยู่ไหน  ช่วยชานยอลด้วย ชานยอลกลัว

 

 

                “น้องชานยอลชอบชะเวบไหมจ๊ะ...หรือชอบกินอะไรแรงๆ โต๊ะพี่มีพร้อมนะ อ่ะนั่นไง”  ไอภายในสถานที่แห่งนี้มันก็มืดไปหมด ไอที่คนที่กำลังรัดร่างเขาอยู่ก็ไม่ยอมปล่อย จะมองหาทางหนีก็หาไม่เจอ

 

 

                “เฮ้ย ซึงฮยอน มึงหิ้วใครมาว่ะ”

 

 

                  “ปล่อยผมนะ ปล่อยสิ” พร่ำร้องอยู่แบบนั้นสู้กับเสียงดังลั่นของดนตรีและผู้หญิง ไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ตัดสินใจร้องออกไปแบบนั้น ชานยอลรู้สึกว่า ถ้าไม่ว่าตอนไหน ยังไงคริสก็ต้องตามหาเขาจนเจอ

 

 

                 “จะดิ้นทำไมล่ะคนสวย อย่าเล่นตัวหน่อยเลย...เป็นเด็กดีเถอะนะจ๊ะ”

 

 

                 “ปล่อยนะ”

 

 

 

                “โว๊ะ เด็กสมัยนี้แม่งเล่นตัวใช้ได้...มึงไปเจอตรงไหนว่ะไอซึงฮยอน” ชายหนุ่มอีกคนที่นั่งรออยู่บนโต๊ะเอ่ยทัก มองเพื่อนตัวเองที่กำลังจับพยศเด็กอยู่

 

 

 

             “มึงอย่าพึ่งชวนกูคุย...อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวพี่โมโหนะ” คนที่ชื่อซึงฮยอนดูจะโมโหเอามากๆเลยด้วย

 

 

 

            “ปล่อยนะ ปล่อยสิ....อื้อ ช่วยด้วย” ยิ่งเห็นเด็กที่ไปหิ้วมาดิ้นมากเท่าไหร่  คนที่รัดอยู่ก็โมโหมากขึ้นเท่านั้น และไม่รู้เพราะโมโหมากหรืออะไร มือสากหนาก็ตรงเข้าปิดปากอิ่มแน่นให้คนตัวเล็กหยุดพูดไปเลย

 

 

                “เฮ้ย เด็กมึงโวยวายแล้วเว้ย”

 

               “ทำไมไม่อยู่เฉยๆฮะ เอาค่าตัวเท่าไหร่....เล่นตัวซะขนาดนี้”

 

 

 

               “มึงจัดเลย มากูช่วย” แล้วผู้ชายทั้งสองคนก็กรูกันเข้ามาเหมือนพยายามจะจับร่างเล็กๆนั้นไปขึงกับโต๊ะ

 

 

 

              “เออ ดี...กว่าจะคิดได้นะไอฮยอนซิก” เสียงเอ่ยชมเพื่อนของคนที่ชื่อซึงฮยอนมันเป็นเสียงที่น่าขยะแขยงและฟังดูหื่นกามที่สุดเท่าที่ร่างบางเคยได้ยินมา

 

 

 

               “ปล่อยนะ อื้อ ปล่อยชานยอลนะ ไม่...อย่ามาจับตัวชานยอลนะ พี่คริส .....อื้อ...ชะ...ช่วยด้วย”

 

 

 

                “เหี้ย ดิ้นมากไปแล้ว....กูว่าพาไปที่รถ”

 

 

 

                 “ความคิดดี เพื่อนรัก...ป่ะ...อุ๊ก” แต่ยังไม่ทันทีชายหนุ่มหน้าแก่เกินอายุจะพูดจับ ก็โดนมือปริศนาคว้าคอเสื้อจากทางด้านหลัง ก่อนจะโดนซัดหมัดเข้าเต็มหน้า หมัดแบบคนที่ผ่านวิชาป้องกันตัวมาอย่างดี แรงหมัดที่เหวี่ยงลงบนหน้าผู้ชายคนที่กำลังจะพาชานยอลไปที่ไหนสักแห่งสะบัดหัน เป็นจังหวะให้ร่างบางหลุดออกจากอ้อมกอดหยาบ ก่อนร่างหนาที่โดนต่อยจะล้มลงไปกองกับพื้น

 

 

 

             “เฮ้ย ซึงฮยอน....มึงเป็นใครว่ะ ทำเพื่อนกู”

