[FIC/SF EXO Krisyeol,kaiun.lulay] SF series project

ตอนที่ 87 : [HEAVEN,PARADISE,ECSTACY,OR LOVE] :: krisyeol kaihun :: CH 30 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 พ.ค. 57




ตอนต่อไปเร็วๆนี้ค่ะ

ติดแท็กSCREAMกันได้แล้ววันนี้ #heavenkrisyeolนะคะ อย่าลืมนะค่ะ 


ติดต่อไรท์ได้ที่ @primilly0502 ค่ะ




30 






        แต่สำหรับคริส สำหรับมนุษย์ที่ตลอดชีวิตอยู่แค่บนชั้นเปลือกโลกเข้าใจแล้วว่าทุกอย่างที่ร่างสูงคิดนั้นเป็นความจริง นี้เขากำลังทำบาปอะไร ไปฉุดเอาลูกคุณหนูมาเกลือกกลั้วกับตัวเองได้อย่างไร

 

 

เลว ในหัวมีแต่คำด่าตัวเองลอยเต็มไปหมด

 

 

        “เพราะฉะนั้น ฉันควรจะปล่อยมือจากเธอถูกไหม ชานยอลของฉัน ฉันฉุดเธอลงมาจากที่สูง เพราะฉะนั้นตอนนี้ ฉันควรจะส่งเธอกลับไป”

 

 

        ราวกับโลกทั้งโลกกำลังถล่ม สำหรับชานยอลแล้ว นี้มันเรื่องบ้าอะไร!

 

 

       “ไม่! นี้คริสกำลังจะพูดอะไร? ชานยอลไม่เข้าใจ ทำไมคริสพูดเหมือนกับว่าจะทิ้งชานยอลไป ทำไมคริสทำเหมือนกำว่าคริสไม่ต้องการชานยอลแล้ว คริสลืมความรักของเราไปแล้ว ลืมเรื่องของเราได้ง่ายๆอย่างนั้นหรอ? แล้วที่ทำไปทั้งหมดนั้น ที่ร้องเพลงให้ ที่ดูแล ที่บอกรักนั้น ลืมได้ง่ายๆอย่างนั้นหรอ? ฮึก ฮึก ลืม ได้เร็วขนาดนั้นเลยหรือไง” ดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวไปหมด ทุกคำพูดที่ตัวเองพูดออกมา แม้ชานยอลจะเป็นคนพูดมันออกมาเอง แต่นั้นกลับไม่ได้ช่วยให้ชานยอลรู้สึกดีขึ้นสักนิด

 

 

       แปะ แปะ แปะ น้ำตา ไหนออกมาแล้วสินะ ช่วยไม่ได้หนิ ชานยอลเป็นคนแบบนี้ ขี้แย เป็นเทวดาที่แสนจะอ่อนแอ แพ้แม้กระทั้งตัวเอง โง่ ที่ไม่เชื่อคำเตือนจากเบื้องสูงบนสวรรค์

 

 

      นี้สินะที่เทวดาทุกตนเคยพบเจอมาเหมือนกัน เจ็บเพราะความรัก จนแทบไม่อยากจะหันกลับไปหามันอีก ถ้าทำได้ ทุกคนก็อยากจะหันหลังให้กับความทรงจำ

 

 

      “ชานยอล” คนที่กำลังอึ้งกับสิ่งที่ได้ยินทำได้เพียงแค่เปล่งชื่อของอีกฝ่ายออกมาเบาๆอย่างไร้สติ ตอนนี้ร่างสูงเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแห่งความคิด ทรมานแทบคลั่งที่เห็นชานยอลของเขาต้องร้องไห้ รู้สึกเหมือนหัวใจโดนกรีดเป็นริ้วซ้ำๆ จนแทบจะขาดออกจากกัน ทำร้ายหัวใจตัวเองมันเจ็บได้ขนาดนี้เลยหรอ?

 

 

เขาไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องเป็นแบบนี้

 

 

เขาแค่พูดแบบนั้น เพราะคิดว่าการลาจากชานยอลจะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

 

 

          ที่เขาทำก็เพราะเซฟตัวเอง กลัว กลัวว่าจะเจ็บซ้ำซาก กลัวว่าวันนึงถ้าชานยอลจากไปจริงๆ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร คนที่เจ็บที่สุดจะเป็นเขา เขาไม่พร้อมจะเจ็บอีกแล้ว ยิ่งรักมากก็ยิ่งคลั่งมาก ยิ่งหลงมากก็ยิ่งหวงมาก และถ้ารักมากเข้าก็จะลืมอีกฝ่ายยากมากเป็นเท่าตัว

 

 

เขาทนเป็นคนเห็นแก่ตัวอย่างนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว

 

 

        ชายหนุ่ม ทนให้เหตุการณ์เจ็บปวดซ้ำซากเกิดขึ้นกับตัวเองไม่ได้ ถึงได้คิดว่า ถ้าใจเขาจะต้องถลำลึกไปกับชานยอลมากกว่านี้ ก็เท่ากับว่า สุดท้ายจะขาดอีกฝ่ายไม่ได้ และ เจ็บทุรนทุรายในที่สุด ที่ผ่านมาชานยอลเองก็ทนกับเขามามาก มากเกินกว่าที่เด็กคนนึงจะทนได้ ยิ่งเขาเห็นตัวเล็กของเขาได้พูดคุยกับคนอื่น มันยิ่งทำให้เขามั่นใจและยิ่งตอกย้ำตัวเขาเองว่าเขาเห็นแก่ตัวต่อคนที่ตัวเองรักมากแค่ไหน

 

บางทีชานยอลอาจจะอยากไปหาคนอื่น

 

บางทีชานยอลอาจจะอยากมีเพื่อนคนอื่น

 

บางทีเขาก็เลวเกินไปที่จะรั้งชานยอลไว้ด้วยแค่เพียงคำว่า 'รัก'

 

 

           หมับ ! หากแต่แรงปะทะที่อกแกร่งพร้อมแรงรัดนั้นเรียกให้ร่างวูงหลุดออกจากห้วงความคิด จากเดิมสมองว่างเปล่า ตอนนี้กลับกำลังเข้าสู้สภาวะปกติ ดวงตาคมก้มลงมองคนที่เขาเพิ่งพูดทำร้ายจิตใจไปเมื่อกี้รวบเอาทั้งร่างไปกอด ชานยอลเองตัวทั้งบางทั้งเล็ก แต่ก็พยายามที่จะรวบตัวเขาเข้าไปกอดให้ได้มากที่สุด ท่าทีที่ดื้อดึงราวกับจะไม่มีวันปล่อยนั้น แค่เห็น หัวใจของเขาก็เจ็บปวดเหลือเกิน



 

       “ฮึก คริสน่ะ ถึงจะพูดจาแบบนั้น ถึงจะบอกให้ชานยอลไป แต่รู้ไหม ว่าถึงคริสจะพูดแค่ไหน ชานยอลก็จะไม่ไป ต่อไปนี้ ชานยอลจะไม่ยอมคริสอีกแล้ว ชานยอลจะดื้อ ดื้อๆๆๆ ฮือ ฮึก ดื้อให้มากที่สุด เอาแต่ใจกับคริสให้มากที่สุด ให้คริสไม่สามารถทิ้ง ฮึก ทิ้งชานยอลไปได้” ดวงหน้าหวานถูไถให้เสื้อตัวหนาของเขาซับน้ำตา พลางเสียงนุ่มหวานก็สะอื้นไห้ เนื้อเสียงอู้อี้ปนสะอื้นนั้นช่างน่าสงสาร แล้วไหนจะยังถ้อยคำที่บอกถึงความมุ่งมั่นของเจ้าตัวนั้นอีก

 

ทำไมชานยอลถึงได้แตกต่างจากทุกคน

 

ไล่ก็ไม่ไป

 

         แม้จะบอกให้ไปจากเขา ชานยอลก็ยังยื้อที่จะอยู่ ตลอดชีวิต ถ้าเขาพูดแบบนี้ ร้อยทั้งร้อย วันนึงก็จะเป็นฝ่ายไปจากเขาเอง และเขาเองก็ต้องทำใจว่ายังไงคงไม่มีทางได้ความรักคืนกลับมา บางครั้งก็นึกสมเพชตัวเอง ใครจะไปทนอยู่กับคนแบบเขาได้ คนขี้ขลาดตาขาว คนขี้หวาดกลัว คนที่อ่อนแอในเรื่องขอความรัก กลัวว่าจะถูกทิ้ง เลยยื้อให้ชานยอลต้องอยู่กับเขาทุกวัน เพราะกลัวจะเจอแบบคนอื่นๆ

 

         คนแบบเขามันน่าสมเพชจะตาย ออกไปจากชีวิตชานยอลหน่ะ ดีเท่าไหร่แล้ว

 

        “......”

 

         “คริสอย่าพูดนะ ชานยอลรู้ว่าคริสคิดอะไรรู้ เพราะฉะนั้น.....ได้โปรดหยุดความคิดนั้นเถอะนะ นะ” ไม่ใช่น้ำเสียงออกอ้อน แต่เป็นอ้อนวอนมากกว่า ชานยอลกำลังอ้อนวอนเขา กำลังทำให้เขาเสียศูนย์ต่อความตั้งมั่นของตัวเอง

 

 

           ความจริง คริสอู๋ ก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ ถึงได้บอกชานยอลไปแบบนั้น ไม่รุ้หรอกว่าอะไรกันที่ทำห้จิตตกถึงขนาดพูดว่าจะละมือออกไปจากชานยอล

 

          ทำไมช่วงนี้เขาทำตัวแปลกๆบ่อยนัก คิดอะไรแปลกๆ ในหัววนเวียนอยู่แค่ว่า จะทำอย่างไร ชนยอลถึงจะไปจากชีวิตผู้ชายเลวๆอย่างเขา เขาคิดแค่นั้นจริงๆ ช่วงนี้เลยพาลทำตัวแปลกๆ ไม่ว่าจะยังไง ก็ยังคิดแต่เรื่องเดิมๆ ยิ่งพอมาเห็น ไอจื่อเทาคนนั้น

 

 

           พอเห็นไอนักร้องอีกคนของผับคนนั้น พลันสมองก็สั่งการให้พูดเรื่องงี่เง่าไปทันที เหมือนมีแรงดึงดูด เรียกให้เขาที่เห็นชานยอลยืนอยู่กับไอตี๋คนนั้น ดูสองคนนั้นช่างเหมาะสมกันเหลือเกิน