 

 

 

 

             “อย่าคิดจะแตะต้องคนของกู………ไอพวกหมา   ไม่อย่างนั้นพวกมึงจะโดนกว่านี้แน่” เสียงขู่เข้มของคนมาใหม่เอ่ยขู่  ฝ่ายคนตัวเล็กที่ไม่รู้สึกตัวกำลังโดนคว้าเข้าไปกอด  ดวงหน้าหวานซุกลงบนอกแกร่งแน่น 

 

 

 

 

             แต่  กลิ่นแบบนี้

 

 

 

           กลิ่นอาฟเตอร์เชฟแบบนี้

 

 

 

          ไม่ใช่กลิ่นของคริส!!

 

 

 

         ถ้าไม่ใช่คริส แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใคร?

 

 

“อย่าคิดจะมายุ่งกับคนของกูอีก  กูฮวางจื่อเทา คนของจื่อเทา ถ้าไม่อยากตายก็อย่าคิดจะยุ่งกับคนของกู!” เสียงกร้าวที่กำลังประกาศขู่ไอพวกหมานั้นเรียกให้ร่างบางสะดุ้งตามไปด้วย แน่นอนว่าไม่ใช่คริส คริสไม่ได้เป็นคนมาช่วยเขาแต่เป็นคุณ จื่อเทาต่างหาก

 

“อะไรง่ะ  ต่อยเขาทำไม จื่อเทา...จื่อเทาไหนวะ ?” ร่างสูงที่โดนชกจนเซถลาไปกับพื้น ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเลจากพื้นโดยแรงพยุงจากเพื่อน

 

“ถ้ายังอยากหายใจ ก็รีบไสหัวไป”

 

              “ไปเหอะซึงฮยอน กูว่าไม่ดีแล้วว่ะ”

 

 

 

              “เออ วันนี้กูไป อย่าให้กูเจออีกนะ  จื่อเทา”

 

 

 

           แล้วทั้งสองก็ล่าถอยไปอย่างง่ายดาย อาจเพราะสายตาที่มองพวกเขาอยู่ก็เป็นได้ที่ทำให้รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสงบลงไม่ถึงขั้นร้ายแรง ผู้คนโดยรอบก็กลับไปสนใจกิจกรรมของตนต่อ ทำราวกับว่าเมื่อครู่ไม่เกิดอะไรขึ้น

 

 

 

               นี่สินะมนุษย์ สนใจแต่ตัวเองมากกว่าจะสนใจผู้คนรอบข้าง

 

 

 

             จื่อเทากระชับอ้อมกอดของตนแน่นขึ้นเมื่อรับรู้ได้ถึงแววหวาดหวั่นของชานยอล ร่างบางเริ่มดิ้นขัดขืนเมื่อเหตุการณ์คลี่คลายและแทบไม่มีใครให้ความสนใจพวกเขาแล้วด้วยซ้ำ เจ้าของอ้อมกอดดุดันจับจ้องมาที่ร่างของเทวดาตัวน้อยไม่วางตา

 

               “ชานยอล หยุดดิ้น”

 

 

                เสียงห้าวกร้าวส่งมาให้ร่างบางที่เอาแต่เบียดตัวออกจากอีกฝ่ายไม่ยอมหยุด ถึงจะไม่พูดออกมาแต่เขาก็สามารถอ่านใจได้ว่าชานยอลต้องการทำอะไร เขาต้องขอบคุณจำนานคนที่เบียดเสียดกันเพิ่มมากขึ้นที่ทำให้ไม่มีคนสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้น  ร่างเล็กนิ่งไปเมื่อเขาพูดแบบนั้นพร้อมกับเดินไปด้วยกันโดยไม่ขัดขืนอีก

 

 

                จื่อเทาพยายามพาอีกคนออกไปจากสถานที่แห่งนี้เพื่อจะได้เจรจากันได้สะดวก คนที่เขาเฝ้ามองและยอมลงมาจากสวรรค์เพื่อพาตัวกลับไป...ในเมื่อเขาพบแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะให้อีกฝ่ายหลุดมือไปได้ง่ายๆแน่นอน   ถึงพลังอ่านความคิดมนุษย์โลกจะทำให้เขารับรู้ว่าชานยอลเอาแต่พูดถึงแต่ คริส ก็ไม่ทำให้เขาหยุดความคิดนี้ได้

 

“ปล่อยผมนะ คุณเป็นใคร”

 

“ก็น่าจะได้ยินชื่อฉันแล้วนะ ปาร์คชานยอล”

 

 

 

ผลัวะ!