 

 

 

         แต่เพราะรักไปแล้ว หวงไปแล้ง หลงไปแล้ว เมื่อร่างเล็กนี้กำลังคลอเคลีย ตัวเขาเองก็ปฏิเศธไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองจะต้องหลอหัวใจที่บอบช้ำดวงนี้ไปทำไม จะผลักไสดวงใจอันเป็นที่รักทำไม มือหนาลูบเข้าที่กลุ่มผมนิ่มเหมือนกับอยากจะขอโทษและปลอบขวัญ

 

 

 

            ทางอีกฝาก ทั้งสองไม่อาจร่วงรู้ ว่าเหตุการ์ณทั้งหมดอยู่ภายในสายตาของใครคนนึงมาโดยตลอด

 

 

           “ว้า เรื่องชักจะไม่สนุกแล้วสิ องค์เทพนะองค์เทพ ลงมาทำไมกันนะ” พอเป็นแบบนี้ คิม ซูโฮก็หมดสนุกเลยน่ะสิ ร่างเล็กบอบบางของเทวดาตกสวรรรค์กำลังบ่นพึมพำเสียดายต่อเกมส์สนุกๆของตัวเอง มือขาวยกขึ้นเขี่ยริมฝีปากไปมาอย่างเคยชิน จ้องมองไปที่คู่รักโง่ๆที่กอดกันกลมอย่างเหนื่อยหน่าย ร่างเล็กเบ้ปากตอนที่เห็นฝ่ายคนตัวโตกว่ากอดตอบชานยอล มือหนาลูบหัวกลมนั้นอย่างรักใคร่

 

 

เห็นแล้วก็หมั่นไส้

 

 

          “แหยะ มนุษย์นี่ก็อะไร น่าขยะแขยงจริงๆ เหอะ” บ่นๆพร้อมกับจะหันหน้ากลับไปตั้งหลัก รอเหตุการ์ณดราม่าครั้งต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ไม่ได้มีแค่เรื่องอีเทวดาบริสุทธ์หน้าโง่นี้คนเดียวซะหน่อย เพราะอีกเดี๋ยวเรื่องสนุกกว่าก็จะออกมาแล้ว

 

          ถ้าไม่เพราะหลังเล็กดันไปชนกับใครเข้าก่อนล่ะนะ

 

         “อ๊ะ....”

 

         “ใครน่าขยะแขยง” เสียงนั้น เสียงทุ้มที่เอ่ยอยู่ด้านหลัง ไอน้ำเสียงที่คุ้นเคยแบบนั้นอยู่ใกล้แค่ริมหู จะไม่ร้องสักแอะถ้าร่างนั้นไม่ใกล้ขนาดสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อน แรงบีบรัดที่ต้นแขน แม้ไม่แรงมาก แต่ก็ไม่เบาขนาดที่จะดิ้นหนีออกไปได้

 

         “ทะ ท่าน”

 

        “เป็นไง ตกใจหรอที่เจอฉัน” ชัดเลย คนที่ไม่อยากเจอมากที่สุดตอนนี้ ไม่สิ ผู้สูงศักดิ์ที่ไม่อยากพบมากที่สุดตอนนี้ต่างหาก ทำไมถึงได้มาตามหลอกหลอนกันได้ขนาดนี้ ซูโฮ หรือเทวดาจุนมยอนแทบจะร้องไห้ ไม่คิดว่าในวลาที่กำลังเล่นสนุกจะต้องมาเจอคนคนนี้

 

เจอกันแค่บนสวรรค์ก็เพียงพอแล้ว และต้องเป็นตอนที่เขาขึ้นไปหาเองด้วยนะ

 

แบบนั้นจะดีมากๆเลย

 

           “ฮ่าฮ่า นี้เจ้าถึงกับพูดไม่ออกเลยเหรอจุนมยอน ไร้เดียงสาเชียวนะ” ทันทีที่ดวงหน้าหวานได้ยินสิ่งที่คนตัวสูงกว่าพูด ดวงหน้านั้นหงิกลงทันที ดูก็รู้ว่าตนกำลังโดนหลอกเหน็บเหนม สิ่งที่ออกมากจากปากหนาคู่นั้นมันล้วนเป็นเรื่องลวงทั้งนั้นแหละ

 

         พลั่ก แรงสะบัดแรงๆของตัวเล็กแต่แรงไม่เล็กนั้นเรียกให้คิ้วได้รูปขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ มองหน้าน่ารักๆในสายตามนุษย์ทั่วไปราวกับระอา

 

 

         “อย่าคิดมาจับข้าอีก” ซูโฮตวาดกลับเสียงกร้าว ไม่อยากจะต่อกรกับคนคนนี้ แค่รู้ว่าอีกฝ่ายก็อวตารลงมาบนโลกมนุษย์เหมือนกันก็แทบอยากจะหนีหายตัวไปจากตรงนี้ หนีไปอยู่โลกบาดาลกับนางเงือกยังดีเสียกว่า

 

 

         “เดี๋ยวนี้เจ้าหัดหวงเนื้อหวงตัวแล้วหรอ? จุนมยอน” เสียงหยอกเย้าจากปากคู่สวยหากสีค่อนไปทางคล้ำนั้นไม่ได้ทำให้คนฟังแย้มยิ้มแม้แต่น้อย แม้คนที่พูดตรงหน้าจะเป็นคนที่หน้าตาดีมากๆคนนึง คนหน้าตาดีที่เขาเองแสนจะคุ้นเคย


 

         “ข้าจะทำอะไรมันก็เรื่องของข้า เหอะ ว่าแต่ท่านเถอะ ถ่อตัวลงมาโลกมนุษย์ขนาดนี้ ต้องการอะไรกันแน่ หรือว่าอะไร หลงใหลโลกโสมมของมนุษย์เข้าแล้วอย่างนั้นหรอ?”

 

 

           “เจ้าทำงานช้า” คำกล่าวเชิงตำหนิและน้ำเสียงเย้ยหยันนั้น ก็จริงที่ว่าจุมยอนเองทำงานช้า แต่กะอีแค่ของเล่นคุ้มเวลาแบบชานยอลมันจะไปสนุกอะไรเท่ากับของจริง ไม่ใช่อดีตเทวดาตัวบางจะไม่สนใจเรื่องของชานยอล หากแต่สิ่งที่่าสนใจกว่าก็ยังมีอีกมาก เรื่องน่าสนใจที่จุมมยอนจับต้องได้ ไม่ใช่เรื่องที่เขาไม่มีตัวตนจนอะไรๆมันก็พาลไม่สนุกไปขนาดนั้น

 

 

          ท่าทีฮึดฮัดยามได้ยินยามคนหน้าหล่อเหลาพูดนั้นเรียกรอยยิ้มกริ่มที่มุมปากให้ยกขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ จุนมยอนยังไงก็ยังเป็นจุนมยอน แม้จะกร้านโลกหรือแกนไปสักหน่อย แต่ก็ยังเป็นแค่เด็กดื้อง้องแง้งเอาแต่ใจคนเดิมอยู่วันยันค่ำ

 

         “ข้าเปล่า” เอ่ยค้านเสียงแผ่ว ทำท่าอ้อมแอ้มตอบไม่เต็มปาก เพราะไม่อยากให้คนตรงหน้ารู้ว่าตัวเองต้องการที่จะเล่นสนุกอะไรจึงได้แต่เงียบ เลี่ยงที่จะไม่ตอบดีที่สุด

 

แต่มีหรือที่บุคคลขนาดองค์เทพยิ่งให๋จะไม่รู้ เป็นไปไม่ได้หรอก

 

รู้แต่ไม่พูด ปล่อยให้เล่นสนุกไปแบบนี้หน่ะดีแล้ว


 

          “อืม คงไม่ได้คิดเล่นสนุกอยู่หรอกนะ” ทำไมเสียงหล่อๆนั้นต้องพูดเหมือนรู้ทันด้วยนะ คนตัวเล็กอยากจะกัดลิ้นตัวเองตาย ทำไมร่างของ ฮวาง จื่อเทาในร่างของมนุษย์ถึงได้กวนประสาทมากขนาดนี้ พูดจารู้ทันไปเสียทุกอย่าง แล้วไหนจะยังสายตาที่อ่านไม่ออกนั้นอีก

 

          สายตาหน้ากลัว ขนาดที่ว่ากับคนรอบจัดอย่างจุนมยอน หรือจะซูโฮก็แล้วแต่ ตอนนี้ยังกลัวจนแทบจะไปไม่ถูกอยู่แล้ว

 

         “พูดบ้าๆ เจ้านี่มัน”

 

          “อ๊ะๆ อย่าคิดเชียว” ร่างสูงทันทีที่เห็นว่าคนตัวเล็กจะเงื้อมือขึ้นจะปทุษร้ายเขา ร่างสูงจึงรีบกล่าวห้าม ก่อนจะคว้าเอาแขนนุ่มนิ่มที่ไม่ได้จับมา.......นานมากแล้วที่ไม่ได้จับ จะให้ไปนับเวลาตอนนี้ก็คงไม่ถูกแล้วล่ะ

 

 

          เวลาตอนนั้นก็ก่อนที่ชานยอลจะขึ้นมาบนสวรรค์เสียอีก

 

 

          นานมาก จนจื่อเทาแทบจำไม่ได้ ว่าผิวกายของจุนมยอนจะเนียนละมุน นุ่มมือมากขนาดนี้ แต่แล้วก็ต้องไล่ความคิดไร้สาระออกไปจากสมอง

 

          เข้าใจแล้วว่าทำไมตัวเองไม่ชอบอวตารป็นมนุษย์ ก็เพราะสมองที่บรรจุเรื่องคิดเยอะแยะไปหมด ทั้งมีสาระและไร้สาระ ความคิด ที่ทำให้สูญเสียความเป็นตัวเองได้ง่ายๆ

 

 

        “ข้าไปเจอชานยอลมา”เมื่อปกติแล้วจื่อเทาไม่ใช่คนอ้อมค้อม ดังนั้นเวลาพูดจึงจะตรงประเด็นมากที่สุด สำหรับจุนมยอนการที่จื่อเทาเจอชานยอลแล้วไม่ใช่เรื่องดี


 