 

 

             “ปล่อยเมียฉันได้แล้ว”

 

 

            “คริส”

 

 

 

             หมับ

 

             แล้วร่างเล็กนั้นก็โดนกระชากออกไปจากบริเวณเหลือเพียงชายหนุ่มผิวเข้มที่ยืนกำหมัดมองทั้งคู่เดินออกไปด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกว่าบุคคลนี้รู้สึกอย่างไรต่อทั้งสอง ส่วนร่างเล็กที่โดนกระชากออกไป แม้จะยังทั้งสงสัยและงุนงงว่าคนรักของตัวเองโผล่มาตอนไหน ทั้งๆที่ตอนแรกคิดว่าคลาดกันเสียแล้วหลังตอนคริสร้องเพลงจบ  ไหงคนที่ควรจะอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ถึงได้โผล่พรวดพราดเข้ามาลากตัวเขาไปแบบนี้

 

 

 

          ตึกตัก ตึกตัก ทั้งเสียงฝีเท้าที่เร่งความเร็วไม่หยุด และเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเพราะความเหนื่อยกำลังทำให้ชานยอลล้า นี้ก็ปาเข้าไปตีสองแล้ว ร่างกายที่ทั้งเหนื่อยทั้งเพลียเพราะยังไม่ได้แทนอะไรเข้าไปตั้งแต่เย็นและยังไม่หลับทั้งๆที่เวลานี้ควรจะได้นอนสบายอยู่บนเตียงแล้ว

 

 

 

              กึก

 

 

 

            อยู่ดีๆร่างที่ลากเขาก็หยุดยืน ก่อนจะหันหน้ามาหา แววตาและสีหน้าของคริสดูนิ่งมาก หากในทีนั้นก็แฝงความโมโหอย่างปิดไม่มิด แววตาและสีหน้าของคริสในแบบที่ชานยอลไม่เคยเห็น นี้ป็นครั้งแรกที่เห็นชายหนุ่มทำหน้าตาแบบนี้

 

 

 

           “ไปคุยกับมันทำไม?”

 

 

          เอ่ยเสียงเย็น แต่เนื้อเสียงของคำถามนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยเสียงทุ้มนุ่มแบบที่เจ้าตัวชอบใช้เรียกร่างเล็กแม้แต่น้อย ดวงตาคมแกร่งมองจ้องเข้าไปในดวงตาสีนิลนิ่งก่อนจะเสมองออกไปอีกทาง คราวนี้หน้าตาที่ฉายชัดซึ่งความเจ็บปวดฉายแทน คริสยังคงวางมาดขรึม ไม่แสดงท่าทีใดๆที่ชานยอลจะอ่านออก สิ่งเดียวที่เทวดาตัวน้อยรู้ก็คือ ตอนนี้คริสโกรธมาก กำลังไม่พอใจอย่างมาก และตอนนี้ชานยอลต้องทำยังไงก็ได้เพื่อให้คริสกลับมาเป็นคริสคนเดิม

 

       

 

 

 

          ………..

 

 

 

          เพราะยังคิดไม่ออกเลยตัดสินใจเงียบดีที่สุด ตอนนี้ไม่อยากพูดอะไรออกไปเพราะเกรงแต่จะทำให้คริสโมโหเพิ่มมากขึ้น ตอนนี้ชานยอลยังหาบทสรุปไม่ได้ว่าคริสเป็นแบบนี้เพราะเรื่องอะไร ดังนั้นคนตัวเล็กจะไม่พูดจาพร่ำเพรื่อให้ต้องต่อความยาวสาวความยืด นำไปสู่การทะเลาะซะเปล่าๆ

 

 

 

               ชานยอลเห็นคนรักกันบนโลกมนุษย์ทะเลาะกันบ่อยๆ ทั้งมีสาเหตุและไม่มีสาเหตุ และโดยส่วนใหญ่ก็จะมาจากการไม่ยอมกันของทั้งสองฝ่าย พอเริ่มถียงก็เริ่มเกิดอาการไม่พอใจ จากที่พยายามจะปรับความเข้าใจก็กลายเป็นระเบิดอารมณ์ใส่กัน

 

ชานยอลไม่อยากให้ตัวเองและคนรักเป็นแบบนั้น 

 

 