      กลับกัน ทุกอย่างมันจะยิ่งยุ่งยาก เรื่องราวจะซับซ้อน และเพราะจื่อเทาเป็นองค์เทพ ผู้ซึ่งกุมทุกโชคชะตาของทุกคนไว้ในกำมือ ซึ่งตอนนี้ ถ้าจะเปรียบให้ถูกก็คือ โชคชะตาของชานยอลตอนนี้เป็นของจื่อเทา จื่อเทาเป็นผู้ปกครอง

 

 

       ตามกฏของสวรรค์ ผู้พิทักษ์อบบที่เขาเคยเป็น หรือแบบที่ชานยอลเป็นนั้น ทุกตนจะมีหน้าทีเดียวคือกุมโชคชะตาของมนุษย์ในปกครอง ดูแลคุ้มครองมนุษย์ในปกครองของตนให้ดำเนินชีวิตไปตามโชคชะตาที่พระผู้เป็นเจ้าเป็นผู้กำหนด หากตอนนี้ เรื่องน่าเศร้าสำหรับชานยอลและมนุษย์คนนั้น เรื่องน่าเศร้าที่ทำให้ซูโฮหมดสนุก ก็เพราะถ้าชานยอลอวตารมาเป็นมนุษย์ก็เท่ากับว่าโชคชะตาของมนุษย์ผู้นั้นจะไม่ได้อยู่ในความดูแลของชานยอล แต่จะกลับกลายเป็นของผู้พิทักษ์ตนอื่น และเพราะชานยอลกลายเป็นมนุษย์ โชคชะตาของชานยอลเลยถูกดูแลโดยองค์เทพ ฮวาง จื่อเทา นั้นก็แปลว่า โชคชะตาของทั้งชานยอลและมนุษย์ผู้ชายคนนั้นอยู่ในความดูแลขององค์เทพไปเสียแล้ว

 

ถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าสงสาร และมันจะไม่สนุกกับจุนมยอนอีกต่อไป

 

เพราะหน้าที่ในการปั่นหัวจะไม่ได้อยู่ในมืออดีตเทวดาอย่างเขาอีกแล้ว แต่จะดันไปอยู่ในกำมือผู้คุมโชคชะตาคนใหม่

 

จื่อเทาน่ะ เก่งมากเรื่องบิดเบือนโชคชะตา จากรักเป็นเกลียด จากเกลียดเป็นรักได้ง่ายๆ

 

ฝืนกฏเกณฑ์ของพระเจ้าทุกประการ

 

ถ้ามนุษย์ผู้นั้นไม่มีรักแท้จริงให้แก่ชานยอลแล้วล่ะก็

 

จุนมยอนรู้ ว่าสุดท้าย จื่อเทาก็จะเป็นคนที่ได้ชานยอลไปในที่สุด

 

         “เจ้าเคยหาว่าข้าใจร้ายเทาเทา เจ้าไม่รู้หรอก.....ว่าคนที่ใจร้ายกว่าคือเจ้า และเพราะแบบนี้เจ้ายังจะต้องการข้าไปทำไม” เมื่อนึกถึงความเป็นจริงของสวรรค์แล้วก็อดที่จะเสียดสีบุคคลตรงหน้าไม่ได้ แน่นอนว่าจุนมยอนเองก็ไม่พอใจหรอก ที่จื่อเทามาวุ่นวายกับของเล่นที่ยกให้ตนแบบนี้

 

          อยากได้คืนก็บอกดีๆสิ อย่ามาเล่นแบบนี้ มันไม่สนุกเลย

 

          “ทำไม? กลัวไม่สนุกหรือไง เจ้านี้ ยังชอบเล่นอะไรเป็นเด็กๆอยู่เรื่อยเลยนะ” หมับ พูดจบ จื่อเทาก็ตรงเข้ามาขยี้กลุ่มผมนุ่มนั้นไปมาอย่างเป็นกันเอง สัมผัสที่ตัวเล็กไม่เคยได้รับ หัวใจพลันก็เต้นตุบตับอย่างห้ามไม่ได้ แน่นอนว่าหน้าที่ร้อนผ่าวของเขามันต้องขึ้นสีระเรื่อ โชคดีชะมัดที่อยู่ในที่มืด

 

          ไม่อยากนั้น โอ้ย ไม่อยากจะคิด

 

         “นี้เจ้าเขินข้าหรือยังไงกัน” คงเพราะองค์เทพเป็นคนโผงผาง แม้ว่าร่างบางจะไม่คิดว่าพอเป็นมนุษย์จะโผงผางขวานผ่าซากได้ขนาดนี้ด้วยล่ะมั้ง เลยอดไม่่ได้ที่จะเผลอทำหน้าเหวอ ดวงหน้าหน้ารักยู่เข้าหากัน ช้อนขึ้นค้อนคนสูงกว่าอย่างลืมตัว

 

         “ข้าไม่เคยเขินเจ้า”

 

          “เจ้าเขิน.....ชอบทำตัวไร้เดียงสาหรอกหรอจุนมยอน” องค์เทพหน้าหล่อพูดจามัดมือชกคนตรงหน้า พร้อมทั้งถือวิสาสะบีบคางแหลมนั้นบีบไปมาอย่างหมั่นเขี้ยว ซึ่งนั้นทำให้ร่างเล็กต้องสะบัดหนี เบ้หน้าออกไปอีกทาง ก่อนจะก้าวถอยห่างจากคนขี้ฉวยโอกาสสองก้าว