พยายามนึกสิชานยอล นึกสิว่าคริสโมโหอะไร ผู้ชายคนนี้กำลังเป็นอะไร

 

 

 

 

            “ชานยอล   ทำไมไม่ตอบฉันว่าคุยกับมันทำไม” ร่างสูงทนเห็นคนตรงหน้าเงียบต่อไปไหวแล้วเสียงทุ้มนั้นไม่ได้เจือไปด้วยความอ่อนโยนแบบที่ปกติเจ้าตัวชอบทำ สรรพนามการเรียกคนรักที่เปลี่ยนไป “ฉัน” เป็นคำแทนตัวเอง  อาจจะเป็นเพราะ เขามีความหลังมาเยอะเรื่องโดนโกหก มันทำใจยากที่จะยอมรับตอนที่เห็นชานยอลยืนกับไปจื่อเทาคนนั้น  ถ้าไม่ได้ยินอะไรจากปากเขายิ่งเชื่อยากว่าทั้งคู่ไม่ได้มีอะไรกัน การจับเนื้อต้องตัว ดูราวกับสนิทสนมกันแบบนั้น ชานยอลที่ทำขืนตัวสะบัดออกก้เป็นเพียงเหมือนการหยอกเล่นกับจื่อเทาในสายตาเขา เขากลัวว่าถ้าชานยอลมีความลับจะไม่บอกเขา การจับมือถือแขนของชานยอลและไอบ้านั้นบอกเขาว่ามันจะต้องมีอะไรไม่ธรรมดา

 

เขาไม่ชอบ เขาหึง

 

ใช่เขาหึง เขาขี้หึงมาก และเขาก็หวงลูกแมวตัวนี้ของเขามาก

 

 

หมับ มือเล็กเรียวของตัวเล็กของเขากำลังจับเข้าที่แก้มสาก ลูบมันเบาๆอย่างปลอบโยน ดวงหน้าหวานยกยิ้มบางๆ ก่อนจะลูบและมองหน้าคนรัก ตัวเล็กของเขาไม่พูดอะไรนอกจากกุมมือเขาไว้ไม่ปล่อย ก่อนจเป็นฝ่ายเข้ามากอด แขนเรียวตวัดเข้ามากอดเอวเข้าแน่น ก่อนชานยอลจะซุกหน้าเข้าที่อก คลอเคลียเล็กน้อย แต่นั้นทำให้ความร้อนรุ่มในใจเขามอดลงไปได้เยอะเลยทีเดียวล่ะ

 

“ชานยอลอยู่นี้นะ ชานยอลไม่ได้ไปไหน รักคริสนะ รักมากๆนะ” เสียงบ่นพึมพำที่ฟังไม่ค่อยได้ยินนั้นดูน่ารักเหลือเกิน ทำไมชานยอลต้องทำเหมือนรู้ด้วยว่าเขารู้สึกยังไง ทำไมชานยอลต้องทำเหมือนไม่โกรธที่เขาเป็นคนแบบนี้ ทำไมชานยอลไม่โวยวายให้เขาปล่อย ทำไมชานยอลยังมาปลอบเขา ทำไมยังมาทำตัวน่ารักแบบนี้

 

 

           ………” ร่างสูงเบือนหน้าหนีคนรักของตัวเอง ตอนนี้ทั้งหึงทั้งหวงจนพูดอะไรแทบจะไม่ออกแล้ว

 

 

             “ไม่เอาสิ  คริสต้องใจเย็นๆ ต่อไปต้องฟังชานยอลก่อน ชานยอลรู้นะว่าคริสรู้สึกยังไง” มือนุ่มตรงเข้ากุมที่แก้มสากทันทีที่ชานยอลเห็นปฏิกิริยาของคริส ร่างบางไม่ต้องการให้คริสต้องเผลอระเบิดอารมณ์ร้อนไปมากกว่านี้

 

 

             คุณรู้ไหม? ว่าการที่มีคนมาพูดเหมือนสอนให้ผมสงบใจ หรือใจเย็นแบบนี้มันน่ารำคาญขนาดไหน

ผมไม่ชอบหรอกนะ  ใครมาทำแบบนี้ ผมสะบัดหนี เดิมทิ้งให้คนพูดกลับบ้านเองแล้ว

 

 

 

แต่ทำไม

 

ทำไมพอเป็นคนคนนี้พูดแล้วมันต่างกัน

 

            ทำไมผมอยากจะฟัง อยากให้เขาพูดเหมือนว่าเขาห่วงผม ทำไมผมอยากให้เขาปลอบโยนผมให้มากที่สุดเท่าที่เขาอยากทำ ทำไมผม  พอเป็นเขา ต่อให้เขาทำอะไร ผมก็รู้สึกราวกับมันไม่เคยพอ ทำไมผมชอบให้เขาพูดแบบนี้กับผม ทั้งๆที่ผมเกลียดจะตายกับการที่มีคนมาก้าวก่าย ยุ่งว่าผมจะหงุดหงิดหรือใจร้อนเรื่องอะไร

 

 

 

ผมไม่ใช่คนดีหรอกนะครับ ไม่ใช่คนดีนักหรอก

 

และเขา เขาคนนี้ก็ดีเกินไป เขาดีจนผมอยากเปลี่ยน เปลี่ยนทุกอย่าง

 

 

                        “ฉันไม่ใช่คนดีนักหรอกนะชานยอล”  ไม่ใช่ เขาไม่ใช่คนดีอะไรเลย  เทียบไม่ได้สักนิดกับความบริสุทธิ์ที่ได้สัมผัสอยู่ตอนนี้ เขาเลวเกินกว่าจะคว้าเอานางฟ้ามาแปดเปื้อนไว้กับตัวเขาเอง

 

 

                  “คริส ทำไมพูดแบบนั้น” เสียงหวานเอ่ยขึ้นเหมือนกับว่าเพ้อ ดวงตามองเหม่อไปทางชายหนุ่มร่างสูงกว่าอย่างตกใจ ชานยอลเองไม่คาดหวังให้คริสเป็นคนที่ดีที่สุด แต่ก็ไม่อยากให้คริสมาพูดจาเหมือนกับสุดท้ายก็จะตัดใจจากชานยอลไปในที่สุดแบบนี้

 

 

               น้ำเสียงที่ไม่แสดงอารมณ์นั้นกำลังบอกชานยอลว่าคริสพร้อมจะลุกเดินออกไปจากชานยอลได้ตลอด เพราะคริสคิดเสมอว่าตัวเอง ถ้าเทียบกับชานยอลแล้วไม่ใช้คนดีอะไร

 

 

            ………” ร่างสูงไม่ตอบคำถามนั้นจากชานยอล มือหนาทำท่าคล้ายกับว่าจะคลายออกจากข้อมือบางที่เกาะกุม

 

 

               ทำไมบางครั้งการใช้ชีวิตอยู่ชานยอลถึงได้ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังคว้าเอาลูกคุณหนูตระกูลพันล้านมาใช้ชีวิตเหมือนยาจก เอานางฟ้าที่อยู่แต่บนฟ้ามาคลุกคลีกับโลกโสมมนี้ ทำไมทุกครั้งที่ได้ยินเสียงชานยอลบอกว่าไม่เป็นไร พร่ำบอกว่า รัก ในหัวก็มีแต่คำว่า ไอเหี้ยที่เห็นแก่ตัวตลอดเวลา

 

 

           “คริส  ทำไมไม่ตอบชานยอล ทำไมไม่พูด ทำไมพูดแบบนั้น บอกแล้วใช่ไหมว่ารักคริสแค่คนเดียว บอกแล้วใช่ไหมว่ามาที่นี้ก็เพื่อมาหาคริส ทำทุกอย่างก็เพื่อคริส ไม่ว่าคริสจะเนยังไงชานยอลก็จะรัก จะทำทุกอย่างเพื่อให้อยู่ด้วยกันตลอดไป” ร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทา หากเจือในความหมายนั้นร่างบางกลัวไปหมด ความหมายที่ทั้งสองฝ่ายเข้าใจมันไม่ตรงกัน

 

 

 

   ชานยอลเป็นเทวดา เลยทรมานถ้ารู้ว่าวันนึงจะต้องห่างคริสไป  เพราะถ้าเป็นแบบนั้นชานยอลคงขาดใจ ชานยอลคงมีชีวิตอยู่ต่อไม่ได้

 

 

            แต่สำหรับคริส สำหรับมนุษย์ที่ตลอดชีวิตอยู่แค่บนชั้นเปลือกโลกเข้าใจแล้วว่าทุกอย่างที่ร่างสูงคิดนั้นเป็นความจริง นี้เขากำลังทำบาปอะไร ไปฉุดเอาลูกคุณหนูมาเกลือกกลั้วกับตัวเองได้อย่างไร

 

 