 

         “ข้าไม่ได้ชอบทำอะไรทั้งนั้น จะเป็นยังไงมันก็เรื่องของข้า”

 

         “ดื้อ”

 

          “หื้ม? เจ้าว่าอะไรนะ”

 

          “ข้าบอกว่าเจ้าดื้อ” ก่อนจะเขยิบตัวเข้าไปใกล้ จนตอนนี้ทางที่ยิ่งแคบอยู่แล้ว แคบลงไปอีก ตรอกเล็กๆนี้ไม่เหมาะกับคนสองคนอยู่ด้วยซ้ำ

 

           “ดื้อ? มีสิทธิ์อะไรมาว่าข้าดื้อ” ยังคงต่อล้อต่อเถียงต่อไป อาจเป็นเพราะร่างหนานี้ล่ะมั้งที่ใกล้เสียจนเกือบจะแนบชิด กลิ่นหอมอบอุ่นคุ้นเคยเหมือนสวรรค์ก็ยังติดตัวมากับร่างมนุษย์ด้วย จนจมูกโด่งรั้นสูดเข้าเต็มปอดอัติโนมัติ และเพราะรู้สึกได้ว่าสูญเสียความเป็นตัวเองมากเกินไปแล้วกับจื่อเทา ตอนนี้สมองน้อยๆกำลังคิดหาวิธีเอาตัวรอด เถียง ใช่ เลือกที่จะเถียง เป็นวิิธีการเอาตัวรอดที่เก่งที่สุดแล้วของซูโฮ

 

           แต่ไม่รู้ว่าใช่กับจุนมยอนหรือเปล่า

 

 

         “อืม เจ้าดื้อ นอกจากดื้อแล้ว ยังขี้ลืมอีกด้วย” ไม่ทันให้ได้กล่าวเถียงต่อ หรือใช้ทักษะที่เฝ้าสะสมตอนเป็นมนุษย์นี้เลย รู้ตัวอีกทีปากอุ่นๆจากริมฝีปากที่แสนคุ้นเคยก็ประกบลงมาทันที แม้ไม่ล่วงล้ำ แต่ก็ทำให้เคลิ้มได้มากเหลือเกิน ลื้นสากลากไล้ทั่วปากบางสีสด ดูดดึงปากเล็กหวังให้คนตัวเล็กคล้อยตาม ซึ่งแน่นอนว่าร่างบางนั้นคล้อยตามคนสูงกว่าเป็นที่เรียบร้อย

 

          จุนมยอนที่สนใจแต่เรื่องสนุก พอโดนกระตุ้นเข้าหน่อย ก็เลยพาลโดนชักจูงไปได้ง่ายๆ

 

         ก็ไม่ได้นอนกับใครมาสองเดือนแล้วนี้หน่า

 

          ก็แค่พอมาเจอของเก่าเข้า ก็แค่โหยหารสชาติเดิมๆ

 

         จ๊วบ แรงดูดดึงที่มาจากปกที่ผละออก น้ำสีใสไหลที่คางเล็ก ก่อนจะมีลิ้นอุ่นเป็นตัวช่วยเลียเก็นหยาดน้ำหวานนั้นอย่างอ้อยอิ่ง

 

        “ลืมข้าไปแล้วหรอจุนมยอน” เอ่ยบางเบาที่ข้างริมหู คลอเคลียดวงหน้าเข้าหาใบหน้าน่ารักแต่เคลือบยาพิษนั้นในความมืด จู่ๆจะมาระลึกความหลัง มันไม่ง่ายไปหน่อยหรอฮวาง จื่อเทา

 

       “ไม่ได้ลืม แต่ข้า.....ไม่เคยจำต่างหาก”

 

        “ปากดีจังนะ.......แล้วตอนนี้อยากฟื้นความทรงจำไหมล่ะ”

 

        “ข้าบอกว่าข้าไม่เคยจำก็แสดงว่าข้าไม่จำเป็นต้องฟื้นความจำบ้าบออะไรนั่น”

 

 

         “แต่ข้าอยาก......มารื้อฟื้นความหลังของเรากันเถอะจุนมยอน” น่ารักจนอยากแกล้ง ในสายตาฮวาง จื่อเทา ตอนนี้จุนมยอนน่าแกล้ง น่าจัดการเสียยิ่งกว่าเรื่องของชานยอลเสียอีก ใบหน้าไม่พอใจของคนที่คิดจะขัดขืนเขา ทั้งๆที่ตอนโดนจูบตัวก็แทบจะเหลวละลายเป็นขี้ผึ้งลนไฟซะขนาดนั้น

 

        ปากแข็งไม่เก่งเลยนะคนสวย

 

       “อ๊ะ อื้มม” ทันทีที่เห็นว่าปากน่างับนั้นจะอ้าเถียง ร่างสูงไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นลอยนวล ปากอิ่มตรงเข้าประกบจูบ บดคลึงกลีบปากบางอย่างหมั่นเขี้ยว ไม่เคยเป็นมาก่อนที่จะเห็นร่างเล็กแสนแก่นเซี้ยวนี้ดูยั่วยวนเท่าตอนนี้มาก่อน ร่างกายที่ขัดขืน ร่างกายที่บอกว่าจะไม่ยอมเขาง่ายๆเหมือนเมื่อก่อนนั้นมันช่างตื่นเต้นและน่าสนุก

 

      กายมนุษย์มีดีอยู่อย่างนึงสำหรับฮวางจื่อเทา นั้นก็คือ เซ็กส์

 

      “อื้อ ทะ....เทา” 


 

...............ตัดตอนสำคัญ Taoho..........


 

        “ฮ๊าาาาาาาา / อ่าาาาาาาาาา” เสียงครางสอดประสานของทั้งคู่พร้อมกับน้ำรักที่ถูกปลดปล่อยเลอะหน้าท้องแบบบางและเสื้อเชิ้ตของร่างสูงอีกระลอก สะโพกแกร่งสาวเข้าออกๆหลายครั้ง ตัวเล็กสัมผัสได้จากแรกกระตุกที่ช่องทางดา้านหลังและน้ำรักมากมาที่ทำท่าว่าจะไหลย้อนออกมา แทบจะไม่มีสติประคองตัวไว้แล้ว สิ่งเดียวที่ให้ขืนตัวอยู่ได้คือขาเล็กที่เกี่ยวเอวหนาไว้

 

       “แฮ่ก แฮ่ก” อั่ก อั่ก อั่กๆๆ “ไอคนบ้า ไอบ้า ไอเทพบ้ากาม เจ้ามันบ้า ไอบ้าหื่นกาม เฮือก อยากถอนตัวออกนะ” ฮือ ฮือ เสียงที่เหมือนทั้งคนโกรธ โมโห และน้ำตารื้นนี้มันคืออะไรกัน น่ารักน่าฟัดเกินไปแล้วจุนมยอน แม้ความเสียวซ่านจะยังไม่จากหายไป แม้ผิวจะยังลุกชันเพราะขนอ่อนไม่รักดี แต่จุนมยอนก็ไม่อยากบอกเลยว่า เขาโกรธ โกรธคนตรงหน้าเหลือเกินที่ฉวยโอกาสโมโหที่ชอบมาทำให้คล้อยตาม


 

เดี๋ยวฉันก็เปลี่ยนเป้าหมายจากชานยอลเป็นเธอเสียหรอก

 

บางที ถ้าฉันเจอน่ารักๆแบบเธอ อาจจะไม่ต้องการชานยอลแล้วก็ได้นะ
 

 

หึหึหึ ไม่อยากให้ข้าห่างเจ้าขนาดนั้นเลยหรอ” เสียงหัวเราหึๆในลำคอเหมือนแกล้งนั้นของจื่อเทากำลังทำให้จุนมยอนโหโมอีกระลอก คนตัวโตแกล้งหยอกขยับสะโพกเบาๆ แต่นั้นก็มากพอให้กายบางสะท้าน กำปั้นเล็กทุบเข้าที่อกแกร่งไม่ยั้งเมื่อตั้งสติได้ว่าโดนแกล้งเข้าให้แล้ว

 

บ้าๆๆ ถ้าเจ้าปล่อยข้าก็ร่วงสิ” เอ่ยตอบหน้าตาย แม้ใจในจะกลัวแทบบ้าถ้าเกิดเจ้าสิ่งที่ฝั่งอยู่ในตัวมันจะเกิดลุกขึ้นมาแข็งขึงอีกรอบ แต่อีกใจก็กลัวว่าถ้าไม่มีอะไรยันเขาร่วงแน่

 

ฉันไม่ปล่อยเธอหรอก” น้ำเสียงจริงจังนั้นมาอีกแล้ว ทำไมครั้งนี้ถึงฟังแล้วหัวใจถึงเต้นแรงขนาดนี้กันนะ ร่างบางเริ่มจะไม่เข้าใจตัวเองแล้ว แค่พอคนคนนี้มาปรากฏตัว เรื่องราวมากมายก็เกิดขึ้นเต็มไปหมด ทำไมตอนที่จื่อเทาพูดเหมือนจะคอยปกป้องแบบนั้น

 

ไม่เชื่อ” และเพราะจุนมยอนเป็นคนดื้อ ไม่ยอมรับอะไรง่ายๆ ร่างเล็กได้แต่บ่นงุบงิบ ไม่ยอมเงยหน้ามองดวงหน้าหล่อที่ตอนนี้ยิ่มกริ่ม

 

 

หัวใจขององค์เทพที่ไม่ได้ใช้งานมานานกำลังชุ่มฉ่ำอย่างเป็นสุขมีความสุขยิ่งกว่าตอนที่คิดว่าจะได้ชานยอลมีกกกอดเป็นของตัวเองเสียอีก

 

 

จุนมยอน ข้าว่าคงต้องอีกรอบแล้วล่ะ”

 

 

อ๊ะ อ๊าาา ไอบ้าาาาาา” แม้จะร้องโวยวายแต่สุดท้ายคนที่เป็นฝ่ายสงบเสงี่ยมพร้อมทั้งหวีดเสียงหวานก็หนีไม่พ้นร่างเล็กเหมือนกระต่ายที่ขู่เข้าฟ่อๆไม่ต่างจากแมวนี้หรอก

 

ไม่รู้แล้วว่าเป้าหมายตอนนี้ของฮวางจื่อเทาจะเป็นอะไร ชานยอล สวรรค์ หรือแค่เซ็กส์ ต้องโทษร่างมนุษย์นี้สินะที่ทำให้คิดเยอะไปหมดแบบนี้ แต่อะไรก็ไม่น่าสนใจเท่าร่างตรงหน้า แค่เซ็กส์เท่านั้นหรอ? ตอนนีี้ กายหยาบของมยนุษย์นี้ยังให้คำตอบองค์เทพแบบเขาไม่ได้เลย

 

..........................