เลว ในหัวมีแต่คำด่าตัวเองลอยเต็มไปหมด

 

 

           “เพราะฉะนั้น ฉันควรจะปล่อยมือจากเธอถูกไหม ชานยอลของฉัน ฉันฉุดเธอลงมาจากที่สูง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ฉันควรจะส่งเธอกลับไป”

 







TALK ::






พระเจ้าแม่ หายไปนานมากจนโกรธตัวเอง และแอบเผลอดราม่าในฟิคไม่รู้ตัว เชื่อไรท์นะคะว่าเรื่องนี้ไม่มีดราม่าแน่นอน ทุกอย่างจะคลี่คลาย จะพยายามมาลงทุกวันนะค่ะ  ความจริงก็แต่งไปได้เยอะมากแล้ว แต่ไม่กล้ามาลงเพราะกลัวแฟนๆจะเริ่มเสียใจกับดราม่าที่เกิดขึ้นบ้าง แต่ยังไงสุดท้ายแผนๆจะไม่ต้องร้องไห้นะคะ ไม่ดราม่าปวดใจแน่นอน


เทคนิค ของ Nicolas Spark บอกว่า เรื่อง โรแมนซ์ ตัวละครหลักจพต้องมีฉากที่ไม่สมหวังในรัก เพื่อให้ความรักนั้นมั่นคงและยืนยาว เป็นอมตะตลอดไป เชื่อนิโคลัสนะคะ



เวิ่นมาเยอะ คิดถึงทุกคนมากจนบรรยายไม่ถูก อย่าลืมกันน้าา เค้ากลับมาแล้ว ตอนหน้าเอ็นซี บอกไว้ก่อนเลยน้าาาา

550 ความคิดเห็น

  1. #518 NOOMANG (@sb2t) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 09:31
    อร๊ากกกกกกก อย่าบอกนะ ว่ามีเทพส่งตัวจื่อเทามาเอาชานยอลกลับไป แล้วทำไม ทำไมกัน เรื่องราวของทั้งสองมันควรเป็นไปด้วยดีแล้วนี่ แล้วทำไม เฮียยังคิดที่จะปล่อยชานยอลไปอีกล่ะ ทำไมถึงคิดแบบนี้ นึกถึงใจชานยอลบ้างสิ สู้ทนฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกันสินะ ขอร้องล่ะ
    #518
    0
  2. #474 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2556 / 14:39
    จื่อเทาเป็นเทวดาเหมือนยอลหรอ แล้วมาตามหายอลด้วย แบบนี้คริสก้อเจอคู่แข่งแล้วสิ แต่ประโยคสุดท้ายนั่นคืออัลไล ทำไมคริสพูดแบบนั้น จะปล่อยชานยอลไปทำไม รู้มั้ยชานยอลทำเพื่อคริสแค่ไหน เหอ ๆ
    #474
    0
  3. #473 Krisyeol's Love (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2556 / 01:13
    งือออออออออออออออออ

    ไรท์กลับมาแล้ว เทวดาน้องยอลกลับมาแล้ว

    กลับมาพร้อมกับความหึงของตาแก่คริสเบย

    งานเข้าน้องยอลซะแล้วจิ พี่คริสยิ่งหึงโหดอยู่ด้วย

    พี่คริสฟังน้องอธิบายก่อนได้ป่ะ อย่าเพิ่งหึงๆ

    เทาเข้ามาช่วยน้องยอลจากพวกสวะพวกนั้นนะ

    พวกสวะนั้นมันมาลวนลามเมียแกนะตุ้ย

    ดีนะเทามาช่วยน้องยอลไว้ได้ทัน

    ไม่ขอบคุณเขาไม่พอ แกยังไปหาเรื่องเขาอีก ดีแท้ =="

    ถึงเทาจะชอบน้องยอล แต่น้องยอลก็รักพี่คริสคนเดียวนะ

    ฟังน้องยอลหน่อยดิ ตาแก่ขี้หึง ขี้งอน ขี้น้อยใจ

    น้องยอลไม่ผิดนะ พี่คริสทำไมพูดกับน้องแบบนี้

    จะปล่อยมือจากน้องจริงๆหรา ถ้าแกทิ้งน้อง แกตาย!!!!!!!!
    #473
    0
  4. #471 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 86)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2556 / 15:51
    เย้ ๆ ดีใจสุด ๆ ไรท์จะมาอัพต่อแล้ว คิคิ
    คริสหึงน้องยอลหรอ คิคิ
    #471
    0