(ถ้าใครอยากอ่านก็กดเข้าไปที่ลิ้งค์wordpress ชื่อ Spacemantheplanet.wordpress.comหน้าบทความหลัก แต่ถ้าไม่อ่านก็ข้ามไปได้เลยนะคะ

แต่ใจจริงไรท์อยากให้ทุกคนอ่านนะคะ เพราะมันมี keywordอยู่ในนั้น )



 

TALK: ที่คริสพูดจาแปลกๆและอยากไล่ชานยอลออกไปมันเป็นเพราะอำนาจในการบิดเบือนของจื่อเทาค่ะ จื่อเทาเป็นองค์เทพที่ต้องการจะแยกคริสยอลออกจากกัน คริสเลยดูสับสนในช่วงนี้ 

550 ความคิดเห็น

  1. #519 NOOMANG (@sb2t) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 14 กันยายน 2556 / 10:47
    บ้าไปแล้ว ทำไมสองคนนี้ถึงได้มามีความสุขกัน บนความทุกของคนอื่นเนี่ย ใจร้ายเกินไปแล้ว จื่อเทาใจร้ายเกินไปแล้ว
    #519
    0
  2. #484 Krisyeol's Love (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 16:00
    ไรท์ นู๋กลับมาแล้วววววววว

    อ่อ ที่อิพี่คริสอารมณ์แปรปรวนเพราะเป็นฝีมือขององค์เทพจื่อเทานี่เอง

    เทาทำเกินไปแล้วนะ เอาความรู้สึกของมนุษย์มาล้อเล่นอย่างนี้ได้ยังไงกัน

    เป็นองค์เทพแล้วคิดจะทำอะไรก็ได้งั้นหรอ เคืองๆๆๆๆๆๆ

    มาทำให้คริสยอลผิดใจกัน มาทำให้ชยอลร้องไห้เพราะคิดว่าพี่คริสไม่รักตัวเองแล้ว เทาใจร้ายยยยยยยยย

    ไรท์คะ นู๋ขอแบนองค์เทพค่ะ จะมาทำให้คริสยอลแตกกัน

    แล้วตัวเองก็จะมาเอาตัวชยอลไป แต่แผนการดันผิดคาดไปหน่อย

    ตรงที่มาเจอซูโฮ ท่านองค์เทพก็เลยเปลื่อนแผนมาเป็นซูโฮแทนหรา

    แล้วที่บอกคนคุ้นเคยนี่ยังไง เทาโฮเคยคบกันมาก่อนหรา สงสัยๆๆๆๆๆๆ

    เริ่มมีปมมาเพิ่ม เอาเข้าไป
    #484
    0
  3. #483 Krisyeol's Love (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2556 / 16:00
    ไรท์ นู๋กลับมาแล้วววววววว

    อ่อ ที่อิพี่คริสอารมณ์แปรปรวนเพราะเป็นฝีมือขององค์เทพจื่อเทานี่เอง

    เทาทำเกินไปแล้วนะ เอาความรู้สึกของมนุษย์มาล้อเล่นอย่างนี้ได้ยังไงกัน

    เป็นองค์เทพแล้วคิดจะทำอะไรก็ได้งั้นหรอ เคืองๆๆๆๆๆๆ

    มาทำให้คริสยอลผิดใจกัน มาทำให้ชยอลร้องไห้เพราะคิดว่าพี่คริสไม่รักตัวเองแล้ว เทาใจร้ายยยยยยยยย

    ไรท์คะ นู๋ขอแบนองค์เทพค่ะ จะมาทำให้คริสยอลแตกกัน

    แล้วตัวเองก็จะมาเอาตัวชยอลไป แต่แผนการดันผิดคาดไปหน่อย

    ตรงที่มาเจอซูโฮ ท่านองค์เทพก็เลยเปลื่อนแผนมาเป็นซูโฮแทนหรา

    แล้วที่บอกคนคุ้นเคยนี่ยังไง เทาโฮเคยคบกันมาก่อนหรา สงสัยๆๆๆๆๆๆ

    เริ่มมีปมมาเพิ่ม เอาเข้าไป
    #483
    0
  4. #482 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2556 / 13:17
    อ่อ ที่แท้เทาก้อคือองค์เทพนี่เอง สงสัยมาตั้งนานว่าเป็นใคร
    เอาเลยเทาเปลี่ยนเป้าหมายจากชานยอลเป็นจุนมยอนเลย เพราะดูเหมือนจุนมยอนเองก้อจะชอบเทานะ
    #482
    0
  5. #480 Armi열 (@army-trustyeol) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 21:14
    รอคะไรท์ สู้ๆนะ เราติดตามอยูเสมอ
    #480
    0
  6. #479 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 87)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2556 / 20:22
    รอนะคะ
    #479
    0